กรงรักมายาหัวใจ

ตอนที่ 21 : สิ่งที่ได้รู้และเรื่องประหลาดใจ (อัพ 30 มี.ค แก้คำผิด 1 เม.ย 56

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    7 เม.ย. 56





 

แสงสีเหลืองนวลทอดผ่านทะลุช่องว่างใต้หลังคา ทำให้ต้องหรี่ตาแคบลงก่อนจะเต็มใจยอมปิดเปลือกตาลงอีกครั้งเพื่อหลบความเจิดจ้าของแดดยามเช้า ฟังเสียงนกร้องประสานเรียกหาคู่อยู่บนคาคบไม้แว่วเข้ามาให้ได้ยิน ฟางข้าวสาลีหอมกรุ่นหอบกลิ่นอายดินโชยบางเบา เสียงฝีเท้าฝูงสัตว์บางชนิดรู้สึกได้จากการนอนตะแคงแนบหูไว้กับพื้น                  

 

ถึงใต้ร่างจะมีแค่กองฟาง แทนจะเป็นเบาะหนาผ้าห่มชั้นดี ทว่าหญิงสาวกลับพบว่าตัวเองรู้สึกชอบมากกว่าเสียอีก เพราะตลอดค่ำคืนอันยาวนานได้หลับพิงไออุ่นจากอกกว้าง รู้สึกปลอดภัยเมื่อเขาโอบกอดคอยปกป้อง ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเมื่อนึกถึง ก่อนจะเหยียดแขนบิดตัวอย่างเกียจคร้าน พลิกตัวนอนหงาย แล้วหมุนตัวตะแคงอีกด้าน แพขนตางอนยาวกระพริบถี่ แล้วเบิกโพลงมองสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า

 

บ๊อก! บ๊อก! มันส่งเสียงทักทายราวจะกล่าวอรุณสวัสดิ์ ไม่มีร่างของปารีสนอนอยู่ข้างกาย กลายเป็นลูกสุนัขแสนซุกซน กำลังกัดแทะเศษฟางข้าวสาลีเล่นแล้วสะบัดหัวไปมา หญิงสาวสังเกตมีโบว์สีชมพูผูกติดกับปลอกคอที่มีกระดิ่งเล็กๆ เสียงกรุ๋งกริ๋งดังเป็นจังหวะยามเจ้าตัวกลมป้อมขนปุยขยับ                                                                       

 

“อย่าบอกนะคะว่าพี่ปารีสโดนสาปเป็นลูกสุนัขแล้ว”                                                          

หล่อนพูดขึ้น เมื่อนึกถึงเหตุการณ์บางอย่าง แม้จะแน่ใจกับตัวเองว่าสิ่งนั้นยังไม่ได้เกิดขึ้น ปาริสาผุดลุกขึ้นนั่งก่อนจะคว้ามันมากอดไว้ในอ้อมอก มือเรียวสัมผัสขนนุ่มสีขาวดุจปุยเมฆอย่างนึกถูกใจ แล้วยกชูขึ้นจ้องตากลมใสราวลูกแก้ว                                                                                                                            

“ชื่ออะไรหรือจ๊ะ” หล่อนชวนคุยถึงแม้รู้ดีว่ามันคงไม่ตอบ “ปารีสเหรอ” หญิงสาวหัวเราะคิกคัก ก่อนจะสังเกตเห็นป้ายขนาดเล็กห้อยอยู่ตรงปลอกคอ จึงจับพลิกมาอ่านดู RISA ป้ายบอกไว้อย่างนั้น                                           

 

“ริซ่า” ปาริสาย่นจมูก ก่อนจะเงยหน้าหันไปฟ้อง “ดูลูกชายของคุณแม่สิคะ ชื่อมีตั้งเยอะ ทำไมต้องให้มันชื่อริซ่าด้วย”                                                                                                                      

ภาพวาดสีน้ำมันตรงเสาไม้เหมือนจะแย้มยิ้ม ปาริสารีบขยี้ตา จึงเห็นว่าหญิงสาวแสนสวยในภาพยังคงจ้องกลับมาด้วยแววตาดุปนหวาน                                                                                                

“ต่อไปหนูสัญญาค่ะ ว่าจะไม่งอนเวลาปารีสคิดถึงคุณแม่” หญิงสาวพูดเอาใจภาพถ่าย                                  

พลางนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาก่อนนั้นหลายชั่วโมง ท่ามกลางความสับสนและอึดอัดของตัวเอง เมื่อถูกปารีสเร่งรัดให้หล่อนหันไปมองเขายืนแก้ผ้าหน้าตาเฉย

 

 “หลับตาแบบนั้นแล้วจะเห็นพี่ไหม” หล่อนหันไปมองเขาขณะยังคงปิดเปลือกตาแน่น สุดท้ายยังคงทำใจกล้าหน้าด้านไม่พอ ได้ยินแบบนั้นก็นึกฉุน พร้อมกับเสียงกลั้วหัวเราะยังคงลอยมากวนอารมณ์ไม่หยุด “พี่รอจนจะแห้งเหี่ยวเหมือนกองฟางแถวนี้แล้ว”                                                                                                     

เหี่ยวไปเลยจะได้สิ้นฤทธิ์...หล่อนคิดก่อนจะถาม
                                                                        

“พี่ไม่อายผี อายสาง อายเทวดาหรือไง”                                                                                            
 

“กับริสาพี่ยังไม่อายเลย”ยิ่งผีไม่เคยเห็น สางเป็นไงไม่รู้จัก” เขาตอบ “ส่วนเทวดาท่านคงไม่อยากเป็นตากุ้งยิง ชอบลงมามองหนุ่มสาวเขาจะพลอดรักกันหรอก” 

                                                                     

“พี่อยากให้ริสามองพี่แก้ผ้าจริงๆ เหรอคะ” ปาริสาทำสีหน้าลำบากใจ “แต่ริสาไม่อยากมอง พี่ไม่อาย แต่ริสาอาย”  

 

“พี่จะนับหนึ่งถึงสาม” ปารีสทำเสียงเข้ม “ถ้าริสาไม่ยอมลืมตาขึ้นมามอง พี่จะเดินเข้าไปกอดริสาแทน จะได้ไม่ต้องมอง เปลี่ยนเป็นสัมผัสแทนดีไหมครับ” 

                                                                                  

“คน...” ปาริสากลืนคำว่า บ้าลงกระเพาะไปเรียบร้อย เมื่อเห็นว่าชายคนรักอยู่ในสภาพปกติ แถมไม่รู้เขาหยิบเสื้อตัวเองขึ้นมาสวมตอนไหน คิ้วเรียงบางโค้งสวยขมวดมองอย่างแปลกใจ ได้แต่ยืนมองร่างสูงหมุนตัวหันไปจัดการปลดเชือกที่มัดฟางแล้วนำมาปูกับพื้นไม้แผ่นเรียบแถวนั้น พลางหันมายิ้มแล้วถาม             
               
                   

“ทำสีหน้าแบบนั้น กำลังนึกเสียดายล่ะสิ ที่ไม่ได้เห็นพี่ตอนไม่มีเสื้อผ้าติดตัว”  

                                 
         

“สีหน้าสงสัยต่างหาก” ปาริสารีบบอก

 

“ริสาสงสัยเรื่องอะไร”  

                                                                                    

“สงสัยว่าทำไมพี่ถึงเปลี่ยนใจ” หล่อนถามขณะชายหนุ่มย่อตัวลงนั่งบนกองฟาง ใช้มือตบที่ว่างข้างตัว    
 
         

 

“มานั่งนี่สิ แล้วจะบอก”  

                                                                                           

ร่างบางค่อยๆ เดินเข้าไปหา แล้วย่อตัวลงนั่งด้านข้าง ก่อนจะหวีดร้องเสียงเบา เมื่อเขาคว้าหล่อนลงไปนอนเหยียดยาวบนกองฟาง ปาริสานอนหนุนแขนชายหนุ่มขณะเขาโอบกระชับ   

                                                    

“ดูนั่นสิ”
เขาชี้ให้หล่อนดูบางอย่าง ปาริสาเหลียวมองไปยังทิศที่ปลายนิ้วของเขาชี้บอกตำแหน่ง ตรงเสากลางเกือบท้ายห้อง สูงขึ้นไปมีภาพวาดสีน้ำมันแขวนอยู่ ผู้หญิงผมยาวเส้นผมดำขลับ นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ ใบหน้าคมหวานครึ่งยิ้มครึ่งบึ่ง แต่ที่เห็นชัดคือดวงตาฉายแววคมดุ 
                                                                              

สวย คม หวาน ยิ่งพิศยิ่งงาม น่าหลงใหลและค้นหา คือสิ่งที่ปาริสาคิดขณะมองภาพวาดนั้น ภาพสีน้ำมันใส่กรอบอย่างดี แม้กาลเวลาจะทำให้ดูหมองลงบ้างทว่ายังคงสีสันลายเส้นมองเห็นได้ชัดเจน  
                  

 

“ใครคะ” หล่อนออกปากถาม

                                                                                               

“แม่พี่เอง”
                                                                                                   

ร่างบางหันกลับไปมองหน้าชายคนรัก เห็นเขาเองก็กำลังจ้องภาพนั้นไม่ละสายตาไปไหน ผู้หญิงที่หล่อนสัมผัสได้ว่าปารีสกำลังโหยหาที่แท้ก็คือมารดา ปาริสารู้สึกกระดากเก้อเขิน ที่แสดงอารมณ์แบบนั้นออกมา โดยไม่คิดหาเหตุผลเสียก่อน                                                 

“ตอนนี้ริสารู้แล้ว ว่าพี่ปารีสหน้าตาเหมือนใคร” หญิงสาวหันไปบอก

         
“หน้าตาพี่ไปทางคุณแม่” ปารีสบอกขณะกระชับวงแขนโอบหญิงสาวเข้ามาหา ปาริสาจากนอนหนุนแขนจึงเปลี่ยนมาซบอกกว้างของชายคนรักแทน
“แต่ดวงตาพี่ถอดแบบมาจากพ่อ” ชายหนุ่มบอก                                                                           

 


“ท่านเป็นผู้หญิงที่ดูสวยและสง่า น่าเกรงขาม” หญิงสาวบอก ชายหนุ่มหัวเราะ

                                              

“ก็เพราะอย่างนี้ไง พี่ถึงเปลี่ยนใจ รีบคว้าผ้ามาใส่แทบไม่ทัน ตอนบังเอิญเงยหน้าขึ้นไปมอง” เขาบอก ปาริสาคลี่ยิ้มเมื่อรู้ความจริง ก่อนจะออกปากถาม

 

“ท่าทางพี่จะเป็นเด็กดีเชื่อฟังคุณแม่นะคะ”

 

“ไม่ใช่พี่คนเดียว ทุกคนในบ้าน ล้วนต้องฟังท่าน แม้แต่กับพ่อยังต้องเกรงใจ ไม่เคยกล้าขัดใจ”

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีสิคะ”

ปารีสเลิกคิ้วสูงหลุบตามองหน้าสาวคนรักที่กำลังหนุนอก เงยหน้าขึ้นมายิ้ม กระพริบตาปริบๆ เขาอยากจะพลิกหล่อนลงไปนอนบนกองฟาง แล้วประทับรอยจุมพิตเสียตอนนั้น หากไม่มีภาพวาดของมารดาแขวนเหมือนยันต์กันลูกชายตัวเองทำมิดีมิร้ายกับลูกสาวคนอื่น

 

“ดียังไงครับ” เขาถามเสียงแหบเบา

 

“ต่อหน้าคุณแม่ พี่ต้องสัญญากับท่านว่า ต่อไปพี่ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง จะไม่หว่านล้อมให้ริสาใจอ่อน ห้ามทำอะไรเกินกว่าการจับมือหรือกอด”

 

“ริสา” เขาเรียกเสียงอ่อนเสียงหวาน

 

“ยังไม่ทันไรจะพยายามทำให้ริสาใจอ่อนแล้วหรือคะ” หล่อนหันมาถามยิ้มๆ ปารีสถอนหายใจ ก่อนจะต่อรอง

 

“ขอเพิ่มอีกสักข้อได้ไหม”    

 

“อะไรคะ”

 

“นอกจากจับมือ กอดแล้ว ขอพี่สามารถจูบคนรักได้ โอเคไหมครับ” ปาริสาเงียบไปอึดใจ หล่อนกำลังพยายามรอบคอบให้มากขึ้น จะได้ไม่เผลอรับปากอะไรง่ายๆ แบบคราวก่อนอีก

 

“แค่จูบนะคะ มือไม้พี่ต้องอยู่นิ่งๆ ห้ามขยับ”

 

“ริสาไม่รู้หรือครับว่ามันฝืนกฎธรรมชาติ” ปารีสบอก หญิงสาวตวัดตาค้อน ก่อนถาม  
    

“ผิดยังไงคะ”
 

 

“ก็...มันอธิบายลำบาก” ร่างสูงทำท่าเหมือนจนปัญญาอธิบาย ก่อนจะหันไปมองรูปถ่ายของมารดาแล้วพูดขึ้นเสียงจริงจัง “คุณแม่ช่วยปิดตาสักสามนาทีนะครับ”

 

“พี่ว่า คงต้องสาธิต น้องริสาจะได้เข้าใจได้ง่ายขึ้นไงครับ” ปารีสเอามือเชยปลายคางหญิงคนรัก “เห็นไหม ว่ามันต้องใช้มือ”

 

ร่างสูงโน้มลงไปจุมพิตเรียวปากบางทว่าอวบอิ่มของหญิงคนรัก มือกว้างประคองใบหน้าหญิงสาว ก่อนจะเลื่อนไปยังด้านหลังศีรษะ กดประทับหนักขึ้นตามแรงปรารถนา ก่อนที่มือเขาจะค่อยไล่ลงไปตามแผ่นหลังบอบบาง ทว่ายังไปไม่ถึงไหนปาริสาก็คว้าหมับ ดิ้นขลุกขลัก เบี่ยงหลบจุมพิตเร่าร้อน

                                                                                               

“เข้าใจแล้วค่ะ ตอนนี้ริสาเข้าใจดีแล้ว” หล่อนรีบบอก ปารีสยิ้มกริ่ม

 

“ขอบคุณครับที่เข้าใจพี่”

 

“เพราะฉะนั้น ริสาอนุญาตให้จูบได้ ให้ใช้มือได้ แค่คอขึ้นมาเท่านั้น ไม่ใช่คอลงไป พี่ปารีสเข้าใจใช่ไหมคะ หรือต้องให้ริสาสาธิตให้ดู เผื่อพี่ปารีสจะเข้าใจง่ายขึ้น” หญิงสาวย้อนอย่างนึกสนุก แต่คนตัวสูงกลับยอมเล่นด้วย

 

“เอาสิครับ สาธิต พี่รออยู่”

 

“คนผีทะเล เจ้าเล่ห์นัก” หล่อนบ่นอุบ ก่อนจะย้ำให้ชัดเจน “เอาเป็นว่าต่อหน้าคุณแม่พี่รับปากแล้วนะคะ ถึงยังไงริสาก็เป็นผู้หญิงไทย ที่ผ่านมาริสาจะไม่พูดถึง แต่ริสาต้องการให้ทุกอย่างต่อจากนี้ เป็นไปตามขั้นตอน และถูกต้องค่ะ เพราะฉะนั้นพี่ห้ามล่วงเกินริสา จนกว่าเราจะได้แต่งงานกัน รับปากสิคะ ต่อหน้าคุณแม่” ปาริสารีบฉวยโอกาสเร่งรัด “แม่พี่ก็เป็นหญิงไทย ริสาเชื่อว่าพี่เข้าใจวัฒนธรรมไทยได้ดีเชียวล่ะ”

 

“ครับตกลง ครับตกลง” ปารีสรีบบอกก่อนหญิงคนรักจะร่ายยาวกว่านี้

 

“แล้วถ้าเกิดพี่ลืมตัว ไม่ทำตามที่รับปากละคะ”

 

“ขอให้พี่กลายเป็นลูกหมาเลย พอใจยังครับ”
ปาริสาพยักหน้ายิ้ม ปารีสยื่นมือไปบีบปลายจมูกด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะนอนอ้าแขนกว้างรอหญิงคนรักเข้ามาหา ปาริสาขยับเข้าไปหาอย่างเต็มใจ ด้วยความมั่นใจในตัวชายคนรัก

 

“รูปทำไมถึงมาแขวนไว้ในที่แบบนี้คะ” ปารีสยิ้มเมื่อหญิงสาวเข้าใจถาม คงไม่มีใครเอารูปตัวเองมาแขวนไว้อย่างโดดเดี่ยวในห้องเก็บเสบียงแบบนี้

 

“รูปนี้พ่อพี่เป็นคนวาดแล้วเอามาแขวนไว้เอง” เขาบอกให้หายสงสัย“ตอนที่ของในนี้มีคนแอบมาขโมยบ่อย”                            

                                                                  

“อะไรนะคะ” ปาริสากลั้วหัวเราะ

                                                                         

“พ่อก็แค่นึกสนุกอยากแกล้งแม่พี่เท่านั้นเอง” ร่างสูงอธิบาย “เลยเอามาใช้เป็นยันต์กันขโมยเสียเลย แถมบอกว่าโจรหน้าไหนเข้ามาไม่เปลี่ยนใจก็ให้รู้ไป” 

                                                                                

“ริสารู้เพิ่มมาอีกอย่างแล้วค่ะ”

                                                                                     

“อะไรครับ”

                                                                                                  

“ว่าที่แท้นิสัยชอบแกล้งริสาพี่ปารีสได้มาจากใคร” ร่างสูงหัวเราะชอบใจ ก่อนจะบอก 

                         
         

“สงสัยจะจริง”

                                                                                               

“พี่ปารีส จะไม่แนะนำริสา ให้รู้จักคุณแม่หน่อยหรือคะ” หล่อนถามขึ้น

                                           

“ริสาอยากรู้อะไรล่ะ” 

                                                                                      

“ท่านชื่ออะไรคะ” 

                                                                                                    

“อันติกา แม่พี่ชื่อ อันติกา” ปารีสตอบหญิงสาว “หม่อมราชวงศ์อันติกา เสลาภิรมย์”

**********************

โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #95 p2506 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2556 / 20:34
    สัญญากันแล้วน้า ...ว่าเดือนกรกฎาคม 2556 จะมาอัฟต่อ จะรอคอยอย่างมีความหวัง !!

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 กรกฎาคม 2556 / 19:52
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 9 กรกฎาคม 2556 / 19:53
    #95
    0
  2. #93 p2506 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 00:04
    เข้ามาปูเสื่อกางเต๊นท์รอค่ะ !!!
    #93
    0
  3. #91 มุกมาดา-เวียงแก้ว (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 เมษายน 2556 / 16:52
    คุณ p2506 ขอบคุณมากค่ะ ที่มาช่วยแนะนำ และตรวจดูคำผิดที่ผู้เขียนพลาดไป  ยินดีใช้บริการเสมอค่ะ ^___^ ดีใจเช่นกันค่ะที่คุณ p2506 คอยติดตามอ่านและมาแสดงความคิดเห็นเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนเสมอ ขอบคุณจากหัวใจค่ะ จุ๊บๆ
     


    คุณ น่ารัก ขอบคุณค่าสำหรับการติดตามอ่าน และเข้ามาให้กำลังใจผู้เขียน ขอบคุณจากใจเช่นกันค่ะ จุ๊บๆ
    #91
    0
  4. #90 น่ารัก (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 เมษายน 2556 / 23:13
    สนุกค่ะ น่าติดตาม
    #90
    0
  5. #89 p2506 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 เมษายน 2556 / 23:48
    ยุ่งๆ ค่ะ เลยไม่ได้เข้ามาหลายวัน  ดีใจมากค่ะที่ได้อ่านตอนใหม่อีกแล้ว

    จะรออ่านตอนดราม่านะคะ




    มีแก้นิดนึงค่ะ



    ...ฝาง(ฟาง)ข้าวสาลีหอมกรุ่นหอบกลิ่นอายดินโชยบางเบา...



    ...เพ(แพ)ขนตางอนยาวกระพริบถี่...



    ...มีกระดิ่งเล็กๆ เสียงกรุงกริ่ง(กรุ๋งกริ่๋ง) น่าจะใช้ไม้จัตวาทั้งสองตัว เป็นจังหวะ...



    ...ปาริสานอนหนุน(แขน)ชายหนุ่มขณะเขาโอบกระชับ...



    ...แต่ที่เห็นชัดคือแววตา(ดวงตา)ฉายแววคมดุ (แววตาไม่น่าจะฉายแววอีกนะคะ)



    ...ท่านดูเป็นผู้หญิงที่สวยและสง่าน่าเกรงใจ (คุ้นกับคำ "น่าเกรงขาม" มากกว่าค่ะ)



    ...ดิ้นขลุกขลัก เบี่ยงหลบจุมพิตเร้า(เร่า)ร้อน













    #89
    0
  6. #88 มุกมาดา-เวียงแก้ว (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 22:25
     

    คุณ babeywine9927

    ขอบคุณมากค่ะที่ติดตามอ่าน และเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน พระเอกรวยค่ะ พ่อรวยเป็นทุนเดิม แม่ก็มีทรัพย์สมบัติ แต่พระเอกเป็นสามัญชนค่ะ เจ้าไทยไม่สืบเชื้อสายทางฝ่ายหญิง กล่าวคือ แม่เป็นหม่อมราชวงศ์แต่งงานกับสามัญชนไม่ว่าไทยหรือต่างชาติ ลูกจะไม่มียศนำหน้า  กลับกันถ้าฝ่ายชายเป็นหม่อมราชวงศ์แต่งงานกับหญิงสามัญลูกจะเป็นหม่อมหลวงค่ะ ต่ออีกนิดนะคะ หากหม่อมหลวงแต่งงานมีทายาทลูกจะไม่มียศ แต่ให้ใช้คำว่า ณ อยุธยา ต่อท้ายนามสกุล

    หม่อมราชวงศ์หญิง เรียกสั้นๆ ว่า คุณหญิง ในกรณีนี้เป็นยศที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ส่วนคุณหญิงที่ได้รับการแต่งตั้ง เป็นยศที่ได้รับพระราชทานค่ะ

    แล้วมาแสดงความคิดเห็นเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนอีกนะคะ จุ๊บๆ

     

    คุณ nan.4n  

    ขอบคุณมากค่ะที่ติดตามอ่าน เป็นกำลังใจให้ผู้เขียน ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนไปจนจบเรื่องนะคะ จุ๊บๆๆ

    #88
    0
  7. #87 nan.4n (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 เมษายน 2556 / 19:32
    น่าติดตามมากค่ะ
    #87
    0
  8. #86 babeYWine9927 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 เมษายน 2556 / 14:26
    พระเอกมีศักดิ๋เป็นถึงหม่อม บ้านพระเอกคงรวยไม่ใช่เล่น
    #86
    0
  9. #85 มุกมาดา-เวียงแก้ว (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 เมษายน 2556 / 11:37
    ตอบคุณ pakbung_umil

    ขอบคุณค่ะที่ติดตามเป็นกำลังใจ ผู้เขียนจะพยายามอัพทุกสัปดาห์ค่ะ สัปดาห์ละ 1 ตอน

    part แรก อยู่ในอารมณ์หวาน กุ๊กกิ๊ก ติดตาม part สอง จะดราม่า สะเทือนอารมณ์ แต่ก็หวานนะคะ หวานดิบๆ อิ อิ กับพยายามสอดแทรกคอมาดี้นิดๆ จะได้ไม่เครียดเกินไป หวังว่าผุ้อ่านจะติดตามไปจนจบเรื่องนะคะ ขอบคุณนักอ่านทุกท่าน ทั้งเข้ามาติดตามอ่านเงียบๆ ก็ดีใจมากๆ ค่ะ เป็นกำลังใจอย่างดีทำให้รู้ว่ายังคงมีคนเข้ามาตามอ่านอยู่นะ จงขยันตั้งหน้าปั่นต่อไป อิอิ ห้ามอู้เด็ดขาด ^^ รวมทั้งผู้อ่านที่ติดตามแล้วมาบอกกล่าวทักทายเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน ได้อ่านรู้สึกชุ่มชื่นจนปลื้มตื้นตันล้นหัวใจเชียวค่ะ

    รักคนอ่านทุกคนค่ะ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 เมษายน 2556 / 11:39
    #85
    0
  10. #84 pakbung_umii (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 มีนาคม 2556 / 02:59
    ติดตามอยุ่นะคะ แสะมาอัพบ่อยๆนะคะ ค้างๆๆๆๆ
    #84
    0
  11. #83 มุกมาดา-เวียงแก้ว (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 มีนาคม 2556 / 01:38
    มาอัพให้แล้วนะคะ มาอัพเสียดึกเช่นเคย

    ติดตามเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ เรื่องราวค่อยๆ ขมวดปมเข้ามาทุกขณะ อีกไม่กี่ตอนจะเริ่มดราม่า สะเทือนใจกับนางเอกกันละ คนคู่นี้จะต้องจากกันด้วยเหตุการณ์อะไร แล้วเมื่อพบกันอีกครั้งอะไรจะเกิดขึ้นอีก ติดตามอ่านเป้นกำลังใจให้ผู้เขียนจนจบนะคะ ขอบคุณผู้อ่านที่ติดตามเป็นกำลังในให้เสมอมาค่ะ
    #83
    0