[Fic BTS] SF/OS Love Diary [#kookjin/Other]

ตอนที่ 20 : [Playlist the series] พี่น้อง – chilling Sunday #Jijin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    13 ต.ค. 62





เปิดฟังเพลงเพื่ออรรถรสด้วยก็จะดีนะคร้าบบบ





                กริ๊งๆ

                “อือ”เสียงอื้ออึงดังออกมาเล็กน้อยจากร่างโปร่งบนเตียงเมื่อรู้สึกได้ถึงเสียงบางอย่างรบกวนนิทราอันแสนหวานของตน

                กริ๊งๆ

                “ฮื้อออ ใครวะ”

                ตี้ด

                “อะไร”เสียงหวานกรอกลงโทรศัพท์อย่างอู้อี้ด้วยความงัวเงีย

                “ตื่นสายอีกแล้วนะครับพี่จิน”เมื่อเสียงนุ่มของคนในสายดังเข้าโสตประสาท คิมซอกจินก็ตาสว่างขึ้นทันที

                “ป..ปาร์คจีมิน

                “ทำไมครับ ลืมชื่อผมหรือไงถึงต้องทวนด้วยเนี่ยหื้ม”

                “ทำไมวันนี้โทรปลุกเช้าจังล่ะ”ผมค่อยๆยันตัวลุกขึ้นจากเตียงนุ่ม

                “จะพาคุณเลขาไปทานข้าวไงครับ ชอบตื่นสายจนไม่ได้กินข้าวเช้าทุกที”โถพ่อคุณ เจ้านายที่แสนประเสริฐจริงๆเลยเชียว

                “ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันก็กินขนมปังรองท้องไง ซื้อติดไว้อยู่”ผมพูดพลางค่อยๆลุกขึ้นนั่งห้อยขาตรงข้างเตียง

                “แต่ยังไงข้าวเช้าก็สำคัญที่สุดครับ ผมให้เวลา10นาที อาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จ ผมรออยู่ล่างคอนโดพี่นะครับ”

                “แต่...”

                “เวลาเริ่มเดินแล้วครับพี่จิน”คนในสายกดวางไป และผมจะทำอะไรได้ล่ะนอกจาก...

                วิ่งเข้าห้องน้ำสิครับทุกคน ฮือออ

                ระหว่างนี้ขอเล่าเรื่องคร่าวๆก่อนเลยแล้วกันนะครับ อะแฮ่มๆ สวัสดีครับทุกคนผมชื่อคิมซอกจินเป็นพนักงานออฟฟิตแสนธรรมดาที่พ่วงตำแหน่งเลขาส่วนตัวของประธานบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของเกาหลี แล้วทุกคนก็คงงงอีกว่าใครคือปาร์คจีมินที่โทรปลุกผมเมื่อกี้ หนึ่งเลยเขาเป็นเจ้านายผมครับ และสองคือเขาเป็นน้องรหัสของผมสมัยอยู่มหาวิทยาลัย ตั้งแต่จบมาผมก็ได้มาทำงานที่บริษัทของจีมินนี่เลยครับ เขาจองตัวมาเลยแหละ อิอิ

                อะมาสาระต่อดีกว่า ทุกคนต้องงงอีกแน่ๆว่าทำไมวันนี้เขาต้องมารับผมไปกินข้าว โทรมาปลุกนู่นนี่ทั้งๆที่ไม่ใช่หน้าที่ของเจ้านายเลย ข้อนั้นน่ะ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ตั้งแต่ทำงานมา มันก็เป็นแบบนี้มาตลอด แล้วผมเองก็เริ่มจะชินแล้วล่ะครับ แต่ที่พิเศษหน่อยคือวันนี้เขามารับผมเองนี่แหละ ปกติจะให้คนขับรถมารับนี่นา...

                “สายไป2นาทีนะครับพี่จิน”พอผมเปิดประตูรถขึ้นมาจีมินก็พูดขึ้นทันที

                “โทษที พอดีโดนประตูหนีบเท้าก่อนออกมาอะเลยวิ่งไปหยิบยามาเผื่อใส่ด้วย”ผมตอบพลางเบ้หน้าเพราะแผลที่ยังไม่ได้รับการรักษา แถมยังต้องใส่รองเท้าหนังแบบนี้อีก แผลผมจะไม่เน่าก่อนใช่มั้ยเนี่ยTT

                “อีกแล้วเหรอพี่จิน ซุ่มซ่ามเก่งจังนะครับ ถ้าความซุ่มซ่ามคิดเป็นเงินได้พี่คงรวยแล้วนะเนี่ย”

                “ย่าห์! ปาร์คจีมิน”ผมแหวใส่รุ่นน้องไปที จีมินส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไป ซึ่งนั่นทำให้ผมงงไม่น้อย และสุดท้ายก็ได้คำตอบเพราะเขาเดินอ้อมมาทางที่นั่งข้างคนขับที่ผมนั่งอยู่ก่อนเปิดประตูออก

                “ไหนแผลครับ”

                “ห๊ะ!

                “ผมว่าพี่ได้ยินนะ ไหนแผลครับพี่จิน เท้าไหนครับ”จีมินเอ่ยก่อนคุกเข่าลงก่อนทำในสิ่งที่ผมไม่คิดว่าคนเด็กกว่าจะทำ คือมันดูมากไปอะนะ

“เฮ้ ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก”ผมเอ่ยห้าม

“ตอบผมแล้วอยู่เฉยๆครับพี่จิน”จีมินเอ่ยเสียงดุ

“ซ..ซ้าย”ทันทีที่ผมตอบ มือของคนเด็กกว่าค่อยๆถอดรองเท้าที่ผมใส่มาออกอย่างเบามือ พลางมองไปที่เท้าของผมอย่างพิจารณา

                “อยู่นี่เอง”ชายหนุ่มเอ่ยพลางประคองเท้าข้างที่เป็นแผลของผมไปก่อนจะหยิบขวดยาจากอีกมือไปเปิดแล้วค่อยๆถูเบาๆลงบนแผล

                “ซี้ด”

                “เจ็บนิดนึงนะครับ ทนหน่อยนะคนเก่ง”จีมินพูดพลางเงยหน้าขึ้นมาโชว์ยิ้มหล่อใส่ผม

                “น..นี่ ฉันไม่ใช่เด็กนะ มาคนก่งคนเก่งอะไรเล่า”ผมว่าเจ้าเด็กนั่นไปที

                “55555น่ารัก

                “นี่..”

                “งั้นไปกันครับ เดี๋ยวผมพาพี่ไปกินโจ๊กเจ้าอร่อย เอาให้อร่อยจนลืมเจ็บไปเลยดีมั้ย”จีมินเอ่ยเสนอขึ้นจนผมลืมเรื่องที่จะว่าเจ้านี่ไปเลย

                “เอาๆ ว่าแต่นายมีด้วยเหรอ ลูกคุณหนูอย่างนายเนี่ยนะ”

                “ถึงผมจะลูกคุณหนูยังไงแต่ถ้าอยู่กับไอ้กุกแล้วล่ะก็นะ ได้กินทุกอย่างที่อร่อยบนโลกเลยล่ะครับไม่ว่ามันจะอยู่ที่ไหน”จีมินว่าก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อพูดถึงเพื่อนสนิท

                “นั่นสิ”

                “งั้นเราไปกันดีกว่าครับ เดี๋ยวร้านจะคนเยอะซะก่อน”ร่างหนาเอ่ยก่อนจะปิดประตูฝั่งผมลงอย่างเบามือแล้วเดินอ้อมไปยังที่นั่งคนขับแล้วเคลื่อนรถออกไปยังจุดหมาย...

 

 

 

------------------------------------------------

 

 

 

                ผมกับจีมินเดินเข้ามาในบริษัททันเวลาเข้างานพอดิบพอดี หลังจากเสร็จธุระจากร้านโจ๊กเจ้าอร่อย เราก็ออกมาเจอกับพิษการจราจรของกรุงเทพนิดหน่อยก่อนจะมาถึงบริษัทโดยสวัสดิภาพ แต่ก็ยังดีที่มันอร่อยตามที่ที่เจ้าตัวโม้ไว้ล่ะนะ เพราะถ้าไม่ใช่ผมจะว่าให้โดยไม่นึกถึงตำแหน่งเจ้านายของเขาเลยล่ะ

                “สวัสดีครับท่านประธาน”

                “เช่นกันครับคุณมิน”จีมินทักทายคนตัวเล็กกลับก่อนเดินเข้าห้องทำงานไป และผมเองก็กำลังจะนั่งลงที่โต๊ะทำงานเช่นกันแต่...

                “ไอ้จินมานี่”คนตัวเล็กที่โดนเรียกว่าคุณมินไปเมื่อก่อนหน้ากำลังลากผมไปโซนห้องชงกาแฟแล้วล่ะ

                “อะไรวะไอ้กิ”ครับ ไอ้คนตัวเล็กสีผิวสะท้อนแสงเนี่ยชื่อมินยุนกิเพื่อนสนิทผมเองแหละ

                “ทำไมมาด้วยกัน? ปกตินายปาร์คให้คนขับรถไปรับมึงนี่”มันเอ่ยถามพลางทำหน้าเป็นเครื่องหมายคำถาม

                “ไม่รู้ดิ ไม่ได้ถามว่ะ”ผมตอบไปตามความจริง

                “คือหัดถามบ้างสิครับคุณเลขาครับ”

                “ทำไมกูต้องถาม”

                “ก็กูอยากรู้ไง”

                “ตลอดแหละมึงอะ”

                “ไอ้จินกูถามจริงๆนะ มึงไม่รู้สึกเหรอวะ”

                “รู้สึกไร”

                “มึง”

                “...”

                “สิ่งที่พวกมึงทำกันเนี่ย พี่น้องจริงอ่อวะ”ยุนกิทิ้งคำถามชวนปวดหัวไว้ให้ผมอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าไอ้เพื่อนตัวขาวนี่ไม่เคยถามนะ เคย หลายรอบแล้วด้วย ซึ่งผมก็ยังตอบมันไม่ได้อยู่ร่ำไป...

                “...”

                “งี้ทุกที คือมันไม่ใช่นานละมึงควรคิดอะจิน”

                “ไม่หรอกมึง”

                “กูให้มึงคิดอีกทีเพื่อน ลองนึกดู คนเป็นพี่น้องกัน ถึงจะเป็นสายรหัสกันก็เถอะ แต่มันต้องทำให้กันขนาดนี้เลยมั้ยวะ”ทีนี้ผมเริ่มคิดตามที่ไอ้เพื่อนตัวเล็กนี่พูดอีกครั้ง...

               

 

ก็รู้สึกดีนะเวลาเธอคอยห่วงใย

เฝ้าถามถึงกันตลอด

ก็รู้สึกดีนะดีจนฉันเริ่มหวั่นไหว

เฝ้าถามตัวเองทุกวัน

 


                2 เดือนก่อน

                กริ๊งๆ

                ตี้ด

                “พี่จินครับ”

                “จีมิน”ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เหตุเพราะผมเป็นไข้ ผมเลยไม่ได้ไปทำงาน แต่ส่งใบลาผ่านไอ้กิไปแล้วนี่นาหรือว่ามีงานด่วน

                “เป็นไงบ้างครับ อาการหนักมากมั้ย”ปลายสายถามด้วยน้ำเสียงติดจะร้อนรนหน่อยๆ

                “ไม่มากหรอก ก็ตามประสาคนเป็นไข้นั่นแหละ”

                “อาการเป็นไงบ้างครับบอกผมหน่อยสิ”

                “ไม่มีอะไรมากหรอกน่า”

                “อย่าดื้อสิครับพี่จิน”ปาร์คจีมินเอ่ยเสียงเข้ม

                “ก็ปวดหัว ไม่มีแรง หนาวอยู่ตลอด เจ็บคอนิดหน่อยนั่นแหละ”

                “...”ปลายสายเงียบไป

                “จีมิน”

                “รอผมอยู่ที่ห้องนั่นแหละ เดี๋ยวผมเข้าไปหา”

                “อ้าว เดี๋ยวสิจีมิน...”ไม่ทันได้ห้ามอะไรสายก็ถูกตัดไป

                ไม่นานนักร่างหนาก็มาอย่างที่ว่าไว้จริงๆ ผมค่อยๆลุกไปเปิดประตูให้กับจีมินก่อนจะเดินมาหลับตาและทรุดตัวลงที่โซฟาตัวสวย ไม่นานก็รู้สึกได้ถึงมือแกร่งที่แตะลงบนหน้าผากเพื่อวัดไข้

                “ร้อนนะเนี่ย นี่เช็ดตัวไปรึยังครับ”ผมส่ายหน้าเป็นคำตอบ

                “งั้นพี่นอนเฉยๆนะเดี๋ยวผมเช็ดตัวให้ ขออนุญาตนะครับ”จีมินว่าก่อนจะช้อนตัวผมในท่าเจ้าสาวก่อนจะวางลงบนเตียงนุ่มอย่างอ่อนโยน คืออยากจะบอกนะว่าไม่เป็นไรแต่สภาพร่างกายก็ยังไม่ยอมให้แม้แต่จะปริปากพูดออกมา

                และตลอดทั้งวันนั้นก็เป็นจีมินที่คอยดูแลผม ทั้งคอยเช็ดตัว ป้อนข้าว วัดไข้...

 

 

 

                “นั่นไง มึงก็รู้แล้วใช่ม้า”ยุนกิเอ่ย

                “ไม่หรอกมึง”

                “ยังอีก งั้นมึงลองคิดอีกเรื่อง”จบประโยคนั้นผมก็เริ่มคิดถึงอดีตอีกครั้ง...

 


...
ทั้ง facetime ก่อนนอน
หรือ voice call ตอนเช้า
ทั้งไปรับและไปส่ง
บอกมาทางเดียวกันจริงเปล่า
...

 

 

: พี่จินครับ 21.56

 read : หื้ม? มีอะไรเหรอจีมิน

: คอลกับผมหน่อยสิ 21.56

read : ??????

read : อะไรของนายเนี่ย

: ผมมีเรื่องอยากปรึกษาพี่หน่อยน่ะครับ 21.57

: นะครับพี่จิน นะๆๆๆๆๆ 21.57

read : อ่าก็ได้ๆ

: 01.23.56

: ขอบคุณมากนะครับ

: ฝันดีนะครับพี่จินของผม

 

และนั่นคือครั้งแรกแต่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ปาร์คจีมินทักมาเพื่อขอคอลกับผม หลังจากวันนั้นเจ้าน้องรหัสคนนี้ก็ทักมาคอลกับผมทุกคืน ย้ำครับว่าทุกคืน แต่มันยังไม่จบครับ จากเหตุการณ์ตอนแรกทุกคนจำได้มั้ยครับ นอกจากคอลตอนกลางคืนแล้ว ทุกเช้าหมอนั่นยังโทรมาปลุกผมด้วย ก็นะ แต่แค่นี้มันจะพอให้คิดเข้าข้างตัวเองได้เหรอว่าเจ้านั่นชอบผม...

 


 

“เป็นไง เข้าใจที่กูจะสื่อรึยัง”ยุนกิเอ่ย

“กูว่าไม่ใช่”

“โว้ย! มึงนี่แม่ง งั้นเอางี้”คนตัวขาวว่าพลางทำหน้าเจ้าเล่ห์

“หื้ม?”ผมชักจะกลัวไอ้นีออนนี่แล้วนะ มันคิดอะไรแปลกๆอีกแน่เลย

“งั้นมึงลองทำตามที่กูบอกนะจิน คราวนี้ล่ะ รู้แน่นอน หึๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ”มินยุนกิหัวเราะออกมาอย่างน่ากลัว

 

 


-----------------------------------

 

 

ก๊อกๆ

“เชิญครับ”เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของห้องดังขึ้นเป็นเชิงอนุญาต

ผมค่อยๆเปิดประตูเข้าไป ถึงเขาจะเป็นน้องรหัสผมก็เถอะ แต่ยังไงเขาก็เป็นเจ้านาย ผมก็ยังมีความเกรงใจเขาอยู่นะ

“อ้าวพี่จิน”ปาร์คจีมินเอ่ยขึ้นพลางยิ้มกว้างออกมาทันทีที่เห็นว่าเป็นผม

“อันนี้เอกสารที่นายต้องเซ็นน่ะ”ผมพูดก่อนวางแฟ้มลงบนโต๊ะคนเด็กกว่า

“ขอบคุณมากนะครับคุณเลขาคนเก่ง”เขาพูดก่อนหยิบแฟ้มเอกสารใหม่ไปอ่าน

ผมยังคงยืนอยู่ที่เดิมไปขยับไปไหน และนั่นเรียกความสนใจจากคนตรงหน้าได้ไม่น้อยเลย

“มีอะไรหรือเปล่าครับพี่”

“คือ...”ผมลากเสียงพลางนึกไปถึงบทสนทนาระหว่างผมกับมินยุนกิเมื่อครู่

 

“ถ้าอยากให้แน่ใจนะว่าน้องชอบมึงหรือเปล่านะ มึงลองถามเขาดูจิน”

“ถามไร”

“ลองบอกไปว่าไอ้แทฮยองมันมาจีบมึง”

“บ้านมึงสิ แทฮยองมันแฟนมึงนะ”

“มันจีบมึงจิงที่ไหนล่ะ ไอ้บ้าเอ้ย เข้าใจคำว่าโกหกมั้ย”

“แล้วถามไรล่ะ”

“แบบลองถามว่าพอรู้จักมั้ย เขาเป็นคนดีมั้ย เขามาจีบไรเงี้ย”

“เพื่อ”

“ดูรีแอคเจ้านายมึงไง ไม่สิเจ้านายกูด้วย นั่นแหละ ดูรีแอคน้องรหัสมึงอะ ว่าจะหึงมั้ย”

“ไม่น่าหรอกมึง”

“มึงลองก่อนเถอะนะแล้วค่อยมาเถียงกูแบบมั่นใจไปเลยว่าเขาชอบหรือไม่ชอบมึง”

“...”

“คือมึงจะอยู่แบบไม่มีสถานะแบบนี้ไม่ได้ซอกจิน เอาให้เคลียร์!”มินยุนกิพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

“คือพี่ขอคุยอะไรที่ไม่ใช่เรื่องงานได้มั้ยอะ”

“ว่ามาสิครับ”จีมินปิดแฟ้มเอกสารก่อนจะเอนตัวไปกับเก้าอี้นุ่ม

“แทฮยองนี่ใช่เพื่อนนายปะ”ผมกลั้นใจถามไป แต่จริงๆแล้วผมไม่เห็นต้องมานั่งถามอะไรแบบนี้เลยนะเนี่ย ทำไมผมต้องบ้าจี้ไปตามไอ้ยุนกิมันด้วยก็ไม่รู้

“อ่าครับ แค่เพื่อนในสาขาอะพี่ ไม่ได้สนิท ทำไมเหรอครับ”

“ก็...”

“...”คนเด็กกว่าเงียบเพื่อรอฟังคำตอบ

“คือเมื่อไม่กี่วันนี้พี่บังเอิญเจอเขาน่ะเลยได้ทักกันนิดหน่อย แล้วเขาเลยมาบอกว่าจะขอจีบพี่อะ พี่ก็เลยอยากรู้ว่าเขาเป็นคนดีมั้ยไว้ใจได้หรือเปล่าเห็นน่าจะเป็นเพื่อนนาย”น้องแทฮยองครับพี่ขอโทษนะTT

“จีบ....เหรอครับ”

“อ...อื้ม”

“...”ปาร์คจีมินเงียบไปพลางขมวดคิ้วมุ่น

“จีมิน นายเป็นอะไรหรือเปล่าอะ”

“แล้วพี่ยอมให้มันจีบมั้ย”เสียงของจีมินแข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหมือนกับว่าเขากำลังอารมณ์เสีย

“เอ่อ..”

“ผมถามว่าพี่ยอมให้มันจีบเหรอครับพี่จิน”คนเด็กกว่าเอ่ยซ้ำก่อนเดินมาหยุดตรงหน้าผมแล้วจ้องไม่วางตา

“ก็คิดอยู่...”

“ไม่ต้องให้จีบครับ”จีมินพูดแทรกขึ้นทันที

“ทำไมล่ะ เขาก็ไม่ได้ดูแย่นี่”

“ก็ผมไม่ให้จีบ”

“แล้วเหตุผลคืออะไรล่ะ”ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมพูดมันออกไป เหมือนความเกร็งก่อนหน้านี้มันจะหายไปแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นความสงสัยแทน คงเป็นเพราะสิ่งนี้แหละที่ทำให้ผมทำใจกล้าถามออกไปแบบนั้น

มันทั้งมึนงงและสับสนเลยทีเดียวล่ะกับสิ่งที่เขาทำให้ผมทุกอย่าง เขาคอยเทคแคร์ผมอย่างดี เอาใจใส่ทุกอย่าง ทั้งๆที่สถานะเรามันก็เป็นแค่พี่น้องหรือเปล่า ซึ่ง..ผมว่าบางอย่างมันก็ดูจะเกินกว่าคำว่าพี่น้องไปซักหน่อย บางทีผมเองก็อยากได้คำตอบเหมือนกันนะ ว่าจริงๆแล้วระหว่างเรามันคืออะไรกันแน่ และเหตุผลหลักเลยก็คือผมกลัวใจตัวเอง ใครๆก็ชอบคนที่เอาใจใส่ตัวเองอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะครับ ผมกลัว ว่าสิ่งที่เขาทำมันจะไม่ใช่แบบที่ผมคิด เขาอาจจะแค่ดูแลเพราะผมเป็นพี่ชายที่แสนดี แต่บางทีสิ่งที่เขาคอยทำให้ผมมันทำให้ผมรู้สึกดีมากจนอาจจะชอบเขาขึ้นมาเข้าสักวัน บอกตามตรงทุกวันนี้ก็คอยข่มใจตัวเองอยู่แหละครับ เพราะผมก็ไม่รู้นี่ว่าเขาคิดยังไง ผมไม่อยากเอาใจตัวเองไปเสี่ยงกับคนใจดีอย่างปาร์คจีมินหรอกนะครับ เขาใจดีกับทุกคน และผมไม่อาจรู้ได้เลยว่าสิ่งที่เขาทำมันแค่เพราะเขาใจดีหรือเพราะเขามีใจ...

 

 

ว่าเธอคิดอะไรกับฉัน

มันดูมากเกินคนรู้จัก

ในความเป็นจริงแล้วความสัมพันธ์คืออะไร

และจะต้องวางตัวแบบไหน

ในวันนี้เริ่มคิดไปไกล

จากสิ่งที่เธอได้ทำให้ฉันได้เข้าใจ

 

ว่ารู้ฉันคิดว่าฉันรู้แต่ฉันไม่แน่ใจ

พี่น้องกันแบบไหนโทรมาทุกวัน

เธอแค่เป็นห่วงฉันหรือคิดเกินกว่านั้น

ช่วยทำให้มันชัดเจนหน่อย

ก่อนฉันตัดใจไม่ทัน

 

 

เกิดความเงียบขึ้นระหว่างเราทั้งสองคน และก็เป็นผมที่ทำลายมันลง

“ถ้าตอบไม่ได้ก็อย่ามาห้ามดีกว่า”ผมพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนหมุนตัวเตรียมเดินออกมา แต่มือของคนเด็กกว่ากลับเอื้อมมาคว้างแขนผมไว้

“ปล่อย”

“ผมชอบพี่”

“...”

“เหตุผลคือ เพราะผมชอบพี่ไงพี่จิน”ปาร์คจีมินเอ่ยพลางมองหน้าผมอย่างจริงจังเพื่อเป็นการยืนยันคำพูด

“นาย..”

“ผมไม่รู้ว่าพี่จะรับได้มั้ยถ้าผมบอกไป ผมเลยคอยดูแลพี่อยู่เรื่อยๆแบบนี้ เพราะอย่างน้อยผมก็ยังได้อยู่ในชีวิตของพี่ แม้จะเป็นในฐานะน้องชายก็ยังดี”

“...”

“แค่นี้ พอจะเป็นเหตุผลห้ามไม่ให้พี่ยอมแทฮยองได้หรือเปล่าครับ”

“อย่าให้มันจีบเลยนะ”จีมินเอ่ยอ้อนวอน

“...”ผมเงียบเพราะพูดอะไรไม่ออกเลย คือก็เตรียมใจไว้รับคำตอบทั้งสองแบบแล้วนะ แต่มันก็ยัง...

เขินอยู่ดี

“นาย...ชอบพี่จริงๆเหรอ”

“ครับ ชอบจริงๆ ชอบมานานแล้วด้วย ตั้งแต่เรียนแล้วครับ”จีมินตอบออกมมา

“...”

“แต่ถ้าพี่สนใจไอ้แทก็ให้มันจีบก็ได้ครับ”จีมินเอ่ยเสียงอ่อย สงสัยที่ผมเงียบคงทำให้เขาคิดว่าผมไม่โอเคแน่เลย

“ไม่ใช่นะ พี่ไม่ได้สนใจแทฮยองแบบนั้นนะ”ผมเอ่ยปฏิเสธ

“ไม่ได้ชอบมันแน่นะครับ”

“ไม่ได้ชอบหรอก”

“งั้นพี่ชอบผมมั้ย”

“...”ยิงคำถามยากอีกแล้ว ขอให้ใจได้พักก่อนได้มั้ย เต้นแรงจนผมเหนื่อยแล้วนะ

“ก็ คิดว่าไงล่ะ”

“ไม่รู้สิครับ แต่ถ้าให้เลือกได้ ผมคงอยากให้พี่ชอบผมเหมือนกันแหละ”ปาร์คจีมินเอ่ยพลางส่งยิ้มทรงเสน่ห์ประจำตัว

“งั้นก็จีบสิ”

“ครับ?

“ถ้าอยากให้ชอบ ก็จีบพี่ก่อนสิ ก่อนหน้านี้พี่ไม่นับนะ เพราะพี่ไม่รู้”ผมพูดแหย่คนตรงหน้า

“โหพี่จินอะ”ปาร์คจีมินโอดครวญออกมา

จุ๊บ

ระหว่างที่เจ้านั่นกำลังร้องโอดครวญผมก็ยื่นหน้าไปจุ๊บแก้มของรุ่นน้องไปที

“สู้ๆเข้าล่ะ ปาร์คจีมิน”ผมพูดก่อนเดินออกมาเลย ไม่ทันได้มองรีแอคชั่นของเจ้านั่นหรอกครับ

ก็จะให้อยู่ต่อยังไงล่ะครับ ผมก็อายเป็นนะ -///-

แต่อย่างน้อยก็โล่งแล้วล่ะครับ อย่างน้อยผมก็ได้รู้แล้วว่าต่อไปสิ่งที่จีมินทำมันคือการจีบ

และต่อจากนี้ผมจะได้ไม่ต้องคอยกลัวหรือห้ามความรู้สึกอะไรๆที่จะเกิดขึ้นกับหมอนั่นอีกแล้ว สบายใจสุดๆไปเลย

“อ้าวจินเพื่อนรัก”แล้วอยู่ดีๆมินยุนกิก็เดินมาจากไหนไม่รู้ครับ มันมาอีกแล้ว -_-

“สรุปมึงถามยัง”

“ยุ่งหน่า”ผมเอ่ยปัดพลางเดินต่อไป

“โหยุ่งเหรอ ใช่แหละกูยุ่ง มึงบอกกูมาเลยนะจิน บอกมา!!!

“ไม่!!!”และเสียงผมกับมินยุนกิเถียงกันก็ดังขึ้นตลอดทางที่เราเดินผ่าน...

 

อีกด้านในห้องทำงานของปาร์คจีมิน

หลังจากซอกจินวิ่งออกไปเขาก็ต้องใช้เวลารวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงอยู่นาน ก็เพราะร่างโปร่งที่วิ่งออกไปนั่นแหละ มาฝากรอยจูบไว้บนแก้มเขาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวแบบนี้ ไม่ช็อคตายก็ดีแล้ว

ไม่เคยคิดเลยว่าพี่เขาจะกล้าทำแบบนี้ แต่มันก็ทำให้ผมได้รู้ความจริงอีกอย่าง

ปากพี่จินมันนุ่มยิ่งกว่าที่ผมเคยจินตนาการเอาไว้ซะอีก

อ๊ะๆ อย่าพึ่งคิดว่าผมโรคจิตกันนะครับ แต่ก็นะ มันอดคิดไม่ได้เวลาที่เห็นปากเขานี่นา มันเหมือนเยลลี่นุ่มๆเลย มันก็เลยอดจินตนาการไม่ได้ว่ามันจะนุ่มขนาดไหน แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วล่ะ...

ว่ามันนุ่มมากๆเลย

ทุกคนคงอยากรู้ว่าผมมาชอบพี่ซอกจินได้ยังไงใช่มั้ยล่ะครับ อืม... ก็คงสักช่วงปี1ที่ผมเข้าไปใหม่ๆนั่นแหละครับ ช่วงรับน้องคณะที่ผมดันแบกร่างที่ไม่เต็มร้อยไปเข้าร่วมกิจกรรมเนื่องจากอาการท้องเสียงเมื่อไม่กี่วันก่อนวันกิจกรรม คิดว่าตัวเองจะไหวแต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ มันเลยทำให้ผมได้เจอกับพี่พยาบาลคนนั้น...พี่ซอกจิน ใบหน้าขาวเนียน ดวงตาสดใสและรอยยิ้มสวยของเขาไม่อาจทำให้ผมลืมเลือนไปได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว

แล้วก็เกิดเรื่องบังเอิญอย่างไม่น่าเชื่อขึ้นอีกคือ เรากลายเป็นสายรหัสกัน และนั่นเป็นอีกโอกาสที่ทำให้ผมได้ใกล้ชิดพี่เขามากยิ่งขึ้น และมันก็ยิ่งทำให้ผม...ชอบพี่เขามากขึ้นด้วย พอผมรู้ตัวแล้วว่าหัวใจของผมมันไปอยู่กับพี่ชายหน้าหวานคนนี้ ผมก็คอยตามดูแลพี่เขาบ่อยๆจนเพื่อนๆพี่ๆคนอื่นแซว แต่ดูเหมือนพี่ซอกจินจะไม่ได้สนใจอะไร และมันก็เป็นอย่างนั้นตลอดมา

จนมาถึงวันนี้ วันที่เขาตัดสินใจถามเรื่องนี้กับผม ตลอดมาผมไม่เคยกล้าบอก แต่วันนี้ผมพูดมันออกไปแล้ว และผลลัพธ์มันก็ไม่ได้ออกมาน่ากลัวอย่างที่ผมคาดเอาไว้ ดูจะออกมาดีมากๆด้วยซ้ำ งั้นต่อไปนี้ผมคงต้องพยายามจีบพี่ชายคนนี้ให้ติดโดยเร็วเลยสินะ ก็น่ารักขนาดนี้ ถ้าไม่รีบจีบให้ติด เดี๋ยวก็คงโดนแย่งไปอีก บอกเลยนะว่าผมไม่ยอมหรอก ผมดูแลเทคแคร์ของผมมาตั้งนาน จะมาโดนใครปาดหน้าเค้กไปเหรอ

หึ! ไม่มีวันซะหรอก

ยังไงพี่ซอกจินก็ต้องเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น ทุกคนเป็นพยานเลยนะครับ พี่ซอกจินจะต้องเป็นแฟนของปาร์คจีมินคนนี้คนเดียวเท่านั้น :)






Talk**

เจอกันอีกเเล้ววว ช่วงนี้ลงบ่อยเหมือนว่างแต่จริงๆไม่ได้ว่างเลยค่ะTT ตอนนี้เป็นjijinเรื่องเเรกของเราเลย และที่เเต่งและลงวันนี้ก็จะเป็นเพราะอะไรไปไม่ได้นอกจากวันนี้เป็นวันเกิดของพี่พัคคนหล่อของเรา เย้!!! นี่เป็นการเเต่งฟิคที่เร็วที่สุดของเราเลยก็ว่าได้นะคะ วันเดียวจบ5555 มาเเค่นี้เเหละจ้าา ไว้เจอกันตอนหน้าค่ะทุกคน บ้ายบายยยยย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

60 ความคิดเห็น

  1. #53 meepooh-SoNgW (@meepooh-snw) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 23:45
    น่ารักมากเลยค่าาาา

    พี่จินน่ะหวั่นไหวกับน้องรหัสมานานแล้วใช่ม้าาาาาา ฮั่นแน่ๆๆๆ
    แต่จีมินดูแลดีขนาดนี้ไม่หวั่นไหวก๋ให้มันรู้ไป!!
    เหมือนต่างฝ่ายต่างกลัวการเดินหน้าไปอีกขั้นของความสัมพันธ์เพราะไม่มั่นใจว่ามีนจะไปในทางที่ดีหรือเปล่า ดีใจที่ทั้งคู่ใจตรงกัน
    #53
    1
    • #53-1 Vinny_Y (@vira_nanny) (จากตอนที่ 20)
      1 มิถุนายน 2563 / 20:10
      ความสัมพันธ์แบบนี้มันน่ากลัวจริงๆค่ะ เดาไม่ออกว่าเขาชอบเราหรือไม่ชอบ จะรู้คือต้องถามเเหละค่ะ ขอบคุณที่ติดตามกันนค้าาา
      #53-1
  2. #52 N_lin (@N_lin) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 00:55

    เเงงง น่าร๊ากกก เขินนน
    #52
    1
    • #52-1 Vinny_Y (@vira_nanny) (จากตอนที่ 20)
      1 มิถุนายน 2563 / 20:10
      ขอบคุณที่ติดตามค่าาา
      #52-1
  3. #51 Finppns (@finppns78) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 12:53
    น่ารักกก อ่านไปเขินไปปป
    #51
    1