vampire kiss

ตอนที่ 3 : บทที่3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 ก.ย. 60

บทที่3

“ทั้งสะเพร่าทั้งไม่ระมัดระวังเลยนะ” เจ้าของเสียงกล่าวเย้ยหยัน

คุณไคยะ”

ไม่เจอกันนานเลยนะ อากาสึกิ” เรนก้มหัวให้กับชายหนุ่ม ดวงตาสีน้ำเงินเข้มปลายมองไปที่ฮินาตะด้วยความเป็นห่วงชั่วครู่ก่อนจะหันเหความสนใจกลับมายังไคยะ

 นานเท่าไหร่แล้วนะที่เขาไม่ได้เจอคนคนนี้ นับตั้งแต่เมื่อ7ปีก่อนการหายตัวไปของไคยะนำมาซึ่งความสนิทสนมที่ฮินะมีให้แก่เขา ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเขาได้แต่ยืนมองคนทั้งคู่ยิ้มแย้มให้แก่กัน เรนขมวดคิ้วเข้าหากันทั้งที่คิดว่าควรจะเลิกอิจฉาคนคนนี้ไปได้แล้วแท้ๆ

 “ปล่อยเสียทีสิ” เสียงแว้ดๆเรียกสติของเขาให้กลับมาอีกครั้ง ที่เบื้องหน้าฮินาตะกำลังอาละวาดแยกเขี้ยวใส่ไคยะซึ่งยืนมองน้องชายนิ่งๆด้วยท่าทีสบอารมณ์

ทำบ้าอะไรของพี่”

ฉันก็แค่ช่วยหยุดนายก่อนที่จะทำเรื่องหน้าอายให้อากาสึกิได้ดูนะสิ” ไคยะยิ้มเย้า

นี่แอบดูอยู่ตั้งแต่ต้น”

หึ ก็แค่เฝ้าดูไม่ให้นายก่อเรื่องเดือดร้อน ยังไงก็แล้วแต่” ดวงตาคมกริบปลายมองไปที่เรน

ฉันคงต้องขอตัวเจ้าเด็กตัวแสบนี่กลับไปก่อนนะอากาสึกิ”

 “แต่ฉันยังไม่อยากกลับ”  ไคยะฉุดฮินาตะที่เริ่มโวยวายให้มายืนเคียงข้างแล้วกระซิบข้างหูเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

ไม่อยากรู้วิธีแก้ไขสภาพน่าสมเพชของตัวเองที่เป็นอยู่ตอนนี้แล้วหรือไง” ชายหนุ่มพูดเพียงแค่นั้นแต่ก็มากเกินพอที่จะกระตุ้นให้เด็กหนุ่มทำตามอย่างที่สั่ง ฮินาตะหันไปกล่าวคำอำลากับเรนด้วยใบหน้าที่กระตือรือร้น

ฉันกลับก่อนนะเรน”

 ที่ห้องนอน ฮินาตะถอดกระเป๋าและเสื้อนอกออกโยนทิ้งไว้ที่ข้างเตียง ดวงตากลมโตตวัดมองไคยะที่ลดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานก่อนจะตัดสินใจนั่งลงบนเตียง

 “มีอะไรก็รีบๆพูดเข้าสิ”

หือ…” คิ้วเรียวบนใบหน้างดงามเลิกขึ้นให้กับวิธีการพูดที่แสนอวดดี

หึ  อวดดีเหลือเกินนะ  ฉันจะบอกอะไรให้ว่าวิธีแก้น่ะ มันไม่มีหรอก”

ว่าอะไรนะ”

ก็แล้วเมื่อครู่ไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไงเจ้าเด็กประหลาด อย่าให้ฉันคนนี้ต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่สองสิ”

 ฮินาตะขึงตาใส่ชายหนุ่มที่กำลังยิ้มเยาะ ถ้ารู้ว่าจะได้คำตอบแบบนี้ล่ะก็สู้เขางับคอเจ้าเรนซะตรงนั้นเลยจะไม่ดีกว่าหรือไง

ยิ่งคิดเด็กหนุ่มก็ยิ่งโมโห พอรู้สึกโกรธความหิวโหยที่มีผลมาจากการอดอาหารเมื่อตอนกลางวันก็ยิ่งทวีเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว อันที่จริงความอดทนของเขามันก็สิ้นสุดมาตั้งแต่ตอนที่อยู่ตามลำพังกับเจ้าเรนเมื่อครู่นี้แล้วทนต่อไปอีกไม่ไหวแล้วนะ หรือว่าเขาจะต้องขาดเลือดตายไปทั้งอย่างนี้ ฮินาตะทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงด้วยความสิ้นหวัง เขาไม่น่าหลงเชื่อคำโกหกของเจ้าพี่บ้าเลย

เป็นอะไรไปล่ะ”

ไคยะเหยียดยิ้มให้กับท่าทางหมดอาลัยของฮินาตะ ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตรงไปนั่งลงที่เตียง ใช้มือลูบไล้ไปที่เส้นผมอ่อนนุ่มด้วยความเอ็นดู ไม่มีแม้ปฏิกริยาตอบรับเวลานี้ฮินาตะนอนหลับตาพริ้มปล่อยให้ไคยะใช้มือลูบหัวไปมาอย่างว่าง่าย ทั้งทั้งที่ถ้าตามปกติแล้วร่างบางคงจะอาละวาดด้วยความไม่พอใจแน่นอนที่ถูกชายหนุ่มทำกับเขาเหมือนเด็กที่ยังไม่โต 

เจ้าเด็กเอาแต่ใจ” ชายหนุ่มยกยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นร่างบางว่าง่ายกว่าที่คาดก็ทำให้เขาอดนึกถึงเรื่องน่ารักๆของเด็กหนุ่มเมื่อสมัยที่ยังเป็นเด็กไม่ได้

 “มันจะต่างกันตรงไหนล่ะ มนุษย์ก็กินอาหารของมนุษย์แล้วแวมไพร์อย่างเราล่ะจะเช้าหรือเย็นก็ต้องกิน” ไคยะกระซิบแผ่ว

เพียงแต่ว่าจะกินอะไรก็เท่านั้น ก็แค่เลือดของสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่ดาษดื่น” ดวงตากลมโตเบิกโพลงกับคำพูดของชายหนุ่ม ร่างบางเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น  อันที่จริงสาเหตุที่ทำให้เด็กหนุ่มหวาดกลัวการดื่มเลือดย่อมไม่ใช่เหตุผลในแง่ของมนุษย์ธรรมดาอย่างแน่นอน

 ยังไงก็ตาม ถ้าสำหรับแวมไพร์การดูดเลือดมนุษย์เป็นเรื่องธรรมดาแล้วเขาที่ดูดเลือดมนุษย์ไม่ได้ล่ะถึงแม้ว่าเขาในตอนนี้จะมีความกระหายเลือดอย่างชาวแวมไพร์แล้วก็เถอะแต่คนอย่างเขาก็เป็นได้แค่ตัวครึ่งๆกลางกลางอยู่ดี

เขาเป็นได้แค่ตัวประหลาดที่อยู่ท่ามกลางสังคม ในทางกลับกันถ้าเกิดว่าเขาในตอนนี้ยังคงดูดเลือดไม่ได้แล้วล่ะก็ อย่างน้อยๆก็ยังสามารถหลบซ่อนอยู่ท่ามกลางมนุษย์ที่ปกติแบบนี้ต่อไปได้เรื่อยๆ

ทว่า….มันคงเป็นไปไม่ได้แล้วสินะ ขณะที่กำลังครุ่นคิดหยาดน้ำใสก็เอ่อล้นไปทั่วดวงตาโดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่ได้ตั้งใจ ทั้งๆที่คิดว่าจะเลิกสนใจปมด้อยตรงนี้ไปได้แล้วแท้ๆเชียว

 “อะไร...นี่ร้องไห้เพราะโมโหหิว...”

 ไคยะกล่าวอย่างขบขันก่อนจะจูบซับน้ำตาให้ฮินาตะ ดวงตาคมกวาดมองทั่วใบหน้าเนียนอย่างพิจารณาแล้วก็รู้สึกใจหาย เจ้าเด็กจอมโวยวายซีดเซียวลงไปได้ถึงขนาดนี้ โดยไม่รอช้าชายหนุ่มขบเขี้ยวลงบนปลายลิ้นของตนแล้วประทับจูบป้อนเลือดที่ไหลจากรอยแผลผ่านทางริมฝีปากให้กับเด็กหนุ่ม

อึก…..อือ…”

 รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ความวาบหวามของรสเลือดทำให้ความคิดที่จะต่อต้านของร่างบางค่อยๆหมดลง รสซาบซ่านที่มอบความมึนเมาส่งผลให้ฮินาตะลืมเลือนความเศร้าและเต็มใจอย่างยิ่งที่จะตวัดปลายลิ้นเกี่ยวรัดดื่มดำรสเลือดจากปากผู้เป็นพี่ชายด้วยความหิวกระหาย ไคยะค่อยๆถอนริมฝีปากจากเด็กหนุ่มอย่างเชื่องช้า

คงจะเพียงพอแล้วสินะ” ไคยะยิ้มน้อยๆให้ฮินาตะที่นอนหมดแรงบนเตียง ดวงตากลมโตปรือปรอยเคลิ้มฝันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ากำลังจะหลับ ชายหนุ่มลุกจากเตียงแล้วก้าวเดินไปหยุดยืนอยู่ที่ประตู

จริงสิลืมบอกนายไป  พ่อกับแม่ไปเยี่ยมญาติคงอีกนานกว่าจะกลับ มันเป็นความผิดของนายนะที่ไม่ยอมให้จัดงานฉลอง  แล้วก็…อากาสึกิ จะว่ายังไงดีนะ….”  ไคยะเว้นทำหน้าเจ้าเล่ห์

ยิ่งเป็นมนุษย์ที่มีใจปฏิพัทธ์ต่อเรามากเท่าไหร่ รสเลือดก็จะยิ่งหอมหวานดึงดูดเรามากเท่านั้น หึ…นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้นายขาดความยับยั้งชั่งใจก็ได้ใครจะรู้” ชายหนุ่มพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องไป

 “เบื่อจัง”

 ฮินาตะพึมพำขณะเหม่อมองออกไปข้างนอกกระจก เวลานี้เด็กหนุ่มนั่งอยู่ในร้านอาหารซึ่งเป็นที่นิยมมากเป็นพิเศษในหมู่เด็กสาว ที่รอบๆตัวเขาคราคร่ำไปด้วยกลุ่มเด็กสาวที่นั่งรับประทานอาหารพร้อมกับส่งสายตามองมาที่ตนกับเพื่อนสนิทด้วยความสนอกสนใจ

อันที่จริงเขาไม่อยากมาที่นี่เลยซักนิด ฮินาตะมองไปรอบๆ  ถ้าไม่เพราะเรนชวนเขาออกมาล่ะก็ เขาจะไม่ยอมเข้ามาในสถานที่ที่มีแต่เด็กผู้หญิงอย่างเด็ดขาด ก็มันน่าอายไม่ใช่หรือไงแต่ก็นั่นล่ะยังไงก็ดีกว่าต้องเก็บตัวอยู่ในบ้านที่ไม่มีใครอยู่เลยตามลำพัง

 ฮินาตะลอบถอนหายใจขณะปลายดูไปยังร่างสูงที่ตกเป็นเป้าสายตาของหญิงสาวรอบตัว สองวันแล้วสินะที่เขาไม่มีความคิดที่อยากจะดื่มเลือด ในเวลานี้ต่อให้เขาจ้องมองเรนมากแค่ไหนความรู้สึกกระหายเลือดอย่างชาวแวมไพร์ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว

 ไม่สิ ไม่เฉพาะกับเจ้าเรนเท่านั้น เขาแทบไม่รู้สึกอะไรเลยกับคนรอบตัวมันดูคล้ายกับว่าได้กลับไปเป็นคนเดิมเหมือนเมื่อก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องบ้าๆขึ้นอย่างนั้นล่ะ นับตั้งแต่ได้รับเลือดจากเจ้าพี่บ้าตัวเขาก็ไม่รู้สึกกระหายหรือหิวอยากกินอะไรเป็นพิเศษ นี่เขาควรจะกล่าวขอบคุณดีหรือเปล่านะ

 ฮินาตะมองดูเมนูตรงหน้า ดวงตาสีพระจันทร์ฉายแววเซื่องซึมเมื่อนึกถึงความอ่อนโยนที่ชายหนุ่มมอบให้กับเขา

ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็ใจดีแบบนี้หรือเปล่านะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนไม่ว่าเวลาแบบไหนพี่ชายก็จะยิ้มให้เขาเสมอ ไม่ว่าจะดีใจหรือเสียใจพี่ชายก็จะอยู่เคียงข้างพร้อมกับโอบกอดเขาไว้ด้วยอ้อมแขนที่อบอุ่นอ่อนโยน แล้วมันตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่เขากับพี่ชายเริ่มมึนตึงใส่กันจนกลายมาเป็นสภาพในแบบทุกวันนี้

 

ใช่สิ  นับจากวันที่พี่ชายบังคับให้ดื่มเลือดในตอนนั้นเมื่อเขาอายุได้สิบขวบทั้งหมดก็เป็นความผิดของเจ้าพี่บ้านั่นล่ะ

ฮินะ” เสียงเรียกของเรนสร้างความตื่นตัวให้กับฮินาตะเด็กหนุ่มช้อนตามองฝ่ายตรงข้ามที่กำลังมองตรงมาที่เขา

ฮินะไม่สั่งอะไรเลยหรือ”

อืม……ก็ยังไม่ค่อยหิวนี่”

อย่างนั้นหรือ” เรนพยักหน้าแล้วหันไปสั่งอาหารกับพนักงานหญิง เมื่อเสร็จเรียบร้อยจึงหันกลับมาสนทนากับเด็กหนุ่มอีกครั้ง

หมู่นี้ฮินะไม่ค่อยร่าเริงเลย มีอะไรไม่สบายใจก็ปรึกษาเราได้นะ”

อือ……ก็เปล่านี่” ฮินาตะใช้หลอดคนน้ำแข็งในแก้วเล่นก่อนจะเงยหน้ามองฝ่ายตรงข้ามทันทีที่รู้สึกว่าอีกฝ่ายเงียบเสียงไป

มีอะไรหรือไง”

เปล่า”

ก็มันอะไรล่ะ” ฮินาตะถามด้วยเสียงที่เริ่มจะกลายเป็นการตะโกน เมื่อสังเกตุเห็นอีกฝ่ายมองตรงมาที่เขาเนิ่นนานจนดูผิดสังเกตุ อยู่ๆก็มาจ้องหน้ากันแล้วบอกว่าไม่มีอะไร อย่างนี้แล้วจะไม่เรียกว่าน่าสงสัยแล้วเรียกว่าอะไร

บอกมาเลยนะอย่าให้ต้องใช้กำลัง” เด็กหนุ่มยื่นคำขาด ทว่าดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่มองมาในเวลานี้ช่างคล้ายคลึงกับสุนัขยามถูกเจ้าของดุอย่างไรอย่างนั้น เรนใช้เวลาในการอ้ำอึ้งเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา

 “จะว่าไปก่อนหน้านั้น…….” เรนเว้นระยะคำพูดพร้อมปลายมองฮินาตะที่มีท่าทางสนอกสนใจอย่างเต็มที่

ตอนที่ฮินะกินเลือดเรา ฮินะรู้สึกยังไงหรือ” เด็กหนุ่มนิ่งงันกับคำถามของฝ่ายตรงข้าม เขายังไม่เข้าใจกับคำถามที่ถูกป้อนให้ คิ้วเรียวจึงขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย

ที่พูดนี่หมายความว่ายังไงนะ  ฉันไม่เข้าใจที่นายพูด” เด็กหนุ่มจ้องมองเรนที่เผยอยิ้มร่าเริงแบบแปลกๆ

ก็อย่างเช่นว่า  ฮินะรู้สึกดีใหมตอนที่ดูดเลือดเรา แล้วเทียบกับคนอื่นแล้วเลือดของเราอร่อยกว่าใหม”

 รู้สึกดี? อร่อยกว่า ? ฮินาตะ พยายามเรียบเรียงคำถามของเรนในสมอง ยิ่งเรียบเรียงเป็นใจความได้มากเท่าไหร่ ที่แก้มของเขาก็ปรากฎสีแดงชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น

พ…..พูดอะไรของนายน่ะ รู้สึกดีอะไรกัน” เด็กหนุ่มโวยวายด้วยความร้อนรน

แล้วเทียบกับคนอื่นอะไร ฉันไม่เคยไปงับคอใครซี้ซั้วนอกจากนายนะ ไอ้บ้า”

จริงหรือฮินะ” เรนยื่นหน้าเข้ามาถามด้วยความกระตือรือร้นจนเด็กหนุ่มต้องผงะหนี  ยิ่งฝ่ายตรงข้ามทำสีหน้าดีใจมากเท่าไหร่ฮินาตะก็ยิ่งรู้สึกมึนงงมากขึ้นไปทุกที

 “ท…..ทำหน้าดีใจอะไรของนายวะ เดี๋ยวก็โดนชกหรอก”

อ๊ะ….. เราทำให้ฮินะรู้สึกแย่ขนาดนั้นเลยหรือขอโทษนะ”

เพิ่งจะรู้ตัวหรือไง เพราะงั้นมื้อนี้นายต้องเป็นคนจ่ายด้วยนะ รับผิดชอบซะด้วย” เด็กหนุ่มขู่กลับด้วยน้ำเสียงเอือมระอาปนโล่งใจเมื่อเจ้าเพื่อนเพี้ยนกลับมามีสีหน้าท่าทางตามปกติที่เจ้าตัวเคยเป็นอีกครั้ง

เขาควรจะจำเอาไว้ว่าเวลาหมอนี่เกิดเพี้ยนขึ้นมาบุคลิกภาพจะเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดไหน และอาจจะต้องจำให้ขึ้นใจด้วย ใจหายหมดเลยอยู่ๆก็ถามอะไรบ้าๆขึ้นมาไม่รู้ ฮินาตะลูบอกปลอบใจตนเองก่อนจะถลึงมองไปยังเรนที่ยิ้มบางๆตอบกลับมา

เอาเมนูมาสิฉันจะสั่งอาหารบ้างแล้วเร็วเข้า”

ฮินาตะละเลียดชิมรสชาติอาหารตรงหน้าด้วยความพอใจพร้อมกับรู้สึกอยากจะขอบคุณพระเจ้าจริงๆ ที่ทำให้เขากลับมาลิ้มรสอาหารอย่างคนปกติได้  คิดอย่างนั้นแล้วเด็กหนุ่มก็นึกอยากจะกลับไปขอบคุณพี่ชายที่อุตส่าห์ช่วยเหลือด้วยสำนึกบุญคุณจากใจจริง

ยังไงไคยะก็เป็นพี่ชายของเขานี่นะ เรื่องเล็กน้อยที่ผ่านมาเขาน่าจะทำลืมๆไปได้แล้วล่ะมั้ง  ฮินาตะขมวดคิ้วถ้ากลับไปเขาควรจะปฎิบัติตัวยังไงดีนะ พลันเสียงเรียกเข้ามือถือก็ดังขึ้นเด็กหนุ่มมองดูเรนพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์

 “ว่าไง”

ตอนนี้ฉันไม่ว่าง” ฮินาตะดื่มน้ำมะนาวผ่านหลอดกาแฟ มองดูใบหน้าจริงจังของร่างสูงที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยๆด้วยความสนใจ

เข้าใจแล้วแค่ไปก็พอใช่ใหม”

มีอะไรหรือ”ฮินาตะถาม เรนแสดงสีหน้ายุ่งยากใจออกมา

ขอโทษนะฮินะ สงสัยเราคงต้องให้ฮินะกลับไปก่อนแล้วล่ะ แย่จังเจ้าพวกบ้านั่นจัดคิวกันตามใจชอบ”

ถ้าอย่างนั้นฉันไปด้วยดีหรือเปล่านะ” ฮินาตะพึมพำอย่างลังเลใจ

จะดีหรือฮินะ เราไม่อยากให้ฮินะไปเจอเรื่องแย่ๆอีก”

 “ไม่เป็นไรหรอกมั้ง ไม่ได้ไปดูนายที่เวทีเสียหน่อย ถ้าแค่ไปนั่งรอในห้องสต๊าฟล่ะก็นะ”

นั่นสินะ” เรนยิ้มกว้าง ร่างสูงเรียกพนักงานให้คิดเงินเมื่อเรียบร้อยก็พาฮินาตะซ้อนมอเตอร์ไซด์พาตรงไปยังสถานที่จัดการแสดงทันที

 “น้องหนูจ๋า~

ค….ครับ” ฮินาตะถอยหนีอย่างตื่นตระหนกเมื่อสาวประเภทสองหุ่นล่ำบึ๊กกระเถิบเข้าประชิดตัว

แหม้…..แหม….ไม่ต้องหนีพี่สาวขนาดนั้นก็ได้นะจ๊า...พี่สาวไม่เขมือบหรอก น้องหนูไม่ใช่เสปค แต่ถ้าแบบเรนคุงล่ะก็พี่เขมือบแน่จ้า ฮุฮุ”

ร…..หรือครับ” ขอแสดงความเสียใจกับนายด้วยแล้วกันนะ ฮินาตะยิ่มแหยๆ เมื่อมโนภาพคุณพี่ร่างยักษ์เตรียมเขมือบเจ้าเพื่อนสนิท

น้องหนู” ฝ่ายตรงข้ามฉีกยิ้มหวานพลางเขยิบเข้าประชิดฮินาตะอีกครั้ง ซึ่งเด็กหนุ่มก็หมดทางหนีเพราะเขาได้เขยิบหนีมาจนสุดโซฟาแล้ว

อะไรครับ” หญิงร่างบึ๊กหัวเราะคิกคักกับท่าทางขยาดกลัวเสียเต็มประดา

ไม่ต้องกลัวไปน้าแค่จะขอถามอะไรแบบล้วงลึกนิดนึง”

“…”

น้องหนูเป็นแฟนของเรนคุงหรือจ๊ะ”

ไม่ใช่ครับ” ฮินาตะปฏิเสธ ไม่เข้าใจพี่บึ๊กจริงๆว่าเอาเซลล์สมองส่วนไหนคิดกันนี่

จริงหรือจ๊ะ”ฝ่ายตรงข้ามมองอย่างไม่ค่อยจะเชื่อถือเท่าใดนัก

จริงแท้แน่นอน”

 “ว้า...ทั้งๆที่คิดว่าอย่างเธอต้องเสปคเรนคุงแน่เลย  แต่ก็ดีแล้วละจ้า เพราะหมายความว่าเราไม่ใช่คู่แข่งกันนะจ๊ะ”

ใช่ครับดีจริงๆ”  ขอแสดงความเสียใจกับนายอีกครั้งนะ ฮินาตะลอบยิ้มเจื่อนๆโดยที่ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว

แต่ว่านะคู่แข่งของคุณพี่ก็เยอะเหมือนกันน้า ก็เรนคุงเนี้ยควงแต่คนสวยๆไม่ซ้ำหน้าประจำเลยนี่น้า”  พี่สาวร่างยักษ์กัดผ้าเช็ดหน้าสีหวานอย่างเคืองใจก่อนจะกระเถิบตัวแนบชิดฮินาตะมากกว่าเดิมจนแถบไม่เหลือช่องว่าง

เธอที่เป็นเพื่อนสนิทน่าจะรู้อะไรดีๆของเรนคุงบ้างน้าเอามาบอกบ้างสิจ๊ะ อย่างเรื่องที่ชอบหรืองานอดิเรกเงี้ย”

 “เรนนี่มีผู้หญิงควงเยอะเลยหรือครับ”

คู่แข่งเยอะเลยล่ะจ้า~

อย่างนั้นหรอกหรือเนี่ย”ฮินาตะพึมพำพลางทำสีหน้าเข้าอกเข้าใจ ได้รู้เรื่องที่คาดไม่ถึงเข้าเสียแล้วสิ เพิ่งจะรู้นะนี่ว่าหมอนี่เป็นคาสโนว่า ทั้งๆที่คิดว่าเป็นคนซื่อๆบื่อๆแท้ๆ

อ๊ะ”

เป็นอะไรไปน้องหนู” พี่สาวร่างยักษ์เข้าไปลูบหลังด้วยความตกใจเมื่อเห็นเด็กหนุ่มฟุบลงไปและร่างกายก็สั่นเทาอย่างมากจนดูผิดปกติ แย่แล้วรู้สึกขึ้นมาอีกแล้วทำไมกันทั้งๆที่คิดว่าน่าจะหายดีแล้วแท้ๆ

 “อะ”

น้องหนูจ๋า  ตายแล้วฉันทำไงดีเนี้ย ถ้าเรนคุงรู้เข้าว่าฉันอาจจะทำให้เธอป่วย เรนคุงเอาฉันตายแน่” ร่างยักษ์เริ่มกระวนกระวาย เธอพยายามจะจับตรงโน้นตรวจตรงนี้เพื่อหาสาเหตุอาการของเด็กหนุ่ม

ถอย…..ออกไป” ฮินาตะบอกด้วยเสียงแผ่วหวิวทั้งที่ยังฟุบบนโซฟา เขาจะทนไม่ไหวอยู่แล้วทำไงดี  มันรู้สึกคอแห้งไปหมดเขากระหายอยากจะให้ของเหลวข้นสีแดงไหลผ่านลำคอลงไปเพื่อดับความร้อนรุ่ม มันต้องแย่แน่ๆถ้าเขาเผลอไปทำอย่างนั้นกับคนคนนี้ แค่คิดผลลับที่จะตามมาก็รู้สึกว่ามันจะเลวร้ายจนเกินจะรับได้

ออกไปให้พ้นจากตัวผมเดี๋ยวนี้นะ” ฮินาตะตะคอกเสียงกร้าวจนพี่สาวร่างยักษ์ผงะถอยออก ทันใดนั้นประตูก็ถูกเปิดตามด้วยร่างสูงที่ก้าวเข้ามาด้านใน

 “นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับคุณลิซซี่ เสียงดังไปถึงข้างนอกเลย”

เรนคุง”พี่สาวลิซซี่พุ่งเข้าใส่เรนพร้อมกับเริ่มอธิบาย ยังไม่ทันได้พูดอะไรมือใหญ่ก็กวาดร่างยักษ์ให้พ้นจากทางแล้วเดินเข้าไปหาฮินาตะซึ่งนอนฟุบอยู่บนโซฟา

ฮินะเกิดอะไรขึ้น”

เรน” ฮินาตะเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยน้ำตา ร่างบางโผเข้าหาเรนพลางสะอึกสะอื้นเหมือนเด็กตัวเล็กๆที่ต้องการที่พึ่ง

เรนคุง  เรนคุง  น้องหนูเป็นอะไรหรือจ๊ะ” ลิซซี่เดินวนไปรอบๆตัวเรนพร้อมกับโวยวายเสียงดัง ทำให้ร่างสูงชักจะเริ่มหงุดหงิด เขาปลายมองร่างยักษ์ด้วยสายตาเย็นชา

 “ถ้าจะโวยวายก็ช่วยออกไปก่อนได้ไหมครับคุณลิซซี่มันเกะกะ” สิ้นคำพูดใบหน้าของเธอก็ซีดเผือด ลิซซี่รีบออกจากห้องไปโดยที่ไม่ต้องให้ร่างสูงพูดซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง

 “ฮินะเกิดอะไรขึ้น” เรนลูบใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ส่ายหน้าปฎิเสธไปมาทั้งน้ำตาบอกว่าตนไม่ได้เป็นอะไรด้วยร่างกายที่สั่นเทา ร่างสูงถอนหายใจด้วยความระอาในความปากแข็งของคนตรงหน้า

ถ้าทนไม่ไหวล่ะก็จะดูดเลือดฉันก็ได้นะ” ดวงตากลมโตมองคนพูดด้วยความตื่นตระหนก ฮินาตะรู้สึกสับสนเริ่มไม่แน่ใจว่าฝ่ายตรงข้ามรู้ตื้นลึกเกี่ยวกับเรื่องของตนมากน้อยแค่ไหน

พูดอะไรของนายนะเรน”

ก็ถ้ามันจะทำให้ฮินะรู้สึกดีขึ้นล่ะก็นะ เร็วเข้าสิ” เรนดุขณะแหวกคอเสื้อของตนกดศีรษะของฮินาตะให้ซบลงที่ต้นคอ

ไม่เอานะ”

ทำไมล่ะ”เรนเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างขบขัน

คือ…..ว่าฉัน….” ดวงตาฮินาตะพร่าเลือน เด็กหนุ่มรู้ดีว่าเลือดของเรนส่งกลิ่นดึงดูดยั่วยวนเขามากแค่ไหน ทว่า… ถ้าเขาดูดเลือดเรนเข้าไปตอนนี้ เขา เขาจะ…

ถอยออกมาให้ห่างจากน้องชายของฉันเดี๋ยวนี้อากาสึกิ” ร่างสูงรู้สึกถึงแรงฝ่ามือของคนในอ้อมกอดที่ขยุ้มเสื้อเขาแรงขึ้น ฮินาตะเงยหน้าจากต้นคอของเขามองผ่านไปยังไคยะด้วยดวงตาที่เอ่อไปด้วยหยาดน้ำตา

พี่”

 “กลับบ้านกันได้แล้ว” ไคยะสะบัดหน้าเป็นเชิงเรียกให้เดินเข้าไปหา

แต่ว่า….” ดวงตากลมโตมองกลับมาที่เรนอีกครั้งจะด้วยความอาวรหรืออะไรก็แล้วแต่ ฮินาตะรู้สึกเพียงว่ายังไม่อยากจากเรนไปในตอนนี้ ความต้องการส่งผ่านทางแววตาไม่เพียงแค่เรนเท่านั้นแม้แต่ไคยะเองก็ยังรู้สึกได้ เรนโอบกอดฮินาตะเอาไว้อย่างหลวมๆพลางลูบไล้ไปตามร่างกายที่ยังสั่นเทาเป็นการปลอบโยน

ถ้าฮินะยังไม่อยากกลับก็ยังไม่ต้องกลับ”

ตลกสิ้นดีอากาสึกิ นายมีสิทธิอะไรมาออกคำสั่ง” ไคยะกระชากข้อมือของร่างสูงให้ยืนขึ้นมาประจันหน้ากับตน  ด้วยแรงที่มากมายขนาดที่ควรจะสร้างความเจ็บปวดให้ แต่เรนกลับไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกไปนอกจากดวงตาเย็นเยียบที่มองตอบกลับ

หึ….”ไคยะเหยียดยิ้ม

แสดงธาตุแท้ออกมาจนได้ คิดมาตั้งนานแล้วสักวันนายจะต้องก่อปัญหา”

 “เอ๋….ธาตุแท้” เรนลอบยิ้มที่มุมปาก

ผมก่อปัญหาอะไรให้คุณไคยะหรือครับ”

นั่นสินั่นสินะ ก็ไม่ได้ก่อปัญหามากจนทางนี้จัดการอะไรไม่ได้หรอกนะ” ไคยะละมือจากเรนก่อนจะเดินไปช้อนตัวฮินาตะขึ้นอุ้มเดินไปที่ประตูแล้วหยุดยืนชั่วครู่ราวกับจะนึกขึ้นได้

จากนี้ไปคงไม่ต้องให้นายช่วยดูแลเจ้าเด็กแสบนี่แล้วล่ะ ฮินาตะฉันดูแลเองได้ นายก็วางมือได้อย่างสบายใจแล้วล่ะนะอากาสึกิ” ไคยะอุ้มฮินาตะเดินจากไปโดยไม่ได้ใส่ใจแววตาอันเต็มไปด้วยความปฎิปักษ์ที่มองไล่หลังเขาแต่อย่างใด


................................................................................................................................................................


เม้นเป็นกำลังใจกันบ้างน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

41 ความคิดเห็น

  1. #3 NEVER...ever (@kednadda2544) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 11:46
    โอ้ มายก๊อด ศึกชิงนายมาแล้ว
    #3
    0