[Fic BTS] SF/OS Love Diary [#kookjin/Other]

ตอนที่ 22 : [Playlist the series] Stuck with U - Ariana Grande & Justin Bieber #Kookjin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    13 ส.ค. 63



https://www.youtube.com/watch?v=IzRyrCpusF8

แปะเพลงประกอบนะค้าบบ เเนะนำเลยนะ ฟังเลยค่ะ มันอินจริงๆนะ!





 

“เวลาจะนอนนายเคยกอดฉันเอาไว้ เวลาตื่นนายจะมอบมอร์นิ่งคิสแสนอบอุ่นไว้ให้ฉันเสมอ”

 

“ขอแค่วันเดียวก็ได้ ทำให้เหมือนแต่ก่อนทีได้มั้ย”

 

“อื้อ” ร่างบางหันหน้าหนีสิ่งรบกวนในยามเช้าพลางขมวดคิ้ว

 

“ตื่นสิครับที่รัก เช้าแล้วนะ” เสียงทุ้มแสนอ่อนโยนกระซิบข้างใบหูเล็ก แต่ร่างบางในอ้อมแขนก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นจากนิทราแต่อย่างใด

 

“ซอกจินครับตื่นเร็ว”

 

“ฮื้อ จองกุก จะนอน” ซอกจินไม่ได้ตื่นตามคำพูดที่ดังขึ้นข้างหู กลับกันใบหน้าหวานกลับซุกลงไปจนแทบจะหายเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนหนาจนร่างสูงได้แต่หัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู

 

“พี่จินครับ ผมหิวแล้วนะ หรือจะให้ผมกินพี่ก่อนข้าวเช้าหื้ม” ไม่ว่าเปล่าริมฝีปากหนาเริ่มจูบลงบนซอกคอหอมกรุ่น มือของอีกฝ่ายเริ่มซุกซนไปเรื่อยๆ จนถึงเอวบาง ซอกจินขมวดคิ้วมุ่นอย่างขัดใจแต่ก็ยอมปรือตาขึ้นมาในที่สุด

 

“จองกุก ไม่ อือ” ซอกจินส่งเสียงออกมาเมื่อมือหนาบีบเข้าที่เอวของเขา จองกุกค่อยๆ พลิกตัวขึ้นคร่อมร่างบาง มือหนาเริ่มเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ แต่ก่อนที่กางเกงนอนตัวบางจะหลุดออกไปเขาก็โดนคนใต้ร่างฟาดเอาเสียก่อน

 

“ไม่ใช่ตอนนี้น่า ไปหิวมาจากไหนเนี่ย” ซอกจินหัวเราะทั้งที่ยังตื่นไม่เต็มตา

 

“อยู่กับพี่ผมไม่เคยอดใจไหวหรอกพี่ซอกจิน” คนเด็กกว่าว่าก่อนก้มหน้าลงให้หน้าผากชิดกับคนใต้ร่าง ทั้งสองแย้มยิ้มออกมารับเช้าวันใหม่ก่อนที่ซอกจินจะเป็นฝ่ายดันตัวขึ้นมอบจูบแสนหวานในยามเช้าให้อีกฝ่าย

 

“อื้ม” ลิ้นร้อนทั้งสองเกี่ยวกระหวัดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร จองกุกสำรวจโพรงปากเล็กนั่นด้วยลิ้นร้อนของเขาไปจนทั่ว ความหวานจากอีกคนยิ่งทำให้เขารู้สึกต้องการมากขึ้นไปอีก สำหรับซอกจินไม่เคยมีคำว่าพอหรอก ยิ่งสัมผัสความต้องการยิ่งมากขึ้นจนหยุดไว้ไม่อยู่ จนเมื่อเห็นซอกจินเริ่มหมดลมเขาจึงค่อยๆ ถอนใบหน้าออกอย่างเสียดาย แต่ก็ยังไม่วายรังแกปากอิ่มนั่นไปอีกหลายครั้งจนใบหน้าหวานของคนใต้ร่างเริ่มงองุ้ม

 

“พอได้แล้ว ไหนบอกหิวไง” ซอกจินว่าในขณะที่พยายามหันหน้าหนีเจ้าเด็กเจ้าเล่ห์ที่จ้องจะจับเขากินอยู่ตลอดเวลา

 

“หิวครับ แต่อยากกินพี่มากกว่าข้าวแล้วทำไงดี” จองกุกมองเขาด้วยสายตาออดอ้อน ถ้าเป็นแต่ก่อนเขาคงแพ้อีกฝ่ายอย่างหมดรูป แต่ไม่ใช่ในตอนที่เราแต่งงานกันมา 5 ปีแล้วอย่างนี้หรอก

 

“มุกนี้ไม่ได้ผลแล้วนะไอ้เด็ก ไปอาบน้ำเลยไปพี่จะได้ทำอะไรไว้ให้กิน เอ๊ะ!” ซอกจินร้องขึ้นมาจนจองกุกต้องขมวดคิ้วตามอย่างงุนงง

 

“ครับ?

 

“นายไม่ไปทำงานเหรอ ปกติพี่ตื่นมาเจอนายที่ไหน”

 

“เหมือนพี่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าควรแปลกใจนะครับ โอ๊ย” มือบางฟาดต้นแขนหนาของสามีไปที

 

“ก็วันนี้วันครบรอบของเราไงครับ”

 

“ทำเหมือนปีก่อนๆ นายอยู่ฉลองกับพี่งั้นแหละ สำหรับนายงานมาก่อนตลอดแหละ” ปากอิ่มเริ่มเบะออกอย่างไม่ชอบใจ และจองกุกก็อดไม่ได้ที่จะโน้มใบหน้าลงไปฉวยโอกาสกับอีกฝ่ายอีกครั้งจนได้รางวัลมาเป็นรอยมือของอีกคนบนต้นแขนขวา

 

“ก็วันนั้นที่พี่เมากับนัมจุนเลขาผมไง จำได้มั้ยครับ” จองกุกเริ่มปรับท่าตอนนี้ให้สะดวกต่อการอธิบายอะไรยาวๆ มากขึ้น เขาพิงหลังไปที่พนักเตียงก่อนช้อนร่างโปร่งเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ซอกจินเงยหน้ามองอีกฝ่ายตาแป๋วอย่างต้องการคำตอบ ก็สำหรับซอกจินเมื่อไหร่ที่แอลกอฮอล์เข้าปากนั่นจะหมายถึงตัวตนที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ แถมเขายังจะจำอะไรที่ทำหรือพูดตอนเมาไม่ได้เลยด้วย ไม่เลยแม้แต่อย่างเดียว

 

 

“คุณซอกจินครับ เบาหน่อยครับ” คิมนัมจุนในชุดสูททำงานแตะที่แขนบางของสามีเจ้านายเพื่อให้อีกฝ่ายนั่งลง เพราะในตอนนี้อีกฝ่ายเริ่มเมามากแล้ว

 

“ไม่! ทำไมงานต้องมาก่อนฉันตลอดเลยอะนามจูน” เสียงที่เริ่มยานคางของอีกฝ่ายทำให้นัมจุนเริ่มเหงื่อตก

 

ห้ามไม่ให้ซอกจินเมาจนโวยวายเด็ดขาดเลยนะ แล้วนายต้องรายงานฉันตลอดเวลาถึงอาการของเขาด้วย เข้าใจมั้ยคำสั่งของจอนจองกุกเจ้านายของนัมจุนที่ให้ไว้ก่อนที่จะฝากสามีของตัวเองเอาไว้กับเขาดังขึ้นในหัวไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ

 

จองกุกนัดทานข้าวกับซอกจินแต่อีกฝ่ายกลับติดการประชุมด่วนกับพาร์ทเนอร์จากต่างประเทศ ทุกอย่างมันกะทันหันไปหมดจนนัมจุนเองก็ไม่รู้จะช่วยเจ้านายของเขายังไง และหวยเลยมาตกที่เจ้านายได้มอบหมายให้เขามานั่งกินข้าวเป็นเพื่อนคนรักของเจ้าตัว พอเขาส่งข้อความไปบอกว่าร่างโปร่งจะดื่มแอลกอฮอล์ที่บาร์แถวนี้อีกสักพักแล้วจึงค่อยกลับบ้าน เจ้านายเขาก็โทรมาออกคำสั่งเสียงเข้มทันที นัมจุนพยายามสังเกตอาการสามีของเจ้านายอยู่เรื่อยๆ และคอยส่งข้อความบอกอีกคนอยู่แทบจะตลอดเวลา และอีกฝ่ายก็มักจะตอบกลับมาว่า

 

ดูแลซอกจินให้ดี ไม่งั้นฉันเอานายตายแน่คิมนัมจุนและนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาคอยมานั่งห้ามไม่ให้ซอกจินทำอะไรแปลกๆ จนเดือดร้อนขึ้นมา เพราะจะไม่ใช่แค่ซอกจินหรอกที่เดือดร้อน นัมจุนเองก็จะคอขาดไปด้วย

 

ใครๆ ในบริษัทเขาก็รู้กันหมดว่าท่านประธานรักสามีของตัวเองมากแค่ไหน ทั้งรักทั้งหวง ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม แค่ร่างโปร่งมีรอยอะไรเพียงแค่บางๆ อีกฝ่ายก็พร้อมจะส่งสายตาพิฆาตไปยังต้นเหตุที่ทำร้ายคนรักของเขาแล้ว

 

“คุณซอกจินครับ คนเริ่มมองแล้วครับนั่งลงเถอะนะครับ” นัมจุนมองไปรอบๆ ก่อนก้มหัวขอโทษคนอื่นๆ ในบาร์ที่มองมายังโต๊ะเขาที่เริ่มเสียงดัง

 

“ไม่อาว! อย่าขัดนักสินัมจุน หึ ฉันว่าฉันนั่งกินข้าวกับนายบ่อยกว่าสามีตัวเองแล้วม้างเนี่ย” นัมจุนอยากจะหายไปจากตรงนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด เครื่องมือสื่อสารในกระเป๋ากางเกงของเขาสั่นแจ้งเตือนขึ้นมา และในเวลานี้มันจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้านายของเขา

 

อีกครึ่งชั่วโมงฉันจะไปถึงร้าน ดูแลซอกจินให้ดีข้อความตัวอักษรนิ่งๆ ถูกส่งมาให้เขา นัมจุนลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เขาอยากดูแลซอกจินให้ดีเหมือนกันแต่เพียงอีกฝ่ายค่อนข้างจะดูแลยากไปสักนิด นัมจุนทั้งยื้อยุดเเละเอ่ยห้ามซอกจินอยู่นานกว่าอีกฝ่ายจะเริ่มเหนื่อย

 

ซอกจินเริ่มนั่งลงปรับทุกข์กับเขาด้วยเสียงที่เบาลง และนั่นทำให้นัมจุนโล่งใจไปได้ไม่น้อย อีกฝ่ายพูดทุกๆ เรื่องรวมทั้งเรื่องของเจ้านายของเขาด้วยเช่นกัน

 

“นายไม่รู้สึกเหรอนามจูน” นัมจุนเริ่มปลงเสียแล้วกับชื่อที่ยานคางของเขาจนฟังดูเหมือนชื่อใครอีกคน

 

“รู้สึกอะไรเหรอครับ”

 

“ก็ไอ้เด็กบ้านั่นไง วานๆทำแต่งานอะ มันใช่เหรอ คิดดูนะ อยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ อะ ฉันเจอหมอนั่นนับครั้งได้เลย ตื่นนอนมาก็ไปแล้ว พอก่อนจะนอนช้านเคยพยายามถ่างตารอนะ แต่ก็เผลอหลับก่อนอยู่ดีอะ คิดว่าแบบนี้มันได้เหรอนามจูน” คงมีแค่คนตรงหน้านี้ล่ะมั้งที่กล้าเรียกประธานบริษัทจอนคอร์เปอร์เรชั่นที่มีอิทธิพลติดอันดับสูงๆ ในประเทศด้วยคำว่าไอ้เด็กบ้า

 

“งานท่านประธานยุ่งจริงๆ นะครับคุณซอกจิน”

 

“มานจะยุ่งไปมั้ยอะ อย่างนี้มันเหมือนฉันกับเขาห่างกันยิ่งกว่าตอนก่อนแต่งงานอีกนะ”

 

“...”

 

“เวลาจะนอนหมอนั่นเคยกอดฉันเอาไว้ เวลาตื่นเขาจะมอบมอร์นิ่งคิสแสนอบอุ่นไว้ให้ฉันเสมอ”

 

“ขอแค่วันเดียวก็ได้ ทำให้เหมือนแต่ก่อนทีได้มั้ย ฉันขอแค่วันเดียวก็ได้อะนามจูน” คิมนัมจุนนึกสงสารสามีของท่านประธานขึ้นมาจับใจ ใบหน้าหวานแดงซ่านจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ น้ำใสๆ เริ่มรินไหลจากหางตาออกมาแต่หากไม่มีเสียงสะอื้นใดๆ ไม่นานคิมซอกจินก็เมาแล้วหลับไปและเจ้านายของเขาก็เดินเข้ามาพอดี

 

จองกุกช้อนตัวสามีขึ้นด้วยความทะนุถนอมก่อนเอ่ยขอบคุณเลขาที่ยอมทำงานนอกเวลาเพื่อช่วยเขา แต่นัมจุนกลับเรียกอีกฝ่ายเอาไว้เสียก่อน

 

“ท่านประธานครับ”

 

“หื้ม?

 

“ผมว่า..เอ่อ คือ” คิมนัมจุนทำท่าอึกอักจนจองกุกต้องถามออกมา

 

“มีอะไร มัวแต่อึกอักอยู่ได้”

 

“คือสามีท่านประธาน คุณซอกจินน่ะครับ”

 

“...”

 

“ผมว่า..ท่านประธานหยุดงานสักวันดีมั้ยครับ ใช้เวลาอยู่กับเขาบ้าง เขาเสียใจนะครับที่ท่านประธานทำแต่งานไม่สนใจเขา คือๆ ผมไม่ได้อยากละล้าบละล้วงเรื่องส่วนตัวของเจ้านายหรอกนะครับ คือผมแค่..เป็นห่วงน่ะครับ” เมื่อนัมจุนพูดจบ ก็มีเพียงแค่เสียงดนตรีแจ๊สของร้านที่เปิดคลอเบาๆ ไว้ให้ได้ยินท่านั้น

 

“อื้ม ขอบคุณนะ ซอกจินคงบ่นกับคุณล่ะซิ”

 

“ก็นิดหน่อยแหละครับ”

 

“งั้นคุณช่วยทำงานหนักอีกนิดได้มั้ยนัมจุน ผมเองก็อยากได้วันหยุดอยู่กับเขาสักวันเหมือนกัน” จองกุกว่าก่อนยิ้มออกมาบางๆ

 

“ได้เลยครับ ขอแค่ท่านประธานสั่ง ผมพร้อมทำทุกอย่างให้เลยครับ” นัมจุนตอบกลับพลางยิ้มกว้าง จองกุกเอ่ยขอบคุณอีกฝ่ายอีกครั้งก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันกลับบ้านในคืนวันนั้น

 

 

“ฉันคงพูดอะไรน่าอายออกไปเยอะแน่ๆเลยวันนั้น ฮือ ฉันจะมองหน้าคุณนัมจุนติดยังไงไหวเนี่ย” ซอกจินว่าพลางก้มหน้าลงอย่างเขินอาย สังเกตได้จากใบหูเล็กที่แดงแปร๊ดออกมานั่นไง

 

“นัมจุนเขาไม่ได้ว่าอะไรพี่สักหน่อย แต่ผมโกรธพี่นะ” ซอกจินเงยหน้ามองร่างหนาที่ท่อนบนเปลือยเปล่าอย่างไม่เข้าใจ จองกุกถอนหายใจก่อนลูบกลุ่มผมสีเข้มนั้นเบาๆ อย่างอ่อนโยนแล้วพูดขึ้น

 

“น้อยใจอะไรทำไมไม่บอกผมล่ะครับ ทำไมบอกคนอื่นได้แต่บอกผมไม่ได้เหรอ” ซอกจินก้มหน้าลงก่อนพูดออกมาเสียงแผ่ว

 

“ก็พี่ไม่อยากให้นายคิดว่าพี่งี่เง่าแล้วก็ทิ้งพี่ไปอะ พี่เข้าใจว่างานนายมันหนักมาก แต่พี่ก็อยากให้นายมีเวลาให้พี่บ้างเหมือนกันนี่นา” มือหนาเชยคางมนให้เงยขึ้นมาสบตากัน แววตาของซอกจินดูสั่นไหว ซึ่งมันแสดงว่าร่างบางกำลังกังวลตามที่ว่าไว้จริงๆ

 

“ไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่จะมาแยกผมให้ห่างจากพี่ได้หรอกครับ จำเอาไว้เลยนะพี่จิน ต่อให้ฟ้าจะถล่ม โลกจะแตก หรือซอมบี้จะบุกโลกอะไรก็ตาม ผมจะไม่มีวันทิ้งพี่ไปไหนหรอกนะ ผมติดอยู่กับพี่ แค่พี่คนเดียวนะครับคนดี” จองกุกก้มลงจูบบนหน้าผากของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะผละออกมามองอีกคนที่จ้องเขาตาแป๋วอยู่ก่อนแล้ว ร่างโปร่งโผเข้ากอดสามีของตนด้วยความรัก จองกุกยิ้มกว้างออกมาก่อนจะกอดคนในอ้อมแขนเอาไว้แน่น

 

“งั้นเอางี้มั้ยครับ” ซอกจินผละออกจากอ้อมกอดของอีกคนพร้อมเงียบเพื่อรอฟัง

 

“ไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันครบรอบของเราแล้ว เราไปดูหนังเรื่องที่พี่บอกว่าอยากดูแล้วก็เดินซื้อของมาทำดินเนอร์สุดพิเศษของเราเองดีมั้ยครับ” จองกุกยิ้มกว้างพร้อมเสนอแผนวันครบรอบสุดพิเศษของเขาในวันนี้

 

“หนังที่พี่บอกอยากดูมันออกไปตั้งเกือบเดือนแล้วนะจองกุก” จองกุกทำสีหน้าหมองลงด้วยความรู้สึกเสียดาย

 

“แต่มันก็มีเรื่องอื่นที่พี่อยากดูเหมือนกัน เห็นว่าเข้าเน็ตฟลิกซ์แล้วด้วย ไว้เรานอนดูเน็ตฟลิกซ์กันแล้วค่อยไปซื้ออะไรมาทำกินกันดีมั้ย” ซอกจินเสนอทางเลือกอีกทาง ความจริงแล้วเขาไม่ใช่คอหนังอะไรขนาดนั้นหรอก แต่เขาก็แค่ไม่อยากให้ความตั้งใจของสามีคนดีของเขาต้องพังทลายลงทั้งอย่างนี้

 

“จริงเหรอครับ ได้สิครับ แต่ตอนนี้ผมเริ่มหิวจริงๆ แล้วล่ะ เราไปกินข้าวเช้ากันก่อนดีกว่าพี่จิน” ท่านประธานจอนคอร์ปฯ คนเก่งในสายตาของคนอื่นๆ เริ่มทำตัวเป็นเจ้าลูกหมาตัวโตขี้อ้อนเสียแล้ว ซอกจินหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนพยักเพยิดให้อีกคนเข้าไปอาบน้ำก่อน และเขาจะไปเตรียมมื้อเช้าให้เอง จองกุกอิดออดในตอนแรก แต่สุดท้ายก็ทนสายตากดดันของร่างโปร่งไม่ไหวจนต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้แล้วเดินข้าห้องน้ำไป

 

เช้าวันนี้เป็นเช้าวันที่ซอกจินมีความสุขที่สุด นานแล้วที่จองกุกไม่ได้รอกินอาหารเช้าด้วยกัน นานแล้วที่เขาตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบอีกคนนอนอยู่ข้างกาย แต่ในวันนี้จองกุกคนเดิมที่เขาเคยรู้จักกลับมาแล้ว อย่างที่บอกไป ซอกจินไม่อยากงี่เง่ากับอีกคนมากนักเพราะรู้ดีถึงภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่อีกฝ่ายต้องแบกรับ มันไม่ง่ายเลยที่เด็กจบใหม่อย่างจองกุกต้องมารับหน้าที่คุมบริษัทของคุณจอนพ่อของเขา จองกุกต้องทำงานให้หนัก แสดงศักยภาพให้เหล่ากรรมการบริหารทุกคนเห็น และเขาก็ทำมันได้สำเร็จ ซอกจินรู้ว่าจองกุกของเขาเป็นคนเก่ง ยังไงเสียอีกฝ่ายก็ต้องเป็นผู้นำที่ดีของจอนคอร์เปอร์เรชั่นได้แน่นอน

 

เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าหลังจากรับตำแหน่ง อีกฝ่ายคงงานยุ่งจนแทบไม่ค่อยได้คุยกัน แต่ซอกจินก็คิดว่าเขาคงทนไหว แต่เมื่อมันเริ่มนานเข้าๆ เขาก็หลอกตัวเองไม่ไหวอีกต่อไป เขาไม่รู้ว่าวันนั้นตัวเองเพ้ออะไรใส่เลขาคนเก่งของจองกุกไปบ้าง แต่มันคงมากพอที่จะทำให้อีกฝ่ายถึงขั้นเอ่ยปากกับจองกุกแบบนั้น เขานึกขอบคุณคิมนัมจุนคนนั้นอยู่ลึกๆ เพราะถ้าอีกฝ่ายปล่อยเรื่องนี้ไป ไม่พูดอะไรต่อเขาคงต้องทนความอึดอัดใจนี้ไปเรื่อยๆ แน่ๆ ซอกจินยอมรับว่าเขาไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับจองกุกด้วยตัวเอง เขากลัวอีกคนจะหาเขาว่าไม่มีเหตุผลและสุดท้ายก็อาจจะทิ้งเขาไป

 

สิ่งที่เขากลัวที่สุดคือการที่ไม่มีจองกุกอยู่ข้างกายอีกต่อไป ก่อนคบกันเขาไม่คิดว่าจะลงเอยกับอีกฝ่ายอย่างทุกวันนี้ด้วยซ้ำ เขาไม่เคยคิดว่าการขาดใครสักคนแล้วรู้สึกเหมือนจะตายมันเป็นยังไง แต่จองกุกทำให้เขารู้สึกแบบนั้น การไม่มีจองกุกมันเหมือนกับฝันร้ายที่สุดของซอกจิน เขาขาดจองกุกไม่ได้ นั่นคือความจริงในตอนนี้และคงจะเป็นตลอดไป

 

คิดเรื่องนู้นเรื่องนี้ได้ไม่นานจองกุกก็เดินลงมา ร่างสูงดูดีในชุดทุกแบบที่เขาใส่ไม่ว่าจะเป็นชุดสูททางการแบบตอนไปทำงานหรือพบปะลูกค้า หรือเวลาใส่เสื้อเชิ้ตกางเกงสแลคที่ไม่ค่อยเป็นทางการเวลาไปพบญาติพี่น้อง หรือแม้แต่ตอนที่เขาอยู่ในชุดลำลองเช่นตอนนี้

 

เสื้อแขนยาวสีเทาเข้มพอดีตัวกับกางเกงยีนส์ขาดเข่าสีซีดยิ่งช่วยขับให้ลุคของจองกุกในวันนี้เหมือนเด็กมหาวิทยาลัยอย่างไรอย่างนั้น

 

เมื่อลงมาจองกุกก็กอดเข้าที่เอวบางก่อนขโมยหอมแก้มนุ่มของคนรักจนซอกจินแทบจะเอาตะหลิวในมือฟาดเอา ร่างสูงยังตามติดอีกคนไปราวกับเงาจนซอกจินได้แต่บ่นงุบงิบ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากไล่อะไร มื้อเช้าของพวกเขาเป็นไปอย่างเรียบง่าย ขนมปังปิ้งหลายแผ่นถูกวางไว้บนจานพร้อมด้วยเบคอนกรอบ ไข่ดาว และไส้กรอก จองกุกยกแก้วกาแฟที่วางอยู่ขึ้นดื่ม เขาเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อรับรู้ได้ถึงรสชาติที่แสนคุ้นเคย ซอกจินรู้ใจเขาดีทุกอย่าง อีกฝ่ายรู้จักเขาดีจนบางทีอาจจะดีกว่าที่เขารู้จักตัวเองก็เป็นได้ เขารู้สึกได้ว่าซอกจินยิ้มและหัวเราะมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกฝ่ายพูดเรื่องนั้นทีเรื่องนี้ทีไม่หยุดอย่างตื่นเต้น

 

จองกุกสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเก่าๆ ที่หวนคืนมา เขายอมรับว่าเขาแทบไม่มีเวลาให้คนรักเลยตั้งแต่มารับตำแหน่งเป็นประธานบริษัท เขาเคยเผลอละเลยความรู้สึกของอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าซอกจินไม่ได้พูดอะไร เขาและซอกจินพูดคุยกันน้อยลงมากเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน

 

จุดเริ่มต้นความรักของพวกเขามันมาจากเรื่องเล็กน้อยอย่างการแย่งที่จอดรถกัน เขาดันเผลอขับรถไปจอดที่จอดรถที่อีกฝ่ายเล็งเอาไว้ วันนั้นจองกุกรีบมากเพราะเขากำลังจะเข้าเรียนสาย แต่ร่างโปร่งก็ไม่ยอมปล่อยให้เขาไป อีกฝ่ายทำหน้าตาบูดบึ้งจนดูน่าตลก จนเขาต้องขอโทษอีกฝ่ายอยู่นานกว่าจะแยกย้ายกัน ซอกจินดูเหมือนจะยังเคืองแต่ก็ไม่ได้ค้านอะไรต่อ คงเห็นว่าจะไม่ได้เจอกันอีก แต่โชคชะตากลับเล่นตลกให้พวกเขากลับมาเจอกันอีกในฐานะเพื่อนร่วมคลาส เซคนั้นเป็นเซคเรียนรวมและเขากับซอกจินถูกอาจารย์สุ่มจับคู่ให้ทำงานร่วมกัน ความสัมพันธ์ตอนแรกของพวกเราไม่ค่อยจะดีมากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปจองกุกก็เริ่มมองเห็นความน่ารักจากอีกฝ่ายมากขึ้น

 

ซอกจินเป็นคนร่าเริง ชอบยิงมุกแป้กใส่คนนั้นคนนี้ไปทั่ว แต่เจ้าตัวกลับหัวเราะทุกมุกที่ตัวเองเล่นในขณะที่ทุกคนเงียบกริบ เขาเห็นความใจดีและอ่อนโยนแผ่ออกมาจากตัวของซอกจิน เขาจำได้ไม่เคยลืมในวันที่ทั้งเขาและอีกคนเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเจ้าแมวสีขาวเพียงตัวเดียว วันนั้นพวกเขาตัดสินใจไปหาข้อมูลทำงานกันที่ตลาดแห่งหนึ่ง แล้วอยู่ดีๆ ซอกจินก็วิ่งออกไปบนถนน จองกุกตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เสียงแตรรถสิบล้อในวันนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหูของเขา ในวินาทีชีวิตจองกุกไม่คิดอะไรอีกแล้วนอกจากจะต้องคว้าร่างบางนั้นให้พ้นจากอันตรายนั้นให้ได้ ทันทีที่เขาคว้าตัวซอกจินได้ เขาก็ตั้งท่าเตรียมดุอีกฝ่ายเต็มที่ แต่พอเห็นดวงตากลมโตนั้นเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาเขากลับกลืนคำพูดทุกอย่างลงคอไปจนหมด ในอ้อมแขนของซอกจินมีลูกแมวสีขาวตัวหนึ่งที่ซุกหน้าอยู่กับอกของอีกฝ่ายอย่างขลาดกลัว ซอกจินวิ่งลงไปช่วยลูกแมวนั่นบนถนนโดยไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองจะเป็นอันตรายอย่างไร และตั้งแต่วันนั้นสายตาที่เขาใช้มองคิมซอกจินก็เปลี่ยนไป

 

จองกุกตัดสินใจขอลองคุยกับซอกจินเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ พวกเขาทั้งสองไม่มีใครคิดเลยว่ารักครั้งนี้จะยืนยาวไปจนถึงขั้นการแต่งงาน รู้แค่ว่าตอนที่พวกเขาอยู่ด้วยกันมันดี พวกเขาคบกันมาเกือบๆ 4 ปีได้ ก่อนที่จะตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันหลังเรียนจบ โชคดีที่พ่อแม่ของจองกุกและซอกจินไม่ได้ขัดข้องอะไรในความรักครั้งนี้ของพวกเขา ในวันที่เขาเห็นซอกจินในชุดสูทสีขาวสะอาดตา เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีที่สุดที่ได้รักและได้รับความรักจากคนๆ นี้ ซอกจินเป็นคนที่พอดีที่สุดสำหรับเขา อีกฝ่ายพร้อมจะเคียงข้างเขาไปตลอดไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไร และนั่นคือความหมายของคำว่าคู่ชีวิตที่ซอกจินทำให้เขาได้เรียนรู้ อีกคนเป็นทั้งคู่คิดและคู่ชีวิตให้เขาได้อย่างดีเสมอมา ซอกจินไม่เคยทำหน้าที่สามีบกพร่องเลยนับแต่พวกเขาแต่งงานกัน มีแต่จองกุกเองนี่สิที่เผลอละเลยอีกฝ่ายไปจนซอกจินเกิดน้อยใจไประบายกับคิมนัมจุนเข้า เขาต้องขอบคุณเลขาของเขาจริงๆ ที่ตัดสินใจพูดกับเขาในวันนั้น ไม่เช่นนั้นเขาก็คงยังไม่รับรู้ว่าตัวเองทำพลาดอะไรไปบ้าง

 

จองกุกมองดูอีกคนเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ ด้วยแววตาเปี่ยมสุข นานเเล้วที่เขาไม่ได้เห็นซอกจินสดใสเเบบนี้ ดวงตาสีเข้มที่เขาหลงไหลยังคงสวยงามดังเดิม เขาคิดภาพไม่ออกเลยว่าชีวิตของเขาที่ไม่มีซอกจินจะเป็นเช่นไร แต่เขาก็ไม่เคยคิดภาพของชีวิตตัวเองในยามที่ไม่มีอีกฝ่ายข้างกายเช่นกัน และเขาก็ไม่อยากคิดด้วย เขาไม่รู้ว่าอนาคตของเราสองคนจะเป็นเช่นไร จองกุกรู้เพียงว่าในตอนนี้ที่เราสองคนยังอยู่ด้วยกัน และเขาก็อยากทำทุกวินาทีของเราให้มีความสุขมากที่สุด

 

ก่อนที่เขาจะได้วันหยุดวันนี้มามันต้องเเลกมาด้วยการที่จองกุกแทบจะไม่มีเวลาพัก และไม่ใช่เเค่เพียงเขา นัมจุนเลขาคนเก่งของเขาเองก็ด้วย เพราะฉะนั้นจองกุกจึงรู้สึกขอบคุณนัมจุนเอามากๆ ที่ยอมทุ่มเทช่วยเคลียร์งานกับเขาจนสามารถมีวันว่างได้ทั้งวันเช่นในวันนี้

 

เช้าวันนี้จบลงด้วยความสุขเเละเสียงหัวเราะที่หวนคืนมาสู่บ้านหลังกว้างนี้อีกครั้ง เมื่อซอกจินจัดการตัวเองเสร็จพวกเขาก็มานอนพิงกันอยู่ที่โซฟาตัวกว้าง ซอกจินเสนอความคิดให้เลียนเเบบบรรยากาศของโรงหนังโดยการปิดผ้าม่านเเละหาขนมมาทานเล่นระหว่างหนังฉาย มีหรือที่จองกุกจะขัดใจคนรัก เขาพยักหน้าก่อนจะยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นสามีของเขาเตรียมของนั่นนี่ด้วยความตื่นเต้น

 

หนังที่พวกเขาเลือกดูไม่ใช่หนังรักโรเเมนติกเเต่กลับเป็นหนังผีชวนขนหัวลุก เเละนี่จะเป็นความคิดของใครไปไม่ได้เลยนอกจากคนในอ้อมแขนของจองกุกในขณะนี้ ทั้งที่เจ้าตัวก็กลัวเสียจนเเทบมุดอกเขาอยู่รอมร่อ แต่ก็ยังจะฝืนทำเป็นเก่งว่าตัวเองไม่กลัว ดวงตาของร่างโปร่งสั่นไหวทุกครั้งที่มีฉากชวนระทึก จองกุกเลยได้เเต่ยิ้มขำพร้อมลูบเเขนบางเบาๆ เพื่อปลอบโยน

 

เมื่อดูหนังเสร็จก็เป็นเวลาเที่ยงกว่า พวกเขาตัดสินใจไปฝากท้องกับร้านอาหารที่ห้างก่อนจะเลือกเดินเลือกซื้อวัตถุดิบสำหรับดินเนอร์แสนพิเศษในค่ำวันนี้

 

พวกเขาตกลงกันว่าจะทำอาหารให้อีกฝ่ายคนละเมนูเเต่ต้องปิดเอาไว้จนกระทั่งทำเสร็จเป็นรูปเป็นร่าง บรรยากาศสมัยตอนที่พวกเขายังไม่ค่อยถูกกันกลับมาอีกครั้ง จองกุกเเละซอกจินเดินแยกกันซื้อของแต่พอวนมาเจอกันกลับทำหน้าตาเหมือนเด็กหวงของเล่นใส่กัน เเละเมื่อคล้อยหลังอีกฝ่ายไปทั้งสองคนก็ได้เเต่หัวเราะออกมากับการกระทำของตัวเอง เหมือนพวกเขาได้ย้อนกลับไปช่วงก่อนเเต่งงานกันอีกครั้ง บรรยากาศการเถียงกัน งอนกัน เขม่นกันเป็นเด็กๆ กลับมาสร้างสีสันให้ชีวิตของทั้งสองอีกครั้ง

 

เมื่อกลับมาถึงบ้านจองกุกเเละซอกจินก็ตกลงกันว่าจะเเยกกันทำคนละฝั่งครัว ทั้งสองต่างขมักเขม้นอยู่กับอาหารของตัวเอง และเพียงไม่นานอาหารหน้าตาน่ากินทั้งสี่จานก็เสร็จเรียบร้อย

 

ไหนบอกว่าทำคนละจานไงพี่จิน

 

แล้วที่นายทำมันจานเดียวหรือไง นายก็เเหกข้อตกลงมาเหมือนกันนั่นเเหละจองกุกยิ้มเเหย ก่อนทั้งสองจะนั่งลงบนโต๊ะอาหารตัวเล็ก

 

เมนูอาหารในวันนี้เป็นอาหารเกาหลีง่ายๆ อย่างมียอกกุกหรือที่เรียกกันว่าซุปสาหร่ายเเละจับเเชจากจองกุก ส่วนต๊อกปกกีและไข่ม้วนสูตรพิเศษก็เป็นของซอกจิน ช่างเป็นมื้ออาหารที่ดูเรียบง่ายแต่หากเป็นอาหารมื้อที่วิเศษสุดเลยสำหรับพวกเขา

 

พี่จินครับจองกุกเรียกอีกฝ่ายขึ้นหลังจัดการถ้วยชามในมื้อค่ำเรียบร้อยแล้ว

 

หื้ม?

 

พี่จะให้เกียรติเต้นรำกับผมสักเพลงได้มั้ยครับ กลิ่นวานิลลาหอมอ่อนๆ โชยมาเตะจมูกและมันเรียกให้ซอกจินที่ยืนจัดของอยู่ในครัวต้องหันกลับไปมอง

 

นี่นายจุดเทียนเมื่อไหร่เนี่ยเขาหันไปมองอย่างเเปลกใจ ก็ว่าทำไมถึงบอกให้เขาจัดของนู่นนี่รอเจ้าตัวอยู่ในครัวก่อน

 

ก็เมื่อกี้เเหละ สรุปพี่เต้นรำกับผมได้มั้ยครับจองกุกโค้งให้เขาราวกับเขาเป็นเจ้าหญิงในเทพนิยาย ซอกจินพยักหน้าเบาๆ ก่อนเผยยิ้มหวานออกมา

 

 

Stuck with U Ariana Grande, Justin Bieber

 

I'm not one to stick around

One strike and you're out, baby

Don't care if I sound crazy

But you never let me down, no, no

That's why when the sun's up, I'm stayin'

Still layin' in your bed, sayin'

 

 

Ooh, ooh, ooh, ooh

Got all this time on my hands

Might as well cancel our plans, yeah

I could stay here for a lifetime

 

 

                ร่างทั้งสองร่างขยับไปมาเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกัน มือหนากอดเอวบางไว้หลวมๆ จองกุกมองคนในอ้อมเเขนที่ไม่ยอมสบตาเขาอย่างเอ็นดู ซอกจินเป็นคนขี้อาย ถึงเเม้อีกฝ่ายจะชอบเเสดงท่าทีว่ามั่นใจนักหนาก็เถอะ เเต่เขารู้ดีว่าซอกจินเป็นคนขี้อายมาก จองกุกซึมซับช่วงเวลาเเห่งความสุขตรงหน้านี้เอาไว้ให้ได้มากที่สุด เขารู้เเล้วว่าสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขไม่ใช่ตัวเลขผลประกอบการหรือมูลค่าบริษัทที่สูงลิบลิ่ว แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกันกับคนตรงหน้านี้มากกว่า ความสุขที่เเท้จริงของจอนจองกุกคือการได้ใช้ทุกช่วงเวลาและนาทีร่วมกันกับจอนซอกจินต่างหาก เขาพร้อมจะใช้เวลาทั้งชีวิตของเขาเพื่อคนในอ้อมเเขน เเละเขาสัญญาเลยว่าจะใช้ทุกวินาทีที่ยังเหลือรักอีกฝ่ายไปจนกว่าวันสุดท้ายของชีวิตจะมาถึง

 

                ซอกจินที่ก้มหน้างุดอยู่ก็ลอบยิ้มออกมา นานมากเเล้วที่พวกเขาไม่ได้เเสดงความรักต่อกันแบบนี้ ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่รักกันนะ เพียงเเค่ไม่ค่อยจะได้มีโอกาสมาหวานกันเเบบนี้สักเท่าไร เพราะวันครบรอบในปีก่อนๆ จองกุกก็เพียงเเค่พาออกไปทานอาหารร้านหรูข้างนอกนิดหน่อย ซอกจินเคยคิดว่าเขาพอใจกับมื้ออาหารราคาสูงลิ่วพวกนั้น เเต่เเท้จริงเเล้วมันไม่ใช่เลย มันไม่ใช่ที่อาหารที่ทำให้ซอกจินรู้สึกมีความสุข แต่เป็นเพราะคนที่โอบกอดเขาเอาไว้ด้วยอ้อมเเขนนี้ต่างหาก ขอเพียงเเค่อ้อมเเขนแกร่งนี้โอบกอดเขาเอาไว้ ซอกจินก็ไม่เกรงกลัวสิ่งใดอีกต่อไปเเล้ว

 

 

So, lock the door and throw out the key

Can't fight this no more, it's just you and me

And there's nothin' I, nothin' I, I can do

I'm stuck with you, stuck with you, stuck with you

 

So, go ahead and drive me insane

Baby, run your mouth, I still wouldn't change

Being stuck with you, stuck with you, stuck with you

I'm stuck with you, stuck with you, stuck with you, baby

 

 

                พี่รู้มั้ย ผมอยากทำแบบเพลงนี้มากเลยนะจองกุกพูดขึ้นในขณะที่สายตายังคงไม่ละไปจากดวงหน้าหวาน

 

                ยังไงเหรอ

 

                ก็ล็อคประตู ทิ้งกุญเเจทิ้งทุกอย่างไปให้พ้น ให้ผมได้อยู่กับพี่ตลอดไป แค่เราสองคนเท่านั้นซอกจินยอมเงยขึ้นสบตากับอีกคนในที่สุด ดวงตาคมทรงเสน่ห์ของอีกฝ่ายยังคงดึงดูดเขาเสมอมา ยิ่งมองลึกเข้าไปในดวงตากลมคู่นั้น ซอกจินยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนหลุมดำขนาดยักษ์ดูดเข้าไปและไม่มีวันออกมาได้อีก และเขาก็ดันเต็มใจติดอยู่ในหลุมดำหลุมนี้เสียด้วยสิ

 

                พี่จินครับเเขนหนากระชับเอวบางให้เข้ามาใกล้กว่าเดิม ระยะห่างที่น้อยลงของพวกเขามันกำลังจะทำให้ซอกจินตัวระเบิดตายเพราะความเขิน

 

                ผมยังไม่ทันพูดอะไรเลย พี่หน้าเเดงเเล้วอะ อย่ารีบสิฟังผมก่อนร่างโปร่งปล่อยเสียงหัวเราะหวานใสอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวออกมาจนจองกุกอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามไปด้วย ซอกจินกระชับรอบลำคอหนาให้เข้ามาใกล้ขึ้นอีก และนั่นยิ่งทำให้ระยะห่างของพวกเขาลดน้อยลงจนเเทบไม่เหลือ

 

                มีอะไรเหรอเสียงหวานเอ่ยถามสามีที่นิ่งเงียบไปอีกครั้ง

 

                พี่ชอบเพลงนี้มั้ยซอกจินขมวดคิ้วเล็กน้อยเเต่ก็ยอมพยักหน้าเบาๆ

 

                พี่เคยบอกว่าอยากเต้นรำเพลงนี้กับผม ผมทำให้พี่ได้เเล้วนะ

 

                นายจำได้ด้วยเหรอดวงตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ซอกจินไม่คิดว่าวันนั้นจองกุกจะฟังเขาอยู่ด้วยซ้ำ

 

 

                เพลงใหม่ของจัสตินกับอะเรียน่าเพราะมากเลยอะ เหมาะจะเอามาเต้นรำชะมัด ไว้นายว่างมาเต้นด้วยกันมั้ยจองกุกซอกจินในชุดนอนเอ่ยถามสามีคนเก่งที่ใส่เเว่นตากรอบหนาจดจ่ออยู่กับแลปท็อปบนตัก

 

                นี่จองกุก

 

                ครับอีกฝ่ายขานตอบ เเต่ตาไม่ได้ละออกจากหน้าจอนั้นเลยด้วยซ้ำ ซอกจินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนบุ้ยปากใส่จองกุก แต่ซอกจินก็ไม่ได้กวนอะไรอีกฝ่ายอีกเพราะเห็นว่าเขากำลังคร่ำเคร่งกับงานจนถึงขีดสุด

 

 

 

                ผมได้ยินทุกอย่างที่พี่พูดนั่นเเหละครับ ขอโทษนะที่ตอนนั้นไม่เเม้เเต่จะหันไปคุยกับพี่ดีๆ ด้วยซ้ำ ตอนนั้นผมมัวเเต่ตรวจบัญชีของบริษัท ผมเป็นสามีที่เเย่จริงๆ เลยนะพี่ว่ามั้ย

 

                จองกุก…” ร่างสูงยกนิ้วชี้ขึ้นเเตะที่ปากอิ่มเป็นเชิงว่าให้ซอกจินเงียบลงก่อน คำพูดปลอบใจอีกฝ่ายถูกกลืนลงไปในลำคอ ก่อนซอกจินจะหันมาตั้งใจฟังสิ่งที่คนรักกำลังจะเอ่ย

 

                ผมเป็นสามีที่เเย่ ละเลยคนของตัวเองตลอดเลย ขอบคุณพี่มากนะพี่จิน ขอบคุณที่ยังอยู่กับคนไม่ได้เรื่องอย่างผม

 

แล้วนายอยู่เเบบไม่มีฉันได้หรือไงกันซอกจินเอ่ยเย้าให้อีกฝ่ายคลายความเศร้า และมันได้ผล จองกุกหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนบีบปลายจมูกรั้นอย่างหมั่นเขี้ยว

 

หลงตัวเองจังนะครับ แต่ก็จริง ผมอยู่โดยไม่มีพี่ไม่ได้อีกเเล้วล่ะ ขอบคุณนะครับ ขอบคุณที่เกิดมาให้ผมได้รัก ขอบคุณทุกอย่างเลยที่ทำให้เราได้เจอกัน ขอบคุณเจ้าลูกเเมววันนั้นที่ทำให้ผมไม่มองพี่เป็นเเค่รุ่นพี่ปากร้ายซอกจินฟาดเบาๆ ไปที่อกกว้างหนึ่งที และนั่นเรียกเสียงหัวเราะจากจองกุกได้เป็นอย่างดี

 

ขอบคุณที่ยังอยู่ตรงนี้ด้วยกันจนถึงวันนี้นะครับ พี่ไม่ใช่เเค่ของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของผมนะ พี่เป็นอีกครึ่งชีวิตของผมเลย รักพี่นะครับ จอนจองกุกรักจอนซอกจินมากๆเลยนะครับพูดจบจองกุกก็จุมพิตลงบนหน้าผากเนียนของคนในอ้อมเเขนเบาๆ ซอกจินหลับตาพร้อมเผยยิ้มกว้างออกมา เเละเมื่อร่างสูงผละออกไปซอกจินก็เริ่มพูดขึ้นมาบ้าง

 

ฉันควรขอบคุณอะไรดีล่ะ อืมขอบคุณนายดีมั้ย

 

หื้ม?” ร่างสูงทำหน้าประหลาดใจ

 

ก็ถ้าวันนั้นนายไม่มาเเย่งที่จอดฉันเราจะได้คุยกันเหรอ ไม่สิ ต้องเรียกว่าเถียงซอกจินหัวเราะก่อนจะมองหน้าอีกคนพร้อมด้วยรอยยิ้มหวานอีกครั้ง

 

ขอบคุณนะจองกุก ฉันไม่รู้จะเเยกเรื่องยังไงดีเพราะฉันอยากขอบคุณนายทุกเรื่องทั้งหมดเลย ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่นายทำเพื่อฉันนะ ขอบคุณที่นายดึงฉันเข้ามาวันนั้น ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่อยู่มาจนถึงวันนี้หรอก

 

นายบอกว่าฉันเป็นอีกครึ่งชีวิตของนายใช่มั้ย แต่สำหรับฉันนายไม่ใช่ครึ่งชีวิตของฉันหรอกนะ

 

“…”

 

นายเป็นโลกของพระจันทร์อย่างฉันต่างหาก

 

หื้ม? คุณนักเขียนคนนี้นี่ช่างเปรียบเทียบอีกเเล้วนะครับร่างโปร่งทำให้จองกุกงงอีกครั้ง แต่จองกุกชักจะชินเสียเเล้ว เพราะซอกจินเป็นพวกเลือกใช้คำหรือการเปรียบเทียบได้เก่งมากสมกับที่จบด้านภาษามานั่นเเหละ ซอกจินเป็นนักเขียนนิยายเขาจึงใช้เวลาส่วนมากไปกับการนั่งสร้างสรรค์ตัวละครผ่านปลายนิ้วอยู่ที่บ้าน ต่างจากเขาที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านอยู่ตลอดเวลา เเละนี่ก็อาจเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้พวกเขาห่างกันมากขึ้นด้วย แต่ต่อจากนี้จะไม่มีอีกเเล้วล่ะ เขาจะพยายามใช้เวลากับซอกจินให้มากกว่านี้ จองกุกปฏิญาณกับตัวเองเอาไว้เเบบนั้น

 

ก็พระจันทร์น่ะมันโคจรอยู่รอบโลกไม่เคยห่างไปไหนเลยนี่ นายไม่คิดเหรอว่าโลกน่ะสำคัญกับพระจันทร์มากๆ เลยนะ ไม่อย่างนั้นพระจันทร์คงหนีไปนานเเล้วจริงมั้ยจองกุกหัวเราะออกมาให้กับความคิดแสนน่ารักของร่างโปร่งในอ้อมเเขน แต่เขาจะไม่เอ่ยขัดอีกฝ่ายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ที่เรียนมาหรอกนะ บางทีจินตนาการก็สำคัญกว่าความรู้นี่ จริงมั้ย

 

ช่างเปรียบเทียบจริงนะพี่เนี่ยจองกุกเอาจมูกของตัวเองไปถูกับปลายจมูกของอีกฝ่ายเบาๆ เป็นการหยอกล้อ ซอกจินหัวเราะคิกคักไปสักพัก ก่อนจะเลื่อนสายตามาสบกับร่างสูงที่มองมาที่ตนอยู่ก่อนเเล้ว

 

พระจันทร์ขาดโลกไม่ได้หรอกนะ

 

โลกเองก็ขาดพระจันทร์ไปไม่ได้หรอกครับ อยู่ด้วยกันตลอดไปเลยนะปากอิ่มเเย้มยิ้มหวานให้เป็นคำตอบ เเละนั่นก็มากพอเเล้ว

 

 

Oh, oh, oh, oh

Baby, come take all my time

Go on, make me lose my mind

We got all that we need here tonight

 

 

                มาใช้เวลาในวันนี้ไปเรื่อยๆ ด้วยกันนะครับพี่จิน

 

                หื้ม?”

 

                ก็ ณ ปัจจุบันเราก็จะเรียกวันนี้ว่าวันนี้ พอถึงพรุ่งนี้เราก็จะเรียกมันว่าวันนี้เหมือนกัน และเหมือนกันกับเมื่อวานที่เราเคยเรียกมันว่าวันนี้

 

“…”

 

ความหมายของมันคือ มาอยู่ด้วยกันตลอดไปเลยนะครับ แต่ผมเเค่ไม่อยากพูดมันให้ซ้ำกับประโยคของพระเอกในนิยายที่พี่เขียนก็เท่านั้นเเหละซอกจินส่ายหัวเบาๆ ให้กับความคิดตลกๆ ของคนรักก่อนพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม

 

รักนะ

 

“…”

 

จอนซอกจินคนนี้ก็รักจอนจองกุกมากๆ เลยนะ จองกุกยิ้มกว้างออกมาก่อนกอดร่างบางเอาไว้เเนบอก แขนเรียวของซอกจินยกขึ้นกอดตอบอีกฝ่ายเช่นกัน อ้อมกอดนี้อบอุ่นไม่เคยเปลี่ยนเลย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเเค่ไหน อ้อมกอดนี้ก็จะเป็นที่สุดสำหรับซอกจินเสมอ

 

ไม่รู้เมื่อไหร่ที่จองกุกอุ้มร่างโปร่งขึ้นเเนบกายก่อนจะวางร่างนั้นลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม มือหนาปัดผมหน้าม้าของซอกจินเล่นไปมาอยู่สักพักก่อนพูดขึ้นมา

 

คืนนี้จะมีเเค่เรานะครับคนดี และมันจะมีเเค่เราตลอดไปนะ

 

มาอยู่ด้วยกันในวันครบรอบอีกสิบยี่สิบปีอินฟินิตี้ปีไปเลยนะจองกุกยิ้มกว้างก่อนจุมพิตบนหน้าผากเนียนอีกครั้ง ซอกจินหลับตาพริ้มรับสัมผัสอ่อนโยนนั้นด้วยความเต็มใจ

 

จองกุกไล่สัมผัสทุกองค์ประกอบบนใบหน้าหวานด้วยปากของเขา ตั้งเเต่หน้าผากเนียน ไล่ลงมาถึงเปลือกตาสีมุก จมูกโด่งรั้น เเก้มนุ่มที่เขาชอบนักหนา ก่อนจะจบลงที่ปากอิ่มของอีกคน จูบนี้เต็มไปด้วยความรักเเละโหยหาอย่างเต็มเปี่ยม เเขนเรียวยกขึ้นโอบรอบคอของอีกฝ่ายไว้ก่อนปรับองศาใบหน้าให้จูบครั้งนี้เเนบเเน่นยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนไล่ต้อนความหวานจากโพรงปากเล็กอย่างเอาเเต่ใจ จนเมื่อซอกจินเริ่มทุบอกกว้างเพื่อประท้วงนั่นเเหละเขาจึงค่อยๆ ผละออกมา เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังไปทั่วห้อง ความต้องการของพวกเขาเพิ่มสูงขึ้นจากการสัมผัสกันเพียงนิดเดียวเท่านั้น

 

มากกว่านี้ได้มั้ยครับที่รักจองกุกเป็นแบบนี้เสมอ เขามักจะขออนุญาตหรือถามความพร้อมของซอกจินก่อนที่เราจะร่วมรักกันเสมอ เเละนี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ซอกจินประทับใจในตัวสามีคนนี้

 

อื้มเมื่อซอกจินพยักหน้าจองกุกก็มอบจูบเเสนหวานให้เขาอีกครั้ง หากเเต่ครั้งนี้มันไม่หยุดเเค่นั้น จูบนี้มันทวีความร้อนเเรงมากขึ้นตามเเรงอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงของพวกเขาทั้งคู่ และทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อมือหนาของจองกุกปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบางบนเสื้อของซอกจินจนหมดรังดุม

 

ร่างกายของพวกเขาทั้งสองถูกหลอมรวมเป็นหนึ่ง เสียงหอบหายใจเเละเสียงครางดังระงมไปทั่วห้องเคล้าด้วยเสียงเพลงที่ร่างสูงเป็นคนเปิดไว้ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเทียนหอมวานิลลาที่พวกเขาโปรดปรานยังทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี เสื้อผ้าของทั้งซอกจินเเละจองกุกกระจัดกระจายไปทั่วเเต่ก็ไม่มีใครนึกสนใจพวกมันขึ้นมาตอนนี้

 

ความหวานจากซอกจินยังคงเป็นสิ่งที่จองกุกรักมันอยู่เสมอ เขารักทุกอย่างที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นคนๆ นี้ ทั้งผิวเนียนนุ่มที่เเตะเเรงๆ ก็ขึ้นรอย ปากอิ่มที่เขามักจะชอบรังเเกอยู่บ่อยๆ เเก้มนุ่มของอีกฝ่ายที่เขาชอบสัมผัสมันอย่างไม่มีเบื่อ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของซอกจินกำลังจะทำให้เขาคลั่ง ทุกอย่างที่เป็นซอกจินมันมีอิทธิพลกับเขาเสมอ โดยเฉพาะในยามที่ความต้องการของเขามันถึงขีดสุดแบบนี้

 

อ๊าา อึก จองกุกซอกจินส่งเสียงครางออกมาก่อนร้องเรียกชื่อคนรัก

 

ผมอยู่นี่ครับคนดีจองกุกกอดร่างบางเอาไว้ในอ้อมเเขนก่อนเริ่มขยับกาย ร่างของพวกเขาทั้งสองสอดประสานรับกันได้เป็นอย่างดี จองกุกมักจะอ่อนโยนกับซอกจินเสมอ ร่างสูงไม่เคยบีบบังคับหรือทำอะไรให้เขาไม่สบายใจเลยเเม้เเต่น้อย และนี่เป็นอีกข้อที่ทำให้ซอกจินหลงรักความเป็นสุภาพบุรุษของอีกฝ่าย

 

พวกเขาเติมเต็มกันเเละกันอย่างไม่มีความเหน็ดเหนื่อย เเละค่ำคืนวันครบรอบก็ผ่านพ้นไปด้วยกลิ่นอายความรักและความสุขของทั้งจองกุกเเละซอกจิน

 

แฮ่กๆซอกจินนอนหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนเมื่อกิจกรรมรักของพวกเขาจบลงจริงๆ เสียที รู้ตัวอีกทีฟ้าก็มืดไปหมดเเล้ว ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ที่พวกเขาใช้เวลาบนเตียงนี้ร่วมกัน

 

นอนเถอะนะคนดี เดี๋ยวผมจะกอดพี่เอาไว้เองนะครับเสียงทุ้มกระซิบที่ข้างใบหูเล็กก่อนจะรั้งกายบางเข้ามากอดไว้

 

พรุ่งนี้นายจะยังอยู่ใช่มั้ยซอกจินถามเสียงเเผ่ว เขากลัวเหลือเกิน กลัวว่าพรุ่งนี้เช้าเมื่อตื่นมาเเล้วจะไม่เจอจองกุกนอนอยู่ข้างกันอีก กลัวว่ามันจะกลับไปเป็นอย่างเดิมอีก

 

อยู่สิครับ ผมติดอยู่กับพี่เเล้ว ไม่ไปไหนเเล้วนะครับ นอนเถอะนะพี่เหนื่อยมามากเเล้ว ผันดีครับที่รักร่างสูงจุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากของซอกจินอีกครั้งก่อนจะตระกองกอดเขาเอาไว้ ซอกจินหลับตาลงอย่างมั่นใจ เขารู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่ได้อยู่ในอ้อมกอดอุ่นนี้ เเละมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป จองกุกเกยคางของเขาบนกลุ่มผมนุ่มของร่างบาง เขาจูบลงบนกระหม่อมของอีกคนเบาๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะผล็อยหลับไปด้วยกันพร้อมรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้งสอง

 

 

I lock the door and throw out the key

Can't fight this no more , it's just you and me

And there's nothin' I, nothin' I, I'd rather do

I'm stuck with you, stuck with you, stuck with you

 

So, go ahead and drive me insane

Baby, run your mouth, I still wouldn't change

All this lovin' you, hatin' you, wantin' you

I'm stuck with you, stuck with you, stuck with you

 



---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



      มาถึงท้อคคึตอนสุดท้ายเเล้วนะคะ อยากจะบอกว่าฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคปัจจุบันทันด่วนมากค่ะ เริ่มเมื่อวานตอนกลางคืน ยังไม่ทันได้ตรวจอะไรเลย55555 และต้นเหตุของฟิคเรื่องนี้ก็มาจากเพื่อนของไรท์เองค่ะ วันนี้เป็นวันเกิดเพื่อนไรท์ไรท์เลยอยากเเต่งฟิคให้เป็นของขวัญซะหน่อย55555 ยังไงก็หวังว่าทุกท่านจะเอ็นจอยรีดดิ้งกับตอนนี้นะฮับ ไม่เคยเขียนเเนวนี้มาก่อนเลยเปิดโลกไรท์มากค่ะ555 ยังไงก็บ้ายบายนะค้าบบบบ เยิฟๆ รีดทุกคนนนนน >3<

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #59 Chicken noodle (@ChickusEyes) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 22:36
    นายจอนน นายน่ารักกก
    #59
    0
  2. #58 foam2545 (@foam2545) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 17:45
    อบอุ่นมากกก จองกุกคลั่งรักมากอ่ะ
    #58
    0
  3. #57 cicada. (@Jakjaanjang) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 21:23
    ชอบมากค่ะน้ำตาคลอ อบอุ่นจังเลย แงงงงงงง
    #57
    1