กรงรักมายาหัวใจ

ตอนที่ 17 : ท่วงทำนองแห่งรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 639
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 มี.ค. 56

 





“พี่จะพาริสาไปไหนกันแน่
?” หญิงสาวโวยวายจะเอาคำตอบ “บอกริสาเดี๋ยวนี่นะคะ ริสาไม่อยากไปในที่ไม่รู้ตัวล่วงหน้าว่าจะเจอกับอะไร...แล้วทำไม”

 

“ริสากลัวอะไรครับ” ปารีสถาม “อย่าบอกนะว่ากลัวพี่”

 

ร่างบางชะงัก เรียวปากบางเผยอค้างเพราะยังพูดไม่จบหุบลง หล่อนกัดริมฝีปากล่างแน่น พลางคิดว่า นั่นสิ ทำไมหล่อนต้องกลัวเขาด้วย ในเมื่อสถานการณ์มันเลยพ้นขีดอันตราย จะมานั่งทำตัวเป็นสาวน้อยไร้เดียงสา กลัวชายคนนี้ลักพาตัวไปทำมิดีมิร้ายหญิงสาวรีบหันไปบอก

 

“ริสาเปล่ากลัวสักหน่อย ก็แค่อยากรู้ มันก็แค่คำถามที่ต้องการคำตอบเท่านั้น” ดวงตาคู่หวานมีประกายเมื่อนึกอะไรบางอย่างได้ “วันนี้ริสามีสิทธิ์ถามด้วยความอยากรู้ถึงผู้ชายคนนั้นได้วันละ 1 คำถาม ขอใช้สิทธิ์ของวันนี้ค่ะ”

 

 “จะถามอะไรครับ”

 

“ผู้ชายคนนั้นจะพาริสาไปไหน”

 

“บังเอิญบุรุษไปรษณีย์หัวใจวันนี้ลาพักร้อนพี่เลยถามไม่ได้” เขาจ้องใบหน้างอง้ำของหล่อนไม่กะพริบ “และคนที่กำลังพาริสาไปไม่ใช่ผู้ชายคนนั้น แต่เป็นผู้ชายคนนี้” ชายหนุ่มชี้มาที่ตัวเอง

 

เขาหันมายิ้มกริ่ม ทว่าทั้งสีหน้าและคำพูดที่หลุดออกมากลับถูกจุดอย่างจัง...จุดเดือด ของผู้หญิงที่ชื่อปาริสา

 

“คนขี้โกง!” หญิงสาวเสียงดังอย่างหงุดหงิด “ทำไมต้องเจ้าเล่ห์กับริสาด้วย” หล่อนหันไปคว้าพวงมาลัย “จอดรถเดี๋ยวนี้นะ ริสาจะลง”

 

“ริสากำลังจะทำอะไรอยากรถพลิกคว่ำตายหรือไง” ร่างสูงเอ็ดก่อนจะหมุนหักพวงมาลัยจอดข้างทาง แต่ไม่ยอมปลดล็อกประตู เพราะหล่อนเขย่าออกแรงอย่างไรก็ไม่ขยับ

 

บัดนี้ปาริสากลับรู้สึกว่ารถยนต์คันหรูไม่ต่างจากกรงขัง เมื่อหล่อนไม่สามารถบินหนีไปไหนได้ จึงสะบัดหน้าหันไปมอง แววตากล่าวโทษ

 

“ทำอะไรลงไปรู้ตัวบ้างไหม เห็นอยู่สภาพถนนลื่นขนาดไหน ไม่กลัวตายหรือไง” ใครบ้างไม่กลัวตาย...หล่อนตอบเขาแค่เพียงในใจ ทว่าอารมณ์ตอนนั้นไม่ได้คิดถึงด้วยซ้ำว่าอาจพาตัวเองไปใกล้ดินแดนแห่งลมหายใจเฮือกสุดท้าย

 

“ก็พี่ปารีสกวนประสาทยั่วโมโหริสาก่อนทำไม”

 

“น้องริสาเนี่ยเวลาโมโหก็เอาเรื่องน่าดูเหมือนกันแฮะ” เขาบอกหล่อน

 

“ผิดหวังเหรอคะ”

 

“ทำไมต้องผิดหวัง” ร่างสูงตอบ “ในเมื่อพี่ไม่เคยตั้งความหวังว่าน้องริสาต้องเป็นแบบไหน ที่สำคัญพี่ไม่เคยคิดจะให้น้องริสา สงบเสงี่ยมเรียบร้อยอยู่แต่ในโอวาทสักหน่อย ”

 

“อ๋อ...ที่แท้ผู้หญิงแบบนั้นเองเหรอคะ ที่พี่บอกว่าต้องไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา” ปาริสายังคงหน้าง้ำ อะไรหลายๆ อย่างในใจก็เริ่มเปิดเผยออกมา

 

“อ๋อ ที่แท้อารมณ์เสีย เพราะเก็บคำพูดของพี่มาคิด” ปารีสสรุป คนถามถึงกับคอแข็งเมื่อโดนจี้ถูกจุด

 

“ปะ...เปล่าสักหน่อย” หล่อนยังคงปากแข็ง

 

“ถ้าไม่คิดอะไรก็แล้วไป” ปารีสพูด “ถ้ากำลังคิดไร้สาระอยู่ล่ะก็ขอบอกเลยว่าน้องริสาเองที่บอกให้พี่ห้ามเปิดเผยความสัมพันธ์ก่อนถึงเวลา พอคราวนี้พี่ให้ความร่วมมือจะมางอแงใส่พี่ทำไม”

 

หญิงสาวเม้มปากจ้องตอบไม่ยอมแม้แต่จะกะพริบตา  งอแงคำนี้ฟังแล้วให้ความรู้สึกราวกับกำลังโดนเขาดุ เมื่อเห็นว่าหล่อนทำตัวเป็นเด็กๆ และดูเหมือนหล่อนจะซ่อนความคิดอ่านจากแววตาไม่ได้

 

“กำลังหงุดหงิดอีกล่ะสิ” เขาว่า ถอนหายใจ “ยังไม่ทันพ้นระยะข้าวใหม่ปลามัน ก้นหม้อยังไม่ทันดำ ก็จะชวนทะเลาะกันเสียแล้ว”

ท่ามกลางความหงุดหงิดกึ่งเสียหน้าเมื่อโดนจับได้ ว่าตนกำลังคิดหรือรู้สึกอะไร ปาริสาอยากจะหลุดหัวเราะ แต่ต้องกลั้นไว้ เมื่อสำนวนไทยแบบชัดถ้อยชัดคำที่เขาเปรียบเปรยขึ้นมาจากปากชายหนุ่มลูกครึ่งซึ่งกระเดียดไปทางตะวันตกฝ่ายบิดามากกว่าไทยทางฝั่งมารดาเสียอีก เขาคงได้รับการเอาใจใส่ให้ฝึกฝนเรียนรู้ภาษาไทยมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก

 

“ริสาเปล่าชวนทะเลาะเสียหน่อย”

 

“แถมยังเป็นผู้หญิงปากแข็งอย่างเหลือเชื่อ” ปารีสรีบเสริม

 

“พี่ปารีส!

 

“ครับ”

 

“ก็เพราะคำพูดแบบนี้ไง กับท่าทางแบบนี้ พี่จึงเป็นฝ่ายยั่วโมโหริสาก่อน ไม่ใช่ริสาชวนทะเลาะด้วย”

 

“พูดแบบไหน ท่าทางยังไงกัน” ร่างสูงถาม ปาริสาย่นจมูก ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะมองตัวเองไม่ออก ว่าเป็นคนประเภทไหน

 

“ก็พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เหมือนไม่มีอะไร แต่สีหน้าสายตาท่าทางหยิ่งทะนง แล้วก็ถือตัวอย่างร้ายกาจ กลับทำให้สิ่งที่พูดออกมากระทบคนฟังบาดจิต มากกว่าต่อว่ากันตรงๆ เสียอีก” หญิงสาวหยุดเว้นจังหวะมองสีหน้าแสดงอาการคาดไม่ถึงของคนตัวสูง ปารีสคงไม่คิดว่าหล่อนจะรู้สึกแบบนั้น “พี่คงไปเรียนรู้วิธีพูดแบบนี้มาจากสังคมชั้นสูงล่ะสิ”

 

ชายหนุ่มปรับสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมาให้เห็นเมื่อเจอคำถามต่อเนื่องทิ้งท้าย

 

“ว่าแต่ที่พี่ทวีปพูดว่า พี่ปารีสไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา แต่เป็นพวกสังคมชั้นสูง คืออะไรคะ?

 

“พี่ว่าเราเสียเวลามามากพอแล้ว เดินทางกันต่อดีกว่า”

ปารีสรีบเปลี่ยนเรื่องพลางจัดการเคลื่อนรถออกจากตำแหน่งเดิม จุดหมายยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ชายหนุ่มไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ โดยการเลี้ยวรถกลับไปส่งยังที่พักของหญิงสาว ถึงเขาไม่หันไปมองสีหน้าหล่อน ก็รู้ได้อัตโนมัติว่าตอนนี้คงกำลังของขึ้นไม่ใช่น้อย เมื่อโดนชายถือตัวร้ายกาจอย่างเขาเมินไม่สนใจ เหมือนไม่ได้ยินคำถาม แต่การคาดเดาว่าเจ้าหล่อนต้องโวยวายยกใหญ่กลับไม่เป็นอย่างที่ปารีสกำลังตั้งหลักรอรับสถานการณ์เฉพาะหน้า

 

ร่างสูงเบือนหน้าหันไปมอง เห็นหญิงสาวข้างกายนั่งกอดอกทำปากยื่น  ปลายจมูกเล็กได้รูปเชิดสูง สะบัดหน้าหนีมองออกไปแต่ด้านนอกกระจกรถ ปารีสกระแอมในลำคอ ก่อนจะถามอย่างเอาใจ เมื่อเทียบกับการไม่ต้องบอกบางอย่างกับปาริสา การตอบคำถามก่อนนั้นดูเหมือนจะดีกว่า

 

“ตกลงน้องริสา อยากรู้ไม่ครับ ว่าพี่ปารีสกำลังจะเดินทางไปไหน”

 

“ไม่อยากรู้แล้วค่ะ พี่จะพาไปขึ้นสวรรค์หรือลงนรกก็ตามสบายเลยค่ะ” คือคำตอบของปาริสา ชายหนุ่มหัวเราะกลั้วในลำคอ เมื่อคิดว่าเขาคงไม่มีทางเลือกเส้นทางที่จะพาหล่อนลงนรกแน่นอน

 

“มันตลกมากหรือไงคะ”

หญิงสาวหันไปถาม จิตใจเริ่มปรับลงสู่ระดับปกติ เรียกได้ว่าหล่อนเริ่มจะปลงตก เมื่อเขาไม่ตอบคำถาม แสดงว่าสิ่งนั้นคืออะไรบางอย่างที่ปารีสไม่อยากให้แฟนสาวต้องรับรู้ หล่อนจึงได้แต่ทิ้งปริศนาดำมืดค้างไว้ในหัวใจอย่างนั้น ต่อให้เอาเหล็กกล้ามางัดง้างปากพ่อตัวดี ก็ไม่มีทางหลุดออกมาให้ได้ยิน

 

“เปล่าพี่ไม่ได้หัวเราะเยาะน้องริสาสักหน่อย” ชายหนุ่มรีบอธิบาย “แค่นึกขำความคิดตัวเองเท่านั้น”  ถึงจะปลงตกแต่อารมณ์เรียกว่า งอนยังอยู่คู่กับผู้หญิงวันยังค่ำ หล่อนจึงทำเมินไม่อยากสนใจสิ่งที่เขาจะกล่าว

 

“แล้วไม่อยากรู้เหรอว่าพี่กำลังคิดอะไร”

 

“ริสาว่าพี่ตั้งใจขับรถเถอะค่ะ เราเสียเวลามามากพอแล้ว ริสาไม่อยากคุย อยากถาม หรือมองหน้าให้พี่ต้องเสียสมาธิ” ปาริสารวบยอดย้อนรอยเขาก่อนนั้นรวดเดียว “ริสาเองก็ง่วง คราวนี้ของจริง ไม่ได้แกล้งหลับด้วย”

 

พูดทิ้งไว้เท่านั้นหล่อนก็ขยับตัวหันหลังเอียงคอหลับกับพนักพิงเบาะรถ ร่างสูงโคลงศีรษะ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าสาวคนรัก กำลังออกอาการขัดใจเพราะไม่ได้ยินในสิ่งที่เจ้าตัวอยากรู้ เพียงแค่ปารีสมีเหตุผลของตัวเองเท่านั้น จึงคิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่หญิงสาวจะรู้เรื่องราวเหล่านั้น

 

“น้องริสาจะฟังเพลงไหม พี่จะเปิดให้ฟัง” เขาเสนอแบบต้องการชวนคุย เพราะรู้ว่าหล่อนคงยังไม่หลับจริงอย่างว่า และความคิดของเขาก็ได้รับการยืนยันด้วยเสียงที่ลอยออกมาให้ได้ยิน

 

“ไม่ค่ะ จะฟังอย่างอื่นทำไม ในเมื่อสิ่งที่ริสาอยากฟัง กลับไม่ได้ยิน ต่อไปริสาจะทำตัวเป็นคนหูหนวก ตาบอด” ท้ายประโยคบอกชัดว่าเจ้าหล่อนกำลังประชดประชัน เขาก็เลยทำมึนแกล้งไม่เข้าใจเสียอย่างนั้น เพราะไม่อยากให้บรรยากาศมาคุไปกว่านี้

 

“อ๋อ น้องริสาอยากฟังเสียงพี่” ปารีสรีบสรุปเข้าข้างตัวเอง “ได้สิครับ เดี๋ยวระหว่างขับรถ น้องริสาหลับให้สบาย พี่ปารีสจะร้องเพลงกล่อมเอง”

 

ปาริสาลอบถอนหายใจเฮือก เมื่อเห็นว่าสารถีที่ไม่รู้จะพาหล่อนไปสู่จุดหมายไหน กำลังแกล้งหยอกล้อหล่อนเล่นอีกเช่นเดิม แปลกนักความขุ่นมัวค่อยๆ เลือนจางหายเมื่อได้ยินเสียงทุ้มกังวานขับขานท่วงทำนองเพลงสากลจากชายหนุ่มคนรัก ยิ่งความหมายของเนื้อเพลงเริ่มกัดกร่อนกินหัวใจ จนรู้สึกไหวหวั่นและอ่อนยวบลงกะทันหัน และไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะมีรสนิยมชื่นชอบเพลงสมัยเก่ารุ่นพ่อรุ่นแม่ยังหนุ่มยังสาว หญิงสาวเริ่มรู้สึกเปลือกตาหนักอึ้ง พร้อมกับซึมซับความอ่อนหวานสู่นิทราด้วยรอยยิ้ม

 

เธอคือคำตอบของหัวใจที่อ้างว้าง  เธอคือนางฟ้าจากเบื้องบน

ฉันเปล่าเปลี่ยวมานานจนได้มาพบเธอ พร้อมกับความหัศจรรย์ ของความรักของเธอ

ฉัน ไม่รู้ว่าตัวเองมีชีวิตอยู่มาได้อย่างไร เธอคือชีวิต คือพรหมลิขิตของฉัน

โอ้ที่รัก ฉันรักเธอเหลือเกิน  เธอคือทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน

หากวันใดเธอจากฉันไป ฉันคงเหลือเพียงน้ำตาแห่งความเหงาหงอย

ดวงอาทิตย์เบื้องบนคงจะไม่ฉายแสงอีก และคงจะมีหยดน้ำตาหล่นจากฟากฟ้า

ฉะนั้นโปรดกอดฉันไว้และอย่าปล่อยฉันไป และโปรดบอกว่ารักเราจะอยู่ตลอดไป

โอ้ที่รัก ฉันรักเธอเหลือเกิน เธอคือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับฉัน

 

เครดิต  song : you mean everything to me โดย neil sedaka


โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #51 p2506 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 มกราคม 2556 / 18:44
    แวะเข้ามาทักทายและขอส่งกำลังใจให้ไรท์เตอร์มีสุขภาพดีและไม่เครียดนะคะ
    ยังติดตามผลงานอยู่เสมอค่ะ  ที่จริงอยากได้งานเขียนเก่าๆ ด้วยค่ะ
    ไม่ทราบว่ายังพอมีขายที่ไหนบ้างคะ ? 
      
    #51
    0
  2. #46 p2506 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2555 / 15:33
    มารออ่านอยู่นะคะ (นานแล้วอ่ะ) 
    #46
    0
  3. #45 p2506 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 กันยายน 2555 / 15:45
    ได้ฟังเพลงเก่าๆ แบบนี้ แล้วนึกถึงสมัยยังวัยรุ่น
    ไปดูหนังฝรั่งเรื่อง..รักน้อยๆ + รักมากๆ หน่อย  หลงรักเลยล่ะ
    ถ้าจำไม่ผิด  น่าจะเป็นเพลงยุค sixty นะคะ  
    ชอบค่ะ  ชอบบบบบบบ

    #45
    0