(fic exo/nct) ESCAPE 2 [NOMIN]

ตอนที่ 2 : ONE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,730
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 165 ครั้ง
    6 พ.ย. 59




1

ย้ายที่อยู่




“แจมิน”  


“ไม่เอา แจมินไม่แต่ง !!!” แจมินตะโกนลั่น แม้ว่าคนเป็นแม่จะยังไม่ทันพูดอะไรก็ตาม จงแดมองลูกชายที่ฝังตัวอยู่ในก้อนผ้าห่มแล้วได้แต่ถอนหายใจ ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านมา 3 วันแล้ว แจมินไม่ยอมออกมาจากห้องนอนอีกเลย จนเขาต้องเข้ามาตาม เพราะอี้ฟานก็ไม่ยอมที่จะล้มเลิกความตั้งใจเรื่องที่จะให้แจมินแต่งงาน จงแดเองก็ไม่รู้จะทำยังไง ใจจริงเขาก็ไม่อยากบังคับลูกหรอก แต่อายุแจมินตอนนี้ก็ควรจะหยุดได้แล้ว


“แจมินไม่อยากอยู่กับแม่ตลอดไปหรอครับ”


“อยากครับ..แต่..” แจมินรู้ดี ถ้าเขาแต่งงานก็เท่ากับเขาต้องทำพันธะสัญญาแลกเลือดกับไอ้แวมไพร์บ้านั่น อายุของเขาจะหยุดเดินเหมือนกับท่านแม่ที่แม้จะเป็นมนุษย์แต่ก็ไม่แก่ไปตามวัยอย่างที่ควรจะเป็น ทำไมเขาต้องเกิดมาเป็นมนุษย์ด้วยนะ..


“แต่แจมินไม่ได้รักเขา แล้วเขาก็เกลียดแจมิน”


“ถ้าได้คุยกัน แจมินอาจจะชอบเขาก็ได้นะ” จงแดยิ้มให้กับลูกชาย มือขาวที่ยังมีความอบอุ่นลูบหน้าผากของแจมินไปพลาง คิดว่าสามีเขาจะยอมให้ลูกชายสุดที่รักแต่งงานกับคนที่คว้าลูกชายตัวเองไปเพื่อหวังจะดูดเลือดจนตายหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าโชคชะตาถูกกำหนดไว้แล้ว

“ไม่เอา แจมินกลัว”


“ทำไมหละ?”


“แทยง..” พอได้ยินชื่อลูกชายคนโตจงแดก็เงียบไป แล้วคิดถึงลูกชายคนโตที่ตอนนี้ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว เพราะอี้ฟานส่งให้แทยงเรียนไปอยู่ที่โลกมนุษย์ ตอนแรกจงแดก็ไม่ยอมหรอก แต่พออี้ฟานอธิบายเขาก็เข้าใจทันที บางทีถ้าแทยงได้ไปใช้ชีวิตอยู่ข้างนอก อาจจะพอทำให้ลืมอดีตได้บ้าง


“เรื่องนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้มันเกิดหรอกแจมิน”


.

.


ร่างผอมของแจมินเดินวนไปวนมาอยู่แถวหน้าประตูปราสาทอยู่หลายครั้ง เขาไม่ได้ถูกห้ามให้ออกจากปราสาท แต่เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นตอนเขายังเด็กทำให้เขาหวาดกลัวจนไม่กล้าก้าวเท้าออกนอกเขตปราสาทอีกเลย แต่เพราะเรื่องแต่งงานเนี่ยแหละ ที่ทำให้เขามาเดินด้อมๆ มองๆ อยู่แถวหน้าประตูปราสาท เขาจะไม่ยอมแต่งงานเด็ดขาด แม้ว่าจะต้องแอบหนีก็ตาม


เขาเกิดจากพ่อที่เป็นราชาแวมไพร์กับแม่ที่เป็นมนุษย์เลือดพิเศษ แจมินมีพี่ชายหนึ่งคนแน่นอนว่าแทยงนั้นได้เลือดท่านพ่อมาเต็มๆ เป็นแวมไพร์เลือดแท้ที่เท่มากๆ เลยหละ ผิดกับตัวเขาที่เป็นมนุษย์ธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษเลยสักนิด เป็นเลือดพิเศษเหมือนท่านแม่ไหมก็ไม่เคยมีใครบอก เขาไม่รู้หรอก ตั้งแต่เกิดเขาก็อยู่ที่โลกแวมไพร์มาตลอด และตอนนี้เขากำลังตัดสินใจที่จะหนีไปที่โลกมนุษย์


ทางนี้รึเปล่านะ..


ดวงตากลมมองอุโมงค์ที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่มั่นใจ อีกฟากหนึ่งของอุโมงค์จะไปโผล่ที่ไหนกันนะ แจมินหยุดยืนแล้วหันไปมองรอบๆ ตัวเอง โชคดีที่ตอนนี้เป็นเวลาเช้าอยู่พวกแวมไพร์ที่เป็นสามัญชนทั่วไปคงยังไม่ตื่น ไม่งั้นกลิ่นของเขาอาจจะทำให้แวมไพร์พวกนั้นแตกตื่นแล้วมากระซวกเขาก็เป็นได้


“ทำไมมืดจัง”  


“นาแจมิน!”


เฮือก


ร่างผอมสะดุ้งเฮือก ทั้งน้ำเสียงและแรงกดดันจากพลังของเจ้าของเสียงร่างกายผอมก็สั่นเทาขึ้นมาทันที ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก พ่อของเขาเองนั่นแหละ


“ท..ท่านพ่อ” เสียงของตัวเองนั่นแผ่วจนตัวเขาเองยังตกใจ ดวงตากลมหันไปมองคนเป็นพ่อด้วยท่าทางหวาดกลัว ไม่ต้องพูดอะไรเขาก็รู้แล้วพ่อเขากำลังไม่พอใจเอามากๆ


“ลูกจะหนีไปไหน”


“น..น้องแจมเปล่า” แจมินตอบเสียงอ่อย หลุบสายตาลงต่ำเมื่อโดนสายตาของพ่อจ้องกลับมาอย่างดุดัน แม้ไร้คำพูดอี้ฟานก็ทำเอาลูกชายตัวน้อยน้ำตาแทบร่วง ยิ่งไม่พูดอะไรเนี่ยสิยิ่งน่ากลัว


“….”


“น..น้องแจมแค่ออกมาเดินเล่นเฉยๆ..” แจมินพูดเสียงอ่อยอีกรอบโดยใช้สรรพนามเรียกตัวเองเวลาต้องการจะอ้อนหรือเวลาที่ตัวเองทำผิด เผื่อพ่อของเขาจะคลายความกดดันลงได้บ้าง


“ถ้างั้นก็กลับไปกับพ่อเดี๋ยวนี้” ดวงตาคมกริบจ้องมองลูกชายเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างดุดัน


“ไม่ ! เอ่อ น้องแจม...”


“แจมิน ได้ยินที่พ่อพูดไหม”


“ครับ..” ร่างผอมก้มหน้านิ่ง มือขาวยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะยอมเดินตามหลังคนเป็นพ่อไปติดๆ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ น้ำตาเจ้ากรรมกลับไม่ยอมหยุดไหลเลย


“แจมิน”


“ค..ครับ” คนเป็นลูกชะงักก่อนจะตอบรับออกไปเสียงเบา อี้ฟานหันมาประจันหน้ากับลูกชายคนเล็ก ก่อนจะนั่งคุกเข่าลงตรงหน้า แล้วจับบ่าของแจมินเอาไว้เบาๆ


“พ่อรักลูกนะ” เพียงแค่นั้นน้ำตาก็ไหลบ่าออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ แจมินเพียงแค่ร้องไห้เงียบๆ ในอ้อมกอดที่เย็นฉืดแต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่น โดยไร้เสียงสะอื้น แม้แจมินจะแอบตั้งคำถามว่าถ้ารักแล้วทำไมถึงต้องบังคับกันก็ตาม




“แจมิน !!!” ยังไม่ทันถึงรั้วปราสาทด้วยซ้ำ พอแม่เห็นหน้าเขาก็รีบวิ่งเข้ามาหาทันที พร้อมกับจับเขาหมุนตัวไปรอบๆ แจมินลอบมองสีหน้าของคนเป็นแม่เล็กน้อย แม้ท่านแม่จะไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่าการเรียกชื่อ แต่แจมินก็รับรู้ถึงความเป็นห่วงจากคนเป็นแม่ได้อย่างดี ความรู้สึกผิดก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาทันที เขากำลังทำให้พ่อแม่เป็นห่วง เขาจะหนีไปทำไมในเมื่อพวกท่านรักเขามากขนาดนี้ เรื่องงานแต่งงานครั้งนี้ ท่านพ่อก็คงจะคิดมาดีแล้ว


“แจมินขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง”


“ไปกันเถอะ อี้ชิงรออยู่” แจมินเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ร่างผอมมองหน้าพ่องงๆ ก่อนจะเริ่มเข้าใจเมื่อเห็นครอบครัวของเจโน่ รวมเจ้าตัวที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่แถวรถม้า ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลตรงที่ที่เขายืนเท่าไหร่ คงยังไม่มีใครรู้ว่าเขาแอบหนีออกไปนอกจากท่านพ่อกับท่านแม่


“แจมิน พร้อมรึยัง” ท่านอาอี้ชิงเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม ทำให้แจมินชะงัก ดวงตากลมตาหันไปมองหน้าพ่อ ก่อนจะเหลือบไปเห็นข้าวของของตัวเองที่กำลังถูกชานยอลกับมินซอกลำเลียงไปขึ้นที่รถม้า เขาก็เริ่มรู้ชะตากรรมของตัวเองแล้ว


“ทำไม..” ร่างผอมพึมพำออกไปเสียงเบา แต่ก็กลืนคำพูดทั้งหมดลงไป แล้วฉีกยิ้มให้กับคนเป็นอาแทน


“เกิดอะไรขึ้นหรอ?” อี้ชิงถามขึ้นงงๆ เมื่อรับรู้ถึงความรู้สึกผิดปกติที่ออกมาจากร่างผอม


“เอ่อเปล่าหรอกครับ แจมินขอโทษที่ทำให้รอนะครับ” แจมินยิ้มออกมาพร้อมส่ายหน้าไปมา เขากำมือที่สั่นเทาของตัวเองไว้แน่น เพราะไม่อยากให้อาเห็นความผิดปกติใดๆ อีก


“ไม่หรอก อาก็รอลูกๆ ตื่นเหมือนกัน เช้าขนาดนี้ สำหรับแวมไพร์เด็กคงลำบากไม่น้อย ได้ยินจากอี้ฟานว่าเราออกไปเดินเล่นแต่เช้าเลยหรอ”


“ท่านพ่อ ผมโตแล้ว !” เสียงโวยวายของแวมไพร์เด็กทั้งสองดังมาจากข้างหลัง ทำให้อี้ชิงหัวเราะออกมาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้สนใจเสียงประท้วงของลูกชายตัวเองเท่าไหร่นัก


“อ่าครับ วันนี้อากาศดีก็เลยออกไปเดินเล่นมา”


“ฝนกำลังจะตกเนี่ยนะ” แจมินตวัดสายตามองเจโน่เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ถึงแม้เขาจะพูดเสียงเบา แต่สำหรับแวมไพร์แบบหมอนั่นไม่ต้องเงี่ยหูฟังก็คงได้ยินชัดเจนอยู่ดี


“เอาเถอะ เราควรออกเดินทางได้แล้ว อาให้เวลาอยู่กับพ่อแม่ได้อีกแป๊ปเดียวนะ ไม่งั้นเราจะถึงค่ำ มันไม่ดี” แจมินพยักหน้าเล็กน้อย อี้ชิงเดินกลับไปรวมตัวกับครอบครัวที่รถม้าแล้ว ส่วนแจมินก็หันหน้ากลับมาหาคนเป็นพ่อแม่


“…ลาก่อนครับ” แม้อยากจะพูดอะไรมากมาย แต่แจมินก็ทำเพียงแค่ยิ้ม แล้วพูดประโยคสั้นๆ ออกมา คนตัวผอมหันหลังให้พ่อแม่อย่างรวดเร็วแล้วรีบเดินไปทางที่อากำลังรออยู่ เขาไม่ได้โกรธพ่อแม่หรอกที่ทำแบบนี้ เขาอาจจะเสียใจนิดหน่อย แต่เดี๋ยวมันก็คงจะดีขึ้น เขาก็แค่ย้ายที่อยู่นี่นา ไม่ได้ตายจากกันสักหน่อย


“ฮึก..อย่าพูดแบบนั้นสิลูก” แจมินแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อคนเป็นแม่วิ่งเข้ามากอดเขาข้างหลัง พร้อมกับสะอื้นไปด้วย เขาทำเพียงแค่ยืนนิ่งๆ จนท่านพ่อมาดึงท่านแม่ออกไป เขาถึงได้เดินไปทางรถม้าแล้วรีบขึ้นไปนั่งในนั้นโดยไม่หันหลังมามองอีก ถ้าไม่อย่างนั้น เขาต้องทนไม่ไหวแน่ๆ


“แจมิน ! แม่รักลูกนะ” เสียงตะโกนของแม่ที่ดังเข้ามาทำเอาร่างผอมบางเม้มปากแน่น จนเกือบจะได้เลือด แต่เพราะมือขาวๆ ของจุนมยอนที่แตะลงบนมือ ถึงทำให้เขาผ่อนคลายลง โชคดีที่เขาได้นั่งรถม้าคันเดียวกับท่านอาทั้งสอง ไม่ใช่นั่งกับลูกๆ ของพวกเขา ไม่งั้นเขาต้องแย่แน่ๆ


“เอาไว้ปิดเทอมเราก็ค่อยกลับมาหาแม่ก็ได้ อาไม่ได้ห้ามสักหน่อย ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอก จงแดก็พอกัน ลูกใจเสียพอดี” พอถึงจุดนี้ แจมินยิ่งงงหนักกว่าเดิมอีก นี่ตกลงจะพาเขาไปไหนกันแน่เนี่ย


“อี้ฟานนี่คืออี้ฟานจริงๆ เลย ไม่ยอมบอกอะไรลูกเลยสักอย่าง” อี้ชิงหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะหันมาจ้องหน้าแจมิน


“บอกเมียด้วยรึเปล่าเถอะ ร้องห่มร้องไห้ขนาดนั้น” อาจุนมยอนบ่นพึมพำ อ่า..อาเองก็คงจะห่วงแม่เขาเหมือนกัน ก็เป็นพี่น้องกันนี่นะ ถึงจะคนละแม่ก็เถอะ


“เดี๋ยวเราก็เปิดเทอมแล้วไม่ใช่หรอ? แจฮยอนกับเจโน่ก็เรียนที่นั่น อาเลยขอให้เราไปนอนบ้านอาก่อน เปิดเทอมก็ไปเรียนพร้อมกับพวกพี่ๆ เขาเลย”


“แล้วงานแต่งงานละครับ?”


“กำลังดูเวลาอยู่หนะ เราก็ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ต้องกังวลอะไรหรอก”


“ที่ให้มาอยู่ด้วยกันก็เพราะอยากให้สนิทกับเจโน่ไว้หนะ เดี๋ยวก็ต้องแต่งงานกันแล้ว จะได้ไม่รู้สึกอึดอัด” แจมินยิ้มรับเล็กน้อย ก่อนจะหันมองออกไปนอกหน้าต่าง


จะไม่อึดอัดจริงๆ หนะหรอ?




ระหว่างการเดินทาง แจมินก็ไม่ได้คุยอะไรกับจุนมยอนหรืออี้ชิงอีก เขานั่งฟังทั้งสองคุยกันบ้าง หลับบ้าง จนในที่สุดตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าใกล้จะถึงที่หมายแล้ว แหงหละ นี่ไม่ใช่การเดินทางจากเหนือลงใต้ซะหน่อย มันไม่ต้องใช้เวลามากขนาดนั้น เพราะบ้านเขาอยู่ปราสาททางเหนือ ส่วนของอี้ชิงนั่นอยู่ทางตะวันตก


ดวงตากลมมองพวกสามัญชนที่อยู่ข้างนอก พวกเขาพากันก้มหมอบลงต่ำเมื่อเห็นขบวนรถม้า ภาพที่เห็นไม่ใช่ภาพที่ชินตาสำหรับคนที่เอาแต่อยู่ในปราสาทแบบแจมินเท่าไหร่นัก เขาจึงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เขากวาดสายตาไปรอบๆ ก่อนจะบังเอิญสบตาเข้ากับคนที่ไม่ได้ก้มหน้า และอีกฝ่ายก็จ้องมองเขากลับมาเหมือนกัน


หืม?


มินฮยอน..


คนที่เห็นเมื่อกี้ใช่มินฮยอนรึเปล่านะ ไม่สิ..มินฮยอนตายไปแล้วนี่ จะเป็นมินฮยอนได้ยังไงกัน แต่ทำไมถึงได้มีใบหน้าที่คล้ายกันแบบนั้นนะ..


“แจมิน”


“…”


“แจมิน..นาแจมิน !!”


“ค..ครับ!” ร่างผอมสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะเลื่อนสายตามามองหน้าของจุนมยอน เขาถึงได้สังเกตว่าตอนนี้อาของเขากำลังก้มหน้ามาใกล้จนหน้าแทบจะชนกันอยู่แล้ว


“เรามาถึงกันแล้ว เหม่ออะไร” จุนมยอนบ่นเล็กน้อย ก่อนจะดีดหน้าผากแจมินเบาๆ หนึ่งที


“เอ่อเปล่าครับ..” ส่วนคนโดนดีดหน้าผากอย่างแจมินก็ได้แต่ลูบหน้าผากป้อยๆ อย่างทำอะไรไม่ได้ แล้วก้าวเดินลงจากรถม้าตามคนเป็นอา ตอนนี้เจโน่กับแจฮยอนไม่อยู่บริเวณนี้แล้ว เหลือเพียงแค่เขากับจุนมยอนที่ยืนอยู่หน้าปราสาทเท่านั้น


“ป่ะ อาจะพาไปที่ห้องของเรากับเจโน่นะ”


“ผมไม่อยาก..” แจมินที่กำลังมองไปรอบๆ ปราสาท ชะงักกึก ก่อนจะหันกลับมามองจุนมยอนด้วยสีหน้าเหวอๆ เขาไม่ค่อยได้นอนกับคนอื่นเท่าไหร่ ขนาดกับแทยงที่เป็นพี่หรือพ่อกับแม่เขาก็ยังแทบไม่เคยเลยด้วยซ้ำ


“หืม?”


“เอ่อ คือเรายังไม่ได้แต่งงานกันเลย ตอนนี้ขอนอนแยกห้องก่อนไม่ได้หรอครับ” ผมขอทำใจอีกนิดนึง..แจมินได้แต่ต่อคำอยู่ในใจ โดยไม่ได้พูดออกมา


“นั่นสินะ ที่ปราสาทเราก็มีห้องว่างตั้งหลายห้อง งั้นแจมินอยากนอนห้องไหนก็บอกอานะ”


“ขอบคุณครับ” แจมินยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะคิดไปถึงท่านพ่อของตัวเอง ท่านอาอี้ชิงกับท่านอาจุนมยอนใจดีกว่าท่านพ่อของเขาเยอะ


“พักผ่อนตามสบายเลยนะ” จุนมยอนยิ้มให้ลูกของน้องชายตััวเองเล็กน้อย หลังจากที่แจมินเลือกห้องเสร็จแล้ว คนตัวผอมคงไม่รู้ว่าเจ้าของห้องข้างๆ คือห้องของลูกชายคนเล็กของเขา แต่จุนมยอนก็ไม่คิดจะบอกหรอก


“ขอบคุณนะครับ” แจมินยิ้มรับ ก่อนจะเดินเข้ามาในห้อง ข้าวของของเขาถูกเอามาวางในห้องแล้วเรียบร้อย แต่คนตัวผอมก็ไม่คิดอยากจะจัดอะไรตอนนี้ แจมินเพียงแค่รีบเดินเร็วๆ แล้วล้มตัวนอนลงบนเตียงนุ่ม ดวงตากลมมองออกไปนอกหน้าต่างก่อนก่อนจะพบว่าข้างนอกเริ่มจะมืดแล้ว ดวงจันทร์ที่นี่ก็สวยเหมือนกับตอนที่เขามองออกมาจากห้องของเขาเลย


พอคิดแบบนั้นแจมินก็ลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วเดินไปที่ริมหน้าต่างเพื่อที่จะได้มองเห็นดวงจันทร์ได้ชัดๆ หน้าต่างที่ห้องนี้บานใหญ่มากทั้งยังกินพื้นที่จากบนเพดานจนสุดพื้นเหมือนกับห้องที่ปราสาทของเขา นั่นเป็นอีกผลหนึ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจเลือกห้องนี้ เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน


นั่นมัน..


แจมินเบิกตากว้างเมื่อเห็นป้ายหลุมศพเล็กๆ ที่อยู่ใต้ต้นไม้ มือขาวยกขึ้นมาปิดปากทันที ไม่ต้องบอกเขาก็รู้ว่ามันคือหลุมศพของใคร ยิ่งไปกว่านั้นเขาเห็นร่างของเจโน่ที่นั่งดีดกีต้าร์อยู่ที่ใต้ต้นไม้ ใกล้ๆ กับบริเวณหลุมศพ


มินฮยอนชอบเสียงกีต้าร์..ถึงแม้ว่าช่วงเวลาที่เขารู้จักกับมินฮยอนนั้นเขาจะยังเด็ก แต่เขาก็พอจะจำได้บ้างเล็กน้อย อีกฝ่ายเป็นลูกชายคนโตของบ้านอี้ชิงกับจุนมยอน และเป็นคนรักของพี่ชายเขา..แทยง


เฮือก !


แจมินสะดุ้งเมื่อคนที่นั่งเกากีต้าร์อยู่ดีๆ ก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากัน ร่างผอมกระเด้งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วคว้าผ้าม่านมาปิดทันทีด้วยความตกใจ


โดนเห็นแน่ๆ



ก๊อก ก๊อก



ไหล่บางสะดุ้งอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงเคาะ เขามองไปรอบๆ ก่อนจะพบที่มาของเสียง


ประตูหน้าต่าง..


เรื่องอะไรจะเปิดให้โง่หละ แจมินเมินเงาตะคุ่มๆ ที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ก่อนจะรีบกระโดดขึ้นเตียงแล้วคลุมโปงทันที แน่หละ เจโน่ไม่ปล่อยให้เขาได้นอนอย่างสบายใจหรอก เพราะคืนนั้น อีกฝ่ายเอาแต่พูดเรื่องมินฮยอนให้เขาฟังทั้งคืนเลย..




มินฮยอน !!


แจมินร้องเรียกชื่อนี้อยู่ในใจ ก่อนจะลืมตาโพล่งขึ้นมา เขาถึงได้รู้ว่านั่นคือความฝัน การเจอเจโน่กับคนแปลกหน้าเหมือนวานคงทำให้เขาเครียดจนเก็บเอาไปฝัน อีกฝ่ายคงเกลียดเขามาก เพราะวันที่พี่ชายของเจโน่ตาย วันนั้นตัวเขาเองที่เป็นเด็กก็อยู่ที่นั่นด้วย แน่หละ เขาไม่ได้อยากปล่อยให้มินฮยอนที่เขานับถือเหมือนพี่ชายแท้ๆ ให้ตายต่อหน้าหรอก แต่เพราะมันทำอะไรไม่ได้ ไม่ได้จริงๆ..


ดวงตากลมยกข้อมือข้างขวาของตัวเองขึ้นมามองอย่างเหม่อลอย ที่ข้อมือข้างซ้ายของเขานั่นมีปานเล็กๆ รูปสามเหลี่ยมอยู่ ไม่ค่อยมีใครได้เห็นมันหรอก เพราะเขามักจะชอบใส่กำไลเส้นหนาๆ ปิดบังมันอยู่เสมอ มันเป็นตราประทับที่คอยตอกย้ำความผิดพลาดของเขา มันเกิดขึ้นในวันที่มินฮยอนถูกทำร้าย เขาไม่รู้หรอกว่าความหมายมันคืออะไร แต่ที่รู้คือท่านพ่อมักจะอารมณ์เสียทุกครั้งที่เห็นมัน


ก๊อก ก๊อก


“แจมิน ตื่นรึยัง ลงมาทานข้าวเถอะ”


“ครับ..เดี๋ยวผมตามลงไป อ๊ะ...” แจมินตอบอย่างเคยชิน ก่อนจะนึกได้ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่บ้านของตัวเอง ร่างผอมจึงรีบลุกขึ้นจากเตียงแล้ววิ่งไปเปิดประตูอย่างรวดเร็ว


แอ๊ด


“รอแจมินแป๊ปนึงนะครับ” แจฮยอนชะงักก่อนจะยิ้มให้กับแจมินเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองมนุษย์ตรงหน้าด้วยความขำ ท่าทางจะเพิ่งตื่นจริงๆ นั่นแหละ หัวเหอถึงได้ยุ่งเหยิงไปหมด


แจมินลังเลเล็กน้อยเรื่องที่จะเชิญแจฮยอนเข้ามาในห้อง เพราะภายในห้องเขายังไม่ได้จัดอะไรเลย แต่จะให้แจฮยอนยืนรออยู่หน้าประตูก็คงจะเสียมารยาทเอามากๆ


“ยังไม่จัดของอีกหรอเรา”


“เผลอหลับไปหนะครับ เดี๋ยวทานข้าวเสร็จจะขึ้นมาจัด” เอาจริงๆ แจมินก็พอจะรู้จักกับแจฮยอนบ้าง เพราะเป็นเพื่อนกับพี่ชาย แต่ไม่ได้สนิทกันมากนักหรอก เมื่อก่อนก็พอจะได้คุยกันบ้างแต่ก็ไม่มาก เพราะแทยงชอบหวงเขาไม่เข้าเรื่อง เขาก็เลยไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ รวมถึงญาติคนอื่นๆ เขาก็ไม่ค่อยรู้จัก เพราะตั้งแต่เกิดเรื่อง เขาก็ไม่ได้ออกไปไหนที่เกินไปกว่าอาณาเขตของปราสาทของตัวเองเลย


“แล้วนี่ได้เจอแทยงบ้างไหม” อยู่ดีๆ แจฮยอนก็พูดขึ้นมาระหว่างทางที่กำลังจะเดินไปทางห้องอาหาร พอได้ยินชื่อพี่ชายแจมินก็ชะงัก นั่นทำให้แจฮยอนรู้ว่าเผลอพูดเรื่องไม่ดีไปซะแล้ว


“ไม่ครับ..” เอาจริงๆ แล้วแจมินต่างหากที่ต้องถามแจฮยอนว่าแทยงเป็นยังไงบ้าง เพราะดูเหมือนทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันตลอดเวลาด้วยซ้ำ


“มันก็ดีขึ้นเยอะแล้วหละ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”


“แล้วแจฮยอนกับท่านอาหละเป็นยังไงบ้าง” คนตัวสูงกว่าชะงักไปเล็กน้อยกับคำถาม ก่อนจะยิ้มออกมา


“โอเคแล้ว เรื่องมันผ่านมาสิบกว่าปีแล้วนี่เนอะ”


“…”


“แล้วแจมินหละ โอเครึยัง” พอเจอคำถามนี้ แจมินก็ชะงักนิดหน่อย หรือว่าแจฮยอนจะรู้เรื่องรอยที่ข้อมือของเขาเหมือนกัน?


“..ครับ ไม่ต้องเป็นห่วง” แจมินเงยหน้าขึ้นมายิ้มสดใสเหมือนปกติให้กับแวมไพร์หนุ่มตรงหน้า แจฮยอนหรี่ตามองแจมินอย่างพิจารณาเล็กน้อยก่อนจะยิ้มตามจนแก้มบุ๋มมือใหญ่ยกมือขึ้นขยี้กลุ่มผมนุ่มของคนเด็กกว่าอย่างเอ็นดู



“ชักช้า” แจมินที่กำลังยืนยิ้มอยู่กับแจฮยอนชะงักเล็กน้อยกับเสียงเย็นชาของใครบางคนที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะทานข้าว ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองมาทางพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา แจฮยอนกระแอ้มไอเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับคนเป็นน้อง แจมินเองก็เดินตามหลังแจฮยอนมาติดๆ นึกแปลกใจที่ไม่เห็นพ่อกับแม่ของแจฮยอนกับเจโน่ แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา


“ใครบอกว่านายจะได้นั่งข้างแจฮยอน” ร่างผอมที่กำลังจะนั่งลงข้างแจฮยอนชะงักกึก ก่อนจะลุกขึ้นยืนตัวตรง


“..แล้วจะให้นั่งตรงไหน”


“ข้างฉัน”


“…”


“ทำไม นั่งข้างฉันมันไม่ดีตรงไหน นี่ แค่ได้แต่งงานกับฉันมันยังไม่พอรึไง หรือว่านายหวังจะจับพี่ฉันอีกคน ”


“เจโน่ ! ทานข้าวเถอะแจมิน เอ่อ นี่พี่ทำเองเลยนะ” แจมินไม่ตอบอะไรอีก มนุษย์ตัวน้อยเพียงแค่เดินไปนั่งข้างเจโน่เงียบๆ แจฮยอนที่เหมือนเป็นคนกลางรู้สึกลำบากใจขึ้นมาทุกที คนนึงก็น้องชายแท้ๆ อีกคนก็น้องชายเพื่อน ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมน้องชายของเขาจะต้องไปเกลียดแจมินมากขนาดนั้น ทั้งๆ ที่ตอนเอารูปแจมินให้ดููก็ดูจนสนใจแท้ๆ แต่มันก็ก่อนที่มินฮยอนจะตายนั่นแหละ


“ปกติทำให้มินฮยอนกินหนะก็เลยพอจะคุ้นเคยกับอาหารมนุษย์บ้าง กินเถอะๆ” พูดตรงๆ ถึงแม้จะเสียใจอยู่บ้านเมื่อพูดถึงพี่ชายตัวเอง แต่สำหรับแจฮยอน เขาพอจะเริ่มทำใจได้แล้วหละ


“ขอบคุณนะครับ” แจมินดูอึกอักนิดหน่อย แต่ก็ตอบรับออกมาเบาๆ


“เหอะ ก็พูดได้นี่” ให้ตายสิ น้องชายของเขานี่มันสุดๆ ไปเลย แจฮยอนได้แต่จ้องมองน้องเขม็ง แต่ปกติ เจโน่ก็ไม่เคยเกรงใจเขาอยู่แล้ว อีกฝ่ายเพียงแค่ยักไหล่ ก่อนจะยกแก้วไวน์ที่บรรจุเลือดสดๆ ขึ้นมาดืื่มอึกหนึ่งแล้วก็ลุกขึ้นยืน


“อิ่มแล้ว ขอตัว”


“อ้าว ทำไมกินนิดเดียวเองละเจโน่”


“กินไม่ลง” เจโน่พูด ไม่วายเหลือบมองไปทางแจมินเล็กน้อย แล้วถึงได้เดินออกไปจากห้องอาหารอย่างรวดเร็ว โดยที่แจมินยังคงก้มหน้านิ่งอยู่อย่างนั้น


“…”


“พี่ต้องขอโทษแทนเจโน่ด้วยนะ ปกติเด็กคนนี้ไม่ได้มีนิสัยแบบนี้หรอก” แจฮยอนอยากจะถอนหายใจเสียจริงๆ นี่แค่วันแรกยังขนาดนี้ แล้วถ้าต้องแต่งงานกันนี่จะทำยังไงละเนี่ย


“ครับ”


“เจโน่ค่อนข้างติดมินฮยอนหนะ พอมินฮยอนไม่อยู่ ก็เลยกลายเป็นแบบนี้”


“ผมขอโทษนะครับ”


“ขอโทษทำไมหละ แจมินไม่ได้ผิดอะไร วันนั้นเองแจมินเองก็..”


“ช่างเถอะครับ ผมโอเคแล้ว เอ่อ ผมขอขึ้นไปจัดของก่อนนะครับ”


“โอเคแล้วจริงๆ งั้นหรอ?” แจฮยอนได้แต่พึมพำออกมาเสียงเบา ดวงตาเรียวมองตามแผ่นหลังบางไปจนแจมินเดินออกไปจากห้องครัวจนลับตา


น้องชายของเขาคงไม่รู้ว่าแจมินเองก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนั้นเหมือนกัน ถ้าเจโน่รู้คงไม่ทำอะไรแย่ๆ แบบนี้แน่ ยิ่งไปกว่านั้น อาจจะเป็นฝ่ายที่เอาแต่ดูแลแจมินจนน่ารำคาญเลยก็ได้ ก็ได้แต่รอดูต่อไปว่าในอนาคตจะเป็นยังไง


แล้วนี่..มนุษย์ตัวน้อยยังไม่ได้กินข้าวเลยสักคำ จะไหวไหมนะ เฮ้อ..




แจมินรีบวิ่งขึ้นมาบนห้องอย่างรวดเร็ว มือบางปิดประตูห้องแล้วจัดการล็อคประตูเรียบร้อย แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นร่างของแวมไพร์หนุ่มที่ถือว่าเป็นคู่หมั้นของเขากำลังนั่งอยู่บนเตียงของเขา


“จะไปไหน” อีกฝ่ายเอ่ยเสียเรียบ เพียงแค่พริบตาเดียว เจโน่ก็มายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว แวมไพร์หนุ่มใช้มือข้างหนึ่งดันปิดประตู ส่วนมืออีกข้างหนึ่งโอบรัดรอบเอวของแจมินเอาไว้แน่นจนลำตัวของพวกเขาแทบจะแนบกันไปทุกส่วน


“ป..ปล่อยนะ”


“ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าเจอกันอีกครั้ง..” เจโน่พูดเว้นไว้ ก่อนจะก้มหน้าลงมาคลอเคลียบริเวณซอกคอขาว ก่อนจะเลื่อนขึ้นมากระซิบหูของแจมินเสียงเบา “จะฆ่าให้ตาย”


เฮือก !


ร่างของแจมินถูกโยนลงบนเตียงอย่างไร้ความปราณี แจมินพยายามจะหนี แต่ขายังไม่ทันแตะพื้นดี เขาก็ถูกข้อมือที่แข็งแกร่งคว้าขาเอาไว้ แล้วจับลากให้ขึ้นมาอยู่บนเตียงดังเดิม


“อย่าทำอะไรฉันเลย ฮึก..”


“น้ำตาของนายใช้ไม่ได้ผลหรอก !” เจโน่ตวาดลั่น พร้อมกับจับมือของแจมินทั้งสองข้างแนบลงกับเตียงนอน ดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองแจมินอย่างโกรธแค้น แจมินพยายามที่จะสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้อย่างสุดความสามารถ เขาไม่ต้องการแสดงความอ่อนแอให้คนไร้หัวใจได้เห็น


“ฉันเจ็บ ปล่อย”


“มินฮยอนก็เจ็บเหมือนกัน !!! นายมองดูมินฮยอนถูกสูบเลือดออกไปจนหมดตัวโดยที่ไม่ทำอะไรเลยได้ยังไงกัน ! นายมันไร้หัวใจ!” ถ้อยคำต่อว่าจากอีกฝ่ายค่อยๆ กรีดลงบนหัวใจดวงน้อยของแจมิน เขาปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ จะบอกว่าเขาไม่รู้สึกอะไรได้ยังไงกัน การที่เขาต้องยืนดูคนรักของพี่ชายถูกดูดเลือดจนตายต่อหน้าต่อตามันทำให้เขาช็อคจนแทบเสียสติ อีกฝ่ายคงไม่รู้ ว่าเขาใช้เวลานานแค่ไหน ในการฟื้นตัวจากเหตุการณ์ครั้งนั้น


“คิดว่าฉันไม่เสียใจอย่างนั้นหรอ นายคิดแบบนั้นจริงๆ หรอ” แจมินถามออกมาเสียงแผ่ว เสียงของเขานั้นดูไร้เรี่ยวแรงจนน่าสมเพช คนตัวผอมได้แต่แค่นหัวเราะออกมาเสียงเบา เจโน่เองก็เหมือนจะชะงักไปนิดหน่อย แวมไพร์หนุ่มผุดลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้ร่างผอมขดตัวกอดตัวเองร้องไห้อยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาเอาไว้อย่างนั้น



.

.


คุณชาย ! จะรีบเดินไปไหนหละครับ”


“นี่ดงฮยอก ฉันบอกแล้วไง ว่าให้เรียกว่ามาร์ค” คุณชายที่อีกฝ่ายว่าหันมาตำหนิเล็กน้อย คิ้วเรียวที่โค้งจนเหมือนนกนางนวลเริ่มขมวดกันเป็นปมจนคนมองนึกอยากจะแกล้งขึ้นมา


“คุณชายมาร์ค” คนที่มีฐานจะด้อยกว่าเรียกคุณชายตรงหน้าอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับอะไรตอบกลับมา คาดว่าอีกฝ่ายคงจะโกรธเขาเรียบร้อยแล้วหละ


“คุณชาย...คุณมาร์ค...ฮ่าๆๆๆ ก็ได้ๆ มาร์ค อย่ารีบเดินสิ ฉันเดินตามไม่ทัน” ดงฮยอกหัวเราะลั่น ก่อนจะวิ่งเหยาะๆ ไปคว้าแขนคุณชายของตนเองเอาไว้


“เหอะ นายเนี่ยนะจะเดินตามไม่ทัน” อีกฝ่ายทำหน้าบึ้งทันที แวมไพร์อย่างดงฮยอกเนี่ยนะจะวิ่งตามมนุษย์อย่างเขาไม่ทัน ดูสิ เมื่อกี้ก็เหมือนก้าวขาเร็วๆ แค่ไม่กี่ก้าว ก็คว้าแขนเขาที่เดินนำไปไกลได้แล้ว


เอ๊ะ


มาร์คชะงักเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นว่าผู้คนรอบๆ ตัวเขานั่นอยู่ดีๆ ก็เริ่มคุกเข่าลงไปหมดทั้งยังก้มหน้าลงต่ำอีกต่างหาก จึงเหลือเพียงแค่เขากับดงฮยอกเท่าที่ยืนอยู่ ดวงตาสุกใสมองไปทางถนน ก็พบว่ากำลังมีรถม้ามุ่งมาทางที่พวกเขากำลังยืนอยู่ ทันใดนั้น ดงฮยอกก็รีบทรุดตัวคุกเข่าทันที โดยไม่ลืมที่จะดึงให้เขาลงมาด้วย


อะไรกัน?


มาร์คได้แต่ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แม้ดงฮยอกจะพยายามให้ก้มหัวลง แต่เขาก็ไม่สนใจ เขายังคงมองรถม้าที่กำลังจะผ่านหน้าเขาไป ในจังหวะนั้นลมก็พัดแรงจนผ้าพันคอที่ปิดหน้าปิดตาของเขาร่วงลงพื้น มาร์คก้มหน้าลงไปเก็บผ้าพันคอแล้วเอาขึ้นมาพันคอลวกๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา จังหวะนั้นทำให้เขาประสานสายตาเข้ากับคนในรถม้าโดยบังเอิญ ดวงตากลมเบิกตากว้างทั้งใบหน้าดูดีนั่นก็ยังทำหน้าตกใจราวกับเห็นผีเมื่อได้สบตากัน พร้อมกับพึมพำอะไรบางอย่างออกมา


มินฮยอน


แน่นอนเขาไม่ได้ได้ยินอะไรหรอก เขาแค่เดาจากปากของอีกฝ่ายก็เท่านั้น ว่าแต่มินฮยอนคือใคร? เขาชื่อมาร์ค ไม่ได้ชื่อมินฮยอนสักหน่อย


“มาร์ค เรากลับกันได้แล้วหละ ออกมานานแล้วนะ” เมื่อขบวนของเจ้าเมืองผ่านไปแล้ว ดงฮยอกก็ยืนขึ้นแล้วคว้าแขนคุณชายของตัวเอง


“นานอะไรกันหละ ออกมาแค่แป๊ปเดียวเอง” มาร์คยื้อแขนกลับมา ก่อนจะเดินไปตามร้านรวงต่างๆ ต่อ โดยไม่สนใจแวมไพร์วัยรุ่นที่กำลังบ่นโอดครวญเป็นคนแก่ที่เดินตามหลังมาสักนิด


“แต่นี่มันเริ่มดึกแล้ว มันอันตรายนายก็รู้ เดี๋ยวคุณยองโฮจะว่าเอาด้วย” ดงฮยอกเดินตามมาร์คจนแทบจะสิงร่างอีกคนแล้วเพื่อพรางกลิ่นมนุษย์ให้กับคนเป็นเจ้านาย ก็อยากที่บอก ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ถึงแม้ว่าดงฮยอกจะถูกฝึกอย่างหนักเพื่อมาคุ้มครองคุณชายมนุษย์ แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถสู้กับแวมไพร์ทั้งหมู่บ้านได้หรอกนะ ยังไงเขาเป็นแค่แวมไพร์เด็กเท่านั้นแหละ !


“แด๊ดไม่ว่าหรอกน่า แด๊ดใจดีจะตาย” ดงฮยอกมองอีกฝ่ายแล้วได้แต่คิดอยู่ในใจ โคตรดื้อ


“คุณยองโฮใจดีกับนายแต่ไม่ได้ใจดีกับฉันซะหน่อย”


“หึ..นายกลัวหรอ?”


“…” คราวนี้ถึงตามาร์คบ้างที่หัวเราะออกมาดังลั่น เมื่อดงฮยอกเงียบไป นอกจากนั้นอีกฝ่ายยังเดินหนีเขาไปอีกต่างหาก


“ก็ได้ๆ กลับกันเถอะ ไว้วันหลังค่อยมาใหม่”


“กลับมาแล้วหรอ” มาร์คที่กำลังเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู ชะงักเล็กน้อย เมื่อประตูถูกคนที่อยู่ในบ้านชิงเปิดออกก่อน พร้อมกับร่างสูงของคนเป็นพ่อ ที่ออกมาต้อนรับพร้อมกับเสียงนิ่งๆ ตามสไตล์คนคูล (?)


“กลับมาแล้วครับแด๊ด”


“แอบหนีไปเล่นในเมืองมาใช่ไหม ถึงได้มีแต่กลิ่นแวมไพร์ติดตัวเต็มไปหมด”


“แบบนั้นก็ดีแล้วไม่ใช่หรอครับ? จะได้ไม่มีใครมาสนใจไง” เพราะว่าเขาไม่ได้เป็นแวมไพร์เหมือนกับคนอื่นยังไงหละ เขาเกิดจากแด๊ดที่เป็นแวมไพร์กับมัมที่เป็นมนุษย์ธรรมดา แต่ตอนนี้เขาไม่มีมัมหรอก เขาอยู่กับแด๊ดสองคน เพราะมัมรับไม่ได้ที่แด๊ดเป็นแวมไพร์ ท่านจึงทิ้งพวกเราไปแล้ว


ตอนนี้โรงเรียนกำลังปิดเทอม เขากับแด๊ดเลยกลับมาที่เมืองแวมไพร์ แต่ถ้าเปิดเทอมแด๊ดก็จะตามไปด้วย อ่า แด๊ดเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนของเขาหนะ


“มันก็ดีหรอก แต่แด๊ดไม่ชอบเลย รีบๆ ไปอาบน้ำเลยตัวแสบ”


“รับทราบ”


ยองโฮได้แต่อมยิ้มกับท่าทางตะเบ๊ะของลูกชาย ดวงตาคมมองร่างของมาร์คที่วิ่งขึ้นห้องไปจนลับตา ตอนนั้นแหละเขาถึงได้ตวัดสายมาทางดงฮยอกจนอีกฝ่ายสะดุ้ง


“ฉันได้ยินมาว่าพวกกบฏกำลังตามล่ามนุษย์ที่มีสายเลือดแวมไพร์อยู่ เพราะฉะนั้นดูแลเขาให้ดี”



“ครับ !!”






------------------------
มาต่อแล้วจ้า ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ <3
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 165 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #500 WSwen (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 10:03
    เอ้ามาร์คจะเกี่ยวอะไรกับมินฮยอนป่าวน้าาาา
    #500
    0
  2. #488 JMHC (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 14:35
    เนื้อเรื่องน่าติดตามมากเลยค่ะ เจโน่อย่าใจร้ายกับแจมินมากได้มั้ย ไม่ได้มีแค่เจโน่ที่เสียใจเรื่องมินฮยอนนะ น้องก็เสียใจเหมือนกัน ขำดงฮยอคเวลาแกล้งมาร์คมากๆ แสบจริง
    #488
    0
  3. #475 mylittleb (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 00:58
    โน่แกล้งน้องอีกแล้วนะ
    #475
    0
  4. #445 Hiphophop (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 19:56
    อ่อคนละคนกัน แค่หน้าเหมือน ตกใจหมด เจโน่แกล้งน้องอีกแล้ว;-;
    #445
    0
  5. #409 puchan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 01:56
    มาร์คหน้าเหมือนมินฮยอนมาก็หรอ ทำแจม สับสนเลย
    #409
    0
  6. #392 Hongsyok (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 00:59
    แจมมองมาร์คเป็นพี่ฝ่าใช่มั้ย
    #392
    0
  7. #294 zkywalker (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 17:32
    พันกันมั่วหมดแล้วคิ้วตอนนี้ แง้
    #294
    0
  8. #280 Pattho (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 22:14
    ปมเยอะแยะไปหมดเลยอะ สุดท้ายโน่ก็แพ้(ใจ)ให้น้องแจมอยู่ดีถึงจะแอบร้ายก็เหอะ
    #280
    0
  9. #194 Limonin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:33
    มาร์ค ชื่อเกาหลีว่า มินฮยอง รึเปล่าคะ
    มินฮยอนคือฝ่าบาท ;-;
    #194
    0
  10. #187 xxxminmin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 14:48
    ชอบๆๆๆโน่นี่ทำเหมือนจะเกลียดแต่จริงๆแล้วชอบใช่มะ ส่วนมาร์คนี่ไม่ตายหรอ ละโดนเก็บมาเลี้ยง
    #187
    0
  11. #153 P'lu N'hun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 16:54
    เจโน่เย็นชามากอ่ะ สงสารแจมเลย
    #153
    0
  12. #114 Innocence (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 11:54
    สงสารแจมิน คือเราใจบางมากน้ำตาคลอเลยตอนที่ต้องจากบ้านมาอยู่ที่นี่ TT
    #114
    0
  13. #107 porkpak111 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 13:12
    เจโน่อย่าทำร้ายแจมินเลย น้องก็ไม่ได้ทำอะไรให้นะ ใครมันจะไปช่วยทัน ถ้าอยู่ในเหตุการณ์ก็คงมีช็อคกันบ้างละ เอ๋ทำไมหน้ามาร์คกับพี่ชายเจโน่เหมือนกันละเป็นแฝดเหรอ
    #107
    0
  14. #71 wareeandsoul (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 12:22
    สงสารน้องแจม เจโน่โหดมาก ไม่ยอมฟังน้องบ้างเลย น้องมาร์คทำไมหน้าเหมือนมินฮยอนล่ะ เป็นแฝดหรือไร โอ่ย น่าติดตามมากค่า
    #71
    0
  15. #68 MarisaSINs (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 00:51
    เจโน่ใจเย็นๆนะลูกก น้องมาร์คก็มามีแววรักสามเส้าา
    #68
    0
  16. #61 Mochi. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 14:17
    แจมินจะไม่โดนแบบตงแดใช่มั้ยยย ไม่เอานะ สงสารรรร เรื่องนั้นดูมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่เจโน่ยังไม่รู้ ส่วนอี้ฟานมีอะไรก็บอกลูกเมียบ้างเถอะ55555
    #61
    0
  17. #60 fujikozung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 11:53
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยย ขัดใจคริส คือไม่คิดจะบอกอะไรลูกเมียบ้างหรอ ลูกเมียต้องเสียใจปานจะขาดใจเพราะต้องแยกจากกันเนี่ยยยย แต่แอบชอบ ตอนคริสไปตามแจมินที่อุโมงนะ ถึงจะดุแต่ก็ยังมีความละมุนอยู่ แล้วเจโน่ทำไมต้องใจร้ายกะแจมินขนาดนั้นก็รู้แหระว่าโกธรเรื่องพี่ แต่แบบนี้มันใจร้ายเกินไปป่ะ หื้ออออออ มาร์คนี่หน้าเหมือนมินฮยอนหรอออออ แถมยังเป็นมนุษย์ธรรมดาเหมือนแจมินด้วย ทั้ง 2 จะได้เจอกันมั้ยเนี่ย
    #60
    0
  18. #59 kanyalak9279 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 21:28
    พี่โน่ใจร้ายยยยยยย
    #59
    0
  19. #58 j_jkita (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 19:56
    โน่ ไมทำงี้!
    #58
    0
  20. #57 fah_phetmanee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 01:34
    สงสารเเจมโน่ใจร้ายเกินไปแล้วนะทำไมต้องทำให้แจมเจ็บละทั้งที่ยังไม่รู้ความจริงด้วยซํ้า
    #57
    0
  21. #43 nanajam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 10:13
    ยัยแจมลูก โอ๊ยยยยยย น่าสงสารอ่ะ ทำไมชีวิตต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย
    #43
    0
  22. #38 กัปตันปีเกิ้ลไลน์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 17:07
    แจฮยอนนี่หวงให้เจโน่อ่ะป่าว โอ๊ยเขินความน่ารักของแจฮยอน
    #38
    0
  23. #31 carat_bk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 00:50
    โอ้ยยย สงสารยัยน้องแจมิน ?? ลูกแม่ สู้ๆนะคะลูก /me วิ่งไปชงนมให้ลูก
    #31
    0
  24. #24 Lompat_LB (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 00:16
    อ๊า ยาวจุใจมากๆเลย อ่านเพลิน สนุกอ่ะ ลึกลับมาก อยากรู้ว่าใครเป็นคนทำให้แจมินโดนอย่างนี้ จะร้องไห้ตอนน้องนึกตอนอยู่กับแทยงเคาะโลงแล้วแทยงดึงไปนอนกอด โอ๊ย พี่น้อง แทยงไม่เชื่อน้องเลยหรอ เฮ้อ แต่มาอยู่นี่ดีเนอะ มีแต่คนเอ็นดูเนอะลูก ต้องมีพวกแวมตามจะฆ่าน้องฆ่าคนที่น้องสนิทด้วยงี้ป่ะ ฮือ ชอบบบ รอเจโน่นะคะ
    #24
    0
  25. #22 bbeer2222 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 22:07
    แจมน่าสงสารอะน้องคงคิดถึงพ่อแม่ แล้วก็แทยงมากแน่ๆ แทยงก็ไม่เชื่อใจน้องเลยอะ แต่อยู่กับพวกแจฮยอนก็ดีแล้วจะได้ไม่มีใครรังแกน้อง แจฮยอนอ่าใจดีกะน้องหน่อยย น้องกลัวแล้ว รอน้องแจมได้เจอกับเจโน่
    #22
    0
  26. #21 fujikozung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 11:46
    สงสารแจมินที่ต้องมาใช้ชีวิตตัวคนเดียวในโลกมนุษย์ แต่มันก็อาจเป็นผลดีต่อตัวแจมินเองก็ได้เพราะถ้าแจมินอยู่ที่เมืองแวมไพร์อาจเป็นอันตรายต่อตัวแจมินเอง แต่แจฮยอนนี่อะไรเนี่ย เด๊ยวดีเด๊ยวร้ายใส่แจมินจนเรางงไปหมดแล้วนะ แล้วความลับอะไรที่แจมินปิดไว้ ใครเป็นคนฆ่ามินฮยอนกันแน่
    #21
    0
  27. #20 PrMT__ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 08:28
    ืทุกคนรักน้องแจมมมม แต่ทำไมคนที่ใกล้น้องแจมต้องตายอ่าาา ไรท์มาต่อไวๆน้าาาา
    #20
    0
  28. #19 tampround (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 07:54
    น้องแจมดูเป็นที่รักของพี่ๆมากเลยนะเนี่ย55555 ใครฆ่าไรอันอ่ะ สงสารแจมินอ่าาา มาต่อเร็วๆน้าาาสู้ๆค่า
    ps.อยากอ่านตอนมีคู่พ่อแม่ทุกคู่เลยอ่ะ5555
    #19
    0
  29. #17 fah_phetmanee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 06:22
    แจมจังน่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆตกลงใครคือคนฆ่าสงสารแจมที่ต้องโดนกล่าวหาทั้งที่ไม่ได้ทำ ไรต์สู้ๆน้าาา
    #17
    0
  30. #13 นันท์นภัส เกราะแก้ว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 00:58
    โง่ยยยย แจมดูเป็นที่รักและเอ็นดูของพี่ๆ555555555 ไม่เป็นไรนะแจมอ่า อยู่กับพี่ๆดีกว่าไม่ต้องไปสนใจคนพวกนั้นหรอก สู้ๆนะก๊ะไรท์ ~3~
    #13
    0