[fic BTS]วาเลนไทน์ KOOKV HOPEV NUMJIN YUNMIN

ตอนที่ 5 : #5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 พ.ย. 63


 

ผู้สืบทอดควีบัน

 

 (กรุง)

ผมกำลังทำสวนหลังบ้านให้วาเลนไทน์อยู่ครับ ผมเหมือนประสาทจะหลอนๆหน่อยๆ ผมรู้สึกรักธรรมชาติ ชอบอยู่กับธรรมชาติมากขึ้น ผมเลยเข้ามาในสวนออกบ่อย ซึ่งวาเลนไทน์ขอให้พี่โจ๊กเกอร์ช่วยงานสวนแล้ว แต่เขาไม่ทำ

หลังจากเรื่องประหลาด แผลจากตำนานสิงโตควีบัน ชีวิตผมก็คล้ายจะเปลี่ยนไป ผมกินอาหารปริมาณมากเท่าคน6คน บางครั้งก็แอบมานอนหลับในสวนองุ่นบ้าง

ผมก็งงตัวเองอยู่นะ ว่าผมไปนอนตรงนั้นได้ยังไง ผมแค่ไปเก็บผลผลิตเองนะวันนั้น แต่สงสัยว่าเพราะอากาศดีละมั้ง… ผมเลยนอนในสวน จนกระทั่งตกเย็นวาเลนไทน์มาเจอ ผมเลยตื่น

คนที่บ้านวาเลนไทน์กับมิไฮ พวกเราอยู่กันเยอะก็จริง แต่เอาความจริงพวกเราไม่ได้สนิทกันถึงขั้นนั้น ออกจะค่อนข้างต่างคนต่างอยู่กันอยู่กันมากกว่า

“กรุง?”

ผมหันตามเสียงเรียก วาเลนไทน์นั้นเองที่เดินมาหาผม ผมที่กำลังนอนเล่นใต้ต้นองุ่นก็ลุกขึ้นนั่งมองคนที่แบกม้วนใหญ่เดินมานั่งข้างๆผม

“นั้นอะไรหรอครับคุณวาเลนไทน์”ผมถาม

“คัมภีร์ เหมือนกับสมุดบันทึกนั้นละ”วาเลนไทน์พูด

“แล้วทำไมมันหนาขนาดนี้ละครับ-0-”ผมถามและมองมันอย่างข้องใจ

“เราเอาไว้บันทึกภาษาแปลกๆที่อยู่ในหัวเรา ถ้าเรานึกอะไรออก เราก็จะได้บันทึกทันทียังไงละ”วาเลนไทน์พูดและกางคัมภีร์นั้นออก วาเลนไทน์หมุนแกนด้านล่างคัมภีร์ทำให้ผมค้นผมว่ามีพู่กันเก็บอยู่ข้างใน วาเลนไทน์หมุนแกนด้านบนและดึงตลับขนาดเท่ากำมือออกมาเป็น และผมก็ค้นพบว่ามันคือหมึกสีดำ

“ผมเห็นปกติคุณจะนั่งเขียนที่ชานระเบียง”ผมพูด ใช่แล้ว ชานระเบียงคือที่ประจำที่ผมเห็นวาเลนไทน์นั่งเขียนบรรจงด้วยท่าทางที่ประณีตสุดๆ

“ก็… เรากลัวว่าจะมีคนนอนหลับในสวนไม่ตื่นและให้ใครมาลักพาตัวเข้าน่ะสิ”วาเลนไทน์พูดยิ้มๆ

มาเฝ้าผมหรอ?

“ฮะฮ่า ถ้าคุณหาผมไม่เจอ ก็มาหาที่สวนนี่ละครับ”ผมพูดติดตลก

“ปกตินายชอบสวนหรอ?”

“หึ เปล่าเลย ที่บ้านของผมไม่มีสวนด้วยซ้ำ ผมอยู่คอนโดฯใกล้มหาวิทยาลัย แต่ผมพึ่งเรียนจบน่ะ”ผมตอบ

“เพราะว่าไม่เคยสัมผัสกับธรรมชาติอย่างหมู่บ้านเรา นายเลยชอบหรอ?”วาเลนไทน์ถามต่อ

“จะว่าอย่างงั้นก็ได้… แต่ผมรู้สึกว่าความรู้สึกมันเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด”ผมตอบไปตามจริง

ปกติผมไม่ใช่คนที่จะมาแอบหลับในสวนองุ่นได้หรอกนะ ผมจะนอนเลยโทรศัพท์อยู่ในห้องนอนเท่านั้นละ

“นายเคยคิดไหม ว่าวันที่นายเจอสิงโตสีขาวที่คนเขาเรียกกันว่าควีบัน มันทำให้นายไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”

“...”ผมไม่ได้ตอบอะไรวาเลนไทน์ไป คิดสิ… แต่ผมไม่อยากจะยอมรับยังไงละ ผมทิ้งตัวนอนกับพื้นหญ้าแล้วหลับตาลงอย่างขอไปที

ธรรมชาติทำให้ผมสงบ…

“นายพักเถอะ ถ้าใกล้เวลาอาหารเย็นเราจะปลุก”วาเลนไทน์ที่ไม่ได้คำตอบ แต่ก็ดูไม่ติดใจอะไร และหันไปเขียนคัมภีร์นั้นต่อ

“...”ผมหลับตาขึ้นมาเพราะรู้สึกถึงสิ่งรบกวน ผมลืมตามาก็เห็นแผ่นหลังของวาเลนไทน์ คนที่ดูยังไงก็บริสุทธิ์ แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่รบกวนการนอนของผม

ผมยื่นมือไปทางด้านขวามือ ไปทางสิ่งแปลกปลอมในสวนนั้น และ ‘เจ้านั่น’ ก็เดินเข้ามาหาผมอย่างว่าง่าย กระต่ายสีขาวล้วน ดวงตามีเทาของมันจ้องตรงมาที่ผม

ผมพลิกตัวไปทางมันและลูบขาวสีขาวนั้นเบาๆ ก่อนจะหลับตาอีกครั้ง ผมรู้สึกว่ามันก็เดินมาข้างๆผมและถูกับแขนของผมเบาๆ ผมไม่ได้ใส่ใจจะไล่อะไร ขนของมันก็นุ่มดี ผมเลยหลับไป

“ดูท่าเขาจะชอบนายนะ พ่อหนุ่มสิงโต”เสียงวาเลนไทน์สุดท้ายก่อนที่ผมจะเข้าสู่ห้วงนิทราไป…

18.00

“กรุง นาย นาย ตื่นเถอะ ฟ้ามืดแล้วนะ มิไฮคงเตรียมอาหารเย็นไว้แล้ว ตื่น ตื่น”วาเลนไทน์เขย่าตัวผม

“อะ อืมมมม”

ผมมองไปข้างตัวก็พบกระต่ายป่าสีขาวตัวเดิม

“เอ้ะ นายยังไม่ไปไหนอีกหรอเนี่ย”ผมถามอย่างข้องใจ

“เหมือนว่าเขาจะหลับไปพร้อมกับนายนะ”วาเลนไทน์เสริม

“อ่อ”ผมลุกขึ้นและเดินตามวาเลนไทน์เข้าบ้าน ฟ้ามืดแล้ว ถ้าอยู่ในสวนเราจะได้หนาวตายกันพอดี ที่นี่อากาศเย็น

แต่ผมก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเจ้าสิ่งมีชีวิตสีขาวกระโดดตามมา…

“...”ผมกับวาเลนไทน์ชะงักและมองหน้ากันอย่างทำตัวไม่ถูก

“เอานี่ นายตามเราไปไม่ได้นะ”ผมเลื่อนมือไปเก็บลูกองุ่นไร้เม็ดบนหัวของเรา และยื่นให้กับเจ้าตัวน้อย

“...”มันรับไปแต่โดยดี

“อย่าตามมาละ”

“ครับ”

……………..

“วาเลนไทน์”

“หือ?”วาเลนไทน์คานรับอย่างงงๆ

“เมื่อกี้คุณได้พูดอะไรหรือป่าวครับ?”

“เราเปล่า”

…………….และเมื่อกี้เสียงของใคร

(วาเลนไทน์)

ผมกำลังจะปวดหัว คัมภีร์ม้วนที่17ของผมเต็มและผมก็ไม่มีภาพอะไรขึ้นมาในม้วนที่18 ม้วนที่18เลยไม่ถูกเขียนสักที

“ฉันว่าถ้านายนึกไม่ออก นายก็ควรเลิกเขียนและหาคำตอบว่าสิ่งที่นายเขียนมาตั้งแต่อายุได้14 มันคืออะไร”มิไฮที่จิบกาแฟยืนมองผมที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าม้วนคัมภีร์17ม้วน

“นายก็รู้ว่าเราไม่รู้ว่ามันคืออะไร ถ้าเราอยากหาคำตอบเกรงว่าจะต้องหานอกหมู่บ้านและละ นายก็รู้ว่าคนในหมู่บ้านไม่รู้จักมัน และมองเรายังไงที่เราเขียนมันออกมา”ผมตอบมิไฮ

“หรือนายลองถามคนนอกในบ้านเราไหมละ อยู่ด้วยกันมาสักพักแล้ว แต่นายไม่เคยให้พวกเขาอ่านมันจริงๆจังๆสักทีเลยนิ”มิไฮเสนอ

“ใช่ เราไม่เคยให้พวกเขาอ่าน แต่พวกเขาล้วนเคยเห็นเราขณะที่เราเขียนมันนะ ถ้าหากพวกเขารู้จักคงพูดอะไรออกมาบ้างแล้วสิ”

จริงไหม?

“บางสิ่งเราควรถามก่อนสรุปไม่ใช่หรอ?”

“... งั้นเราจะลอง”

ผมพูดและหยิบม้วนคัมภีร์ม้วนที่17 ม้วนล่าสุดขึ้นมาและตรงไปหาโจ๊กเกอร์กับกรุงทันที

“โจ๊กเกอร์ กรุง”

“?”

“ครับ?”

โจ๊กเกอร์กำลังนั่งง้วนอยู่กับแท็ปเลต ส่วนกรุงก็กำลังล่าและหั่นผลไม้ที่พึ่งได้มาอยู่

“พวกนายรู้จักนี่หรือเปล่า”ผมเปิดคัมภีย์ออกมาบางส่วน

“....”

“เคยเห็นบ้างหรือเปล่า?”ผมถามย้ำ

“กรุง นายเคยเห็นปะ”โจ๊กเกอร์หันไปถามน้องชายตนเอง

“ไม่เคยนะ ผมว่ามันไม่ใช่ภาษาหรอกมั้ง เหมือนภาพวาดกลายๆ”กรุงปฏิเสธกลับมา

“ผมก็ไม่เคยเห็นนะ มิไฮไม่รู้จักหรอ?”โจ๊กเกอร์หันไปถามมิไฮ แต่ก็ได้รับส่ายหน้ากลับมาเป็นคำตอบ

“เห็น ผมเคยเห็นตัวนี้ ในหนังสือของคุณซิสโก้”กรุงพูดขึ้นเรียกความสนใจของทุกคนได้ทันที“เอ่อๆ ผมก็ไม่แน่ใจนะ”

“ขอบใจ เราไปหาซิสโก้ก่อน”ผมพูดและเดินออกมาทันที 

ความจริงเรื่องประหลาดผิดธรรมชาติผมอยากคุยกับเซโฟนี่ที่สุด เขาเป็นเงือกที่เป็นมาตลอดจนอายุถึง400กว่าปี แถมรู้เรื่องแวมไพร์ด้วย แต่เขากับเหนือไปเที่ยวกันน่ะสิ

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

“ซิสโก้!!!!”ผมตะโกนอย่างร้อนใจ ตอนนี้เป็นเวลาเช้า ไม่แน่ซิสโก้อาจจะนอนอยู่ก็ได้ แต่ผมจะปลุก- -*

ปังๆๆ ปังๆๆๆๆ

“ซิสโก้! ตื่นเดี๋ยวนี้!”

“โอ้ย!!! อะไรของนายวะ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วรู้บ้างไหม!”คนที่ดูก็รู้ว่าพึ่งลุกออกมาจากเตียงแน่ๆ เดินงัวเงียออกมาจากบ้าน

“ถามได้ ก็บ่าย2น่ะสิ ถอยที”ผมพูดและผลักซิสโก้ที่ยืนขวางทางออก

“-*-”

“นายรู้จักมันหรือเปล่า”ผมกางคัมภีร์ออกอีกครั้ง

“! นาย? เอามันมาจากไหนน่ะ”ซิสโก้ถามอย่างตกใจ

“นายไม่ต้องปิดบังโกหกอะไรทั้งหรอกถ้านายกลัวว่าความลับนายจะแตก เรารู้อยู่แล้วว่านายเป็นแวมไพร์”

“!”

(ซิสโก้)

“!”ผมเบิกตากว้างมองคนตรงหน้าอย่างตกใจ ผมรู้ว่าวิถีชีวิตของผมมันไม่เหมือนมนุษย์ แต่มันก็ไม่แปลกสำหรับมนุษย์เท่าไหร่นี่ สำหรับคนที่นอนไม่เป็นเวลา ผมอาจจะทำงานเป็นฟรีแลนซ์ก็ได้ ที่เวลานอนไม่คงที่ แต่วาเลนไทน์กลับเดาว่าผมเป็นแวมไพร์อะนะ??? ทั้งๆผมไม่ได้กลัวแสงอาทิตย์อะนะ????

“บอกเราที ว่ามันคืออะไร”

“นายพูดเรื่องอะไร”ผมกอดอกและพยายามปรับสีหน้าให้นิ่งที่สุด ผมมองตรงไปที่วาเลนไทน์อย่างมุ่งมั่น ให้ตัวเองหลุดออกจากข้อสงสัย

“เห้อ”วาเลนไทน์วางม้วนคัมภีย์ยักษ์นั้นและตรงไปที่ห้องครัวบ้านของมิไฮที่ผมอาศัยอยู่ทันที

“นายจะทำอะไร?”ผมมองวาเลนไทน์อย่างไม่ไว้ใจ จะเอากระเทียมมาฆ่าผมหรอ- -? บอกตรงๆนะ ผมไม่กลัวกระเทียมนะ ผมชอบ- -

“...”

“นายจะทำอะไรน่ะ!?”ผมมองอย่างไม่ขาดคิด วาเลนไทน์หยิบมีดทำท่าเหมือนจะฆ่าตัวตายอย่างงั้นแหละ

“ทำให้นายเห็น”เจ้าตัวพูดจบก็กรีดมีดลงบนแขนตัวเองทันที

“...!!!”

แผลกว้างขนาดเท่าไม้บรรทัดขนาดเล็กทำให้เลือดออกในปริมาณมากเลยทีเดียว ผมกลั้นใจทันที ผมไวต่อเลือดนะ โดยเฉพาะเลือดของมนุษย์ แต่ไม่ทันที่ผมจะโฉยคนตรงหน้ามากัดคอสักที แผลมีดบาดบริเวณแขนของวาเลนไทน์ก็สมานหายไปเหมือนว่าไม่เคยมีแผลใหญ่ตรงนั้นมาก่อน…

“นายเป็น...”

“เราเป็นแวมไพร์ ซิสโก้”

!

(วาเลนไทน์)

หลังจากเหตุการณ์ที่ผมบอกความจริงกับซิสโก้ว่าผมเป็นอะไร ผมกับซิสโก้กับจบที่นั่งเครียดบนโซฟา

“ซิสโก้ เรายอมรับว่าเราอาจจะไม่ถูกกัน แต่เราเป็นแวมไพร์ด้วยกับทั้งคู่ เราไม่เคยเจอแวมไพร์คนอื่นเลย นายคือคนแรกที่เราคิดว่าพอจะถามอะไรได้บ้าง”ผมพูดไปตามจริง

“ฉันก็พึ่งเจอนายเป็นแวมไพร์คนที่2ในชีวิตนี่ละ นายอายุเท่าไหร่”

“25”ผมตอบ คนแรกคนเป็นพ่อหรือไม่ก็แม่ของซิสโก้ละมั้ง

“ฉันอายุ202...”

“ใช่ นายโตกว่าเรา เพราะงั้นเราเลยคิดว่านายน่าจะรู้อะไรบ้าง เกี่ยวกับสิ่งนี้”

“แล้วเวลานายกิน… นายอยู่ยังไง”ซิสโก้ถาม

“...ก็ มิไฮ”ผมตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถ้าผมอยากให้เขาตอบคำถามผมผมคงก็ต้องตอบคำถามเขา

“...มิไฮเป็นมนุษย์สินะ”

“ใช่”

“อืม… นั้นคืออักษรรูน”ซิสโก้ชี้ไปที่คัมภีย์ของผม

“อักษรรูน?”

“อักษรรูนเป็นอักษรเวทมนต์ มักใช้ในศาสตร์พยากรย์หรือร่ายเวทมนต์คาถาอะไรแบบนั้น เช่น...”ซิสโก้พูด เขาพึมพำอะไรสักอย่างแก้วกาแฟเซรามิกบนโต๊ะก็ลอยมาอยู่ในมือเขา

“O_O”

“มันเป็นศาสตร์ลึกลับ รูนมีหลายประเภท และหลายความหมาย แต่… ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่นายเขียน”

“อะ อ่าว”

หมายความว่าผมเขียนอะไรก็ไม่รู้ขึ้นมา? ที่ไม่ใช่อักษรรูนงั้นหรอ

“ฉันไม่เคยเห็น ไม่รู้ว่ารูนที่ดูอ่านยากแบบที่นายเขียนมานี่ มันคืออะไร ใช้ยังไง นายเป็นคนเขียนมันขึ้นมา นายก็ต้องรู้สิว่ามันคืออะไรหรือใช้เพื่ออะไร”ซิสโก้พูดเพิ่ม

“เราไม่รู้เลย เราแค่เห็นภาพมัน และเราก็เขียนมันออกมา”

“จู่ๆก็นึกขึ้นมาได้?”

“อืม”

“แปลก...”

“งั้นเราจะถามเซโฟนี่ ค่ำนี้เซโฟนี่กับเหนือจะกลับมา”

“ถามหมอนั้นทำไม นายไม่รู้หรือไงว่านายไม่ควรบอกใครมั่วซั่วว่านายเป็นอะไร ฉันเคยถูกตามล่า เพราะคนรู้ว่าฉันเป็นแวมไพร์...”ซิสโก้พูด

“งั้นหรอ แต่เรายังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับโจ๊กเกอร์ กรุง และก็เหนือหรอกนะ”

“แปลว่ามิไฮกับเซโฟนี่รู้?”

“ใช่แล้ว”

“ทำไม-*-”ซิสโก้ขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด

“เซโฟนี่เป็นเงือก เขารู้เองเราไม่ได้บอก ส่วนมิไฮเราก็ยังไม่ได้บอกว่านายเป็นแวมไพร์ มิไฮรู้ว่าเราเป็นคนเดียว”ผมอธิบายไป

“อือ”ซิสโก้เมินผมและพึมพำอะไรสักอย่างก่อนที่หนังสือปกดำเล่มหนึ่งจะลอยมาสู่มือของเขา

“?”

“นี่เป็นหนังสือเกี่ยวกับอักษรรูนที่สามารถหาอ่านได้ทั่วไปในห้องสมุดมนุษย์ เอาความจริงฉันไม่รู้เรื่องรูนเยอะนักหรอก ฉันใช้เวทมนต์แบบนั้นไม่เป็นด้วยซ้ำ ใช้ได้แค่เคลื่อนย้ายสิ่งของโง่ๆเท่านั้นละ”ซิสโก้พูดเรียบๆ

“ซิสโก้ เรามีคัมภีย์แบบนี้17ม้วนเชียวนะ”

“...”

“เราจะลองศึกษาด้วย และปรึกษาเซโฟนี่ค่ำนี้ หากนายอยากลองไปคุยกับเขาก็ลองไปคุยดู เขาดูมีประสบการณ์”ผมพูด

“เอานี่ไปด้วย”

“อ๊ะ”ผมรับถุงที่บรรจุของเหลวประมาณ5ถุงมา เย็น…

“นายอาจจะไม่รู้นะ แต่มนุษย์ที่ถูกแวมไพร์กัดบ่อยๆน่ะ อายุไม่ค่อยยืนกันนักหรอก”

……

“นั้นคือรูน ท่านซิสโก้พูดถูกแล้ว”เซโฟนี่พูด

“แล้วมันคืออะไร ทำไมเราถึงมันมากขนาดนี้”ผมถามอย่างประหลาดใจ ตอนนี้ผมจับคัมภีย์17ม้วนมากางทั่วบ้าน และทุกคนก็มานั่งฟังที่เซโฟนี่กำลังจะพูดด้วย ไม่เว้นแม้แต่ซิสโก้

“มันคือภาษาเวทมนต์”

“เธอใช้ได้หรอ?”เหนือถามเซโฟนี่ทันที

“หึ เราใช้ไม่ได้ มันมีไว้ให้มนุษย์ใช้ เราเป็นเงือก เผ่าเงือกก็ใช้ได้แหละ แต่เราก็มีความสามารถพิเศษของเผ่าพันธุ์เราอยู่แล้ว มันเลยไม่ได้จำเป็นสำหรับเผ่าพันธุ์เรา”

“เผ่าพันธุ์อะไรวะ”โจ๊กเกอร์หันไปกระซิบกับกรุงที่ยังคงงงไม่ต่างกัน

“เราอ่านมันออก แต่บางอย่างหากคนไม่มีความสามารถมากพอ มันก็ได้แค่อ่าน ไม่ปรากฏสิ่งใดทั้งสิ้น ท่านลองพูดตามเราสิ อูรุสทอริซัสอันซุส”สิ้นเสียงของเซโฟนี่ วาเลนไทน์ก็พูดตามทันที

“อูรุสทอริซัสอันซุส”

แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น… ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่าแอบพึมพำตาม

“ไม่เกิดอะไรขึ้นเลย”ซิสโก้พูดต่อ

“ใช่ งั้นพูดตามเรา เพิร์บฮากาลัชอันซุส มิไฮ”

“?”คนที่มีชื่ออยู่ในประโยคก็มองอย่างสงสัยและเริ่มระแวง

“เพิร์บฮากาลัชอันซุส มืไฮ”ทุกคนพูดขึ้นพร้อมกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ มิไฮที่ถูกพูดถึงก็เหวอไปเลย

“มันคืออะไรกัน?O_O”มิไฮมองเซโฟนี่อย่างต้องการคำตอบ

“ไม่เห็นเกิดอะไรขึ้นเลย”โจ๊กเกอร์ถามบ้าง

“ใจเย็นๆนะ มันคงไม่เกิดขึ้นอย่างชัดเจณ แต่มันเกิดขึ้นแล้วท่านโจ๊กเกอร์ ก่อนอื่นเราจะอธิบายประโยคแรกที่เราให้พวกท่านพูดตามเรา อูรุส คือการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน หรือไม่คาดคิด ทอริซัส คือความขัดแย้ง อันซุส คือข้อมูล การสื่อสาร คือการที่เราตั้งใจจะเปลี่ยนข้อมูลการสื่อสารให้ขัดแย้งอย่างฉับพลัน แต่ไม่มีเป้าหมาย แน่นอนว่าไม่เกิดผล”เซโฟนี่อธิบาย

“แต่ประโยคที่2”

“ใช่ มีชื่อท่านมิไฮ เพิร์บ คือการกำหนดอนาคตเส้นทางชีวิต ฮากาลัช คือจิตใต้สำนึก อันซุส คือสุขภาพที่ดี คือการกำหนดเส้นทางชีวิตจิตใต้สำนึกของคุณมิไฮให้สุขภาพดี ความหมายข้างตนในทางเชิงบวก แต่แน่นอนเชิงลบมันก็มี อยู่ที่ว่าท่านจะใช้มันในจุดประสงค์ไหน รูนแต่ละตัวมีความหมายเยอะมากทั้งบวกและลบ อันซุสที่พูดเหมือนกัน ความหมายอาจต่างกัน”

“...”

“มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ต้องศึกษาอย่างลึก มันไม่ใช่สิ่งที่พูดขึ้นมามั่วๆและจะสามารถปรากฏผลได้ ท่านวาเลนไทน์ พูดตามเราที!@$%^^&&(*)*”เซโฟนี่หยิบม้วนคัมภีร์ขึ้นมาแล้วอ่านประโยคสั้นๆ

“!@$%^^&&(*)*”

แสงสีม่วงปรากฏออกมาจากมือข้างขวาของวาเลนไทน์ มันปรากฏออกมาเป็นวงแหวนที่มีตัวอักษรเช่นเดียวกับพี่เขียนอยู่บนคัมภีร์

“)(*&*^%”เซโฟนี่พูดอะไรสักอย่างออกมา และแสงสีม่วงกับวงแหวนที่ว่านั้นก็หายไป

“เชี่ยไรวะเนี่ย”เหนือถึงกับหลุดคำหยาบ

“OoO กรุง แกตบฉันที ฉันเหมือนจะไม่ไหว”โจ๊กเกอร์ก็เช่นกัน

“OoO”มิไฮก็เช่นกัน

“อย่าว่าแต่พี่เลย ผมรู้สึกเหมือนจะวูบ...”กรุงเหมือนจะวูบเลยไปจริงๆ

“O_O”ผมก็ได้เหวอกับสิ่งที่ผมกำลังทำไป

“ก่อนอื่นเราขอพูดก่อน เราไม่ได้เข้าใจทุกวงแหวนที่ท่านวาเลนไทน์เขียน บางสิ่งเราก็ไม่สามารถใช้ได้เช่นกัน บางสิ่งก็อันตรายมากเช่นกัน...”เซโฟนี่ทำหน้าตาลำบากใจอย่างชัดเจณ

“บอกเราได้หรือเปล่าว่าอะไร ที่นายคิดว่ามันอันตราย”

“...คัมภี10ใน17 เป็นเวทและวิธีการ...”

“วิธีการอะไร”ซิสโก้ถาม

“พิธีสร้างแวมไพร์...”เซโฟนี่ตอบอย่างไม่เต็มเสียงนัก

“!!!!”ทุกคนถึงกับเหวอ ซิสโก้นิ่งเป็นหินไปเลย

“ท่านซิสโก้ ท่านกลายมาเป็นแวมไพร์ได้ยังไงหรือ?”เซโฟนี่ถาม

“...”

“ท่านไม่ได้เต็มใจ...”เซโฟนี่ที่สลดไปทันตาเห็น ผมหันไปมองซิสโก้อย่างตกใจ เขาไม่ได้เป็นแวมไพร์โดยกำเนิดงั้นหรอ! เซโฟนี่มีความสามารถในการอ่านความคิดเบื้องต้น และเธอก็มักจะเดาได้ถูกเสมอ ซิสโก้ถูกเปลี่ยน โดยที่เขาไม่เต็มใจงั้นหรอ…

“...”ผมมองเขาอย่างเห็นใจอย่างไม่ปิดบัง

“ฉันเดินทางไปทั่วโลกเพื่อตามหาแวมไพร์ที่เป็นคนเปลี่ยนฉัน… แต่ตลอดเวลาหลังจากที่ฉันเป็นแวมไพร์ ฉันไม่เคยเจอแวมไพร์สักตนเดียว จนมาหมู่บ้านควีบัน ฉันก็ตั้งใจจะตามหาไปเรื่อยๆ ถ้าไม่เจอฉันก็ย้าย… และก็มาเจอวาเลนไทน์ แวมไพร์คนที่2ที่ฉันพึ่งเจอ แต่เขาไม่ใช่คนเปลี่ยนฉัน...”ซิสโก้พูดอย่างไม่สนใจจะเก็บความลับอีกแล้ว ตอนนี้จะโจ๊กเกอร์ กรุง เหนือ หรือมิไฮ ก็ไม่อยู่ในสายตาของเขา

“อย่างน้อยนายก็รู้ว่านายกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง...”วาเลนไทน์หลุบตาลงอย่างเศร้าๆ ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองกลายเป็นแวมไพร์ได้ยังไง จะว่าเป็นแต่กำเนิด ก่อน13ผมก็เป็นมนุษย์เหมือนทุกคน แต่จู่ๆคืนนั้น ไม่มีแวมไพร์หรือพิธีใดๆทั้งสิ้น ผมก็กลายเป็นแบบนี้ไปซะแล้ว

“ท่านกรุง”เซโฟนี่เรียกกรุง สร้างความประหลาดใจอีกครั้ง

“คะครับ”กรุงเหมือนยังช็อกกับเรื่องราวอยู่ เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยนี่นา โจ๊กเกอร์กับเหนือก็เช่นกัน

“มีสิ่งที่เรียกว่าการสืบทอด… ท่านควีบันเป็นเจ้าป่าหลงฝูง ท่านเป็นสัตว์ในตำนาน แน่นอนว่าท่านไม่มีคู่… เราก็ไม่รู้ว่าท่านจะคิดยังไง แต่เราคิดว่าการที่ท่านเจอเขา และอะไรอย่างอื่นอาจจะเป็นการสืบทอดของท่านก็ได้ เราเตือน”เซโฟนี่พูด ทำให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะมองกรุงอย่างเป็นห่วง

“...เอ่อ ไม่มั้งครับ”กรุงหัวเราะเปลี่ยนเรื่อง แต่สีหน้าคิดหนักนั้นปิดไม่มิด

“ยังไงก็ตามแต่ เซโฟนี่สอนเราอ่านมันได้ไหม”ผมขอ อย่างน้อยที่ผมเขียนมาทั้งหมด ผมก็ควรอ่านออก และจะใช้หรือไม่ใช้มันก็อีกเรื่องอะนะ

“ได้”

(บุคคลที่3)

หลังจากวันนั้นที่เซโฟนี่ผู้ไม่ปิดบังอะไรเลยสักอย่าง…

วาเลนไทน์ได้เรียนรู้วิธีอ่านและใช้พลังของตนเองจากเซโฟนี่ และได้รับรู้ถึงคัมภีร์ที่เพียรเขียนมาตลอดหลายปีว่ามันคืออะไร หลังจากนี้คงเกิดอะไรขึ้นอีกมากมาย หากเขาใช้พลังที่แม้แต่เซโฟนี่ก็ใช้ไม่ได้ เขาคิดว่าเขาน่าจะสามารถปกป้องมิไฮ และเพื่อนๆเพียงหยิบมือของเขาได้ วาเลนไทน์ใช้ชีวิตคนเดียวมาตลอด และมิไฮเป็นครอบครัว แน่นอนว่าวาเลนไทน์ต้องการเเพื่อน แต่เพราะเสียงเล่าลือที่แพร่งพรายออกไปทำให้คนในหมู่บ้านตีตัวออกห่าง รังเกียจถึงขั้นหวาดกลัว เมื่อมีคนนอก5คนเข้ามา เขาไม่ลังเลที่จะมองพวกเขาเป็นเพื่อนอย่างไม่รู้ตัว

มิไฮมีอาการป่วยออดๆแอดๆอย่างที่ซิสโก้พูดจริง เขาป่วย และเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว สำหรับเขาวาเลนไทน์เป็นทั้งเพื่อนและครอบครัวคนเดียวของเขา เขาไม่ต้องการเปิดเผยอาการป่วยให้วาเลนไทน์รู้ ปัจจุบันวาเลนไทน์ไม่ได้กินเลือดจากเขาแล้ว แต่กินเลือดจากซิสโก้แทน ถึงเซโฟนี่จะพูดผ่านคาถานั้นแล้ว แต่มันเป็นเป็นคาถาเพื่อให้เขาหลอกตัวเองให้รู้สึกว่าสุขภาพดีขึ้นเท่านั้น ไม่นานนั้นอาการป่วยก็กลับมาเหมือนเดิม

โจ๊กเกอร์เขาเซ็นรับรองน้องชายให้เป็นคนในความรับผิดชอบที่เข้าหมู่บ้านมาก่อนแล้ว ตอนนี้เหมือนได้รับการเปิดโลกมุมมองใหม่ เขามีความรู้ด้านการบริหารและเล่ห์เหลี่ยมในการทำธุรกิจ แต่ทันทีที่เขาได้มาที่หมู่บ้านควีบัน เขาก็รับรู้ทันทีว่าโลกของตนเองนั้นแคบซะเหลือเกิน

กรุงสับสนในตนเองมาก เขาเป็นคนธรรมดา ที่ไม่เคยปราถนาพลังจากสิ่งไหนทั้งสิ้น ชีวิตของเขาต้องการที่จะเรียนให้จบและทำงานตอบแทนพระคุณพี่ชายและป้าที่ดูแลเขามาและเป็น2คนสุดท้ายในครอบครัว แต่เขากลับได้รับการสืบทอดจากสิงโตเจ้าป่าควีบัน ในขณะที่กำลังสับสนได้ที่นั้น เขาได้ยินโจ๊กเกอร์ พี่ชายคนเดียวนั้นพูดว่า ‘น่าสนใจจริงๆ’ …

ซิสโก้ช่วยเหลือวาเลนไทน์ในฐานะคนในเผ่าพันธุ์เดียวกัน เขาไม่ได้ชอบพอหรือเอ็นดูวาเลนไทน์อย่างคนอื่น ชีวิตทั้งชีวิตของซิสโก้อยู่เพื่อตามหาแวมไพร์ที่เปลี่ยนตนเองเท่านั้น หลังจากที่เขารู้เรื่องราวของวาเลนไทน์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเห็นใจ ในฐานะผู้ที่กลายเป็นแวมไพร์โดยปราศจากความสมัครใจ ตอนนี้เขาลังเลที่จะไปจากหมู่บ้านควีบัน เขารู้แล้วว่าที่นี่ไม่มีทางมีแวมไพร์คนอื่นนอกจากวาเลนไทน์ แต่สัตว์ในตำนานชนิดอื่นก็ไม่แน่… ยิ่งกว่านั้น ไม่รู้ทำไมซิสโก้ถึงรู้สึกว่าหมู่บ้านควีบันกำลังดึงดูดให้เกิดอะไรบางอย่าง

เซโฟนี่ ทำทุกอย่างเพื่อเหนือผู้เปิดใจและพาตัวเขาออกมาจากความเดียวดาย รับเซโฟนี่ไปอยู่ด้วย ทั้งๆที่ตัวเองนั้นไม่มีความพิเศษเลยสักอย่าง หากเหนือสั่งให้เขาช่วย เขาก็จะช่วย หากเหนือสั่งให้ฆ่า เขาก็จะฆ่า…

เหนือ เขารู้สึกว่าตัวเองธรรมดาเหลือเกินหลังจากที่รู้เรื่องของเพื่อนร่วมบ้านหรือเพื่อนบ้าน(ซิสโก้) ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ได้อยากรู้สึกพิเศษอย่างคนอื่นเขาหรอก ชีวิตเขาไม่ได้ต้องการความอมตะ เขาแค่ต้องการชีวิตปกติ เรียนจบ ทำงาน และส่งเงินให้พ่อคนเดียวที่ยังเหลืออยู่อย่างเรียบง่าย เขาคิดจะออกจากหมู่บ้านแล้ว แต่เห็นใบหน้าของคนที่อยู่บ้านร่วมกันมาตลอดเกือบเดือนก็ทิ้งไม่ลงจริงๆ ทั้งวาเลนไทน์ กรุง ซิสโก้ ใบหน้าที่สับสนนั้น โจ๊กเกอร์ มิไฮ ที่เป็นห่วงเพื่อนหรือน้องชายจากใจ ถ้าเขาไปมันคงไม่ส่งผลกระทบมากนัก แต่ถ้าที่นี่ไม่มีเซโฟนี่ คงไม่มีเข็มทิศบอกทางพวกเขาอีกแล้ว เซโฟนี่ก็เหมือนเข็มทิศที่ชี้แนะทุกคน นำทางทุกคนไปสู่ทางออกที่ดีและถูกต้องที่สุด สำหรับเขาก็เหมือนกัน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น