กรงรักมายาหัวใจ

ตอนที่ 19 : ความรัก หรือ ความใคร่ (อัพใหม่แก้ไขคำผิด และเพิ่มเนื้อหาต่อจากครั้งที่แล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    11 มี.ค. 56





เอาภาพความเซ็กซี่ทั้งพระเอกและนางเอกมาให้ดูค่ะ ^^






 

 

 

ร่างสูงมองทะลุกระจกผ่านม่านหมอกหนา ทุกอย่างเบื้องหน้าดูพล่ามัว ทว่าแสงไฟดวงเล็กวับวาวยังคงเล็ดลอดให้ได้เห็น เพียงแค่เคลื่อนรถยนต์ออกไปอีกไม่ไกลเท่านั้นก็จะถึงจุดหมาย ทว่าชายหนุ่มตัดสินใจเหยียบเบรกจอดรถตรงถนนสองข้างทางห้อมล้อมด้วยต้นสนสูงตระหง่าน สองมือแข็งแรงกำพวงมาลัยแน่น

                                                          

นานจนไม่อยากจะนับวันเวลา กับการกลับมายังบ้านเกิดอีกครั้ง ผืนแผ่นดินของพ่อผู้ให้กำเนิด ทุกอย่างของเขาเริ่มต้นที่นี่ ขณะความรู้สึกบางอย่างแทรกซึมผ่านเข้ามา หดหู่   โดดเดี่ยวและเศร้าใจ เมื่อคิดได้ว่ามันคือจุดสิ้นสุดในชีวิตเช่นกัน ร่างสูงถอนสายตาจากภาพเลือนรางแต่คุ้นชิน เขาหลับตาลงมโนภาพยังสามารถสัมผัสและจดจำทุกอย่าง

                            

ปารีสลืมตาขึ้นประกายความเศร้ายังคงหลงเหลือให้เจ้าตัวเห็น ขณะเหลือบขึ้นมองกระจกรถ ก่อนจะเบือนหน้ามายังหญิงสาว เสียงลมหายใจทอดยาวสม่ำเสมอบ่งบอกได้ว่าหล่อนยังคงหลับสนิท เขาไม่อยากรบกวนช่วงเวลาแบบนี้ ถึงอย่างไรคงไม่เสียเวลามากมาย หากจะจอดรถหยุดพัก อย่างน้อยปาริสาก็ได้หลับยาวโดยไม่มีใครมาขัดจังหวะ ร่างสูงจึงถือโอกาสทิ้งตัวเอนหลังพิงพนักเบาะนั่ง สองแขนประสานไขว้กอดอก ก่อนจะปิดเปลือกตาเพื่อพักบ้าง พร้อมกับความคิด

 

อีกไม่นานหล่อนจะได้รู้จักกับใครบางคน พวกเขาเองก็คงรอคอยการกลับมาของเขาอยู่เสมอ และคงเข้าใจความรู้สึกของเขามากกว่าใคร ว่าเหตุใดตนถึงไม่อยากจะกลับมา

 

“ตอนนี้เราอยู่กันที่ไหน”

                                                                                      

ปาริสาถามแก้เขิน หลังจากงัวเงียรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหันไปปะทะกับดวงตาคมกริบ หล่อนไม่สามารถทราบได้ว่าภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ทว่าประกายแรงกล้าฉายชัดนั้นกำลังคิดอะไรอยู่

 

          บ้าจริง...เขานั่งมองแบบนี้อยู่นานแค่ไหน หล่อนรู้สึกกังวล มันคงไม่น่าดูนักหรอก กับคนนอนหลับสนิทชนิดต้องเขย่าถึงจะตื่น หญิงสาวรีบยกมือขึ้นลูบมุมปากพลางโล่งใจ อย่างน้อยก็ไม่ได้นอนน้ำลายยืด

                                                                            

“เดินทางไกลแบบนี้ ริสาคงเหนื่อยมาก แถมต้องมานั่งหลับในรถแบบนี้คงไม่สบายเท่าไหร่” เขาพูดขึ้น “ข้างหน้าอีกไม่ไกลเราก็จะไปถึงแล้ว คราวนี้จะได้นอนหลับสบายบนเตียงนุ่มๆ"  

                                                                                                                  

ร่างบางพยายามมองฝ่าความมืดออกไปนอกกระจกรถ หล่อนไม่สามารถบอกได้ว่า ข้างหน้าทีเขาพูดถึงคืออะไร นอกจากเงาดำวูบไหวของปลายกิ่งไม้ยามสายลมพัดผ่าน กับควันหมอกสีเทาขุ่นจางลอยเอื่อยผ่านแสงไฟหน้ารถยนต์               

                                                         

“ข้างหน้ามีโรงแรมให้พักเหรอคะ” หล่อนคาดเดา ก่อนจะหันขวับไปบอก คนที่กำลังขยับเคลื่อนรถตรงไปตามเส้นทางนั้น “ริสาไม่ง่วงแล้ว ไม่ต้องแวะพักก็ได้”       

                            

ปาริสาพยายามเบิกตากว้าง ทำหน้าสดใสเข้าไว้เพื่อเป็นการยืนยัน เขาหันมายิ้มนิดหนึ่งแล้วพูดขึ้น

                                                                                                        

“แต่พี่อยากพัก และอยากนอนจะแย่แล้ว”

                                                                  

“นอนในรถก็ได้” หล่อนรีบเสนอทางออก   

                                                         

“ไม่ได้หรอก มันคับแคบจะนอนท่าไหนก็ไม่ถนัด” ร่างบางจ้องคนท่ามากเหมือนจะตำหนิ บอกเสียงจริงจัง         

                                                                                      

“ก็ไหนเคยตกลงกันแล้วไง”

                                                                                      

“ตกลงเรื่องอะไรครับ” เขาถามน้ำเสียงยังคงราบเรียบปกติ ทำเป็นไม่สนใจน้ำเสียงร้อนรนของหญิงสาว            

                                                                            

“เราสองคนจะไม่มีอะไรเกินเลยกันอีก จนกว่าจะได้แต่งงาน”

                                      

ร่างสูงพยักพเยิดหน้ารับทราบ เขาหันมามองหน้าหล่อนแล้วหัวเราะ

                            

“ริสาจริงจังนะ ไม่ได้พูดตลกให้ฟัง ทำไมต้องหัวเราะ” หล่อนย่นจมูกตวัดค้อน ก่อนจะย้ำทิ้งท้าย “ยังไงก็ต้องรักษาสัญญา”     

                                                                            

“สัญญาข้อไหนครับ” คนตัวสูงทำมึน

                                                                  

“บอกอยู่เมื่อกี้หยกๆ” หล่อนหันมาบอก “ว่าริสาจะ...”     

                                      

“อ๋อ เราสองคนจะไม่มีการทดสอบภาคปฏิบัติกันรอบสอง” เขาเลือกใช้คำเสียดิบดี แต่จบท้ายได้ไม่ถูกใจคนฟังนัก “แต่อย่าลืมนะครับริสาผิดสัญญากับพี่ก่อน”

                                      

“ผิดสัญญาเรื่องอะไร”         

                                                                            

“โถ คนดี อย่าทำแกล้งเป็นลืมสิครับ” เขาหันมาบอกสีหน้าเจ้าเล่ห์

                            

คิ้วเรียวบางขมวด สมองกำลังขบคิดว่าหล่อนไปเผลอพูดสัญญาอะไรไว้ เพราะหลังเหตุการณ์ในคืนพายุหิมะผ่านพ้นไปจนกระทั่งถึงตอนนี้ มีทั้งข้อตกลง ขอร้อง วิงวอนเชิงบังคับ เยอะแยะไปหมด แล้วจะมามัวคิดให้เสียเวลาอยู่ทำไมกัน       

                                      

“ผิดสัญญาเรื่องอะไร” หล่อนตัดสินใจถาม  

                                                         

“ก็สัญญานั้นจะเป็นโมฆะ หากริสามายั่วยวนให้พี่อดใจไม่ไหว” เขาเฉลย   

                  

หญิงสาวเม้มปากแน่น...เพราะนึกได้ว่าหลังจากเสร็จสิ้นมื้ออาหารชวนอึดอัดนั่งเกร็งมาตลอดของโรงแรมที่พัก ในช่วงการเดินทางไปแค้มป์ลานสกี หล่อนถึงกับต้องลากเขาไปยังมุมลับตา ปล่อยให้ทวีปและเขมิกาเดินนำล่วงหน้าไปก่อน โดยทั้งคู่ไม่ได้หันมามอง

 

ยอมรับว่าเคยออกปากไปจริง หลังจากขอร้องเขาจริงจังแกมบ่นอีกรอบ  เรื่องเขาชอบแกล้งทำเป็นลืมสิ่งที่เคยขอร้องไว้ แถมพยายามเอาอกเอาใจหล่อนอย่างออกนอกหน้า

 

 

          ก็ได้ พี่จะไม่ทำให้น้องริสาต้องอึดอัด จะทำตามคำขอร้องครับผมเขาโค้งศีรษะลงล้อเลียน แต่ต้องแลกกับสัญญากับพี่สักข้อ   

                                                                  

สัญญาอะไรคะ

                                                                                               

สัญญาว่าห้ามมายั่วยวนให้พี่อดใจไม่ไหว ไม่อย่างนั้น...เขาเว้นจังหวะหยุดพูดไปเสียเฉยๆ เหมือนตั้งใจรอให้หล่อนสนใจ จนต้องออกปากถามเสียเอง

                                      

ทำไมคะ”     

                                                                                               

จะไม่รับประกันความปลอดภัยของน้องริสา

                                                         

ข้อตกลงประหลาด คือสิ่งเดียวที่หล่อนคิดตอนนั้น เพราะมั่นใจตนไม่ใช่ผู้หญิงที่ชอบหว่านหรือบริหารเสน่ห์ยั่วกิเลศผู้ชายคนไหนแน่นอน

                                                         

ก็ได้เป็นอันตกลงตามนี้เขาเลิกคิ้วสูงมองหล่อน    

                                               

ทำไมตัดสินใจตอบตกลงง่ายจัง จะไม่คิดให้ดีเสียก่อนหรือไงเขาเตือน

                            

ทำไมต้องคิด เพราะริสามั่นใจว่าไม่มีทางจะไปยั่วยวนให้พี่ตบะแตกแน่นอน รับประกันได้หล่อนพูดติดตลก อย่างไม่ใส่ใจมากนัก

 

แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังล่ะเขายื่นมือมาบีบปลายจมูก หัวเราะในลำคอ “คนสวยของพี่

                                                                                                                            
คนซวยเสียมากกว่า เจ้าเล่ห์นัก...หล่อนมองคนตัวสูงด้วยแววตากล่าวโทษ      

                  

เขายังคงทำหน้าที่เป็นสารถี นำหล่อนไปยัง ข้างหน้าต่อให้เป็นระดับหรูแค่ไหน โรงแรมแห่งนั้นคงไม่ต่างจากโรงเชือดสำหรับปาริสา หล่อนเริ่มไม่พอใจ                                    

“ริสาไปยั่วพี่ตอนไหนกัน เผลอหลับสนิทมาตลอด เพิ่งตื่น ก็เห็นกันอยู่”

                            

“ก็นั่นไง” เขาพยักหน้ายอมรับ “ให้ตายเถอะ ไม่เคยเห็นใครนอนแล้วดูเร้าใจขนาดนี้ รู้ไหมว่าพี่ต้องใช้ความอดทนขนาดไหน ที่จะไม่ปลุกให้เราตื่น”

                                               

“คนทะลึ่ง” หล่อนพูดขึ้นพร้อมกับความรู้สึกแก้มสองข้างร้อนวูบวาบ ไม่อยากยอมรับว่าร่างกายมีปฏิกิริยากับคำพูดชวนให้ใจสั่นหวิวแบบแปลกๆ

                                               

“ผู้ชายเขาคิดกันแค่เรื่องแบบนี้หรือไง เวลาอยู่กับผู้หญิง”

                                               

ปาริสาถาม แค่ต้องการหาเสียงอะไรสักอย่าง มากลบกลืนจังหวะการเต้นของหัวใจ ราวกับกลัวเขาจะได้ยิน แม้ร่างกายจะปฏิเสธการใกล้ชิดเกินเลย ทว่าหัวใจกลับโหยหาอ้อมกอดเขาเสมอ..หล่อนรู้ดี เพียงแต่อยากจะสัมผัสความรักมากกว่าความใคร่ ทว่าสองสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะแยกออกจากกันได้ง่าย

                                                                                                 

ปารีสก็เป็นเพียงผู้ชายปกติทั่วไปย่อมฝืนธรรมชาติของตัวเองไม่พ้น ทว่าเขาจะให้น้ำหนักสิ่งไหนมากกว่ากัน

 

“จะเอาความจริง หรือเรื่องโกหกล่ะ” เขาถาม

                                                         

“แล้วแต่จะสะดวกตอบค่ะ”

                                                                                      

ร่างบางทำเสียงเหมือนจะประชด เพราะทำใจได้แล้ว ถ้าพ่อเจ้าพระคุณไม่อยากจะพูด ต่อให้เอาเหล็กมางัดก็ยากจะง้างปากให้ตอบได้ ดูเหมือนเขาจะสัมผัสอารมณ์หล่อนได้จึงหันมามอง

 

อะไรกันรอยยิ้มประหลาดแบบนั้น

                                                                            

“ถ้าอย่างนั้นคงต้องเข้าไปตอบกันข้างในแล้วล่ะ ในรถมันไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ลงจากรถกันเถอะ” และก่อนร่างสูงจะขยับตัว ได้หันมาถามหล่อนว่า       

                                      

“น้องริสาชอบนอนห้องแบบไหนครับ ห้องใหญ่ หรือห้องแบบธรรมดา รู้สึกว่าที่นี่จะมีห้องเตียงคู่ด้วยนะ สำหรับแขกที่มาพักกันหลายคน หรือจะเลือกแบบเตียงเดี่ยวก็ได้นะ ที่นี่เตียงกว้างมากนอนได้สองคนสบาย”    

                                                                  

อะไรกันทำไมเขาต้องพูดไปยิ้มไปด้วยแบบนั้น แถมยังจะมาเสนอหน้าใกล้ๆ หัวเราะชอบใจอีกต่างหาก หล่อนไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจอะไรมากมาย ทว่าสีหน้าคงดูกระอักกระอวนพิกล จนเขาเห็นว่ามันน่าขัน  

                                                                                      

คนบ้า!   

หากก้าวขาลงจากรถ ไม่ต้องให้ใครมาไขข้อข้องใจ ก็พอจะเดาได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น และท่าทางของปารีสเป็นอะไรที่เดายากว่าเขาตั้งใจจะทำมันจริงๆ หรือแค่แกล้งขู่ไปอย่างนั้น เพราะสนุกกับการแหย่หล่อนเล่นเหมือนอย่างที่เคยชอบทำเสมอเมื่อมีโอกาส

 

 

ปาริสาเดินตามร่างสูงทิ้งระยะห่างอย่างตั้งใจ จนเขาต้องเหลียวหลังมามองยืนกอดอกรอจ้องเขม็ง แม้อยู่เพียงแค่แสงสลัวหล่อนยังเห็นประกายระยิบในดวงตาคมกริบและรอยอมยิ้มยั่วแหย่ เล่นเอาแทบเดินสะดุดขาตัวเอง เลิกมองเขา รักษาระดับสายตาไว้แค่ปลายคางขึ้นแนวเคราเห็นรำไร หญิงสาวนึกประชด เพราะมัวแต่วุ่นวายกับแผนการพาสาวเดินทางรอนแรมมาไกลขนาดนี้อยู่กระมัง ถึงไม่มีเวลาแม้กระทั่งโกนหนวด แต่กลายเป็นว่าหล่อนนึกชอบมันมากกว่าใบหน้าสะอาดสะอ้านผิวเนียนเกลี้ยงจนน่าอิจฉาเสียอีก

                            

“ขาก็ไม่ได้สั้นนี่นา ทำไมเดินช้า” เขาถามเมื่อหล่อนเดินมาหยุดตรงหน้า

                            

“อย่างน้อยขาก็ยาวสู้พี่ไม่ได้หรอก”

                                                                            

“อะไรนะ” เขาถามเมื่อหล่อนบ่นอุบเบาๆ จนเขาแทบไม่ได้ยิน

                                      

“ทำไมเหรอคะ คงคาดหวังให้ริสาเดินลิ่วๆ ตัวปลิวไปนอนรอท่าอยู่บนเตียงล่ะสิ” เขายิ้มกว้าง หล่อนย่นจมูก โดนพูดกระแทกใส่หน้าขนาดนี้ยังจะมาทำท่าถูกใจอีก...ปาริสาหมั่นไส้ขึ้นมากะทันหัน

                                                                                     

“เป็นความคิดที่ดี” เขายกมือขึ้นลูบปลายคาง คงรู้สึกรำคาญเคราตัวเองอยู่บ้าง

         

“ตัดสินใจได้หรือยังว่าจะนอนเตียงแบบไหน”

                                                         

เขาวกกลับมาคำถามเดิม เพราะหล่อนยังค้างหนี้คำตอบอยู่

                            

“เรื่องสถานที่ไม่สำคัญหรอก อยู่ที่จิตใจมากกว่า”

                                                         

คนตรงหน้าตอบเสียงหวานยิ้มนิดๆ แค่ปากเท่านั้น เพราะแววตาหล่อนเหมือนแมวดุที่พร้อมจะกางกรงเล็บขวนเขาได้หากไหวตัวทำอะไรไม่เข้าท่า

                                                

ปารีสจึงยื่นเงียบ สองแขนกอดอกตัวเองกระชับไว้ เพื่อไม่ให้เผลอคว้าหญิงสาวมากอด เพราะหมั่นเขี้ยวกับความน่าเอ็นดู เจ้าหล่อนยังไม่รู้ตัวอีกว่าโดนเขาแกล้งอำมาตั้งแต่ต้น ร่างสูงจึงได้แต่กลั้นยิ้ม ฟังหล่อนเจรจา

 

“ต่อให้เป็นเตียงที่ลอยลงมาจากวิมาน มันก็ไม่ต่างจากกระทะทองแดงหรอก  หรือพี่อยากจะลงนรก มันบาปนะถ้าผู้หญิงไม่เต็มใจด้วย” 

                                                        

“พี่จะพาริสาขึ้นสวรรค์ จะลงไปนรกกันทำไม”

                                                         

“คนบ้า!” หล่อนตีแขนเขา “พูดจาทะลึ่งดีนัก” แต่ตัวเองต้องสะบัดมือไปมาเพราะดันเจ็บแทน

                                                                                                         

“เจ็บมากไหม”

                                                                                               

“ยังมีหน้ามาถามอีก” หล่อนตวัดปลายหางตาค้อน มองรอยแดงจางๆ บนฝ่ามือ พลางบ่นอุบ 

                                                                                                                       

“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเลือดเนื้อถึงแข็งอย่างกับท่อนไม้ เพราะพี่ชอบใจร้ายกับริสา”

 

          “ไอ้ที่ตีไปมันกล้ามแขนต่างหาก ไม่ใช่ท่อนไม้” เขาบอก “ถ้าพี่เป็นท่อนไม้ไปจริง แล้วริสาจะเสียใจ”         

                                                                                               

“เป็นท่อนไม้ก็ดีกว่าเป็นเสือใจร้ายเสียอีก”

                                                                  

“ว่าพี่ใจร้ายอีกแล้ว” ปารีสโคร่งศีรษะ ก่อนจะพูดให้ฟัง “รู้ตัวไหมว่าริสาเป็นผู้หญิงคนแรกที่พี่ยอมเปิดใจ คุยดีด้วย”

                                                                                      

คนฟังถึงกับย่นจมูก  

                                                                                      

“สามวันดี สี่วันไข้น่ะสิ” หล่อนประชด “ไม่อยากจะนึกวันไหนถ้าพี่นึกใจร้ายขึ้นมา คงถูกจับหักคอจิ้มน้ำพริกไม่เหลือซากเป็นแน่”  

                                                                   

ปาริสาก้าวถอยหลังกรูด เมื่อร่างสูงขยับเข้ามาประชิดกะทันหัน ไม่ได้กลัวแค่ระวังตัวนิดหน่อยเท่านั้น เพราะไม่รู้เขาต้องการอะไร ทว่าหล่อนจะหนีไปไหนได้อีก เมื่อถูกเขาต้อนจนแผ่นหลังชนกับต้นไม้ หล่อนถูกกั้นทางหนีเมื่อตกอยู่ภายใต้วงแขน ร่างบางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา

                                                                                                                             “พี่จะทำอะไร”

                                                                                               

หล่อนถามขณะสัมผัสได้ว่าดวงตาคมกริบถักทอประกายแรงปรารถนาบางอย่าง

                  

ปาริสารู้สึกเหมือนขาสองข้างไม่มีเรี่ยวแรงที่จะยืน ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ทว่าสิ่งเดียวกันนั้นกำลังเผ่าไหม้หล่อนจนหลอมละลาย หญิงสาวอึดอัดเหมือนจะหายใจไม่ออก จนต้องเผยอปากสูดอากาศเข้าปอด ร่างบางแลบปลายลิ้นสีชมพูออกมาช่วยให้อาการรู้สึกลำคอและเรียวปากแห้งฝืดแม้กระทั่งยังกลืนน้ำลายไม่ลงนั้นดีขึ้น กำลังจะทำอีกรอบทว่าถึงกับชะงักรีบเก็บลิ้นตัวเอง เมื่อพบว่าคนตรงหน้ากำลังมองมาตาปรอย

                                      

“ริสาทำแบบนั้นกับพี่อีกแล้วนะ” เขาพูดขึ้น

                                                                  

“ริสาทะ...ทำอะไร” หล่อนถามตะกุกตะกัก จิตใจไม่อยู่กับตัว เพราะใบหน้าคมคายใกล้หล่อนมากจนสามารถสัมผัสลมหายใจของอีกฝ่ายได้ถนัดถนี่

                                               

“ก็ที่ทำแบบเมื่อกี้ไง” เขาบอก ส่วนปาริสารู้และเข้าใจดีว่าปารีสต้องการสื่อถึงอะไร

 

          “แต่ริสาไม่ได้ตั้งใจจะยั่วยวนพี่สักหน่อย” พยายามข่มน้ำเสียงให้เป็นปกติตรงข้ามกับหัวใจที่กำลังเต้นรัวบอกเขาไป                    


“แค่รู้สึกปากแห้ง ใครๆ เขาก็ทำกัน”

                                                         

“ใครจะทำก็ช่างเขา” ร่างบางผะงักเล็กน้อยเมื่อเขาลดมือมืออีกข้างมาจับประคองแก้ม โดยอีกมือก็ยังทำหน้าที่กั้นไม่ให้หล่อนสามารถเบี่ยงใบหน้าหลบได้ “แต่ริสาห้ามทำแบบนี้ต่อหน้าผู้ชายคนไหนเด็ดขาด โดยเฉพาะกับพี่”    

                                                                   

ปาริสาทำเพียงแค่เผยอปากยังไม่ทันจะถามว่าเพราะอะไรด้วยซ้ำ หล่อนหมดสิทธิ์ได้พูดโดยปริยาย เมื่อริมฝีปากเย็นจัดของคนตัวสูงโน้มลงมาประกบ เขาจุมพิตหล่อนหนักหน่วงเรียกร้องมากกว่าครั้งไหนๆ เหมือนคนเดินทางรอนแรมในทะเลทรายแห้งแล้งขาดน้ำมานาน เมื่อได้เจอแอ่งน้ำจึงรีบตักตวงดื่มกินเหมือนไม่รู้จักพอ

                                                           

สองมือกว้างที่จับประคองใบหน้าเปลี่ยนมาตวัดร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด เมื่อเขาแน่ใจได้แล้วว่าปาริสาไม่ขัดขืนหรือดิ้นรน กลับพอใจเมื่อคนในวงแขนจูบตอบเขาได้อย่างน่ารักแบบไม่ประสีประสา แต่ไม่เป็นไร สำหรับเขาแล้วยังมีเวลามากแบบไม่จำกัดชั่วโมงเพื่อสอนบทเรียนรักให้กับลูกศิษย์ส่วนตัว แค่เขาเท่านั้นที่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้ได้

                                                         

บ้าจริง...หญิงสาวดุตัวเองอยู่ในใจ สมองบอกตลอดเวลาว่าอย่าใกล้ชิดกับเขามากเกินงาม ขณะหัวใจเฝ้าแต่โหยหาอ้อมกอดแสนอบอุ่นเช่นนี้เสมอ บัดนี้สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือร่างกายกลับทรยศหักหลังกันได้ลงคอ ยิ่งถูกกอดรัดแน่นมากขึ้นเท่าไหร่ ร่างกายกลับเบียดเข้าหามากขึ้นมันพร้อมจะละลายหลอมรวมเป็นร่างเดียวกับเขา          

                                      

หยุดแค่นี้เถอะ..พอก่อน ปาริสาห้ามตัวเองว่าควรผลักถอยออกมา ร่างกายเหมือนจะหมดแรง เขาจูบหล่อนราวกับจะพรากลมหายใจเฮือกสุดท้าย อึดอัดเหมือนจะขาดใจทว่าเป็นความทรมานที่รู้สึกดีอย่างประหลาด        

                                                                            

แย่แล้ว...ถึงเวลาหรือยังปาริสา หล่อนบอกตัวเองอีกรอบ ตอนนี้ไม่ใช่แค่จูบอย่างเดียว มือไม้ของเขาก็เริ่มอยู่ไม่สุข หญิงสาวรู้สึกได้ว่าชายเสื้อด้านหลังถูกร้นขึ้นสูง ฝ่ามือร้อนจัดลูบไล่แผ่นหลัง บัดนี้เอนลงเพราะถูกกดประทับรอยจุมพิตหนักหน่วงมากขึ้น และมากขึ้น ดูเหมือนอารมณ์ของเขาก็ไม่ต่างจากหล่อนมากนัก ยังกู่ไม่กลับ

                                               

ปึก! ตะขอเสื้อชั้นในด้านหลังดีดตัวหลุดออกจากกัน เมื่อมือซุกซนปลดออกโดยไม่ทันได้รับอนุญาตด้วยซ้ำ ก็จะใช้อะไรพูดในเมื่อคนทำไม่ยอมถอนริมฝีปากจากหล่อน ปาริสาละล้าละลังควรทำอย่างไร มือปลาหมึกเริ่มคืบคลานเปลี่ยนทิศ อีกนิดเดียวเท่านั้นก็จะเข้าสู่เขตอันตรายห้ามผ่าน

                                                                                               

ไหลตามน้ำหรือว่ายหนีขึ้นฝั่งเอาตัวรอดหล่อนกำลังตัดสินใจ    

 

 สัปดาห์หน้ามาเจอกันกับตอนใหม่นะคะ  ^^ ในที่สุดก็สำเร็จกับการอัพแบบวิธีใหม่ แบบมีภาพประกอบมีเบี้ยวไปเบี้ยวมาเล็กน้อย ต้องขออภัยนะคะ แบบวางแล้วรวนน้อยสุดละ แหะๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #92 p2506 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2556 / 14:54
    มาอ่านอีกที มีแก้อีกนิดค่ะ



    ...เพราะแววตาหล่อนเหมือนแมวดุ ที่พร้อมจะกางกรงเล็บข่วนเขาได้...



    "ใครจะทำก็ช่างเขา" ร่างบางผะงัก(ผะ หรือ ะงัก) เล็กน้อย....



    ...หญิงสาวรู้สึกได้ว่าชายเสื้อด้านหลังถูกร้น(ร่น)ขึ้น  ฝ่ามือร้อนจัดลูบไล่(ไล้ )แผ่นหลัง
    #92
    0
  2. #75 p2506 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2556 / 19:36
    1. อยากทราบประวัติย่อๆ ของรูป(ที่อิมเมจว่าเป็นปารีส) เพราะเป็นคนที่หล่อมากๆ 
    2. ภาพประกอบที่เอามาลงใหม่สวยมากๆ ค่ะ ขอบคุณไรท์เตอร์ที่อุตสาห์หามาลงไว้
        ดูแล้วช่วยให้ภาพในจินตนาการยิ่งชัดเจนขึ้นค่ะ
       
     3. ถ้าเรื่องนี้มีการพิมพ์เป็นหนังสือ อย่าลืมบอกกล่าวนะคะ 
     4. ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรที่จะดาวโหลดรูปภาพประกอบสวยๆเก็บไว้ได้คะ  
         เผื่อวันนึงข้างหน้าถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยว(เฉพาะบางที่)  

         คือมีความฝันไว้ว่าในอนาคตจะไปเที่ยวต่างประเทศแบบ back pack ไปเที่ยวกันเอง
    กับครอบครัว ญาติๆ และกลุ่มเพื่อน (ตอนไปเที่ยวรัสเซียก็ไปกันเอง โดยมีน้องชายที่ทำงาน
    อยู่ 2 ปีกว่าพาเที่ยว  แต่บางเมืองก็จ้างนักศึกษาเป็นไกด์)
    #75
    0
  3. #74 p2506 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มีนาคม 2556 / 19:37
    กลับมาอ่านทวนค่ะ ติดตามอย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ !!!
    #74
    0
  4. #73 sansoan (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 00:29
    สนุกจังมารอต่อนะค่ะ
    #73
    0
  5. #65 มุกมาดา-เวียงแก้ว (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2556 / 01:19
    ขอบคุณ คุณ p2506 มากค่ะ ที่ช่วยดูคำผิด กับสำนวนแปลกๆ ให้ บางครั้งผู้เขียนก็มึน มองพลาด อ่านผ่านไป ไม่เห็นก็มี ^^
    #65
    0
  6. #63 p2506 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 มีนาคม 2556 / 17:56
    ดีใจมากๆ ที่มาอัฟต่อให้ได้อ่านอีกแล้ว  ขอบคุณอย่างจริงใจค่ะ

    ทั้งอ่านและจินตนาการ แต่ถ้ามีภาพสวยๆ ประกอบด้วยเหมือนเมื่อก่อน

    ก็จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการอ่านได้มากยิ่งขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ



    แก้บางคำนะคะ :   ก่อนจะหลับตา (หรือ ปิดเปลือกตา) ลง

                               คิ้วเรียวบ้างขมวด

                               ทว่าหัวใจกลับมีชีวิตโหยหาอ้อมกอดเขาเสมอ






    #63
    0