กรงรักมายาหัวใจ

ตอนที่ 18 : เขาเป็นใคร?????

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    7 มี.ค. 56

 





                                              เครดิตภาพโดย google




“ทำไมริสาต้องลงจากรถด้วย”

                                                                                                                           
หล่อนถามหลังจากที่ปารีสนำรถมาจอดยังลานกว้างแห่งหนึ่ง เพราะมัวแต่ก้มหน้า
มองหน้าจอโทรศัพท์กับข้อความเขมิกา

                                                                                                                                                                        
กลับถึงบ้านเรียบร้อยดีนะ เห็นเธอหลับมาตลอดทางไม่สบายหรือเปล่า

 

                                                                   
แล้วจะตอบอย่างไร
  



                                                                                                                                                       
หญิงสาวกวาดสายตาอย่างรวดเร็วไม่ได้สังเกตอะไรมาก ไกลออกไปเห็นมีอาคาร
สีขาวชั้นเดียวอยู่ไกลลิบ เรียกว่าถ้าตะโกนอะไรออกไปคงไม่มีใครหน้าไหนได้
ยินเสียงแม้แต่คำเดียว...แล้วทำไมต้องกลัว
?

                                                        


ปาริสาเริ่มสำนึกได้ว่า ไร้เหตุผลสิ้นดีกับการต้องกลายเป็นคนชอบตื่นตระหนกง่าย
แบบนี้ ค่อยๆ กระมิดกระเมี้ยนเชิญตัวเองออกจากรถโดยมีเขาเปิดประตูยืนรออยู่แล้ว
หลังจากเห็นสายตาคนตัวสูงยืนจ้องทำเป็นดุเหมือนทีเล่นทีจริง แถมถามด้วยน้ำเสียง
จริงจังว่า

 


“จะลงมาดีๆ หรือให้อุ้ม” 
 

                                                                                                                                                     

“ริสามีขา ลงเองได้ค่ะ”



                                                                                                                                                               
“นึกว่าอยากจะให้พี่อุ้มเสียอีก เลยทำเหมือนไม่อยากจะลง” เขาจุดรอยยิ้มบน
ริมฝีปากทันทีเมื่อได้รับสายตาหวานคมมองตวัดค้อน เขาติดเป็นนิสัยแล้วที่มัก
ชอบแหย่หล่อนเล่นเสมอ 
  
        
                                                                               

“เรามาทำอะไรกันตรงแถวที่...” ร่างบางมองไปข้างหน้าก่อนจะหันมาหาเขา

“ไม่มีแม้แต่ต้นไม้สักต้น”   
                            


“ริสาอยากจะปีนต้นไม้หรือครับ” เขาหัวเราะ  


                                                                                                                 


“คนบ้า แกล้งริสาอีกแล้วนะ ริสาไม่ใช่ลิงสักหน่อย” หล่อนย่นจมูกก่อนออกปาก


“ถามเพราะสงสัยต่างหาก แต่คงไม่ได้คำตอบอีกเหมือนเดิม เพราะตลอด
ทางถามอะไรก็ไม่เคยคิดจะตอบ” 



                                                                                            


“ก็อย่ามัวแต่มองไปแต่ข้างหน้าสิครับ” ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ ก่อนจะบุ้ยใบ้ไป
อีกทาง“บางครั้งการมองย้อนกลับไปข้างหลังบ้าง มันอาจจะมีคำตอบให้กับเรา”


                                                                                                                                          

หญิงสาวชอบฟังถ้อยคำเชิงปรัชญา และมักถูกใจเมื่อได้ยินเสมอ  ทว่าเก็บอาการปลื้ม
เอาไว้ไม่ให้คนตัวสูงเหลิงได้ ก่อนจะหันไปมองตามคำแนะนำ เห็นชัดเจนเต็มสองตา
เยื้องท้ายรถยนต์ออกไปไม่ไกลมากนักมีคำตอบรอท่าเด่นตระหง่านอยู่บนลานกว้างที่
ไม่มีต้นไม้แม้แต่ต้นเดียวของหล่อน

                                                                                                        



เครื่องบินลำสีขาวขนาดเล็กแบบเช่าเหมาลำส่วนตัว มีตราของบริษัท
เอกชนอยู่ด้านข้าง และห่างออกมาด้านหน้าของยานพาหนะที่ใช้บินบนฟ้าได้
เป็นชายวัยกลางคนอยู่ในชุดเครื่องแบบสีขาวคงเป็นกัปตันผ่านประสบการณ์
ชั่วโมงบินมาสูง



ปาริสาพานคิดไปถึงบิดาอีกครั้งจำได้ว่าสมัยยังเล็ก วันเด็กทีไรบิดาไม่พาไปดู
รถแข่งก็ไปสนามบินดูทหารขับเครื่องบินไอพ่นกันให้หนวกหู ทว่าเด็กหญิงมัก
จะแสดงท่าทีว่าชื่นชอบอย่างออกหน้าออกตา

                                                

ทว่าตอนนี้เขาไม่ใช่พ่อของหล่อนสักหน่อย ที่จะต้องมาคอยเอาอกเอาใจ

พี่ปารีสนะพี่ปารีสที่ให้พาไปเที่ยวมีออกจะเยอะ ทำไมต้องมาทำอะไรแบบ
ทำนองราวกับเป็นเด็กน้อยด้วย


หล่อนตัดพ้อเขาอยู่ในใจ คิดไปเองตามประสาเป็นตุเป็นตะ ก่อนจะหันไปมอง
เขากระพริบตาปริบๆ สองสามที แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง 



                                                                 

“ที่ยืนอยู่ตรงนี้ คือนางสาวปาริสานะคะ ไม่ใช่เด็กหญิงปาริสา”

แล้วพยักพเยิดหน้าบุ้ยใบ้ไปอีกทาง “ที่จะให้มาดูคนขับเครื่องบินเล่น”



                                                                                                                                                                  
หล่อนแปลกใจกับเสียงระเบิดหัวเราะของคนร่างสูง ก่อนที่เขาจะยื่นมือมา

หยิกแก้ม...อีกแล้ว

 
                                


“น่ารักจริง ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้”

เขาหยุดหยิกแก้มเบาๆ อย่างนึกเอ็นดูแกมหมั่นเขี้ยว ก่อนจะเอาสองมืออุ่นจัด

ประคองใบหน้านวลกระจ่างอมชมพูเลือดฝาด จ้องหล่อนด้วยแววตาเป็นประกาย

แล้วย้ำอย่างชัดเจน

                                           

“พี่รู้จ้ะว่าริสาไม่ใช่เด็กหญิง เป็นนางสาวแล้ว” เขาก้มลงกระซิบเบาๆ ให้หล่อน
ได้ยิน“ก็พี่ยืนยันมาด้วยตัวเองแล้ว ไม่กล้าเถียงหรอกจ้ะ


                                                                                                                                                                
โอ๊ย
!

     

                                                                                                                                                                                  

“นี่แน่ะ” ปาริสาเป็นฝ่ายหยิกแก้มเขาบ้าง เพียงแต่จัดเต็มไม่ได้เบามือเท่านั้น


“ชอบพูดจาแกล้งริสาดีนัก สมควรโดนเสียบ้าง”


                                                                                                                                                                                     
“ดุเหมือนกันนะเรา” เขาบอก ก่อนจะนึกอะไรได้บางอย่าง กำลังจะอ้าปากพูดแต่


ก็เปลี่ยนใจ ฉวยจับมือของหญิงสาวไว้แทน “ไปกันเถอะ เราต้องใช้เวลาเดินทางอีก


อย่ามัวเล่นกันอยู่เลย จะเสียเวลา” 
                                     
                               


ปาริสาถูกดึงมายังทางขึ้นเครื่องบิน

                                                                                                                                   
“เดี๋ยวนะคะ” ร่างบางหยุดตัวเองไว้แค่ตรงนั้น “หมายความว่าเราจะนั่งเครื่องบินลำนี้

ไปด้วยเหรอคะ” 
                          


“ใช่” ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนถาม “เราไปนั่งเครื่องบินเล่นกัน ดีไหม
เปลี่ยนบรรยากาศ” 
                                                   

“ริสาว่าเราแค่นั่งรถเล่นก็พอ ทำไมต้องเช่าเครื่องบินให้สิ้นเปลืองด้วย” 
 
                                                                             

“เปล่า พี่ไม่ได้เช่า” ร่างสูงตอบทันควัน


                                                                                                                                             

“หมายความว่าเขาให้นั่งฟรีเหรอคะ” ปารีสคลี่ยิ้ม 
 
                                                                                         
               
“ครับ”   


                                                                                                                                                                                 

“ทำไมคะ เนื่องในโอกาสพิเศษอะไร” ร่างสูงหัวเราะกลั้วในลำคอ พลางส่ายหน้า

ขืนมัวแต่ยืนถามตอบกับแม่สาวน้อยร้อยคำถาม มีหวังเขาไปไม่ทันนัดหมายเป็นแน่ 


                                                                                                                             


“อยากรู้ ขึ้นไปนั่งบนนั้นให้เรียบร้อยก่อน แล้วจะตอบ” เขารีบตัดบท ก่อนจะ
รีบประคองรุนแผ่นหลังร่างบางให้รีบสาวเท้าก้าวขึ้นไปด้วยกัน


 



ด้านบนปาริสาหมุนมองไปรอบจนคอแทบเคล็ด เบาะนั่งอย่างดีตัวใหญ่ปรับนอน
ได้สบาย ในความคิดของหญิงสาวแล้วน่าจะเป็นเครื่องบินส่วนตัว มากกว่าจะเป็นแบบ
เชิงพาณิชย์เช่าเหมาลำ เพราะมีเก้าอี้โดยสารแค่สองเท่านั้นนั่งคู่ติดกัน มองปารีสเอี้ยวตัว
ไปด้านข้าง ทำเป็นช่องสำหรับเก็บของ เขาหยิบแก้วไวน์มาวางแล้วรินน้ำสีแดงจัดลงไป
หลังจากเปิดขวด ก่อนจะจับยื่นมายังหล่อน ร่างบางกลืนน้ำลายลงคอขณะจ้องรอยยิ้ม
ของเขา

                                                                             

มาดเจ้าชายชัดๆ เพียงแค่เปลี่ยนมานั่งเครื่องบินเล็กลำสีขาวแทนที่จะเป็นม้าเท่านั้น
ปาริสานึกเปรียบไปในทำนองนี้ เพราะคิดมาตลอดตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ราวกับมี
เจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยไว้ขณะเหมือนหล่อนกำลังจะหมดลมหายใจไปกับกองหิมะ
และดูตอนนี้สิเขาดูเป็นนักธุรกิจใหญ่ มากกว่าแค่หนุ่มนักศึกษาคนหนึ่ง

                                                           
“รับไปสิครับ” เขาคะยั้นคะยอ “จิบสักนิดแก้หนาวได้”

                                                                                                             
“ค่ะ” หล่อนรับมาถือไว้ แล้วชวนคุย “ถ้าให้เช่าเหมาลำบินเที่ยวเล่นแบบนี้คงแพง
น่าดู เขาคิดวันเท่าไหร่คะ”  
                


ร่างบางหันไปมองรอฟังคำตอบ ปารีสยื่นแก้วในมือของเขามาหา หล่อนเข้าใจ
ความต้องการได้ทันที รีบเอาแก้วของตัวเองไปชนกระทบเบาๆ ร่างสูงยกขึ้นจิบ ป
าริสาจึงดื่มของตัวเองบ้าง 

                                   
                                               

“ไม่รู้สิครับ” เขาตอบเสียงเนิบ “ไม่เคยให้ใครเช่า”
   

                                                                                                         

หญิงสาวตาโต รีบกลืนน้ำรสชาติหวานอมเปรี้ยวฝาดนิดๆ ลงคอ
ถามอย่างประหลาดใจ   

                                               


“ให้นั่งฟรีตลอด มีด้วยเหรอคะบริการแบบนี้


“ไม่มีหรอก แต่มันเป็นเครื่องบินของบริษัท” เขาหันมาตอบเว้นจังหวะนิดหนึ่ง
ก่อนขยายความ “ไว้ให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของบริษัทนั่ง เวลาต้องเดินทาง
ติดต่อธุรกิจ
 
                                                                     
                                               

ปาริสาพยักหน้ายิ้มอย่างเข้าใจ

                                                                                                                                          

“พี่รู้จักกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในบริษัทนั้นใช่ไหม”
 
                                                                                                                 

“ก็รู้จักทุกคน” เขาตอบก่อนจะฉวยขวดไวน์มารินเติมให้หล่อน
“ทำไมเหรอครับ” 

                                                           


“อ๋อ” ร่างบางลากเสียงยาว “อย่างนี้นี่เอง ที่แท้พี่ก็ใช้เส้นสายนิดหน่อย
เลยได้นั่งฟรี”

ปาริสาหันไปมองเห็นแววประหลาดในดวงตาคู่นั้นพร้อมรอยยิ้ม
เขายักไหล่ก่อนจะตอบ 

                                                 
                                               
“ก็ทำนองนั้น” 
                                                                                                      

มันคนละทำนองกันต่างหาก...ปาริสาเพิ่งเข้าใจ เมื่อผ่านไปเพียงไม่ถึงสองชั่วโมง
เครื่องบินส่วนบุคคลลงจอดบริเวณลานกว้างอีกแห่งใกล้กับท่าเรือใหญ่ โดยมีรถยุโรป
คันหรูมารอรับ ท่าทีของคนขับรถตลอดจนคนมารอต้อนรับบริเวณซึ่งเรียกได้ว่าเป็น
จุดรับและส่งสินค้าอุปโภคบริโภคจากนานาประเทศที่หลั่งไหลมารวมกัน ต่างโค้งตัว
ให้ก่อนจะยื่นมือมาจับ

 

                                                                                                                                                                                     เรือลำใหญ่นับสิบจอดลอยเทียบท่าขนถ่ายสินค้า ไกลออกไปเหนือน่านน้ำกลาง
มหาสมุทรยังมีอีกเป็นระยะ เพื่อรอเวลาจอดเข้าเทียบยังชายฝั่ง สมแล้วที่แคนาดา
จัดอยู่ในกลุ่ม
G8 ติดสิบอันดับแรกของกลุ่มประเทศผู้ผลิต ทั้งทางด้านเทคโนโลยี
และอุตสาหกรรมด้านต่างๆ มากมาย ไทยเองก็มีการส่งสินค้ามาลงยังท่าเรือแห่งนี้
เช่นกัน เพราะเป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าจากเอเชียผ่านมหาสมุทรแอตแลนติก 
         
                                                                                               

ตลอดทางก่อนจะมาถึงท่าเรือ หล่อนนั่งเงียบกับความคิดของตัวเอง ขณะหูสองข้าง
ฟังหนุ่มผมสีทองอายุคงมากกว่าปารีสหลายปี ทว่ากลับทำท่าพินอบพิเทาให้
ความยำเกรงกับคนอ่อนวัย กำลังรายงานผลประกอบการโดยมีปารีสคอยพลิก
เอกสารในแฟ้มดูทีละหน้า หญิงสาวเข้าใจว่าเขาต้องเป็นชายหนุ่มมีฐานะคนหนึ่ง
แต่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะเป็นถึงผู้บริหารธุรกิจใหญ่


                                                                                                                                                                  
ร่างบางพยายามทบทวนชื่อบริษัทตรงปกแฟ้มใต้ตราสัญลักษณ์แบบเดียว
ตรงข้างลำเครื่องบินโดยสารที่นำพาตนจากภูมิภาคออนตาริโอมาไกลถึงภูมิภาค
ฝั่งแอตแลนติก หล่อนควรจะปลาบปลื้มและดีใจกับความโชคดีของตัวเอง
ทว่ากลับมีความรู้สึกอีกอย่าง...กลัวจับใจ

 


ปาริสามักจะยืนห่างออกไปเหมือนเป็นคนนอก ส่วนปารีสเองนั้นไม่ได้ทักท้วงเพราะ
เข้าใจดีถึงความอึดอัดของหญิงสาว ทว่าเขาไม่เคยปล่อยให้หล่อนอยู่พ้นใน
ระยะสายตา ทุกครั้งที่เขาหันไปมอง ต้องมีปาริสาอยู่ตรงนั้น...ยืนอยู่ตรงที่เดิมเสมอ

                                                                                                                                                                                        
ร่างบางมองเขาเดินกลับมาหาหลังแยกจากกลุ่มชายสามหญิงสอง คงเป็นพนักงาน
ระดับหัวหน้า ดูเหมือนเขาจะไม่สังเกต หรือเห็นแต่ทำแกล้งไม่รับรู้ต่ออารมณ์เงียบงัน
ของปาริสา ทว่าสัมผัสจากฝ่ามือกว้างที่ยื่นมาลูบศีรษะ ทำให้หล่อนรู้สึกดีขึ้น

                                                                                                                                                                                            “รอพี่อยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวจะไปเอารถอีกคันมาวนรับ” เขาพูด

                                                                                    

หญิงสาวทำเพียงพยักหน้าก่อนจะหมุนตัวมองตามแผ่นหลังกว้าง แต่ละช่วงก้าว
ของเขาเหมือนจะเริ่มห่างออกไปทุกที ก่อนจะหายลับไปกับมุมซอกตู้คอนเทนเนอร์บรรจุ
สินค้ารอลงเรือ หล่อนอธิบายความรู้สึกอึดอัดบางอย่างของตัวเองไม่ถูกเช่นกัน
ก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพื่อสิ่งนั้นจะบางเบาลงบ้าง

 

 


“เป็นอะไรไป เห็นนั่งเงียบมาตลอดทางไม่พูดไม่จา” ปารีสตัดสินใจถาม รู้สึกผิดคาด
เพราะเขาคิดว่าหากได้อยู่กันตามลำพังเมื่อไหร่ หล่อนต้องยิงคำถามเป็นชุด

                                                                                                                         
“เปล่าค่ะ” หล่อนตอบแบบประหยัดถ้อยคำเสียเหลือเกิน
ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง 

                                                                             


“จะไม่ถามอะไรพี่สักหน่อยเหรอ”
                                                                                                                                      
ปาริสาเบือนหน้าไปมอง หลังจากนั่งคอแข็งมานานตั้งแต่รถยุโรปสปอร์ตคันหรู
มุ่งหน้าจากท่าเรือออกเดินทางอีกครั้ง แม้สงสัยว่าเขาต้องการมุ่งหน้าไปแห่งไหน
แต่หล่อนขี้เกียจจะพูดด้วย ร่างบางเม้มปากแน่น กลัวจะเผลอหลุดคำพูดอยากจะ
โวยวายใส่เขานัก


                                                                                                                                                                 

ทีอย่างนี้อยากจะตอบ ก่อนนั้นทำอมพะนำ ไม่ยอมอธิบาย

หลังจากต่อว่าเขาด้วยสายตาจนสะใจ ก็หันมานั่งคอแข็งจมูกเชิดรั้นเหมือนเดิม



 

 

 

                                                                                                                                                                         
“เลิกงอนเถอะ”

                                                                                                                                                                     


ไม่ได้งอน...แค่น้อยใจ ปาริสาทำตัวเป็นคนใบ้ เก็บคำโต้ตอบไว้ในใจ
จะไม่ให้รู้สึกเช่นนั้นได้อย่างไร เมื่อเขาเห็นว่าความเข้าใจผิดของหล่อนเป็น
เรื่องน่าสนุก

                                                                                                                                            

“แล้วเลิกตำหนิพี่อยู่ในใจได้แล้ว หันหน้ามาคุยกันดีกว่า”
เขาตอบอย่างรู้ทัน

                                                                               
“ขับรถอยู่ก็มองถนนไปสิ จะหันหน้ามาคุยทำไม”

                                                                                                 
หญิงสาวตอบแบบตีรวน ขณะรู้ดีว่าตนกำลังทำตัวเป็นเด็กๆ ถึงตอนนี้หล่อนจะตกอับ
ไม่มีทรัพย์สมบัติมากมาย ทว่าก็เคยเป็นคุณหนู จึงติดนิสัยแบบนี้อยู่บ้าง มักชอบให้
คนอื่นตามง้อพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจ พลางบอกควรปรับปรุงด้านนี้เสียใหม่
เพราะหล่อนไม่ใช่คุณหนูปาริสาคนเดิมอีกต่อไปแล้ว 

                                                                                               
               
เขาหัวเราะเบาๆ ไม่ได้หงุดหงิดหรือขุ่นเคืองกับคำตอบ

                                                                                                   

“ได้ยินแบบนี้แล้วรู้สึกดีแฮะ” ร่างบางขมวดคิ้วเรียวบางหันไปจ้องคนตัวโตที่ยังไม่ยอม
หยุดยิ้มกริ่ม มีอะไรให้ชอบใจนักหนาเชียว
                                                                                                                                                                                               
“พี่ชอบให้ริสาหงุดหงิดใสหรือไงคะ” หล่อนตัดสินใจถาม

เมื่อได้ปริปากทำลายความตั้งใจตัวเองว่าจะหุบปากเงียบไม่พูดกับเขาสักพักใหญ่
จึงต้องร่ายยาวต่อ “เลยแกล้งแหย่หลอกให้ริสาเข้าใจอะไรผิดๆ แต่ริสาไม่เห็นจะรู้สึกดี
ด้วยเลย ไม่อยากเป็นตัวตลกในสายตาของใคร”  

                                                                                                                                            

“ริสาน่ารักเสมอในสายตาพี่ ไม่รู้สึกดีหรือไงที่ทำให้คนอย่างพี่หัวเราะได้ เมื่อก่อนพี่
ไม่ใช่คนยิ้มง่าย หรือหัวเราะบ่อยหรอกนะ”  


                                  
                                                                                                                                               
ความรู้สึกดี เมื่อได้ฟังอะไรที่ถูกใจเป็นแบบนี้นี่เอง ปาริสาบอกตัวเอง



                                                              
“แล้วทำไมพี่ต้องรู้สึกดีด้วย” หล่อนอยากรู้ 


                                                                                       
                               
“ก็เป็นการบอกให้รู้ว่าตัวพี่มีอิทธิพลกับริสามากกว่าจะสนใจสิ่งอื่น เพราะในชีวิต
ได้แต่พบเจอคนที่ต้องการ รวมทั้งพยายามผลักไสไล่ส่ง เพียงเพราะ เงิน อำนาจ
วาสนา ไม่ว่าทรัพย์สมบัติ เกียรติยศ หรือชื่อเสียง ถ้าอยากมีชีวิตรอดด้วยความรัก
ก็ต้องใช้เงินซื้อ คนพวกนั้นต่างหากคือตัวตลกสำหรับพี่ เพราะบางทีความโลภ
ที่ชอบฉกฉวยของจากคนอื่น อาจจะเป็นอันตรายกับเราได้สักวัน ดังนั้นไม่ควร
กำจัดศัตรูไปให้ไกลหูไกลตา แต่จงเก็บศัตรูไว้ใกล้ตัว แล้วเลี้ยงดูให้ดี ทำเพียง
แค่เฝ้ามอง จนกว่า...”   เขาหยุดพูดแค่นั้น

                                                                                                                                

หญิงสาวจ้องชายหนุ่มตาแทบไม่กระพริบ ได้แต่นั่งฟังเงียบ แปลกนักแม้แต่
ลมหายใจของหล่อนก็ยังรู้สึกสะดุดขาดเป็นช่วงๆ กับน้ำเสียงกร้าวอย่างที่ไม่เคย
ได้ยินมาก่อน หลุบเปลือกตามองสองแขนแข็งแรงของเขาเกร็งจากการกำ
พวงมาลัยแน่น รวมทั้งสัมผัสได้ถึงแววตาเหมือนมีความคับแค้นใจอะไรบางอย่าง
หล่อนไม่อาจทราบได้ว่าเวลาของอดีตที่ผ่านมาเขาต้องพบเจอกับอะไรมาบ้าง
แต่ที่แน่ใจได้อย่างหนึ่งคือ ไม่เคยรู้สึกว่าปารีสเป็นผู้ชายที่น่ากลัวได้เท่ากับวันนี้


              

ยังมีอีกหลายอย่างที่หล่อนยังไม่รู้เกี่ยวกับตัวตนของผู้ชายคนนี้...เขาเป็นใคร?



.....................................

โปรดติดตามตอนต่อไป...มาร่วมลุ้นไปด้วยกันว่าเขาเป็นใคร?  ^^

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #58 p2506 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:14
    มารออ่านต่อนะคะ
    #58
    0
  2. #56 p2506 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2556 / 18:55
    มารอลุ้นว่า "เขาเป็นใคร ?"  รออ่านค่ะ...
    #56
    0
  3. #55 p2506 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:28
    ดีใจมากๆ ค่ะที่กลับมาอัฟต่อแล้ว ขอให้ได้อ่านแบบสม่ำเสมอนะคะ
    เน้นเนื้อหาเป็นหลัก  เรื่องจัดหน้าไว้ทีหลังก็ได้ค่ะ .....
    อ่านตอนนี้แล้ว นึกกลัวแทนริสาค่ะว่าถ้าวันใดทำให้พี่ปารีสแค้นเคือง
    สงสัยต้องเจอศึกหนักแน่ๆ  เพราะดูท่าพระเอกของเราจะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น
    และเป็นจอมวางแผน(ก็ไอคิวสูงซะขนาดนั้น คงคิดได้ยอกย้อนน่าดู) !!!

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:48
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:51
    #55
    0
  4. #54 มุกมาดา-เวียงแก้ว (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:52
    อยู่ระหว่างเคาะจัดหน้าค่ะ ลงแล้วรวนหมดต้องมาเคาะที่บรรทัด ^^ รอให้จัดหน้าเสร็จค่อยอ่านอีกทีนะคะ เบี้ยวไปเบี้ยวมา
    #54
    0