(fic exo/nct) ESCAPE 2 [NOMIN]

ตอนที่ 20 : NINETEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 174 ครั้ง
    19 เม.ย. 63



19


ต้องทำยังไงครอบครัวจางถึงจะกลับมามีความสุขได้นะ?


ดวงตากลมจ้องมองแจฮยอนนั่งยิ้มอยู่กับบรรดาเพื่อนชนชั้นสูงของตน เลื่อนสายตาไปที่สนามบาสข้างๆ ก็มีร่างของคุณชายอีเจโน่ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาจ้องเจ้าลูกสีส้มที่กระเด้งไปกระเด้งอยู่มาอยู่ในสนามกับเพื่อนของตนก็เท่านั้น 


“คุณชาย” มาร์คเลื่อนสายตากลับมามองดงฮยอกที่นั่งอยู่ข้างกาย เขาเผิกเฉยที่จะว่าแวมไพร์ผู้ติดตามเรื่องที่เรียกสรรพนามที่เขาไม่ชอบ นั่นทำให้คนเรียกคิ้วตก และมาร์คเข้าใจความหมายของมันดี


ตอนนี้คงจะเป็นเขาคนเดียวละมั้ง ที่ไม่มีความสุขเลย


“ฉันไม่เป็นไร” 


ดงฮยอกรู้สึกวูบโหวงในใจจากคำพูดของนายเหนือหัว ปากบอกไม่เป็นไร แต่ดูดวงตาที่แสนเศร้าสร้อยนั่นสิ เขาเป็นห่วงคุณชายของเขาเหลือเกิน 


ตอนนี้รอยยิ้มที่แสนร่าเริงของคุณชายของเขานั้น กลายเป็นภาพที่เลือนรางซะเหลือเกิน ราวกับเป็นกระจกมัวๆ ที่มีไอน้ำเกาะอยู่ จนยากที่จะเห็นสิ่งที่อยู่ภายใน แม้แต่คุณชายบ้านจางก็ยังไม่สามารถทำให้รอยยิ้มนั้นกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้เลย กลับกัน ยิ่งมาร์คเห็นแจฮยอนมากเท่าไหร่ รอยยิ้มที่สดใสก็ยิ่งจางหายไปเท่านั้น 


ถึงแม้ว่ามาร์คจะเคยเป็นแวมไพร์มาก่อน แต่ตั้งแต่จำความได้ เขาเป็นมนุษย์มาตลอด ทำให้การปรับตัวในครั้งนี้ ยากเสียจนมาร์คอึดอัดจนทนแทบไม่ไหว ทั้งสังคมและเพื่อนที่เปลี่ยนไป ประกอบกับการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้เขายังคงต้องพึ่งแจฮยอนและดงฮยอกอีกมาก และเขายังไม่ชินกับแสงแดดเสียที ผิวที่แสนบอบบาง แค่โดนแดดเพียงเล็กน้อยก็แดงเป็นปื้น ดวงตาก็พร่าเสียจนมองอะไรไม่ค่อยเห็นยิ่งทำให้ร่างบอบบางไม่สบอารมณ์หนักกว่าเก่า


มาร์คมองแจมินกับเตนล์ผ่านสายตาที่พร่ามัว แต่กลิ่นกลับชัดเจน แม้อยากจะเข้าไปทักทาย แต่เขาก็อดทนกลิ่นหอมๆ ของมนุษย์ไม่ได้เลย ยิ่งได้กลิ่น ก็ยิ่งหวาดกลัว กลัวว่าจะเผลอทำร้ายคนสำคัญอีก จึงทำได้แค่นั่งกัดริมฝีปาก อดกลั้นความรู้สึกจนริมฝีปากขึ้นสีแดงช้ำ  


“หึหึ” มาร์คหัวเราะแผ่วอย่างสมเพชตัวเอง 


ยัยตาโตจะคิดถึงเขาบ้างไหมนะ 


ไม่ต้องถามก็พอจะรู้คำตอบดีอยู่หรอก กับคนที่ขโมยร่างคนสำคัญไปเนี่ยนะ ถ้าเป็นเขา เขาคงอยากจะฆ่าให้ตายเสียด้วยซ้ำ นับว่าโชคดีแค่ไหนแล้ว ที่บ้านจางยังปรานีเขาและพี่ชายอยู่


“วันพรุ่งนี้ก็ปิดเทอมแล้วสินะ” เขาเงยหน้าขึ้นเพื่อมองท้องฟ้า แม้จะต้องหยีตามอง แต่เขาก็ยังอยากมองมันอยู่ดี 


“ครับ คุณชายอยากจะไปไหนไหม” ดงฮยอกรีบตอบรับอย่างกระตือรือร้น คุณชายของเขาครั้งก่อนเคยชอบซุกซนไปเมืองต่างๆ ในยามว่าง หวังว่าครั้งนี้มาร์คจะยังอยากไปเที่ยวอยู่นะ 


“อืม..อยากกลับบ้าน”


บ้านที่เป็นของเขาจริงๆ 



“น้องมาร์ค”


“ครับ” เจ้าของชื่อหันไปยิ้มน้อยๆ ให้กับคนเรียก นั่นไง เจ้าของชีวิตคนใหม่ของเขาเดินยิ้มแก้มบุ๋มมาแต่ไกล แจฮยอนที่แอบลอบมอง (และลอบฟัง) มาร์คอยู่สักพัก รีบเดินเข้ามา เพราะเป็นห่วงว่าคนของเขาจะคิดมาก แวมไพร์ที่มีฉายาเป็นเทวดาขมวดคิ้วเล็กน้อย เดี๋ยวนี้มาร์คชอบทำตัวเป็นเสือน้อยเชื่องๆ เขาพาไปทางไหนก็เดินตามไปหมด ไม่พยศเหมือนแต่ก่อน ซึ่งนั่นทำให้แจฮยอนรู้สึกหงุดหงิด


“ร้อนหรือเปล่า ไปนั่งที่อื่นกันดีไหม” 


“ไม่เป็นไรครับ ตรงนี้ลมเย็นดี” ถึงมาร์คจะตอบแบบนั้น แต่ผิวขาวของเจ้าตัวตอนนี้ก็โดนแดดเผาจนเริ่มขึ้นรอยแดง แจฮยอนคว้าแขนของมาร์คและพาเข้าไปในที่ร่มทันที โดยไม่ถามความสมัครใจของร่างเพรียวอีก


“พรุ่งนี้ปิดเทอมแล้ว” 


“ครับ ผมกำลังคิดว่าจะกลับบ้าน”


“บ้าน?” แจฮยอนเลิกคิ้วขึ้นสูง แน่นอนเขาไม่มีความคิดที่จะปล่อยให้มาร์คอยู่คนเดียวแน่ๆ เกิดน้องคิดสั้นฆ่าตัวตายขึ้นมาเขาจะทำยังไง ทุกวันนี้น้องก็แทบจะอดเลือดจนหน้ามืดอยู่หลายต่อหลายครั้งให้เขาต้องเป็นห่วง ราวกับว่ามาร์คที่เป็นคนร่าเริงคนนั้นได้ตายไปพร้อมกันวันที่น้องตัดสินใจทำร้ายตัวเองในวันนั้นไปแล้ว 


“บ้านที่ลูคัสอยู่ตอนนี้ยังไงละครับ”


“...”


“ถึงคุณจะคิดยังไง แต่ก็หนีความจริงที่ผมเป็นน้องชายของลูคัสไม่ได้หรอก” มาร์คสบตากับแจฮยอนตรงๆ อย่างที่ไม่เคยกล้าทำมาก่อน สีหน้าของแวมไพร์ตรงหน้าเปลี่ยนไปเพียงไม่นาน แจฮยอนก็กลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิม 


มาร์คไม่สนหรอกว่าแจฮยอนจะยอมหรือไม่ ยังไงเขาก็จะกลับไป เพื่อตามหาความจริง และเรื่องที่ติดค้างอยู่ในใจ เขาเป็นใคร มาจากไหน 


“ถ้าน้องมาร์คว่าแบบนั้นพี่ก็คงจะห้ามไม่ได้” รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าน่ารักแทบจะทันทีที่แจฮยอนรับปาก ก่อนจะหุบลงเมื่อมาร์คได้ยินประโยคถัดมา


“แต่พี่จะไปด้วย”


“ไม่มีทาง” มาร์คปฏิเสธทันที การกลับบ้านครั้งนี้ ไม่แคล้วเขาคงทำอะไรบ้าๆ อีกแน่ และถ้าเขาทำแบบนั้นจริงๆ แจฮยอนต้องห้ามเขาแน่นอน ซึ่งเขาจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด


“ผมจะตามไปดูแลมาร์คเอง คุณชายไม่ต้องเป็นห่วง” ดงฮยอกที่เห็นท่าไม่ดีรีบเอ่ยขัด เขามองหน้าคุณชายจางที คุณชายของตัวเองที สลับไปสลับมาอย่างร้อนรน 


“ไม่ต้อง นายไม่ต้องไป” มาร์ครีบเอ่ยห้ามสหายคนสนิทเสียงแข็ง ครั้งนี้ เขาไม่ต้องการให้ใครตามเขาไปทั้งนั้น ทุกคนเหนื่อยกับเขามามากพอแล้ว 


“ไม่ใจร้ายไปหน่อยหรอครับ อยู่ดีๆ ก็เผิกเฉยใส่คนที่ดูแลตัวเองมาตลอดหลายปีง่ายๆ แบบนี้” เสียงหวานใสของผู้มาใหม่ดังขึ้นอยู่ข้างหลัง มาร์ครู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังโดนแช่แข็งจากเสียงของนาแจมิน พวกเขาไม่ได้คุยกันเลยนับตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง ไม่สิ อุตส่าห์ได้คุยกับยัยตาโตทั้งที ไม่ควรจะเป็นเรื่องเครียดๆ แบบนี้ด้วยซ้ำ


“คุณแจมิน อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ” ดงฮยอกคิ้วตก สีหน้าของคุณชายคนเล็กจากบ้านอู๋ ไม่ได้ล้อเล่นด้วยเลยสักนิด หนำซ้ำยังดูโกรธเคืองแทนตนอีกต่างหาก หรือแท้ที่จริงแล้ว คุณแจมินยังไม่พอใจเรื่องที่มาร์คใช้ร่างของคุณมินฮยอนอยู่ก็เป็นได้ 


“น้องแจม..” แจฮยอนเองก็เรียกคนรักของน้องชายเสียงเบา เขาไม่กล้าดุนาแจมินหรอก ไม่ใช่เพราะว่ากลัวน้องชายตัวดี ที่ยืนเป็นแบคกราวน์ข้างหลังน้องสะใภ้หรอกนะ สำหรับแจมินน่ะ แค่เห็นหน้า แจฮยอนก็ไม่กล้าพูดอะไรแล้ว


ดูก็รู้ว่าน้องห่วงมาร์คมาก ที่อยากจะให้ดงฮยอกตามไปด้วย ก็เพราะอยากให้มีคนดูแลมาร์คไม่ใช่หรือไง นี่ถ้าไม่ใช่เพราะยังกลัวลูคัสอยู่ แจมินก็คงจะตามไปเองแล้วล่ะมั้ง


“ยัยตาโต คือพี่..” 


“ผมขอตัวก่อนนะครับ” พอมาร์คจะพูด แจมินก็หันหลังกลับเอาดื้อๆ ร่างน้อยเดินห่างออกไปไกลจนลับตา มาร์คเองก็ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองน้องจากไปพร้อมกับร่างคู่หมั้นของน้อง โดยที่ตนเองยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ


นั่นไง ร้องไห้จนได้


แจฮยอนกรอกตาเล็กน้อย เขาจูงแขนน้องให้เดินตามเข้าไปในตัวตึก มาร์คเดินก้มหน้าก้มตาตามมาอย่างง่ายดาย มืออีกข้างที่ว่างก็ยกขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองป้อยๆ อย่างที่เจ้าตัวไม่เคยเป็นมาก่อน 


ร้องไห้หนักเสียด้วย


แวมไพร์ในคราบเทวดา พาน้องเข้ามาในห้องพักส่วนตัวของราชวงศ์ ดึงร่างบอบบางนั่งลงบนตัก แจฮยอนกอดร่างนุ่มนิ่มหลวมๆ พร้อมกับกดจูบลงบนกลุ่มผมหอมแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลมเด็กขี้แยที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น ที่ผ่านมา มาร์คคงจะเครียดมาก และวันนี้ก็คงจะถึงขีดจำกัดของน้องแล้ว


“น้องมาร์ค” 


“ฮึก..ผ..ผม..ผมเสียใจ..อึก”


“ชู่ว..ใจเย็นๆ ครับ ค่อยๆ พูด..ค่อยๆ หายใจ” น่าตลกสิ้นดี แวมไพร์ที่ไม่หายใจแบบเขา กำลังทำท่าหายใจเข้าหายใจออกช้าๆ เพื่อให้เด็กน้อยตรงหน้าที่ไม่ต้องหายใจแล้วเหมือนกัน ทำตาม 


มือเย็นที่แสนเย็นเฉียบ ปาดน้ำตาออกจากใบหน้าขาวช้าๆ ด้วยความรักใคร่ มาร์คเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของดวงตาสีเข้ม ราวกับต้องการจะค้นหาคำตอบ ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้ดีกับเขามากขนาดนี้ มากจนเขารู้สึกอับอายเหลือเกิน ที่เป็นต้นเหตุทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวด


“ผมขอโทษ ขอโทษจริงๆ”


“ไม่เป็นไร มาร์คไม่ได้ทำอะไรผิด อย่าโทษตัวเองเลยนะ” แจฮยอนกระซิบหูคนตัวบางบนตักที่ร้องไห้จนเหนื่อยและผล็อยหลับไปแล้ว แวมไพร์หนุ่มยังคงกดจูบลงบนกลุ่มผมของน้อง เขาหลับตาลงด้วยความอ่อนล้า เขาจะแก้ไขปัญหานี้ยังไงดี ต้องทำยังไง มาร์คถึงจะเดินหน้าต่อไป ในร่างของมินฮยอนได้อย่างมีความสุข

.

.

มาร์คตื่นขึ้นมาอีกรอบในอ้อมแขนของจองแจฮยอน แวมไพร์ในคราบเทวดากึ่งนั่งกึ่งนอนอ่านหนังสืออยู่ โดยมีตัวเขาหลับอยู่บนแผ่นอกกว้าง เด็กหนุ่มยังคงงัวเงียเกินกว่าที่จะยกศีรษะออกจากอกแข็งๆ ของอีกฝ่าย จึงเลือกที่จะนอนนิ่งในสภาพนั้นต่อไปในขณะที่พยายามไล่ความง่วงงุน


“จะนอนต่ออีกหน่อยก็ได้นะ” แจฮยอนพูดเสียงนุ่มในขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่บนตัวหนังสือ เขารับรู้ว่าน้องตื่นตั้งแต่ทีแรก แต่ยังอยากให้มาร์คนอนมากกว่านี้อีกสักหน่อย เพราะเจ้าเด็กดื้อของเขาไม่ค่อยได้นอนหลับสนิทมาหลายวันแล้ว 


“นอนเยอะแล้วครับ” ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ยอมลืมตาเลยด้วยซ้ำ แจฮยอนยกยิ้มมุมปากและไม่ตอบอะไรกลับไป พอแน่ใจว่าเด็กน้อยของเขาหลับไปอีกรอบแล้วนั่นแหละ แวมไพร์หนุ่มถึงได้หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ จนอกสะเทือน ส่งผลให้มาร์คที่โดนรบกวนการนอนขมวดคิ้ว แจฮยอนถึงต้องพยายามที่จะหยุดหัวเราะ เพราะกลัวเด็กน้อยจะนอนไม่หลับ 


“หืม..นอนหลับแล้วหรอ” ผู้เป็นพ่อบุญธรรมของคนบนอกเขาโผล่หน้าเข้ามา แวมไพร์หนุ่มเกร็งเล็กน้อย ใครๆ ก็รู้คุณซอหวงลูกชายคนนี้มากแค่ไหน


“ครับ ถึงจะบอกว่าแวมไพร์แบบพวกเราไม่จำเป็นต้องนอนก็เถอะ แต่ร่างกายเขาคงเหนื่อยน่าดู” แจฮยอนทำท่าจะลุกขึ้นนั่งดีๆ แต่อีกฝ่ายก็ยกมือขึ้นขัดก่อน คงเพราะกลัวว่ามาร์คจะตื่นนั่นแหละ


“อืม เขาไม่ยอมคุยกับฉันเลย” ซอยองโฮนั่งลงบนโซฟา กอดอกจ้องลูกชายบุญธรรมของตนตาไม่กระพริบ ถึงแม้มาร์คจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่เขาก็รักมาร์คมากเหมือนลูกของตัวเอง การที่โดนลูกไม่คุยด้วยนั้นทำเขาเจ็บปวดมากเหลือเกิน


“คงจะช็อคน่ะครับ ต้องให้เวลาน้องหน่อย”


“ฉันไม่ชอบแบบนี้เลย” ในฐานะที่ซอยองโฮเป็นคนเลี้ยงมาร์คมา เขาไม่ชอบใจเลยที่รอยยิ้มที่สดใสมันหายไป มาร์คไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน  


“ผมก็ไม่ชอบ น้องเป็นคนสดใสมาก พอเห็นน้องเป็นแบบนี้ผมก็เสียใจ”


“ฉันขอโทษนะที่ไม่ยอมพูดอะไรเลย”


“ไม่เป็นไรหรอกครับ เรื่องนี้คนที่รู้ดีที่สุดก็คือลูคัสไม่ใช่หรอครับ”


“ก็จริงอย่างที่คุณว่า” ตัวเขาเองก็เพิ่งจะมารู้ความจริงก่อนมาร์คได้ไม่นานนี่เอง แต่เพราะความขาดกลัวของเขา ถึงได้ทำให้มาร์คเจ็บปวดแบบนี้ ถ้าเขาบอกมาร์คไปตั้งแต่ตอนที่เขารู้ความจริง ลูกชายของเขาคงไม่ต้องเสียใจ กับเรื่องราวที่ต้องรับรู้อย่างกระทันหันด้วยตัวเอง


“ผมจะดูแลน้องอย่างดีครับ คุณซอไม่ต้องเป็นห่วง”


“คุณซออะไรล่ะ ท่านแจฮยอน จะไม่ถือตัวเกินไปแล้ว” ซอยองโฮขมวดคิ้ว ปกติเขาก็หวงลูกชายอยู่หรอก แต่ถ้าคนนั้นคือจองแจฮยอนแล้ว เขาก็สบายใจ


“ฮะฮะ ยังไงฉันก็เด็กกว่าคุณ”


“เฮ้อ สมแล้วที่เป็นตระกูลจาง โตกันมาอย่างดีเลยนะ” แจฮยอนยิ้มรับ ใครๆ ก็ชมเขาแบบนี้ เขาชินเสียแล้ว เขาได้ยินบ่อยๆ ว่าท่านพ่อของเขาเป็นผู้นำที่ใจเย็นและมีคุณธรรมมาก ไปที่ไหนก็จะโปรยยิ้มไปทั่ว จนผู้คนพากันบอกว่าเสียดายที่เป็นแวมไพร์อยู่ในความมืด ซึ่งตัวเขาก็โดนพูดถึงบ่อยๆ ในทางด้านนั้นเหมือนกัน พูดไปแล้วก็คิดถึงน้องชายที่แสนจะเย็นชาของตัวเอง เมื่อก่อนเจโน่ก็เป็นเด็กน่ารัก ถ้างั้นเรื่องที่ตอนนี้เป็นบ้าเป็นบอก็ขอไม่นับแล้วกัน 


“อาจดูไม่เหมาะสม แต่ฉันคงต้องฝากมาร์คไว้กับคุณแล้วล่ะ”


“ด้วยความยินดีครับ”


“งั้นฉันขอตัวก่อนนะ ถ้าเขาตื่น ช่วยหาเลือดให้เขาด้วยนะ ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ร่างกายเขาจะไม่ไหวเอา”


“รับทราบครับ”



“คงได้ยินแล้วนะครับ น้องมาร์ค”


เปลือกตาบางเปิดขึ้นช้าๆ ดวงตากลมสบตากับดวงตาของแวมไพร์ตรงหน้า มาร์คไม่ตอบรับคำพูดจากอีกฝ่าย แต่ค่อยๆ ใช้แขนของตัวเองดันลงบนอกแกร่งเพื่อลุกขึ้น ด้วยร่างกายที่อ่อนเพลีย ตามแบบที่พ่อเขาพูด ร่างกายของเขาในตอนนี้อ่อนแอมาก มากเสียจนเขารู้สึกง่วงตลอดเวลา แม้ว่าจะนอนเยอะแค่ไหนก็ตาม


“ทั้งร้องไห้ ทั้งไม่ได้นอน เลือดก็ไม่ยอมแตะ ต่อให้เป็นแวมไพร์แล้วก็ทนไม่ไหวหรอกนะน้องมาร์ค”


“ที่โดนแดดไปก่อนหน้านี้ ก็ยังไม่ดีขึ้นเลย” แจฮยอนขมวดคิ้ว ลูบแขนขาวซีดของน้องที่มีรอยไหม้แดงเป็นจ้ำด้วยความเป็นห่วง น่าจะแสบน่าดู ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ได้บ่นออกมาก็เถอะ


“ขอโทษนะครับ เพราะผมไม่ระวัง ร่างของมินฮยอนก็เลย..”


“มาร์ค” แจฮยอนกดเสียงต่ำเสียจนคนบนตัวต้องเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะหลุบมองแผงอกแข็งๆ แทนเมื่อพบว่าดวงตาของแจฮยอนกำลังฉายชัดถึงความโกรธที่คุกกรุ่นจนต้องหวาดกลัว 


“....”


“ถ้าพูดแบบนี้อีก พี่จะโกรธแล้วนะครับ” เด็กหนุ่มทำหน้าเศร้า ปากเล็กๆ เริ่มเบะขึ้นเป็นสัญญาณว่ามาร์คกำลังจะร้องไห้อีกครั้ง เขาไม่เคยโดนแจฮยอนดุและใช้สายตาแบบนี้มองมาก่อน 


“ที่ดุก็เพราะเป็นห่วงนะครับ” แจฮยอนพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ริมฝีปากสีซีดจูบลงบนกลุ่มผมน้องเบาๆ เพื่อปลอบประโลมให้หายขวัญเสีย ส่วนนิ้วเรียวก็ยกขึ้นเตรียมเช็ดน้ำตาให้น้องอย่างรู้หน้าที เพราะร้องแน่ๆ 


“ฮึก..”

นั่นไง


“ชู่ว ป่ะ หิวไหมครับ เดี๋ยวพี่พาไปหาอะไรกิน” .. จะได้มีแรงร้องไห้ต่อ แจฮยอนแอบต่อในใจ และไม่ได้พูดออกไป


“ต้องกินจริงๆ หรอ เลือดน่ะ..” เขาก็สงสารน้องอยู่หรอก ถึงแม้ว่ามาร์คจะเคยเป็นแวมไพร์มาก่อน แต่น้องแทบจะจำความสมัยที่ตัวเองเป็นแวมไพร์ไม่ได้ และโตมาด้วยการใช้ชีวิตแบบมนุษย์ ย่อมต้องไม่รู้สึกชินแน่นอน ถึงแม้ช่วงแรกๆ จะจำยอมกินไปเยอะก็เถอะ


“อย่าไปคิดว่ามันเป็นเลือดสิครับ คิดว่ามันเป็นอาหารที่เราใช้ดำรงชีวิตก็พอ”


“...”


“อีกอย่างเลือดที่สต๊อกไว้ก็เป็นเลือดของสัตว์ น้องมาร์คสนใจแบบไหนล่ะ เลือดกวางไหม หรือเลือดสิงโตดี”


“...อะไรก็ได้ครับ” แวมไพร์รุ่นพี่หัวเราะกับสีหน้าของคนเด็กกว่า พอโดนมองด้วยสายตาเอ็นดู มาร์คก็อดเขินไม่ได้ เด็กหนุ่มเสหน้าไปทางอื่นแก้เขิน ตอนนี้เขาไม่มีแรงมากพอที่จะเดินหนีได้ จึงทำได้แค่นี้แหละ


“กินพุดดิ้งเลือดไหม เจ้าพวกแฝดทำไว้เต็มตู้เย็นเลย” แจฮยอนพูดขณะพยุงร่างน้องให้ลุกจากเตียง พอเห็นท่าทางของน้อง แวมไพร์หนุ่มก็เริ่มนิ่งคิด สภาพตอนนี้คือมาร์คแทบจะไม่สามารถยืนด้วยขาของตัวเองได้ด้วยซ้ำ ถ้ากินแค่เลือดธรรมดาจะเอาอยู่ไหมนะ แถมยังเป็นแค่เลือดสัตว์ ไม่ได้ให้พลังงานเท่ากับเลือดมนุษย์ซะด้วยสิ


“น้องมาร์ค”


“....” เจ้าของชื่อไม่ยอมตอบ แต่หันหน้ามองคนเรียกด้วยสีหน้าที่น่ารักจนแจฮยอนอยากจะจับฟัดให้แก้มช้ำสักที


“กินเลือดพี่ก่อนแล้วกัน” 


“ไม่เอา..ฮือออ” 


เอ้ย ร้องไห้ทำไม 


แจฮยอนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ อยู่ดีๆ น้องก็ทรุดลงไปร้องไห้ที่พื้น โดยที่เขาก็ยังดึงไว้แทบไม่ทัน แวมไพร์ตัวสูงคุกเข่านั่งลงตรงหน้าน้อง


“รบกวนแจฮยอนอีกแล้..อื้อออออ” ยังพูดไม่ทันจบดี แจฮยอนก็โถมตัวใส่น้องจนแผ่นหลังบางแนบลงไปกับพื้นเย็นเฉียบ และตามมาด้วยริมฝีปากเย็นที่ตามลงประกับปากกับมาร์คเพื่อแลกเปลี่ยนเลือด


รบกวนมาเถอะ ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี


“ฮึก..อือ..แจ..แจฮยอน”


“รู้สึกดีขึ้นไหม” เจ้าของชื่อยิ้มจนแก้มบุ๋ม จ้องมองน้องด้วยสายตาล้อเลียน พอเห็นท่าทางเขินอายน่ารักของน้อง เขาก็อดไม่ได้ที่จะโน้มตัวลงไปจูบริมฝีปากซีดที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของตนอีกครั้ง


“อื้อ..”


เชี่ย หื่นแล้วว่ะกู


แจฮยอนตัดใจผละออกจากร่างขาว เขาดึงน้องขึ้นนั่งดีๆ ก่อนจะช่วยจัดเสื้อให้น้องไปด้วย เกือบถอดเสื้อน้องแล้วกู แวมไพร์ตัวสูงลูบหน้าลูบตาตัวเอง ท่องคำว่าใจเย็นเป็นร้อยเป็นพันรอบในใจ ราวกับต้องการจะสะกดจิตตัวเอง


มาร์คค่อยๆ ลุกขึ้นยืนตามแรงดึงของแจฮยอน ได้กินเลือดแจฮยอนไปไม่เยอะมาก แต่ก็พอจะช่วยทำให้เขายืนด้วยตัวเองได้บ้าง เด็กหนุ่มหลุบตามองพื้นตลอดระหว่างทางที่เดินไปยังห้องครัว เพราะทนสายตาแดงเพลิงของแจฮยอนไม่ไหว ให้ตายสิ โซแดมฮอต โคตรๆ


ใครไหวไปก่อนเลย


แต่มาร์คว่ามาร์คไม่ไหว




“ใช่แล้ว ยามราตรีแบบนี้แหละ เราต้องแอคทีฟ” ฝาแฝดร้องขึ้นอย่างดีใจเมื่อเห็นร่างของแจฮยอนเดินเข้ามาภายในห้องครัวพร้อมกับมาร์ค แน่นอนว่าไม่มีใครไม่เป็นห่วงมาร์ค เพราะตั้งแต่ตอนที่เกิดเรื่อง น้องก็ไม่เหมือนเดิมและไม่ยอมพบปะผู้คน จากเด็กร่าเริงที่มั่นใจตัวเองก็กลายเป็นเด็กที่เอาแต่ร้องไห้ จนจะพูดอะไรแจฮยอนยังต้องคิดหนัก เพราะกลัวจะกระทบจิตใจน้อง


“นั่งตรงนี้ๆๆๆ อยากกินพุดดิ้งไหม คุนทำไว้เยอะเลย” วินวินกุลีกุจอจัดที่นั่งข้างตัวเองให้แวมไพร์มือใหม่ พอพาน้องไปนั่งประจำที่แล้ว เจ้าตัวก็เดินไปเปิดตู้เย็น หยิบพุดดิ้งของโปรดมาวางตรงหน้าน้อง


“ลองแล้วจะติดใจ” มาร์คหันหน้ามองเขาเหมือนจะขออนุญาตชิม แจฮยอนยิ้มนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้าตอบน้องไป แล้วนั่งลงตรงข้าม วินวินเองก็เดินกลับมานั่งที่เดิม แล้วเท้าคางมองสีหน้ามาร์คด้วยความตื่นเต้น


“อร่อย”


“ใช่ไหมล้า..เดี๋ยวทีหลังจะให้คุนทำเผื่อ” วินวินยิ้มจนตาหยี พรีเซนต์ฝีมือการทำอาหารของพี่ชายฝาแฝดของตัวเองเสียยกใหญ่ มาร์คเองก็เริ่มผ่อนคลายลง มือขาวตักพุดดิ้งสีแดงเข้าปากไปเรื่อยๆ จนรู้ตัวอีกทีก็เผลอกินหมดไปสองถ้วยแล้ว


“ปิดท้ายด้วยน้ำหวานจ้า” วินวินยื่นกระบอกน้ำสีขุ่นจนไม่เห็นภายในส่งให้มาร์ค น้องดื่มอึกๆ ไปหลายทีจนไม่เหลือน้ำข้างในอีกจึงวางลงบนโต๊ะ แจฮยอนกับวินวินสบตากัน แวมไพร์ในคราบเทวดารู้สึกขอบคุณเจ้าฝาแฝดในใจ พอเอาเลือดไปใส่ในขวดที่มองไม่เห็นภายในแบบนั้น มาร์คก็เลยไม่ได้รู้สึกลำบากใจ แถมท่าทางของวินวินยังทำเหมือนกับว่ามันเป็นน้ำหวานธรรมดาๆ อีก น้องคงจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองได้ดื่มเลือดไปเสียกระบอกใหญ่ 


เฮ้อ..ซื้อเวลาไปได้อีกสักอาทิตย์สองอาทิตย์สินะ


“แล้วคุนไปไหนล่ะ”


“ก็เจ้าสามีในนามน่ะสิ พาไปไหนก็ไม่รู้ตัวแต่บ่ายแล้ว เหงาจะแย่” วินวินเท้าคางบ่นกระปอดกระแปด แจฮยอนขำเล็กน้อย ก็คงจะเหงาจริงแหละ อีกฝ่ายคงนั่งเบื่ออยู่ตรงนี้สักพักแล้ว สังเกตได้จากเศษซากขนม และคราบเลือดที่หลงเหลืออยู่ในแก้วหลายใบบนโต๊ะ


“มีประชุมไม่ใช่รึไง”


“ถ้าไม่มีคุนก็ไม่ไปหรอก” แฝดคนน้องกอดอก ทำหน้าเหม็นเบื่อ โดยไม่รู้ตัวว่าเบื้องหลังมีร่างสามีในนามของตนยืนอยู่ข้างหลัง แต่แจฮยอนรับรู้ได้ตั้งแต่ตอนที่ยูตะยืนอยู่ข้างนอกแล้วล่ะ แว่บนึงเขาอดรู้สึกเป็นห่วงวินวินขึ้นมาไม่ได้ แล้วแบบนี้จะปลอดภัยได้ยังไง ถ้าไม่สามารถรับรู้ถึงภัยอันตรายที่กำลังเข้ามาได้


“ฉันก็เป็นห่วงเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน” 


วินวินสะดุ้งเฮือกกับเสียงที่โผล่มาจากข้างหลัง สะดุ้งเสียจนมาร์คยังต้องสะดุ้งด้วย แต่ไม่ได้สะดุ้งเพราะอยู่ดีๆ ยูตะก็โผล่มาหรอกนะ เพราะเขาก็สัมผัสได้นิดๆ เหมือนกัน แต่สะดุ้งเพราะแรงกระตุกของวินวินต่างหาก 


แค่เห็นสีหน้าของแจฮยอน ยูตะก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ถึงได้พูดแบบนั้น 


“ไปประชุมกันเถอะ ฉันมารับ” 


“ฉันไม่ไปกับนายหรอก” วินวินปัดมืออีกฝ่ายทิ้ง ใบหน้าน่ารักเริ่มบึ้งตึง ผิดกับตอนที่คุยกับมาร์คก่อนหน้านี้ลิบลับ มาร์คเองก็แปลกใจ ทำไมวินวินจะต้องดูหงุดหงิดทุกครั้งที่ยูตะโผล่มาด้วย


“โอเค”


ซะที่ไหนล่ะ 


“เฮ้ยยย !!!”


มาร์คเบิกตากว้าง ยูตะที่ทำท่าเหมือนจะเดินออกจากห้อง หันมาฉวยเอวบางของวินวินขึ้นอุ้ม แล้วก็หายไปพร้อมกับแสงสีทองจางๆ ต่อหน้าเด็กหนุ่ม


ไอ้นึกอยากจะหายตัว ก็หายตัวของเจ้าพวกแวมไพร์ที่นี่ ยังไงมาร์คก็ไม่ชินจริงๆ ถึงแม้ว่าไม่ค่อยใช้กันก็เถอะ


“เมื่อกี้น่ะ ตอนที่ยูตะเดินเข้ามา น้องมาร์ครู้ตัวไหม”


“รู้ครับ ถึงจะแค่นิดหน่อย แต่ก็รู้ว่ามีใครเดินเข้ามา”


“อืม..แต่วินวินไม่รู้”


“แต่คุณวินวินเป็นแวมไพร์..” มาร์คขมวดคิ้ว เท่าที่เขารู้เวลาแวมไพร์มีลูกกับมนุษย์ ลูกที่เกิดออกมาจะมีทั้งแบบที่เป็นแวมไพร์แท้ๆ อย่างเจโน่ หรือเป็นมนุษย์ไปเลยแบบแจมิน และเป็นลูกครึ่งที่ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยเลือดและอาหารปกติ แต่กับวินวิน อีกฝ่ายใช้ชีวิตเหมือนแวมไพร์ทุกอย่าง และไม่กินอาหารมนุษย์เลยด้วยซ้ำ


“วินวินก็เหมือนลูกครึ่งนั่นแหละ เพียงแค่ดำรงชีวิตแบบแวมไพร์แต่ใช้สัญชาติญาณแบบมนุษย์” 


“ทำไมถึงเป็นแบบนั้นครับ”


“คงเพราะเป็นฝาแฝด โดนคุนแย่งไปหมดแล้วมั้ง” แจฮยอนหัวเราะขำๆ แต่ความจริงมันเป็นเรื่องที่ยากสำหรับวินวินมาก ที่จะก้าวผ่านปมด้อยนี้ไปให้ได้ ความเร็วและสัญชาติญาณของวินวินอาจจะดีกว่ามนุษย์ แต่ถ้าเทียบกับแวมไพร์แท้ๆ หรือกับพวกลูกครึ่งบางคนก็ยังเทียบไม่ติดอยู่ดี 


“ก็คงจะเป็นเหมือนยีนเด่นยีนด้อยของมนุษย์ละมั้ง”


“แต่ถ้าเป็นแบบนั้น คงใช้ชีวิตในโลกแวมไพร์ยากเลยสินะครับ”


“อืม..ใช่”


“เพราะงั้นเลยต้องรีบให้แต่งงานหรอครับ คล้ายๆ กับเรื่องของยัยตาโต”


“ใช่” 


เพราะหลังจากที่ครอบครัวพวกเราสูญเสียมินฮยอนไป ก็ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว ไม่อยาก..ให้มีใครต้องตายอีกแล้ว





---------------------------------------------

มาต่อแล้วค่า

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและการรอคอยนะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 174 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #574 kopai0901 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 00:49

    ขอบคุณที่มาอัพบ่อยๆนะค้าบบบต่อเนื่องมากเลย
    #574
    0
  2. #573 kopai0901 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 00:48
    มันแบบว่าฟิน#พี่เจนน้องแจม
    #573
    0
  3. #572 kopai0901 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 00:47
    แอดต๋าาามาต่อเถอะน้าา
    #572
    0
  4. #558 CelinLp (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 02:42

    มาร์คน่ารักที่สุดเลยคับบ // ขอบคุณที่มาอัพเรื่อยๆนะคะ

    #558
    0
  5. #557 Pattho (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 01:58
    มาร์คน่ารักมากเลยค่ะ มีความน้องสูงมาก // เวลคัมแบคนะคะคูมไรท์
    #557
    0
  6. #556 รออยู่นะ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 00:30

    ดีใจที่มานะคะ มาอัพบ่อยๆนะคะ

    #556
    0
  7. #555 Real_pky_ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 05:51
    น้องมาร์คน่ารักจังลูกกกก //ขอบคุนที่มาอัพนะค้าบบบ คิดถึงยัยตาโตของพิโน่มากเลยยย
    #555
    0
  8. #554 violet27 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 22:10
    มาบ่อยๆๆ นะคะ คิดถึง
    #554
    0
  9. #553 KKWaZowski (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 20:52
    คิดถึงไรท์มากๆเลยค่ะ ดีใจที่มาอัพนะคะ;-;
    #553
    0
  10. #552 Napat99 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 15:23
    ฮืออออ มาแล้วววว มาบ่อยๆนะคะ ช่วงนี้เหงาเลยกักตัวอยู่บ้านเนี่ยยย
    #552
    0
  11. #551 Mochi. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 14:00
    เอ็นดูน้องมาร์ค
    #551
    0
  12. #550 ssaki2310 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 08:23
    คืดถึงมากไม่ไหว
    #550
    0
  13. #549 a1aoelc (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 08:40
    คิดถึงที่สุดเลยยยย
    #549
    0
  14. #548 yelly2547 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 02:04
    ขอบคุณที่กลับมาอัพนะคะ รอเรื่องนี้อยู่ตลอด
    #548
    0
  15. #547 Pattho (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 19:15
    ฮืออออ กอดๆนะน้องมาร์ค
    #547
    0
  16. #546 Real_pky_ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 16:51
    น้องมาร์ค ฮือออออ ขอบคุนที่กลับมาอัพนะค้าบบบ คิดถึงเรื่องนี้อ่านวนรอมาอัพต่อเสมอนะค้าบบ
    #546
    0
  17. #545 KKWaZowski (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 10:55
    คิดถึงมากเลยค่าาาา แงงงงงง
    #545
    0
  18. #544 MMNOEY ♡ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 00:50
    คิดถึงงงงงงง
    #544
    0
  19. #543 hiphophop (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 00:43
    ฮือออ คุณไรต์เค้าแสนคิดถึงมั่กๆเลย
    #543
    0
  20. #542 Mochi. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 00:39
    โถ่ น้องมาร์ค
    #542
    0
  21. #541 เจ้าหญิงในท้องทะเล (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 23:57
    กี้ดดด ขอบคุณที่กลับมาอัพนะคะ เรานึกว่าคุณจะไม่กลับมาแล้ว😭
    #541
    2
    • #541-1 b o n s a i(จากตอนที่ 20)
      17 มีนาคม 2563 / 00:04
      ขอบคุณที่ยังรออยู่นะคะ เค้ากลับมาแล้ววว ;-;
      #541-1
    • #541-2 เจ้าหญิงในท้องทะเล(จากตอนที่ 20)
      17 มีนาคม 2563 / 00:06
      ฮือ ขอบคุณมากจริงๆนะคะ เราชอบฟิคคุณมากๆ เราอ่านซ้ำตลอดเลยค่ะ กลับมาคราวนี้ก็สู้ๆนะคะ!!😭🙏🏻
      #541-2
  22. #539 วิ่งอรชุนวิ่ง (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 16:05
    แงงงง อย่าเพิ่งนอยด์นะคะ มาร์คจะมีความสุขแน่ๆๆ
    #539
    0
  23. #538 Pattho (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 02:26
    รอค้าบบบบ
    #538
    0
  24. #537 Lookmeemona (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 08:17
    มาร์ค อย่าคิดไรเลยนะ
    #537
    0
  25. #536 KIK273 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 08:00

    รอค่าาาาาาาาาา
    #536
    0