Our Memory รูปถ่ายในความทรงจำ

ตอนที่ 3 : Picture 2 Believe with your eyes, But I can’t see anything!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 87
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 ต.ค. 59

 

 

Picture 2

Believe with your eyes,

But I can’t see anything!

 

At 6.00 AM

ก๊อกๆ! ก็อกๆๆ!!

ทั้งๆ ที่ยังเช้าอยู่แท้ๆ แต่กลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น คาดว่าน่าจะมาจากห้องข้างเคียง ร่างเล็กพลิกตัวไปมาอย่างรำคาญ ห้องข้างๆ นี่ก็เสียงดังไม่คิดจะเกรงใจชาวบ้านชาวช่องกันเลยรึไง?  อีฟคิดในใจก่อนจะทำเป็นไม่สนใจแล้วพยายามข่มตาหลับต่อ

ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องนะคะ พี่อลัน!!” เสียงเล็กแหลมดังขึ้นตามด้วยเสียงกระหน่ำเคาะประตูยิ่งทวีคูณความดังมากขึ้น คิดดูสิ ว่ามันจะน่ารำคาญขนาดไหน

อย่ามาโวยวายแบบนี้นะครีม พี่ไม่ชอบ!” คราวนี้เสียงทุ้มตอบกลับบ้าง

เรื่องของคนอื่นฉันเองก็ไม่ค่อยอยากยุ่งเท่าไหร่ หลับต่อดีกว่าเรา

กะ..ก็แล้ว ทำไมพี่อลันถึงไม่อ่านไลน์ครีมล่ะคะ ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ โทรไปก็ไม่รับ!” ฝ่ายหญิงชิงถามทันทีเมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามแสดงสีหน้ารำคาญเธออย่างเห็นได้ชัด

ถึงอยากนั้นก็เถอะ..

ตะ.. แต่จริงๆ ก็อยากรู้นิดนึงนะ แค่นิดเดียวจริงๆนะ (‘ ‘;;)

ร่างเล็กบนเตียงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะลุกเดินไปที่ประตูห้องแล้วค่อยๆ แง้มประตูออกเล็กน้อยพอให้มองว่าเหตุการณ์ข้างนอกว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น

พี่ว่าครีมคุยไม่รู้เรื่องแล้วนะ คืนนั้นเราก็ตกลงกันแล้วไง ชายหนุ่มเสยผมตัวเองขึ้นเมื่อรู้สึกเหมือนอะไรๆ มันก็ไม่เป็นดั่งใจ แต่มันกลับทำให้เขาดูดีขึ้นแทน

เท่จัง

จะว่าไป.. เหมือนเคยเจอที่ไหนรึเปล่านะ?

เฮ้ยยย!!” พอฉันนึกออกด้วยความตกใจจึงเผลอเปิดประตูให้กว้างขึ้นเพื่อมองให้ชัดๆ ดวงตาเบิกกว้าง แต่ดูเหมือนเสียงของฉันจะดังเกินไป ทำให้สองชายหญิงที่กำลังเถียงกันก็หันมามองฉันเป็นตาเดียว

นะ.. นั่นมันคนที่ฉันแอบถ่ายรูปไปเมื่อตอนนั้นแถมยังเป็นคนเดียวกับที่เลี้ยงน้ำฉันนี่ O_O

ปังง!

พอได้สติกลับมาฉันก็รีบปิดประตูห้องพร้อมกับเอาแผ่นหลังพิงบานประตู เอามือขึ้นปิดปากอย่างไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายที่ฉันใจเต้นด้วยจะเป็นผู้ชายประเภทฟันแล้วทิ้ง!

พระเจ้า...” ฉันเอามือทาบอกตัวเองก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมสติแล้วก้าวขาเดินกลับไปที่เตียงเพื่อหลับต่อและพยายามลืมเรื่องที่ได้ยินไปซะ

แต่ทว่า..

 

ก๊อก! ก๊อก!

ก็ดันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทั้งๆ ที่อีกแค่นิดเดียวเธอก็จะถึงเตียงแล้วแต่กลับต้องหันหลังกลับไปที่ประตูอีกครั้ง

ฉันล่ะอยากจะตะโกนว่าฉันจะบ้าตายดังๆ สักร้อยครั้ง!

เบลล์ไม่อยู่ค่ะ ทันทีที่ฉันเปิดประตูก็พูดออกไปด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย บ่อยครั้งที่มักมีคนมาเคาะประตูแบบนี้แล้วถามถึงเบลล์นู่นนั่นนี่ ฝากของบ้างอะไรบ้าง

ลืมตาก่อนดีไหม?” เสียงนี้คุ้นเคยทำให้ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้น

“O_O!!”

ตายแล้ว ไม่น่าเปิดประตูห้องเลยอีฟ TOT

แอบดูคนอื่นเขาทะเลาะกันมันไม่ดีนะรู้ไหม :)?” ร่างสูงผมสีไวน์แดงดูยุ่งเล็กน้อยแต่ก็ยังคงความดูดีไว้ ดวงตาของเขาแสดงขี้เล่นบ่งบอกได้เลยว่าคนตรงหน้าเป็นคนเจ้าชู้แน่นอน (ความจริงดูจากที่ทะเลาะกับผู้หญิงเมื่อกี้ก็รู้แล้วล่ะ-_-;;) ริมฝีปากสีอ่อนคลี่ยิ้มเล็กน้อย เขาเอาแขนเท้ากับขอบประตูไว้

งานเข้า =[  ]=!

ฉะ..ฉันไม่ได้แอบดูนะคะ ฉันเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่น

ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก ก็แค่…” เขายื่นหน้ามาเข้าใกล้ๆ ฉันรู้สึกถึงอุณหภูมิในร่างกายเพิ่มขึ้นทันที บริเวณแก้มของฉันก็เห่อร้อนไปหมด รู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นหัวใจผิดปกติไปแถมยังแรงขึ้นราวกับจะทะลุออกมา

ชุดนอนน่ารักดีนะ

“O_O///”

เขาพูดเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคนก่อนจะถอยหลังแล้วเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองระหว่างนั้นฉันก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่นตามมาทำให้สติของฉันถูกเรียกกลับมาทันทีก่อนจะก้มลงมองชุดนอนตัวเอง แล้วพบว่าชุดที่ฉันใส่คือชุดนอนแบบกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลลายหมีริลัคคุมะที่ไม่ต่างอะไรกับชุดนอนของเด็กประถมฯ ทั่วไป

 โธ่! น่าอายจัง T^T

ฉันรีบปิดประตูห้องด้วยความเขินอาย ค่อยๆ เดินกลับไปที่เตียงเพื่อหลับต่อและพยายามลืมเหตุการณ์เมื่อกี้ไปโดยเฉพาะรอยยิ้มขี้เล่นชวนใจเต้นไม่เป็นจังหวะของเขา U////U

 

At 7:45 AM

ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเงยหน้ามองเพดานแล้วหันไปมองตรงกระจกก็เจอโพสอิทสีเหลืองแปะไว้อยู่ เลยพลิกตัวเอื้อมมือไปหยิบแว่นตาตรงหัวเตียงขึ้นใส่ก่อนจะลุกจากเตียงเพื่อเดินไปดูโพสอิทที่แปะไว้ ดูจากลายมือนี้ก็รู้เลยว่าเป็นลายมือของเพื่อนสนิทเธอนั่นเอง แถมยังเน้นตัวหนังสือทุกตัวอีกต่างหากราวกับกลัวว่าคนที่เหลืออยู่ในห้องจะมองไม่เห็นมัน -_-;;

 

 

วันนี้มีรับน้องปี1 แกต้องไปถ่ายรูปด้วย

8โมงตรง ห้ามเบี้ยว! ห้ามเลท! ห้ามลืม!’

 

 

โอ๊ะ O_O

พออ่านโพสอิทจบ เหตุการณ์เมื่อวานที่เบลล์ย้ำนักย้ำหนาจนฉันต้องรีบอ้างว่าง่วงแล้วไปนอนก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของฉัน จากนั้นฉันรีบวิ่งไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเข้าห้องน้ำไปทันที  ใช้เวลาไม่ถึง10นาทีก็ออกมาจากห้องน้ำเพื่อแต่งตัว ฉันเอี้ยวตัวไปก็หยิบกระเป๋าสะพายข้างสีดำผ้าหนังเทียมออกมาแล้วหยิบข้าวของจำเป็นทั้งหลายใส่ลงไปแล้วรีบวิ่งออกห้องโดยไม่ลืมล็อคประตู

 

ณ มหาวิทยาลัย  X

บรรยากาศบริเวณลานหน้าตึกคณะนิเทศศาสตร์กำลังครื้นเครงด้วยจังหวะกลองสุดมันส์พร้อมกับเสียงร้องเพลงต่างๆ จากนั้นก็มีเสียงของรุ่นพี่ปีสองเรียกน้องๆ ปีหนึ่งมารวมแถวกันแล้วจังหวะกลองก็หยุดไปทันที ส่วนฉันก็กำลังลงจากรถมอเตอร์ไซค์คันหรูของร่างสูงโปร่งผู้มีดวงตาสีดำ สีผมก็เช่นกัน ที่สำคัญเขาคนนี้ไม่ธรรมดา! ดีกรีเป็นถึงเดือนคณะวิศวะฯ เชียวนะ!

ขอบคุณนะคะพี่ฟลาวน์ ที่อุตส่าห์มาส่ง^^” ฉันกล่าวขอบคุณแก่ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งราวกับนายแบบปกนิตยสารดังที่ควบรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งไว้ แต่จริงๆไม่เห็นต้องลำบากมาคอยรับส่งเลย

ได้ยังไงล่ะ! ขืนแม่อีฟรู้ว่าพี่ปล่อยให้อีฟไปไหนมาไหนเองล่ะก็..” พี่ฟาวล์ทำหน้าเหยเกใส่ เมื่อนึกถึงสภาพของตัวเองตอนโดนแม่ของร่างเล็กตรงหน้าสวดยับ “…พี่คงหูชาแน่ๆ -_-;;”

โห.. แต่ยังไงอีฟก็เกรงใจพี่อยู่ดีแหละ ._.”

จะไม่ให้เกรงใจได้ไงล่ะ ก็แม่เล่นฝากฝังฉันไว้กับพี่เขาซะขนาดนั้น

ไม่เป็นไรหรอกน่า แล้วได้หยิบแว่นมารึเปล่า?” พี่ฟาวล์ถามเช็คความเรียบร้อยเพื่อความแน่ใจราวกับเป็นพ่อของฉันก็ไม่ปาน

ไม่ได้หยิบมานะ แต่ใส่คอนแทคเลนส์อยู่ไม่เป็นไรหรอกๆ ฉันยิ้ม

โอเคๆ ถ้ามีอะไรก็ทักไลน์มาไม่ก็โทรบอกพี่ก็ได้นะ พี่ไปเรียนละ ร่างสูงสตาร์ทรถแล้วขี่ออกไปจากคณะนิเทศฯทันที โดยทิ้งท้ายไว้ว่า หัดพูดกับคนอื่นเยอะๆ บ้างล่ะ  บายย!”

พอได้ยินอย่างนั้นฉันก็อดหัวเราะกับตัวเองไม่ได้จริงๆ ทุกคนรู้ว่าฉันเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยคุยกับใคร แถมยังขี้อายอีกต่างหาก เวลาทำกิจกรรมอะไรก็ไม่ค่อยกล้าสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นกับคนที่สนิทจริงๆ ล่ะก็ฉันจะพูดเยอะขึ้นโดยเฉพาะกับคนที่พึ่งขี่รถออกไป เขาเป็นพี่ชายที่อยู่บ้านข้างๆ กัน ตอนสมัยเรียนมัธยมก็เรียนที่โรงเรียนเดียวกัน แล้วฉันดันบังเอิญสอบมหา ลัยเดียวกับพี่ฟลาวน์ติด ทำให้พี่เขาต้องรับหน้าที่ดูแลฉันไปโดยปริยาย

ทางนี้อีฟ>O</” เบลล์โบกมือเรียกให้ฉันไปนั่งตรงโต๊ะไม้ใกล้ๆกับที่เด็กปีหนึ่งเข้าแถวกัน

ฉันยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ เธอ

มาช้านะยะ เมื่อวานก็ย้ำแล้วย้ำอีกแท้ๆ = =+”

โทษทีๆ สัญญาว่าครั้งหน้าไม่เลทแน่นอน ^^;;” ฉันหัวเราะแห้งๆ เพราะไม่มีอะไรจะแก้ตัว

จู่ๆ ก็มีอะไรบางอย่างทำให้ฉันละความสนใจจากเพื่อนสนิทไปที่ลานกิจกรรม เสียงกลองดังขึ้นครั้งพร้อมกับเสียงของหนึ่งในเพื่อนคณะของฉันร้องเพลงสร้างบรรยากาศสนุกสนานให้แก่พวกน้องปี1

ไม่รอช้าฉันรีบยกกล้องขึ้นถ่ายรูปเก็บบรรยากาศ ก่อนจะลุกไปถ่ายจากมุมต่างๆ ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกคันที่ตาทั้งสองข้าง มันทั้งแสบทั้งเคืองไปหมด สงสัยเป็นเพราะคอนแทคเลนส์แน่ๆ

เฮ้ยอีฟ เป็นไรวะ!?” เสียงของเพื่อนคณะดังขึ้นแต่ฉันไม่สามารถมองได้

แกโอเคไหม?”

มะ.. ไม่โอเท่าไหร่ แสบตาไปหมดเลยสงสัยต้องถอดคอนแทคเลนส์ซะแล้ว

เพื่อนๆ ช่วยกันประคองฉันมานั่งที่โต๊ะไม้ แต่ละคนพยายามถามว่าฉันเป็นอะไร? โอเคไหม? ไหวรึเปล่า? บางคนก็แทบจะโทรตามรถพยาบาล (?) แล้วด้วยซ้ำแต่ฉันห้ามไว้ทัน -_-;; ฉันพยายามฝืนลืมตาเพื่อถอดคอนแทคเลนส์ออก อาการแสบตาก็ยังรู้สึกอยู่แต่ไม่ได้แสบเท่าตอนใส่ ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นน่ะสิ.. มันดันไปอยู่ตรงที่ฉันสายตาสั้นมากชนิดที่แบบมองอะไรไม่เห็นเลยถ้าไม่มีคอนแทคเลนส์ แล้วยิ่งตอนนี้คอนแทคเลนส์ใส่ไม่ได้ แว่นตาก็ดันลืมเอามา ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ T^T

แกมองเห็นไหมฉันได้ยินเสียงเบลล์และมองเห็นอะไรบางอย่างผ่านหน้าฉันไปมา สงสัยจะเป็นมือของเบลล์

นั่นอะไรน่ะ ใช่มือแกรึเปล่า?”

ถ้ารู้ว่าทุกอย่างจะเป็นแบบนี้ตั้งแรก ฉันไม่มีทางลืมหยิบแว่นมาแน่นอน T^T

งั้นเดี๋ยวให้คนอื่นถ่ายรูปแทนอีฟไปก่อนก็แล้วกันเสียงเพื่อนคนนึงในคณะ

อะ..อื้อฉันยิ้มแห้งๆ ไปเพราะรู้สึกไม่สบายใจเหมือนกับฉันกินแรงเพื่อน ขอโทษจริงๆนะ ที่ทำให้ทุกคนลำบากกันไปหมด U_U”

ไม่เป็นไรๆ

เอาน่าๆ ไม่เป็นไรหรอก

สิ้นสุดบทสนทนา ทุกคนก็แยกย้ายกันไปตามฐานกิจกรรมต่างๆ ส่วนฉันก็ทำได้แค่นั่งเฉยๆ แต่โชคดีที่มีคนอาสามานั่งเป็นเพื่อนฉัน

เอ่อ.. ฉันได้ข่าวว่าจะมีพี่ปี4 มาสังเกตการณ์ด้วยล่ะบอกตามตรงฉันยังไม่รู้เลยว่าคนที่นั่งข้างฉันเนี่ยเป็นใคร หน้าตาเป็นยังไงก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าอยู่คณะเดียวกัน

คะ.. ใครเหรอ?” พอเจอคนที่ไม่สนิทด้วย รู้สึกพูดอะไรไม่ถูกเลยแฮะ -_-;;

ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน^^;;”

จบบทสนทนาต่างฝ่ายต่างเงียบ

ทำไมเธอสองคนถึงมาอยู่ตรงนี้?” เสียงนั้นเรียกความสนใจให้พวกฉันหันไปมอง แต่ภาพทุกอย่างที่ฉันเห็นก็เลือนรางไปหมดแล้วทำไมไม่ไปร่วมกิจกรรม?”

คะ.. คือไม่ใช่นะคะ พอดีว่าอีฟมองไม่เห็นเพราะไม่ได้ใส่แว่นตา หนูก็เลยมานั่งเป็นเพื่อนค่ะ

ใครมากันล่ะเนี่ย? หรือว่าจะเป็นพี่ปี4 ที่มาสังเกตการณ์ O_o

อ่อ งั้นก็แล้วไปรู้สึกน้ำเสียงแบบนี้มันคุ้นๆ นะ หรือว่า.. “น้องไปช่วยเพื่อนน้องทำกิจกรรมเถอะ เดี๋ยวพี่จัดการทางนี้ให้เอง :)

ตะ.. แต่ว่า..”

นะครับ :)เขาคลี่ยิ้มหวานทำเอาหญิงสาวหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ

กะ.. ก็ได้ค่ะแล้วเธอก็ลุกจากไป

เดี๋ยวสิ!” ฉันพยายามรั้งเธอคนนั้นเอาไว้

อ่าว.. ไหนบอกว่าจะมานั่งเป็นเพื่อนฉันไง จู่ๆ ก็ทิ้งฉันไว้กับใครก็ไม่รู้ตอนที่ฉันมองอะไรไม่เห็นเลยเนี่ยนะ =[ ]=

แล้วฉันได้ยินเสียงอีกครั้งเดาว่าคงเป็นพี่คนนั้นเดินมานั่งข้างๆ ฉัน ด้วยความไม่ไว้วางใจ (เพราะมองไม่เห็น) ฉันก็ค่อยๆ แอบเขยิบออกห่างพยายามทำให้เนียนที่สุด แต่ดูเหมือนพี่เขาจะขยับตามมาเรื่อยๆ จนฉันหยุดขยับเพราะมันไม่มีที่ให้ขยับไปอีก เขาก็หัวเราะออกมาเหมือนมันเป็นเรื่องตลก

เสียงหัวเราะนี้คุ้นๆ แฮะ

 

เจอกันอีกแล้วนะคะ น้องอีฟ :)"

 

 

 

 

B
O W E N TM.

14 ความคิดเห็น