(fic exo/nct) ESCAPE 2 [NOMIN]

ตอนที่ 3 : TWO

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,277
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 161 ครั้ง
    9 ธ.ค. 59




2




เสียงเปียโนที่ถูกดีดโดยแวมไพร์หนุ่มหน้าตายดังไปทั่วปราสาท แจมินไม่รู้ว่าเขาเผลอละทิ้งหนังสือในมือตัวเองแล้วเปลี่ยนมานั่งฟังเสียงเปียโนตั้งแต่เมื่อไหร่ ท่วงทำนองที่เศร้านั้นทำเอาเขาอินจนเกือบจะร้องไห้ออกมาด้วยซ้ำ


“เป็นอะไรรึเปล่า ดูไม่สดใสเลย” แจมินหลุดออกจากภวังค์ เขาเงยหน้ามองอาตัวขาวที่เดินมานั่งข้างๆ อาจุนมยอนขมวดคิ้วมองเขาอย่างเป็นห่วง จนเขารู้สึกเกรงใจขึ้นมา


“…เปล่าครับ เมื่อคืนอ่านหนังสือดึกไปหน่อย ก็เลยง่วงหนะครับ” แจมินยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างแนบเนียน แม้ว่าในใจของเขาจะเจ็บปวด แต่เขาจะแสดงให้ใครเห็นไม่ได้


“แล้วนั่นมองอะไรอยู่หละ..ได้คุยกับเขาบ้างไหม” จุนมยอนชะโงกศีรษะมองลงไปที่ห้องโถงข้างล่าง ก่อนจะพบเจโน่ที่กำลังนั่งดีดเปียโนอยู่ที่กลางห้อง แล้วค่อยเอ่ยถามหลานเบาๆ แจมินไม่ตอบอะไร เพียงแค่ยิ้มเหมือนเคยและส่ายหน้าช้าๆ จุนมยอนจึงทำได้แต่ถอนหายใจออกมา ดูเหมือนว่าจะไม่มีเรื่องดีๆ ขึ้นเลย


“เจโน่หนะ เวลาเขาเล่นเครื่องดนตรี เขาจะปิดประสาทการรับรู้ทุกอย่างเลยหนะ”


“…” ถึงว่าหละ ทั้งๆ ที่เขาเผลอนั่งจ้องอีกฝ่ายนานขนาดนี้ อีกฝ่ายก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะชักสีหน้าใส่เขาเลยสักนิด ทั้งยังคงเล่นเปียโนได้อย่างดีอีกต่างหาก


“แจมินหนะ ก็ชอบเปียโนเหมือนกันไม่ใช่หรอ”


“ก็แค่เคยหนะครับ..” ก็คนสอนไม่อยู่แล้วก็เลยไม่รู้ว่าจะเล่นไปทำไม


“เบื่อไหม อยากออกไปเดินเล่นข้าง..”


“ไม่ครับ” แจมินตอบแทบจะทันที ไม่ได้อยากจะเสียมารยาท แต่ก็เผลอตอบออกไปอย่างไม่รู้ตัว โดยปกติ แค่ในอาณาเขตรอบๆ ปราสาทของตัวเองเขายังไม่กล้าออกไปเลย นับประสาอะไรกับเขตของคนอื่น


“ขอโทษครับ”


จุนมยอนลอบมองเสี้ยวหน้าของหลานแล้วได้แต่สงสาร ท่าทางแจมินที่เป็นอยู่นั้นดูร้ายแรงกว่าตอนจงแดในสมัยก่อนเสียอีก เพราะน้องชายเขายังมีคนคอยดูแล แต่หลานของเขาไม่มีเลย แจมินไม่ไว้ใจใครสักคน และไม่ยอมเผยตัวตนที่แท้จริงให้กับใครได้เห็นเลย ได้แต่หวังว่าลูกชายของเขาจะยอมทิ้งทิฐิและกลายมาเป็นที่พักพิงให้แจมินได้บ้าง


“พรุ่งนี้ก็เปิดเทอมแล้ว ตื่นเต้นรึเปล่า” จริงที่ว่าวันพรุ่งนี้จะเปิดเทอมแล้ว เขามาอยู่ที่บ้านของเจโน่ได้เกือบเดือน แต่เชื่อเถอะว่านับจากวันนั้นพวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลย มันอาจจะดูเว่อไปหน่อย แต่มันคือเรื่องจริง กำหนดวันแต่งงานของพวกเขาก็ยังไม่ออกมาเสียที แจมินได้แต่หวังว่าท่านพ่อเขาจะเปลี่ยนใจ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อข่าวว่าเขากับเจโน่เป็นคู่หมั้นกันได้ถูกปล่อยออกไป


“ตื่นเต้นครับ” สีหน้าของแจมินค่อยดีขึ้นมาหน่อย พอทำให้จุนมยอนรู้สึกสบายใจได้บ้างว่าหลานของเขานั้นตื่นเต้นมากจริงๆ เขายิ้มแล้วพยักหน้าขึ้นลงอย่างพอใจ ในใจก็คิดว้าวุ่นไปหมดว่าตัวเองจะชวนอะไรหลานคุยต่อดี แจมินก็ถามขึ้นมาก่อน


“ที่โรงเรียนเป็นยังไงหรอครับ” แจมินเป็นลูกเจ้าของโรงเรียนก็จริง แต่เขาไม่เคยไปเหยียบที่โรงเรียนนั้นเลยสักนิด เพราะตอนที่เขาเกิดมาโรงเรียนก็ถูกปิดไปแล้ว แต่มันก็ถูกเปิดอีกครั้งในตอนที่เกิดเรื่อง


“สมัยของอาหนะ เขาแบ่งให้มนุษย์เรียนตอนกลางวัน ส่วนแวมไพร์จะเรียนตอนกลางคืน แต่ตอนนี้โรงเรียนรับแค่คนที่มีเชื้อสายแวมไพร์เท่านั้น”


“ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องเรียนกับ..”


“ตารางเรียนก็แค่เริ่มพร้อมกัน แต่แจมินไม่ได้ไปเรียนรวมกับแวมไพร์หรอก” จุนมยอนยิ้มให้กับแจมิน คนตาโตทำหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย


“งั้นหรอครับ” แจมินไม่ได้อยากมีเพ่ือนหรอก แต่ก็แอบอดตื่นเต้นไม่ได้ที่จะได้เจอกับคนที่เป็นมนุษย์เหมือนกัน การเป็นมนุษย์ที่ต้องอยู่ในกลุ่มของแวมไพร์นั้นทำให้เขารู้สึกแปลกแยกเหลือเกิน


“ถ้าแจมินไปถึงโรงเรียนอย่าลืมไปดูสวนดอกไม้ที่ใกล้ๆ ปราสาททูร์รินนะ นั่นนะ พ่อของแจมินลงทุนทำเองเพื่อเอาใจแม่ของเราเลยนะ”


“ปราสาททูร์ริน?” คิ้วเรียวขมวดขึ้นทันทีที่ได้ยินชื่อที่ไม่คุ้นเคย


“ปราสาทส่วนตัวของพวกคิงหนะหนะ”


“อ๋อ ว่าแต่..ท่านพ่อเนี่ยนะครับ จะทำอะไรแบบนั้น” แค่คิดถึงร่างหนาๆ ของพ่อที่ลงทุนก้มๆ เงยๆ ปลูกดอกไม้แล้วก็อดที่จะขำไม่ได้ขึ้นมา


“ใช่สิ พ่อเราหนะ รักแม่เรามากเลยนะ”


“ครับ ผมรู้” แจมินยิ้มกว้าง ในจังหวะนั้นเสียงเปียโนก็เงียบลงพอดี จุนมยอนละสายตาจากหลานชายก่อนจะหันไปมองร่างลูกชายคนเล็กที่อยู่ข้างล่างแทน


“ไม่เล่นต่อแล้วหรอเจโน่”


“ท่านแม่? นาย..” เจโน่ร้องออกมางงๆ ก่อนจะเลื่อนสายตามองไปทางร่างผอมที่นั่งอยู่ข้างๆ แม่ของตนเอง แจมินสะดุ้งทันทีที่โดนจ้อง ร่างผอมรีบลุกขึ้นยืนก่อนจะรีบเอ่ยขอตัวทันที


“ผมขออนุญาติไปเก็บของก่อนนะครับ”




แจมินเดินออกมาจากห้องของตัวเองในตอนสายเพราะถึงเวลาที่จะต้องเตรียมตัวไปโรงเรียนแล้ว เขาไม่พบใครนอกจากอาทั้งสอง อาจุนมยอนบอกว่าเจโน่ได้ล่วงหน้าไปโรงเรียนกับฝาแฝดเพื่อนของเขาแล้ว ส่วนแจฮยอน แจมินไม่เห็นตั้งนานแล้วหละ นี่ก็คงจะล่วงหน้าไปก่อนเหมือนกัน อาจุนมยอนคงจะเหงาน่าดู..ไม่สิ คงไม่เหงาหรอก ก็มีอาอี้ชิงอีกคนนี่นา


“ฝาแฝดหรอครับ?”


“อื้ม เป็นลูกของจงอินกับจื่อเทาหนะ”

“น้องชายของท่านแม่สินะครับ” ถึงจะไม่เคยเจอกัน แต่แจมินก็มั่นใจว่าเขาเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน อันที่จริงก็เหมือนจะเคยเห็นรูปที่แขวนอยู่ที่กำแพงปราสาทด้วยละมั้ง


“ไม่เคยเจอกันเลยหรอ” จุนมยอนเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความแปลกใจ


“ไม่ครับ แจมินแทบจะไม่รู้จักญาติที่ไหนเลย”


“พรุ่งนี้ก็คงจะรู้จักแล้วหละ ไม่ต้องกังวลหรอก” อี้ชิงยิ้มอย่างอบอุ่นให้กับแจมิน คนตาโตยิ้มจนตาหยีก่อนจะจิบนมอุ่นๆ ที่จุนมยอนเป็นคนชงมาให้


“เจโน่กับแจฮยอนนี่ไม่น่ารีบไปเลย ให้น้องไปคนเดียวได้ยังไงกัน” จุนมยอนบ่นพึมพำ เขาคิดถึงลูกชายที่แสนน่ารักของตัวเองเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนทุกคนก็ดูจะติดบ้านกันแท้ๆ




แจมินเดินออกมาหน้าปราสาท เขามองคนนู้นทีคนนี้ทีด้วยความรู้สึกตื่นเต้น เขาจะได้ไปโลกมนุษย์แล้ว เขาจะได้เจอแทยงกับก็มนุษย์ด้วยกันแล้วสินะ


“ตื่นเต้นหรอเรา”


“ครับ” แจมินยิ้มกว้างให้กับอี้ชิง คนเป็นอาก็ยิ้มตอบหลานเช่นเดียวกัน ยิ้มสวยเหมือนกับแม่ไม่มีผิดเลย


“เอาหละ พร้อมแล้ว แค่เราเดินผ่านประตูนี้ไป ก็จะถึงโรงเรียนที่อยู่อีกโลกนึงแล้ว” แจมินมองตามมือของอาอี้ชิงอย่างตื่นเต้น ในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปในประตู ก็ต้องชะงักเมื่อไม่พบว่าคนเป็นอาจะเดินตามมา


“แล้วท่านอาไม่ไปหรอครับ?”


“ไม่หละ พอไปถึงนั่นจะมีคนดูแลเรา อีกอย่างแทยงเองก็อยู่ที่นั่นนี่จริงไหม” สีหน้าของแจมินแย่ลงทันทีที่ได้รับคำตอบ แต่พอได้ยินชื่อพี่ชายแจมินก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย เขายิ้มอีกครั้งก่อนจะบอกลาอาของตนเองแล้วเดินผ่านประตูเข้าไป


“นั่นใครหนะ กลิ่นมนุษย์นี่”


“ยี๋ ฉันจะอ้วก”


แจมินแทบจะต้องหยีตาทันทีที่เดินข้ามมาอีกฝั่ง ทำไมมันสว่างจังเลยนะ มุมปากบางหุบยิ้มทันทีที่ได้ยินเสียง เขาโผล่มาอีกฝั่งเร็วไปไหม ดวงตากลมโตหันกลับไปมองทางข้างหลังที่ตัวเองเดินจากมา เข้าไม่พบประตูแล้ว มันเป็นเพียงแค่ป่าโล่งๆ ก็เท่านั้น เขาจึงหันหน้ากลับมาข้างหน้าตามเดิม แจมินมองไปทางรอบๆ ตัวด้วยสายตากังวล มีคนยืนอยู่แถวนั้นไม่เยอะหรอก แต่ก็มากพอที่จะทำให้คนที่ไม่ค่อยเจอผู้คนแบบเขานั้นตื่นกลัวได้ไม่ยาก


“คุณแจมิน เราไปกันเถอะครับ” คนตัวสูงในชุดที่คาดว่าน่าจะเป็นชุดเครื่องแบบนักเรียนถูกระเบียบเดินเข้ามาใกล้ พร้อมก้มลงหยิบสัมพาระของเขาขึ้นมาถือ แจมินได้แต่มองอีกฝ่ายงงๆ เพราะเขาไม่เคยเจออีกฝ่ายมาก่อน หลายๆ คนพากันแหวกทางให้กับคนตัวสูงคนนั้น แต่ก็ยังป้องปากกระซิบกันด้วยเสียงไม่เบานัก ขนาดเขาเป็นมนุษย์ธรรมดา หูไม่ได้ดีเหมือนแวมไพร์ยังได้ยินจังๆ เลยเถอะ


“อ่ะ ครับ”


“แจมิน ? แจมินไหนหนะ”


“อย่าบอกนะว่านี่คือคู่หมั้นของเจโน่หนะ”


“ยี๋ ถึงจะมีสายเลือดแวมไพร์ก็เถอะ แต่ก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาแท้ๆ”


“ก็เป็นได้แค่ตัวถ่วงชีวิตคนอื่นเท่านั้นแหละ”


แจมินหยุดเดินทันที เขาเป็นตัวถ่วงงั้นหรอ แต่ก็คงจะเป็นแบบนั้นแหละ เพราะเกิดมาเป็นมนุษย์ทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่ต้องลำบาก ทุกคนต้องคอยเป็นห่วงเขา มินฮยอนที่ยอมตายเพื่อปกป้องเขาก็เหมือนกัน


“น่ารังเกียจ แถมยังเหม็นอีก ฉันละอยากจะอ้วก รีบๆ เดินไปเลยไป”


เหม็นหรอ ไหนขอดมหน่อยสิ” สำเนียงภาษาเกาหลีแปลกๆ ดังขึ้นพร้อมๆ กับตัวแจมินที่โดนดึงเข้าไปใกล้ตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัว จมูกโด่งของอีกฝ่ายไล่ไปตามซอกคอของเขาแล้วค่อยๆ เลื่อนมาที่แก้ม แจมินแอบสัมผัสได้ถึงเขี้ยวคมที่ถูกลากผ่านลำคอตัวเองด้วยซ้ำ “หอมโคตร”


“จริงๆ ฉันก็ว่าหอมนะ ว่าไหมเจโน่” แจมินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ลำพังแค่ตัวเขาโดนดึงไปอยู่ในอ้อมแขนของแวมไพร์ตนนึงก็น่ากลัวอยู่แล้ว แค่พริบตาเดียวก็มีแวมไพร์อีกตนยืนประกบอยู่ข้างหลังเขา แล้วเอาหน้าเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าเขาก็ทำให้แอบสั่นได้ไม่ยากเลย


“เหอะ” เจโน่มองมาทางแจมินอย่างดูแคลน แล้วอีกฝ่ายก็เดินหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว


“หอมอะไรของพวกนายกัน ขนาดเจโน่ยังรังเกียจเลย ว๊าย น่าสงสารจัง” หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าพูดพลางทำหน้าสงสารเขาทั้งทีเสียงของหล่อนไม่ใช่เลยสักนิด แจมินกำลังรู้สึกแย่ ทำไมชีวิตเขาต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ


“ถ้าเป็นมนุษย์แท้ๆ ก็คงน่ากินหรอก แต่พอเป็นมนุษย์ที่มีเลือดแวมไพร์แบบนี้ก็เป็นได้แค่ชนชั้นต่ำ”


“ชั้นต่ำงั้นหรอ” แวมไพร์ที่อยู่ตรงหน้าเขาทวนออกมาด้วยเสียงไม่พอใจ แจมินมองหน้าเสี้ยวหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวของแวมไพร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความแปลกใจ ทำไมอีกฝ่ายต้องทำท่าเหมือนจะเดือดร้อนแทนเขาด้วยหละ


“ขอโทษนะครับคุณวินวิน แต่ผมคงต้องพาคุณแจมินไปก่อน” แจมินกรอกตาไปรอบๆ วันนี้เขาตกใจไปกี่รอบแล้วก็ไม่รู้กับการเคลื่อนไหวที่ว่องไวของพวกแวมไพร์ บอกเขาทีว่าที่นี่คือโลกมนุษย์จริงๆ หนะ เขายังไม่เห็นมนุษย์สักคน


“โอ้ ขอโทษนะโดยอง” เจ้าของชื่อชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบสายตามองคนที่เข้ามาขัดจังหวะ คนที่ชื่อวินวินถอยหลังออกห่างจากเขา คนที่ผมน้ำตาลข้างๆ ก็ถอยออกห่างเช่นกัน


“บ๊ายบายน้องแจมิน ไว้เจอกันใหม่” ชายหนุ่มผมน้ำตาลแดงที่มีส่วนสูงพอๆ กับเขานั้นยิ้มกว้างจนแจมินรู้สึกแสบตา ทำไมเขาถึงยิ้มน่ารักจังเลย ถ้าได้รู้จักกันก็คงจะดีนะ แจมินก็ได้แต่คิด แต่เขาไม่มีความกล้าพอที่จะทักทายอีกฝ่ายหรอก จึงทำได้แค่ยิ้มแห้งๆ กลับไปให้อีกฝ่ายเท่านั้น


“ดีใจที่เจอกันนะน้องแจมิน” คนผมดำพูดพลางโบกไม้โบกมือให้กับเขา ไม่นานพวกเขาก็พากันเดินไปทางที่เจโน่เดินหนีไปเมื่อกี้ด้วยกัน คงจะตามเจโน่ไปหละมั้ง แจมินคิดแบบนั้น เมื่อพวกเขาลับสายตาไปแล้ว แจมินจึงหันกลับมาสนใจคนตัวสูงที่อยู่ข้างๆ แทน


“คุณเป็นคนของ..”


“สวัสดีครับ ผมชื่อโดยองนะครับ” คนตัวสูงโค้งให้เขา ก่อนจะเดินต่อไปโดยไม่ปล่อยให้เขาได้ถามอะไรอีก แจมินมองอีกฝ่ายที่เริ่มเดินไปไกลแล้วสักพัก เขายักไหล่ ก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายไป เขาคงไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต่อรองหรือถามคำถามใครหละมั้ง


“ไม่ใช่ทางนั้นหรอครับ” แจมินที่เดินตามหลังโดยอง มองไปรอบๆ บริเวณโรงเรียนด้วยความตื่นเต้น บริเวณทั้งหมดนั้นมีแต่ปราสาทเต็มไปหมด ไม่ต่างจากที่บ้านเขาเท่าไหร่ การตกแต่งก็ค่อนข้างจะเหมือนกัน ความกว้างถึงแม้ว่ามันจะไม่ใหญ่เท่าอาณาเขตปราสาทของท่านพ่อ แต่ก็ถือว่ากว้างมากทีเดียว ตอนแรกก็ตัดสินใจว่าจะเดินตามโดยองเงียบๆ หรอก แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายนำทางเขาไปทางไหนเขาก็อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามขึ้นมา


“ขอโทษครับ ผมลืมถามไป คุณแจมินอยากจะนอนที่ไหนครับ ระหว่างปราสาทของราชวงศ์หรือว่าปราสาทที่พวกมนุษย์ธรรมดานอน” แจมินชะงักไปนิดหน่อยกับคำว่ามนุษย์ ซึ่งโดยองก็สามารถจับสังเกตได้เหมือนกัน ยิ่งได้ยินที่คนตัวผอมตอบกลับมาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองพลาดไปแล้ว


“ไม่ต้องพูดสุภาพกับผมหรอก ผมเป็นแค่เด็ก แถมยังเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาด้วย”


“เอ่อ เมื่อกี้ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูด..”


“ไม่เป็นไรครับ” แจมินยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่โดยองไม่ชอบมันซะเลย


“ทำไมพูดแบบนั้นหละครับ คุณแจมินหนะ เป็นลูกของท่านคริสเลยนะครับ”


“ถ้าไม่ใช่ลูกของท่านพ่อ ผมก็ไม่มีอะไรเลย” พูดไม่เข้าหูอีกแล้ว โดยองได้แต่นึกโทษตัวเอง เสียงที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดนั้นช่างน่าสงสารเหลือเกิน ถ้าไมได้เกิดมาจากตระกูลใหญ่ ไม่ต้องแบกรับหน้าตาของตระกูลไว้ คนตัวผอมก็คงไม่ต้องคิดมากขนาดนี้


“เอ่อ ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น”


“ช่างเถอะครับ ว่าแต่..คุณโดยองคิดว่าผมจะนอนที่ไหนดีหละ”


“ผมคิดว่าถ้าคุณแจมินนอนกับมนุษย์คนอื่นๆ คุณแจมินจะไม่เหงานะครับ แต่ถ้าคุณแจมินอยากจะอยู่เงียบๆ ที่ปราสาทของเราย่อมดีกว่าครับ เพราะมันเป็นห้องส่วนตัว จะไม่มีใครหรืออะไรรบกวนคุณได้ คุณยิ้มอะไรครับ”แจมินแอบยิ้มเล็กน้อยกับคำพูดของโดยองเล็กน้อย เรา งั้นหรอ น่าขำจริงๆ ที่เขารู้สึกดีกับแค่คำว่าเรา แต่ยอมรับว่าดีใจจริงๆ


“ขอโทษครับ..ผมแค่ดีใจหนะ เอาตามที่คุณบอกก็ได้ นอนห้องเดียวกับมนุษย์คนอื่นก็คงไม่แย่นักหรอก”


“จะไม่อึดอัดหรอครับ”


“ก็คุณบอกเองว่าผมจะไม่เหงา” แจมินเลิกคิ้วขึ้นสูง พลางอมยิ้มไปด้วย


“ตกลงครับ แต่ถ้าวันไหนอยากนอนที่ปราสาทส่วนตัวก็ได้นะครับ ห้องที่คุณแม่ของคุณนอน..”


“คุณดูเป็นห่วงและเข้าใจผมดีจังเลยนะครับ”


“เอ่อ..”


“ขอบคุณนะครับ”


“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นเรียกพี่โดยองแล้วแทนตัวเองว่าแจมินจะได้ไหมครับ”


“หืม?”


“ขอโทษที่ล่วงเกินครับคุณชาย” โดยองรีบก้มต่ำทันที แต่เขาก็ต้องเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะจากคนตัวผอมที่ยืนอยู่ข้างๆ กัน


“อุบ ฮ่าๆ โอเคครับพี่โดยอง” แจมินยิ้มกว้างให้กับคนตรงหน้า สาบานได้ เขายิ้มจากใจจริงๆ ไม่ได้แสร้งทำเหมือนเวลายิ้มให้คนอื่น เพราะต้องการให้คนอื่นคิดว่าเขาเป็นคนเข้มแข็ง พี่โดยองนี่ดูเป็นคนใจดีจังเลยนะ อีกอย่างเขาไม่ค่อยเรียกใครว่าพี่เท่าไหร่ ขนาดแทยงเขายังเรียกชื่อเฉยๆ เลย แทยงจะน้อยใจไหมนะ


“ขอบคุณที่ไว้ใจพี่นะครับ งั้นเราไปกันเถอะ” คนตัวสูงพูดจบก็พาเดินตรงไปทางเดิม แจมินก็ยอมเดินตามไปอย่างว่าง่าย ปราสาทส่วนตัวที่พี่โดยองว่าใช่ปราสาททูร์รินที่อาจุนมยอนพูดถึงรึเปล่านะ


“พี่โดยองเป็นคนของอาจุนมยอนหรอครับ” แจมินถามขึ้นมาอีกครั้ง


“เปล่าหรอก ท่านอี้ฝานต่างหาก ท่านให้พี่ช่วยมาดูแลน้องแจมินหนะ”


“ท่านพ่องั้นหรอ” แจมินพึมพำเสียงเบา เขาแอบอมยิ้มนิดหน่อยเมื่อคิดถึงใบหน้าเรียบเฉยของท่านพ่อ ที่ชอบแสดงออกมาให้เขาเห็นเสมอ ก็ยังมีมุมที่น่ารักเหมือนกันนี่นา


“ครับ ท่านอี้ฝานหนะ เป็นห่วงคุณมาก ถึงเขาจะไม่ค่อยบอกอะไร แต่ก็อย่าไปโกรธเขาเลย”


“ครับ ผมเข้าใจ” แจมินหนะเข้าใจดีเลยหละ เข้าใจมากๆ ด้วย พอพูดถึงท่านพ่อมากๆ แล้วอยากเจอท่านพ่อจัง เด็กติดพ่อติดแม่แบบเขา พอต้องมาอยู่ห่างครอบครัวแล้วรู้สึกลำบากใจจัง


“ถึงแล้ว ในห้องนี้มีคนอยู่ก่อนแล้ว 2 คนนะครับ ไม่แน่ใจว่าเขากลับมารึยัง” แจมินมองประตูห้องที่ถูกปิดสนิท โดยองทำท่าเหมือนจะเปิดประตู แจมินจึงรีบเอ่ยขัดไว้ก่อน


“อ่ะ ขอบคุณนะครับ พี่ส่งผมแค่นี้ก็ได้ ผมโตแล้วนะครับ ไม่ต้องมาดูแลมากก็ได้”


“แจมิน..”


“ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ วันนี้ผมไม่ออกไปไหนหรอก สัญญาเลย” ดวงตาเรียวมองนิ้วก้อยเล็กๆ สลับกับใบหน้าจริงจังของแจมินก็ต้องคลี่ยิ้มออกมา ถ้าแจมินเปิดใจยอมรับเพื่อนคนอื่นๆ จะต้องมีความสุขมากแน่ๆ


“งั้นก็ได้ครับ”


แจมินยืนรอจนโดยองเดินไปลับตา เขาถึงค่อยได้หมุนลูกบิดประตูแล้วเดินเข้าไปข้างในโดยไม่ลืมที่จะลากสัมภาระของตัวเองเข้ามาข้างใน เขามองไปรอบๆ ห้อง แล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา มันดูอบอุ่นพิลึก แถมยังกว้างกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ ในห้องมีส่วนตรงกลางที่เป็นห้องนั่งเล่น มีประตูที่ถูกปิดสนิทอยู่ 3 ประตู แจมินเดินสำรวจไปเรื่อยๆ เขาพบโซนห้องครัวและยังมีห้องน้ำขนาดเล็กที่อยู่ข้างนอก ว่าแต่..เขานอนห้องไหนกันนะ


ปึก !


เฮือก !


แจมินสะดุ้งตกใจเพราะเสียงเปิดประตู เขาสะดุ้งอย่างแรงจนคนมาใหม่แอบสะดุ้งไปด้วย คนมาใหม่ทำตาโตก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วค่อยแนะนำตัว


“โอ๊ะ ตกใจแรงจัง สวัสดีเด็กใหม่ ฉันชื่อเตนล์ ยินดีที่ได้รู้จัก”


“เอ่อ..สวัสดี แจมิน..ครับ” แจมินมองมือที่ถูกส่งมาตรงหน้า ก่อนจะยื่นมือไปจับกับอีกฝ่ายแล้วพูดชื่อตัวเองออกมาบ้าง อ่า ทำไมคนที่นี่ถึงได้มีรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรขนาดนี้นะ


“แจมิน? ที่เขาว่ากันว่าเป็นคู่หมั้นของลีเจโน่หนะหรอ” เตนล์ทำตาโตอีกครั้ง


“มั้งครับ” แจมินแอบถอนหายใจ


“ทำไมดูไม่ดีใจเลยหละ เจโน่หนะนอกจากจะหล่อแล้วก็ยังเกิดจากตระกูลดีอีกต่างหาก ที่นี่หนะ เขาฮอตมากเลยนะ”


“…”


“ใครๆ เขาก็อิจฉานายกันทั้งนั้น โอ้ ขอโทษที ความผิดฉันเอง” เตนล์กระแอ้มไอหลายทีเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของแจมิน สงสัยแจมินจะไม่คิดแบบคนอื่นๆ หละมั้ง


“ไม่เป็นไรครับ”


“นี่ใกล้เวลาอาหารเย็นแล้ว ไปกินข้าวด้วยกันไหม หรือว่านายเหนื่อย มานั่งนี่มาๆ ถ้างั้นเดี๋ยวฉันไปโรงอาหารแล้วหาอะไรมาให้นายกินดีไหม” เตนล์จูงมือของแจมินให้เดินตามมานั่งบนโซฟาตรงกลางห้อง แล้ววิ่งไปรินน้ำใส่แก้วมาให้กับแจมิน


“ขอบคุณครับ คุณก็เป็นมนุษย์ที่มีสายเลือดแวมไพร์เหมือนกันหรอครับ”


“เรียกพี่สิ คุณเคินอะไรกันหละ ถ้าถามแบบนั้นก็ใช่ ฉันเกิดจากแม่ที่เป็นแวมไพร์กับพ่อที่เป็นมนุษย์ธรรมดา นี่ อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง สรุปจะไปกินข้าวด้วยกันไหม หรือจะรออยู่ที่นี่”


“ผมขออยู่ที่นี่ดีกว่า แต่ไม่ต้องลำบากหาอะไรมาให้ผมหรอก” แจมินมองกลับไปที่ประตู 3 บานเหมือนเดิม เขายังไม่รู้เลยว่าห้องไหนที่เป็นห้องนอนของเขา


“ลำบากอะไรกันหละ งั้นเดี๋ยวฉันไปซื้อแล้วกลับมานั่งกินเป็นเพื่อนนายดีกว่า” เตนล์ลุกขึ้นยืนแล้วยิ้ม แจมินเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายก่อนจะรีบลุกตาม


“ถ้างั้น ไปโรงอาหารด้วยกันก็ได้ครับ”


“ดีมาก !!!”


“ว่าแต่ ห้องของผม?”


“อ้อ ห้องนั้นๆ ซ้ายสุดเลย ห้องตรงกลางเป็นของฉัน ส่วนห้องข้างๆ เป็นของมาร์ค” ดวงตากลมมองตามนิ้วของอีกฝ่ายที่ชี้ไล่ไปทีหละห้อง


“มาร์ค?”


“ใช่ๆ เขาชื่อมาร์ค พ่อของมาร์คหนะเป็นอาจารย์อยู่ที่นี่ด้วยนะ หล่อมากกกก แต่วันนี้ยังไม่เห็นเลย ไม่รู้ว่าจะมาตอนไหนเหมือนกัน”


“นี่ๆ นายคงมาจากเมืองนู้นเลยสินะ” แจมินเลิกคิ้วทันที แล้วอีกฝ่ายไม่ได้มาจากที่นู่นเหมือนกันรึไงนะ


“แล้วพี่?”


“ฉันอยู่ที่นี่ตลอดเลยหนะ ไม่ได้มีครอบครัวที่ไหนหรอก”


“ไม่เหงาหรอครับ”


“ไม่หรอก ฉันเลิกเหงาแล้วหละ” ยิ้มอีกแล้ว ทำไมถึงได้ยิ้มง่ายจังเลยนะ แจมินได้แต่คิด เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ หรือว่าจะฝืนยิ้มเหมือนที่เขาชอบทำนะ แต่คนฝืนยิ้มเขาสามารถยิ้มได้กว้างขนาดนี้เลยหรอ


“พี่เก่งจังเลยนะครับ”


“หึ ไม่หรอก ไม่เลยสัักนิด แต่เราต้องเรียนรู้ที่จะโตขึ้น”


“..ผมจะพยายาม”


“ถ้างั้นเริ่มแรก ก็คือเปิดใจให้พี่ก่อนนะ แล้วก็เพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ ทุกคนดีมากเลยนะ ไม่เหมือนพวกแวมไพร์พวกนั้นหรอก ชอบดูถูก อย่าไปเอามาใส่ใจเลยถ้าเราไม่ได้เป็นแบบนั้น”


“แล้วถ้ามันเป็นเรื่องจริงหละครับ”


“ครอบครัวเราต่ำจริงๆ รึไง”


“…” สูงเสียดฟ้าเลยหละครับ แจมินได้แต่คิดอยู่ในใจ


แจมินกับเตนล์เดินลงมาจากห้อง ในจังหวะที่เขากำลังก้าวออกจากเขตของปราสาทนอน แจมินก็ได้แต่คิดในใจ


ขอโทษด้วยนะครับพี่โดยอง ที่ผมรักษาสัญญาไม่ได้




ปังๆ


“แจมินน ตื่นนน ถึงเวลาแล้ว”


แจมินลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนที่ผนัง ให้ตายสิ นี่เขาเพิ่งหลับไปไม่ถึงชั่วโมงเลยนะ คนตัวผอมคิดอย่างหงุดหงิด พลางลุกขึ้นจากเตียง เดินตรงไปที่ประตูทันทีโดยไม่สนใจสภาพยุ่งเหยิงของตัวเองเลยแม้แต่น้อย


“ว่าไงครับ”


“ต้องออกไปปฐมนิเทศแล้ว”


“ห๊ะ?”


“ไม่ห๊ะหละ รีบแต่งตัวได้แล้ว ชุดนักเรียนอยู่ในตู้เสื้อผ้านะ แต่งตัวให้เรีียบร้อย ให้เวลาสิบนาที พี่จะรอตรงนี้” แจมินทำหน้าเหวอแต่ก็ยอมเดินกลับเข้าไปแต่งตัวให้เรียบร้อยตามที่เตนล์บอก ดูเหมือนว่าที่นี่คลาสแรกจะเริ่มตอนเที่ยงคืน เขาไม่ได้ลำบากกับเรื่องเวลาเท่าไหร่หรอก เพราะตอนอยู่ที่นู่นเขาก็มักจะตื่นในตอนดึกและนอนในตอนเช้าเหมือนกับท่านพ่ออยู่แล้ว แต่ถ้าง่วงในตอนกลางคืนบางทีก็กลับไปนอนเหมือนกัน แต่ต่อไปนี้คงต้องปรับตัว


“ทำไมทำหน้าง่วงแบบนั้นหละ ไม่ชินเรื่องเวลาหรอ”


“เปล่าหรอกครับ แค่เมื่อกี้กำลังจะหลับหนะ มันเลยค้าง”


“ขอโทษที ฉันน่าจะบอกนายก่อน”


“ไม่เป็นไรหรอกครับ” แจมินยิ้มกว้างให้กับเตนล์ระหว่างที่กำลังเดินลงบันไดวนในปราสาท พอเดินมาถึงหน้าประตู เขาก็พบโดยองที่กำลังยืนอยู่แถวนั้น พอดวงตากลมโตหันมาเจอเขาก็รีบเดินตรงเข้ามาทันที


“คุณแจมิน”


“พี่โดยอง”


“เชิญทางนี้ครับ พี่จะพาไปปฐมนิเทศ”


“แจมินได้โดยองมาช่วยดูแลเลยหรอเนี่ย” แจมินไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่าทำไมอีกฝ่ายถึงพูดแบบนั้น


“ขอตัวคุณแจมินไปก่อนนะครับ” โดยองไม่ตอบอะไร แล้วหันไปพยักหน้าให้แจมิน คนตัวผอมทำหน้ามึนกับรังสีแปลกๆ ที่ทั้งสองปล่อยใส่กัน แต่ก็รีบบอกลาเตนล์แล้วเดินตามโดยองไปอย่างรวดเร็ว


“ไว้เจอกันที่ห้องเรียนนะน้องแจมิน”






แจมินนั่งอยู่ในหอประชุมขนาดใหญ่โดยมีโดยองนั่งอยู่ข้างๆ ที่ต้องทำแบบนี้เพราะโดยองบอกว่าในปีนี้มนุษย์ที่เข้ามาเรียนใหม่นั้นมีแค่แจมินคนเดียวเท่านั้น ถ้าเทียบกับประชากรแวมไพร์ที่อยู่ในหอประชุมแล้ว นับว่าน่าเป็นห่วงไม่น้อยเลย ถ้าจะปล่อยให้แจมินเข้ามาปฐมนิเทศคนเดียว

แน่ละ พอรู้แบบนี้เขานี่นั่งตัวแข็งทื่อเลยหละ รับรู้ได้ถึงสายตาของแวมไพร์รอบข้างที่มองตรงมาทางเขาได้ดี เขาได้แต่หวังว่าเจ้าพวกแวมไพร์พวกนี้จะไม่ลุกขึ้นมาดึงเขาไปสูบเลือดจนตายหรอกนะ


“ทำความเคารพ” แจมินลุกขึ้นยืนตามคนอื่น เขาโค้งศีรษะทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าคนอื่นทำไปทำไม พอเขาเงยหน้าขึ้นมา เขาถึงได้เห็นร่างของชายหนุ่มหลายคนที่ยืนอยู่บนเวที แล้วสามคนจากหลายคนในนั้นเขาก็รู้จักดีเลยหละ แทยง แจฮยอน เจโน่ มีคนใจดีที่เขาเจอก่อนหน้านี้ทั้งสองคนด้วย


“พวกเขาเป็นเจ้าของโรงเรียนคนปัจจุบันหนะครับ”


“ลูก?”


“ใช่แล้วครับ” แจมินตาโตทันทีที่ได้รับคำตอบ เขาจ้องมองคนบนเวทีอยากพิจารณา นอกจาก 3 คนที่เขารู้จัก เขาก็ไม่เคยเห็นหน้าคนอื่นๆ เลย คนพวกนี้คงถือว่าเป็นญาติของเขาสินะ แจมินมั่นใจว่าเขากำลังโดนคนบนเวทีจ้องมองมา แต่เขาก็พยายามทำหน้านิ่งเอาไว้


“คุณแจมินเห็นเนกไทไหมครับสมัยท่านคริสคนที่เป็นเจ้าของโรงเรียนพวกเราจะเรียกว่าคิง เนกไทจะมีขลิบสีทอง ดังนั้นลูกๆ ของท่านจึงใช้เนกไทขลิบสีทองเช่นกัน ขลิบสีเงินก็จะเป็นของมนุษย์ ส่วยเนกไทที่มีสีเลือดหมูธรรมดาก็จะเป็นพวกแวมไพร์ชนชั้นธรรมดา” แจมินมองเนกไทของคนที่อยู่บนเวทีแล้วกลับมามองเนกไทสีเลือดหมูขลิบสีเงินของตัวเอง “แต่ถ้าเป็นคนในราชวงศ์ก็จะมีเข็มกลัดสีทองกลัดอยู่..คุณแจมินครับ เป็นอะไรรึเปล่า”


“เปล่าครับ” แจมินส่ายหน้าเบาๆ


“กฏของโรงเรียนไม่ได้มีมากเหมือนกับสมัยก่อน แต่ก็กรุณารักษากฏด้วยนะครับ” แทยงพี่ชายของเขาพูดด้วยเสียงเรียบๆ แจมินลอบมองเสี้ยวหน้าของพี่ชายอย่างพิจารณา แทยงดูหล่อกว่าเหมือนก่อนเยอะเลย แม้จะดูโทรมๆ ไปบ้าง แต่ก็ไม่ทำให้หล่อน้อยลงเลย ทั้งยังดูเหมือนจะเย็นชากว่าเดิมขึ้นนิดหน่อยด้วย


“ถึงเราจะเป็นแวมไพร์กันซะส่วนใหญ่ แต่รบกวนช่วยให้เกียรติมนุษย์ด้วยนะครับ ยังไงเราก็ถือว่ามีสายเลือดแวมไพร์อยู่ในร่างกายด้วยเหมือนกัน” พอแทยงพูดประโยคนี้ หลายๆ คนในห้องก็พากันหันมามองเขาแล้วก็หันกลับไปสนใจคนบนเวทีต่อ “ถ้าทำร้ายร่างกายมนุษย์หรือทำให้ตาย จะโดนอะไรก็คงรู้ดีนะครับ”


“พี่เจโน่เท่ห์จังเลยเนอะ” แจมินแอบเบะปากเล็กน้อย เขายังไม่เห็นว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรเลย นอกจากยืนทำหน้าน่ิงอยู่ข้างๆ แจฮยอนก็แค่นั้น คนไรหยิ่งเป็นบ้า


“ฉันได้ข่าวว่าเขามีคู่หมั้นแล้ว” ว่าแล้วทุกสายตาก็พุ่งมาทางแจมินทันที แจมินถึงกับกลับมาทำหน้าปกติแทบไม่ทัน ถ้าเจ้าพวกแฟนคลับเจโน่เห็นเขาเบะปากนะ ชีวิตเขาคงต้องแย่กว่านี้แน่ๆ


“อะแฮ่ม ช่วยหันมาสนใจบนเวทีด้วยครับ”


ขอบคุณนะ แจมินทำปากแบบไม่มีเสียงส่งไปให้พี่ชาย เขามั่นใจว่าแทยงจะเข้าใจมันแน่นอน


“ฮึ่ยย แกเห็นพี่แทยงยิ้มมุมปากเมื่อกี้ไหม”


เขายิ้มให้ฉันเหอะ แจมินได้แต่คิดในใจ แล้วก็เริ่มกรอกตาไปมา จนหลายคนเป็นเวทีที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างถึงกับแอบหลุดขำออกมาเล็กน้อย แต่ก็กลับมาเก๊กหน้านิ่งกันได้ทัน แจมินเลยทำหน้าบูดแทน มันตลกตรงไหนกัน




“เรารีบไปกันเถอะพี่โดยอง” การปฐมนิเทศน์จบแล้ว เมื่อทุกคนเดินลงจากเวที แจมินก็รีบลุกขึ้นยืนแล้วเตรียมออกไปจากหอประชุมทันที เขารู้ว่าพวกคนเวทีจะต้องลงมาคุยกับเขาแน่ๆ ซึ่งเขายังไม่พร้อมจะเจอหน้าใครตอนนี้ โดยองมองเขาด้วยสายตาไม่เข้าใจ พอแจมินเห็นว่าคนดูแลเขาไม่ยอมลุกสักที ร่างผอมจึงรีบลุกแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว


แจมินยืนอยู่ท่ามกลางแวมไพร์ที่กำลังเดินออกมาจากหอประชุม เขามองยังไงก็ไม่เห็นพี่โดยองเดินออกมาสักที เขาจึงตัดสินใจเดินไปห้องเรียนด้วยตัวเอง โชคดีจริงๆ ที่ตอนกินข้าว เตนล์ให้แผนที่มา แล้วยังอธิบายตึกต่างๆ ให้เขาฟัง เขาถึงเดินมาถึงปราสาทที่ต้องเรียนได้สำเร็จ


แจมินเดินมาถึงหน้าประตูห้องที่เขามั่นใจว่าเป็นห้องเรียนของเขา มือเรียวคว้าลูกบิดประตูแล้วผลักเข้าไปเบาๆ ในจังหวะนั้นทุกสายตาของคนในห้องก็พุ่งตรงมาทางเขาอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มการเรียนการสอนกันแล้ว


“นาแจมินใช่ไหม”


“อ่า ครับ”


“ขอโทษที ครูชื่อซอ ยองโฮ เห็นเขาบอกว่าปีนี้มีเราเข้าใหม่คนเดียว ครูเลยเริ่มสอนรอไปพลางๆ ก่อน เข้ามาสิ” แจมินโค้งให้คนตัวสูงตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินตัวลีบเข้าไปในห้อง เขากวาดตาผ่านๆ ในห้องน่าจะมีไม่เกินยี่สิบคนแน่ๆ สมแล้วที่เขาเอาทุกระดับชั้นมาเรียนรวมกัน แจมินได้แต่แอบถอนหายใจ ไม่มีที่ไหนที่เป็นที่ของเขาจริงๆ


“มาแนะนำตัวหน้าห้องมา”


“เอ่อ..สวัสดีครับ นาแจมิน ครับ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคน” แจมินฉีกยิ้มอย่างที่ชอบทำให้กับทุกคนในห้อง ดวงตากลมโตมองไปรอบๆ ห้องก่อนชะงักกึกเมื่อพบกับหนึ่งในเพื่อนร่วมชั้น เขารับรู้ถึงหัวใจของตัวเองที่เต้นถี่รัวจนเหมือนหายใจไม่ออก ครูยองโฮเดินเข้ามาใกล้เขาพร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างเป็นห่วง


“เป็นอะไรรึเปล่า”


“เออเปล่าครับ ผ..ผมแค่ตื่นเต้นไปหน่อย”


“ถ้าอย่างนั้นก็ทำความรู้จักกับเพื่อนๆ ในห้องไปนะ วันนี้ครูยังไม่สอนอะไรหรอก ทุกคนก็มาทำความรู้จักกับน้องนะ ใครอยากจะกลับไปพักก็ตามสบาย แล้วเจอกันพรุ่งนี้” พอครูยองโฮเดินออกไป คนหลายๆ คนในห้องก็แค่เดินเข้ามาตบบ่าของเขาแล้วเอ่ยแนะนำตัวให้เขาฟัง ก่อนจะเดินออกไป ในห้องจึงเหลือแค่เตนล์กับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ


“น้องแจมิน” เตนล์ยิ้มกว้างแล้วกวักมือให้เขาเดินเข้าไปหา มือสวยชี้ไปทางใครคนนั้นนั่งอยู่ข้างๆ “นี่ไงๆ มาร์ค”


“..มาร์ค” แจมินพึมพำออกมาเสียงเบา คนที่เขาเห็นวันที่ไปบ้านเจโน่ไม่ผิดแน่ คนที่มีใบหน้าเหมือนกับ..


“นาย ที่ฉันเจอวันนั้นนี่ นี่ฉันชื่อมาร์คนะ ไม่ได้ชื่อมินฮยอน” ในจังหวะที่ได้สบตากัน อีกฝ่ายก็รีบลุกขึ้นแล้วพูดออกมาอย่างรวดเร็ว แจมินจ้องมองใบหน้าของคนตรงหน้า เหมือนกันทุกอย่าง ไม่ว่าเสียง หน้าตา หรือแม้แต่ไฝที่ข้างแก้ม


“ม..มินฮยอน” แจมินยกมือขึ้นมาแตะแก้มของอีกฝ่ายโดยไม่ได้ตั้งใจ มาร์คปัดมือออกก่อนจะพูดด้วยเสียงไม่เบาเท่าไหร่นัก


“ไม่ ก็บอกว่าชื่อมาร์คไง !”


“..ม..มินฮยอน แฮ่ก..ฮึก..” แจมินทรุดลงไปนั่งที่พื้นที เขาพึมพำชื่อคนที่จากไปแล้ว พร้อมกับน้ำตาที่เริ่มไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ อยากเจอจังเลย อยากเจอมินฮยอนจังเลย ทำไมต้องฆ่ามินฮยอนด้วย อย่าฆ่ามินฮยอนนะ ฆ่าฉันแทนเถอะ


“น้องแจมิน !! แจมินเป็นอะไรรึเปล่า” เตนล์ร้องอย่างตกใจ คนตัวเล็กรีบทรุดตัวนั่งลงข้างๆ คนที่นั่งคุดคู้อยู่ที่พื้น แจมินในตอนนี้ดูเปราะบางราวกับคนที่กำลังจะแตกสลาย มาร์คที่เป็นตัวต้นเหตุเองก็ได้แต่ยืนอยู่ข้างๆ ทำตัวไม่ถูก


“ม..ไม่..หายใจไม่ออก”


“ค่อยๆ หายใจสิ ใจเย็นๆ ค่อยๆ หายใจ..แบบนั้น” เตนล์ลูบหลังของแจมินไปด้วย พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับให้บนแก้มซีดของแจมิน แม้เขาจะไม่ค่อยเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ตาม


“ขอบคุณครับ” อยู่ดีๆ ร่างผอมก็ลุกขึ้นมา แล้วรีบเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว จนเตนล์ยังเรียกแทบไม่ทัน แจมินวิ่งออกนอกปราสาทนั้นวิ่งไปปราสาทนี้มั่วไปหมด จนเขามาเจอเข้ากับปราสาทหนึ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า มันสูงใหญ่กว่าทุกปราสาทของที่นี่ และยังมีการคุ้มกันที่ดูแน่นหนากว่าที่อื่นที่จะไม่มีทหารค่อยเฝ้าอยู่ข้างหน้า


ดวงตากลมมองไปรอบๆ ก่อนจะเห็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในนั้น ใบหน้าของพ่อกับแม่ก็ขึ้นมาทันที แจมินเดินเร็วๆ ไปที่ทางเข้า แต่ก็โดนขวางเอาไว้ก่อน


“ปราสาทนี้ไม่อนุญาติให้คนนอกราชวงค์เข้าไป” แจมินเม้มปากแน่น แม้แต่ทหารของพ่อก็ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นลูกของท่านงั้นหรือ แจมินละอยากจะร้องไห้จริงๆ


“เราคือนาแจมิน” แจมินพูดเสียงเรียบ บางทีพวกเขาอาจจะแค่ไม่รู้จักหน้า แต่อาจจะรู้จักชื่อเขาก็ได้หละมั้ง


“ต้องขออภัยด้วยครับคุณหนู” สีหน้าของทหารเปลี่ยนไปแทบจะทันที เขาก้มศีรษะให้กับแจมินก่อนจะรีบหลีกทางให้อย่างรวดเร็ว แจมินพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินตรงไปทางสวนดอกไม้ทันที


ร่างผอมเดินเข้าไปในสวนดอกไม้ แล้วทิ้งตัวลงบนหญ้านุ่มๆ ความจริงแล้วตอนนี้มันมืดสนิทจนแทบไม่เห็นความงามของมันเลยหละ แต่แจมินเชื่อว่ามันจะต้องงดงามมากแน่ๆ เพราะเกิดขึ้นจากความรักของท่านพ่อที่มีต่อท่านแม่ยังไงหละ


“ฮึก..ท่านพ่อ..ท่านแม่ แจมินอยากกลับบ้านแล้ว แจมินกลัว” น้ำตามากมายพร่างพรูออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ คนตัวผอมร้องไห้จนเนื้อตัวสั่นเทาไปหมด เขาได้แต่หวังว่าจะไม่มีใครเข้ามาเห็นเขาในสภาพนี้ ไม่อย่างนั้นการที่เขาเอาแต่ฝืนยิ้มให้ทุกคนตลอดหลายปีมันจะสูญเปล่า


คนตัวผอมร้องไห้จนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว แม้แวมไพร์หนุ่มจะเดินเข้ามานั่งข้างๆ แจมินก็ยังไม่รู้สึกตัว มือหยาบเกลี่ยแก้มใสที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ก่อนจะถอดเสื้อนอกของตัวเองออกมาคลุมร่างผอมเพื่อป้องกันอากาศหนาวที่จะมาทำให้คนตัวผอมไม่สบาย


“มานอนตากอากาศเย็นๆ แบบนี้โง่รึเปล่า” แวมไพร์หนุ่มบ่นพึมพำเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ร่างผอมนอนอยู่ท่ามกลางดอกไม้ในสวนอยู่อย่างนั้น










--------------------------------
 เค้ามาช้าอีกแล้ว เค้าขอโทษ
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ  <3


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 161 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #559 kopai0901 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 02:01
    ดูแลเธอห่างๆอย่างห่วงๆ
    #559
    0
  2. #501 WSwen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 13:16
    สฃสัยมาร์คแงงง ทำไมถึงเหมือนมินฮยอนอ่ะ หรือจริงๆแบบมินฮยอนยังไม่ตายหรอ555555555555
    #501
    0
  3. #489 JMHC (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 14:54
    สงสารน้องแจม ฮือ น้องยังคิดถีงมินฮยอนมากๆอยู่เลย พอเจอมาร์คก็เลยเป็นแบบนี้ ส่วนเจโน่นี่พระเอกซึนแห่งปี เอาเสื้อมาคลุมให้น้อง เป็นห่วงใช่มั้ยเนี่ยย
    #489
    0
  4. #476 mylittleb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 01:10
    อยากกอดน้องแน่นๆ
    #476
    0
  5. #446 Hiphophop (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 20:56
    พี่โดยองกับพี่เตนล์มีไรกันป่าวน่ะๆๆ เจโน่เป็นห่วงน้องใช่ม้าย น่ารักก
    #446
    0
  6. #410 puchan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 13:34
    ทำไมมาร์คถึงเหมือนมินฮยอน
    #410
    0
  7. #393 Hongsyok (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 01:17
    จะฟินก็ฟินจะสงสัยก็สงสัย แต่ภาษากับเนื้อเรื่องดีมาก ติดตามนะไรท์ เราชอบมากเลย
    #393
    0
  8. #295 zkywalker (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 17:53
    สงสารน้องจัง ต้องเผชิญกับสิ่งที่ตัวเองกลัวมาตลอดเลน
    #295
    0
  9. #283 Pattho (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 11:09
    แหนะ แอบเป็นห่วงเขาอีกอะคนเรา ว่าแต่ทำไมมาร์คถึงหน้าเหมือนมินฮยอนขนาดนั้น เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย สงสารน้องงง
    #283
    0
  10. #195 Limonin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 23:02
    จะรักหรือจะร้ายคะเจโน่
    #195
    0
  11. #188 xxxminmin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 15:18
    สงสัยเรื่องมาร์คมินฮยอนมาก ทำไมหน้าเหมือนกันตอนแรกคิดว่าาจยังไม่ตาย แต่ก็มีหลุมศะที่บ้านแลิว งงแรงมาก55555
    #188
    0
  12. #154 P'lu N'hun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 17:19
    นี่สงสัยมากอ่ะ เจโน่แน่ๆที่เอาเสื้อให้แจมิน
    #154
    0
  13. #115 Innocence (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 16:24
    แล้วทำไมมินฮยอนกับมาร์คถึงหน้าตาเหมือนกันล่ะ สงสารน้องแจมิน แต่ก็อิจฉาที่มีชายหนุ่มรูปงานล้อมรอบค่ะ 555555555 ตอนน้องร้องไห้นี่ใจบางตลอดเลย ฮั่นน่ะ เจโน่ใช่ไหม เป็นห่วงเค้าก็พูดมา 55555555
    #115
    0
  14. #108 porkpak111 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 13:35
    อืออย่างน้อยๆแจมินก็มีเพื่อนที่เป็นมนุษย์อยู่เนอะ เจโน่ละดูเย็นชากับแจมินซะจริง แถมข่าวที่เป็นคู่หมั้นกระจายไปทั่วโรงเรียนอีก แจมินคงไม่ได้อยู่อย่างสงบๆหรอก
    #108
    0
  15. #74 kanyalak9279 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 10:03
    สงสารยัยแจมมากๆเลย แล้วทำไม่พี่โน่ต้องเย็นชาใส่น้องด้วย แล้วใครที่มาห่มเสื้อให้ยัยแจมอ่ะ พี่โน่หรอ
    #74
    0
  16. #73 fujikozung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 21:13
    เมื่อไหร่แจมินจะได้เจอแทยงนะ อยากให้พี่น้องเจอกันจัง แต่อย่างน้อยก็ดีแล้วที่เข้ามาแล้วน้องมีเพื่อนด้วย แถมยังมีโดยองคอยดูแลอยู่อีก ว่าแต่ทำไมแจมินถึงมีอาการแบบนั้นตอนเจอมาร์คหระ แล้วใครกันนะที่มาห่มพาให้น้อง ทำไมไม่เอาเข้าไปนอนที่ปราสาทเลย
    #73
    0
  17. #72 wareeandsoul (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 12:40
    สงสัยน้องมาร์คกับมินฮยอนที่สุดแล้วค่ะ ยังไงก็มาเป็นเพื่อนกันนะลูก สงสารน้องแจมมากๆ ทั้งที่เป็นลูกเจ้าของโรงเรียนแต่ไม่มีใครให้ความสำคัญกับน้องเลย เฮ้อ ต้องฝากฝังกับคุณโดยองและเตนล์ให้ดูแลน้องแล้วล่ะ คู่หมั้นเค้าไม่ช่วยอะไรหรอก 555
    #72
    0
  18. #70 MarisaSINs (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 01:26
    สงสารน้องแจมมม น้องต้องดีใจปนเศร้ามากๆแน่ๆเลยที่อยู่ดีๆก็เจอคนหน้าเหมือนมินฮยอนแบบนี้ คนที่เอาเสื้อมาคุมให้นี่น้องโน่แน่ๆด่าแบบนี้มีคนเดียว55555555
    #70
    0
  19. #69 บีเมะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 00:59
    มาร์คกับมินฮยอนนี่คือยังไง โอ้ยยย ซับซ้อนไปหมด แจมินต้องเข้มแข็งนะคะ ฮื่ออออ
    #69
    0
  20. #66 qxpp_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 23:39
    แจมต้องอดทนนะคะคนดี แล้วนั่นใครคะ พี่โน่ใช่มั้ยที่เอาเสื้อมาคลุมให้
    #66
    0
  21. #65 pwt_sbwn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 23:02
    สงสารเเจม??
    #65
    0
  22. #64 nanajam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 20:05
    สงสารน้องแจม ฮือ เหมือนอยู่คนเดียวท่ามกลางโลกที่ไม่ใช่ของเราเลย คงรู้สึกโดดเดี่ยวน่าดู น่าสงสาร ;-;
    #64
    0
  23. #63 AUMeez (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 19:16
    โอัยยย ใครเอาเสื้อมาคลุมให้น้องแจมมมมม เจโน่ป่าวววว จะใจอ่อนละเข้าใจแจมินได้รึยังง น้องน่าสงสารรรรร

    มันต้องเป็นเรื่ออความเข้าใจผิดแน่ๆ ทำไมมมินฮยอนถึงต้องตาย ฮือ อยากรู้แล้ว แล้วมาริคคคค ร่างอวตารเหรอออ โอ๊ย ซับซ้อนๆๆ

    ละแจฮยอนน ทำไมไปโรงเรียนก่อน ไม่ช่วยดูแลน้อง พาน้องไปพร้อมกันเลยย เจโน่ใจร้ายคนเดียวไม่พอออ

    น้องแจมน่าสงสารมากกก ลูกแม่ หนูต้องเข้มแข็งนะคะ อย่าไปใส่ใจพวกปากปูปากปลา มันแค่อิจฉาหนูค่ะ !
    #63
    0
  24. #62 Baramm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 18:54
    เกิดอะไรขึ้นกับมินฮยอนกันแน่ฮืออ ละพี่มาร์คคือรายยย แงง
    #62
    0
  25. #45 fujikozung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 11:50
    พอเกิดเรื่องแบบนั้นกะเพื่อนคนแรกและคนเดียวของตัวเองอย่างไรอันแแล้ว แจมินก็ไม่ยอมเปิดรับใครมาเป็นเพื่อนอีกเลย สงสารที่น้องต้องอยู่คนเดียว ว่าแต่ใครเป็นคนช่วยดงฮยอกหระ หรือดงฮยอกก็มีอะไรปิดบังไว้อยู่
    #45
    0
  26. #44 nanajam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 10:31
    น้องดงน่าสงสารนะ เจ็บตัวเพราะยัยแจมแล้วยัยแจมยังไม่อยากเป็นเพื่อนด้วยอีก แต่ก็นั่นแหละ แจมไม่อยากเสียใครไปอีกไง อยากรู้ใครเป็นคนทำร้ายทุกคนที่อยู่รอบตัวแจมกัน?
    #44
    0
  27. #39 กัปตันปีเกิ้ลไลน์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 17:10
    อย่าหลงรับน้องแจมนะ เดี๋ยวเจ้าของเขากัดเอา โอ๊ยหวงใว้ให้โน่เหลือเกิน รอค่ะ
    #39
    0
  28. #37 wareeandsoul (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 16:56
    จะเป็นแวมไพร์กันทั้งเรื่องเลยมั้ยคะเนี่ย แต่ละคนดูลึกลับมากๆ แล้วก็สงสารน้องดงฮยอกนะคะ เค้าอยากเป็นเพื่อนก็ไม่ได้อะ ฮือ รอตอนต่อไปค่ะ
    #37
    0
  29. #36 passorna (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 10:12
    แฮชตื๊อมากอ่ะ เอาหน่าแจมินต้องเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆนะ อย่าร้องไห้เลย แต่ห้ามชอบแจมินนะ เจ้าของเขาแบบยังไม่ออกมาก็เถอะ 55555 รอพี่โน่นะคะ ต้องเท่มากแน่ๆ รอนะคะสู้ๆ
    #36
    0
  30. #33 carat_bk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 01:02
    ดงฮยอกสู้ๆนะะ เป็นเพื่อนกับยัยแจมให้ได้ 5555 พิโน่อยู่ไหนคะ U.U ฮื่ออ ไรท์สู้ๆนะคะ มาอัพบ่อยๆน้าา รออยู่ค่า ?
    #33
    0
  31. #32 pposh74 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 00:58
    มาต่อเร็วๆนะคะ ชอบเรื่องนี้มากๆ สู้ๆนะคะ
    #32
    0
  32. #30 Mmino (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 00:09
    สู้ๆน่ะค่ะ ไรต์เตอร์
    #30
    0
  33. #29 Aiyeoly (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 23:45
    ฮือออ ชอบเรื่องนี้มากเลยย มาอัพบ่อยๆนะคะ
    #29
    0
  34. #28 saseum&mandu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 23:30
    ชอบบบมากอ่านเพลินสุดๆแต่พระเอกค่าตัวเเพ๊งแพง
    #28
    0
  35. #26 Chalida Kongpila (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 22:10
    ซึ้งดงฮยอกอยากเป็นเพื่อนกับเเจมขนาดนั้นเลยหรอ ว่าปต่ใครเนี่ยที่พยายามฆ่าทุกๆคนที่อยู่ใกล้แจม แต่สนุกมากจริงๆค่ะ ปกติชอบแนวแฟนตาซีอยู่แล้วด้วยเจอเรื่องนี่ยิ่งชอบ น้องแจมจะมีเพื่อนแล้ววว ไรต์กลับมาแล้ว ฉลองเย้ เย้
    ปล. เจโน่ไปไหนคะลูก
    #26
    0