คัดลอกลิงก์เเล้ว

[FIC MONSTA X][โฮกี้แฟมิลี่]

“ ฮั่นแน่ ป๊ากับมี๊จู๋จี๋กันอีกแล้ว คิกคิก ” “ เดี๋ยวเถอะ เจ้าตัวแสบ รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวนี้เลยครับ ” โฮซอกว่า เด็กตัวน้อยทั้งสองวิ่งหนีเข้ากลับไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

ยอดวิวรวม

773

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


773

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


29
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  22 ก.พ. 60 / 19:09 น.
นิยาย [FIC MONSTA X][Ρ] [FIC MONSTA X][โฮกี้แฟมิลี่] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 ก.พ. 60 / 19:09


               เสียงระฆังดังขึ้นเป็นจังหวะภายในโบสถ์คริสต์สีขาวงดงามในสถาปัตยกรรมแบบเรเนอซองส์สุดตระการตา  ชินโฮซอกในชุดสูททักซิโด้สีขาวสะอาดตายืนรอรับคนรักด้วยความตื่นเต้น  ลีมินฮยอกในชุดสูทผูกหูกระต่ายสีเดียวกับชายหนุ่มคนรักเดินเข้ามาท่ามกลางเพื่อนฝูงคนรู้จักที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในงานแต่งของพวกเขาทั้งคู่  ใบหน้าหวานส่งยิ้มสวยให้กับผู้ที่ขึ้นชื่อว่าสามีในอนาคตของตน  ชินโฮซอกนั้นแย้มยิ้มกว้างส่งกลับไปให้เช่นกัน เขาเดินลงมาตามขั้นบันไดยื่นมือออกไปรับร่างบางที่ดูน่ารักมากกว่าครั้งไหนๆที่เขาได้พบ  ทั้งคู่พากันเดินขึ้นมายังแท่นพิธีต่อหน้าบาทหลวง



                ชินโฮซอก  และ  ลีมินฮยอก  ท่านทั้งสองมาที่นี่โดยไม่ได้ถูกบังคับ  แต่มาโดยสมัครใจอย่างแท้จริงเพื่อเจ้าสู่พิธีสมรสใช่หรือไม่



                “ ครับ / ครับ



                “ เมื่อเข้าสู่พิธีสมรสเช่นนี้แล้ว  ท่านทั้งสองพร้อมที่จะรักและให้เกียรติแก่กันจนตลอดชีวิตหรือไม่



                “ ครับ / ครับ



                บาทหลวงเงยหน้าขึ้นมาจากพระคัมภีร์ในมือแล้วมองไปยังชายหนุ่มทั้งคู่ผู้มีรักบริสุทธิ์

                โดยที่ท่านทั้งสองมีเจตจำนงที่จะสมรสกัน  ขอให้ท่านจับมือของกันและกันเพื่อแสดงความสมัครใจต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้าและพระศาสนจักรของพระองค์   มือใหญ่ของวอนโฮเอื้อมไปจับมือที่บางกว่าของคนข้างกาย



                ข้าพเจ้า  ชินโฮซอก ขอรับลีมินฮยอกเป็นภรรยาและขอสัญญาว่า  จะถือซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามทุกข์  ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบาย  เพื่อรักและให้เกียรติคุณจนกว่าชีวิตจะหาไม่



                “ข้าพเจ้า  ลีมินฮยอก ขอรับชินโฮซอกเป็นสามีและขอสัญญาว่า  จะถือซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามทุกข์  ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบาย  เพื่อรักและให้เกียรติคุณจนกว่าชีวิตจะหาไม่



                บาทหลวงมองแหวนทองคำขาวราคาแพงที่ออกแบบเรียบงายแต่ประณีตทุกขั้นตอนแล้วจึงกล่าวขั้นตอนต่อไป



                “ ขอพระเจ้าเสกแหวนสองวงนี้  ซึ่งท่านทั้งสองจะสวมให้แก่กันและกัน  เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงความรักและความซื่อสัตย์



                “ อาเมน / อาเมน



                วอนโฮหยิบหวนทองคำขาววงเล็กขึ้นมาบรรจงใส่ให้บนนิ้วนางข้างซ้ายของคนร่างบาง



                “ มินมุง  เป็นของพี่วอนโฮแล้วนะครับ ลีมินฮยอกได้ยินคำกล่าวแผ่วเบาของอีกฝ่าย  ใบหน้าขาวซับสีเลือดขึ้นมาอย่างเขินอายแล้วหันไปหยิบแหวนทองคำขาวอีกวงขึ้นมาสวมให้ชายหนุ่มตรงหน้า



                เสียงหวานจากคนตัวเล็กเอ่ยขึ้นอย่างเหนียมอาย พี่วอนโฮก็เป็นของผมแล้วเหมือนกัน



                “ คนทั้งสองได้เป็นสามีภรรยากันตามศาสนพิธีแล้ว ”  บาทหลวงเปล่งเสียงประกาศดังก้องไปทั่วทั้งโบสถ์ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของเหล่าเพื่อนฝูงทั้งในและนอกวงการ  ดวงตาของคนทั้งสองที่พึ่งได้ชื่อว่าสามีภรรยาต่างมากันและกันด้วยความรักที่เต็มในหัวใจ


.


.


.


.


4ปีต่อมา


                    ลีมินฮยอกเดินเข้ามาในห้องนอน  เขาเดินตรงไปยังเตียงนอนขนาดคิงไซต์สองเตียงที่ตั้งขนาบกัน โน้มตัวลงไปปลุกลูกชายคนโต ชินโฮชิกขยี้ตามองมามี๊ของตนแล้วยกผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าคล้ายจะหลับต่อ ลีมินฮยอกดึงผ้าห้มผืนเล็กออกก้มลงจูบหน้าผากกลมมน

"ตื่นได้แล้วนะครับคนเก่ง วันนี้มี๊ทำของโปรดของหนูเต็มไปหมดเลยนะ"

 ชินโฮชิกยันตัวลุกขึ้นราวกับติดสปริงเขาปีนลงจากเตียงสูงเข้าห้องน้ำไปอย่างว่าง่าย

มินฮเยอ่า สายแล้วนะคะ ลุกเร็วๆ พี่เค้าลุกไปแล้วนะลีมินฮยอกพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกับลูกสาวคนเล็ก หรือ ชินมินฮเย


          

               ชินมินฮเยยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความงัวเงีย ลีมินฮยอกจับมือเล็กที่ปิดหน้าออก แล้วก้มลงใช้ปลายจมูกของตนแนบกับจมูกจุ๋มจิ๋มของเด็กหญิงอย่างหมั่นเขี้ยว

    ลีมินฮยอกอุ้มลูกสาวตัวน้อยเข้าห้องน้ำจัดแจงบีบยาสีฟันให้เด็กทั้งคู่แล้วออกมาปลุกคนตัวโตที่ไม่ยอมตื่นเสียที




   “ พี่วอนโฮ  ตื่นได้แล้วครับเดี๋ยวไปส่งลูกแล้วไปทำงานไม่ทันนะครับ ”  ร่างสูงยังคงหลับตาแน่น ชินโฮซอกครางในลำคอเสียงแหบพร่าจนอดขนลุกเกรียวไม่ได้ วงแขนแกร่งตวัดรวบเอวบางเข้ามาหาอย่างง่ายดาย   


   “ อ่ะ!! พี่วอนโฮ  ทำอะไรครับ  เดี๋ยวเด็กๆมาเห็น  ปล่อยน้า  ชินโฮซอกยิ้มกรุ่มกริ่มฉวยโอกาสจุมพิตแก้มเนียนในระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังดิ้นในอ้อมแขน    


"กูดมอร์นิ่งครับที่รัก" ชินโฮซอกว่า พลางมือไม้เริ่มอยู่ไม่สุข

"หยุดเลยนะครับ ไปช่วยลูกอาบน้ำเลย" มือเรียวหยิกแก้มอีกคนด้วยความหมั่นเขี้ยว

 ชินโฮซอกหรี่ตาขึ้นมอง ฟันขาวงับริมฝีปากบางอย่างยั่วยวน  คนตัวโตแทะเล็มคนรักราวกับกำลังลิ้มลองอาหารเช้ารสโอชะ


   ลีมินฮยอกงับริมฝีปากอีกคนกลับอย่างไม่ยอมแพ้  มือเล็กตีอกขาวโอโม่ที่ไร้เสื้อผ้าใดปกปิด โฮชิกและมินฮเยโผล่หน้าเล็กของพวกตนออกมาล้อเลียนพ่อกับแม่



   “ ฮั่นแน่  ป๊ากับมี๊จู๋จี๋กันอีกแล้ว  คิกคิก



   “ เดี๋ยวเถอะ เจ้าตัวแสบ  รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวนี้เลยครับ ” โฮซอกว่า 

    เด็กตัวน้อยทั้งสองวิ่งหนีเข้ากลับไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว



   “ ลุกเดี๋ยวนี้เลยครับ ” ลีมินฮยอกผละจากอ้อมอกอุ่นทว่าคนตัวโตกว่ากลับอิดออดคล้ายไม่อยากปล่อยแม้แต่น้อย ลีมินฮยอกตีมือหนาแล้วลุกจากที่นอนออกไปทำอาหารเช้าให้เด็กๆ



   เด็กๆจัดการแต่งตัวเองได้อย่างน่าเหลือเชื่อ หัวกลมๆของเด็กทั้งสองวิ่งมาชะเง้อมองอาหารเช้าบนโต๊ะด้วยสายตาลุกวาว  ลีมินฮยอกจัดเตรียมอุปกรณ์ยัดใส่มือให้ลูกๆแต่เด็กทั้งสองนั้นกลับเคี้ยวบ้างอมบ้างอย่างน่าทุกข์ใจ



                 “ โฮชิกเคี้ยวเร็วๆเข้าครับ



              “ มินฮเยคะอย่ามัวแต่ดูการ์ตูนสิคะ  ตักข้าวเข้าปากด้วย



   “ อ้าม  คนเก่ง  เคี้ยวๆๆๆๆ  ดีมากครับ ” ชินโฮซอกแต่งตัวเสร็จแล้วเดินออกมาช่วยภรรยาป้อนข้าวลูกๆที่มัวแต่ดูการ์ตูนไม่วางตา

.


.


.


.


.

ณ โรงเรียนอนุบาลหมีชยอ





      โฮชิกอ่า ตั้งใจเรียนแล้วดูแลน้องด้วยเข้าใจไหมครับ ” ลีมินฮยอกพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกับลูกชายคนโต หรือ ชินโฮชิกที่กำลังงอแง



    “ มี๊อ่าา  หนูไม่อยากไปโรงเรียน” น้ำเสียงออดอ้อนของลูกชายวัยห้าขวบส่งใบหน้าเว้าวอนกอดเกี่ยวต้นขาผู้เป็นแม่ 



                “ ไม่ได้ครับ  โฮชิกคนเก่ง  ถ้าหนูไม่ไปโรงเรียน  มี๊จะไม่พาไปสวนสนุกตอนสุดสัปดาห์นี้นะครับ เด็กชายตัวน้อยได้ยินคำว่าสวนสนุกก็หยุดร้องไห้งอแงทันที555  ทั้งยังตัวตรงตะเบ๊ะอย่างนายทหารที่เคยเห็นในโทรทัศน์บ่อยๆเตรียมเดินเข้าโรงเรียนอนุบาลหมีชยออย่างว่าง่าย  


               ลีมินฮยอกจัดการกับลูกคนโตได้อยู่หมัดแล้วจึงหันไปหาลูกคนเล็ก หรือ  ชินมินฮเย ที่พยายามดันผู้เป็นพ่อให้ปล่อยตัวเธออย่างเอาเป็นเอาตาย



                ลีมินฮยอกอดอกส่ายหัวอย่างเอือมระอากับนิสัยของคนรักไม่ได้ พี่วอนโฮปล่อยมินฮเยไปเรียนเถอะครับ



                “ ไม่เอา  มินฮเยอ่า  อยู่กับคูมพ่อเถอะ  อย่าไปเลย T^T”  ชินโฮซอกร้องไห้ขี้มูกโป่งแข่งกับเด็กอนุบาลคนอื่นที่ไม่ยอมเดินเข้าโรงเรียน



                ป๊า  ปล่อยมินฮเยนะคะ  มินฮเยจะไปเรียน  ปล่อยยยยยยย มือน้อยของลูกสาวคนเล็กพยายามแกะมือปลาหมึกของผู้เป็นพ่ออย่างยากลำบาก



                ไม่เอา  ป๊าไม่อยากให้มินฮเยไป  ฮืออออออ ”  ลีมินฮยอกยกมือขึ้นกุมขมับกับภาพตรงหน้าที่มักจะเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำทุกเช้า เวลามาส่งเด็กไปเรียน



                 มี๊~  เอาป๊ากลับบ้านไปที  มินฮเยจะไปโรงเรียนTT



                ลีมินฮยอกมองซ้ายมองขวารู้สึกอายสายตาของผู้ปกครองคนอื่นที่มาส่งลูกนั้นมักจะเหตุการณ์เช่นนี้อยู่บ่อยๆ  เขาสะกิดคนตัวโตกว่าให้หันมาหาตน  รอยยิ้มปลากระเบนไม้ตายถูกขุดขึ้นมาใช้ไม่รู้วันละกี่ครั้งแต่ก็ยังได้ผลทุกทีไป

                    

          ชินโฮซอกชะงักมองร้อยยิ้มนั้นของคนรักคลายมือออกจากตัวลูกสาว  ชินมินฮเยได้ทีรีบแกะมือใหญ่ของผู้เป็นพ่อแล้วจูงมือชินโฮชิกพี่ชายวิ่งเข้าโรงเรียนอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจคนทั้งคู่อีก



                ชินโฮซอกหันกลับไปมองความว่างเปล่าในวงแขนตัวเองอีกครั้งก็รู้ว่าตัวเองหลงกลคนตัวเล็กเข้าอีกแล้ว  นึกอยากวิ่งตามลูกทั้งสองคนเข้าไปแต่ถูกอีกคนรั้งไว้อย่างหนาแน่น



                พี่วอนโฮลูกไปเรียนนะครับ  เดี๋ยวตอนเย็นก็ได้เจอกันแล้ว



                “ แต่พี่คิดถึงนี่น่า ชินโฮซอกเบะปากอีกครั้งคล้ายจะร้องไห้  ลีมินฮยอกกรอกตาไปมาไม่รู้ว่าเขาเลือกแต่งงานด้วยถูกคนหรือไม่  คิดว่าแต่งแล้วได้สามีแต่ทำไมเหมือนได้ลูกเพิ่มขึ้นมาอีกคนไปซะได้



                ไปได้แล้วครับ  วันนี้มีตารางงานมีเยอะ ลีมินฮยอกดันหลังคนตัวโตขึ้นลงตู้คันใหญ่ไปอย่างทุลักทุเล



.


.


.


.



                สุดสัปดาห์



                มินมุงพี่แต่งตัวอย่างงี้เป็นอย่างไงบ้าง ”  ลีมินฮยอกมองสามีที่เดินออกมาจากห้องแต่งตัวด้วยกางเกงยีนส์สกินนี่โหลดต่ำจนน่าหวาดเสียว  ทั้งยังถอดเสื้อโชว์ซิกแพ็กขาวๆโพสท่าราวกับนายแบบบนรันเวย์  เขาลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก 



                สามีครับ เซ็กซี่เกินไปแล้ว=////=



                ลีมินฮยอกเซหลบสายตายั่วยวนนั้นกลับมาแต่งตัวให้ลูกทั้งสองอย่างเก้อเขิน  ชินโฮซอกเดินเข้ามาซ้อนหลังกระซิบแผ่วเบาข่างใบหูขาว 


                เขินอะไรครับ  ลูกสองแล้วยังเขินอยู่อีกเหรอ ”  ว่าแล้วก็พลางบีบก้นคนรักไปหนึ่งที


               "อ่ะ!!" กำปั้นเล็กทุบเข้าต้นแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของคนตัวโตดังพลั่ก


                บ้า  ไปใส่เสื้อให้เรียบร้อยแล้วไปเตรียมรถครับ จะได้พาลูกไปสวนสนุก ชินโฮซอกถูกคนตัวเล็กดันหลังให้ตนกลับเข้าไปในห้องแต่งตัวอีกครั้งเขาหันหน้ากลับมามองใบหน้าคนรักที่ก้มงุดจนมองไม่เห็นว่าแสดงสีหน้าอย่างไร  แต่ใบหูขาวที่โผล่พ้นไรผมนั้นแดงจัดจนเขาอดหัวเราะไม่ได้



                มินจ๋าคิดทะลึ่งอะไรอยู่ครับ



                “ พี่ต๊อกบ้า  รีบไปเลย  



                “ มินฮเย  โฮชิก มี๊เขาเขินปะป๊าแหละ ”  เจ้าตัวเล็กทั้งสองหัวเราะคิกคักกับคำหยอกล้อของพ่อแม่อย่างอารมณ์ดี



                ภายในรถครอบครัวเจ็ดที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุดที่ออกมาเพื่อครอบครัว  ชินโฮซอกรับหน้าที่เป็นผู้ขับเพื่อความปลอดภัยของทุกคนจนมาถึงสวนสนุก



                เด็กๆ  ถึงแล้วครับ ”  มินฮเยและโฮชิกกระโดดโลดเต้นดีอกดีใจ  ชินโฮซอกจูงลูกชายคนโต ส่วนลีมินฮยอกจูงลูกสาวคนเล็ก  พาเด็กทั้งสองขึ้นเล่นนั้นลงเครื่องนี้อยู่ครึ่งวันแต่ลูกชายทั้งสองกลับยังร่าเริงสดใสไม่มีท่าทีว่าจะเหนื่อยแต่อย่างใด



                 มี๊ขา  หนูอยากเล่นม้าหมุน *-*”  ชินมินฮเยกระตุกแขนเสื้อผู้เป็นแม่แล้วชี้ไปยังเครื่องเล่นม้าหมุนสีสายรุ้ง


               ลีมินฮยอกพยักหน้าแล้วพาลูกสาวคนเล็กไปเล่นเครื่อง



                มินครับ  เดี๋ยวพี่ไปซื้อน้ำให้นะชินโฮซอกปลีกตัวไปซื้อน้ำดื่มจากร้านค้า



                มิ๊ครับ  โฮชิกอยากกินไอติม ”  ชินโฮชิก  ชี้ไปยังรถขายไอศกรีมที่อยู่ใกล้ๆ  ลีมินฮยอกอุ้มชินมินฮเยขึ้นนั่งบนรูปปั้นม้าตัวหนึ่งแล้วหันกลับมองลูกชายอีกคนอย่างหนักใจ



                เดี๋ยวรอน้องมินฮเยเล่นเสร็จก่อนได้ไหมครับ ชินโฮชิกหน้ามุ้ย  วิ่งลงจากเครื่องเล่นไปยังรถไอศกรีมด้วยความเอาแต่ใจ  ลีมินฮยอกไม่รู้จะทำอย่างไรจึงกำชับให้ลูกสาวเกาะเครื่องเล่นให้แน่นแล้ววิ่งตามลูกชายอีกคนไปด้วยกลัวว่าจะพลัดหลงกัน



                “ โฮชิกครับ  ทีหลังอย่างวิ่งมาอย่างนี้นะ ลีมินฮยอกวิ่งตามมาตะคลุบตัวจอมเกเรได้อย่างทันควัน  เขาส่ายหัวไปมาแล้วเอ่ยตักเตือนชินโฮชิกถึงผลที่จะตามมา



                ตุบ!! 



                “ มินฮเย!!!! ”  ชินโฮซอกนั้นกลับมาเห็นลูกสาวตกจากเครื่องเล่น  เขาโยนทุกอย่างทิ้งแล้งวิ่งขึ้นไปบนเครื่องเลยโดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามปรามจากพนักงานที่กำลังหยุดเครื่องเล่น


.


.


.


.

                รถพยาบาลวิ่งเข้ามาจอดน้าประตูโรงพยาบาลเอกชนอย่างรวดเร็ว

                มินฮเยอย่าเป็นอะไรนะลูก ชินโฮซอกวิ่งตามรถเปลที่เข็นลูกสาวคนเล็กกำลังนอนสลบไสลไม่ได้สติตรงเข้าห้องฉุกเฉิน  ลีมินฮยอกอุ้มชินโฮชิกวิ่งตามมาไม่ห่าง



                เข้าไม่ได้ค่ะ  ญาติรอด้านนอกนะคะ นางพยาบาลห้ามปรามคนทั้งสามให้รออยู่เพียงหน้าห้องฉุกเฉิน  ชินโฮซอกนั่งลงบนเก้าอี้อย่างร้อนรน



                “ พี่วอนโฮ  มินฮเยจะต้องไม่เป็นอะไรครับ



                “ แล้วถ้าลูกเป็นอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไง  มินฮยอก!! ”  ดวงตาแดงกร่ำของคนตัวโตจ้องมองใบหน้าหวาดอย่างโกรธกรุ่น



                พี่วอนโฮ.. 



                “ ทำไม่นายไม่ดูลูก  ทำไมปล่อยให้ลูกขึ้นไปเล่นคนเดียว !!ชินโฮซอกตะคอกเสียงดังอย่างควบคุมไม่ได้



                “ ผมก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นอย่างนี้เหมือนกัน !!ลีมินฮยอกนั้นตอบกลับไปเสียงดังเช่นเดียวกัน



                แล้วนายมัวแต่ทำอะไร  ทำไมไม่ไปอยู่กับลูก



                “ ผมจับโฮชิกอยู่  ผม.. ” 



                “ แงงงงง  ป๊าอย่าดุมิ๊  โฮชิกเป็นเด็กไม่ดีเอง ” เด็กชายเริ่มร้องไห้โฮ



                “ ชู่วๆ  ไม่เอาครับโฮชิก  ไม่ร้องนะ  ความผิดมิ๊เอง  หนูไม่ผิด ลีมินฮยอกเขย่าลูกชายในอ้อมแขนให้หยุดร้องไห้ "อย่ามาทะเลาะกันต่อหน้าลูก ค่อยคุยกันนะครับ" พลางอุ้มเด็กชายเดินหนี



                ถ้านายเป็นแม่แบบนี้  อย่าเป็นมันเลยดีกว่า!! ” โฮซอกว่าไล่ตามหลัง



                “ พี่วอนโฮ... หยาดน้ำตาใสไหลรินลงมาตามใบหน้าเนียนของคนตัวเล็ก 



                เขาผิดคนเดียวหรือ  เขาดูลูกทั้งสองคนพร้อมกันไม่ได้เขาผิดมากหรือ  จะให้เขาบอกว่าเพราะโฮชิกวิ่งหนีเขาเลยต้องทิ้งให้มินฮเยอยู่คนเดียวหรือ  เขาไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นอย่างนี้



30 นาทีผ่านไป...

                เอ่อ... พวกคุณเป็นญาติของเด็กหญิงชินมินฮเยหรือเปล่าครับ ”  ชินวอนโฮพุ่งตัวเข้าหาหมอวัยกลางคนอย่างรวดเร็ว



                ผมเป็นพ่อครับ  ลูกผมเป็นอย่างไงบ้าง



                “ น้องไม่ได้เป็นอะไรมากนะครับ  หัวกระแทกพื้นจึงสลบไปดีที่ไม่รุนแรง  เอกซเรย์แล้วไม่มีอันตรายอะไร  วางใจได้ครับ



                “ ขอบคุณครับหมอ



                “ อีกสักครู่จะให้ย้ายไปห้องพิเศษนะครับ



                ภายในห้องพิเศษvipกว้างใหญ่  บรรยากาศของคนทั้งสองกลับอึมครึมจนน่าอึดอัด  ดวงตาบวมช้ำผ่านการร้องไห้มาของคนตัวเล็กนั้นนั่งเงียบอุ้มชินโฮชิกที่ร้องไห้จ้าจนเหนื่อยอ่อนหลับคาอกของเขาไปแล้ว



                เด็กหญิงอีกคนที่ได้รับบาดเจ็บนั้นกระพริบตาตื่นขึ้นช้าๆ ป๊า  มี๊ ชินโฮซอกลุกขึ้นจากโซฟาตัวใหญ่เดินเข้ามายืนข้างเตียงของลูกสาวคนเล็ก



                คนเก่ง  เจ็บตรงไหนไหมลูก ”  ชินโฮซอกแตะแก้มลูกสาวเบาๆ ชินมินฮเยเปรียบเหมือนดวงใจของเค้าอีกดวง



                “ ไม่ค่ะชินมินฮเย มองไปหามินฮยอกแม่ของเค้าที่อยู่ข้างๆเตียงเช่นกัน พร้อมชูแขนทั้งสองข้างให้ลีมินฮยอกหวังให้เขาสวมกอด



                ร่างบางอุ้มชินโฮชิกอย่างทุลักทุเลเพราะผ่านการร้องไห้อย่างหนักจึงทำให้ไม่มีแรง ชินโฮซอกจึงเอื้อมคว้าเด็กน้อยไปอุ้มแทน  ดวงตาใสซื่อมองผู้เป็นแม่ด้วยความแปลกใจ



                 มี๊ร้องไห้ทำไมคะ.__.”  เด็กน้อยจ้องคนเป็นแม่ด้วยแววตาใสซื่อ

                    


                    ลีมินฮยอกยิ้มให้ลูกสาวพลางส่ายหัวไปมา


                ไม่มีใครทำอะไรมี๊ค่ะ  มี๊เป็นห่วงมินฮเยก็เลยร้องไห้  มี๊ขอโทษนะคะที่ดูแลหนูไม่ดี



                “ โอ๋  โอ๋  มินฮเยสบายดี มี๊ไม่ร้องนะคะ  หนูตกลงมาเองมี๊วิ่งไปจับพี่โฮชิกเพราะพี่โฮชิกวิ่งไปร้านไอติมหนิคะ มือน้อยๆของลูกสาวยกขึ้นลูบผมอย่างที่ลีมินฮยอกมักทำกับตนเองเวลาปลอบขวัญ



                ครับ  มินฮเยนอนพักอีกหน่อยนะ  จะได้หายเร็วๆ เด็กหญิงตัวน้อยพยักหน้าแล้วพริ้มตาหลับลงอีกครั้ง  ชินโฮซอกเมื่อเห็นว่าลูกสาวปลอดภัยดีทั้งยังได้ฟังจากปากของเด็กไร้เดียงสาอารมณ์ที่เคยคุกรุ่นจึงเย็นลงมาก  สติที่เคยขาดผึงนั้นกลับมาอย่างรวดเร็ว



                มินมุง  พี่ขอโทษ.. น้ำเสียงแผ่วเบาจากคนตัวใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิด  ลีมินฮยอกนั้นนิ่งเงียบไม่ได้ตอบกลับไป



                พี่ขอโทษที่ไม่ฟังความจริงจากปากเราก่อน  ขอโทษที่ไม่ใจร้อนไม่มีเหตุผล ชินโฮซอกอุ้มชินมินฮเยไว้ด้วยมือข้างเดียวส่วนอีกข้างหนึ่งเอื้อมไปจับมือของคนตัวเล็กไว้แน่น



                “ พี่เองก็ผิด  โทษเราคนเดียวก็ไม่ได้พี่ขอโทษ จะไม่มีครั้งต่อไปอีกแล้วที่เป็นแบบนี้  พี่จะมีสติให้มาก  ถามทุกอย่างจากปากเราก่อน ”  ลีมินฮยอกนั้นน้ำตาที่แห้งเหือดไปแล้วกลับมาคลอรอบดวงตาเรียวอีกครั้ง  มือเล็กทุบต้นแขนของสามีเป็นการระบายความน้อยใจ



                ไอ้พี่บ้า ชินโฮซอกโอบภรรยาเข้ามาก่อนด้วยแขนข้างเดียว



                เขาได้รู้แล้วว่าครอบครัวสำคัญกับตนเพียงใด  และต้องใช้ความใจเย็น  ความมีสติและความเยือกเย็นให้มากในการใช้ชีวิตคู่


               มินฮยอกก็เข้าใจว่าคนพี่เป็นห่วงลูกมาก จิตใจของพี่วอนโฮอ่อนไหวมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แล้วรู้ด้วยว่าเค้าเป็นคนโมโหร้าย แต่เค้าไม่เคยคิดที่จะทำร้ายตัวเองหรือลูก เว้นแต่พูดจาไม่คิดไปบ้าง เค้าให้อภัยได้เสมอเพราะตอนนี้เค้าก็ไม่ได้อยู่แค่ตัวคนเดียวแล้ว


                ต่อไปนี้เรามาช่วยกันดูแลลูกของเรานะครับมินมุง



                “ ผมก็จะดูแลลูกให้ดีกว่านี้ครับ



                รอยยิ้มน้อยประดับอยู่บนใบหน้าของลูกชายคนโต  ชินโฮชิกตื่นได้สักพักแล้วหลังจากที่ร้องไห้แล้วผลอยหลับไปก่อนหน้านี้ แต่แกล้งหลับต่อไปไม่อยากทำลายบรรยากาศของพ่อและแม่



                หนูรักป๊ากับมี๊  โฮชิกจะไม่ดื้ออีกแล้วครับ           

.


.


.


.



แงงงงงงงงง  ปะป๊า  น้องมินฮเยตีโฮชิก ลูกชายคนโตส่งเสียงร้องดังจ้าไปทั่วห้อง  ชินโฮซอกและลีมินฮยอกวิ่งออกมาจากห้องครัวด้วยความรวดเร็ว



เกิดอะไรขึ้นครับ ชินโฮซอกวิ่งเข้าไปหาลูกชาย  



น้องมินฮเยตีโฮชิกฮะปะป๊า ” เด็กชายฟ้อง



พี่โฮชิกดึงผมหนูก่อน  มี๊ขา  พี่โฮชิกแกล้งมินฮเยก่อน ” เด็กหญิงวิ่งไปซุกอกคนแม่ฟ้องบ้าง 


สองสามีภรรยามองหน้ากันอย่างอ่อนใจ   ลีมินฮยอกลูบเรือนผมบบนกระหม่อมกลมของลูกสาวแล้วหันไปไปลูบหลังให้ลูกชายคนโตอย่างเท่าเทียม 


เป็นพี่น้องกัน  ไม่ทะเลาะกันนะครับ  โฮชิกเป็นพี่ชายต้องปกป้องน้องไม่แกล้งน้องเข้าใจไหมครับ  มินฮเยเป็นน้องต้องเชื่อฟังพี่นะคะ



ชินโฮซอกยิ้มให้ลูกชายและลูกสาว  เขาจะมือเล็กของเด็กทั้งสองมาประสานจับเข้าด้วยกัน 

เป็นพี่น้องต้องรักกัน  รู้จักให้อภัยกันเข้าใจไหมครับ  ไหน  ขอโทษกันก่อนเร็ว



ชินโฮชิกและชินมินฮเยปาดน้ำตาทิ้งแล้วลุกขึ้นมาจับมืออย่างว่าง่ายตามที่ผู้เป็นพ่อบอก



พี่โฮชิกขอโทษครับ ” เด็กชายว่า



มินฮเยก็ขอโทษค่ะ ”  ชินโฮซอกและลีมินฮยอกมองส่งยิ้มให้กัน  มือของคนทั้งคู่จับประสานกันอย่างอบอุ่น 



พี่รักมินมุงนะครับ ” คนตัวโตกว่ากระซิบข้างหูคนรักของตัวเองเบาๆ


รู้แล้วน่าาา -//////- ”  (ที่บอกแบบนั้นเพราะมันคือโค้ดลับบางอย่างต่างหาก คิกๆ)





จบแล้วค่ะะะ ฮืออออ เรื่องสั้นเรื่องแรกเลย

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ

ผิดพลาดประการใด คอมเม้นบอกกันได้นะคะ


สำหรับชาวเรือชิปเปอร์ในทวิตเตอร์

ร่วมติชมกันได้ที่  #โฮกี้แฟมิลี่  ได้เลยยย

   

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ เจี่ยเจีย วิรา นิจจารีย์ จากทั้งหมด 10 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 sharpVy (@sharpVy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:08
    น่ารักกกกกก สดใสดีค่ะ ลองแต่งฟิคยาวสักเรื่องนะคะ55555 หวีดโฮกี้มากๆ ครอบครัวน่ารักมากๆ
    #3
    0
  2. #2 Ch;Jamilie (@aomcht) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:48
    ชอบมากกกกกกกกกกก ก อินฟินีตี้เลย T_T
    ทำไมอบอุ่นได้ขนาดนี้คะโฮกี้แฟมิลี่ ฮูย รักใสๆหัวใจ4ดวงมั่ก
    ขอแฟมิลี่แบบนี้ไปเรื่อยๆได้มั้ยคะฮือ5555555555
    #2
    0
  3. #1 ginaaa (@eLementPY) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:12
    พออ่านถึงตอนอิพี่ต๊อกตะคอกใส่มิน นี่โกรธมาก เชอะะะะะะะะะะะะะะ
    #1
    0