you're beautiful Season2

ตอนที่ 8 : 7 อา เชน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    31 ธ.ค. 52

หลังจากที่ได้พัก 2-3 วัน วง AN Jell ก็กลับมาซ้อมอย่างกระฉับกระเฉง
ประธานอันได้ให้กำลังใจก่อนการซ้อม
“เช้าวันนี้ เราจะซ้อมกันเต็มที่เลยทุกคน เราเลทไปหลายวัน เราจึงต้องเร่งเครื่องเพื่อให้ทันการ! ช่วงบ่้ายทุกคนจะได้ลองฟิตติ้งเสื้อผ้าที่จะใช้ในการแสดง และก็เหมือนเดิมนะ ถ้ามีการแก้ก็ต้องรีบบอกฝ่ายคอสตูมจะได้แก้ไขทัน โอเค ทุกคนซ้อมได้ ไฟท์ติ้ง!”

“เย้.. ฟิตติ้งเสื้อผ้า! ชั้นอยากรู้แล้วหละว่าคราวนี้จะได้ใส่เสื้อผ้าแนวไหน ชั้นอยากได้แนวเท่ๆ ที่สาวๆและแฟนคลับของชั้นต้องกรี๊ดกรี๊ดกรี๊ดดดด !”  เจอร์มี่เป็นคนที่ตื่นเต้นที่สุดในกลุ่มที่จะได้ฟิตติ้ง และแรงจูงใจในการซ้อมของเขาก็ค่อยๆตกลงตามลำดับ (อ้าวววว ไหงงั้นหละเจอร์มี่!!!)

“เอ่อ ... ถ้าไม่ใส่อะไรเลยน่าจะกรี๊ดมากกว่านะ” มินเอนยิ้มเยาะ
“เฮ้ เฮ้! แฟนๆชั้นไม่ได้เป็นแบบนั้น!” เจอร์มี่เริ่มเคือง

มินเอนเลิกสนใจเจอร์มี่ หันมามองคนสองคนที่กำลังซ้อมเต้นอยู่กลางเวที พึมพำกับตัวเอง

“หายเร็วจังนะ ดีกันจริงๆ”

“ใครดีกับใคร?” เจอร์มี่ถาม ยังคงตามก่อกวนมินเอนผู้ที่มีพฤติกรรมแปลกๆ

มินเอนยิ้ม “ฉันพูดถึงมินนัมน่ะ เขาดูอ่อนบางเหมือนผู้หญิงแต่หายป่วยได้เร็วดีจริงๆ”

“เหมือนผู้หญิง? ไร้สาระน่า!” เจอร์มี่พยายามเบี่ยงเบนแบบล่กๆ เขาไม่รอช้ารีบผลักมินเอนไปด้านหลังห้องซ้อมให้ห่างมินเนียวมากที่สุด

หลังจากการซ้อมช่วงเช้าสิ้นสุดลง ทุกคนก็เหนื่อยหอบ วง AN Jell ไปฟิตติ้งในห้องส่วนตัว และในห้องนั้นมินเนียวนอนหมดแรงอยู่บนโต๊ะ เหนื่อยเกินกว่าจะขยับตัว

แทคยองกำลังจะปลุกเธอมาทานอาหารกลางวันกับวง แต่เมื่อเห็นเธอนอนพัก เขาก็ไม่ใจร้ายพอที่จะปลุกเธอ

เขาเลยวางแผนที่จะแพ็คอาหารกลางวันเก็บไว้ให้เธอแทน เขาถอดแจ็คเก็ตออกแล้วก็ห่มให้กับมินเนียว และเดินไปรวมกลุ่มกับอีกสองคนเพื่อทานอาหารกลางวัน (กรี๊ดดดด ไม่ไหวแล้ว)

มินเนียวหลับเป็นเด็กๆ เลยทีเดียว

แต่ในขณะที่ไม่มีใครสังเกตเห็น มีบางคนแอบเข้ามาในห้องแต่งตัว

คนๆนั้นไม่ได้อยู่ในวง AN Jell และไม่มีสิทธิจะอยู่ในห้องแต่งตัวของพวกเขา

ใครกัน!


เขาจ้องมองร่างที่นอนนิ่งเหยียดยาวของมินเนียว เขายื่นมือไปเช็ดรอยเปื้อนจากคางของมินเนียว
ไม่อยากจะเชื่อว่าใบหน้าที่งดงามเหมือนนางฟ้านี้จะเป็นใบหน้าของผู้ชาย?

เขาเอื้อมมือไปสัมผัสริมฝีปากนั้นอย่างแผ่วเบา เแล้วเลื่อนมือไปยังคางเรียวมนที่ไม่มีร่องรอยของการโกนหนวดแม้แต่น้อย ทันใดนั้นปากที่เรียวบางของเค้าก็พลันเกิดรอยยิ้ม

ใช่สิ มันต้องเป็นอย่างที่ชั้นคิดแน่ๆ

AN Jell วงไอดอลที่โด่งดังนำโดย "ฮวาง แทคยอง"? ในที่สุดเขาก็ค้นพบสิ่งที่พวกเขาเก็บงำมานาน คิดได้แล้วเค้าก็ยิ้มอย่างเยือกเย็น




มันภาพที่เก่าค่อนข้างเลือนลาง กรอบเริ่มกลายเป็นสีเหลือง และเด็กๆในภาพต่างแหงนคอขึ้นมองผู้ชายที่ไม่ได้ใส่เสื้อ ในมือถือตระกร้าผลไม้
มันดูเหมือนจะเป็นรูปที่ถ่ายในงานวันเกิดของเด็กคนใดคนหนึ่งในรูปนั้น แต่น่าแปลกที่ไม่มีเด็กคนไหนมองกล้องเลย มีเพียงแผ่นหลังและหัวของพวกเค้า และหน้าของชายหนุ่มคนนั้นก็มองไม่เห็นเพราะรูปถ่ายนั้น ถ่ายเฉพาะไหล่ลงมา ช่างเป็นการถ่ายที่แย่จริงๆ...

มันเป็นการถ่ายและก็เป็นรูปถ่ายที่ถูกละเลยที่ทำให้ผมคิดว่าการพบกับเธอไม่ได้เป็นจินตนการของเด็กๆ

บนชั้นสามมีลมพัดมาจากเวทีมายังมินเอน ทำให้เขาเริ่มหนาว แต่ความหนาวก็ไม่สามารถลบภาพความทรงจำได้ ภาพเหล่านั้นยังคงชัดเจนในใจมินเอน

อายุ 10 ขวบ ช่างเป็นช่วงอายุที่มองโลกสวยงาม เป็นช่วงอายุแห่งความหวังและความตื่นเต้น เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของทุกคน แต่สำหรับเด็กชายมินเอน เมื่อตอน 10 ขวบเขาไม่เป็นเช่นนั้น ชีวิตช่างว่างเปล่าเดียวดาย

เขาเป็นเด็กที่ถูกพ่อทิ้งไปและแม่ของเขาหัวใจสลาย เขาเรียนรู้ในความไม่ยั่งยืนของคน เขากลายเป็นเด็กที่เย็นชาและไม่เชื่อในความรักอีกต่อไป

เขาเกลียดพ่อของเขาและยิ่งเกลียดผู้หญิงคนนั้นที่พ่อของเขาทิ้งเมียและลูกไปหา เมื่อเขาโตขึ้น แกร่งขึ้น เขาสัญญากับตัวเองว่าเขาจะลงโทษผู้ชายและผู้หญิงคนนั้น

เขาโตมาด้วยการเลี้ยงดูของรัฐบาลและอาศัยในเขตชนบทอยู่ในชุมชนเล็กๆ เด็กคนอื่นๆเกลียดเขา คอยแกล้งเขาตลอดเวลา ทั้งปาหินใส่ เด็กพวกนั้นให้สุนัขออกมาไล่เขา วันแล้ววันเล่า เด็กชายคนนั้นโตมาอย่างไร้หัวใจ ไม่แม้แต่จะเชื่อฟังแม่ของเขาผู้ซึ่งหัวใจสลายจากการจากไปของสามี

T_T

ดังนั้นเขาเรียนรู้ว่าน้ำตาคือสิ่งที่ไม่มีค่าที่สุดในโลก จากเด็กอายุแค่ 10 ขวบ เขาเรียนรู้ที่จะไม่ร้องไห้ ไม่เสียน้ำตาแม้สักหยด ไม่มีใครซักคนในโลกที่เขาจะเชื่อ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นคือ “อา เชน”.

มีเพียงเชนเท่านั้นที่คอยปกป้องเขา ถึงแม้เธอจะตัวเล็กกว่าเขา แต่เชนก็ต่อสู้เคียงข้างเขาตลอดมา บางครั้งพวกเขาสะกดรอยตามคนที่มากลั่นแกล้งเขา ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นแค่เด็กผู้หญิง แต่เชนก็คอยช่วยเหลือ เธอซ่ิอมกระเป๋าของเขาเมื่อตอนที่กระเป๋าเขาขาดจากการต่อสู้ ถึงแม้ว่าฝีมือการเย็บของเธอมันจะแย่ก็ตาม

มีเพียงแค่เชนเท่านั้น

ถ้ามีใครซักคนในโลกนี้ที่เขาติดหนี้บุญคุณก็คงเป็นแค่ อา เชน แม้แต่แม่ของเขา ผู้ที่อ่อนแอและเห็นแก่ตัวที่เอาลูกมาเป็นข้ออ้างเพื่อให้ผู้ชายคนนึงอยู่กับเธอ ช่างเป็นผู้หญิงที่น่าเวทนาจริงๆ

“อา เชน…”

มินเอนกระซิบแผ่วเบากับรูปที่มีความทรงจำอยู่ในนั้นมากมาย ชื่อที่เขาคิดถึงทั้งตอนกลางวันและกลางคืน

เขายอมทุกอย่างแค่เพื่อจะได้พบเธออีกซักครั้งในชีวิต เขาจิตนาการถึงตัวเขาที่พบเธอแค่เพียงซักครั้ง ความเหงาและความเศร้าคงมลายหายไปสิ้น

"แค่เพียงเท่านั้น เท่านั้นจริงๆ"



มินเนียวนอนจนอิ่ม และตื่นขึ้นมาพบแจ็คเก็ตของแทคยองบนตัวเธอ

เธออึ้งไปพักหนึ่ง แล้วยิ้มไร้เดียงสาออกมา เธอพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ต้องล้มตัวลงนั่งอีกที

โอ๊ย!! เท้าเป็นตะคริว

มินเนียวนวดเท้าของเธอและสงสัย ทุกคนไปไหนกันหมดนะ? ขณะที่เธอคิดนั้น ท้องเธอก็ร้องออกมา (ว่าหิวววววววว)

หิวจัง!

มินนัมลุกขึ้น เธอลืมไปแล้วว่าเป็นตะคริวอยู่ - -' เธอเดินไปรอบๆห้องแล้วเดินออกไปด้านนอก หาคนอื่นๆ

“อ๊าย!” ขณะที่เดินวนอยู่ตรงมุมบันได เธอหยุดกึกเพราะเห็นเงาคนบางคน

เธอเงยหน้ามองก็พบคนที่ไม่คาดคิด มินเอน เจ้าเก่าอีกแล้ว

“มันต้องเป็นพรหมลิขิตแน่ๆ!” มินเอนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วยื่นมือไปช่วยเธอ

“หา… หา…” มินเนียวไม่ได้ยื่นมือออกไปจับมือเขา หน้าเจื่อนไปนิดหน่อยแล้วพึมพับกับตัวเอง
“เหมือนจะมีแต่กรรมลิขิตน่ะสิ!”

มินเอนเลิ่กคิ้วแต่ไม่ได้เสียใจที่มินเนียวปฏิเสธน้ำใจของเขา เขาหันไปและเอาแขนพาดบ่าเธอแทน


“ชั้นเดาว่านายยังไม่ได้ทานอาหารกลางวันแน่ๆ ไปทานด้วยกัน ชั้นเลี้ยงเอง!”

มินเนียวช็อคกับท่าทีสนิทสนมของเขา เธอพยายามจะขืนตัวออก

“อืม… ไม่ ไม่เป็นไร… จริงๆ ผมไม่ได้หิวขนาดนั้น! ขอบคุณมากนะครับ!”

“ไม่หิวเนี่ยนะ? เราซ้อมมาตลอดเลยนะช่วงเช้า? เหอะน่า.. อย่าเกรงใจชั้นเลย!”

“เขาไม่ไปไหนกับนายทั้งนั้น! อาหารกลางวันของเขาอยู่นี่”

เสียงที่ทุ่มต่ำและมีเอกลักษณ์นั่น จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก แทคยอง!

“อ้าว ฮยองนิม! พี่เอาข้าวกลางวันมาให้ผมหรอ?” มินเนียวถอนหายใจโล่งอกที่รอดพ้นจากเงื้อมือของมินเอน วิ่งไปยืนข้างแทคยอง

โหยยย ขอบคุณพระเจ้า ฮยองนิม มาช่วยเราพอดี การที่มีแทคยองอยู่ข้างๆทำให้เธอมั่นใจขึ้น

สีหน้าแทคยองอ่อนโยนเมื่อมองมินเนียว แต่กลับแข็งกร้าวขึ้นเมื่อเขาหันไปพูดกับมินเอน

“ชั้นเคยบอกแล้วไงว่า ชั้นจะจัดการเรื่องของมินนัมเอง อย่าได้รบกวนเขาอีก” แทคยองพูดอย่างไม่ไว้หน้า

มินเอนกลับยิ้มอ่อนโยน  “แต่ชั้นก็เคยบอกแล้วเหมือนกันว่าชั้นไม่ได้รบกวนมินนัม อย่าทำท่าเป็นหมาหวงก้างไปหน่อยเลย"

เขากลับเดินผ่านแทคยองไปอย่างไม่ใส่ใจแล้วยิ้มหวานให้มินเนียว "ชั้นแค่อยากจะพาเธอไปทานอาหารกลางวันเพื่อปรับความเข้าใจกันก็แค่นั้นเอง"

เขาหมุนตัวกำลังจะออกไปโดยไม่รอคำตอบ แต่ขณะที่กำลังจะก้าวลงบันได เขาก็หันกลับมาพูด

“ชั้นไม่เชื่อว่าระหว่างเรามันเป็นกรรมลิขิตหรอกนะ”

มินเนียวทำหน้าไม่ถูกหลังจากที่ยืนนิ่งมองมินเอนเดินลงบันไดไป

ซวยจริง! เขาได้ยินที่เราพูดด้วย!

แต่ที่ซวยกว่ากำลังจะมา เพราะมันจะมาจากแทคยองที่ตอนนี้หน้านิ่วคิ้วขมวด


“แล้ว _มัน_ หมาย_ความ_ว่า _อะไร?” แทคยองพูดลอดไรฟัน แต่ละคำที่ออกมาช่างดูโหดเหี้ยมเหมือนเธอไปฆ่าใครตายมา

มินเนียวหดหัวเหมือนเต่า หลบตาแทคยอง

“เอ่อออ… มัน… อืมมมม.. นั่น..คือ ชั้น … ชั้นจะไปรู้ได้ไง…”

“ฮึ!” แทคยองคำราม

ยัยหมูกระต่ายบังอาจเฟลิตกับหมู่มวลแมลงและดอกไม้! นี่เธอคิดว่ามันไม่ง่ายไปหน่อยหรอ?!

“เธอ มากับฉันเดี๋ยวนี้.” คำสั่ง o_O

“ไปไหน?” สารภาพ T_T

“ไปกิน!” ตะโกนO^O

“โอ้” ยอมแพ้ TT_TT
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

202 ความคิดเห็น

  1. #198 minny1979 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2554 / 20:51
    น่ารัก
    #198
    0
  2. #147 longeye (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2553 / 22:24

    อา เชน???
    ผู้ใดกัน =o=

    ขอบคุณสวรรค์ที่ส่งฮวางแทคยองมาช่วย

    แต่มินยอของเราก็ไม่พ้นโดนว้าก อิอิ

    #147
    0
  3. #117 king (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2553 / 11:20
    ชอบมากกกกกก
    #117
    0
  4. #56 ิิbelle (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 เมษายน 2553 / 14:22
    เริ่ดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #56
    0
  5. #20 *** (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มกราคม 2553 / 22:00
    very very fun
    #20
    0