[fic BTS]วาเลนไทน์ KOOKV HOPEV NUMJIN YUNMIN

ตอนที่ 4 : #4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 ต.ค. 63


 

เหนือ

เซโฟนี่

 

             (เหนือ)

“พ่อจะบ้าหรอ”

“กูไม่ได้บ้า กูจะให้เขามาอยู่กันเราที่นี่”

ผมมองพ่อตัวเองอย่างเหลืออด นี่แม่ผมพึ่งเสียไปเมื่อต้นปี นี่ยังไว้ทุกข์ไม่เสร็จเลยพ่อจะพาผู้หญิงใหม่เข้าบ้านแล้วหรอ กะจะให้คนอื่นด่าเอาให้ได้เลยใช่ไหม

“ไม่ได้ ยังไงผมก็ไม่ยอม”

“ไม่ยอมแกก็ออกไปจากบ้านฉันซะ”

บ้านหลังนี้เป็นบ้านของแม่ผม แต่พ่อกล้าไล่ผมออกจากบ้านเพื่อที่จะพาผู้หญิงใหม่เข้าบ้านเนี่ยนะ?

ผมไม่เข้าใจความเป็นพ่อของคนเราจริงๆ…

1เดือนผ่านไป

ผมทำเรื่องดรอปมหาวิทยาลัยและเก็บข้าวเก็บของ ผมตั้งใจจะไปจากที่นี่สักพัก ผมไม่ชอบพ่อ และผมก็ไม่มีสิทธิ์ไล่พ่อออกจากบ้านผม… ส่วนผู้หญิงใหม่ของพ่อ ผมขออนุญาติไม่บรรยายใดๆทั้งสิ้น สุดจะทนกับคนอย่างเธอ- -

ผมทำเรื่องเข้าหมู่บ้านควีบัน ผมรู้มาว่าที่นั้นไม่ต้องใช้เงินผมเลยเลือกที่นั้นนั้นละ ผมจะไปพักผ่อน เห็นเขาบอกว่าเป็นหมู่บ้านที่ใช้ทองคำ ผมเลยเอาทองข้อเท้าสมัยเด็กของผมติดไปด้วย ผมไม่ใช่คนร่ำรวยอะไร ผมยังเป็นนักศึกษาปริญญาโท ยังเรียนอยู่ มีประสบการณ์ทำงานกับแค่งานพาร์ททามเท่านั้น หลังจากแม่เสีย เงินก็ถูกพ่อสูบไปจนหมดคลังบ้าน...

“เห้อ”ผมได้แต่ถอนหายใจและยกเป๋เดินป่าขึ้นมาสะพายและเดินตรงเข้าป่าไป

เวลาผ่านไปจนมืด บ้าจริง… ผมหลงทาง! อะไรกันเนี่ยไหนว่าให้เดินลงใต้ไง(เขาให้เดินตรงไปทางตะวันออก)

ไม่ว่าจะเดินไปนานเท่าไหร่ จนฟ้ามืดแล้วมืดเล่าก็ยังไม่เจอใครหรือหมู่บ้านอะไรอยู่ดี

“...”

ซ่าาาาาาา

“น้ำตกหรอ?”ผมหันไปทางทิศทางที่ได้ยินเสียงนั้น

ผมมุ่งหน้าไปทันที ไม่รู้ละ ขอให้มีจุดมุ่งหมายไว้ก่อนแล้วตอนนี้ ผู้คนต้องอาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำใช่ไหมละ(ใช่ แต่ไม่ใช่หมู่บ้านควีบัน!)

ซ่าา ซ่าาาาาาา

“คิก คิก คิก”

ผมหันควับแทบจะทันที ผม ผม ผม.. ผมได้ยินเสียงหัวเราะข้างหลังผมอะ แต่พอหันไปก็ไม่เจออะไรเลย

“ตรงไปสิ ลงไป”เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง ผมก็ยังคงไม่เห็นใครอีกเช่นเคย

“ใครน่ะ...”

“คิก คิก คิก”

……………..

“พอแล้ว อย่าแกล้งเขา”

“!”ผมหันควับทันที ที่ริมน้ำตกมีผู้ชายคนนึง เขามีเรือนผมสีม่วงประกายชมพู… เครื่องหน้าฟ้าประทานนั้น เขาจับจ้องมาที่ผม อยู่สวมใส่เสื้อสีเบจน้ำตาลขาดๆตัวนึง ลำตัวครึ่งล่างเขาจมลงไปในน้ำ ใครกันมาเล่นน้ำตกเวลาป่านนี้

“ท่านเป็นใครหรือ ตั้งใจจะมามาทำอะไรที่น้ำตกของเราหรอ?”เขาถาม

“คือ… คือผม”

“?”

“ท่านเป็นผู้บุกรุกหรอ?”คำถามที่ดูโทษร้ายแรง แต่สีหน้าใสซื่อสุดๆนั้นมันช่างขัดหูขัดตาผมเหลือเกิน

“ผมกำลังจะไปหมู่บ้านควีบัน”ผมตอบตามจริง

“หมู่บ้านท่านควีบัน??”คนในน้ำมองผมอย่างสงสัย

“ครับ”

“หมู่บ้านนั้น แล้วทำไม่ท่านเดินมาถึงน้ำตกได้เล่า? คนละทางกันเลยนะ”

“...ก็ที่ผมเคยอ่านเขาบอกให้เดินลงใต้”

“ผิดแล้วท่าน ตะวันออก”เขาพูดและชี้ไปทางขวามือของตัวเอง

“อะอ้าว ไม่น่าละถึงไม่เจอหมูบ้านสักที”

ซ่าาา

ผู้ชายในน้ำดันตัวขึ้นจากบ่อและผมก็ต้องประหลาดใจ

“OoO!!!”

“อ่อ เราเป็นเงือก เราชื่อเซโฟนี่ ท่านละ?^^”

“ห๊า!!!!!!!!!”

“อย่าพึ่งเป็นลมนะ!O_O”

“คะ คือ”ผมรู้สึกได้ว่าตอนนี้ผมหน้าซีดแน่ๆอะ ไม่ต่างอะไรกับผีหลอกเลย

“เราขอโทษหากทำให้ท่านตกใจ”เงือกหนุ่มตรงหน้าผมสลดลงไปทันที

“คือ… มันเป็นเรื่องมหัสจรรย์… คือ คือแบบ”

“ท่านเลยตรงไปทางนั้น ท่านจะเจอหมู่บ้านท่านควีบัน แต่เราแนะนำให้ท่านเดินทางตอนเช้า ตอนนี้ค่ำแล้วอันตรายภายในป่าเยอะนัก สัตว์ร้ายมากมายพร้อมออกล่า”เซโฟนี่พูดเศร้าๆ

“...เราขอโทษ”เซโฟนี่พูดและหันหลังว่ายลงน้ำ

“ดะเดี๋ยว”

“?”

“ผมชื่อเหนือนะ”ผมแนะนำตัวออกไป

“.......”

“...”

“ท่านไม่กลัวเราหรอ”เงือกหนุ่มมองผมอย่างเกรงใจ

จะว่ากลัวมันก็นิดหน่อยอะนะเพราะเจอสิ่งที่ไม่รู้จักในตำนาน แต่ผมตื่นเต้นมากกว่า

“ก็ไม่เชิงหรอกนะ”

ซ่า…

เซโฟนี่ขึ้นมานั่งริมบ่ออีกครั้ง ผมก็เดินเข้าไปหาเขาใกล้ๆ เอาเถอะ สวยขนาดนี้ จะเป็นอันตรายได้ยังไงละ

“เธออยูที่นี่คนเดียวหรอ”ผมถาม

“ใช่...”เธอตอบด้วยสีหน้าเศร้าๆ

“ทำไมละ”

“เราเคยมีเพื่อนอยู่ที่นี่”

“แล้วพวกเขาไปไหนหมดแล้วละ”ผมถาม

“บางคนก็ตายแล้ว บางคนก็ไปอยู่กับมนุษย์”

“???”อยู่กับมนุษย์อะนะ

“ใช่ เงือกสาวเพื่อนของเราน่ะ มนุษย์ชายคล้ายท่านที่หลงทางมาที่นี่ต่างเอ็นดูเงือกสาวมากนัก เพื่อนเราก็ยินดีจะไปกับพวกเขา มนุษย์ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่เลวร้ายสำหรับเราหรอกนะ แถมยังน่าหลงใหลมากด้วยซ้ำ^^”เซโฟนี่ส่งยิ้มมาให้ผม แทบจะละลายลงไปรวมกับน้ำในบ่อ

“และทำไมเธอไม่ไปกับเขาละ?”

“ก็เราเป็นเงือกผู้ชาย ใครเขาอยากจะให้เราไปด้วยกัน สุดท้ายก็เหลือเราคนเดียว”พอพูดถงจุดนี้เซโฟนี่ก็เศร้าลงไปทันที

“...”

“ขอบคุณท่านที่ไม่กลัวเรา ท่านพักแถวนี้เถอะหากท่านไม่ห่างน้ำ เราคงพอช่วยท่านได้เวลาเจอสัตว์ร้าย”

“ขอบคุณนะ”

“...ท่านไม่ไปพักผ่อนหรอ นี่มัน... จะครึ่งคืนแล้ว”เซโฟนี่เงยหน้ามองท่องฟ้าและบอกเวลาออกมา

“เซโฟนี่ไปกับฉันไหม”

“! ทะ ท่านหมายความว่ายังไง”คนถูกชวนก็เหมือนจะสติแตกไปทันที

“คือ… ก็ ฉันคิดว่าเซโฟนี่อยู่ที่นี่คนเดียวต้องเหงามากแน่ๆ คือถ้าเธอไม่สะดวกก็---”

“มะ ไม่ใช่ ไม่ใช่ไม่สะดวกนะ”เซโฟนี่ปฏิเสธทันที

“?”

“คะ คือ ท่านพูดจริงใช่หรือไม่ เราไม่มีทั้งพ่อแม่หรือพวกพ้อง เราตัวคนเดียวมาตลอด400กว่าปีแล้ว หากมีท่าน เราก็จะมีแค่ท่านคนเดียวนะ ท่านไม่ได้รังเกียจเราจริงๆหรือ หากวันหนึ่งท่านทิ้งเรา เราคงต้องกลับมาเดียวดายอีกครั้งใช่หรือไม่” ว่าแต่400กว่าปีเชียวหรอ???

บรรยากาศรอบกายตึงเครียดขึ้นถนัดตา

“ผมก็พึ่งเสียแม่ไป พ่อก็แต่งงานใหม่ ตอนนี้ผมก็เหมือนกับตัวคนเดียวเหมือนกัน”ผมเล่าเรื่องของผมบ้าง

“...”

“ถ้ามีคนอยู่ด้วยคงดี คือ...ผมคิดว่า ไหนๆเซโฟนี่ก็อยู่คนเดียว ผมก็อยู่คนเดียว คือ...”

“...เรากลัว”

“ถ้าเมื่อไหร่ที่เซโฟนี่รู้สึกว่าผมจะทิ้งเซโฟนี่ก็ตีผมแรงๆสักที และด่าผมด้วย ได้เลย”ผมเสนอ

“...”

“...”ไม่โอเคหรือเปล่านะ

“งะ งั้นเราจะไปกับท่านด้วย”เซโฟนี่ตอบไม่เต็มเสียงและหลบหน้าผม ทั้งๆที่มืดขนาดนี้ทำไมผมรู้สึกได้ว่าเธอเขินกันนะ

“.................”

ท่ามกลางความเงียบระหว่างผมกับเซโฟนี่ ผมก็ไม่ได้รีบไปก่อไฟกางเต๊นท์หรอกนะ ผมเป็นนักศึกษาปริญญาโท ไม่ใช่พราน ก่อไฟย่างไก่5ดาวไม่เป็นหรอกนะ

“เซโฟนี่”

“?”

“ขอเอ่อ ขอลองจับหน่อยได้ไหม”

“!”

ทำไมผมรู้สึกว่าผมกำลังจะทำอนาจารนายเงือกตนนี้กันนะ ผมขอจับหางของเซโฟนี่ เจ้าตัวก็ดูช็อกๆไปเหมือนกัน

“เอ่อ… ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ”ผมรีบแก้ตัวทันที ก็ผมอยากรู้อะว่ามันเป็นยังไง!

“คะ คือ คือ ถ้าท่านอยากจับก็ได้”เซโฟนี่อนุญาติแต่ก็หลบตาผม

“?”

“เอ่อ ความจริงมันค่อนข้างเสียมารยาท”

“เห้ย ถ้างั้นไม่เป็นไรเลย ผมแค่อยากรู้ไม่เข้าเรื่องเอง!”

“แต่ว่า คือ ถ้าเป็นท่านที่เป็นเจ้านายของเรา เราให้ท่านจับก็ได้”

“...”

เจ้านายอะไรผมไม่รู้หรอกนะ แต่เหมือนเธอจะดีใจกับการที่ผมชวนเธอไปอยู่ด้วย และเหมือนเธอจะนับถือผมอยู่จนเกินเหตุ ผมเด็กกว่าเธอเกือบ400ปีนะ เธอมองผมเป็นเจ้านายหรอ?

ซ่าาาาาา

ครีบหางสีดีเดียวสีผมของเธอกวักน้ำไปมาจะสามารถเห็นได้ชัด ผมนี่ตาวาวเลยครับ*-* สิ่งมหัสจรรย์ที่เรียกว่าเซโฟนี่ ผมแตะปลายนิ้วลงไปบนหางปลาของเธอ และลูบไปมาอย่างสงสัย

“พอ พอเถอะ ท่านรีบเข้านอนเถิด ครึ่งคืนแล้ว”เซโฟนี่เก็บหางของตัวเองลงน้ำหนีมือที่อยากรู้อยากเห็นของผม

“อ่า”

เช้าวันต่อมา

ผมหาเสื้อผ้าให้เซโฟนี่ และเซโฟนี่เป็นคนเดินนำทางให้ผม หมู่บ้านควีบันที่ผมหลงทางตอนแรก ไม่นานนักผมก็พบกับตัวหมู่บ้าน

“นายเป็นใครน่ะ”ผู้หญิงคนนึงเดินเข้ามาหาผมอย่างไม่ไว้ใจ

“ขอโทษนะ ผมชื่อเหนือ เป็นนักท่องเที่ยวที่บอกจะเข้ามาเมื่อวานนี้น่ะ เราต้องไปที่ไหนก่อนหรือป่าว ในจดหมายไม่ได้บอกอะไรเท่าไหร่เลย”ผมตอบ

“นักท่องเที่ยวเมื่อวานหรอ ฉันชื่อเจเนต นายรู้ไหมว่าโรร่าบ่นเป็นบ้าเป็นหลังเลยว่ารอนักท่องเที่ยวทั้งวันเขาก็ยังไม่มา”

“ขอโทษที พอดีผมหลงทางครับ”

“ไม่เป็นไร สะใจฉันเหมือนกัน นายต้องไปที่สำนักหมู่บ้าน ไปหาคนชื่อเบอร์บิว”เจเนตพูด

“ขอบคุณนะครับ”ผมพูดและเดินนำเซโฟนี่ไป

“ท่าน ไม่ใช่ทางนั้น ทางนี้”เซโฟนี่ชี้ไปที่ด้านตรงข้าม

“อะ อ่าว”

“-*-”

“คือผมทำเรื่องเข้าหมู่บ้านมาคนเดียว สำหรับเขาไม่เป็นไรใช่ไหมครับ”ผมถามผู้อาวุโสเหลาเออร์

“ถ้าเธอรับรองว่าเขาจะไม่ก่อปัญหาก็ไม่เป็นไร ถ้าเขาทำผิดกฏหมู่บ้าน เธอก็ต้องรับแทนเขาด้วย”

“ครับ ผมเข้าใจแล้ว”ผมพยักหน้าอย่างไม่มีปัญหา

“เรื่องที่พักของเขาเอายังไงดีครับผู้อาวุโสเหลาเออร์”เบอร์บิวพูดขึ้น

“นั้นสิ นายสั่งให้สร้างสถานที่ที่เรียกว่าโรงแรมนั้นซะ ลำบากจริงๆ”

“คุณต้องไปหาบ้านของชาวบ้านที่อนุญาติให้คุณอาศัยแลกกับทองคำที่คุณเอามานะ”เบอร์บิวอธิบาย

“อ่าว อ่อ”ผมงงๆแต่ก็ตกลงมา

“หวังว่าจะไม่ใช่บ้านวาเลนไทน์อีกหรอกนะ ชาวบ้านนินทากันไม่ไหวแล้ว”เบอร์บิวบ่นพึมพำ

“เรามีในใจแล้ว ท่านไม่ต้องกังวล”เซโฟนี่พูด อา… สงสัยระหว่างเธอคงสะดุุดตาบ้านสวยๆสักหลังและสินะ

“โอเค”

“ทำไมเป็นหลังนี้ละ?”ผมถามเซโฟนี่

จู่ๆเซโฟนี่ก็ลากผมให้เดินตามเขามาที่บ้านใหญ่ๆหลังนึง ผมจะมีปัญญาจ่ายค่าเช่าไหม- -.

“เรารู้สึกถึงท่านควีบันที่นี่ และก็อย่างอื่นด้วย… ท่านเคาะทีสิ”เซโฟนี่บอกให้ผมเคาะ หน่วยกล้าตายสินะ…

ก๊อก ก๊อก

แก๊ก

“- -”หน้าตาไม่รับแขกของคนที่เปิดประตูทำให้ผมรู้สึกไม่มั่นใจ ผมว่าเราลองไปถามแม่สาวเจเนตน่าจะดีกว่า…

“นายเป็นใครอีกละ”คนที่เปิดประตูถาม เขาเป็นคนผิวขาวผิดธรรมชาติ และดูง่วงงุน เขาอยู่ในชุดนอนสีดำและมันเส้นผมสีดำ

“ใครมาหรอครับคุณซิสโก้”ผู้ชายอีกคนเดินออกมาดูพวกเรา

“ทะ ท่าน...”เซโฟนี่มองเขาตาค้าง

“?”นั้นทำให้ทุกคนงง จู่ๆเธอก็แปลกไป

“เป็นอะไรไปเซโฟนี่”ผมถาม

“เรารู้สึกถึงท่านควีบันในตัวท่านผู้นี่ มันแปลก ท่านควีบันเป็นสิงโต”

“???”นั้นยิ่งทำให้ผมเหลอหลาเข้าไปใหญ่

“ตกลงมาทำอะไรกันที่นี่”ผู้ชายที่ซิสโก้ถามต่อ

“เรามาขอพักที่นี่น่ะ”ผมพูดประสงค์ออกไป

“=_= ให้ตายเถอะ เข้ามาก่อนสิ”ซิสโก้กรอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย แต่ก็เชิญพวกเราเข้าบ้านไปแต่โดยดี ว่าแต่บ้านนี้บ้านของซิสโก้ใช่ไหม?

“^^; เชิญครับ”ผู้ชายที่มีควีบันอะไรสักอย่างของเซโฟนี่นิ้มอย่างเป็นมิตร

“...”ผู้ชายหน้าสวย ที่ผมให้นิยายว่าหิมะ นั่งหน้าอึนมองพวกเราอยู่ เขาชื่อวาเลนไทน์

ผู้ชายที่มีเรือนผมสีบรอนเงินคนนั้นชื่อมิไฮ

คนที่เปิดประตูชื่อซิสโก้

คนที่แบรนเนมทั้งตัวแม้จะอยู่ป่านั้นชื่อโจ๊กเกอร์

ส่วนควีบันชื่อกรุง

“ผมชื่อเหนือ ส่วนข้างหลังผมชื่อเซโฟนี่”ผมแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ เซโฟนี่ดูตื่นกลัวกรุงมากจริงๆ ไม่รู้เพราะอะไร ทั้งๆที่อยากมาที่นี่เองแท้ๆ

“เราขอถามนายหน่อยนึง บ้านมีเกือบ100หลัง แต่นายเลือกบ้านเรา? และคนอื่นไม่มีใครพูดถึงเราให้นายฟังเลยหรอถึงได้อยากมาอยู่บ้านหลังนี้”วาเลนไทน์ถาม มิไฮก็พยักหน้ารัวๆเชิงเห็นด้วย

“ไม่มีใครพูดกับเรา ตั้งแต่เข้าหมูบ้านมาผมเจอผู้หญิงชื่อเจเนต ผู้ชายชื่อเบอร์บิว และผู้อาวุโสเท่านั้น”ผมเล่า

“ว่าละ”มิไฮพูดขึ้น

“คือผมไม่รู้หรอกนะว่าเป็นเรื่องอะไร แต่คนที่อยากมาพักที่นี่คือเซโฟนี่”ผมพูด

“แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ชอบพวกเราเท่าไหร่นิ”ซิสโก้พูดขึ้น เซโฟนี่ก็ยิ่งไม่กล้าสบตากับซิสโก้และเหมือนกลัวกรุงด้วย

“นายก็พูดตรงเกินไปซิสโก้ เขากลัวนายหมด”โจ๊กเกอร์

“เขาเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”กรุงถามขึ้น

“นั้นสิ นายเป็นอะไร ถ้ากลัวพวกเราและจะมาขออยู่กับพวกเราทำไม?”วาเลนไทน์ถามต่อ

“เซโฟนี่”ผมเรียกเธอให้ออกมาไขข้อข้องใจที

“คือ… เรารู้สึกว่าบ้านหลังนี้มีอะไรแปลกๆ อย่างแรกเลยเรารู้สึกถึงท่านควีบัน จากท่าน”เซโฟนี่ชี้ไปที่กรุง

“...”ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเป็นคำตอบ

“และก็ท่านกับท่าน ล้วนไม่เหมือนคนอื่น”เซโฟนี่ชี้ไปที่วาเลนไทน์กับซิสโก้

ทั้ง2คนที่ถูกพูดถึงก็ไม่ได้พูดอะไร เขาสบตากันเชิงสงสัยเล็กน้อย

“นายก็ไม่เหมือนใครนี่ อยากจะพูดออกมาทำไม”ซิสโก้พูดกับเซโฟนี่

“เราป่าว นั้นคือความลับหรอ เราไม่ได้ปิดบังตัวเรา เราเลยไม่คิดว่าท่านทั้ง2จำเป็นต้องปิดบังอะไรจากเพื่อน”เซโฟนี่ตอบ

ทุกคนตกอยู่ในความเงียบ

“เราไม่ใช่เพื่อนกันหรอก”ซิสโก้พูดและลุกเดินออกไป

“...”

“ขอโทษด้วย เขานิสัยไม่เป็นมิตร”มิไฮพูดแทน

“เอาเถอะครับ คือผมเห็นว่าบ้านหลังนี้ใหญ่ อาจจะมีห้องเหลือให้ผมกับเซโฟนี่บ้าง นี่คือทองคำของผม มันมีค่าในระดับหนึ่ง หวังว่าคุณคงพอให้เราอยู่ได้”ผมว่าข้อเท้าทองคำลงตรงหน้า ข้อเท้าสมัยเด็กที่แม่ผมเคยให้...

“ท่าน...”เซโฟนี่มองผมอย่างเป็นกังวล

“ถ้าหากมันเป็นของสำคัญเราก็ขอปฏิเสธแล้วกัน”วาเลนไทน์พูดขึ้น

“อะอ้าว”

“เราให้ท่านอยู่ที่นี่ได้ ไม่จำเป็นต้องแลกกันทองคำหรอก ยังไงที่นี่ก็ไม่มีของสำคัญอะไรที่น่าขโมยหรอก แลกกับการที่นายอนุญาติให้เซโฟนี่เล่าเรื่องที่รู้กับเรา”วาเลนไทน์พูดขึ้น

“เราเล่าให้ท่านได้”เซโฟนี่พูดต่อ

“ห้องรับแขกของหมู่บ้านแล้วจริงๆ”มิไฮบ่น

“ถ้างั้นก็ขอบคุณนะครับ”

(วาเลนไทน์)

ผมแปลกใจและสงสัย เซโฟนี่ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน ผมรู้สึกได้และแปลกที่เธอก็รู้ว่าผมไม่ใช่คนธรรมดา และเธอรู้อะไรเกี่ยวกับกรุงกับซิสโก้ละ ผมต้องการรู้

ตอนนี้ผมพาเซโฟนี่มานั่งที่ชานระเบียงกัน2คน มิไฮเตรียมอาหารสำหรับทุกคนอยู่ แต่ก็คงต้องทำเพิ่มเป็นพิเศษเพราะกรุงกินเท่าคน6คนกิน กระเพราะยักษ์

“ท่านอยากทราบเรื่องอะไรหรอ”เซโฟนี่ถาม

“นายเป็นอะไร”ผมพิจารณาฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ปิดบัง

“เราเป็นเงือก”เขาตอบกลับมาอย่างไม่ปิดบัง ผมที่กำลังจะจิบน้ำชาก็ชะงักไปหน่อย

“เงือก?? นกเงือก??”

“นายเงือก...”

“แล้วเหนือ...”

“เหนือเป็นมนุษย์ เราเป็นเงือกตนเดียวที่อยู่ในป่านี้ เหนือชวนเรามาอยู่ด้วย”พอพูดถึงตรงนี้เซโฟนี่ก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ ในตำนานก็บอกนว่าเงือกชอบอยู่เป็นฝูงเป็นสัตว์สังคม

“งั้นหรอ และนายรู้งั้นหรอว่าเราเป็นอะไร”

“? เป็นแวมไพร์”เซโฟนี่พูดออกมาทันที

“นะ นายรู้ได้ยังไงน่ะ”ผมถามอย่างระแวง

“แปลกยังไงกัน เราไม่ใช่มนุษย์ เราสามารถสัมผัสถึงได้อยู่แล้ว หรือท่านจะบอกว่าท่านสัมผัสถึงท่านซิสโก้ไม่ได้?”เซโฟนี่ถามผมกลับอย่างประหลาดใจ

“ไม่ได้สิ เราถึงถามนายไง เรารู้สึกไม่ชอบหน้าซิสโก้ รู้สึกได้ว่าเขามีอะไรแปลกๆ”

“ท่านซิสโก้ก็คงรู้สึกเหมือนกัน”

“ทำไมละ?”ผมถามอย่างข้องใจ

“ก็เขาเหมือนท่านเหลือเกิน คล้ายกับขั้วเดียวกัน เจอกันก็จะพยายามดันกันออก เขาก็คงไม่ได้ชอบหน้าท่านเสียเท่าไหร่ใช่หรือไม่?”

“...นายจะสื่อว่าซิสโก้ก็เป็นแวมไพร์เหมือนเรางั้นหรอ?!”

“ใช่ ดูแล้วท่านซิสโก้อายุน่าจะประมาณ200 ส่วนท่าน… น่าจะยังไม่ถึงร้อยละมั้ง”

“เราอายุ20”

“จัดว่าเด็กมากสำหรับสิ่งมีชีวิตในตำนาน”เซโฟนี่พูด

“แล้วกรุงละ?”

“ท่านกรุง… เขาแปลกมาเลยละท่าน ครั้งแรกที่เราตัดสินใจจะมาที่นี่เพราะเราตั้งใจจะไปหาท่านควีบัน”

“ควีบันที่เป็นสิงโตน่ะหรอ?”ผมเลิกคิ้วไม่อยากจะเชื่อ สรุปมีจริงใช่ไหม

“มีจริงสิ ท่านเป็นเจ้าป่าแห่งนี้นะ เรานึกว่าท่านควีบันอาจจะอยู่แถวนี้ เราจะไปกับท่านเหนือ เราอยากไปบอกท่านเสียหน่อย แต่พอสัมผัสถึงท่าน พอมาหาจริงๆกลับเป็นท่านกรุง เสียอย่างงั้น ประหลาด”เซโฟนี่ทำหน้าตากังวลอย่างเห็นได้ชัด

“เขาถูกสิงโตสีขาวกัด เกือบตาย นั้นเกี่ยวกับท่านควีบันของนายหรือเปล่า?”

“! จริงหรอ ท่านควีบันเป็นเจ้าป่า ไม่ได้ทำร้ายใครไปเรื่อยนะ แถมไม่ค่อยปรากฏตัวให้ใครเห็นเสียง่ายๆ บางทีนั้นอาจจะไม่ได้เป็นประสงค์จะล่าก็ได้นะ”เซโฟนี่แก้ต่างให้ควีบัน

แต่ก็เป็นไปได้ ถ้างั้นกรุงจะทำตัวไม่เหมือนคนธรรมดาจนโจ๊กเกอร์กังวลแบบนี้หรอ

“ท่านอยากรู้อะไรอีกหรือไม่ ตอนนี้...4นาฬิกาแล้ว เราอยากไปหาท่านเหนือ”เซโฟนี่เงยหน้ามองท้องฟ้าและบอกเวลาออกมา

แปลกดี น่าสนใจ

“ไม่มีแล้ว เชิญเถอะ”ผมพูด

ซิสโก้เป็นแวมไพร์…

00.00

ผมยังไม่นอน และคาดว่าซิสโก้ก็ยังไม่นอน-*- แต่เราอย่ายุ่งกันจะดีเสียกว่า

“ใครน่ะ”ผมถามและมองไปที่ชั้น2ของบ้าน

“ผมเอง”โจ๊กเกอร์หรอ?

“นายลงมาทำไมกัน เราเคยบอกแล้วไม่ใช่หรอว่าตอนกลางคืนห้ามออกมา”

“ก็คุณไม่เข้าไปหาผมอะ ผมก็ต้องออกมาตามสิ”

พูดอะไรชวนเข้าใจผิดไปได้

“เดี๋ยวเราเข้าไป นายก็กลับห้องนายไปได้แล้ว ก่อนที่เราจะไล่ทั้งนายและกรุงออกจากบ้าน”ผมบ่น

“อะไรจะขนาดนั้น ผมอยู่ที่นี่มาอาทิตย์กว่าและ กลางคืนก็มีแต่คุณที่แหละ ที่ไม่ยอมหลับยอมนอน จะอันตรายอะไร”เขาพูด 

ก็ผมนี่ละที่อันตราย!

“ยังอีก”ผมย้ำ

“เห้อ ครับๆ”เขาพูดและก็เดินกลับห้องไป

ผมหยิบสายวัด กระดาษและก็ดินสอเดินตามไป

ผมเปิดประตูห้องของโจ๊กเกอร์ที่อยู่ข้างๆห้องของกรุงและเดินเข้าไป ไฟในห้องเปิดสว่างจนผมต้องถือวิสาสะปิด

“อ้าว ปิดไฟทำไมอะ”โจ๊กเกอร์ถาม

“แสบตา”

**ย้ำ อย่าคิดว่าผมสนิทกับโจ๊กเกอร์เกินเพื่อนละ**

“เอาเถอะ เรามองเห็น”ก็ผมมองเห็นจริงๆ ชัดเจณด้วย

โจ๊กเกอร์อยู่ในชุดนอนผ้าฝ้ายสีแดงสด ติดกระดุมไม่ครบ ก็ดูดี… แต่ประเด็นคือเขาอยากได้ชุดผ้าไหมอย่างที่คนในหมู่บ้านชอบใส่กัน และเราก็ตัดชุดกันเอง ถึงแม้จะสั่งผ้ามาจากนอกหมู่บ้านก็เถอะ

(โจ๊กเกอร์)

ให้ตายเถอะ ผมไม่นึกว่าแค่อยากได้ชุดพื้นเมืองมันจะทำให้ผมทำตัวไม่ถูกขนาดนี้ ผมเป็นผู้ชาย และวาเลนไทน์ก็เป็นผู้ชายเช่นกัน แต่สวยเกินผู้หญิงเท่านั้นเอง หลังจากวันที่ผมขอให้วาเลนไทน์ตัดชุดให้นั้น ก็ผ่านมาหลายวันแล้วเขาก็ยังไม่ได้แม้แต่จะวัดตัว แล้วผมจะได้ชุดเมื่อไหร่ ผมเลยนึกได้ตอนกลางคืนและไปตาม เพราะรู้ว่าเขาไม่นอนตอนกลางคืน

และเป็นตามคาด โดนด่าและไล่กลับห้องอย่างไว แต่เขาก็มาวัดตัวให้ผมตามคำพูดเลย คงไม่ได้โกรธเท่าไหร่มั้ง

แต่เธอเข้ามาก็ปิดไฟห้องผมซะมืด ผมมองไม่เห็นเขาด้วยซ้ำว่าเขาทำอะไร- - แต่อยากจะบอกว่า ทุกครั้งที่ปลายนิ้วสัมผัสลงบนเนื้อตัวผมมันทำให้ผมร้อนรนไม่เบาเลยละ

“หึ”คนตรงหน้าหัวเราะออกมา อะไร??

“?”

“นายเป็นอะไรหน้าแดงเชี่ยว”วาเลนไทน์พูดแซว

เดี๋ยวนะแล้วเขามองเห็นได้ยังไงละ????

https://veekends.blogspot.com/

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น