ตำรารักยอดพธู

ตอนที่ 2 : ตำรารักยอดพธู ตอนที่2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    19 พ.ย. 56

ตอนที่2

 

ดวงตาคมกริบของหริชาจ้องมองทิวทัศน์เบื้องหน้าพลางยิ้มน้อยๆอย่างคนที่มองโลกในแง่ดีอยู่เป็นนิจมือใหญ่ที่เรียวได้รูปคว้าแก้วกาแฟมาจิบช้าๆ ไม่มีใครรู้ว่าในหัวของเขาตอนนี้กำลังคิดฝันถึงสิ่งใดอยู่ภายใต้กิริยานิ่งเงียบเรียบเรื่อยจนเรียกได้ว่าไร้พิษสงชวนให้ผู้คนรู้สึกสบายใจเมื่อได้ชิดใกล้ จนบางครั้งคนที่ไม่รู้จักมักคุ้นอาจจะสบปรามาสหน้าอ่อนๆที่ดูไม่นำพากับสิ่งใดเลยอยู่บ้าง แต่หากเมื่อได้รับรู้ในสิ่งที่ชายหนุ่มผู้นี้กระทำก็เป็นอันต้องแปลกใจและนับถืออยู่ในที

พื้นดินที่เคยซบเซาด้วยการใช้ประโยชน์อย่างสมบุกสมบันในอดีตกลายกลับมาเขียวชอุ่มเลอค่าได้อีกในระยะเวลาเพียงไม่ถึงสิบปี การจัดการทางการเกษตรที่ร่ำเรียนมาโดยตรงอย่างจริงจัง และยังได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองทั้งยังลองปฏิบัติตามจนได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนลงแรงมากถึงขนานนี้ก็มีเหลือกินเหลือใช้ด้วยเงินมรดกที่มีมากมาย

ผมจัดการตามที่นายสั่งเรียบร้อยแล้วครับน้ำเสียงมีแววของความยกย่องดวงตาที่จ้องมองมาเต็มไปด้วยความรู้สึกชื่นชมและจงรักภักดีทั้งที่เมื่อห้าปีก่อนเขาคนนี้เองที่ไม่เชื่อถือหนุ่มหน้าอ่อนคนนี้

ผิวขาวด้วยเชื้อสายที่มาจากดินแดนไกลโพ้น ชวนให้คิดว่าเป็นเพียงหนุ่มสำอางด้วยผิวพรรณและหน้าตา วันเวลาได้พิสูจน์คนเหมือนกับผิวขาวผ่องนอกร่มผ้าที่กลายกลับเป็นสีคล้ายหมากสุก ซึ่งหากพ้นแดดหลายวันผิวสีหมากสุกนั้นก็จะกลับมาขาวผ่องเช่นเดิม

วันนี้เฮียพจน์จะมาจับปลาวันแรกใช่ไหมลุง ฝากลุงด้วยนะวันนี้ฉันคงต้องขับรถไปรับไส้ไก่เองได้ข่าวว่าเจ๊เฮียงตุกติกตั้งท่าจะขึ้นราคาไส้ไก่อีก ฉันคงต้องไปคุยเองหริชากล่าวยิ้มๆ

ครับนายหัวลุงแดงมือขวาของเขาพูดด้วยสำเนียงติดจะทองแดงตามประสาคนที่มีพื้นเพมาจากทางภาคใต้  และแม้ว่าจะแลดูอายุมิใช่น้อยๆแต่ท่อนแขนที่โผล่พ้นชายแขนเสื้อของลูกจ้างผู้นี้กลับอุดมไปด้วยมัดกล้ามทั้งยังเป็นถึงมือขวาของเขาในการจัดการทุกสิ่งภายในไร่แห่งนี้โดยเฉพาะจัดการเรื่อง "คน"

มือแข็งแรงของผู้ที่เป็นนายก็วางแก้วกาแฟที่ถูกดื่มไปจนหมดสิ้นก่อนจะลุกก้าวยาวๆไปยังรถกระบะคู่ใจ แม้ว่าร่างกายของหริชาจะไม่ได้สูงใหญ่มากนักแต่ก็แลดูแข็งแกร่งด้วยมัดกล้ามที่เกิดจากการทำงานหนักมาตลอดเกือบห้าปีที่ผ่านมา

รถกระบะคันใหญ่วิ่งฝุ่นตลบออกไปจากอาณาจักรของตนพร้อมกับคนงานอีกสองคนที่นั่งท้ายกระบะ ผ่านบริเวณด้านหน้าของไร่ที่กว้างขวาง ไร่แห่งนี้มีขนาดไม่เล็กประกอบไปส่วนที่เป็นพืชยืนต้นและพืชล้มลุกซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพืชสวนครัว นอกจากนั้นยังมีบ่อปลาดุกอีกสิบบ่อรวมไปถึงบ่อเลี้ยงกบและบ่ออนุบาลกบอีกหย่อมหนึ่งที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับเจ้าของ รั้วรอบกินอาณาเขตกว้างขวางด้านหลังนั้นจรดเขาลูกใหญ่ประกอบด้วยน้ำตกเล็กๆและลำธารน้ำใส เคยมีนายทุนหลายคนติดต่อขอซื้อที่ดินแห่งนี้แต่ล้วนได้รับการปฏิเสธจากเจ้าของที่เป็นหญิงชราซึ่งมีศักดิ์เป็นย่าของหริชา

 

วันนี้ตลาดในตัวอำเภอวายไปสักพักใหญ่แล้ว หากแต่ยังมีรถกระบะหลายคันจอดอยู่บ้างก็ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวด จับกลุ่มคุยกัน ต่อเมื่อมองเห็นรถกระบะของคนดังในจังหวัดแล่นปราดเข้ามาคนทั้งกลุ่มก็เริ่มมีสีหน้าดีขึ้นก่อนจะเดินไปหาหริชาที่เหวี่ยงเท้าลงจากรถได้เพียงแค่ขาครึ่ง

นายหัว มาก็ดีแล้ว เจ๊เฮียงแกไม่ยอมท่าเดียวพวกเราสู้ราคาไม่ไหวจริงๆหนึ่งในนั้นพูดขึ้นมาอย่างร้อนใจ หริชาไม่ได้ตอบสิ่งใดทำเพียงยิ้มน้อยๆให้แล้วเดินเข้าไปในเพิงไม้ที่แลดูซอมซ่อ หากไม่มีใครบอกคงไม่มีใครคาดคิดได้ว่าเจ๊เฮียงแม่ค้าคนกลางที่รับไก่จากทั่วจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียงจะสมถะถึงเพียงนี้

หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนายหัว ไม่ต้องเข้ามาเสียงเจ๊เฮียงพูดเหมือนสาวๆที่แง่งอน

แม้ว่าหน้าตาผิวพรรณของหริชาไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นคนใต้แต่มือขวา และลูกน้องเก่งๆหลายคนของเขาส่วนใหญ่เป็นคนใต้จึงยกย่องเรียกหริชาว่านายหัวทุกครั้งจนคนในจังหวัดทางภาคตะวันออกแห่งนี้พากันเรียกตามกันจนชินปาก

คิดดีแล้วหรือเสียงเข้มๆสมชื่อเล่นของหริชาทำให้เกิดเสียงกระแอมก่อนที่จะเดินออกมาด้านหน้าของเพิงที่พัก เจ๊เฮียงแต่งกายด้วยเสื้อและกางเกงสีพื้น ผมที่มวยอยู่ด้านหลังมีหงอกประปรายใบหน้าไร้เครื่องสำอาง ตลอดร่างมีเพียงกำไลหยกวงเดียวประดับอยู่ที่ข้อมือ

นายหัวต้องเห็นใจฉันบ้างนะ ค่าแรงลูกน้องมันเพิ่มขึ้นฉันเองก็ไม่ได้อยากขายไส้ไก่แพงๆนักหรอกเจ๊เฮียงพูดพลางหลบสายตาหนุ่มรุ่นหลานที่จ้องเขม็ง

แล้วถ้าพวกเราไม่ซื้อไส้ไก่จากเจ๊เฮียงล่ะเสียงเรียบๆกับยิ้มเรื่อยๆที่ฟังดูไม่ได้คุกคามหรือข่มขู่ทำให้เจ๊เฮียงถึงกับทำตาปริบๆ ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหนจะจริงหรือหลอกมองหน้าแล้วก็ยากที่จะคาดเดาได้

แล้วจะไปซื้อจากที่ไหน

ซื้อจากฉัน ฉันก็เบื่อๆที่จะเลี้ยงปลาเลี้ยงกบแล้วว่าจะรับซื้อไก่เป็นพ่อค้าคนกลางบ้างก็น่าจะสนุกดีเจ๊เฮียงเริ่มกลืนน้ำลาย

พูดซี๊ซั๊ว ใครเขาจะขายนายหัว

เยอะแยะไป เป็นพ่อค้าคนกลางสบายจะตาย ยิ่งขายไก่แบบปิดยิ่งสบาย เพื่อนฉันเองก็เคยชวนเพราะเขาทำงานกับนายทุนใหญ่ที่แจกลูกไก่แล้วไปรับซื้อถึงที่ จริงๆฉันก็ไม่ค่อยอยากทำเท่าไหร่ งานสบายก็จริงแต่น่าเบื่อฉันเลยผัดเขาหลายรอบ เห็นทีคราวนี้คงไม่ต้องผัดแล้วเจ๊เฮียงหน้าซีดเผือด

มันเหนื่อยนะนายหัว ไหนจะต้องคุมลูกน้องให้ทำงานตามเป้า

นั่นน่ะสิ เจ๊คงเหนื่อยลูกผัวก็ไม่มี อายุก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ ฉันยังหนุ่มยังแน่นคงทำได้ดีจริงไหมเจ๊เฮียง

เอ่อ...วันนี้นายหัวจะเอาไส้ไก่กี่กิโลล่ะ

ถ้าแพงกว่าเดิมฉันคงไม่ซื้อ ให้ปลามันกินอาหารสำเร็จอย่างเดียวสักอาทิตย์หนึ่งจะเป็นไรไปคำพูดนั้นเมื่อออกมาจากปากของหริชาแม้แต่เจ๊เฮียงที่ได้ชื่อว่าเค็มทะเลเรียกแม่ก็ต้องเชื่อว่าเขาจะสามารถดึงธุรกิจส่วนนี้ไปเป็นของตัวเองได้ภายในเวลา7วันจริงๆ เจ๊เฮียงพยักหน้าถี่ๆ สีหน้าแข็งขืนในคราวแรกกลายกลับไป

เอาเถอะๆฉันเห็นแก่นายหัวหรอกนะ ที่เป็นลูกค้ารายใหญ่ของชั้นมาตั้งแต่แรกเริ่มที่เราเจอกัน ราคาเดิมก็ราคาเดิม

เหรอเสียงถามย้อนกลับนิ่งๆทำให้เจ๊เฮียงปาดเหงื่อหนึ่งรอบพลางนึกว่าตนไม่น่าหาเรื่องสร้างความเสี่ยงในการตัดทางทำกินของตัวเองเลย

เดี๋ยวฉันแถมให้อีกสิบกิโลเลยนายหัวรอยยิ้มน้อยๆที่แลดูไม่น่ามีพิษสงทำให้เจ๊เฮียงลอบถอนหายใจ  ความกลัวเกรงของนางไม่ใช่จะไร้เหตุผล ในจังหวัดนี้ใช่ว่าจะไม่มีคนทำธุรกิจแบบเดียวกันกับหริชาทว่า คำสบประมาทต่างๆที่เคยมีในช่วงแรกที่ชายหนุ่มมาพลิกฟื้นผืนดินก็กลายเป็นลมไปเมื่อผลผลิตที่มาจากไร่ของชายหนุ่มผู้นี้ล้วนแล้วสมบูรณ์ในทุกๆด้านทั้งขนาดและรสชาติ ชายหนุ่มไม่เคยหลบหนีปัญหามีแต่วิ่งชนอย่างมโหฬารและกล้าหาญอย่างที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน

ความเป็นคนจริงของชายหนุ่มที่สามารถยื่นศีรษะไปรับปากกระบอกปืนแทนนักการเมืองท้องถิ่นที่เป็นพ่อของเพื่อนสนิทได้ก็ยิ่งทำให้ได้รับการยอมรับในวงกว้างของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักเลงโต คนงานหลายๆคนของชายหนุ่มบ้างก็เป็นนักโทษเก่าที่เพิ่งพ้นโทษ บ้างก็เคยเกกมะเหรกเกเรแต่กลับกลายเป็นลูกน้องที่จงรักภักดีเข้าขั้นกลัวเกรงกึ่งยกย่อง ทั้งที่หริชาไม่ได้มีท่าทีคุกคามหรือแสดงอำนาจ เพียงแค่รอยยิ้มและความจริงใจกับความตั้งใจจริงก็ทำให้ใครต่อใครแปลกใจได้  แต่เมื่อได้รับฟังเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ในช่วงห้าปีที่ผ่านมาต่างก็พากันทึ่งและยอมรับถึงอิทธิพลหวานเย็นของชายหนุ่มผู้นี้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ไม่มีใครสักคนที่จะล่วงรู้ว่าก่อนที่ชายหนุ่มจะกลายเป็นชายผู้บ้าบิ่นทีเล่นทีจริงเช่นนี้ตั้งแต่อายุน้อยๆ ได้เคยเกิดสิ่งใดขึ้นกับชีวิตของเขามาบ้าง เหตุเพราะหลังจากเติบใหญ่เขาก็เดินทางไปเรียนหนังสือในเมืองกรุง จนไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งจะกลับมาทำงานไร่งานสวนในบ้านเกิดของตัวเองได้ หริชาเก็บงำทุกสิ่งไว้อย่างมิดชิดภายใต้ความเงียบ  ทุกอย่างที่แสดงออกถึงความเป็นคนจริงอยู่ที่การกระทำที่ทุกคนพบเห็น ผู้ที่เขายอมอ่อนโยนเปิดเผยความในใจด้วยมีเพียงคนเดียวเท่านั้น คือ คุณหญิงสุดาผู้เป็นย่า

รถกระบะคันใหญ่แล่นลึกไปในแนวพืชยืนต้นมีตึกใหญ่คล้ายคฤหาสน์กลางป่าดงพงไพรซึ่งเป็นตึกเก่าที่ปลูกไว้ตั้งแต่ร้อยปีที่แล้ว ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากโปรตุเกตผสมจีนตามที่บรรพบุรุษได้นำพามา ลวดลายเถาว์ไม้และช่องรับแสงกลางบ้านแบ่งให้ตัวตึกสามชั้นมีสี่ด้านโดยมีราวระเบียงรายรอบ ช่องรับแสงแต่เก่าก่อนเคยเปิดโล่งถูกปิดด้วยหลังคาโปร่งแสงกลางลานมีเขามอเล็กๆทำเป็นน้ำตกและประดับประดาด้วยไม้ดอกไม้ประดับที่ส่งกลิ่นหอมชวนให้ผู้พบเห็นรื่นรมย์ใจ

ร่างสันทัดลงจากส่วนของคนขับพร้อมสั่งการให้ลูกน้องมารับหน้าที่แทนโดยไม่ลืมกำชับให้รีบนำไส้ไก่ไปต้มและสับให้ละเอียดเพื่อเป็นอาหารเสริมให้กับปลาดุกทุกบ่อ ส่วนตัวเขาก็ก้าวไปยังชั้นบนของตัวตึกเพื่ออาบน้ำก่อนที่จะไปพบกับผู้ที่เขาเคารพรักสุดใจ

สตรีชราที่นอนเอนอยู่บนที่นั่งกึ่งเอนได้หันมามองหลานชายคนโตด้วยแววตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเนิ่นนานทั้งแลดูเข้มแข็งและเฉลียวฉลาดเหมาะสมกับตำแหน่งคุณหญิงตราตั้งที่ได้มาจากการงานของสามีผู้ล่วงลับไปหลายสิบปี ร่างแข็งแรงเดินมาพยุงเมื่อเห็นว่านางมีทีท่าอยากลุกขึ้น

คุณย่าหิวหรือยังครับ

ยังแต่ไปรอก่อนก็ได้  ยัยทิพย์จะมาที่นี่พรุ่งนี้แล้วนะ หลานอย่าลืมให้คนจัดห้องจัดที่หลับที่นอนให้ยัยทิพย์ด้วยคำพูดที่มุ่งตรงไปสู่สิ่งที่ตนต้องการของหญิงชราทำให้สีหน้ายิ้มอ่อนโยนของหลานชายปรากฏแววของความหน่ายเล็กน้อยก่อนจะพูดรับด้วยเสียงเรียบนิ่ง

ครับคุณย่า

ยัยเบญ ยัยนิด แล้วก็ยัยฉัตรล่ะเป็นอย่างไรบ้างคำถามนั้นมีน้ำเสียงที่แม้จะฟังดูแปลกประหลาดแต่เขาก็เข้าใจความหมายได้เป็นอย่างดี

ก็...คงสบายดีมั้งครับคุณย่า

อะไรกันอยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ ทำไมต้องมีม้งมีมั้งทำอย่างกับคนอื่นคนไกลน้ำเสียงที่ไม่ได้ขุ่นมัวนักเป็นเพียงการบ่นสามัญ ทำให้หริชายิ้มเฉยเสีย ก่อนจะค่อยๆพยุงให้ผู้เป็นย่านั่งลงที่เก้าอี้หัวโต๊ะ

 ด้วยความชราทำให้คุณหญิงสุดาต้องพักที่ชั้นล่างของตึกและใกล้กับห้องรับประทานอาหารที่เดินเพียงไม่กี่ก้าว รวมทั้งใกล้กับช่องกลางตึกที่เป็นดั่งแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ  นานทีจึงจะเดินทางออกไปนอกอาณาเขตของตนเพื่อเดินเล่นในสวนดอกไม้กับหลานชาย

ย่าก็แก่ลงทุกวันจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ นี่ก็ปาไปแปดสิบแล้วนะพ่อเข้ม  ถ้าย่าต้องตายก่อนที่จะเห็นพ่อเข้มหรือตาโจ้เป็นฝั่งเป็นฝาย่าคงตายตาไม่หลับคำพูดที่หริชาได้ยินจนชินดังขึ้นเรื่อยๆให้เขาต้องทำหูทวนลมเหมือนทุกครั้ง  ทุกสิ่งทุกอย่างภายในรั้วไร่สายสุดานี้เขารับมือได้ทุกสิ่งอย่างเว้นเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวที่ทำให้เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก  หากยังไม่ทันจะตอบรับหรือเลี่ยงไปพูดเรื่องอื่นเหมือนเคย ร่างของหญิงสาววัยแรกผลิทั้งสามก็ทยอยกันเข้ามาในห้องอาหารแห่งนี้  พร้อมกับคนงานที่ทยอยนำอาหารเย็นมาวาง

แสงจากดวงอาทิตย์ที่ใกล้จะลาลับเหลี่ยมโลกสะท้อนกระจกใสให้เห็นแบบภาพของหญิงสาวสามคนที่งามไปคนละแบบ อายุที่ลดหลั่นกันไปไม่มากนักทำให้หญิงสาวทั้งสามสนิทสนมกันพอสมควร แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าพวกเธอทั้งสามเปรียบประดุจคู่แข่งกันกลายๆ แต่ด้วยท่าทีเฉยชาของหริชา และท่าทีไม่รู้ไม่ชี้ของหัสนัย ทำให้ทั้งสามยอมรับได้บ้างไม่ได้บ้างว่าพวกตนคงได้แต่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ให้ครบกำหนดเท่านั้นเป็นพอ

ความเป็นอยู่ในบ้านหลังนี้แม้จะน่าเบื่ออยู่บ้างแต่ก็มีความสะดวกพรักพร้อม อีกทั้งมีเงินทองให้จับจ่ายใช้สอยไม่ขาดมือ หากจะเข้าตัวเมืองก็ง่ายนิดเดียวเพียงเอ่ยปากก็มีผู้คนพร้อมจะรองรับความต้องการได้ จึงมีความสุขสบายพอสมควรเพราะเวลาส่วนใหญ่ทั้งสามสาวมักจะเข้าเมืองหรือไปต่างจังหวัดใกล้ๆกันเสียมากกว่า  ความรับผิดชอบที่ขาดไม่ได้นอกเหนือไปจากงานประจำก็เพียงต้องมารับประทานอาหารเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากันเท่านั้น

ความเป็นไปของที่นี่ดูจะผิดแปลกไปจากสิ่งที่คนในยุคปัจจุบันจะคาดฝันได้ว่าจะยังคงมีอยู่ ฉัตรมณีอมยิ้มกับจานกระเบื้องเนื้องามด้วยนึกขำด้วยว่าตนเป็นคนที่มีอายุน้อยสุดและจะอยู่ที่บ้านไร่แห่งนี้เพียงชั่วปิดเทอมเท่านั้น

หลายหนที่เธอถามเบญจพรและนิรชาว่าทนอยู่ได้อย่างไรตั้งเกือบปีในบ้านไร่แห่งนี้ ทั้งคู่ดูจะตอบคล้ายๆกันว่า ดีกว่าอยู่ที่บ้านของตนเอง ด้วยว่ามีเงินทองจับจ่ายสะดวกดาย  คุณหญิงสุดาไม่ใช่หญิงชราที่ขี้เหนียวค่อนข้างใจนักเลงเสียด้วยซ้ำ การได้อยู่ในบ้านไร่แห่งนี้ก็เหมือนการมาทำงานที่ได้เงินเดือนโดยที่ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยอะไรเลย หากทั้งคู่ไม่มีเรื่องหัวใจมาเกี่ยวข้องในภายหลังก็คงจะอยู่ได้ชั่วชีวิตตราบเท่าที่หลานชายคนหนึ่งคนใดของเจ้าของบ้านยังไม่ตกลงใจแต่งงาน

พวกเธอทั้งสามล้วนไม่ใช่ลูกหลานของคุณหญิงสุดาเป็นเพียงลูกจ้างและนักศึกษาฝึกงาน แต่กว่าจะมาอยู่ในตึกใหญ่แห่งนี้ได้ก็ต้องได้รับการรับรองและการสืบค้นอย่างดีถึงความประพฤติและเทือกเถาเหล่ากอจึงถูกยกให้มีฐานะทัดเทียมลูกหลานแท้ๆด้วยเหตุผลแฝงเร้นของคุณหญิงสุดา

เบญจพร นับเป็นผู้ที่มีเชื้อมีสายที่สุด เนื่องจากคุณแม่ของเธอเป็นหลานห่างๆที่แทบจะนับเชื้อสายมิได้ของคุณหญิงสุดา

นิรชา เป็นลูกหลานของเพื่อนสนิทของคุณหญิงสุดา เป็นคนที่ดูจากภายนอกแล้วหัวอ่อนและเรียบร้อยที่สุดในบรรดาหญิงสาวทั้งสาม เธอเป็นคนที่ช่วยเหลืองานด้านงานบ้านงานเรือนของในไร่แห่งนี้ และเมื่อมีเวลาว่างก็ชอบที่จะอยู่เงียบๆบนห้องของตนเองถักโครเชต์หรืออ่านหนังสือในห้องสมุดภายในบ้านเสียมากกว่า แต่เมื่อมีโอกาสออกไปข้างนอกพร้อมหญิงสาวอีกสองคนเธอก็จะปลีกตัวออกไปคนเดียวทุกครั้ง

ส่วนฉัตรมณี เธอคิดว่าการมาอยู่บ้านไร่และได้เจอหน้าหริชาตลอดช่วงปิดเทอมของปีสุดท้ายระดับมหาวิทยาลัยก็เพียงพอแล้วและคิดว่าหากไม่ชอบใจก็สามารถไปได้ทุกเมื่อด้วยว่าเธอเป็นถึงลูกสาวคนเดียวของเจ้าของโรงแรมระดับสี่ดาวในตัวจังหวัดเธอเป็นผู้ช่วยงานด้านบัญชีได้เป็นอย่างดีเพราะร่ำเรียนมาทางด้านนี้โดยตรงแต่คนที่เป็นนักบัญชีใหญ่ของคฤหาสน์หลังนี้คือเบญจพรที่ช่วยงานทั้งบัญชีและงานด้านบุคคล

หริชาผู้ที่เคยออกรายการโทรทัศน์และได้รับการยกย่องให้เป็นเกษตรกรตัวอย่างที่สามารถสร้างกำไรมหาศาลจากการปลูกพืชหมุนเวียน และเลี้ยงสัตว์ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงมิใช่น้อย แรกเริ่มเดิมทีที่ยังไม่เคยเห็นหน้าฉัตรมณีเคยนึกว่าหริชาจะเป็นหนุ่มใหญ่หน้าตาปุปะที่หาภรรยาไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้เธอเปลี่ยนใจคือภาพในจอสี่เหลี่ยมที่เผยให้เห็นดวงหน้าคมสันผิวผ่องแปลกตาน่ามอง หน้าผากกว้างถูกปกคลุมด้วยผมสั้นสลวยปรกหน้า และมีแววตาของหนุ่มหล่อสำอางผิดกับอาชีพก็ดูลึกล้ำน่าสนใจเสียจนแทบไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นเกษตรกรอย่างจริงจังทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำจนประสบความสำเร็จเป็นที่ยกย่องไปได้

 

คำเสนอของบิดาที่อยากเป็นทองแผ่นเดียวกับคุณหญิงสุดา โดยมุ่งหวังผืนดินที่มีทิวทัศน์เหมาะแก่การสร้างรีสอร์ทหรูทำให้เธอได้ก้าวเข้ามาในบ้านไร่แห่งนี้อย่างเต็มอกเต็มใจ เมื่อเธอเข้ามาอยู่จึงได้รับรู้ความเป็นไปของที่แห่งนี้ และรับรู้ความจริงว่าแม้คุณหญิงสุดาจะเป็นผู้มีสิทธิ์ซึ่งเป็นใหญ่ที่สุดในบ้านไร่สายสุดาแต่ ผู้ที่แข็งขืนไม่ยินยอมขายที่ดินผืนนี้กลับเป็นหริชา ผู้แกร่งกร้าวเอาจริงเอาจังผิดรูปลักษณ์ภายนอก เหมือนดั่งไฟที่พร้อมหลอมละลายใครหลายๆคนไม่เว้นแม้แต่หัวใจของเธอ

 

 

 

 

แต่เมื่ออยู่ร่วมกันร่วมเดือนความรู้สึกนั้นก็เป็นเพียงสิ่งที่อยู่ในส่วนลึกของใจเพราะยอมรับว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่เคยสนใจเธอ รวมไปถึงไม่เคยสนใจใครในแง่นั้นเลย มีเพียงความสุภาพและห่างเหิน เจ้าขกสุนัขพันทางตัวใหญ่นั่นเสียอีกที่ชายหนุ่มให้ความสนใจมากกว่าพวกเธอ

 

 

 

บางครั้งเธอก็เคยคิดอยู่หลายแวบว่าคุณหญิงสุดาคงแก่ชราจนเลอเลือนและเพี้ยนไปสักหน่อยที่ทำราวว่าหริชา และหัสนัยผู้มีวาจาเป็นอาวุธ เป็นรจนาที่ต้องเลือกคู่เมื่อถึงอายุอันควร  หน้าที่ของเธอในเวลานี้จึงมีเพียงพยายามตีสนิทและโน้นน้าวให้หริชายอมปันที่ดินส่วนหนึ่งเพื่อให้พ่อของเธอได้สร้างรีสอร์ทสมใจก็เป็นพอ อาณาเขตที่กว้างใหญ่ที่มีพืชไร่พืชสวนเป็นทิวแถวน่ามองหากได้แบ่งมาเป็นรีสอร์ทก็จะยิ่งทำให้เป็นจุดขายได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

เบญจพรมองพี่เข้มของเธอด้วยแววตายกย่องไม่ผิดไปจากคนอื่นๆ ความรู้สึกที่เธอมีให้หริชาไม่ได้เป็นเพียงความเคารพดุจดังพี่ชายแท้ๆ  หากแต่เข้าขั้นหลงใหล ความสุภาพและเอาใจใส่พอเหมาะพอควรสามารถเป็นที่ปรึกษาให้เธอได้ในทุกเรื่องไม่ได้ทำให้เธออึดอัดใจที่จะอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ กลับอบอุ่นใจอย่างมากมาย ปัญหาของครอบครัวเธอที่ทำให้เธอต้องมาอยู่ที่นี่เกิดจากการใช้จ่ายที่เกินตัวของคนในครอบครัว การที่ได้หลุดออกมาจากวงจรนั้นเป็นสิ่งปรารถนาของเธอ หากว่าไม่เกรงใจเธอแทบอยากให้คุณแม่ผู้อ่อนแอได้เข้ามาอยู่ในบ้านไร่แห่งนี้ด้วย

และเธอก็มีความหวังลึกๆว่าหากหริชาไม่พึงพอใจหญิงสาวคนใดเลย เธอที่ดูเหมือนจะสนิทสนมกับหริชาที่สุดก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีหากจะต้องแต่งงานเพื่อให้คุณหญิงสุดาสบายใจ ส่วนหัสนัยนั้นเหลือจะรับสำหรับเธอ

 

นิรชาก้มหน้านิ่งจนไม่มีใครสามารถอ่านความรู้สึกของเธอได้ ส่วนหนึ่งเธอเลียนแบบมาจากหริชา เธอเป็นผู้ที่มาอยู่ที่นี่ก่อนทุกๆคน

ตาโจ้ล่ะวันนี้คงสายตามเคยสินะ

หัสนัยน้องชายแท้ๆมาช่วยงานหริชาเมื่อปลายปีที่แล้ว หลังจากที่จบรัฐศาสตร์มาหลายปีแต่ไม่ยอมทำงานเป็นหลักเป็นแหล่ง เป็นคนที่ดูเหมือนจะจับจดแต่หากหริชาสั่งการก็ทำทุกสิ่งได้สำเร็จลุล่วงทุกครั้ง แต่มักจะอยู่ไม่ติดบ้านนักคือคนที่คุณหญิงสุดาบ่นถึง

เพียงไม่กี่นาทีเสียงฝีเท้าที่ดังโครมๆก็ดังใกล้เข้ามาจนหญิงสาวทั้งหลายแอบอมยิ้ม แม้แต่คุณหญิงสุดาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆหลานท่านคนนี้บางครั้งก็ตลกน่าขัน บางครั้งก็กวนใจจนน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน

พ่อพระเอกลิเกของฉัน พูดถึงปุ๊บก็มาปั๊บหัสนัยเลิกคิ้วสูงเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของคนทั้งโต๊ะ ชายหนุ่มร่างสะโอดสะองผิวขาวเสียยิ่งกว่าหริชาเดินมาทรุดตัวนั่งใกล้พี่ชาย

หัวเราะอะไรกันหรือครับพี่เข้มดวงตาเรียวจ้องมองพี่ชายของตนบ้องแบ๊วราวกับจะไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน

หรือว่าคุณย่าอารมณ์ดีที่พี่เข้มเลือกคู่ได้สักทีเสียงหัวเราะฮี่ๆกวนประสาททำให้หริชาที่มีสีหน้าเรียบเฉยกระทืบไปที่ปลายเท้าผู้เป็นน้องอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ เรียกเสียงโอดโอยให้กับฝ่ายนั้นจนทำให้คุณหญิงสุดาพลอยหัวเราะหึหึไปพร้อมกับที่หญิงสาวทั้งสามหน้าแดงก่ำทั้งเขินทั้งขำ ใบหน้าซับสีเรื่อขึ้นของนิรชาจ้องมองไปที่หัสนัยแล้วจึงส่ายหน้าในความขี้เล่นเสียจนน่าหมั่นไส้ และเป็นเช่นเคยที่ไม่เคยมีใครโกรธเขาลงสักทีไม่ว่าคำหยอกล้อนั้นจะฟังแล้วรุนแรงสักแค่ไหนก็ตาม

พรุ่งนี้ทิพย์วรางค์จะมาถึงที่นี้แล้ว คงจะมาอยู่ที่นี่สักพัก ได้ข่าวว่าเป็นนักเขียนไส้แห้งกำลังหาโลเกชั่นสวยๆมาใส่ในนิยาย เลยจะเอาทิวทัศน์บรรยากาศที่บ้านเราไปใส่ในนิยาย ทุกคนเว้นพ่อเข้มกับตาโจ้คงจะไม่รู้จักยัยทิพย์เพราะรายนั้นตั้งแต่พ่อแม่เขาแยกตัวไปอยู่ภาคกลางก็ไม่ได้กลับมาที่นี่อีกเลยร่วมๆสิบปีเห็นจะได้ เมื่อก่อนพ่อเขาเคยทำงานที่ไร่เป็นผู้ช่วยของลูกชายฉันส่วนแม่เขาก็เป็นลูกบุญธรรมของน้องสาวฉัน เขาก็เลยมีศักดิ์เป็นหลานฉันเหมือนกับที่ตาโจ้และพ่อเข้มเป็นคุณหญิงสุดาพูดเรื่อยๆแต่ในความเรื่อยๆนั้นเหมือนจะบ่งบอกให้ทุกคนทราบถึงความสำคัญของหญิงสาวผู้จะมาใหม่

หัสนัยอมยิ้มด้วยรู้ดีว่าหญิงสาวที่กำลังถูกกล่าวถึงคงไม่พ้นตกที่นั่งมาเป็นตัวเลือกให้พี่ชายของเขาอีกเป็นแน่โชคดีเหลือเกินที่เขาเป็นน้องและยังลื่นเป็นปลาไหลจนคุณยายละเว้นเอาไว้ไม่ตอกย้ำเช่นที่ทำกับพี่ชาย

คุณย่าไม่เคยละเว้นหญิงสาวทุกคนที่กรายเข้ามาในวงจรชีวิตของท่าน และเป็นแบบนี้มาร่วมหนึ่งปีเต็มๆทั้งยังคงจะเป็นต่อไปจนกว่าหริชาหรือเขาจะเป็นฝั่งเป็นฝาหรือไม่ก็จนกว่าท่านจะลาไปเฝ้าพระอินทร์อย่างถาวรเสียก่อน ซึ่งไม่มีใครอยากให้เป็นเช่นนั้นเพราะจะหมายถึงทรัพย์สมบัติส่วนหนึ่งที่ต้องแบ่งไปยังมูลนิธิการกุศล  ทิพย์วรางค์ที่เขาจำได้ดีเป็นเด็กผู้หญิงท่าทีแข็งกระด้าง ใส่แว่นตาหนาเตอะหุ่นก็เทียบได้กับไม้กระดานดีๆนี่เอง โตขึ้นมาอาจจะสวยขึ้นหรือแย่กว่าเดิมก็ไม่มีใครรู้ได้ คิดไปก็ให้อดสยองแทนพี่ชายไม่ได้

หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จสามสาวต่างแยกย้ายกันไปที่ห้องของตัวเองเพื่ออ่านหนังสือ หรือนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์รับข่าวสาร เล่นเกมส์ออนไลน์ รวมไปถึงดูโทรทัศน์ฟังเพลงตามประสาสาวรุ่นสมัยใหม่

 

ป้าดวงๆ ป้าว่าคุณทิพย์นี่จะชนะใจนายหัวได้ไหม ได้ข่าวว่าคุณเขาเคยรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆใช่ไหมป้า

ไอ้สาลี่แกนี่ ยุ่งเรื่องเจ้านายจริง

แหมป้ามันน่าลุ้นจะตายใครจะมาเป็นนายหญิงของเรา ฉันว่าคุณนิรชาน่ารักที่สุดแล้วทำไมนายหัวไม่เห็นจะหือจะอือ ไม่เข้าใจเลยจริงๆป้าดวงใจได้แต่ส่ายหน้าหมั่นไส้ลูกมือที่เพ้อไม่เลิกก่อนจะเร่งให้ ช่วยกันเก็บจานชามให้เรียบร้อยเพื่อที่จะแยกย้ายกันไปพักผ่อนที่เรือนของตน

 คนงานในคฤหาสน์ส่วนใหญ่เป็นญาติพี่น้องของคนงานที่อยู่ในไร่ต่างมีบ้านเรือนไม้ที่อยู่ในหมู่บ้านเล็กกลางไร่ซึ่งเป็นที่รวมตัวของคนงานทั้งหมดนับร้อยที่มีแต่เพิ่มไม่มีลดด้วยสวัสดิการและนโยบายที่สร้างความสมานสามัคคีให้โอกาสคนที่เคยผิดพลาดรวมไปถึงการเอาใจใส่ของเจ้านาย ไร่แห่งนี้มีแม้แต่รถรับส่งลูกหลานคนงานที่ออกไปเรียนในตัวอำเภอทุกคนสามารถเก็บเงินเพื่ออนาคตได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยการแนะนำของหริชา  งานไร่ส่วนใหญ่จะใช้แรงงานของเครื่องจักรสลับกับแรงงานคนในการใช้งานที่ถูกส่วน

หริชาตรวจดูบัญชีรายวันก่อนจะอ่านรายงานสรุปพืชผลในแต่ละส่วนอย่างจริงจังในงานที่อยู่ในความรับผิดชอบก่อนจะเอนหลังปิดเปลือกตา ใจก็นึกไปถึงคุณย่าของเขาที่ไม่เคยละความพยายามทั้งยังผลักดันทุกวิธีการที่จะให้เขามีเหย้ามีเรือน ทำแม้แต่ยื่นข้อแม้ว่าหากเขาไม่ยอมแต่งงานก่อนท่านสิ้นสมบัติครึ่งหนึ่งจะยกให้การกุศลและครึ่งที่เหลือจึงจะแบ่งออกเป็นสองส่วนโดยให้หัสนัยหนึ่งส่วนและเขาอีกหนึ่งส่วน  แม้แต่หัสนัยก็พลอยเป็นไปด้วยเพราะหากเขาแต่งงานตามเงื่อนไขเจ้าตัวก็จะได้ส่วนแบ่งเยอะไปด้วย

แน่ะๆ พี่เข้ม หลับตาคิดถึงยัยทิพย์ที่จะมาถึงพรุ่งนี้หรือครับตายยาก...นี่คือสิ่งเดียวที่ผุดขึ้นในใจของหริชา

เลิกลุ้นได้แล้ว พี่กับยัยทิพย์รู้จักกันดีเกินกว่าจะคิดเป็นอย่างอื่นแกก็น่าจะรู้ ถึงจะไม่ได้เจอกันหลายปีแล้วแต่ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

โธ่พี่ถ้าพี่แต่งงานเร็วๆก็เท่ากับฐานะของผมมั่นคงและมั่งคั่งขึ้นเท่านั้น จะไม่ให้ผมลุ้นได้ยังไงหน้าตายียวนดวงตาที่เปล่งประกายความขี้เล่นทำให้พี่ชายได้แต่อมยิ้มมอง

"แกก็หาผู้หญิงมาแต่งเสียเองสิ"

"เรื่องอะไรผมเป็นน้องจะแต่งก่อนพี่ได้ไง" หัสนัยตอบหน้าซื่อๆ

แกเองก็ไม่อยากให้ครึ่งหนึ่งของที่นี่ต้องกลายเป็นของคนอื่นไม่ใช่หรือ

"เฮ้ย อย่ามาโยนลูกกันอย่างนี้สิคร้าบบบ ผมไม่เอาด้วยหรอก เป็นโสดดีจะตาย" เจ้าตัวส่ายหัวยิกๆ

"อย่าคิดว่าท่านหวังแค่พี่ และที่สำคัญถ้าพี่จะแต่งงานทั้งทีก็ต้องเป็นเพราะความรัก ไม่ใช่เพราะเงินทอง ถ้าอีกครึ่งหนึ่งของที่นี่จะต้องเป็นของคนอื่นจริงๆพี่ก็อาจจะเสียดายแต่เรื่องความรักก็ต้องอยู่กับเราไปทั้งชีวิตเหมือนกัน ถ้าไม่รักหรือเขาไม่รักพี่เงินทองพวกนี้ก็ไม่มีประโยชน์” หัสนัยยิ้มให้กับความโรแมนติกของพี่ชายที่ผิดไปจากท่าทางที่เฉยชาเหมือนไม่ใส่ใจเรื่องราวของความรัก  แต่นั่นก็เป็นความคิดเดียวกันกับเขาเช่นกัน

ว่าก็ว่าเถอะคุณย่าไม่น่าตั้งข้อแม้พวกนี้ขึ้นมาเลยจริงๆไม่รู้ว่าท่านคิดอะไรของท่านอย่างกับในละครน้ำเน่าที่ย้อนยุคไปสักยี่สิบสามสิบปีหลานชายโตปุ๊บต้องรีบแต่งงานหัสนัยจิ้มผลไม้ในจานกระเบื้องที่ถูกจัดมาให้นายหัวของบ้านกินพลางวิจารณ์เป็นครั้งที่นับไม่ถ้วน

แต่พี่เข้าใจคุณย่า แล้วพี่ก็หวังว่าคุณย่าคงจะอยู่กับพวกเราอีกนานจนเรื่องแต่งหรือไม่แต่งเป็นเรื่องไม่จำเป็นเลยน้องชายพยักหน้าหงึกๆในสิ่งที่หริชาพูดก่อนจะลุกขึ้นเหมือนจะนึกขึ้นได้

เออเกือบลืมไป พรุ่งนี้เฮียพจน์จะเข้ามาจับปลาครั้งที่สองแล้วนะพี่ผมว่าพี่ไปคุยกับเฮียพจน์หน่อยเถอะเมื่อวานจับไปยังไม่ส่งเช็คมาให้เราเลย คราวที่แล้วก็ยัง คราวก่อนโน้นก็เด้งไม่ใช่เหรอกี่ใบแล้วล่ะนี่

ได้ พี่ก็ตั้งใจอย่างนั้นเสียงรับปากหนักๆของพี่ชายทำให้คนเป็นน้องโล่งใจแต่ก็อดบ่นไม่ได้ตามวิสัยคนปากเบา

 “พี่ได้ข่าวหรือเปล่าว่าทำไมเขาถึงให้เช็คเราช้าขนาดนี้จนจะจับรอบใหม่ไปหลายรอบแล้ว ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไร หรือจะเป็นเพราะปลาล้นตลาด

ไม่ใช่หรอก  ไว้พี่จะคุยกับเขาเองพรุ่งนี้ เขาจะเข้ามาเมื่อไหร่ล่ะ

น่าจะเช้าเลยมั้ง ถ้าพรุ่งนี้พี่เข้มไปคุมเอง ผมขอเข้าเมืองหน่อยนะ

จีบสาวอีกล่ะสินายโจ้ คราวนี้คนไหนล่ะคนเป็นพี่หัวเราะลั่นเพราะรู้ทันน้อง

เฮ้ย  พี่ ผมไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อยน้องชายบ่นอุบอิบก่อนจะเดินผิวปากหวือเดินออกจากห้องไปปล่อยให้หริชาหัวเราะหึหึๆตามไป เมื่อน้องชายเดินพ้นประตูหน้าที่ยิ้มกว้างก็กลายกลับเป็นขมวดนิ่ว

เห็นทีต้องเล่นไม้แข็งกับนายพจน์สักทีจิตใจที่เคยนิ่งสงบกลายกลับเป็นเครียดขึงเมื่อนึกถึงสาเหตุที่นายพจน์เบี้ยวหนี้...การพนันไม่เคยให้คุณกับใครแม้แต่คนที่ขยันขันแข็งการงานเมื่อถูกผีพนันเข้าสิง เงินที่เคยจับจ่ายคล่องมือก็ติดขัด นอกจากนี้แล้วการพนันยังทำให้คนบางคนเปลี่ยนไป  เปลี่ยนไปจนน่าเสียดาย แล้วยังทำร้ายหัวใจทำลายชีวิตคนรอบข้างได้เป็นทอดๆอย่างเลือดเย็น

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

อิอิ คราวนี้เป็นเรื่องของพระเอกบ้างนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #10 karaokeGirl (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2556 / 02:16
    พระเอกคือนายหัวใช่ไหมเนี่ย
    #10
    0
  2. #9 พัสสมน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2556 / 09:18
    เมื่อไรจะเจอกันซะทีหว้า

    #9
    0
  3. #8 sebra (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2556 / 22:39
    อยากให้เจอกันไวไวจัง พระเอกกับนางเอก ^^
    #8
    0