ลิขิตรักด้ายดำ

ตอนที่ 5 : ข้าจะอยู่ที่นี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,058
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    3 ธ.ค. 60











"ถลกขนทำอาภรณ์"

"......."

"ทำยาลูกลอนบำรุงตบะ"
"......."
"เฉือนเนื้อทำอาหาร"
"......"
"ขายต่อให้เทพเซียนตนอื่น"
"......"  
"เช่นนั้นแล้วเจ้าแบกมันมาด้วยทำไม!?" เลี่ยหลิวเหลืออด มันไม่เข้าใจสตรีหน้านิ่งตรงหน้าเลยจริงๆ ไหนนางเคยบอกว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเทพเซียนอีก แล้วทำไมต้องแบกจิ้งจอกสีฟ้าตนนี้มาด้วยเล่า 
วาจาสตรีนี่เชื่อไม่ได้โดยแท้ 
นี่สินะที่เขาเรียกว่า สามวันนารีเป็นอื่น! (?)

จินหั่วมองมันด้วยสายตา เจ้าไม่ได้เป็นคนแบก ฉไนจึงแหกปากนักเล่า! เจ้าตัวดีทำเป็นมองไม่เห็น เชอะ! มันกำลังงอน ต่อให้ทำหน้ายุ่งใส่มันก็ไม่หวั่นหรอก!

ไหล่ขวาข้างนั้น มันที่ของข้านะ!!

"เจ้าคิดว่าถ้าปล่อยมันไว้จะเป็นเช่นไร" นางเอ่ยถาม ทั้งดวงตาและท่าทางแลดูจริงจัง จนคนที่ตั้งแง่กำลังงอนต้องเปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจังบ้างไม่ได้

"คงมิแคล้วถูกจับไปโชว์อีก" มันทำปากขมุบขมิบอย่างไม่มั่นใจ  หญิงสาววางเจ้าตัวเล็กลงในเบาะนวม  ตอนนี้พวกนางเข้าพักที่โรงเตี้ยมแห่งหนึ่งในเมืองนี้ ด้วยเจ้าเต่ายังคงแสดงเป็นของประดับ กับจิ้งจอกสีฟ้าที่ถูกนางจับยัดใส่ซอกคอเป็นผ้าคลุมขนสัตว์กันหนาวจึงไม่มีผู้ใดสงสัย 

"เปล่าเลยเต่าโง่ เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่แล้วไม่ใช่หรือ ป่านนี้ข่าวนั้นคงแพร่สะพัดไปทั่วแล้ว แม้ว่าความจริงอาจถูกบิดเบือนว่าเกิดการปล้นชิงทรัพย์ แต่ถ้าหากบริเวณนั้นมีจิ้งจอกนอนอยู่ คนก็จะรู้ว่าข่าวลือเหลือเชื่อเกี่ยวกับจิ้งจอกสวรรค์เป็นจริง สุดท้ายก็จะเกิดการแย่งชิง" นางเอ่ยถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ด้วยเหตุที่ว่าเกิดลมหมุนทำให้เกิดความอลม่าน ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงไม่รู้ว่าหลังจากพายุนั่นเกิดสิ่งใดขึ้น พวกนั้นอาจคิดว่าศพและร่องรอยการต่อสู้ทั้งหมดเป็นสวรรค์ลงทัณฑ์ หรือแม้แต่เกิดการปล้นสินค้ากลางวันแสกๆ แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่มักจะเชื่อข้อหลังที่ดูน่าเกิดขึ้นจริงมากกว่า หากปล่อยไปเฉยๆปัญหาก็คงไม่เกิดตามมา

        ทว่า หากใกล้บริเวณนั้นยังเหลือ จิ้งจอกสีฟ้าตัวนี้อยู่ด้วยละก็ ปัญหาใหญ่เกิดขึ้นแน่นอน

"แล้วอย่างไร เจ้าไม่เห็นต้องไปสนใจก็ได้ เข้าไปยุ่งอย่างนี้ภัยจะมาถึงตัวเจ้ารู้หรือเปล่า" เสียงแหลมเทศนา ซึ่งจินหั่วก็รับฟังอย่างเงียบๆ ไร้ข้อโต้แย้งใดๆ  

       ถูกต้อง  หากจะตัดขาดแล้วไม่จำเป็นต้องยื่นมือเข้าไป

"ข้าไม่ได้บอกว่าจะเข้าไปยุ่งเสียหน่อย ข้าแค่จะนำมันไปส่งให้เทพเจ้าที่เท่านั้น" นางกล่าวราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย 

"อีกอย่าง ข้าคิดจะใช้ชีวิตเช่นมนุษย์ที่เมืองนี้" หญิงสาวยังคงวางท่าทีไม่ยินดียินร้าย ท่าทางไม่จริงจังของนางทำให้เจ้าเต่าคิ้วขมุ่น

"เจ้าโกหก!"

"เปล่า ข้าพูดจริง" จินหั่วจ้องมองมันอย่างจริงจังอีกครั้ง

"ข้าคิดว่าเรารอนแรมมาพอแล้ว ข้าควรจะใช้ชีวิตมนุษย์จริงจังเสียที" หญิงสาวกล่าว แววตาแลดูอ่อนแสงลง

"แล้วที่ข้าทำนี่ก็เพื่อไม่ให้สถานที่ที่ข้าจะอยู่ต้องวุ่นวายอีก"

  ใช่ เพราะนางตั้งใจตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าจะใช้ชีวิตเช่นมนุษย์ ชีวิตใหม่ของนาง...

หากนางปล่อยจิ้งจอกตนนี้ไว้ แล้วถูกมนุษย์นำไปใช้ประโยชน์ ไม่ช้าก็เร็ว คนจากโลกนั้นต้องเข้ามาวุ่นวายกับโลกนี้แน่

"เฮอะ!" หัวทุยๆสะบัดออกด้านข้าง มันทำทีเดินต้วมเตี้ยมหันหลังให้นาง ก่อนจะนั่งแมะลงบนผ้านวมอีกผืน  

ช่างแง่งอนจริงนะ

จินหั่วได้แต่หัวเราะอย่างอ่อนใจ  จริงๆแล้วเจ้าเต่านี่ก็มีมุมน่าคบหาอยู่เหมือนกัน






พรวด!

เลือดสีแดงทะลักออกมาจากริมฝีปากอ่อนแรง ย้อมขนสีฟ้าอ่อนให้กลายเป็นสีแดงเข้ม เลี่ยหลิวย่นคิ้ว มันใช้เท้าป้อมๆเขี่ยวจิ้งจอกสีฟ้าราวกับจะดูว่าตายหรือไม่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่มันขี่อยู่ราวกับสงสัยบางอย่าง

"ถ้าจะทำหน้าแบบนั้น ก็รีบไปเข้าส้วมซะ" ก็ยังคงไม่ไว้ไมตรีกันสักนิด มารดามันเถิด นั่นปากหรือ!!!

"หืยย เฮอะ! " เจ้าเต่าเลือกที่จะเงียบแทน มันเชิดหน้าหนีไปทางอื่น จินหั่วเห็นมันแลดูโกรธจริง หญิงสาวจึงยอมลงให้อย่างช่วยไม่ได้

"เจ้าจะพูดอะไรก็ว่ามา" นางว่าขณะที่สองตายังคงมองไปยังบันไดหลายร้อยขั้นตรงหน้า สองเท้ายังคงก้าวเข้าไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น ท่ามกลางบรรยากาศป่าไผ่สองข้างทาง 

แน่นอนว่าตอนนี้ นางกำลังเดินทางไปยังศาลเจ้าของเมืองนี้ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของเทพอารักษ์หรือเจ้าที่  ซึ่งเส้นทางก็เป็นดังที่กล่าวมาก่อนหน้า

คือบันไดหลายร้องขั้น วนขึ้นภูเขา ซึ่งปลายทางเป็นศาลเจ้าที่ว่า 

       เนื่องจากเมืองนี้เชื่อเรื่องความลำบากแสดงถึงพลังศรัทธา ทำให้ศาลเจ้าของเมืองถูกตั้งบนยอดเขา โดยมีบันไดหมื่นขั้นเป็นอุปสรรค 

หากไม่ย่อท้อต่อความลำบาก ท่านเทพจะเมตตา  

ชาวบ้านผู้หนึ่งบอกแก่พวกนาง

เมตตาหรือไม่ช่างก่อนเถิด ปัญหามันอยู่ที่เมื่อไหร่เล่า จะถึงยอดเขาเสียที!

"เหาะไปเถิด" เลี่ยหลิวหมดความอดทน ตลอดทางมันสู้เก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ยอมพูด ก็เพียงเพื่อคิดว่านางมีเหตุผล แล้วอีกไม่นานคงบอก มันรอคอยตั้งแต่อยู่โรงเตี้ยม จนออกจากโรงเตี้ยม จนออกจากประตูเมือง จนมาถึงตีนเขา จนกระทั่ง
กระทั่งข้าไม่ไหวแล้วนะ!

"เหตุใดเจ้าไม่เหาะไป!!" มันใช้เสียงสูงกว่าเดิมด้วยเหลืออด ทำเอาทั้งนางและแม้กระทั่งจิ้งจอกที่สลบอยู่ยังสะดุ้ง

"เจ้าทำบ้าอะไรเนี้ย!!" จินหั่วอยากจะเหวี่ยงมันออกไปให้ไกลโพ้น ความเงียบที่นางสั่งสมมาถูกทำลายยับเพราะตัวบัดซบตรงหน้านี่!

"เจ้าจะเดินทำอะไร! กว่าจะเดินถึงมีหวังเจ้าจิ้งจอกนี่ต้องเป็นศพก่อนแน่" เจ้าเต่าไม่รู้ความยังคงส่งเสียงเสียดแก้วหูอยู่เหมือนเดิม จนนางอยากจะฆ่าตัดลิ้นแล้วโยนลงหม้อตุ๋นเสียให้เข็ด ไอ้เจ้าจอมทำลายเอ้ย!

"ข้าแค่ศรัทธาท่านเจ้าที่ ปีศาจเช่นเจ้าจะไปรู้อะไร" หญิงสาวกล่าวอย่างอ่อนหวาน ทั้งที่สีหน้าและแววตาราวกับคมมีด
เอือก! ปิศาจ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ 

น่ะ น่ากลัว

นี่มันอะไร!? การกลั่นแกล้งแบบใหม่อย่างนั้นหรือ?

"อีกอย่าง ข้าเหาะไม่ได้อย่างเจ้าหรอกนะ หากจะให้เร็ว เจ้าเชิญเหาะไปผู้เดียว วันนี้ข้าตั้งใจจะนำจิ้งจอกสวรรค์ตนนี้มามอบให้ท่านเทพด้วยศรัทธา เจ้าจะไปเข้าใจอะไรล่ะ" นางยังคงกล่าวด้วยท่าทางและน้ำเสียงเช่นเดิม เพิ่มเติมคือราวกับตำหนิมัน
เดี๋ยว!  เดี๋ยวก่อน! เจ้าไปศรัทธาเทพเจ้านั่นตั้งแต่เมื่อใด? ได้ข่าวว่าแม้แต่หน้ายังไม่เคยเจอไม่ใช่หรือ!?

เจ้าเต่ายังงงกว่าเดิม เพิ่มเติมคือปากและสีหน้าดูเหวอราวกับเห็นผี
สวรรค์ สตรีตรงหน้ามันเป็นบ้าไปแล้ว!

"หึหึหึ" เสียงหัวเราะแผ่วเบาของใครบางคนทำให้หนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวที่กำลังยืนเถียงกันอยู่หัวไปมองด้วยความตกใจ

คนผู้นี้ มาตั้งแต่เมื่อใดกัน!?

เลี่ยหลิวตะลึงพรึงเพริด 

ไม่ผิด ที่มันตะลึงน่ะไม่ผิด แต่ไอ้คนที่ทำท่าท่างตะลึงเสียจนเกินความเป็นจริงนั่นมันอะไร!?
เจ้าเต่าเริ่มมีสีหน้าเครียดขรึม มันกำลังครุ่นคิดว่าอาหารมื่อเช้าถูกใครวางยาหรือไม่

"ท่านเป็นใคร" จินหั่วเอ่ยถาม

สวรรค์! ท่าน!  นางกล่าวกับผู้อื่นว่าท่าน! ไม่ใช่เจ้า แก มัน  นี่มันอะไรกัน จินหั่วผู้นั้นหรือว่า เจ้าเป็นตัวปลอม!

ไวเท่าความคิด คนตัวใหญ่กว่าราวกับรู้ความคิดของมัน หญิงสาวจึงใช้มือบรรจงหยิกไปที่ขาหน้าของเจ้าเต่าอย่างไม่ทันตั้งตัว แล้วหันมายิ้มหวานสยองให้ก่อนที่เจ้าตัวดีจะโวยวายอะไรอีก

เลิกคิดเพ้อเจ้อแล้วหุบปาก พูดอีกคำเจ้าตาย

!!


"ดูเหมือนข้าจะเสียมารยาทแล้ว" คนผู้นั้นกล่าวแล้วแย้มยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่แทบทำให้หญิงสาวที่พิศมองเพียงครั้งเดียวอมตายแทนได้ ด้วยดวงหน้าราวกับปั้นแต่ง ผิวขาวสุขภาพดีราวสตรีในห้องหอ ทว่าเนินเนื้อแน่นอย่างชายชาตรี เส้นผมดำขลับราวไหมชั้นดี ตัดกับอาภรณ์สีขาว ยิ่งขับให้คนตรงหน้ายากจะหาคำใดเปรียบ เกรงว่าคำว่า งดงาม คงจะน้อยไปด้วยซ้ำ

จินหั่วยังคงจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ราวกับรอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ ต่างจากเลี่ยหลิวที่ยังคงตะลึงกับรูปลักษณ์ของอีกฝ่าย

เกรงว่ารูปลักษณ์งดงามเช่นนี้ที่โลกเทพก็ยังหายากกระมัง

แต่เดี๋ยวก่อน

หน้าตาดูคุ้นๆ

มันหรี่ตามองอย่างตั้งใจโดยพยายามไม่ให้รูปลักษณ์นั่นลวงล่อ 

!

!!

นี่!

นี่มันเจ้าจิ้งจอกอำมหิตตนนั้นนี่!?!!





.......................................................

คุยกัน
ขอโทษที่หายน้าาาา 
งานเยอะจริงจริงงงงงงงงงง   ไรท์ทำงานพิเศษด้วยเลยยิ่งไม่มีเวลาเข้าไปใหญ่ พาลให้คิดอะไรไม่ออก ยังไงก็ขอโทษด้วยนะฮับT^T

อย่างไรก็ติชมกันได้เน้อ(เม้นเล็กน้อยสำหรับกำลังใจ 5555 มีแอบขายของ)


แล้วมันก็มาาาา 5555 นางเอกวางแผนโบ้ยจิ้งจอกให้ผู้(เทพ)อื่นรับไป แต่มันจะสำเร็จหรือไม่รอติดตามนะจ๊ะ^^  
ปล. นิยายเรื่องนี้ค่อยเป็นค่อยไปเน้อนางเอกอยากใช้ชีวิตเอื่อยเฉื่อย แต่ก็เหมือนสวรรค์จะไม่ให้นางเอื่อย
นางไม่ไปหาเรื่อง เดี๋ยวเรื่องก็มาหานางเองนั่นแหละ5555
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

71 ความคิดเห็น

  1. #57 a retired auntie (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:08
    ท่าน !
    #57
    0
  2. #41 Babipie (@manaschanokp) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 00:39
    กี้ดดดดๆใครกันที่โผล่มา5555พระเอกนี่คนใหม่หรือเก่าตายตัวลุ้นไปด้วยทุกตอนนางเอกชอบมากมีความนิ่งเก็บอารมณ์ดี
    #41
    0
  3. #27 maneerat1083 (@maneerat1083) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 17:59
    #27
    0