vampire kiss

ตอนที่ 1 : บทที่1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 461
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    9 ก.ย. 60

Vampire kiss

ตอนที่1

“สุดยอดไปเลยแฮะ” คามิชิโระ ฮินาตะมองดูการแสดงสดของวงดนตรีอินดี้มีชื่อ DEVIL CLAWด้วยความตื่นเต้น

 เพราะอย่างนี้ถึงจำเป็นต้องมาดูสินะ ฮินาตะถอนหายใจพลางใช้มือแหวกทางเดินออกมาจากวงล้อมผู้คนที่กำลังโยกตัวเต้นไปตามจังหวะเสียงเพลงอย่างบ้าคลั่ง ได้มาดูการแสดงสดครั้งนี้แล้วก็รับรู้ถึงความมีฝีมือของอากาสึกิ เรน นักร้องนำซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขาได้เป็นอย่างดี

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถจะทนอยู่ฟังเพลงที่แสนไพเราะนี่ได้จนจบ เหตุผลนั่นก็เพราะเขาเกลียดสถานที่ที่อึดอัด และก็ไม่ชอบการถูกเบียดด้วยร่างกายของคนแปลกหน้าเอามากๆ แน่นอนว่าเขาไม่ได้รังเกียจหรือรู้สึกไปในทำนองดูถูกคนอื่น เหตุผลในเรื่องนี้สามารถอธิบายได้ด้วยชาติกำเนิดของตัวเขาเอง

ก็ใครใช้ให้เขาเกิดมาเป็นลูกครึ่งแวมไพร์แบบนี้ล่ะ ด้วยความสามารถพิเศษที่ทำให้จมูกของตัวเขารับรู้กลิ่นได้ไวกว่ามนุษย์ปกติถึง 10 เท่า ทั้งกลิ่นตัวและน้ำหอมของผู้คนรอบข้างจึงทำให้ฮินาตะรู้สึกมึนหัวไปหมด และที่สำคัญกว่านั้น เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองไปที่ดวงจันทร์

เพราะเป็นวันพระจันทร์เต็มดวงหรือไงนะ คืนนี้เขาถึงได้คันเนื้อคันตัวอย่างประหลาด ใจคอเขามันวอกแวกยังไงพิกลอยู่ หรือว่าความรู้สึกกระหายเลือดในฐานะแวมไพร์ของเขาได้ตื่นขึ้นมาแล้วกันแน่

“ ไม่มีทางหรอก” ฮินาตะยังจำรสชาติการลิ้มลองเลือดของมนุษย์ในครั้งแรกได้เป็นอย่างดี รสชาติของเลือดในครั้งที่ถูกพี่ชายบังคับให้ดื่มมันน่าขยะแขยงเหลือทน กลิ่นของมันทำให้เขารู้สึกอยากจะอาเจียนออกมาเสียให้ได้ นับจากนั้นเป็นต้นมาตัวเขาก็ได้สาบานกับตัวเองว่าจะไม่ยอมดื่มเลือดของมนุษย์หน้าไหนอีก โง่เง่า นั้นคือคำพูดของพี่ชายที่ใช้ด่าเขา

 “ กลับบ้านดีกว่าเรา ถ้ากลับไปนอนพักอาจจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้างก็ได้” ฮินาตะก็สาวเท้าเดินไปตามทาง

“ เฮ้ย.. จะรีบไปไหนล่ะน้องหนู” คนแปลกหน้าเอ่ยทักเขา เจ้าสองคนนั้นยืนขวางทางเดินของฮินาตะอย่างจงใจ

“ จุ จุ จะรีบไปไหนละจ๊ะ อยู่สนุกกะเราสองคนก่อนไม่ดีกว่าเหรอ” พวกมันไม่พูดเปล่ากลับเดินเข้ามาประชิดที่ตัว คนหนึ่งโอบแขนที่ไหล่ส่วนอีกคนก็ใช้มือลูบไล้มาที่ใบหน้า

“ อย่ามาทำบ้าๆนะ” ฮินาตะปัดมือของฝ่ายตรงข้ามออก การกระทำของเด็กหนุ่มทำให้พวกมันไม่พอใจ หนึ่งในนั้นตะคอกใส่เขาเต็มเสียง

“อะไรวะ ทำมาเล่นตัว เฮ้ยจับมันนอนลงกับพื้นดิวะ เด๋วข้าจะสั่งสอนไอ้เด็กนี่เอง”

“งี่เง่า” ฮินาตะอาลาวาดและฉวยโอกาสที่พวกมันไม่ทันตั้งตัวผลักพวกมันคนหนึ่งล้มลงไป

“ทำอะไรกันอยู่นะ” ฮินาตะหันมองไปตามเสียงเรียก เด็กหนุ่มรีบวิ่งไปหาเจ้าของเสียงโดยไม่รอช้า

“ เรน นายมาได้จังหวะพอดีเลย เจ้าพวกนี้มันหาเรื่องฉัน” ดวงตาสีน้ำเงินเข้มตวัดมองคู่กรณี เรนใช้มือกวาดร่างของฮินาตะให้หลบไปยืนข้างหลัง

“ พวกนายมีปัญหาอะไรกับเพื่อนของเราหรือเปล่า” แทนคำตอบ พวกมันพุ่งเข้าจู่โจมร่างสูงเสียอย่างนั้น

“ อวดดีใช่ใหมแก” ชายร่างท้วมหัวเราะเมื่อต่อยไปที่ท้องของเรนจนจุกได้สมใจ

“ เจ๋งไปเลยลูกพี่ ไอ้หมอนั่นมันกระจอกว่ะ” เรนรู้สึกได้ว่าถูกอะไรบางอย่างฟาดลงมา แม้จะเอามือกันไว้ได้ แต่สองรุมหนึ่งแบบนี้ ยังไงเขาก็เป็นฝ่ายเสียเปรียบโดยเฉพาะถ้าถูกลอบกัดตั้งแต่ต้น

“ โอ้ย” ชายหนุ่มเหลือบไปมองที่แขนของตัวเอง เสื้อหนังสีดำถูกกรีดเป็นรอยไปพร้อมๆกับกลิ่นคาวเลือด แล้วกำปั้นหนักก็กระแทกซ้ำมาที่ใบหน้าซีกขวา

“.......” เรนปาดมือเช็ดของเหลวสีแดงเข้มออกจากมุมปากนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มราวกับน้ำทะเลลึกจ้องตรงไปที่ตัวการทั้งสองชวนให้รู้สึกกดดัน

“ลูกพี่สงสัยมันจะประสาทกลับไปแล้ว” ชายร่างผอมมองอาการที่เปลี่ยนแปลงไปของเรนด้วยความหวาดระแวง

“ กลัวอะไรกับไอ้สวะนี่กันหะ ไอ้อ่อนเอ้ย” มันซัดคู่หูเบาๆ ก่อนจะตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อชายหนุ่ม กลายเป็นว่าข้อมือแข็งแรงของมันถูกยึดไว้ เพียงหมัดเดียวเท่านั้น สำหรับคนร่างใหญ่ขนาดนี้ล้มลงไปกองอย่างง่ายดาย เมื่อชายร่างผอมเห็นดังนั้นก็วิ่งหนีทันที แต่กลับโดนขัดขาไว้จนล้มลงเสียก่อน

“อา.......หัดทำหัวให้เย็นซะบ้างเถอะ” รองเท้าบูทหนังสีดำของเรนเหยียบเข้าที่กลางหลังของเจ้าคนที่บังอาจมาเล่นงานตน

“สำหรับพวกที่บังอาจทำให้ใบหน้าของฉันมีริ้วรอย” พอเรนเตะซ้ำอีกครั้งร่างนั้นก็หมดสติไป

“ ไม่เป็นไรใช่ใหม ฮินะ “ เรนฉีกยิ้มได้ทั้งๆที่มีเลือดไหลออกมาจากแขน

“ บ้าสิฉันต่างหากที่ควรจะถามนาย”  ฮินาตะเดินไปหาร่างสูง เด็กหนุ่มบังคับให้ฝ่ายตรงข้ามถอดชุดหนังออกเพื่อดูความลึกของรอยแผลที่แขน

“ โห...ทำไมเลือดถึงได้ออกมาขนาดนี้นะ”

ฮินาตะแหยงนิดๆ ทว่าทันทีที่ถอดเสื้อหนังออก กลิ่นคาวเลือดอันรุนแรงที่ลอยขึ้นมากระทบจมูกก็ทำให้เด็กหนุ่มตาพร่าไปด้วยความต้องการบางอย่างที่ตัวเขาเองก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นเพราะอะไร

รู้สึกตัวอีกก็รับรู้เพียงว่าเลือดที่ไหลอาบแขนของคนตรงหน้ามันช่างน่าลิ้มลองและเชิญชวนเขาเสียเหลือเกิน เด็กหนุ่มใช้ปลายลิ้นไล้เลียลงไปที่ที่ปากแผลของเรนอย่างช้าๆราวกับกำลังละเลียดชิมรสขนมหวาน

“ ฮินะทำอะไรน่ะ” ดวงตาสีน้ำเงินเข้มค่อยๆ เบิกกว้างเมื่อดวงตากลมโตสีพระจันทร์ช้อนขึ้นมองมาที่เขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกระหายก่อนจะก้มกลับลงไปลิ้มรสเลือดจากรอยแผลอีกครั้งอย่างเพลิดเพลิน

หวานจัง......นี่เขากำลังดื่มน้ำหวานอยู่หรือเปล่านะ อืม....

ยิ่งรสชาติหวานล้ำผ่านลำคอไปมากเท่าไหร่ฮินาตะก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาต้องการมากยิ่งขึ้นเท่านั้น เด็กหนุ่มผลักร่างของเรนให้นอนลงไปที่พื้นและขยับกายขึ้นคร่อม ขณะเดียวกันก็ส่งสายตาหวานฉ่ำเว้าวอนให้กับคนที่อยู่เบื้องล่าง

“ เรน...ได้โปรด.......ฉันต้องการมากกว่านี้.....”

“ ฮินะใจเย็นก่อนสิ” เรนใช้มือตบไปที่ใบหน้าของเด็กหนุ่ม พริบตานั้นฮินาตะก็สะดุ้งผงะถอยหนีห่างจากร่างสูงไปไกล ดวงตากลมโตเหมือนแมวเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก

ทำอะไรลงไปเนี่ย นี่มันเหมือนกับว่าเขากลายเป็นพวกกระหายเลือดไร้สติไปแล้วอย่างนั้น ฮินาตะสามารถจดจำการกระทำอันแสนน่ากลัวเมื่อครู่ของตนได้เป็นอย่างดี

“ ฉันขอโทษ” เขากล่าวคำขอโทษอย่างห้วนๆแล้วผลุนผลันวิ่งจากไป บ้าๆๆๆแล้วอย่างนี้จะมีหน้าไปพบกับเจ้าเรนที่โรงเรียนอีกได้ยังไง หรือว่า  เขาควรจะปั้นหน้ายิ้มแย้มแล้วบอกเพื่อนสนิทของเขาไปว่าเลือดของนายอร่อยดีนะอย่างนั้นเหรอ นั้นมันบ้าเกินไปแล้ว

ฮินาตะคิดเรื่อยเปื่อยขณะที่วิ่งไปตามทาง ในที่สุดเด็กหนุ่มก็มาถึงที่บ้าน เขาเปิดประตูเข้าไปข้างในพร้อมกับสาวเท้าวิ่งขึ้นบันได โดยที่ไม่ทันได้สังเกตุร่างบางก็ชนเข้ากับใครบางคนที่เดินสวนทางลงมา

“ รีบอะไรของนายนักหนาหืม.....”

“ ไคยะ” ฮินาตะเม้มริมฝีปากเข้าหากัน คนตรงหน้าคือพี่ชายของเขาเอง ศัตรูฟ้าประทานที่มักจะคอยสรรหาวิธีการมากลั่นแกล้งเขาอยู่เสมอ ทำไมไอ้พี่บ้านี่ถึงได้ยังอยู่บ้านได้นะ ทั้งๆที่ถ้าเป็นปกติแล้วล่ะก็เวลาแบบนี้น่าจะเป็นเวลาที่ พี่ชายจอมเจ้าเล่ห์จะใช้เวลาสนุกกับเหยื่อหน้าหวานแล้วนี่นา ให้ตายสิไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายไอ้พี่บ้านี้ก็แทบจะไม่เก็บเอามาใส่ใจให้ปวดหัวเลยสักนิด

นอกจากความเป็นแวมไพร์กระหายเลือดที่ทำให้เขารู้สึกไม่ชอบใจแล้วนิสัยของหมอนี่ก็เป็นอีกสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เขานึกรังเกียจ ด้วยใบหน้าที่งดงามไม่ว่าจะเป็นเหยื่อแบบไหนก็คงจะยอมสยบภายใต้คมเขี้ยวอันโหดร้ายของไอ้พี่จอมลามกคนนี้สินะ

“เกี่ยวอะไรกับพี่ด้วยล่ะ”

“ หืม...” น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ของผู้ถูกว่าลากยาว เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเหยียดยิ้มร้ายอย่างไม่ใคร่จะพึงพอใจ

“ แต่ฉันกลับคิดว่า ฉันได้กลิ่นเลือดของใครจากตัวนาย” ไคยะตั้งข้อสังเกตุ

“ อะไร นอกจากจะสติไม่ดีแล้วจมูกของพี่ก็ยังเพี้ยนตามไปด้วยแล้วหรือไง” บ้าจริงแทบไม่อยากจะคิดเลย ถ้าเกิดเจ้าพี่บ้านี่รู้ว่าเขาสติแตกไล่ดูดเลือดเพื่อนตัวเองขึ้นมาละก็ เจ้าพี่ตัวแสบจะล้อเลียนกลับมายังไงบ้างนะ

“ หึ... เจ้าเด็กดื้อ” ไคยะกระชากร่างบางเข้ามากอดรัด

“ ฉันได้กลิ่นเลือดจากปากนาย ยอมรับมาซะดีดี”

“ อย่ามาเล่นบ้าบ้านะ เดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่เตือนพี่” ไคยะแสยะยิ้มกับคำขู่ เรื่องสนุกที่ทำให้ชายหนุ่มถึงกับยิ้ม นั่นคือเรื่องที่เจ้าตัวเล็กนี่คิดว่าจะใช้กำลังของตัวเองเล่นงานเขาได้

เจ้าเด็กไม่รู้จักโลกเอ๊ย น่าสงสารคนเป็นพ่อแม่เหลือเกิน ไม่สิที่น่าสงสารยิ่งกว่าคือตัวเขาที่เป็นพี่ของหมอนี่สินะ ดวงตาคมกริบมองสำรวจผู้เป็นน้องอย่างละเอียดตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ ปล่อยซะทีสิ...อะ...เจ้าบ้าทำอะไรเนี้ย....” ฮินาตะโวยวายเมื่อถูกชายหนุ่มง้างปากของตนให้เปิดกว้างก่อนจะใช้ปลายลิ้นสอดเข้ามาสำรวจหารสเลือดที่อยู่ในปากของเขาอย่างจาบจ้วง

“อึก...อือ...”

 รสชาติหวานจากปลายลิ้นที่สอดแทรกสร้างความพึงพอใจให้กับฮินาตะอย่างคาดไม่ถึง ดวงตากลมโตหรี่ปรือลงด้วยความซาบซ่าน ทว่าก่อนที่เด็กหนุ่มจะได้รู้สึกดีมากยิ่งไปกว่านี้ ไคยะก็ถอนปลายลิ้นที่รุกเร้าพัวพันจากริมฝีปากของคนตรงหน้าเสียก่อน

“ ฮะ ฮะ มีรสเลือดอยู่จริงๆนี่ นายไปดูดเลือดคนอื่นมาอย่างที่ฉันคิด”

“ ไอ้บ้า” ฮินาตะที่ทั้งโกรธทั้งอายผลักไคยะออกไปให้พ้นทางแล้ววิ่งกลับขึ้นห้องของเขาไป

“ เฮ้.....เอาไว้ฉันจะบอกพ่อกับแม่ให้นะว่านายหายจากโรคแพ้เลือดแล้ว” ไคยะกลั้วหัวเราะขณะที่คิดไปไกลว่าค่ำคืนที่ยาวนานขนาดนี้ เจ้าน้องชายตัวดีของเขาจะทนอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปตลอดทั้งค่ำคืนได้เชียวหรือ

”พระจันทร์สวยขนาดนี้แท้ๆ” ชายหนุ่มยิ้มให้กับตัวเอง

“ทั้งๆที่ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความหฤหรรษ์ จะยาวนานอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ช่างเป็นเด็กที่ไม่รู้จักโลกแท้ๆ อย่างนี้จะเรียกว่าน่าอิจฉาหรือน่าสงสารดีนะ”


.....................................................................................................................................................................

หลังจากลองเขียนไปเรื่อยเปื่อยหลายๆเรื่อง 

เรื่องนี้เขียนรอดที่สุดแล้ว มังกรกำลังเร่งเขียนอยู่กะว่าจบแล้วจะเอามาลงทีเดียว

เรื่องนี้เอาเรื่องเก่ามารีไรท์มันเลยเขียนง่าย แล้วก็สำนวนเป็นแบบสมัยแรกที่เริ่มเขียน

อาจจะไม่ดีบ้างแปลกๆบ้าง เขียนไว้ตั้งกะ7-8ปีที่แล้วน้อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

41 ความคิดเห็น

  1. #1 NEVER...ever (@kednadda2544) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 19:55
    สนุกอ่ะชอบ
    #1
    0