ตำรารักยอดพธู

ตอนที่ 3 : ตำรารักยอดพธู ตอนที่3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    7 ก.ย. 56

ตอนที่3

 

ทิพย์วรางค์กระโดดลงจากรถโดยสารประจำทางก่อนจะมองซ้ายขวาอย่างรอบคอบ เธอแตะกรอบแว่นของตนด้วยความเคยชิน ก่อนจะเดินกระหยองกระแหยงไปยังศาลาที่มองเห็นอยู่ไม่ไกลปากก็บ่นอุบ

“ถ้าจะแถมให้ขนาดนี้นะ” รถสองแถวประจำทางวิ่งทำเวลาเสียจนฝุ่นตลบแม้เธอจะกดกริ่งตั้งแต่เนิ่นๆแต่ก็ยังมิวายเลยจากศาลาเป้าหมายเป็นหลายเมตร กระเป๋าใบใหญ่ที่เธอไม่อยากจะปล่อยให้ลากพื้นหินและดินที่ขรุขระสร้างความทุลักทุเลเหลือแสน

หญิงสาวชะเง้อหาคนที่จะมารับก็ไม่เห็นแม้แต่เงาจึงทรุดตัวลงนั่งพร้อมกับยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อโทรไปที่ไร่สายสุดา หากแต่ยังไม่ทันจะกดโทรก็มองเห็นฝุ่นรถจิ๊ปเก่าคร่ำพุ่งปราดออกมาจากทางเข้า จากถนนกรวดหินปนหญ้ามาสู่ถนนดิน  ร่างสะโอดสะองกระโดดลงมาก่อนจะเบิ่งตามองเธออย่างไม่เชื่อสายตา

“ทิพย์วรางค์ใช่ไหม”เสียงลากยาวเหมือนไม่แน่ใจทำให้ทิพย์วรางค์พยักหน้าแรงๆ หุ่นแบบนี้หน้าตากวนโอ๊ยเช่นนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลานชายคนเล็กของคุณหญิงสุดา แม้ว่าเวลาห้าปีที่ผ่านมาจะเนิ่นนานจนทำให้อะไรต่อมิอะไรเปลี่ยนไป สูงขึ้น อกกว้างผึ่งผายขึ้น วงหน้าคมคายขึ้น และแม้จะไม่อยากจะยอมรับนัก เขายังหล่อขึ้นอีกต่างหาก! แต่ชายหนุ่มผู้นี้ยังคงมีทีท่าและแววตาคงเดิม

ดวงตาที่ระยิบระยับแม้ไม่โตหรือคมเท่าพี่ชายมองสำรวจทั่วร่าง ยัยนี่พัฒนา! หุ่นไม้กระดานที่เคยมีกลับมีส่วนเว้าส่วนโค้ง วงหน้าหน้าตอบๆก็อิ่มเต็มผิวที่เคยคล้ำกร้านแดดก็ผุดผ่องเข้าขั้นผุดผาดบาดตา สัดส่วนดูจะเหนือจากสามสาวตัวเต็งในไร่เสียอีกด้วย แววตาพินิจเขาเหมือนที่เขาพินิจเธอแม้จะมีกรอบแว่นหนาบดบังอยู่แต่ก็ดูแวววามคมปลาบจนเขานึกอยากจะถอดแว่นน่าเกลียดนั่นออกมาดูให้เต็มตาว่าเบื้องหลังแว่นอันโตจะสวยบาดใจสักแค่ไหน

“เอ่อ...มาสิ” ร่างเพรียวคว้ากระเป๋าเดินทางใบโตเหวี่ยงขึ้นไปด้านหลังของรถจิ๊ป

"ถ้าจำไม่ผิด คุณโจ้ใช่ไหม" เสียงห้าวๆผิดจากรูปร่างหน้าตาทักทายทำให้ชายหนุ่มหันมองด้วยความประหลาดใจ

"เธอจำฉันได้ด้วยหรือ นี่ถ้าฉันไม่รู้ว่าจะต้องมารับใครที่นี่ คงจำเธอไม่ได้สิบปีเท่านั้นแต่เธอเปลี่ยนไปเยอะเลยทิพย์"

"เปลี่ยนก็แค่ภายนอกค่ะ ภายในยังเป็นไอ้ทิพย์ที่คุณชอบแกล้งแต่ฉันไม่เคยจะยอมเหมือนเดิม" หัสนัยกะพริบตาปริบๆในคำตอบนั้นพร้อมกับยิ้มกว้างซุกซน

"คงจริง ปากคอเธอเหมือนเดิมจริงๆ" ชายหนุ่มหัวเราะหึๆก่อนจะปีนขึ้นรถก่อนจะถอยวนจนฝุ่นตลบแล่นเข้าไปยังเส้นทางเดิมกับที่เพิ่งออกมาเมื่อครู่

ใช่ว่าทิพย์วรางค์จะไม่รู้ถึงสายตาสนอกสนใจที่ปรายมามองเธอเป็นระยะ แต่ความรู้สึกที่คล้ายว่าได้กลับมายังบ้านเกิดเมืองนอนกลับทำให้เธอไม่ถือสา สายตาก็กวาดมองทิวทัศน์สองข้างทางเพื่อเรียกความคุ้นเคย และใช่ว่าจะไม่รู้ถึงเหตุผลที่เธอต้องเดินทางมายังไร่สายสุดาในครั้งนี้แม้จะกำหนดในใจว่าจะอยู่ไม่เกินสามเดือนเมื่องานที่ตั้งใจจะมาทำเสร็จก็จะกลับไปใช้ชีวิตเยี่ยงนกขมิ้นที่แสนอิสระอีกครั้ง  เธอเพียรหาที่พักทั่วเมืองไทยเพื่อที่จะเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงานเขียนนิยายของตนด้วยความเบื่อหน่ายชีวิตเมืองกรุง

หลังจากที่พ่อกับแม่แยกออกมาทำกิจการของตัวเองแม้จะไม่ประสบความสำเร็จนัก แต่ท่านทั้งสองก็ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากอะไร คำบอกเล่าของพ่อและแม่เกี่ยวกับเรื่องราวของบ้านไร่สายสุดาถูกถ่ายทอดมาถึงเธออยู่บ่อยๆเสียด้วยซ้ำ ทำให้เธอรู้ว่าคุณหญิงสายสุดายังคงให้ความเมตตาพ่อที่เคยเป็นผู้ช่วยลูกชายท่านและแม่ที่เป็นลูกบุญธรรมของน้องสาวของท่านไม่เคยเสื่อมคลาย

"ว่าแต่คุณเข้มล่ะคะ ไปไหนทำไมไม่มารับฉันในเมื่อฉันต้องจับคุณเข้มให้อยู่มือไม่ใช่เหรอ"คำพูดหน้าตาเฉยของหญิงสาวทำให้หัสนัยแทบจะสำลักน้ำลายของตัวเอง เขาแสดงออกด้วยการไอขลุกขลักแทน

"เอ่อ แลดูเธอจะมุ่งมั่นมากเลยนะ"

"เปล่าเลยค่ะ ฉันก็แค่ถามตามปกติ"  หัสนัยอมยิ้มให้กับลมกับฟ้า  งานนี้สนุกแน่!

ทิพย์วรางค์ไม่ได้บอกความตั้งใจของเธอกับใคร แม้ว่าจะมั่นใจเกินร้อยว่าคงไม่มีวันที่จะทำตามที่คุณหญิงสายสุดาต้องการได้ และแม้ว่าจะไม่ได้พบกันสิบปีเต็มแต่หริชาในความทรงจำของเธอก็ไม่ใช่ชายในสเป็คแม้แต่น้อย เหตุผลใหญ่ที่เธอมาพักที่นี่คือบรรยากาศบ้านไร่และเงินที่ไม่ต้องเสียสักสตางค์แดงเดียวในการอาศัยอยู่ที่นี่  แน่นอนว่าชั่วระยะเวลา3เดือนที่เธอตั้งใจจะอยู่ที่นี่งานน่าจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ หรือดีไม่ดีนิยายที่ตั้งใจเขียนอาจจะจบไปถึงสองเรื่องได้อย่างไม่ยากเย็น

หลังจากเดินตามหลังหัสนัยเข้าไปในตัวตึกใหญ่โอ่อ่า เธอก็พบกับหญิงสาวคนแรกที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็น 'คู่แข่ง'  นิรชาละจากหนังสือในมือก่อนจะจ้องมองมายังทิพย์วรางค์

"คุณนิด นี่ยัย..เอ๊ย คุณทิพย์ คุณช่วยพาเขาไปที่ห้องหน่อยสิ ผมมีธุระต้องทำให้เสร็จก่อนเวลาอาหารเย็น" หัสนัยบอกง่ายๆก่อนจะหันไปพยักหน้าด้วยทีท่ากวนบาทาให้กับผู้มาใหม่ ฝ่ายนั้นก็เหมือนกับจะคุ้นกับท่าทีของชายหนุ่มเป็นอย่างดีจึงเดินเรื่อยๆตามร่างบอบบางของนิรชาไป ส่วนกระเป๋าเดินทางถูกคนงานที่หัสนัยร้องเรียกใช้งานตั้งแต่ยังไม่ก้าวลงจากรถยกนำลิ่วๆขึ้นไปก่อนแล้ว

"ชื่อคุณนิดเหรอ แล้วอีกสองคนล่ะชื่ออะไรกันบ้าง"เสียงทุ้มๆฟังแล้วคล้ายทอมบอยถามเสียงห้วนจนนิรชานิ่วหน้า แต่ก็ตอบแต่โดยดี

"เบญ กับฉัตรค่ะ"

"อืมม งั้นตอนอาหารเย็นคงได้เจอกันสินะ"  นิรชาไม่ใช่คนโง่จึงพอจะดูออกว่าทิพย์วรางค์เองก็คงจะรู้ถึงความเป็นไปในบ้านนี้มิใช่น้อย เธอก้มหน้าลงเล็กน้อยพร้อมแก้มที่แดงระเรื่อขึ้น

"ค่ะ เวลาอาหารเย็นของที่นี่ตอน6โมงเย็น เช้า7โมง เที่ยงก็เที่ยงตรงนะคะ ฉันขอตัว" ดูเหมือนว่านิรชาจะไม่ค่อยอยากจะพูดคุยกับเธอนัก ทิพย์วรางค์จึงทำแค่พยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจพลางมองรอบๆห้องด้วยความพอใจ ชั้นสองเป็นพื้นไม้ลื่นเท้าสะอาดสะอ้านเครื่องเรือนไม้เข้าชุดสีเข้มกว่าพื้นเล็กน้อยเธอจดจำได้ว่าเป็นของเก่าเหมือนกับที่เคยเห็นเมื่อสิบปีที่แล้ว เวลาดูเหมือนจะไม่ได้ทำร้ายตัวตึกหลังนี้รวมไปถึงเครื่องเรือนได้เลย มีเพียงทิวทัศน์ข้างนอกที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยเท่านั้น

ความคุ้นเคยทำให้เธอรู้สึกสบายใจ เมื่อตอนที่ครอบครัวเธอยังอยู่ที่นี่ ตึกเล็กด้านหลังตัวคฤหาสน์ใหญ่นี้เป็นที่พำนักที่อบอุ่นเสมอมา บัดนี้เรือนเล็กเหล่านั้นถูกทลายและปรับพื้นที่จนกลายเป็นสวนสวย  หน้าต่างที่เปิดกว้างยังเผยให้เห็นทิวทัศน์เขียวขจีจากต้นไม้ รวมไปถึงไม้ดอกที่อยู่ห่างออกจากตัวบ้านไม่มากนักเหมาะแก่การเขียนนิยายเป็นที่ยิ่ง

หญิงสาวนั่งลงบนพื้นก่อนจะเปิดกระเป๋าเดินทางทยอยเอาเสื้อผ้าเครื่องใช้ส่วนตัวออกมาใส่ตู้รวมไปถึงเปิดเอาเครื่องมือหากินมาวางไว้บนโต๊ะทำงาน สายตาเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นน้อยที่จดพาสเวิร์ดและไอดีเพื่อให้เธอเข้าใช้งานอินเตอร์เน็ตอีกด้วย ทิพย์วรางค์ยิ้มกว้างพร้อมกับนึกลิงโลดอยู่ในใจ เธอคิดถูกแล้วที่ตัดสินใจมาบ้านไร่สายสุดาในครั้งนี้

"มีแต่ได้กับได้" เธอไม่สนใจกับข้อแม้หรือคำบอกเล่าที่คุณหญิงสายสุดาบอกเธอสักเท่าไหร่นัก แม้จะอดนึกแปลกใจไม่ได้ว่าคุณหญิงสายสุดาคิดอะไรของท่านกันแน่ และแน่นอนว่าเรื่องเหล่านั้นไม่ใช่ปัญหาของเธอ เมื่อวางข้าวของถูกที่ถูกทางแล้วหญิงสาวก็ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำประแป้งเล่นอินเตอร์เน็ตรอเวลาพบเจอคนในบ้านนี้อย่างสบายอารมณ์

 

เช้าวันนัดดูตัวที่ชวนให้เหลือทนของยอดพธูกลับทวีความอึดอัดมากขึ้นเมื่อคุณนุดีถึงกับโผล่มาที่บ้านหลังน้อยโดยมิได้นัดหมาย

“ฉันนึกแล้วเชียวว่าแกจะต้องแต่งตัวน่าเกลียดแบบนี้ ไปเลยนะยัยไผ่ขึ้นไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้ ไม่ได้การแล้วเดี๋ยวป้าเลือกให้”กล่าวจบหญิงสาวตัวเล็กร่างบอบบางก็แทบจะพ่นเอาขนมปังเนยแยมที่กำลังคาบคาอยู่ด้วยความตกใจ และยิ่งตาโตเมื่อเห็นร่างของป้าแท้ๆเดินตุบตับขึ้นไปชั้นบนของบ้านที่ท่านคุ้นเคยเป็นอย่างดี

“พัฒนาวุ้ยเล่นเอาหนีไม่ทันกันเลยทีเดียว  นี่คุณป้าเขาไปจอดรถที่ไหนเนี่ยไม่เห็นได้ยินเสียงรถเลย” ยอดพธูกระซิบกับพี่สาวเสียงเหมือนจะขาดใจ ส่วนยอดดวงใจก็ตะลึงไม่แพ้น้องสาวอุทานเบาๆ ก่อนจะเผ่นหลบเข้าไปในครัวเพราะกลัวโดนลูกหลงถูกลากไปร่วมสังฆกรรมด้วย ทิ้งให้น้องสาวที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าไม่พ้นแน่ๆร้องว๊ากอยู่คนเดียว

ยอดพธูเรียกขวัญให้กลับเข้าหาตัวพร้อมกับปัดเศษขนมปังในมือก่อนจะเผ่นแผล่วขึ้นไปด้านบนเพื่อดักป้าของตนให้ทัน ทว่าทุกอย่างแลดูจะสายไปเพราะคุณนุดีเข้าถึงตู้เสื้อผ้าของเธอพร้อมกับกวาดตามอง มือก็คัดเอาเสื้อผ้าแนวกระโปรงสั้นที่มีไม่มากมาวางไว้บนเตียงอย่างต่อเนื่อง และส่วนใหญ่เป็นคุณนุดีนั่นเองที่หาซื้อมาให้ หญิงสาวรู้สึกได้ถึงฝ่ามือที่ชุ่มเหงื่อของตน

“ป้าคะ ชุดนี้มันก็โอเคแล้วนะคะ” ยอดพธูพูดพลางก้มลงมองชุดกางเกงยีนส์และเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของตนอย่างจนปัญญา

“ฉันไม่ยอมให้เธอแต่งตัวเป็นคาวเกิร์ลเหมือนเมื่อครั้งพ่อกำนันหรอกนะ นั่นน่ะเขาทำไร่ทำสวนฉันถึงได้หยวนๆไม่ลากแกมาเปลี่ยนชุดใหม่  แต่คนนี้เขาลูกผู้ลาภมากดี จะมาแต่งตัวปอนๆได้ยังไงยะ”

ยอดพธูถูกจับแต่งตัวใหม่อย่างเจ็บปวดเพราะอาการกระบิดกระบวนของเธอทำให้ผู้เป็นป้าหมั่นไส้บิดเนื้ออ่อนๆตรงท้องแขนเป็นระยะๆถึงจะไม่ได้รุนแรงแต่หญิงสาวก็ถึงกับบ่นออดๆ

“ทำร้ายร่างกายกันชัดๆ คุณป้าอ้ะ”

“อย่ามาเหลี่ยมกับป้า  จริงๆเล้ย นี่ถ้าป้าไม่รักก็คงไม่ห่วงถึงขนาดนี้ แล้วนี่ ยัยตาลหายหัวไปไหนอีกล่ะ รายนี้ก็อีกคนหลบได้หลบดี พวกแกก็รู้ว่าตระกูลเราให้ความสำคัญแค่กับลูกผู้ชาย พวกแกจะได้สมบัติพัสฐานกันสักแค่ไหนกันเชียว แค่ป้าหาผู้ชายที่ฐานะมั่นคงเหมาะสมมาให้แค่นี้จะเป็นจะตายขึ้นมา” คุณนุดียังคงบ่นอย่างต่อเนื่องที่เดินออกจากตัวบ้าน ในใจก็นึกมาดหมายไว้ว่าหากจัดการเรื่องของยอดพธูเสร็จสิ้นหมดห่วงยอดดวงใจก็จะต้องเป็นรายต่อไป ไอ้ครั้นจะจัดการพร้อมกันทั้งสองคนเธอก็ไม่มีเรี่ยวแรงพอ หลานสาวสองคนนี้ช่างเข็ญยากเข็ญเย็น แตกต่างกับหลานสาวคนอื่นๆที่แทบไม่มีปากมีเสียงเพราะชายหนุ่มที่เธอคัดสรรให้ล้วนดูดีทั้งรูปร่างหน้าตาและฐานะ

ยอดพธูก้มมองชุดกระโปรงหวานแหววที่ถูกบังคับใส่อย่างหนักใจ ถ้าไม่เสียดายเสื้อผ้าที่คุณนุดซื้อมาให้ซึ่งแน่นอนว่าราคาไม่ใช่น้อยๆเธอคงรวบเอาไปบริจาคเสียหมดตู้เพื่อให้พ้นจากการแสลงสายตา และคงเพราะเธอใจไม่เด็ดพอนี่เอง วันนี้ถึงได้ต้องมานั่งทำใจบนรถคันหรูของคุณนุดี

“คุณป้ามาจอดรถเสียไกลเชียวนะคะ”

“ฉันเกิดก่อนหล่อนมากี่ปียะ ทำไมจะไม่รู้ว่าถ้าให้แกรู้ตัวก่อนฉันคงเหนื่อยกว่านี้  เห็นไหมนี่ สวยจะตายไปเลิกทำหน้างอได้แล้ว”

“เผด็จการ” หลานสาวทำปากพะงาบๆกับประตูรถ แม้ว่าใจจริงแล้วเธอจะรู้ดีว่าผู้เป็นป้าหวังดีอย่างจริงใจ และด้วยความคิดนี้จึงทำให้เธอยอมคุณนุดีได้ทุกครั้งและที่สำคัญผู้ชายที่ป้าของเธอหามาให้ล้วนไม่ได้ทำให้เธออึดอัดอะไร บางรายออกจะทำให้เธอรู้สึก สนุกด้วยซ้ำไป

 

ยอดพธูนั่งจ้องหน้าหมอหนุ่มที่กำลังถูกลอยแพให้อยู่กับเธอสองต่อสอง ดูเหมือนว่าฝ่ายนั้นจะไม่เดือดร้อนเท่าเธอดวงตาที่คมเหมือนแขกจ้องมองเธออย่างตั้งใจราวกำลังจะถ่ายสำเนาไว้ในสมองส่วนที่หญิงสาวเข้าไปไม่ถึง

“คุณไม่ต้องซีเรียสหรอก ผมเข้าใจ” คำพูดที่โพล่งออกมาของหมอหนุ่มทำให้ยอดพธูต้องส่งยิ้มแหยๆให้

“ขอโทษคุณหมอปกรณ์ด้วยนะคะที่คุณป้าทำอะไรแบบนี้” ยอดพธูพูดอย่างรวดเร็วตามวิสัยเพื่อความชัดเจน

หลังจากแนะนำให้หนุ่มสาวทั้งสองรู้จักกันคุณป้าตัวดีก็ชิ่งตัวออกไปอย่างเนียนๆด้วยเหตุผลว่ามีธุระที่เพิ่งนึกขึ้นได้ ซึ่งเป็นมุกเก่าที่นำมาใช้อีกครั้ง และครั้งนี้ก็คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายหากว่าเธอกับหมอหนุ่มไม่ยอมตกลงปลงใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย เห็นทีว่าชีวิตของยอดพธูคงจะไม่มีวันสงบสุขไปอีกนาน

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ไหนๆก็ไหนๆแล้วผมว่าเราไปดูหนังกันสักเรื่องหรือไปเที่ยวที่อื่นกันไหมครับ” คำพูดของหมอหนุ่มทำให้ยอดพธูเงยขวับขึ้นมองตาโต ปกรณ์หัวเราะขำสีหน้าเหวอเด๋อด๋านั่นอย่างอดไม่ได้

“จะดีหรือคะ ฉันว่าเราแยกย้ายสลายโต๋กันดีกว่าค่ะ” ชายหนุ่มจ้องมองตาแป๋วๆของหญิงสาวตรงหน้าที่นำเสนอทางออกให้ด้วยความชอบใจ รอยยิ้มที่กว้างขวางจริงใจที่ส่งให้เขาหมายปะเหลาะเอาตัวรอดดูน่าขันพอๆกับน่าเอ็นดู แววตาที่รื่นรมย์จนแทบจะมองเห็นความระยิบระยับจับตาและเสี้ยวหน้าขาวนวลเรียวเล็กแจ่มใสจนเขาอดไม่ได้ที่จะสนใจในตัวหญิงสาวผู้นี้  แม้จะบอกกับตัวเองว่าเขาไม่มีวันทำตามใจแม่เลือกคบหากับหญิงสาวผู้นี้และเลิกคบหากับสมิตาเพื่อนสนิทที่แม่ของเขาเข้าใจว่าเป็นแม่หม้ายหวังจับเขาให้อยู่หมัดก็ตาม

“ผมว่าเราคงพอจะเป็นเพื่อนกันได้ไม่ใช่หรือครับ ผมเองก็ไม่อยากให้คุณแม่ไม่สบายใจ”ยอดพธูกลอกตาสามตลบด้วยความคาดคิดไม่ถึง แววตาบางอย่างของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เธอรู้แล้วว่างานเริ่มเข้า ใช่ว่าจะอยากเล่นตัวเพราะรู้ดีว่าตนไม่ได้สวยเลิศเลอถึงขนาดนั้น แต่การที่จะตกลงคบหาดูใจกับคนที่คุณป้านุดีหามาให้ไม่เคยอยู่ในห้วงมโนสำนึกเลยสักนิด แน่ล่ะที่ตอนนี้ชายหนุ่มผู้นี้จะอยากพูดคุยฉันท์เพื่อนแต่ใครจะรับประกันได้ว่าเรื่องราวจะจบลงแค่นี้ แววตาท่าทางของคุณหมอคนนี้ไม่ธรรมดาเอาเสียเลย

สำหรับเธอแล้วอกหักเพียงแค่หนเดียวในชีวิตก็เพียงพอแล้ว ความจริงใจ ความตั้งใจว่าเขาคนนั้นจะเป็นคนแรกและคนสุดท้ายของชีวิตกลับต้องถูกทำลายลงด้วยความเจ้าชู้ไม่รู้จักพอ เธอไม่สามารถรับเรื่องเหล่านี้ได้อีกแน่นอน ความเจ็บปวดเหล่านั้นยังฝังลึกอยู่ในใจจนยากจะรับใครเข้ามาในระยะเวลาอันใกล้นี้

“เอาเป็นว่าตอนนี้คุณคงยังอึดอัดอยู่ แต่ผมอยากจะให้คุณให้โอกาสเราสองคนผมเองก็ใช่ว่าจะต้องการให้คุณเป็นแฟนปัจจุบันทันด่วนเราน่าจะศึกษากันไปก่อน ดีไหมครับ” ...ใครอยากจะศึกษากับคุ้ณณณ...ยอดพธูร้องโหยหวนในใจก่อนจะส่งยิ้มให้เพราะไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไรดี

“เอ่อ ยังไงก็ได้ค่ะ แต่วันนี้เราแยกย้ายกันก่อนดีไหมคะ” ความอึดอัดบ่งบอกชัดในแววตาจนปกรณ์พยักหน้า

“ตกลงครับ  นี่นามบัตรของผม”

“ฉันไม่มีนามบัตรนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับคุณเขียนเบอร์โทรให้ผมหลังนามใบนี้ก็ได้”  ยอดพธูยิ้มหวานจ๋อยก่อนจะรับนามบัตรอีกใบของหมอหนุ่มมาเขียนตัวเลขปราดๆยื่นให้ก่อนจะยกมือไหว้ปลกๆแล้วชิ่งออกมาจากโรงแรมหรูอย่างว่องไวโดยไม่ได้หันมามองว่าฝ่ายนั้นได้มองตามส่งอย่างชื่นชม

ร่างบอบบางในชุดกระโปรงบานสั้นเหนือเข่าที่คุณนุดีเคี่ยวเข็ญให้ใส่เผยให้เห็นปลีน่องเรียวขาวสะอาดตาก้าวฉับๆยืนรอแท็กซี่อย่างกระวนกระวายใจกลัวโจทย์จะออกมาเจอผ่านไปหนึ่งคันก็ต้องไปส่งรถเสียนี่ คันต่อมาแก๊สหมดต้องไปเต็มแก๊ส หญิงสาวถอนหายใจอย่างหัวเสีย เสียงโทรศัพท์ทำให้เธอต้องค้นกระเป๋ากดรับสายพลางสายตาก็สอดส่ายหาแท็กซี่ว่างต่อ

"ว่าไงพี่ตาล"

"เป็นไงบ้าง"

"ไม่ยังไงล่ะยังไม่ได้คิดอะไรเลยพี่ตาลเดี๋ยวหาแท็กซี่ก่อน ให้ตายเถอะเดี๋ยวนี้มีเงินใช่ว่าจะขึ้นแท็กซี่ได้แล้วเหรอพี่ตาล"

"อ้าวเกิดอะไรขึ้นอีกล่ะนั่น"

"รอแท็กซี่อยู่พี่ตาล ไผ่จะกลับบ้านคันโน้นส่งรถคันนี้แก๊สหมด นี่มันต้องขึ้นกับว่า เราเคยเด็ดดอกไม้ร่วมต้น ตักบาตรร่วมขันกับคนขับมาแต่ชาติปางก่อนใช่ไหมเนี่ยพี่ตาล" เสียงยอดดวงใจหัวเราะก้ากอยู่ปลายสายทำให้เธอเองก็อดขำกับคำบ่นของตัวเองไม่ได้

"งั้นก็ขอให้ได้แท็กซี่เร็วๆแค่นี้ล่ะเดี๋ยวเจอกัน"

"จ้าพี่"  ในที่สุดเธอก็ได้แท็กซี่สักทีหากนั่งโล่งใจไปได้เพียงครึ่งทางเสียงโทรศัพท์หนึ่งในสองเครื่องที่ยอดพธูพกติดตัวก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงปลาบปลื้มประโลมใจของคุณนุดี

“ยายไผ่รู้ไหมคุณหมอปกรณ์น่ะเขาสนใจแกมากจริงๆนะ นอกจากยัยแม่หม้ายอะไรนั่นคุณแม่เขาบอกว่าเขาไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนเลยนะ เขาบอกว่าจะศึกษาแกดูถ้าเกิดเข้ากันได้ก็จะขอหมั้นหมายไว้ก่อน แล้วก็อาจจะแต่งงานมีลูกสักคนหรือสองคนก็แล้วแต่แก  เห็นไหมว่าเขาน่ะรักจริงหวังแต่งกับแกแค่ไหน ข้อบกพร่องหรือก็ไม่มีลูกต่งลูกติดก็ไม่มีป้าล่ะ...”

“โอ๊ะคุณป้าคะ  คุณป้าเอ๊ะสัญญาณไม่ค่อยดีเลยค่ะไผ่ไม่ได้ยินที่คุณป้าพูดเลยค่ะ เดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะคะไว้ไผ่โทรกลับค่ะ” ยอดพธูกดวางสายอย่างฉับไว แล้วจึงนั่งทำตาโตตื่นตระหนกเป็นนกฮูกน๊อคกาแฟไปจนถึงบ้านด้วยรู้สึกได้ถึงหายนะทางการโมเมกำลังพุ่งชนเข้าหาตัวอย่างจัง ชวนให้ทั้งเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย และเสียขวัญ

 

“พี่ค้าบบบพี่ตาล ไผ่ต้องแย่แน่ๆ ชีวิตไผ่คงถึงคราวจุดจบแล้วอ้ะ” เสียงร้องของน้องสาวดังมาก่อนจะเห็นตัวทำให้ยอดดวงใจอมยิ้มอย่างคนใจเย็นพร้อมกับละจากงานบัญชีตรงหน้า

“ไงล่ะ”

“คุณป้านุดีเล่นไผ่เหมือนเดิมเด๊ะเลย ไผ่ไม่ไหวจะเคลียร์แล้วพี่ตาล ไผ่ว่าไผ่เผ่นดีกว่า”

“อ้าวยังไงล่ะฮึ”

“อีตาหมอปกรณ์นั่นบอกว่าจะขอศึกษากับไผ่น่ะสิพี่ตาล มีเรื่องหมั้นเรื่องแต่งเรื่องมีลูกด้วยพี่ตาล อีตาหมอจะจริงจังไปไหนเนี่ย ไผ่ไม่เอาหรอกไผ่คงต้องแจวแล้วล่ะพี่”

“เฮ้ย  จะไปไหน”

“ไปไหนก็ได้ให้พ้นจากการดูตัวของป้านุดีน่ะสิ” สีหน้าง้อง้ำและแววตาที่เป็นประกายเด็ดเดี่ยวทำให้ยอดดวงใจเริ่มรู้หนนี้คงหนักหนาสาหัสและเป็นฟางเส้นสุดท้ายจริงๆ

“ไหนบอกว่าการค้าไม่สำเร็จแต่ความสัมพันธ์ต้องคงเดิมไงล่ะอะไรกันจะหนีแล้วหรือ”

“ไม่สัมพงสัมพันธ์แล้วพี่ตาล  ไผ่กลัวหมอฟันคนนี้ดูจิตๆยังไงไม่รู้”

“แสดงว่าเขาชอบเราล่ะสิใช่ไหม”

“หลอนนะพี่เจอกันแค่ไม่ถึงสิบนาที พี่แกคิดไปถึงไหนๆแล้ว ไผ่ไปเก็บเสื้อผ้าก่อนดีกว่า”

“เดี๋ยว จะรีบไปไหนแล้วรู้แล้วหรือว่าจะไปไหน”

“ยังอ่ะแต่เดี๋ยวก็รู้ ขอโทรไปหายัยทิพย์ก่อนพี่ ไผ่จะบ้าตาย” ยอดพธูได้แต่มองตามน้องสาวไปพลางทำตาปริบๆ คราวนี้คงยั้งไว้ไม่อยู่ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นเธอนี่แหละคงต้องตกที่นั่งเป็นหนังหน้าไฟไม่ก็อาจจะก้าวล้ำไปสู่การตกเป็นเหยื่อการดูตัวของคุณป้านุดีไปเองเลยก็เป็นได้ คิดได้ดังนั้นร่างอวบอิ่มจึงเดินขึ้นบันไดไปเพื่อกล่อมน้องสาวดูอีกสักรอบ

“ไผ่  ก็ไม่ลองคบๆเขาดูสักหน่อยหรือไง คุณป้านุดีจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับเรา มันก็ใช่ว่าเราจะต้องตกลงปลงใจกับเขาเสียเมื่อไหร่”

“ไม่อ่ะพี่ตาลไผ่ไม่ใช่คนที่จะลองเล่นๆกับหัวใจนะ พี่ตาลก็รู้ว่าไผ่เคยพลาดมาแล้ว ไผ่ไม่ยอมพลาดซ้ำสองอีกแน่ ถ้าไผ่ไม่รักไผ่ไม่แน่ใจในตัวผู้ชายคนนั้นจริงๆก็ไม่อยากเสียเวลาไปคบหรอก”

“แล้วรู้หรือว่าเขาจะใช่หรือไม่ใช่”

“ปัดโถ่พี่ตาล แค่เจอกันสองแวบนี่ก็รู้แล้วว่าไม่มีวันเป็นไปได้ไผ่ไม่ชอบให้ใครมารุกเหมือนมัดมือชกอย่างนี้ พี่ไม่ไปเห็นหน้าเขานิ ทำเหมือนมั่นใจมากว่าไผ่จะต้องตกล่องปล่องชิ้นแน่ๆน่าขนลุกจะตายไป”

“แล้วจะยังไงล่ะนี่”

“ไม่ยังไงล่ะ พี่ตาล ฝากบอกคุณป้าด้วยว่าไผ่ไปหาโลเกชั่นสวยๆบิ๊วอารมณ์เขียนนิยาย บก.เร่งต้นฉบับแล้ว ไม่รู้กำหนดกลับโอเค๊”แม้ว่าดูจะร้อนรนจนคิ้วขมวดด้วยความไม่พึงใจแต่วาจาก็ยังคงสดใส และแม้น้ำเสียงจะดูจริงจังแต่ก็น่าขำเสียจนคนเป็นพี่อดหัวเราะไม่ได้

“ถึงกับเผ่นจริงๆเลยหรือเราน่ะ”

“แหงล่ะ”

“จะมีความรักได้ยังไงถ้ากลัวความรักเสียอย่างนี้”

“ไผ่ไม่ได้กลัว แต่ถ้าไผ่รักใครไผ่จะทุ่มเทและมอบให้เขาหมดทั้งใจ ไผ่เคยเป็นยังไงไผ่ก็จะเป็นแบบนั้นแล้วอีตาหมอปกรณ์คนนี้ไม่มีทางจะเป็นคนคนนั้นได้ ไปล่ะอาเจ๊” ขณะที่ปากพูดไปมือก็ทำงานอย่างว่องไวเสียจนยอดดวงใจต้องจ้องมองด้วยความทึ่งและยังคงยิ้มเรื่อยๆ แม้จะเคยชินกับนิสัยและท่าทางของน้องสาวแต่ก็ไม่เคยสักครั้งที่จะไม่รู้สึกประหลาดใจในความเป็นยอดพธู หรือจะว่าเธอเห่อน้องมาตลอดทั้งชีวิตก็ว่าได้

“เอ้าถ้าอย่างนั้นพี่ก็ไม่ห้ามล่ะ เอาเป็นว่าจะช่วยบอกคุณป้าให้ก็ได้”

“นี่โทรศัพท์ที่ไผ่ให้เบอร์ป้ากับอีตาหมอไป ไผ่วางไว้ในลิ้นชักนี่ล่ะนะ ส่วนโทรศัพท์อีกเครื่องพี่ตาลจะติดต่อเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ห้ามบอกใครถ้าเล็ดรอดไปถึงหูคุณป้าไผ่ต้องหูเฉาแน่ๆ และแน่นอนว่าไผ่จะเปลี่ยนเบอร์ซึ่งไผ่ไม่อยากทำแบบนั้นเลย เพราะฉะนั้นรู้นะว่าต้องทำยังไง” น้องสาวพูดจาประหนึ่งสั่งเสียถี่ยิบฝ่ายพี่สาวก็พยักหน้าหงึกๆ

ยอดพธูโผเข้ากอดพี่สาวแน่นๆหนึ่งทีและสั่งเสียต่อเป็นประโยคสุดท้าย

“ไผ่ไปล่ะนะ รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีอย่าให้ใครรังแก อย่ายอมใครให้มากนัก พี่ตาลดื้อเงียบก็จริงแต่พี่ตาลชอบใจเย็นให้คนโขกสับ ระวังคุณป้านุดีด้วย ไม่มีไผ่คุณป้าเล็งพี่ตาลเป็นรายต่อไปแน่ๆ แจวก่อนนะพี่สาว” น้องสาวหอมแก้มพี่ซ้ายขวาก่อนจะหิ้วกระเป๋าเป้ใบเขื่องก้าวฉับๆลงไปชั้นล่าง คว้ากระเป๋าแล็ปท็อปแล้วเดินดุ่มออกจากบ้านที่เคยให้ความร่มเย็น  เธอมองซ้ายขวาหามอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อจะออกไปปากซอยแต่แล้วด้วยกุศลผลบุญที่สั่งสมมาหลายภพชาติก็ทำให้มีรถแท็กซี่หลงเข้ามาในซอย หญิงสาวกระโดดขึ้นรถพลางโบกมือหย็อยๆให้ยอดดวงใจ ทิ้งให้พี่สาวยืนมองพายุบุแคมที่ชื่อว่ายอดพธูหมุนออกจากบ้านไปด้วยความรู้สึกที่ยังงงงันอยู่กับชีวิตมิใช่น้อย

 

"อยู่ไหนเดี๋ยวไปหา" เสียงที่ได้ยินหลังกดรับทำให้ทิพย์วรางค์กะพริบตาปริบๆ

"เฮ้ย  ใจเย็นๆ อะไรของแกเนี่ย"

"ไผ่ต้องลี้ภัยอย่างด่วนคุณป้านุดีหาผู้ชายให้อีกแล้ว คราวนี้ผู้ชายดันเล่นด้วยอีกต่างหากไผ่แย่แล้วววทิพย์ ช่วยไผ่ด้วยยย" เสียงโหยหวนของเพื่อนสนิททำให้ทิพย์วรางค์อดแยกเขี้ยวให้กับโทรศัพท์ไม่ได้

"ให้มันได้อย่างนี้สิน่า"พูดจบเธอก็หัวเราะหึหึ จนกลายเป็นขำก้าก นึกไปก็น่าตลกแท้รอบกายเธอตอนนี้มีแต่คนถูกจับคู่ และเธอเองก็ดันเป็นหนึ่งในวังวนนั้นเสียด้วย

"หัวเราะอะไรยัยทิพย์นี่ไผ่นั่งอยู่บนแท็กซี่กำลังจะไปที่บ้านทิพย์เลยนะ"

"หา  อย่าเพิ่ง คือว่าฉันไม่ได้อยู่ที่บ้านนะแก เอายังไงดีล่ะ"

"อ้าววว แล้วไผ่จะทำเยี่ยงไรดี แล้วตอนนี้ทิพย์อยู่ที่ไหน"

"อยู่ต่างจังหวัด มาได้เกือบอาทิตย์แล้วจำไม่ได้หรือที่ฉันเล่าให้ฟังว่าจะต้องมาที่บ้านไร่สายสุดา"

"ห๊า...เออเฮ้ย ไผ่ลืมไปแล้วนะเนี่ย โอเค งั้นดีเลย ไผ่ขอไปอยู่ด้วยคนนะ ได้ไหม ได้เหอะนะ นะนะ" เสียงเร่งเร้าของเพื่อนสนิททำให้ทิพย์วรางค์คิดหนัก

"มาวันนี้คงไม่ทัน กว่าจะถึงก็ค่ำมืดอันตรายจะตายไป เอาอย่างนี้วันนี้แกหาที่พักสักคืนนึงก่อน เย็นนี้ฉันจะลองขอคุณยายดูก่อนนะ ค่ำๆคงรู้ผลคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา"  ทิพย์วรางค์สรุปเพราะค่อนข้างแน่ใจว่าคุณหญิงสุดาไม่น่าขัด ถึงขนาดกว้านหญิงสาวที่ดูดีมาอยู่รวมกันในบ้านเช่นนี้ได้ ยอดพธูเองก็ใช่ว่าจะขี้ริ้ว หลักฐานบ้านช่องก็ดีกว่าเธอด้วยซ้ำ เพียงแต่แม่เพื่อนสาวนี่ล่ะจะยินยอมให้ตีขลุมรวมหรือเปล่าเท่านั้น เพราะเท่ากับหนีเสือมาปะจระเข้ดีๆนี่เอง

 

ยอดพธูกดวางสายก่อนจะนั่งนิ่งอึ้งอยู่พักใหญ่แล้วจึงเหลือบมองเห็นป้ายที่พักรายวันซึ่งเป็นแมนชั่นหรูอยู่ข้างทาง

"จอดลุงจอด  หนูจะลงตรงนี้แหละ" คนขับรถแท้กซี่วัยกลางคนค่อนข้างแก่เบรคเอี๊ยดทันควัน ตลอดเวลาที่หญิงสาวพูดคุยกับเพื่อนเขาได้ยินทุกถ้อยคำ จึงอดไม่ได้ที่จะเตือน

"เอ่อ อย่าว่าอย่างโง้นอย่างงี้เลยนะหนู  ลุงว่ากลับบ้านดีไหม เป็นผู้หญิงมาพักค้างอ้างแรมคนเดียวแบบนี้มันอันตราย "  ยอดพธูเลิกคิ้วแทนคำตอบก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้กับความมีน้ำใจของลุงคนขับ

"ไม่เป็นไรค่ะลุง หนูเอาตัวรอดได้ขอบคุณนะคะ" กล่าวจบก็ยื่นเงินให้กับคนขับรถก่อนจะคว้าเอากระเป๋าเป้พร้อมกับผลุบออกจากตัวรถอย่างว่องไว มือก็ปิดประตูตามไปแล้วเดินฉับๆเข้าสู่ในตัวตึกหรูนั้นอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด เพราะใช่ว่าเธอจะไม่เคยตะลอนทัวร์ตามลำพัง

แม้ว่าปกติแล้วเธอจะชอบอยู่กับบ้านเพื่อเขียนนิยายให้จบและเพื่อให้สะดวกในการค้นหาข้อมูล  แต่เมื่อต้องการบรรยากาศใหม่ๆเพื่อให้พ้นจากความจำเจจากสภาพแวดล้อมที่บ้านเธอก็มักจะปิดตาจิ้มแผนที่แล้วเสิร์ชหาข้อมูลที่พักจากนั้นก็เดินทางไปพักราวสิบวันทุกครั้งไป  แม้ว่าการเดินทางคราวนี้น่าจะใช้เวลานานกว่าสิบวันแต่ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหาสำหรับเธอ

ยอดพธูโยนกระเป๋าเป้ใบเขื่องลงกับพื้นพรมพลางนวดแขนตัวเองเบาๆ ก่อนจะหยิบเอากระเป๋าแล็ปท็อปขึ้นมาเปิด ไวไฟที่แมนชั่นแห่งนี้ไม่ทันใจเท่าใดนักมีสะดุดบ้างแต่ก็พอใช้การได้ หญิงสาวเสิร์ชหาบ้านไร่สายสุดา จนเมื่อเห็นรูปภาพก็ต้องอุทานกับตัวเอง

"อุ๊แม่... นี่มันไม่ใช่บ้านไร่แล้วมันคฤหาสน์ไร่ชัดๆ" ภาพที่ปรากฏในจอขนาด15นิ้วค่อนข้างกระจ่างตา ความเขียวชอุ่มของพืชผลไม้ดอกไม้ประดับ รวมไปถึงตัวตึกเก่าแก่ที่ย้อนไปได้เป็นร้อยปีได้รับการปรับปรุงจนดูใหม่เสมอ แม้ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวแต่ก็เป็นสถานที่ดูงานของเหล่าเกษตรกรดังนั้นจึงแทบจะมีรูปทุกมุมมอง ยอดพธูตาลอยเมื่อนึกถึงเหตุผลที่เพื่อนร่วมอาชีพต้องระเห็จไปพำนักอยู่ที่นั่น ไวเท่าความคิดเธอรีบเสิร์ชหารูปเจ้าของเป็นลำดับต่อมา

หญิงชราที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โดยมีชายหนุ่มผิวขาวหน้าตาเคร่งขรึมยืนเคียงข้างและกำลังจ้องตอบมาทำให้เธออึ้งไปอีกคำรบ หวนนึกไปถึงคำบอกเล่าของเพื่อนในเรื่องที่ชายหนุ่มผู้นี้ถูกเร่งให้หาคู่

"หน้าตาก็ดี อายุก็มากเท่าไหร่เลยนี่ต้องถูกจับให้แต่งงานเสียแล้ว น่าเห็นใจจัง" แม้จะเข้าใจในหัวอกอันเดียวกันแต่นั่นก็คงไม่เกี่ยวกับเธอ และหากว่าเจ้าของไร่แห่งนี้เลือกทิพย์วรางค์เป็นคู่ชีวิต เธอก็คงได้ที่หลบภัยที่มีบรรยากาศชวนให้แต่งนิยายฟรีๆอีกที่หนึ่ง แค่คิดก็น่าลุ้นเสียแล้ว...


โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #15 Buay (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 18:55
    พิมพ์เล่มหรือยังคะ
    #15
    0
  3. #14 นานา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2556 / 16:55
    ต่อคร้าต่อ

    #14
    0
  4. #13 Eight (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 14:08
    แอบลุ้นคู่ทิพย์กะหัสนัยค่ะ
    #13
    0
  5. #12 karaokeGirl (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กันยายน 2556 / 14:53
    จะเจอกันแล้วใช่ไหม
    #12
    0