[Fic BTS] SF/OS Love Diary [#kookjin/Other]

ตอนที่ 21 : [OS] แก้วเจ้าจอม #kookjin (Thai AU)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 98
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    29 มิ.ย. 63


หมายเหตุ

 ไรท์คิดว่าเป็นเรื่องสั้นที่ค่อนข้างยาวเลยแต่ก็ไม่อยากตัดเป็นตอนๆให้เสียอรรถรสเรื่องอะค่ะ

 เเละเหตุการณ์ สถานที่ เเละบุคคลที่กล่าวในเรื่องสั้นนี้ไม่มีอยู่จริงนะคะ อาจมีเหตุการณ์ให้สะเทือนใจอยู่บ้าง 

ยังไงก็เอ็นจอยรีดดิ้งกันนะคับ ><


............


เเนะนำตัวละคร

คุณชายศศิน/พิธุ (คิมซอกจิน)

แก้ว/กรวีร์ (จอนจองกุก)


...........






"กรุ่นกลิ่นเเก้วเจ้าจอม เคล้ากลิ่นหอมรวยระริน

หากใครได้ยลยิน มิจางสิ้นจากกมล"




แสงเเดดอ่อนๆ ทอแสงอยู่รำไรพอให้รู้สึกอบอุ่น โชคดีที่อากาศในเช้าวันนี้ไม่ได้ร้อนมากจนเกินไปนัก ไม่เช่นนั้นเขาก็คงไม่ถ่อมาหาเจ้าเพื่อนตัวเเสบถึงที่ทำงานเช่นนี้หรอก


มีอย่างที่ไหนยืมของๆ เขาไปแท้ๆ แต่พอเวลาจะคืนกลับให้เจ้าของต้องมาเอาคืนเอง ยิ่งคิดก็ยิ่งพาลให้หงุดหงิดอยู่เรื่อย แต่สุดท้ายก็ไม่มีทางเลือก ในเมื่อเพื่อนตัวเเสบมันดันขอร้องมาด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูน่าสงสารเสียขนาดนั้น


"มึง ให้กูไหว้ก็ได้ กูไม่ว่างจริงๆ ช่วงนี้มันไฮซีซั่น กูปลีกตัวไปไหนไม่ได้ ถ้ากูไปใครจะทำงานเเทนกู เจ้าหน้าที่ที่นี่น้อยจะตายห่า"


นั่นคือประโยคขอร้องจากธนิน เพื่อนสนิทของเขา และมันก็ทำให้เขาต้องมาหาเจ้าตัวถึงที่ทำงานในวันนี้


กรวีร์ค่อยๆ เดินเข้ามาในส่วนของวังโบราณแห่งหนึ่ง ว่ากันว่าเป็นวังเก่าของหม่อมเจ้าอะไรสักอย่างที่เขาเองก็จำชื่อสกุลไม่ได้ เพื่อนเขาเคยพล่ามๆ เรื่องพวกนี้ให้ฟังอยู่เเหละ แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากมายนัก


แต่พอได้เดินเข้ามาเจอของจริงเเบบนี้เเล้วมันทำให้เขาเริ่มเปลี่ยนความคิด ตึกทรงยูโรปสีเหลืองนวลผ่อง ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวขจีชวนให้ดูร่มรื่น ยิ่งเเสงเเดดรำไรและลมพัดโชยอ่อนๆ แบบนี้ยิ่งช่วยขับให้ภาพตรงหน้ายิ่งน่ามองขึ้นอีกเป็นเท่าทวีคูณ


เขายอมรับเลยว่าตัวเองไม่ใช่คนที่จะสนใจหรือชื่นชอบอะไรประวัติศาสตร์มากมายนัก ไม่เคยคิดด้วยว่าสถานที่เหล่านั้นจะสวยหรือมีเรื่องราวเป็นมาอย่างไร ต่างจากเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขาอย่างธนินโดยสิ้นเชิง


ธนินชื่นชอบเรื่องราวประวัติศาสตร์ และหลงใหลในตึกรามบ้านช่องสมัยก่อนมาตั้งเเต่ยังเด็ก เขาเลยเลือกที่จะเรียนต่อในสาขาด้านโบราณคดี และสุดท้ายเขาก็มาเป็นเจ้าหน้าที่คอยดูเเลวังโบราณที่เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้แห่งนี้ เรียกง่ายๆ ก็คือ ธนินเพื่อนเขาเป็นเจ้าหน้าที่ดูเเลพิพิธภัณฑ์นั่นเเหละ


"กร มาถึงทำไมไม่มาหากูเนี่ย" เสียงทุ้มของเจ้าเพื่อนตัวดีดังขึ้นเรียกสติของร่างสูงที่ล่องลอยไปให้กลับมาอีกครั้ง


"ไหนหนังสือ" กรวีร์แบมือขอสิ่งของที่เพื่อนสนิทยืมไปคืน เพื่อจะได้เสร็จธุระจากที่นี่ไปเสียที


"กูบอกมึงจะด่ากูมั้ย" ธนินพูดเสียงเบาๆ


"กูว่ากูได้ด่ามึงจริงๆ เเน่นิน"


"คือมันเกิดอุบัติเหตุขึ้นมึง"


"ห๊ะ! "


"คือแบบว่ากูกับพี่คนนึงอะมีกระเป๋าที่เหมือนกันม๊ากมาก"


"ขอเนื้อๆ " ร่างสูงกอดอกพูดเสียงนิ่งจนธนินเสียวสันหลังวาบ ก็เพื่อนของเขาบทจะดีก็ดีใจหายแต่บทจะร้ายก็ไม่เคยมีความปราณีใครทั้งนั้น เป็นเเบบนี้จะไม่ให้เขากลัวได้อย่างไรกัน


"คือกูสลับกระเป๋ากับพี่คนนั้นเเล้วเขาจะมาเวรตอนบ่ายๆ อะมึง แหะ" เจ้าของผิวสีเเทนส่งยิ้มรูปปากสี่เหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัว


"เฮ้อ มึงนี่นะ นั่นหนังสือของเเม่กูนะ รักษาดีๆ หน่อยดิ"


"กูรักษาดีตลอดแหละแต่อันนี้มันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ว่ะมึง วันนั้นกูกับพี่เขาต้องเช็คความเรียบร้อยอยู่จนดึก เลยหยิบกระเป๋ากันไปส่งๆ แต่พี่เขาบอกจะรีบเอามาคืนนะ มึงไม่ต้องห่วง"


"คือกูต้องรอใช่มั้ย"


"แหะๆ ครับ" ธนินยิ้มเเหยๆ ส่งให้เพื่อนตัวหนา


"ธนิน มึงนี่นะ แล้วกูจะไปรอที่ไหนวะ"


"อีกไม่นานก็บ่ายเเล้วไงเพื่อน"


"ไม่นานมึงนี่สองสามชั่วโมงเลยนะ"


"ก็..งั้นมึงก็เดินดูรอบๆ ไปเลยดิ" ธนินเสนอขึ้น


"กูสนใจมากมั้ง"


"ก็มึงเคยสงสัยไงกูชอบอะไรของเก่าๆ บรรยากาศเก่าๆ นักหนา มึงก็ลองมาหาคำตอบด้วยตัวเองเลยดิ" สิ่งที่ธนินพูดทำให้อีกฝ่ายกรอกตาอย่างเบื่อหน่าย


"เอาน่า เดินฟรีอยู่เเล้ว เดินๆ ไปเหอะ มีทั้งตึกนี้ตึกนู้น" ธนินตบไหล่กรวีร์เบาๆ ก่อนชี้ไปที่ตึกใหญ่ทั้งสองหลัง แต่ตาของกรวีร์กลับไปสะดุดที่อีกตึกหนึ่งมากกว่า


"แล้วตึกนั้นล่ะ" ร่างสูงชี้ไปที่ตึกขาวนวลทางขวา ตึกหลังนั้นดูจะเล็กกว่าตึกใหญ่สีเหลืองอีกสองตึกมาก แถมยังไปอยู่เสียในซอกหลืบแบบนั้น ถ้าเดาจากละครย้อนยุคที่เเม่เขาชอบเปิดดูเเล้วล่ะก็คงเป็นเเนวๆ เรือนคนใช้ทำนองนั้นกระมัง


"ตึกนั้นเหรอ มันปิดน่ะ"


"ปิด? " กรวีร์เลิกคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น


"อืม เขาจะเอาของโบราณที่อยู่ในนั้นไปบูรณะอะเลยปิดโซนไว้ก่อน ทำไมวะ สนใจอ่อ"


"อืม" ธนินเบิกตากว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ ก็เพื่อนของเขาไม่เคยเห็นจะบอกว่าสนใจอะไรพวกนี้มาก่อนเลย แต่ครั้งนี้ตึกเล็กธรรมดาๆ หลังนั้นกลับทำให้อีกฝ่ายยอมพูดคำว่าสนใจขึ้นมาได้ มันเลยทำให้เขาอดแปลกใจขึ้นมาไม่ได้


"มึง...พูดว่าสนใจตึกนั่นเหรอ"


"เลิกทำหน้าอย่างกับเห็นผีสักทีเถอะน่า" กรวีร์ส่ายหน้าให้ท่าทางเกินจริงของเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ


"มึงสนใจจริงดิ"


"อืม เห็นเเล้วมัน..."


"เศร้าๆ ยังไงก็ไม่รู้ เหมือนเคยเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นที่นั่นอะไรทำนองนั้น"


"ห๊ะ! " ไม่เเปลกหรอกที่ธนินจะสับสนงงงวย เพราะเเม้เเต่เจ้าของความรู้สึกนั้นอย่างกรวีร์เองก็ยังไม่ทราบถึงที่มาเเน่ชัดเลย


"กูขอไปดูได้มั้ยวะ" ร่างสูงหันไปถามคนดูเเลที่นี่อย่างเพื่อนสนิทของเขา


"มันไม่มีอะไรนะมึง เขาขนของในนั้นไปบูรณะกันหมด เหลือเเต่ตึกเปล่าๆ " ธนินว่า


"กูอยากไป นะๆ " และสุดท้ายธนินก็ทนเเรงรบเร้าจากเพื่อนตัวสูงไม่ไหวจนต้องพาอีกฝ่ายเดินไปยังตึกเล็กสีขาวนั่นในที่สุด


ทันทีที่เพื่อนของเขาไขกุญเเจตัวหนาและเปิดประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มทรงโบราณออก กลิ่นหอมจางๆ ของบางสิ่งก็ลอยเข้ามากระทบโสตประสาทของเขาจนต้องเผลอตัวสูดดมอยู่นานจนธนินเอ่ยทัก


"อะไรของมึงวะกร"


"มึงไม่ได้กลิ่นเหรอ" เขาย้อนถามอีกฝ่าย


"กลิ่นไร"


"กลิ่นอะไรก็ไม่รู้ แต่หอม มันหอมมากๆ เลย" เขาพูดออกไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ราวกับโดนกลิ่นหอมนั่นสะกดไว้อย่างไรอย่างนั้น


"มึงอย่าทำกูหลอนได้มั้ยวะ กูไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลยเนี่ย" สาบานเลยว่าตั้งเเต่ทำงานที่นี่มาไม่เคยกลัวเรื่องผีสางนางไม้ที่ไหนเลยจนกระทั่งมาเจอเรื่องนี้นี่เเหละ สายตากรวีร์มันบอกว่าไม่ได้โกหก แต่เขาก็ไม่ได้โกหกเช่นกัน เขาไม่ได้กลิ่นหอมอะไรอย่างที่หมอนั่นมันว่าเลยสักนิด


"จมูกมึงไม่ดีเองเหอะ แล้วกูต้องถอดรองเท้าก่อนเข้ามั้ย" กรวีร์ว่าก่อนก้มลงมองรองเท้าผ้าใบที่เเสนมอมเเมมของตัวเองสลับกับพื้นไม้เคลือบเงาวาววับตรงหน้า ด้วยกลัวว่าจะทำให้พื้นไม้สวยๆ นั่นต้องเป็นรอยเปื้อน


"ไม่ต้องก็ได้เข้ามาเหอะ พวกช่างขนของเขาก็ไม่ถอด" ธนินว่าก่อนจะจับเเขนเจ้าเพื่อนตัวดีให้เข้าไปด้านในแต่อีกฝ่ายกลับหยุดยืนนิ่ง


"อะไรของมึง..."


"ถอดรองเท้าก่อนเถอะค่อยเข้าไป กูไม่อยากทำให้พื้นไม้สวยๆ เเบบนี้มันเปื้อน"


"กรมึงเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย มึงดูไม่ปกติโคตรๆ เลยนะ" ธนินเอ่ยถามเพื่อนตัวสูงทันทีที่ได้ยินเเบบนั้น เพื่อนเขาดูเหม่อลอยแปลกๆ ดูเหมือนไม่ใช่กรวีร์เพื่อนของเขาคนเดิมเลยสักนิด


"ไม่ กูไม่เป็นไร เเต่ถอดรองเท้าเถอะนะ" กรวีร์พูดก่อนก้มลงถอดรองเท้าออกแล้วเดินเข้าไปด้านในอย่างชำนาญจนธนินถึงกับยืนงงเป็นไก่ตาเเตกอยู่ที่หน้าประตู


"อะไรกันล่ะวะเนี่ย" คนผิวเเทนพูดก่อนถอดรองเท้าเดินตามเพื่อนที่เดินนำไปก่อน


กรวีร์เดินเข้ามาถึงโถงกว้างชั้นล่างของตัวตึก คาดว่าอาจเป็นห้องรับเเขกกระมัง เพราะถึงเเม้ขนาดมันจะเล็กเหมือนบ้านของคนใช้ แต่กลิ่นอายของมันกลับไม่ใช่อย่างนั้น มันทำให้เขารู้สึกว่านี่คือที่อยู่ของเจ้านาย ไม่ใช่คนรับใช้อย่างที่คาดไว้เเต่ทีเเรก


ร่างสูงได้กลิ่นหอมนั้นชัดยิ่งขึ้นเมื่อเข้ามาอยู่ในตัวบ้าน กลิ่นหอมที่ทำให้เขาหลงใหลตั้งเเต่ครั้งเเรกที่ได้พบพาน และเเสนจะตราตรึงอยู่ในความรู้สึก



"นี่กลิ่นอะไรกันหรือขอรับคุณชาย"


"หอมใช่หรือไม่"


"ขอรับ"


"ดอกเเก้วเจ้าจอมน่ะ คนเขามักเรียกกันว่าดอกน้ำอบฝรั่ง"


"หอมชื่นใจดีจริงเทียวขอรับ กลิ่นเหมือนตัวคุณชายเลย เอ่อ..."


"หื้ม เจ้ามาแอบดมตัวเราหรืออย่างไรกันถึงได้รู้น่ะเจ้าเเก้ว555"



เสียงหัวเราะหวานใสของใครสักคนยังคงดังก้องอยู่ในหูของกรวีร์ราวกับใครคนนั้นมายืนหัวเราะอยู่ข้างหูเข้าก็ไม่ปาน เขาเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวให้กับบทสนทนาที่ได้ยิน แต่ก็หุบยิ้มลงฉับเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตึกนี้มีเพียงเขาเเละเพื่อนสนิทอย่างธนินเเค่สองคนเท่านั้น เเถมคำพูดคำจาของคนสมัยนี้มันก็ไม่ใช่เเบบนี้ด้วย


"กูหาตั้งนาน เดินเหมือนรู้ทางนะมึงอะ" ธนินเอ็ดเขาทันทีที่เจอหน้า


"ขอโทษทีว่ะ กูเเค่.." คุ้นเคย เขาคิดแต่ไม่ได้พูดมันออกไป


"แล้วนี่มึงจะมาดูอะไร กูบอกเเล้วไงว่าของเขาขนไปบูรณะหมดเเล้วน่ะ"


"เเก้วเจ้าจอม ธนินเเถวตึกนี้มีปลูกดอกเเก้วเจ้าจอมไว้บ้างมั้ย" ธนินขมวดคิ้วให้กับคำถามเเสนเเปลกของเพื่อนอีกครั้ง กรวีร์ชักจะเเปลกขึ้นเรื่อยๆ เสียเเล้วสิ


"กูไม่เคยได้ยินชื่อมันด้วยซ้ำ ดอกอะไรวะใช่ดอกเเก้วปะ"


"ไม่รู้ว่ะ ช่างเถอะ กูขอเดินดูอะไรอีกสักหน่อย" กรวีร์พูดก่อนเดินหนีธนินไปอีกครั้งจนคนผิวเเทนได้เเต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่


"ทำอย่างกับเคยอยู่ที่นี่มาก่อนงั้นเเหละ" ธนินบ่นเพื่อนสนิทก่อนจะเดินตามไป


กรวีร์เดินขึ้นไปบนชั้นสองอย่างถือวิสาสะ เขามองไปรอบๆ พลางอมยิ้มออกมาน้อยๆ อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว และเมื่อขึ้นมาถึงชั้นสองบรรยากาศของบ้านก็เปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ ใช่ เขาใช้คำว่าบ้าน เพราะความรู้สึกมันบอกว่าที่นี่คือบ้าน


กลิ่นหอมนั้นทวีความเเรงมากขึ้นเเต่ไม่ถึงขั้นฉุน ก่อนหูของกรวีร์จะอื้อไปชั่วขณะจนเขาต้องหลับตาลง และเมื่อหูของเขากลับมาเป็นปกติ เขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง


เสียงเจื้อยเเจ้วของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งดังขึ้น บรรยากาศรอบข้างของเขาตอนนี้ดูวุ่นวายราวกับกำลังเตรียมการต้อนรับอะไรกันอยู่ มีคนอยู่สองสามคนวิ่งถือของจัดของกันให้วุ่น โดยมีหญิงสูงวัยอีกคนยืนคอยกำกับ


"นังจำปา ถือดีๆ สิ เเจกันนั่นของเสด็จท่านประทานให้คุณชายเชียว ถ้าเเตกขึ้นมาซวยกันหมดเลยนะเอ็ง" เสียงเธอเอ็ดหญิงสาวที่ชื่อว่าจำปาดังลั่นไปทั่วตึก ก่อนที่หญิงสาวผู้โชคร้ายนั้นจะค่อยๆ ประคองแจกันใบสวยไปตั้งไว้ที่โต๊ะเพื่อประดับตกเเต่งอย่างระมัดระวัง


กรวีร์เดินไปข้างหน้าก่อนมองคนเหล่านั้นด้วยสีหน้ามึนงง นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีคนอยู่มากมายเช่นนี้ แถมคำพูดของพวกเขาอีก ไม่เห็นเหมือนอย่างที่เราๆ พูดกันเลยสักนิด มันเหมือนเขาได้กลับมาอยู่ในอดีตอย่างไรอย่างนั้น


เขาสะบัดหัวไล่ความคิดไร้สาระพวกนั้นออกไปก่อนเตรียมเดินกลับลงไปหาเพื่อนแต่เเล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อมีคนเรียกชื่อที่เขาได้ยินมาเมื่อครู่อย่างแก้ว


"ไอ้เเก้ว เอ็งก็ชักช้าจริงเชียว ไปช่วยตาสมพรยกตู้ยกเตียงไป หลังเเกยิ่งเดาะๆ อยู่" หญิงสูงวัยคนเดิมเอ่ยก่อนโบกมือมาทางเขา เธอพูดกับเขาเหรอ เธอเห็นเข้าด้วยงั้นเหรอ


"ขอรับคุณชื่น" เสียงนั้นดังมาจากข้างหลังเขา ทำให้กรวีร์อดไม่ได้ที่จะหันไปมอง และเมื่อเขาเคยรูปร่างหน้าตาของคนที่ชื่อเเก้วเเล้วเขาก็เบิกตากว้างขึ้นมา


นายเเก้วรีบกุลีกุจอทำตามที่คุณชื่นสั่งก่อนเขาจะเดินทะลุตัวของกรวีร์เข้าห้องสุดโถงทางเดินไป


ทำไมนายเเก้วถึงรูปร่างหน้าตาเหมือนเขาราวกับฝาเเฝดแบบนี้ กรวีร์ได้เเต่คิดอยู่ในใจ ความสับสนมึนงงพุ่งเข้าจู่โจมร่างสูงอย่างจัง เขามองซ้ายทีขวาทีอย่างสับสน ก่อนที่เสียงตะโกนเเหลมสูงของใครสักคนจะดังมาจากหน้าบ้าน


"คุณชายศศินมาถึงเเล้ว" ทันทีที่ทุกคนได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งลนกันยิ่งขึ้นไปอีก พวกเขาวิ่งวุ่นจัดนู่นจัดนี่เสียจนดูอลหม่านไปหมด และคุณชื่นก็ได้เดินไปหาใครสักคนในห้องสุดโถงทางเดิน ไม่นานเจ้าเเก้วก็วิ่งหน้าตาตื่นออกมาก่อนวิ่งผ่านตัวกรวีร์ลงไปข้างล่างอีกครั้ง


ในหัวของกรวีร์มีเเต่ความสงสัยใคร่รู้เต็มไปหมด เขาวิ่งตามเจ้าเเก้วไปอย่างไม่ลังเลก่อนจะพบเข้ากับร่างฝาเเฝดของเขาที่ยืนหอบหายใจอยู่บริเวณหน้าบ้าน


"คุณชายล่ะลุงชม"


"อยู่ตึกใหญ่นู่น เธอว่าจะไหว้ท่านชายกับหม่อมก่อนเเล้วค่อยมานี่" คุณชาย หม่อม ท่านชาย ลำดับยศของพวกเขาตีกันจนชวนเวียนหัวในความคิดของกรวีร์ คงเพราะเขาไม่เคยคิดสนใจอะไรเทือกนี้อยู่เเล้วเป็นทุน จึงทำให้ยากจะปะติดปะต่อเรื่อง ลองถ้าเป็นเจ้าธนินมาอยู่ที่นี่เเทนสิ คงเล่าได้เป็นฉากๆ ทีเดียว


"เอ็งไปรอรับคุณชายมาเถิดเเก้ว คนที่ตึกใหญ่คงไม่มีใครคิดสนใจเธอกันนักหรอก"


"ขอรับ" เจ้าเเก้วว่าก่อนจะวิ่งออกไปอีกครั้ง ครั้นพอร่างสูงจะตามไปบ้างเข้าก็ถูกกระชากกลับเข้ามาทันทีที่เท้าสัมผัสเข้ากับธรณีประตู ดูท่าว่าสิ่งที่ทำให้เขาเห็นภาพนี้จะให้เขารับรู้อยู่เเค่เพียงในบ้านหลังนี้สินะ


แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งมีเเต่เรื่องน่าสับสนเต็มไปหมด และประโยคของชายร่างท้วมที่มาคุยกับเจ้าเเก้วเมื่อครู่มันก็ทำให้ความสงสัยของกรวีร์ยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณ


"คนที่ตึกใหญ่คงไม่มีใครคิดสนใจเธอกันนักหรอก"


ตึกใหญ่ที่เขาว่าจะใช่ตึกสีเหลืองสองตึกนั่นที่อยู่ด้านหน้าหรือเปล่านะ และถ้าบอกว่าเจ้าของบ้านหลังนี้คือคุณชาย เเล้วทำไมมาอยู่ตึกเล็กๆ เเบบนี้กัน ขึ้นชื่อยศนำหน้าเลิศหรูขนาดนั้นควรจะอยู่ที่วังใหญ่ๆ โตๆ สิ


คิดได้ไม่นานเจ้าเเก้วก็เดินกลับมาพร้อมกับร่างโปร่งของใครบางคนที่อยู่ในชุดสูททางการสมัยเก่า แต่มันกลับทำให้ชายหนุ่มผู้นี้ดูดียิ่งกว่าดารานายเเบบคนไหนที่เขาเคยพบเจอ


ดวงตากลมโตดูใสซื่อหากทว่าดูเเข็งเเกร่งไปพร้อมด้วยในคราวเดียว จมูกโด่งเชิดรั้นรับกับริมฝีปากอิ่มของเจ้าตัว ใบหน้าเรียวเล็กจนน่าอิจฉา บวกกับสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบของเขา ถึงเเม้จะไม่ได้มีกล้ามเนื้อมากมายนัก แต่ก็จัดได้ว่าชายผู้นี่มีรูปร่างสูงโปร่งสมส่วนมากเลยทีเดียว ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดราวกับไม่เคยต้องเเสงอาทิตย์นั้นบ่งบอกถึงชาติตระกูลและการได้รับการเลี้ยงดูมาได้อย่างชัดเจน


คนนี้สินะคุณชายศศินที่คนพูดถึง


"เชิญขอรับคุณชาย" เเก้วก้มหัวเดินนำร่างโปร่งมาจนอีกฝ่ายถึงกับหัวเราะออกมา


"จะก้มหัวอะไรปานนั้นกันเเก้ว มองเเต่พื้นไม่มองข้างหน้าเดี๋ยวก็ได้ชนนู่นชนนี่หัวร้างข้างเเตกกันไปอีก" เสียงใสของคนที่ถูกเรียกว่าคุณชายพูดกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล


และเสียงนี้เองที่เขาได้ยินก่อนหน้า เสียงที่เอ่ยคุยกับเเก้ว คือคุณชายคนนี้นี่เอง เสียงนี้ไม่ผิดแน่


"ข..ขอรับ" กรวีร์ขำออกมาให้กับท่าทางเก้ๆ กังๆ ของเจ้าฝาเเฝดก่อนที่ทั้งสองจะมุ่งหน้ามาทางนี้ ครั้งนี้เขารู้เเล้ว จึงขยับถอยออกมาไม่ให้อีกสองคนเดินทะลุผ่านตัวเขาไปอีก ถึงเขาจะยังไม่ตายแต่นี่มันก็ดูน่ากลัวใช่ย่อย


"คุณชายเล็กของป้า" เสียงของคุณชื่นดังขึ้นมาทันทีที่เห็นคุณชายเจ้าของบ้าน คุณชายเล็กงั้นเหรอ ลูกคนสุดท้องงั้นสิ ร่างสูงคิดก่อนเดินตามไปดูเหตุการณ์ต่อ


"สวัสดีครับ ผมหม่อมราชวงศ์ศศิน วุฒิธรรมารักษ์มารายงานตัวกับป้าชื่นเเล้วครับ" ชื่อยาวเป็นหาวงว่าวจริงๆ นะพวกเจ้าเนี่ย ชื่อก็สั้นอยู่หรอก แต่พอบวกกับยศเเละนามสกุลเเล้วยาวเป็นหางรถไฟเลยเชียว


"โถคุณชายเล็ก" ป้าชื่นน้ำตารื้นก่อนโผเข้ากอดร่างโปร่งอย่างโหยหา ความรู้สึกพวกนั้นมันถ่ายทอดออกมาผ่านทางสายตาของเธอทั้งหมด ทั้งรักทั้งโหยหา แต่คุณชายเรียกอีกฝ่ายว่าป้านี่นา ก็ไม่ใช่เเม่น่ะสิ จะว่าไปเขายังไม่เห็นพ่อเห็นแม่ของคุณชายคนนี้เลยนะเนี่ย กรวีร์คิดก่อนมองไปรอบๆ เขาเห็นคนรับใช้สองสามคนยืนน้ำตารื้นตามป้าชื่นไปเสียเเล้ว ไม่เว้นเเม้เเต่เจ้าฝาเเฝดของเขาอย่างเจ้าเเก้วด้วย เจ้านั่นทอดมองคุณชายศศินด้วยสายตาที่กรวีร์เองก็พอจะมองออกว่ามันคืออะไร


อา หวังเด็ดดอกฟ้าจริงๆ เลยเจ้าหมอนี่ แถมสมัยก่อนความรักร่วมเพศเช่นนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่น่ารักเกียจมากเสียด้วย ท่าจะงานหนักเเล้วสิเจ้าฝาเเฝด ร่างสูงคิดก่อนหันกลับไปทางคุณชายศศินเเละป้าชื่นที่ยืนกอดกันอยู่


"ป้าคิดว่าคุณชายจะไม่กลับมาเสียเเล้วค่ะ"


"ผมจะไม่กลับมาได้ยังไงล่ะครับ ขืนผมไม่กลับมาบ้านของคุณเเม่คงได้ถูกรื้อทิ้งเป็นเเน่" คุณชายเล็กพูดด้วยแววตาเศร้าสร้อย แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้นเพราะเขาได้รีบปรับสีหน้าให้กลับมาสดใสในเวลาไม่นาน


ที่กรวีร์พอจะเดาออกตอนนี้คือคุณชายศศินคนนี้เป็นคุณชายคนเล็กของบ้านนี้ หรือควรใช้คำว่าวังกันนะ ช่างเถอะ ไม่มีใครมารู้กับความคิดเขาเสียหน่อย คุณชายศศิน ไม่ได้เป็นที่รักของคนที่ตึกใหญ่มากนัก แต่เขาดูจะเป็นที่รักของทุกๆ คนในที่นี้เลย เเละตึกเล็กหลังนี้เป็นบ้านที่เเม่ของเขาอาศัยอยู่ ว่าเเต่ไหนเเม่ของเขากันล่ะ


"ต่อให้ต้องนอนตายขวางเอาไว้ป้าก็จะไม่มีวันให้ใครมารื้อตึกของหม่อมบุหลันเธอทิ้งเป็นเเน่" ป้าชื่นพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว มันทำให้เชื่อเลยล่ะว่าเธอคงทำมันจริงอย่างที่ว่าเเน่


"ป้าชื่นครับ"


"ป้าน่ะขัดใจจริงๆ นะคะที่คุณชายเลือกมาอยู่ที่เรือนหลังเล็กนี่ทั้งที่คุณชายมีสิทธิจะได้อยู่บนตึกใหญ่ดังเช่นคุณชายใหญ่เเละคุณหญิงกลาง" คุณชายเล็กคนนี้มีพี่ชายเเละพี่สาวสินะ


"ป้าชื่นจะให้ชายขึ้นไปอยู่บนตึกที่ร้อนอย่างกับไฟแบบนั้นน่ะหรือครับ คงไม่ไหวกระมัง ชายขี้คร้านจะไปสู้รบปรบมือกับใครอีก" ร่างโปร่งว่ายิ้มๆ


"โถคุณชายล่ะก็" ป้าชื่นทำหน้ามุ่ยจนคุณชายเล็กต้องกอดเเกเอาไว้อย่างออดอ้อน


"ชายอยู่ที่นี่ก็มีความสุขดีเเล้วครับ มีป้าชื่น พี่จำปา ลุงสมพร แล้วไหนจะเเก้วอีก ชายมีคนอยู่ด้วยตั้งเยอะ จะเหงาได้ยังไงกันล่ะครับ"


"แล้วคุณชายไม่อยากอยู่กับท่านพ่อหรือคะ" คำว่าพ่อทำให้คุณชายร่างบางชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพยายามปั้นหน้าสดใสอีกครั้ง


"ถ้าไปอยู่เเล้วทำให้ชายรู้ว่าท่านพ่อไม่รักชาย ชายขออยู่ที่นี่เเล้วหลอกตัวเองต่อไปดีกว่าครับป้าชื่น" คุณชายศศินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสดใส แต่ข้างในของเขาคงเต็มไปด้วยบาดเเผลฉกรรจ์เลยทีเดียว


กรวีร์เติบโตมากับครอบครัวที่เเสนอบอุ่น เขาไม่เคยคิดเลยว่าถ้าเขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับคุณชายร่างบางนี้เขาจะรู้สึกเช่นไร


"โถคุณชายของป้า" ป้าชื่นลูบกลุ่มผมสีดำขลับนั่นเบาๆ ก่อนที่คุณชายเล็กจะจับมือที่เริ่มเหี่ยวย่นไปตามกาลเวลาของเธอเอาไว้เเล้วส่งยิ้มหวานให้เพื่อให้เธอคลายกังวล


"เราดีใจที่ได้กลับมาเจอทุกคนเลยนะ พี่จำปา ลุงสมพร แก้วด้วยนะ" คุณชายศศินส่งยิ้มหวานให้อีกสามคนเพื่อไม่ให้พวกเขาน้อยใจไปเสียก่อนที่เห็นเขาพูดคุยแต่กับป้าชื่น


"พวกเราก็ดีใจที่ได้เจอคุณชายเช่นกันขอรับ" ชายสูงวัยที่น่าจะเป็นลุงสมพรเอ่ยขึ้นก่อนทอดมองราชนิกูลร่างบางด้วยความเอ็นดู


"ครานี้เห็นทีเจ้าเเก้วคงไม่ต้องเหงาอีกเเล้วสิ ตอนคุณชายไม่อยู่นะเจ้าคะ บ่นคิดถึงไม่เว้นเเต่ละวันเทียวค่ะ" สาวใช้ที่ชื่อจำปาเอ่ยจนเเก้วทำตาโตเเทบถลนออกมา


"พี่จำปา" เจ้าฝาเเฝดของกรวีร์ทำหน้าเลิ่กลั่กเสียจนน่าขัน


"ตาจะถลนออกมาเเล้วเเก้ว เจ้านี่ทำตัวน่าขันอยู่เสมอเลยหรืออย่างไรหื้ม" คุณชายเล็กเอ่ยก่อนจะขำออกมาน้อยๆ


"ก็..."


"เราก็คิดถึงเจ้า เพื่อนสมัยเด็กเราก็มีเเค่ไม่กี่คน แต่ที่เราคิดถึงที่สุดเห็นจะเป็นเจ้านี่เเหละเเก้ว"


ตึกตักๆ


ไม่ใช่เพียงเเค่หัวใจของเจ้าเเก้วเท่านั้นที่เต้นเเรง หัวใจของกรวีร์เองก็เต้นเเรงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน เขายกมือขึ้นทาบอกของตัวเองอย่างแปลกใจ ทำไมเวลาเจ้าเเก้วรู้สึกอะไรเขาจะต้องรู้สึกไปด้วยกันล่ะ ทำไมมันเหมือนกับว่าเขาเเละเเก้วคือคนๆ เดียวกันเช่นนั้นก็ไม่ปาน


"ข..ขอรับ" เเก้วก้มหน้างุดอย่างเขินอายจนคนที่เหลือได้เเต่หัวเราะออกมาให้กับความน่ารักที่ไม่ได้ตั้งใจของเจ้าตัว


ที่นี่เป็นสถานที่เเห่งความสุขจริงๆ สินะ ขนาดเขาเป็นคนนอกเเท้ๆ ยังรับรู้ถึงความสุข ความอบอุ่น และความรักที่อบอวลไปทั่วสถานที่เเห่งนี้เลย ร่างสูงยิ้มออกมาให้กับภาพความสุขตรงหน้าก่อนที่จะรู้สึกถึงเเรงเขย่าเบาๆ ที่ต้นเเขน


"ไอ้กร กรวีร์ มึงเป็นอะไรเนี่ย" ภาพตัดกลับมาที่เดิมที่เขายืนอยู่ ที่เชิงบันไดชั้นเเรกของบ้าน เเต่เมื่อกี้เขาเดินขึ้นไปแล้วนี่นา ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้อีก หรือเพราะตัวเขาอีกคนเมื่อครู่เหรอ


"ธนิน"


"เออกูเอง มึงเป็นอะไรเนี่ย ยืนนิ่งเลย กลับมั้ยมึงดูไม่ปกติจริงๆ นะ" ธนินเอ่ยถามเขาด้วยความเป็นห่วง แต่กรวีร์ได้ยิ้มเเละส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้


"ธนิน วังนี้ใช่วังของตระกูลวุฒิธรรมารักษ์หรือเปล่า" เพื่อนสนิททำหน้าสงสัยอยู่ชั่วครู่ก่อนตอบว่าใช่


ธนินมองเพื่อนตัวสูงอย่างไม่เข้าใจ อะไรที่ทำให้เพื่อนของเขาเป็นเเบบนี้กัน มันเกิดอะไรขึ้นกันเเน่


"กร..."


"มึงเเล้วมีคุณชายที่ชื่อคุณชายศศินด้วยใช่มั้ยในตระกูลนี้" กรวีร์ถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นจนเข้าไม่กล้าเอ่ยขัด


"ม..มี แต่มันมีเเต่คนพูดถึงในเรื่องไม่ดีนะ"


"ห๊ะ! " เรื่องไม่ดีอะไรกัน คุณชายศศินเนี่ยนะ เจ้าตัวออกจะดูสุภาพอ่อนโยนปานนั้น ทำไมถึงมีเเต่คนพูดถึงในเรื่องไม่ดีกัน


"มึงตกใจอะไรเนี่ย"


"กูเเค่.. คือ"


ปั้ง


"เชี่ย" กรวีร์เเละธนินสะดุ้งพร้อมอุทานออกมาพร้อมกันเมื่อได้ยินเสียงดังมาจากหน้าบ้าน


"อะไรวะนั่น กูเดินไปดูก่อนนะ มึงเดินตามมาด้วยล่ะ" ธนินว่า


"เออๆ " ร่างสูงยืนลูบหน้าอกให้หายจากอาการตกใจเมื่อครู่ ก่อนเตรียมจะก้าวเดินตามเพื่อนสนิทไป แต่ทว่า...


"ไปยืนทำอะไรตรงนั้นเเก้ว" เสียงหวานใสดังขึ้นให้กรวีร์ต้องหันมองอีกครั้ง ครั้งนี้ดวงหน้าหวานปรากฏแก่สายตาของเขาเเจ่มชัดยิ่งขึ้น เขายอมรับเลยว่าคุณชายศศินเป็นผู้ชายที่มีดวงหน้าหวานที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาเลยจริงๆ


ยิ่งเขาเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมละมุนที่เขาหลงใหลก็ค่อยๆ แรงขึ้นมาอีกครั้ง เขามัวเเต่เผลอไผลไปกับมนต์สะกดนั่นจนเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว น่าเเปลกที่เขาไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด ถ้าใครได้มาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ก็คงจะต้องกลัวสติเเตกกันไปแล้ว แต่กรวีร์ก็ยังเเปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน ทั้งที่เขาควรจะกลัวเเต่ไม่มีเลย เขามีเเต่ความคิดถึง คิดถึงเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ บรรยากาศเหล่านี้ และคนๆ นี้ จิตใต้สำนึกเขามันสั่งการไว้เเบบนั้น และเขาก็เผลอทำตามมันไปโดยไม่รู้ตัว


ในจังหวะที่เขาเดินใกล้ถึงตัวราชนิกูลหนุ่ม ร่างของเจ้าฝาเเฝดก็ทะลุผ่านตัวเขาไปนั่งคุกเข่าอยู่ต่อหน้าคุณชายศศินจนเขาเกิดรู้สึกตัวขึ้นมา


"แก้ว เอ่อ.." นายเเก้วทำหน้าตาเลิ่กลั่กจนทั้งคุณชายเล็กเเละกรวีร์ต่างงงไปตามๆ กัน ก่อนที่ร่างสูงจะหันตามคุณชายไปทางที่เจ้าเเก้ววิ่งตึงตังมา


"มาดูรูปเราหรือไง เรายังไม่ได้ว่าอะไรเจ้าเลย เป็นอย่างไร เราหล่อสู้พี่ชายใหญ่ได้บ้างหรือไม่" คุณชายเล็กยิ้มก่อนเดินไปทางภาพเขียนสีน้ำมันของตัวเอง


"คุณชายเล็กหล่อที่สุดในพระนครเเล้วขอรับ"


"เยินยอกันเกินไปแล้ว เจ้านี่ปากหวานเสียจริง เห็นทีสาวๆ คงจะติดกันตรึมเลยสิท่า" ร่างโปร่งหันมาเย้าเพื่อนในวัยเด็กอย่างนึกสนุก


"ไม่มีหรอกขอรับ" เเก้วก้มหน้างุดๆ เพื่อซ่อนหน้าที่เเดงก่ำของตัวเองเอาไว้


"แล้วเจ้าชอบพอสาวที่ไหนบ้างหรือยัง โตป่านนี้เเล้ว เจ้าต้องมีคนในใจอยู่บ้างใช่หรือไม่"


"เอ่อ คือ..." เจ้าฝาเเฝดทำอึกอักอีกครั้งจนกรวีร์นึกขำอยู่ในใจ


จะให้บอกออกไปหรือไงว่าชอบคุณชาย เขาว่านายเเก้วคงจะคิดแบบนี้ล่ะนะ


"คือผม..."


"อย่าบอกนะว่ายังไม่มีน่ะ" คุณชายเล็กหรี่ตาจับผิด


"มีขอรับ" เจ้าเเก้วตอบรับเสียงเเผ่ว


"ใครกันหรือ เราชักจะอยากเห็นเสียเเล้วสิ มาขโมยหัวใจเพื่อนเราไปได้นี่ต้องไม่ธรรมดาเเน่ๆ " ร่างโปร่งพูดเสียงใส


หากเขามีตัวตนจริงก็อยากจะตะโกนบอกคุณชายเธอให้ลั่นตึกเลยว่าถ้าอยากเห็นคนที่เเก้วมันชอบก็ให้ส่องกระจกดูเเล้วจะเจอเอง แต่ติดที่เขาเป็นได้เพียงเเค่ผู้สังเกตการณ์เท่านั้นน่ะสิ ขัดใจชะมัด


"คือ..." เจ้าเเฝดนี่ก็อึกๆ อักๆ จริงเชียว แต่เหมือนคุณชายจะคิดว่าเเก้วเขินจนพูดอะไรไม่ถูกกระมังเลยเปลี่ยนเรื่องขึ้น


"ไม่คาดคั้นเเล้วก็ได้ เดี๋ยวเจ้าเขินจนระเบิดตัวตายไปเสียก่อน" เสียงหวานเอ่ยก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ เจ้าเเก้วนั่งมองเจ้านายหน้าหวานนิ่งก่อนระบายยิ้มละมุนออกมา


ความรักแบบนี้มันยากจริงๆ ยิ่งเป็นสมัยก่อนด้วยเเล้วก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ ความรักต่างชนชั้น ความรักระหว่างเพศเดียวกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งมองไม่เห็นทางออกเลยจริงๆ กรวีร์มองร่างหนาสลับกับคุณชายหน้าหวานก่อนถอนใจออกมาเฮือกใหญ่


"เราจะวานเเก้วมาช่วยเราหน่อยน่ะ ได้หรือไม่" คุณชายเปิดประเด็นใหม่ขึ้น


"ขอรับ เเก้วทำให้คุณชายเล็กได้ทุกอย่างเลยขอรับ" เจ้าเเก้วตอบเสียงหนักเเน่น


อา ชักเกินหน้าเกินตาไปแล้วเเก้วเอ้ย ร่างสูงคิดในใจก่อนมองคนที่หน้าตาเหมือนตัวเองอย่างเอ็นดูในนิสัยซื่อๆ ของอีกฝ่าย


"เจ้านี่ งั้นตามเรามา" คุณชายกลั้นหัวเราะอีกครั้งก่อนเดินนำเเก้วไปยังหลังบ้าน


เมื่อเดินมาจนถึงสวนหลังตึกกลิ่นหอมนั่นก็กลับมาอีกครั้ง กรวีร์หันมองซ้ายขวาหาต้นตอจนคอเเทบเคล็ด และดูเหมือนเเก้วเองก็จะสงสัยเช่นเดียวกับเขา


"นี่กลิ่นอะไรกันหรือขอรับคุณชาย" เจ้าเเฝดเอ่ยถามเจ้านายที่เดินนำหน้าอยู่


"หอมใช่หรือไม่"


"ขอรับ"


"ดอกเเก้วเจ้าจอมน่ะ คนเขามักเรียกกันว่าดอกน้ำอบฝรั่ง" คุณชายชี้ไปที่ต้นไม้ที่ถูกหุ้มไว้ด้วยห่อกระดาษ มันเป็นต้นไม่ใหญ่มาก เหมือนจะถูกเพาะพันธุ์เอามาปลูกสิท่า


"หอมชื่นใจดีจริงเทียวขอรับ กลิ่นเหมือนตัวคุณชายเลย เอ่อ..." เจ้าเเก้วเผลอหลุดปากออกไปจนกรวีร์ตาโต ตอนนี้ร่างสูงเเละเจ้าเเก้วทำหน้าเหมือนกันไม่มีผิด


"หื้ม เจ้ามาแอบดมตัวเราหรืออย่างไรกันถึงได้รู้น่ะเจ้าเเก้ว555" คุณชายหัวเราะให้กับคำพูดเเละท่าทางน่ารักๆ ของเพื่อนอีกครั้ง


"เราจะวานเเก้วช่วยเราปลูกต้นเเก้วเจ้าจอมนี่หน่อย เราทำคนเดียวท่าจะไม่ไหว" คุณชายเล็กพูดความประสงค์ และมีหรือที่เจ้าเเก้วจะปฏิเสธ หน้าบานตั้งเเต่เจอคุณชายเเล้วไม่ว่าบ้าง


"ได้เลยขอรับ" เเก้วรับคำก่อนคุกเข่าลงเตรียมทำตามคำที่นายว่า แต่พอเห็นคุณชายศศินคุกเข่าตามลงมาด้วยเขาก็ร้องห้ามอย่างตกใจ


"คุณชายขอรับ กางเกงสวยๆ จะเปื้อนดินเอานะขอรับ เดี๋ยวแก้วทำเองคนเดียวก็ได้" เจ้าเเฝดเอ่ยห้ามราชนิกูลหนุ่มเสียงลั่น แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้สนใจ


"เราวานให้เเก้วมาช่วยเราทำ ไม่ได้ใช้ให้เเก้วทำ ฟังคำเราผิดหรืออย่างไร" คุณชายร่างโปร่งทำหน้าดุจนเเก้วหงอลงอย่างน่าสงสาร กรวีร์คิดว่าถ้าเจ้าเเก้วมีหูมีหางเเล้วล่ะก็ตอนนี้คงจะหูลู่หางตกอยู่เป็นเเน่


ทั้งสองช่วยกันปลูกต้นเเก้วเจ้าจอมนั้นด้วยกันพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าของพวกเขา กลิ่นอายความสุข เเละเสียงหัวเราะอบอวลไปทั่วบริเวณ ไม่ต้องอยู่บ้านใหญ่ๆ หรูๆ ก็มีความสุขได้เหมือนกันสินะ กรวีร์ยิ้มกว้างออกมาให้กับภาพเเสนสุขตรงหน้า แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เขารู้สึกได้จากบรรยากาศตอนนี้คือ ความรัก


ใช่ ร่างสูงเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเทียบจากวันเเรกที่พวกเขาสองคนได้กลับมาเจอกันจนถึงวันนี้มันกินระยะเวลาไปนานเท่าไร แต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้ชัดเจนเลยคือความรักของพวกเขาทั้งสองคนกำลังค่อยๆ เริ่มต้นขึ้นเหมือนการเติบโตของต้นเเก้วเจ้าจอมต้นนี้


และเขาคิดว่ามันคงจะเติบโตมาได้อย่างสวยงามมากเเน่ๆ ทั้งต้นไม้และความรักของพวกเขาทั้งคู่ ร่างสูงยืนยิ้มมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความอิ่มเอมใจ


"ไอ้กรทำไมมึงไม่เดินตามกูออกมาเนี่ย" เป็นเสียงของธนินนั่นเองดังขัดภาพความสุขนั้น เขามองไปรอบๆ ก่อนจะพบว่าตัวเองยังยืนอยู่ที่เดิม


"กร..."


"กูขอเดินดูอีกหน่อยได้มั้ย" กรวีร์เอ่ยถามอีกฝ่ายโดยที่สายตาของเขามองไปนู่นทีนี่ทีอย่างสนใจ


เขาจำได้ว่าตรงนี้เคยเป็นที่วางเเจกันใบสวย ตรงนั้นเคยเป็นห้องรับเเขกที่มีลมโกรกอยู่เสมอ และข้างหลังเขาเคยมีภาพเขียนสีน้ำมันของหม่อมราชวงศ์ศศิน วุฒิธรรมารักษ์อยู่


พอได้รู้ถึงที่มาเเล้วสถานที่เเละสิ่งของพวกนี้มันดูน่าสนใจขึ้นอีกเป็นร้อยเท่าเลย ร่างสูงคิดในใจแต่ก็ต้องหลุดออกจากภวังค์เมื่อธนินจับตัวเขาเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน


"มึงเป็นอะไรกร หรือคุณไม่ใช่กรครับ อย่ามาสิงเพื่อนผมเลย ออกไปเถอะครับ เราจะไม่มาที่นี่เเล้ว" ธนินว่าก่อนยกมือไหว้เขาปลกๆ จนเขาอดหัวเราะออกมาไม่ได้


"อะไรของมึงเนี่ย"


"นี่มึงจริงๆ เหรอ กร ใช่มึงเเน่นะ" ธนินทำหน้าหวาดระเเวงจนเขากลั้นขำแทบไม่อยู่


"เออกูคือกรวีร์เพื่อนมึงนี่เเหละ" เขากลั้นหัวเราะไว้ก่อนพูดกับเพื่อน


"แต่มึงไม่ปกติมากๆ เลยนะกร มึงโดนผีที่นี่เล่นเเล้วใช่มั้ย" ธนินเอ่ยพลางเอามือลูบต้นเเขนไปมา


"ไม่รู้สิ" เขาตอบก่อนจะเดินขึ้นไปที่ชั้นสองอีกครั้ง


"ไอ้กร กร กรวีร์ ไอ้เวรเอ้ย กูควรทิ้งมึงหรือเดินตามมึงไปดีเนี่ย" คนผิวเเทนทำหน้าคล้ายจะร้องไห้อยู่รอมร่อแต่ก็ก้าวเดินตามเพื่อนตัวสูงขึ้นไปบนชั้นสอง


กรวีร์เดินขึ้นมาที่ชั้นสองและก็เหมือนเขาถูกดูดกลับไปอีกช่วงเวลาอีกครั้ง


"ฮึก" เเต่ครั้งนี้สิ่งที่เขาพบเจอไม่ใช่น้ำเสียงสดใสหรือเสียงหัวเราะอย่างที่เคย กลิ่นอายความสุขที่เคยมีเลือนหายไปท่ามกลางความมืดมิดของท้องฟ้าในยามค่ำคืน


"คุณชายขอรับ ไม่ร้องนะขอรับ" เสียงของเเก้วดังมาจากทางห้องสุดทางเดิน กรวีร์ไม่รอช้าเดินตามเสียงนั้นไปทันที แต่ทว่าประตูไม้ตรงหน้าของเขามันดันปิดอยู่ เขาลองจับลูกบิดตรงหน้าก็จับไม่ได้ เหมือนเขาเป็นเพียงวิญญาณจริงๆ แต่ถ้าเป็นวิญญาณเเล้วแบบนี้ เขาจะทะลุประตูไปได้เหมือนในหนังหรือเปล่านะ ร่างสูงคิด


"ฮึก เราไม่เป็นอะไร"


"พูดว่าไม่เป็นไรทั้งที่น้ำตายังนองหน้าแบบนี้น่ะหรือขอรับ" เสียงพูดคุยในห้องยิ่งกระตุ้นความอยากรู้ของกรวีร์ให้เพิ่มมากขึ้นจนเขาหลับตาลงกลั้นใจเเล้วเดินทะลุประตูบานหนาเข้าไปในห้อง เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาก็พบกับคุณชายศศินนั่งปาดน้ำตาอยู่บนเตียงกับเจ้าเเก้วที่นั่งมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเป็นกังวลอยู่บนพื้น


เกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน ร่างสูงทำหน้างงงวยก่อนจะพบกับสิ่งที่น่าจะเป็นสาเหตุ


รอยเเดงเป็นปื้นที่เเก้มนวลของคุณชายบ่งบอกถึงสาเหตุไว้เเล้ว ใครกันที่ทำคุณชายเล็กผู้เเสนอ่อนโยนคนนี้ได้ลง คนๆ นั้นต้องใจร้ายมากๆ เลยไม่ใช่หรอกเหรอ


กรวีร์มองรอยเเดงนั้นสลับกับใบหน้าเปื้อนน้ำตาของราชนิกูลหนุ่มอย่างสงสารจับใจ


"นี่เจ้าย้อนเราเหรอเเก้ว ฮึก" คุณชายว่าก่อนฟาดไปที่เเขนของเเก้วเบาๆ


"คุณชายเจ็บมากหรือไม่ขอรับ" เจ้าฝาเเฝดของกรวีร์พูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล แต่นัยน์ตาเขาออกจะติดไปทางเเค้นเคืองอยู่หน่อยๆ ก็นะ เจ้าหมอนี่รักคุณชายศศินอย่างกับอะไร ถ้าหากมีใครมาทำร้ายคนที่เขารักให้ต้องเจ็บตัวเสียน้ำตาเเบบนี้เป็นเขาก็คงอดแค้นเคืองอีกฝ่ายไม่ได้เหมือนกัน เผลอๆ เขาจะจัดการคนๆ นั้นให้สิ้นซากไปเลยด้วย


"ไม่เจ็บหรอก"


"คุณชายจะโกหกเเก้วหรือขอรับ"


"เจ้าอย่าทำเป็นรู้จักเราดีนักได้มั้ย" คุณชายหลบตาอีกฝ่ายทันทีเมื่อโดนจับได้


"คุณชายเล็กที่เเก้วรู้จักเป็นคนเข้มเเข็งขอรับ" เหมือนเจ้าเเก้วจะเเค่พูดไปเฉยๆ แต่ร่างสูงรู้สึกได้ว่านี่คือวิธีที่หมอนั่นกำลังปลอบใจคนที่เขารักอยู่


"..."


"เธอเป็นคนเก่งมากๆ เลยด้วยนะขอรับ ไปจบหมอมาจากเมืองฝรั่งนู่น แถมยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาอีกต่างหาก หน้าตาก็ไม่จัดได้ว่าเป็นสองรองใคร อาจเป็นที่หนึ่งในพระนครเลยนะขอรับ" ราชนิกูลร่างบางหัวเราะออกมาทั้งน้ำตาเมื่อได้ยินเช่นนั้น


"เเล้วยังไงต่อหรือ คุณชายเล็กของเเก้วน่ะ" คุณชายนี่ก็เล่นตามไปด้วยอีกนะ กรวีร์ยิ้มขำในใจ


"คุณชายเล็กของเเก้วน่ะมีค่ามากๆ เลยนะขอรับ"


"..."


"สำหรับคนอื่นเเก้วไม่รู้หรอกนะขอรับ แต่สำหรับแก้วคุณชายเล็กทั้งดีเเละก็มีคุณค่ามากๆ เลย เปรียบได้ดังเพชรเม็ดงามยากจะหาใครมาเทียบเทียมได้เลยนะขอรับ" คุณชายเงียบไปหลังได้ยินความในใจของเเก้ว ก่อนยิ้มกว้างออกมาทั้งที่น้ำตายังคงไหลริน


"คุณชาย..."


"เราขอกอดเเก้วได้หรือไม่" เเก้วเงียบไปกับคำขอนั้นสักพัก ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้ราชนิกูลหนุ่มเเล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายตาเเป๋ว


คุณชายศศินโผเข้ากอดเเก้วเสียเต็มรัก จนตัวเเก้วเเทบเซไปข้างหลัง เขาสองคนกอดกันนานเท่าไหร่ก็มิอาจทราบได้ กรวีร์ยืนมองภาพนั้นนิ่งก่อนจะยิ้มออกมา


พวกเขาเป็นกำลังใจเเละเป็นความสุขของกันเเละกันจริงๆ เขาเองก็ไม่รู้หรอกว่าคุณชายเจอใครทำไม่ดีใส่มา แต่เเก้วนั้นรู้ดีว่าควรจะรับมือกับเรื่องเเบบนี้อย่างไร เขาเลือกที่จะไม่ใช้คำปลอบโยนอย่างที่คนทั่วไปใช้กัน หากเเต่เขาจะใช้ถ้อยคำให้กำลังใจในแบบของเขา ซึ่งนั่นคือการบอกว่าคุณชายของเขานั้นมีค่ามากจนเหลือล้น


"แก้วรู้มั้ยว่าเราอยากจะตายทุกครั้งเลยที่ต้องไปพบท่านพ่อ" เมื่อทั้งผละอ้อมกอดออกจากกันคุณชายศศินก็เริ่มเปิดปากพูด


อย่าบอกนะว่ารอยนั่นคือเขาโดนผู้เป็นพ่อทำร้ายมา ท่านชายอะไรกันทำไมใจร้ายใจดำกับลูกถึงปานนี้ คุณชายเธอทำผิดอะไรขนาดนั้นเลยหรือไง กรวีร์คิดเข่นเคี่ยวในใจ


"..." แก้วเงียบเพื่อรอฟังสุดดวงใจของเขาพูดระบายออกมา และเขารู้ว่านั่นคือสิ่งที่เเก้วต้องการมากที่สุด เพราะการได้ระบายออกมาเป็นวิธีที่ขจัดความเศร้าได้ชะงัดนัก


"วันนี้ท่านพ่อเรียกเราไปกินข้าวที่ตึกใหญ่ ตอนเเรกเราดีใจมากจริงๆ นะ เพราะไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ท่านพ่อจะเอ่ยชวนเราเเบบนั้น จะมีก็เเต่พี่ชายอาทิตย์เท่านั้นที่เห็นเราอยู่ในสายตา"


"เราเเอบเผลอคิดไปว่าท่านพ่อคงอยากเห็นหน้าเราอย่างลูกคนอื่นๆ บ้าง แต่เรากลับเอาเเต่คิดเพ้อฝันมากเกินไปจนทำให้ต้องเจ็บปวดเพราะความผิดหวัง"


"..."


"ท่านพ่อเรียกเราเข้าไปเพื่อจะบอกให้เราเเต่งงานออกเรือนกับลูกสาวเถ้าเเก่ฮง ตลกดีนะ ในยามปกติท่านพ่อไม่เคยเเม้เเต่จะคิดถึงเราเลย ไม่เคยเห็นเราอยู่ในสายตาเลยเเท้ๆ แต่ในวันนี้ ท่านกลับมาออกคำสั่งให้เราเเต่งงานกับคนที่เราไม่เคยเเม้เเต่จะเห็นหน้าด้วยซ้ำ"


"พอเราปฏิเสธ เขาก็โมโหเราใหญ่เลยล่ะ พาลด่าว่าไปถึงเรื่องเเม่เราเลยด้วย เขาเอาเเต่ย้ำว่าเราคือความผิดพลาด เขาไม่เคยอยากมีเราเป็นลูก เเล้วเขาก็ว่าเเม่เหมือนเดิมอีกเเล้ว เขาว่าเเม่อยากเป็นหม่อมจนตัวสั่นเลยยอมเอาตัวเข้าเเลก เขาพูดเรื่องเดิมวนซ้ำไปมาจนเราเอียนเเล้วนะ" นี่หรือคือชีวิตของคุณชายผู้สูงส่ง ทำไมเขาช่างน่าสงสารขนาดนี้


กรวีร์เผลอน้ำตาซึมเมื่อได้ยินเรื่องราวชีวิตของคุณชายศศิน เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีพ่อใจร้ายเเบบนี้อยู่บนโลก ไม่เคยคิดเลยว่าคนๆ นั้นจะเป็นถึงท่านชายด้วย ช่างทำตัวน่ารังเกียจจริงๆ ดุด่าว่ากล่าวเด็กตาดำๆ คนหนึ่งที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวของผู้ใหญ่ เขาเองก็ไม่รู้หรอกว่าหม่อมบุหลันเเม่ของอีกฝ่ายจะเป็นคนไม่ดีเเบบที่ท่านชายอะไรนั่นบอกมั้ย เเต่สิ่งที่เขาทำยังไงมันก็ไม่สมควรอยู่ดี คุณชายทนอยู่กับเรื่องเเย่ๆ พวกนี้มาได้ยังไงกันนะ


"เขายังเห็นเราเป็นลูกอยู่จริงๆ หรือ หรือว่าเขาไม่เคยเห็นเราเป็นลูกมาตั้งเเต่เเรกเเล้วกันเเน่ คำถามพวกนี้วนเวียนในหัวเราไม่หยุดเลย"


"..."


"พี่ชายอาทิตย์มาห้ามเขาก็ไม่หยุด เขาพ่นถ้อยคำผรุสวาทใส่เราราวกับเราเป็นนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ที่ควรต้องโทษประหาร เขาบอกถึงเราจะได้ชื่อว่าเป็นคุณชายเเต่ยังไงก็ลบล้างความจริงที่ว่าเราเป็นเเค่ลูกคนใช้ไม่ได้หรอก"


คอยดูเลยนะ ถ้าเขาได้เจออีตาท่านชายนั่นเเบบตัวเป็นๆ เมื่อไหร่เขาจะต่อยไม่ยั้งเลยคอยดู นั่นปากหรือกระโถนกันเเน่ กรวีร์คิดเเค้นเคืองในใจ และเขาคิดว่าเเก้วเองก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน สำหรับเขาคุณชายก็เป็นเเค่คนๆ หนึ่งที่น่าสงสารเเละเเสนดี แต่สำหรับเเก้ว คุณชายศศินคงเป็นโลกทั้งใบของเขา เป็นคนที่เขารัก เป็นเพื่อน เป็นเจ้านาย เป็นทุกๆ อย่างของชีวิต สายตาของเเก้วบอกร่างสูงเเบบนั้น


"เขาบอกว่าเขาไม่เคยรักเรา ไม่เคยคิดจะรัก เราไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาของเขา" คุณชายเล็กพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดอีกครั้ง แผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายดูเเสนอ้างว้างเหลือเกิน


"คุณชายขอรับ" เเก้วเผลอกุมมือราชนิกูลหนุ่มเอาไว้อย่างลืมตัว


"..."


"ถึงเเม้คนทั้งโลกจะเกลียดชังคุณชาย หรือพูดว่าคุณชายช่างเเสนไร้ค่า แต่สำหรับไอ้เเก้วคนนี้มันไม่ใช่เลยนะขอรับ คุณชายศศินมีค่ามาก มากที่สุด มากจนหาอะไรมาเทียบไม่ได้เลย" ร่างหนาชันเข่าขึ้นปาดน้ำตาให้ผู้เป็นนายด้วยเเววตาอ่อนโยนจนกรวีร์เห็นใบหน้าซับสีเลือดฝาดของคุณชายเล็ก


"ถึงจะไม่มีใครรักคุณชายก็ไม่เป็นไรนะขอรับ"


"..."


"เพราะไอ้เเก้วคนนี้รักคุณชายมากๆ เลยนะขอรับ"


"แก้ว..."


"ยอดดวงใจของเเก้ว ได้โปรดอย่าเศร้าโศกไปเลยนะขอรับ" เเก้วส่งยิ้มละมุนละไมให้อีกฝ่ายจนกรวีร์แทบเคลิ้มไปด้วย ถ้าไม่ติดว่าใบหน้านั้นมันเหมือนกับเขาอย่างกับฝาเเฝดล่ะก็นะ


เขารู้สึกถึงความหวาดกลัวในใจของเเก้วอย่างชัดเจน ไม่ว่าเเก้วจะรู้สึกอย่างไร เขาจะรับรู้ได้ทั้งหมด การที่อีกฝ่ายตัดสินใจพูดความในใจกับคนที่เขารักมันเป็นเรื่องที่ยากลำบากต่อเเก้วมากๆ ด้วยฐานะที่ต่างกัน ไหนจะเพศสภาพของทั้งคู่อีก แต่ในที่สุดเเล้วเเก้วก็พูดมันออกไป อุปสรรคต่างๆ มิอาจขวางกั้นใจรักที่ซื่อสัตย์ของอีกฝ่ายได้เลยเเม้สักนิด


แก้วรักคุณชายเล็กของเขามาเนิ่นนาน เฝ้าดูเเลทะนุถนอมอีกฝ่ายมาอย่างดี เขาไม่เคยหวังให้ราชนิกูลผู้สูงส่งให้ความรักตอบเขากลับมา เพียงเขาได้เห็นอีกฝ่ายมีความสุข กินอิ่ม นอนหลับ ยิ้มเเย้มเเละหัวเราะ เท่านั้นเขาก็สุขใจมากเเล้ว


กรวีร์ยิ้มเมื่อรับรู้ถึงความรู้สึกทั้งหมดของนายเเก้ว ความรักของเขาช่างยิ่งใหญ่เสียจริง ทั้งดีงามเเละบริสุทธิ์ เขาไม่เคยอยากดึงให้คุณชายต้องมาด่างพร้อยไปด้วยเลยเเม้เเต่น้อย เขาใช้ชีวิตอยู่ในที่ของเขา ที่ที่เขาจะสามารถเห็นรอยยิ้มของคุณชายเล็กของเขาได้อย่างชัดเจน


เขามองภาพนั้นด้วยเเววตาอบอุ่นก่อนจะตาโตขึ้นเมื่อเจอกับสิ่งที่คาดไม่ถึง


คุณชายศศินโน้มตัวลงมาจุมพิตที่ริมฝีปากของเเก้วอย่างเเผ่วเบาก่อนผละตัวออกไปอย่างรวดเร็ว เเก้วทำหน้าเหวอไปเเละเขาเองก็เช่นกัน เขาไม่คิดว่าคุณชายจะ เอ่อ ทำแบบนี้ คือก็รู้ว่ารักนะเเต่ ก็ไม่คิดจริงๆ เเหละ


เเก้วกระพริบตาปริบๆ จนคุณชายที่เอาเเต่ก้มหน้าเขินอายเมื่อครู่ถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ


"ตัวเเข็งเป็นหุ่นขี้ผึ้งไปแล้วหรืออย่างไร"


"ค..คุณชาย" เเก้วพูดตะกุกตะกักอย่างน่าขัน แต่ตอนนี้กรวีร์ก็ขำไม่ออกเพราะมัวเเต่ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นั่นเอง


"เเก้ว"


"..."


"เราไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเเก้วจะคิดกับเราเช่นนี้" คุณชายเสหลบสายตาของอีกฝ่ายที่จ้องมองก่อนเอ่ยอีกครั้ง


"ไม่คิด ว่าเเก้วจะรู้สึกเหมือนกันกับเรา" เจ้าฝาเเฝดนิ่งไปอย่างกับรูปปั้นของจริงเเล้วทีนี้ ส่วนกรวีร์เองก็ได้เเต่งง จากการปรับทุกข์มันกลายมาเป็นการสารภาพรักกันได้อย่างไรกันนี่ เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนมองไปยังทั้งสองคนอีกครั้ง


"คุณชายขอรับ"


"..."


"จ..จริงหรือขอรับ" ความสุขในใจของเจ้าเเก้วเริ่มพุ่งทะยานขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ แล้วมันดันพาลทำให้เขารู้สึกตามเจ้าตัวไปด้วยนี่สิ หัวใจของเขามันพองโตจนเเทบคับอก ตัวเบาหวิวจนเหมือนจะลอยได้ เหมือนพันธนาการชิ้นสุดท้ายได้ถูกปลดออกจากร่างอย่างไรอย่างนั้น


คุณชายพยักหน้าให้เพื่อนวัยเด็กอย่างเขินอายจนเจ้าเเก้วยิ้มเเผละออกมา ทีนี้ทั้งสองคนก็เหมือนจะเขินกันหนักยิ่งขึ้นเมื่อรู้ความในใจของอีกฝ่าย มือไม้ดูยาวเก้งก้างกันไปเสียหมด กรวีร์ยืนขำจนเเทบหงายหลัง หลังจากนั้นพวกเขาก็นั่งกันเงียบๆ ไปนานโข จนกระทั่งคุณชายตัวบางเป็นคนทำลายความเงียบนั้นขึ้นมา


"เเก้ว"


"ขอรับ" แก้วรีบรับคำคุณชายอย่างไว หมอนั่นเอาเเต่จมอยู่กับความคิดว่านี่มันคือความจริงหรือความฝันกันเเน่ เขาเเอบเห็นเจ้านั่นหยิกเนื้อตัวเองตรงนู้นทีนี้ทีจนเขียวไปหลายจุด คิดเเล้วก็พาลจะทำให้ขำขึ้นมาอีกจนได้


"วันนี้เเก้วนอนกับเราได้หรือไม่"


"ขอรับ ห๊ะ! ค..คุณชายว่ายังไงนะขอรับ" เเก้วทำหน้าตาเลิ่กลั่กจนกรวีร์อยากจะไปช่วยเลยทีเดียว โอกาสจะจีบคุณชายมาเเล้วเเท้ๆ ทำไมถึงเอาเเต่ทำตัวลนลานจนน่าขำเเบบนั้นกันนะเเก้วเอ้ย


"ไม่ได้เหรอ" คุณชายทำหน้าหงอยลงจนเเก้วรีบลนลานพูดขึ้น


"ได้ขอรับ ได้เสมอ คุณชายต้องการอะไรไอ้เเก้วคนนี้ทำให้คุณชายได้ทุกอย่างเลยขอรับ" เฮ้อ หน้าตาเหมือนเขาเเท้ๆ เเต่นิสัยไม่เหมือนกันเลยสักนิด กรวีร์ได้เเต่กุมขมับให้กับท่าทางตลกๆ ของเจ้าฝาเเฝด


"งั้นขึ้นมานอนกับเราบนเตียงสิ" คุณชายเเรงมาก ร่างสูงคิดในใจก่อนยิ้มมุมปากขึ้นมา


"ข..ขอรับ" ทำไมเจ้านั่นถึงได้ทำตัวเหมือนเป็นเหยื่อให้คุณชายเเกล้งเล่นเเบบนี้นะ เฮ้อ เเก้วเอ้ยเเก้ว กรวีร์ได้เเต่ส่ายหน้า


เเก้วค่อยๆ คลานขึ้นไปนอนบนเตียงกับคุณชาย แต่ทำท่าทางตลกๆ ออกมาอีกเเล้ว หมอนั่นนอนเกร็งจนตัวเเข็งไปหมด ไหนจะดวงตากลมของเจ้าตัวนั่นอีก จ้องเพดานสีขาวเขม็งเลย เขาล่ะอยากจะบ้าตายจริงๆ


"เเก้วว่าพระจันทร์คืนนี้งามมั้ย" อยู่ดีๆ คุณชายศศินก็พูดขึ้นมาจนทำให้เจ้าเเก้วสะดุ้งสุดตัว


"เอ่อ..." ร่างโปร่งยิ้มขำให้ท่าทางของเเก้วเเต่ก็ไม่ได้เเซวอะไร


"เรารอคำตอบอยู่นะ"


"ก็งามขอรับ แต่คุณชายงามกว่า" บทจะเเรงก็เเรงขึ้นมาเสียอย่างนั้น เขาชักจะตามเจ้าหมอนี่ไม่ทันเเล้วนะเนี่ย


คุณชายหันมองเเก้วทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ดวงตากลมโตของเขาดูตื่นตระหนกเล็กน้อยที่ได้ยินถ้อยคำหวานหูนั้นจากคนที่ทำตัวเกร็งๆ เมื่อครู่ กรวีร์เองก็อยากจะพูดกับคุณชายเหมือนกันว่าไม่ใช่เเค่คุณชายหรอกที่งง เขาเองก็งงเหมือนกัน


ระยะห่างของทั้งสองเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ เพราะเเก้วค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ดวงหน้าหวานของราชนิกูลหนุ่มมากขึ้น มากขึ้น จนกระทั่งระยะห่างระหว่างพวกเขาสองคนมันหายไป


แก้วประทับริมฝีบากลงบนอวัยวะเดียวกันของอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าคุณชายไม่มีท่าทีต่อต้านเขาก็เริ่มขบเม้มริมฝีปากล่างของอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อให้คุณชายยอมเปิดโอกาสให้เขาได้เข้าไปช่วงชิงความหวานนั้นได้ถนัดยิ่งขึ้น และเมื่อคุณชายยอมเปิดปากตามคำขออันเเสนนุ่มนวลของเเก้วทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้น


กรวีร์ปิดตาเเน่นเมื่อเห็นทั้งสองเริ่มจูบกันหนักหน่วงยิ่งขึ้น ความหวานของริมฝีปากอิ่มเข้ามาในโสตประสาทของเขาผ่านทางเจ้าเเก้วทันที แต่เเล้วทุกอย่างก็หยุดลงเมื่อเจ้าฝาเเฝดของเขาค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก โดยที่ใบหน้าของทั้งสองยังไม่ห่างกันมากเท่าไรนัก


"คุณชายขอรับ" แก้วพูดโดยที่ยังคงใช้จมูกโด่งคมของตัวเองถูไถไปมากับจมูกของคนใต้ร่าง คุณชายศศินที่บัดนี้นอนหอบหายใจอยู่ค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมองเเก้วอย่างน่ารัก


คือ มันก็อดเขินไม่ได้จริงๆ นะกับภาพตรงหน้า เขาคงไม่เขินขนาดนี้หรอกจริงๆ ถ้าเเก้วมันหน้าตาไม่เหมือนเขาน่ะ คือมันเหมือนว่าตอนนี้เขากำลังยืนมองตัวเองพลอดรักกับใครสักคนอยู่ คือมันชวนให้เขินมากจริงๆ นะ


"แก้วรักคุณชายนะขอรับ" คุณชายเล็กหน้าเเดงก่อนหลุบตาต่ำลงอย่างเขินอาย


"อื้ม" พอมองแบบนี้คุณชายศศินดูตัวเล็กกว่าเจ้าเเก้วอยู่มากโข พอมองจากมุมนี้เเล้วเขาแทบจะไม่เห็นร่างบางเลย เพราะเจ้าเเก้วดันบังเขาเสียมิด แต่เขากลับรับรู้ถึงสายตาเเละความรู้สึกของทั้งสองได้เป็นอย่างดี น่าเเปลกดีจริงๆ


"คุณชายขอรับ" แก้วทำเสียงออดอ้อนก่อนใช้สายตาหวานละมุนทอดมองคนใต้ร่างอย่างแสนรัก


"ฮื้ออ ชักเอาใหญ่เเล้วนะเเก้ว" คุณชายพูดงุ้งงิ้งอย่างน่าหมั่นเขี้ยว


"นะขอรับ"


"อ..อื้ม รัก รักเเก้วเหมือนกัน"


ฟอด


"แก้ว" ร่างใต้อาณัติโวยวายขึ้น เหมือนเเมวน้อยที่ขู่เจ้าของฟ่อๆ เวลาไม่พอใจเลย นี่เป็นความคิดเจ้าเเก้วมันนะ ไม่เกี่ยวกับเขาเลยสักนิด


"หอมเหลือเกินคุณชาย หอมยิ่งกว่าดอกเเก้วเจ้าจอมนั้นเสียอีก"


"กลิ่นเดียวกันนี่" ร่างโปร่งพูดมุมมิบ


"แต่พออยู่บนตัวคุณชายแล้วมันหอมขึ้นกว่าเก่ามากเลยขอรับ" หยอดได้หยอดดี หยอดเป็นขนมครกเเล้วนั่น อยู่ดีๆ เจ้าฝาเเฝดเขาก็เกิดใจกล้าขึ้นมาเสียอย่างนั้น งงจริงๆ กรวีร์ได้เเต่ยิ้มขำในใจ


ร่างสูงยืนมองทั้งสองหยอกล้อกันไปมาจนเกิดฉุกคิดขึ้นมาว่า บางทีความสุขมันอาจอยู่กับเราได้ไม่นานหรือเปล่า


เปรี้ยง


เสียงอัสนีฟาดดังลั่นไปทั่วจนตัวเขาสะดุ้ง แสงสว่างวาบลอดผ่านหน้าต่างบานเล็กเข้ามาจนกรวีร์ต้องหลับตาลง


"มานี่! " เสียงคุกรุ่นของใครบางคนดังลั่นไปทั่วเเละนั่นเรียกให้กรวีร์ต้องลืมตาขึ้นมอง


"แก้ว ฮือ ท่านพ่ออย่าทำอะไรเขานะ" คุณชาย แก้ว ชายวัยกลางคนที่คุณชายเรียกว่าท่านพ่อ ผู้ชายร่างหนาอีกสองคนที่จับเเก้วเอาไว้ แล้วไหนจะผู้ชายหน้าตาดูสะอาดสะอ้านคนนั้นอีก นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ร่างสูงมองซ้ายทีขวาทีด้วยความสับสน


"ไอ้ลูกไม่รักดี มีคำนำหน้าเป็นถึงราชนิกูลแต่ทำตัววิปริตผิดเพศเช่นนี้ได้อย่างไร! " น้ำเสียงทรงอำนาจนั้นทำให้รู้ถึงอารมณ์ของผู้พูดได้ไม่ยาก


พวกเขารู้ความสัมพันธ์ระหว่างเเก้วเเละคุณชายเเล้วงั้นเหรอ ดวงตาของกรวีร์สั่นไหวกับภาพที่เห็นตรงหน้า


"ท่านชายอย่าทำร้ายคุณชายเลยพะยะค่ะ กระหม่อมผิดเอง" แก้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยโรยเเรง ร่างสูงเพิ่งจะสังเกตเห็นรอยเเตกที่มุมปากของอีกฝ่าย ไหนจะมือที่กุมท้องเอาไว้อีก ไม่ต้องสืบเลยว่าโดนอะไรมา


"มึงผิดแน่ๆ ไอ้เเก้ว ชายใหญ่"


"ครับ"


"ถ้าไม่อยากให้พ่อต้องล่ามโซ่มันเอาไว้ก็ดูเเลมันเอาไว้ให้ดี คืนนี้อย่าให้มันออกไปข้างนอกได้ เข้าใจหรือไม่" ท่านชายหันไปพูดกับผู้ชายตัวสูงอีกคนที่ทำสีหน้าปั้นยากอยู่


"ครับท่านพ่อ" อีกฝ่ายจำใจต้องรับคำนั้นอย่างเสียมิได้ ก่อนที่ท่านชายใจร้ายจะสั่นให้คนพาเเก้วออกไป พอคุณชายศศินจะวิ่งตามคุณชายใหญ่คนนั้นก็เข้ามาขวางเอาไว้


"ชายเล็ก"


"พี่ ฮึก พี่ชายใหญ่ ให้น้องไป ฮือ ให้น้องไปหาเเก้วเถอะ" ราชนิกูลหนุ่มสะอื้นร้องไห้จนหน้าดำหน้าเเดงไปหมดเสียจนน่าสงสาร


"แต่ถ้าเราไปเรื่องจะยิ่งเเย่ลงนะ ตอนนี้ท่านพ่อยังร้อนอยู่มาก"


"เเต่เเก้วล่ะพี่ชายใหญ่ เเก้ว.."


"พี่รู้ว่าเราเป็นห่วงเจ้าเเก้ว พี่ก็เป็นห่วง แต่ยิ่งดื้อดึงไปตอนนี้ก็รังเเต่จะทำให้เรื่องมันเเย่ลง" คุณชายเล็กก้มหน้าลงอย่างสิ้นหวัง


"ชายเล็ก เชื่อพี่นะ ทำตามที่ท่านพ่อบอกไปก่อน เดี๋ยวพี่จะออกไปดูให้ว่าเเก้วเป็นอย่างไร ตกลงไหม" คุณชายใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นๆ เพื่อปลอบประโลมน้องชายที่ร้องไห้ฟูมฟายอยู่


"ค..ฮึก ครับ" คุณชายเล็กรับคำแต่สายตายังคงมองไปที่ประตูบานหนาอยู่เรื่อยๆ


กรวีร์รู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย หรือว่านี่จะเป็นเรื่องที่เจ้าธนินมันบอก บางทีเรื่องนี้อาจถูกเอาไปใส่สีตีไข่เล่ากันไปเสียสนุกปาก จนกลายเป็นว่าคุณชายเล็กผู้เเสนดีคนนี้กลับกลายเป็นคนไม่ดีไปเสียอย่างนั้น


อยู่ดีๆ ตาของกรวีร์ก็เกิดพร่ามัวขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขากระพริบตาสะบัดหัวอยู่หลายครั้งจนสุดท้ายมันก็ชัดขึ้น


แสงอาทิตย์สว่างจ้าบอกเวลากลางวัน สงสัยคงปรับเวลาให้เร็วขึ้นกระมัง เพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ยังเป็นกลางคืนอยู่เลย


ร่างของคุณชายเล็กนั่งคุดคู้อยู่ข้างเตียง เสียงสะอื้นยังพอมีให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ กรวีร์ค่อยๆ เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าอีกฝ่ายจนเขาถึงกับตกใจ


ใบหน้านวลเนียนจากที่เคยมีสีเลือดฝาดบัดนี้กลับซีดเซียวจนน่าใจหาย เปลือกตาบางบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักเสียจนดูเเทบไม่ได้ สภาพของคุณชายเล็กในยามนี้ไม่ต่างจากกลีบดอกไม้ที่ช้ำจนใกล้เฉาเลยเเม้เเต่น้อย


ร่างบางค่อยๆ ผินหน้าไปด้านข้างเเล้วหยิบบางสิ่งขึ้นมา


ดอกไม้เเห้งงั้นเหรอ



"หื้ม อะไรกันเเก้ว"


"แก้วให้คุณชายขอรับ ดอกไม้หอมๆ ควรอยู่กับคนสวยๆ อย่างคุณชายขอรับ" เเก้วยิ้มเเฉ่งก่อนยื่นดอกเเก้วเจ้าจอมในมือให้ผู้เป็นดั่งดวงใจของเขา


"สวยอะไรกัน เจ้านี่" คุณชายมีท่าทีเขินอายเเต่ก็ยื่นมือจะไปรับดอกไม้นั่นมาแต่เเก้วกลับชักมือกลับ คุณชายทำหน้างงงวยไปก่อนจะต้องหน้าเเดงขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเเก้วนำดอกไม้เมื่อครู่มาทัดไว้ที่หูของเขา


"งามแท้ขอรับ" ราชนิกูลร่างบางก้มหน้าลงอย่างเขินอายก่อนจะฟาดเเขนเเก้วเบาๆ ไปหนึ่งที



ดอกไม้นี้เป็นของเเก้วสินะ อยู่ดีๆ ภาพความทรงจำเหล่านั้นก็วาบขึ้นมาในหัวของกรวีร์จนทำให้ได้รู้ถึงที่มาของเจ้าดอกไม้เเห้งนี่


กลิ่นหอมละมุนยังคงลอยเอื่อยอยู่ในอากาศ แต่หากให้ความรู้สึกต่างออกไปจากที่เคย จากที่เคยเป็นกลิ่นหอมชื่นใจ แต่บัดนี้กลิ่นมันกลับดูหมองจางลงไปอย่างไรก็ไม่รู้


กรวีร์ถอนหายใจออกมาให้กับชะตาชีวิตของคุณชายผู้เเสนอาภัพ


"คุณชายคะ" เสียงวิ่งตึงตังดังมาจากหน้าห้องก่อนจะปรากฏร่างของสาวใช้นามว่าจำปาขึ้น เธอหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนจนคุณชายเล็กต้องเอ่ยปากถาม


"มีอะไรหรือพี่จำปา" เสียงหวานใสบัดนี้เเหบเเห้งจนฟังเเทบไม่รู้ความเอ่ยกับสาวใช้ที่วิ่งกระหืดกระหอบมา


"เเก้ว แก้วเจ้าค่ะคุณชาย" เมื่อได้ยินชื่อชายคนรัก ราชนิกูลหนุ่มก็ตาโตขึ้นทันที


"แก้วเป็นอะไรพี่จำปา" คุณชายศศินมองอีกฝ่ายอย่างคาดคั้นเเละกรวีร์เองก็ด้วย


ภาพตัดไปอีกครั้งและครั้งนี้เขาก็มานอนอยู่บนผืนหญ้าสีเขียวหลังเรือนหลังเล็ก


กรวีร์พยายามจะลุกขึ้นเเต่ทว่าร่างกายเเสนหนักอึ้งเสียจนทำไม่ได้อย่างใจนึก ความเจ็บปวดเเล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์จนเขาต้องกัดฟันทนเอาไว้


อยู่ดีๆ ร่างกายเขาก็ค่อยๆ พยายามคลานไปข้างหน้า เขาตกใจแต่หากบังคับอะไรร่างกายนี้ไม่ได้เลย ราวกับว่ามันไม่ใช่ร่างกายของเขา


เขาค่อยๆ คลานมาจนถึงใต้ต้นเเก้วเจ้าจอมก่อนจะหมดเเรงลงตรงนั้น กรวีร์งุนงงกับสถานภาพของตัวเองได้ไม่นาน คำตอบก็ปรากฏขึ้นมาจนได้


"แก้ว! " เสียงคุณชายเล็กดังมาจากอีกทาง เขาอยากหันไปมองใจจะขาดแต่ร่างกายของเขากลับไม่เอื้ออำนวยเลย


เขาได้ยินเสียงหอบหายใจของใครบางคนก่อนที่ตัวของเขาจะถูกพลิกหงายขึ้นโดยคุณชายเล็ก


"แก้ว ไม่ ฮึก" คุณชายเล็กจับเขานอนหนุนบนตักนุ่มของเจ้าตัวก่อนร้องไห้ออกมา


อะไรกัน ทำไมคุณชายเห็นเขา กรวีร์คิดสงสัยในใจ


"ค..คุณชายขอรับ" เสียงเเหบเเห้งไม่เเพ้กันของกรวีร์เอ่ยออกไป ไม่สิ มันคือเสียงของเเก้ว


ใช่เเล้วตอนนี้เขาคือเเก้ว และเขาเป็นเเก้วมาตลอด เเก้วคือตัวเขาในอดีตชาติ นี่คือเรื่องของเขาเมื่อครั้งอดีต


"ฮึก"


"ไม่ร้องสิขอรับ อึก" เเก้วพูดออกไปก่อนกัดฟันทนความเจ็บปวดที่เเล่นเข้ามาอีกครั้ง


แก้วเจ็บไปทั้งตัวจากการโดนซ้อม ทั้งต่อย ทั้งกระทืบ เขาโดนพ่นถ้อยคำผรุสวาทใส่ไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไรจากท่านชายคนนั้น กรวีร์น้ำตาแทบไหลออกมาเมื่อความรู้สึกของเเก้วในตอนนั้นส่งผ่านมายังความรู้สึกของเขาทั้งหมด


ทุกความเศร้า ทุกความเจ็บปวดทั้งกายเเละใจ และความกังวลเป็นห่วงยอดดวงใจของเขามันทำให้กรวีร์เจ็บจนเเทบจะบ้า


และสิ่งหนึ่งที่เขารู้เลยคือเเก้วกำลังจะทนไม่ไหว ร่างกายของเขาบอบช้ำมากเกินไป และความเจ็บปวดเหล่านั้นมันกำลังสร้างความทรมาณให้กับเเก้วอย่างเเสนสาหัส แต่สิ่งที่เขาทำกลับไม่ใช่การนอนรอความตายอย่างสิ้นหวัง หากเเต่เป็นการฝืนทนความเจ็บปวดเหล่านั้นเอาไว้เพื่อมาเจอหน้าผู้เป็นดั่งดวงใจของเขาอีกสักครั้ง อย่างน้อยก่อนที่เขาจะต้องตาย เขาก็ขอเเค่ได้เจอหน้าคุณชายที่เขาเเสนรักเป็นครั้งสุดท้ายก็ยังดี


"แก้วเจ็บมากใช่ไหม เราขอโทษ เราขอโทษ" คุณชายเอาเเต่พูดคำเดิมซ้ำไปซ้ำมาจนดูน่าสงสาร


ตอนนี้กรวีร์สงสารคนทั้งคู่จับจิต คนหนึ่งเจ็บปวดเขียนตายเเต่เเสร้งว่าไม่เป็นอะไร ส่วนอีกคนก็เอาเเต่โทษตัวเองแล้วจมอยู่กับความเจ็บปวด


"คุณชายไม่ผิดนะขอรับ ไอ้เเก้ว..ผิดเอง" เสียงของเเก้วเริ่มขาดช่วงไปเพราะเริ่มทนไม่ไหวเเล้ว


"แก้ว" คุณชายพูดเสียงลนลานขึ้นมาเมื่อเห็นอาการเเก้วเริ่มเเย่


"เราจะพาเเก้วไปหาหมอนะ ไปหาหมอกับเรานะเเก้ว" คุณชายยิ้มพร้อมพูดขึ้นมาทั้งน้ำตาก่อนจะพยายามพยุงร่างหนาของเเก้วขึ้น แต่เป็นเเก้วเองที่ยิ้มเเล้วส่ายหน้า


"แก้ว" คุณชายศศินเอ่ยเรียกอีกฝ่ายเสียงสั่น ทำไมหมออย่างเขาจะดูอาการคนไข้ไม่ออก เขาดูออกว่าเเก้วกำลังจะทนไม่ไหวเเละจากเขาไปในที่สุด ซึ่งเขาไม่ต้องการเเบบนั้น ไม่เลยสักนิด


แก้วค่อยๆ ยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลเปรอะเปื้อนใบหน้าของคุณชายอย่างเเผ่วเบาก่อนพูดกับอีกฝ่าย


"เเก้วรักคุณชายนะขอรับ จะรักทั้งวันนี้เเละตลอดไป"


"ฮึก" คุณชายสะอื้นออกมาเมื่อได้ยินคำพูดนั้นจากปากคนรัก เพราะเขารู้ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้ยินมัน


"ถ้าชาติหน้ามีจริง เเก้วก็จะขอเกิดมารักคุณชายอีกนะขอรับ ไอ้เเก้วคนนี้ขอเกิดมารักคุณชายไปทุกภพทุกชาติเลยได้ไหมขอรับ"


"ได้ ได้สิเเก้ว เราเองก็จะรักเเก้วไปทุกชาติทุกภพเลยเหมือนกัน" คุณชายพูดเสียงสั่นเครือเสียจนน่าสงสารก่อนจะตระกองกอดร่างของเเก้วเอาไว้ในอ้อมเเขน


ทั้งคุณชายใหญ่ ป้าชื่น ลุงสมพร และพี่จำปามายืนดูพวกเขาทั้งหมด


ทุกคนยืนมองสองร่างที่ตระกองกอดกันอยู่ด้วยเเววตาอันเศร้าสร้อย ป้าชื่นยืนปาดน้ำตาโดยมีลุงสมพรยืนโอบไหล่เอาไว้ พี่จำปาเองก็กัดปากกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ไม่ให้หลุดออกมา ส่วนคุณชายใหญ่ก็มีน้ำตาไหลรินลงบนใบหน้าหล่อของเขาไม่ขาดสาย


"ชาตินี้ ไอ้เเก้วไม่มีวาสนา อึก จะได้อยู่กับคุณชายอีกต่อไป"


"ฮึก แก้วไม่ อย่าทิ้งเราไป ไหนว่าจะอยู่เป็นโลกให้เราอย่างไรเล่า จะอยู่เป็นโลกเคียงข้างดวงจันทร์เช่นเราไปตลอดไม่ใช่หรือ" คุณชายสะอื้นไปพูดไปจนคนที่เหลือทนมองไม่ได้อีกต่อไป ภาพตรงหน้าช่างเเสนสะเทือนใจเกินกว่าที่จะทนมองไปได้นานกว่านี้จริงๆ


"เเก้วขอโทษ..นะขอรับ แต่เเก้วมีบุญเพียงเท่านี้จริงๆ " เสียงของเเก้วเริ่มอ่อนระโหยโรยเเรงลงทุกที ดวงตากลมของเขากำลังจะปิดลง และมันจะปิดลงไปตลอดกาล


"ไม่ เเก้ว เรารักเเก้ว ฮึก เรารักเเก้วนะ ไม่ทิ้งเราไปไม่ได้หรือ เราไม่เหลือใครเเล้ว ฮือ ไม่ทิ้งเรานะเเก้ว" ราชนิกูลหนุ่มผู้อาภัพซบหน้าลงกับเเผ่นอกหนาของเเก้วก่อนร่ำไห้ออกมา


"แก้วขอให้..คุณชายมีความสุขมากๆ นะขอรับ"


"เราจะมีความสุขได้อย่างไรถ้าไม่มีเจ้า"


"ชาติหน้าฉันใด แก้วขอให้เรามาเจอกันตรงนี้นะขอรับ " พูดจบแก้วก็ครางเสียงแผ่วเมื่ออาการช้ำในเริ่มกำเริบขึ้นมาจนจวนจะทนไม่ไหวอีกต่อไป


"ได้ เราจะ ฮึก กลับมาเจอกันตรงนี้ ใต้ต้นเเก้วเจ้าจอมของเราสองคน" คุณชายละล่ำละลักพูดเมื่อเห็นว่าเวลาของชายคนรักใกล้หมดลงทุกที


แก้วยิ้มออกมาก่อนจะส่งกระดาษเปื้อนรอยเลือดเล็กๆ ใบหนึ่งให้คุณชายเล็ก และเมื่อคุณชายเล็กรับมันไว้เขาก็พูดออกมาอีกครั้งว่า


"ถือเป็นสิ่งสุดท้ายที่เเก้วจะให้คุณชายได้นะขอรับ แก้วรักคุณชายนะขอรับ" ก่อนที่ห้วงลมหายใจสุดท้ายของแก้วจะหลุดลอยไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ


มือของเเก้วร่วงลงบนผืนหญ้าเขียวทันทีที่พูดจบ คุณชายเล็กแผดเสียงร้องเรียกร่างไร้ลมหายใจในอ้อมเเขนดังลั่นจนคนอื่นยกมือปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นด้วยความสงสารเอาไว้


กรวีร์ถูกดึงกลับมาเป็นร่างโปร่งเเสงเช่นเดิม ใบหน้าของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยน้ำตา เขามองคุณชายศศินด้วยความเวทนา


อนิจจัง ชีวิตของราชนิกูลหนุ่มผู้นี้ช่างอาภัพเหลือเเสน เขาไม่เหลือใครให้ได้พึ่งพิงอีกเเล้ว ในบ้านที่เหมือนกับนรกเช่นนี้ ไม่มีใครคอยเป็นรอยยิ้มเเละเสียงหัวเราะให้เขาได้อีกต่อไปเเล้ว


กรวีร์ก้มหน้าลงร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร เพราะอย่างไรเสียก็ไม่มีใครเห็นเขาอยู่ดี เสียงของคุณชายเล็กยังคงดังลั่นไปทั่วบริเวณ เสียงอ้อนวอนร้องขอชีวิตชายคนรักกลับคืนมาดังไปทั่วจนทุกคนทนมองกันเเทบไม่ไหว


ไม่มีอีกเเล้วความสุข ไม่มีอีกเเล้วเสียงหัวเราะ เรือนเล็กแห่งนี้บัดนี้เต็มไปด้วยความหม่นหมองเเละเศร้าโศก


กรวีร์เม้มปากกลั้นเสียงสะอื้นก่อนที่เขาจะรู้สึกตาพร่ามัวอีกครั้งเเละภาพก็ตัดมาอีกครั้งบนห้องนอนของคุณชายเล็ก


ภาพของคุณชายเล็กในบัดนี้ทำให้เขาน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง ร่างกายของเขาซูบผอมลงไปมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า ใบหน้าซีดเซียวราวกับคนป่วยใกล้ตาย ดวงตาลึกโหลราวกับไม่ได้นอนมาแรมเดือนแถมยังบวมเเดงจากการร้องไห้อย่างหนักอีก ยิ่งเห็นก็พาลจะยิ่งทำให้น้ำตาของเขาไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างสูงเหลือบไปเห็นถาดอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง แต่มันไม่พร่องลงไปเลยเเม้เเต่น้อย


จากราชนิกูลที่เคยดูมีสง่าราศีบัดนี้กลับกลายเป็นร่างทรุดโทรมที่รอวันตายเท่านั้น


เสียงเปิดประตูดังขึ้นมาเรียกให้กรวีร์ต้องหันไปมองก่อนจะพบร่างของชายสองคน


ท่านชายใจร้ายเเละคุณชายใหญ่นั่นเอง


เขาเห็นคุณชายใหญ่มองไปที่ถาดอาหารที่วางอยู่ก่อนถอนหายใจดังเฮือก


"ทำไมไม่กินข้าวล่ะชายเล็ก" เสียงนุ่มทุ้มของคุณชายใหญ่เอ่ยถามน้องชายที่ยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง


"ไม่หิวครับ"


"แกไม่กินข้าวมาจะครบเดือนเเล้ว กินๆ เข้าไปเสียจะได้ไม่ตาย" สุรเสียงทรงอำนาจของท่านชายดังขึ้นเรียกให้สายตาของคุณชายเล็กให้หันไปมอง


"จะอะไรนักกับอีเเค่คนใช้คนเดียว แค่เเกวิปริตเช่นนี้ฉันก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเเล้ว อย่าทำตัวสร้างปัญหานักได้ไหม" น้ำเสียงติดจะรำคาญอยู่น้อยๆ จนกรวีร์ได้เเต่นึกเเค้นเคือง


ทำอะไรพูดอะไรไม่คิดถึงใจคนอื่นบ้างเลยหรืออย่างไร ทำไมเป็นคนใจดำอำมหิตได้ถึงเพียงนี้ ยศที่สูงส่งไม่ได้บอกถึงคุณค่าความเป็นคนของชายผู้นี้เลยจริงๆ


"กรุ่นกลิ่นเเก้วเจ้าจอม เคล้ากลิ่นหอมรวยระริน


หากใครได้ยลยิน มิจางสิ้นจากกมล"


"พูดอะไรของเเก"


"แก้วเเต่งกลอนสุดท้ายทิ้งไว้ให้ผมครับ" คุณชายพูดด้วยเเววตาเหม่อลอย


"ศศิน..." คุณชายใหญ่เอ่ยเรียกน้องชายที่เหม่อลอย


"ปล่อยให้ผมตายๆ ไปสิจะได้สิ้นเรื่องดีไหมครับ"


"แกว่าไงนะ" คุณชายเล็กค่อยๆ ลุกขึ้นจากที่นอนกว้างเเล้วมองไปที่ผู้เป็นพ่อนิ่ง


"ทุกวันนี้มันก็ไม่ต่างจากผมตายทั้งเป็นอยู่เเล้วนี่"


"นี่เเก.."


"ฆ่าหม่อมฉันเลยสิพะยะค่ะ จะได้สิ้นเรื่องไปเสียที ให้หม่อมฉันตายๆ ไปเลยยังดีเสียกว่าบังคับให้อยู่เพื่อใช้งานเเบบนี้"


"หม่อมฉันจะไม่ยอมเเต่งงานกับลูกสาวเถ้าเเก่นั่นเเน่นอน" คุณชายเล็กพูดเสียงเเข็ง พร้อมกับสรรพนามที่เปลี่ยนไปจนท่านชายนิ่งอึ้งไป ด้วยไม่เคยเห็นลูกชายคนเล็กเเสดงกิริยาท่าทางเเข็งกร้าวเช่นนี้มาก่อน


"ฉันช่วยเเกอยู่นะ..."


"ช่วยหรือพะยะค่ะ" คุณชายพูดเเทรกขึ้น


"ช่วยหรือฆ่ากันเเน่ อย่างนั้นเเล้วหม่อมฉันจะทำให้มันสมใจท่านชายเองพะยะค่ะ" ร่างบางพูดก่อนหยิบปิ่นปักผมอันหนึ่งขึ้นมาจ่อคอของตัวเองเอาไว้จนอีกสองคนตาโตขึ้นด้วยความตกใจ และกรวีร์เองก็เช่นกัน


"ศศิน ไปเอาของเเบบนั้นมาจากไหนกัน วางลงเถอะพี่ขอล่ะ มันอันตรายนะ" คุณชายใหญ่ใช้น้ำเย็นเข้าลูบหวังให้น้องชายใจเย็นลง


"ปิ่นปักผมนี้พระองค์ทรงจำได้หรือไม่พะยะค่ะ"


"..."


"มันคือของชิ้นเเรกเเละชิ้นเดียวที่พระองค์ประทานให้เเม่ของหม่อมฉันอย่างไรเล่าพะยะค่ะ"


"และวันนี้ หม่อมฉันก็จะขอตายด้วยปิ่นอันนี้ ต่อหน้าคนที่หม่อมฉันเคยเรียกว่าพ่อ ปล่อยให้หม่อมฉันได้ไปอยู่กับคนที่หม่อมฉันรักเสียทีเถิดพะยะค่ะ" พูดจบคุณชายเล็กก็เเทงเข้าที่คอของตัวเองอย่างเเรงจนเลือดสีสดพุ่งกระเซ็นไปทั่วอย่างน่าสยอง


"ศศิน! " คุณชายใหญ่ร้องตะโกนขึ้นก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปหาน้องชายทันที


กรวีร์ยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ ด้วยไม่คิดว่าคุณชายเล็กจะกล้าถึงเพียงนี้


คุณชายใหญ่พยายามหาวิธีช่วยน้องชาย แต่ด้วยความที่เขาไม่ใช่นายหมอเช่นน้องชายเขาจึงไม่รู้วิธีการอันใดเลย เขาเป็นเพียงนักการทูตคนหนึ่งเท่านั้น น้ำตาเม็ดโตค่อยๆ ไหลรินลงจากดวงตาคมขอคุณชายใหญ่ เขากอดร่างของน้องชายที่บัดนี้นอนหายใจรวยรินเอาไว้ก่อนร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ


"ช่วยด้วย ใครก็ได้ตามหมอที ช่วยด้วย" คุณชายใหญ่เเผดเสียงร้องไปทั่วจนพวกป้าชื่นได้ยิน เเละเมื่อทุกคนได้มาเห็นสภาพของคุณชายเล็กของตนพวกเขาก็ตื่นตกใจกันทันที


"พี่ชายใหญ่"


"ชายเล็ก ทำไมทำแบบนี้ ทำไมกัน" คุณชายใหญ่คร่ำครวญพลางทอดมองดวงหน้าหวานของน้องชายผ่านม่านน้ำตา


"น้องขออะไร..พี่ชายอีกเป็นครั้สุดท้ายได้ไหมครับ" คุณชายเล็กยิ้มทั้งน้ำตาให้กับผู้เป็นพี่ จนกรวีร์เองกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้อีกเเล้ว เขาร้องไห้โฮออกมาเมื่อเห็นภาพความสะเทือนใจตรงหน้า คนดีๆ เเบบคุณชายไม่ควรต้องมาเจอจุดจบเเบบนี้เลยจริงๆ ไม่ควรเลย


"อีกกี่สิบกี่ร้อยอย่างพี่ก็ให้เราได้ อยู่กับพี่ก่อนนะชายเล็ก" คุณชายอ้อนวอนไปทั้งที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เลือดของน้องชายเปรอะเปื้อนเต็มตัวเขาไปหมด เขาร้องไห้ออกมาอย่างสิ้นหวังก่อนใช้เเววตาอบอุ่นทอดมองน้องชายเป็นครั้งสุดท้าย


"เอาศพของผมไปฝังที่ใต้ต้นเเก้วเจ้าจอมข้างๆ เเก้ว ฮึก ได้ไหมครับ"


"ได้ พี่จะทำให้ พี่จะทำให้เอง"


"ผมรักพี่ชายใหญ่นะครับ ขอบคุณที่ไม่รังเกียจผมนะ"


"ชายเล็กเป็นน้องชายของพี่ พี่ไม่มีวันเกลียดชายเล็กหรอกนะ" คุณชายใหญ่พูดก่อนจะลูบกลุ่มผมนุ่มของน้องชายเบาๆ พลางเม้มปากกลั้นเสียงสะอื้นไว้


"ชาติหน้าฉันใดน้องขอเกิดมาเป็นน้องชายของ ฮึก พี่ชายใหญ่อีกนะครับ" คุณชายเล็กยิ้มออกมาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เปลือกตาสีมุกจะปิดลงพร้อมลมหายใจสุดท้ายของราชนิกูลหนุ่มร่างบางที่ปลิดปลิว


คุณชายใหญ่กอดร่างของน้องชายเอาไว้เเนบอกก่อนสะอื้นออกมาอย่างหนัก ท่านชายยืนอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำอะไรไม่ถูก


"สาเเก่ใจท่านพ่อเเล้วใช่หรือไม่ครับ" คุณชายใหญ่หันมามองผู้เป็นพ่อตาขวางพร้อมด้วยน้ำตาที่นองหน้าไปหมด


"ชายใหญ่..."


"น้องตายเเล้ว ท่านพ่อเป็นคนฆ่าเขา สาเเก่ใจเเล้วใช่ไหมครับ! " คุณชายใหญ่ตะหวาดออกมาเสียงดังก่อนจะหันไปกอดร่างไร้ลมหายใจของน้องชายเเล้วร้องไห้ออกมาอีกครั้ง


กรวีร์ทรุดลงไปกับพื้นก่อนร้องไห้จนตัวโยน เขารับรู้ถึงทุกความเจ็บปวดทรมาณของทั้งเเก้วเเละคุณชายมาตลอด เขาเห็นมาตั้งเเต่ครั้งที่ทั้งสองกลับมาเจอกัน เริ่มต้นความรักที่เเสนสวยงามเเละบริสุทธิ์ครั้งนี้มาด้วยกัน และจบลงด้วยโศกนาฏกรรมความรักที่เเสนเจ็บปวดของพวกเขาทั้งคู่ ร่างสูงรู้ดีว่าพวกเขาเจ็บปวดกันมากเท่าไร เขารับรู้มันทั้งหมด


"กร ไอ้กรฟื้นสิวะ กร กรวีร์! " เป็นอีกครั้งที่เสียงธนินปลุกเขาให้ตื่นจากเรื่องราวในอดีต เขาค่อยๆ จับใบหน้าของตัวเองที่เปียกชื้นก่อนหันไปมองรอบๆ อย่างสงสัย


ที่นี่ไม่ใช่เรือนหลังเล็กของคุณชายศศินนี่


"ที่นี่ที่ไหน" เขาถามเพื่อนสนิทก่อนมองไปรอบๆ


"ห้องพักเจ้าหน้าที่ มึงสลบอยู่ที่ตึกนั่นจนกูต้องพามึงกลับมาพักที่นี่เนี่ย กรมึงกลับบ้านเหอะ"


"เรื่องเล่าไม่ดีเกี่ยวกับคุณชายศศิน มันว่ายังไงบ้าง"


"กร"


"ขอร้องล่ะมึงบอกกูที บอกกูเถอะ" กรวีร์จับเเขนทั้งสองข้างของเพื่อนไว้ก่อนก้มหน้าลงร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ธนินถึงเเม้จะสงสัยเเละเป็นห่วงเพื่อนอยู่มากเเต่เขาก็ทนใจเเข็งกับท่าทางของกรวีร์ตอนนี้ไม่ได้หรอก


ธนินเริ่มเล่าเรื่องที่ว่าต่อกันมาเกี่ยวกับคุณชายคนเล็กของบ้านวุฒิธรรมารักษ์ให้เพื่อนสนิทฟังทันที


เขาเล่าต่อๆ กันมาว่าคุณชายศศินเป็นพวกวิปริตผิดเพศ เขาทำตัวร้ายกาจใส่ท่านชายพ่อของเขาที่มาเตือนให้เขาหยุดความรักในครั้งนี้กับคนรับใช้หนุ่มในบ้านเสีย แล้วต่อมาเขากับคนรับใช้หนุ่มคนนั้นก็หนีตามกันไปที่ไหนสักเเห่งที่ไม่มีใครรู้จวบจนวันนี้


"ไม่จริง! " ร่างสูงพูดออกมาเสียงเเข็งทันทีที่เพื่อนเขาเล่าจบ


"คุณชายศศินไม่ใช่คนไม่ดี เเก้วเองก็ด้วย พวกเขาเเค่รักกัน และพวกเขาไม่ได้หนีตามกันไป พวกเขายังอยู่ที่นี่"


"..." ธนินเงียบเพื่อรอฟัง


"พวกเขายังอยู่ด้วยกันที่ใต้ต้นเเก้วเจ้าจอมนั่น ใช่ กูต้องไปหาคุณชาย" อยู่ดีๆ กรวีร์ก็ลุกพรวดขึ้นมาก่อนวิ่งออกไปจนธนินจับไว้ไม่ทัน


"อะไรอีกวะเนี่ย กูต้องวิ่งตามมึงทั้งวันเลยหรือไงกัน" ธนินบ่นอุบก่อนวิ่งตามเพื่อนร่างสูงไป


กรวีร์วิ่งมาจนถึงเรือนหลังเล็กก่อนเดินไปตามทางอย่างคุ้ยเคยจนมาเจอกับต้นเเก้วเจ้าจอมสูงใหญ่ตรงหน้า


กลิ่นหอมของมันขจรขจายไปทั่วบริเวณ พลันสายตาเขาดันไปสะดุดกับชายหนุ่มร่างบางอีกคนที่ยืนอยู่ก่อนหน้า เขายืนมองต้นเเก้วเจ้าจอมนี่ก่อนที่เขาจะวิ่งมาเสียอีก


เเผ่นหลังกว้างที่เขาเเสนจะคุ้นเคยดึงดูดให้ขาของกรวีร์เดินไปข้างหน้าอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว คนที่คุ้นเคยเเละกลิ่นหอมที่ตราตรึงอยู่ในความรู้สึกมันทำให้ร่างสูงยิ้มกว้างออกมา


"คุณชาย" เขาเอ่ยปากเรียกคนตรงหน้าไปอย่างนั้นก่อนที่ร่างบางนั้นจะหันกลับมาหาเขา


ดวงหน้าหวานที่ติดตรึงอยู่ในดวงใจของเขาปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาเเล้วในที่สุด เรายืนมองกันอยู่สักพักก่อนที่น้ำตาของคนตรงหน้าจะไหลรินลงมา


"แก้ว" ทันทีที่ได้ยินอีกคนเรียกเขาเช่นนั้น กรวีร์ก็โผเข้ากอดคนตรงหน้าทันที เสียงสะอื้นร่ำไห้จากทั้งสองคนดังไปทั่ว แต่หากครั้งนี้มันไม่ใช่น้ำตาที่มาจากความโศกเศร้าอีกเเล้ว มันคือน้ำตาเเห่งความปลื้มปิติยินดีต่างหาก


"ผมกลับมาทำตามสัญญาเเล้วนะครับ" กรวีร์พูดออกมาจากจิตใต้สำนึกของตัวเอง


"เราก็กลับมาทำตามสัญญาเหมือนกัน" ทั้งสองตระกองกอดกันอยู่นานกว่าจะผละออกจากกัน เขาไล่สายตาไปทั่วดวงหน้าหวานก่อนยื่นมือไปปาดน้ำตาบนเเก้มนวลนั้นออก และอีกคนก็ทำเช่นเดียวกันกับเขา คนตรงหน้ายื่นมือมาปาดน้ำตาบนหน้าของเขาออกเช่นกัน เราทั้งสองยืนยิ้มให้กันโดยไม่มีใครเริ่มพูดอะไรก่อนจนร่างสูงต้องเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน


"ผมไม่รู้ว่าคุณรู้เรื่องของนายเเก้วกับคุณชายศศินมากน้อยยังไง แต่ผมต้องขอบคุณพวกเขานะที่ทำให้ผมได้มาเจอคุณในวันนี้"


"เรายังไม่รู้จักกันเลยเเท้ๆ นะคุณ แต่เราดันกอดกันร้องไห้เเล้ว" อีกฝ่ายว่าขำๆ


"งั้นเรามาทำความรู้จักกันสิครับ ผมกรวีร์นะ อย่าเผลอเรียกว่าเเก้วอีกล่ะ" ร่างสูงเอ่ยเย้าคนตรงหน้า


"คุณก็อย่าเผลอเรียกผมว่าคุณชายเหมือนกันด้วยนะ ผมพิธุครับ" ปากอิ่มวาดรอยยิ้มหวานออกมา


"กรุ่นกลิ่นเเก้วเจ้าจอม เคล้ากลิ่นหอมรวยระริน" กรวีร์เริ่มพูดบทกลอนที่ได้ยินมากับอีกฝ่าย


"หากใครได้ยลยิน มิจางสิ้นจากกมล" เเละอีกคนก็รับกลอนนั้นได้จริงๆ


ทั้งกรวีร์เเละพิธุต่างยิ้มให้กัน บัดนี้ความรักของพวกเขาจะได้เติบโตขึ้นอีกครั้ง ในอดีตความรักนั้นช่างเเสนเจ็บปวดทรมาณ แต่เวลานี้มันจะไม่เป็นเเบบนั้นอีก


กรวีร์สัญญากับตัวเองไว้เลยว่าเขาจะไม่ทำให้ตัวเองในอดีตต้องผิดหวัง ต่อให้เขาไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรในอดีตมาก่อนเขาก็คงจะยังตกหลุมรักคนๆ นี้อยู่เหมือนเดิมอีกนั่นเเหละ มันคงเป็นโชคชะตาที่กำหนดมาไว้เเล้วให้เขารักได้เพียงเเค่คนๆ นี้เท่านั้น และเขาเชื่อว่าไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคุณชายศศินหรือพิธุ เขาก็ยังจะยังคงมีใจรักอีกฝ่ายไม่เปลี่ยนเเปลง


พิธุเองก็เช่นกัน ตัวเขาในอดีตเจ็บปวดมามากจากทั้งเรื่องครอบครัวเเละความรักที่ถูกพลัดพรากไป แต่ในวันนี้เขาจะกลับมาเเก้ไขมัน เขาอยากบอกกับคุณชายศศินว่าเขาได้กลับมาเจอผู้เป็นดั่งดวงใจของคุณชายเเล้ว และเขาจะไม่ยอมให้เรื่องของเขาเเละคุณกรวีร์ต้องจบเเบบเดิมอีก เขาไม่ได้ตกหลุมรักเพียงเพราะอีกฝ่ายคือแก้ว แต่ใจของเขามันกำหนดมาเเล้วว่าคนๆ นี้จะเป็นเพียงคนเดียวที่เขาสามารถจะรักได้ เเล้วเขาก็เป็นประเภทฟังเสียใจตัวเองเป็นใหญ่เสียด้วยสิ


เเละเเล้วความรักข้ามภพของพวกเขาก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งท่ามกลางกลิ่นหอมละมุนของดอกเเก้วเจ้าจอมที่พวกเขาช่วยกันปลูกมันขึ้นมาเมื่อในอดีต สายลมพัดโชยอ่อนเบาๆ เเละเสียงนกกระจิบนกกระจอกต่างกู่ร้องเเสดงความยินดีกับความรักครั้งใหม่นี้ของพวกเขา เเละเส้นทางรักอันสดใสของพวกเขาก็ได้ดำเนินต่อไปอีกตราบนานเท่านาน




-------------------------


กลับมาลงในรอบปีที่เเท้ ขอโทษที่หายไปนานมากนะคะ ใครอ่านมาเจอtalkคุณคือคนที่สุดยอดมาค่ะ5555 เรื่องสั้นนี้เป็นเรื่องสั้นที่ยาวที่สุดเท่าที่ไรท์เคยเขียนมาเลย แถมเป็นเเนวแบบภพชาติคุณชายอะไรเเบบนี้อีก ยอมรับว่าเขียนเรื่องเเนวนี้ครั้งเเรกเลยค่ะ ผิดพลาดประการใดไรท์ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ หวังว่าทุกคนจะชอบกับเรื่องสั้นเรื่องนี้นะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #56 NCSJK (@Nayhrp) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 00:54
    แง เรื่องนี้ทำเราร้องไห้หนักมากเลยค่ะ สงสารคุณชายกับแก้วมากๆที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ แต่ในที่สุดก้ได้กลับมารักกันสักทีนะคะ 🥺😢 ประทับใจความรักของพี่ชายใหญ่มากเลยคาะ รักน้องมากจริงๆ ฮื่อ คุณไรท์บรรยายดีมากๆค่า ขอบคุณที่แต่งฟิคสนุกๆให้อ่านนะคะ
    #56
    0
  2. #55 NCSJK (@Nayhrp) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 00:54
    แง เรื่องนี้ทำเราร้องไห้หนักมากเลยค่ะ สงสารคุณชายกับแก้วมากๆที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ แต่ในที่สุดก้ได้กลับมารักกันสักทีนะคะ 🥺😢 ประทับใจความรักของพี่ชายใหญ่มากเลยคาะ รักน้องมากจริงๆ ฮื่อ คุณไรท์บรรยายดีมากๆค่า ขอบคุณที่แต่งฟิคสนุกๆให้อ่านนะคะ
    #55
    1
    • #55-1 Vinny_Y (@vira_nanny) (จากตอนที่ 21)
      6 กรกฎาคม 2563 / 19:58
      พี่ชายใหญ่คือสุดเเสนจะรักน้องชายเลยค่ะ เป็นคนเดียวที่คิดว่าศศินเป็นคนในครอบครัว ดีใจที่ชอบนะค้าบบบ >3<
      #55-1
  3. วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 23:07

    ประทับใจความรักของทั้งสองคนมาก็จริงๆค่ะ มันบริสุทธิ์จนร้องไห้เลยจริงๆ อดีตชาติของทั้งสองจบได้เจ็บปวดจริงมาก ไม่วายยังมีการเล่าต่อประวัติใส่ร้ายต่อมาจนถึงปัจจุบันอีก แต่สุดท้ายเค้าคือคู่กันจริงๆดีใจที่สุดท้ายมันจบลงได้ดีค่ะ
    //ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆตอนนี้นะคะ เก่งมากค่ะ สู้ๆนะคะ รอติดตามผลงานน้าาา
    #54
    1
    • #54-1 Vinny_Y (@vira_nanny) (จากตอนที่ 21)
      6 กรกฎาคม 2563 / 19:57
      ขอบคุณมากนะค้าบบบบ ดีใจที่ชอบนะงับ ><
      #54-1