(fic exo/nct) ESCAPE 2 [NOMIN]

ตอนที่ 17 : SIXTEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,460
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 169 ครั้ง
    7 ธ.ค. 61





16





เข้าสู่เช้าวันใหม่ มาร์คไม่ได้คุยอะไรกับแจฮยอนอีกนับตั้งแต่คืนที่ผ่านมา และแจฮยอนก็ไม่ได้กลับเข้ามาในห้องให้ต้องรู้สึกอึดอัดอีก เขานอนไม่หลับทั้งคืน บวกกับความทรมานที่อยากเลือดจนทนไม่ไหวต้องคอยหยิบแก้วที่บรรจุเลือดสดๆ มาจิบทุกครั้งเพื่อดับกระหาย น่าแปลกที่เขาไม่ได้รู้สึกขยะแขยงแสลงใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับความรู้สึกที่เคยเป็นแวมไพร์มาก่อนกำลังกลับมาอีกครั้งหนึ่ง


ความรู้สึกง่วงงุนในทันทีที่พระอาทิตย์ขึ้นทำให้เปลืองตาบางปิดลงช้าๆ


ให้ตายสิ..ทั้งที่ปกติก็จะง่วงแบบนี้แหละในตอนเช้า แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ฝืนลืมตาไว้แทบจะไม่อยู่เหมือนกับครั้งนี้







“คุณ…” มาร์คเอ่ยเสียงเบา เขามองแผ่นหลังบางของใครสักคนที่ยืนหันหลังอยู่ตรงหน้า ในตอนที่เรียกออกไปเจ้าของร่างโปร่งบางก็หันมาสบตากันแทบจะทันที


“ว่าไงน้องมาร์ค” ใบหน้าน่ารักยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร มันช่างสว่างไสวเสียจนรู้สึกแสบตา นั่นทำให้มาร์คตระหนักถึงใครบางคนที่เขาเคยได้ยินชื่อบ่อยๆ


“คุณมินฮยอน”


“ใช่ ฉันเอง” คนตรงหน้าเขาพยักหน้าขึ้นลงอย่างร่าเริง ไม่ได้มีท่าทางเศร้าสร้อยหลงเหลืออยู่เลยสักนิดเดียว สิ่งที่มาร์คได้ยินมาว่าอีกฝ่ายเป็นคนร่าเริง มันไม่เกินจริงเลยสักนิด


“..ผมขอโทษ ร่างของคุณ..ผม..” มันต้องมีวิธีที่เขาสามารถคืนร่างให้มินฮยอนกลับมาเหมือนเดิมได้สิ แม้ว่าสุดท้ายแล้ว เขาจะต้องเป็นคนที่หายไปก็ไม่เป็นไร


“ไม่ทันแล้วล่ะมาร์ค ฉันตายมาหลายสิบปีแล้ว”


“แต่วิญญาณคุณยัง..”


“มันเป็นแค่จิตของฉัน ที่ยังคงหลงเหลือไว้เท่านั้น”


“หมายความว่ายังไงครับ”  


“ฉันยังคงเป็นห่วงน้องๆ อยู่น่ะ..” ดวงตาคู่สวยหม่นแสงลงอย่างน่าสงสาร จนคนมองอดรู้สึกเศร้าไปด้วย การตายของมินฮยอนน่ะ ไม่ควรเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ


“หมายถึงคุณแจฮยอนกับคุณเจโน่หรอครับ”


“แจมินก็ด้วย พวกเขายังคงจมอยู่กับความเจ็บปวด อ๊ะ แต่ตอนนี้เหมือนพวกเขาจะเริ่มดีขึ้นแล้ว มันเป็นเพราะมาร์คใช่ไหม ขอบคุณมากนะ”


“เพราะผมอ่อนแอต่างหาก ครอบครัวคุณถึง..”


“อย่าโทษตัวเอง ทุกสิ่งถูกกำหนดไว้แล้ว” มือคู่สวยแตะลงบนแขนของมาร์คเบาๆ เพื่อปลอบใจ ทั้งๆ ที่บอกว่าตัวเองเป็นแค่จิตแท้ๆ แต่ทำไมมือถึงได้อุ่นขนาดนี้นะ


“แม้คุณจะต้องตายงั้นหรอครับ ผมว่ามันต้องมีวิธีที่ทำให้คุณกลับมาได้สิ”


“ไม่มีหรอก ฉันบอกแล้วไงว่าฉันตายมานานเกินไปแล้ว”


“ครอบครัวที่แสนดีของคุณไม่ควรมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้” มาร์ครู้สึกได้ถึงน้ำตาร้อนๆ ของตัวเองที่ไหลออกมาอาบแก้ม น่าละอายเหลือเกินกับสิ่งที่พี่ชายของตนได้กระทำลงไปด้วยความเห็นแก่ตัว


“ไม่ว่าใครก็ไม่ควรสูญเสียคนในครอบครัวหรอก ยิ่งแวมไพร์ที่มีอายุยืนนานแบบพวกเราแล้วด้วย”


“นั่นสินะ”


.

.


ดงฮยอกนั่งสั่นงันงกอยู่ที่พื้นข้างเตียง ดวงตาเรียวคู่สวยเอาแต่จ้องมองร่างที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงโดยไม่กระพริบตาแม้แต่นิดเดียว ภาพร่างสูงใหญ่ของว่าที่ราชาคนถัดไปจากตระกูลจางตอนที่อุ้มร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือดของคุณชายตัวน้อยที่เขาเฝ้าดูแลมานานนับสิบปีนั้นยังคงติดอยู่ในหัว กลิ่นเลือดแสนหอมหวานนั้นยังติดอยู่ที่ปลายจมูก แววตาสีเลือดของแจฮยอนยังทำให้เขาสั่นจนถึงตอนนี้ แม้เวลาจะผ่านไปร่วมหลายชั่วโมงแล้วก็ตามที


"โอเครึเปล่า"


เฮือก


ร่างอวบสะดุ้งด้วยความตกใจ ดวงตาเรียวเลื่อนสายตาขึ้นมองผู้มาใหม่ แทยงเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉยอย่างเคยแต่แค่นั้นก็ทำให้ดงฮยอกสั่นมากกว่าเดิมได้ไม่ยากเลยสักนิด


"นายเกี่ยวข้องด้วยไหม"


"ครับ?"


"ไม่รู้สินะ" ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าแทยงรู้สึกดีใจมากที่ดงฮยอกไม่ส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับปัญหายุ่งเหยิงนี้ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น ตัวเขาเองก็ไม่รู้จะทำใจยังไงให้ไม่โกรธเคืองเจ้าแวมไพร์อ่อนแอตรงหน้านี้ดี


"เดี๋ยวสิคุณ..คุณ" คนบนเตียงกระสับกระส่าย มือน้อยๆ พยายามยกขึ้นเพื่อไขว่คว้าหาอะไรสักอย่างที่ดงฮยอกไม่ค่อยเข้าใจ


“คุณชาย..คุณชาย !” ดงฮยอกร้องออกมาอย่างร้อนรน แวมไพร์ตัวน้อยผุดลุกขึ้น เพียงแค่มือเย็นเฉียบสัมผัสกับแขนของคุณชายสุดที่รักก็เป็นอันต้องชะงักไป เมื่อไม่ได้รับความอบอุ่นตอบกลับมาอย่างที่เคยเป็น


“ดงฮยอก?” มาร์คลุกขึ้นนั่งโดยมีดงฮยอกที่ช่วยพยุงตัวไว้อีกที แม้ว่าเขาจะไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอ่อนเลยสักนิด แต่ก็ยอมให้มาร์คช่วยพยุงอย่างไม่อิดออด


“เป็นยังไงบ้าง รู้สึกดีขึ้นแล้วรึยัง” ดวงตากลมมองใบหน้าของดงฮยอกที่ทอดมองมายังเขาอย่างเป็นห่วง ใบหน้าขาวซีดพยักหน้าขึ้นลงเพื่อตอบรับอีกฝ่าย


ดงฮยอกอาจจะยังไม่รู้เรื่องนี้


“นาย..อยู่กับพ่อฉันมานานแค่ไหนแล้ว” ตั้งแต่จำความได้ เขาก็มีดงฮยอกนี่แหละที่คอยดูแลช่วยเหลือมาตลอด เขาจึงไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่ามาร์ครู้เห็นกับพ่อของเขามากแค่ไหน  


“ครับ?” แวมไพร์ตรงหน้าชะงัก ใบหน้าซีดหันกลับไปมองแทยงที่ยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ข้างหลัง เพราะได้รับคำถามแปลกๆ เป็นรอบที่สอง


“ว่าไง” ดวงตาของมาร์คมองกลับมาอย่างคาดคั้นเอาคำตอบเสียจนดงฮยอกรู้สึกสับสน มีเรื่องสำคัญอะไรที่เขาตกข่าวไปรึเปล่า


“คุณยองโฮเจอผมในตอนที่กำลังเร่ร่อนอยู่ในป่า ท่านชวนผมไปอยู่ด้วย เพื่อให้ช่วยดูแลลูกชาย นั่นก็คือคุณ”


“ถ้างั้นนายคงไม่รู้” มาร์คพึมพำออกมาเสียงเบา และประสานสายตาเข้ากับแทยงโดยบังเอิญ มีเพียงคนกลางอย่างดงฮยอกที่เริ่มกังวลหนัก มีเพียงเขาคนเดียวที่ไม่รู้อะไรเลยงั้นหรอ


“เรื่องอะไรครับ?” เสียงของมาร์คกดต่ำลงนิดหน่อย ทั้งความน้อยใจปนเปไปกับความโกรธจนสับสนไปหมด ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนดูแลมาร์คแท้ๆ แต่กลับไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ ทางบ้านตระกูลจางก็ดูจะตกอยู่ในสภาวะเครียดกันอยู่ด้วย


“มันค่อนข้าง..”


“คุณมาร์คขอรับ ขอเรียนเชิญที่ห้องโถง” ดวงตากลมหันมองผู้มาใหม่ หรือก็คือโดยองที่เป็นคนเคาะประตูแล้วเดินเข้ามา


มาร์คลุกขึ้นนั่งบนเตียงก่อนจะพบว่าตัวเองรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเหลือเกินแม้ว่าเมื่อวานจะผ่านเรื่องราวเกือบตายมา ดงฮยอกเองก็มองกลับมาด้วยความตกใจ


“ม..มาร์ค..ร..หรือว่า..” ดงฮยอกร้องออกมาด้วยความตกใจ ตอนแรกเขาก็สงสัยอยู่ว่ามาร์คดูไม่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่คิดว่าคุณชายของเขาจะเปลี่ยนไปแล้ว


“เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟัง” มาร์คตอบกลับ ก่อนจะเดินตามหลังโดยองไป สัญชาตญาณแวมไพร์ของเขากำลังบอกว่าตอนนี้ราชาแวมไพร์ผู้ยิ่งใหญ่ของทุกเมืองกำลังมารวมตัวกันที่ปราสาทตะวันตกแห่งนี้




“ฆ่ามันแล้วเอาร่างของมินฮยอนคืนมา”


มาร์คสะท้านกับน้ำเสียงทรงพลังที่ดังขึ้นแทบจะทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในห้องโถง เขาแทบจะทรุดตัวลงไปกองกับพื้นทันทีที่ได้รับความกดดันมหาศาลนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมดงฮยอกถึงได้มีอาการสั่นกลัวทุกครั้ง เขาก้าวเดินเข้าข้างในอย่างเชื่องช้าเพราะสายตาของแวมไพร์นับสิบคู่ที่พุ่งตรงมาทางเขาอย่างที่ยากจะคาดเดาได้ว่าคิดอะไรอยู่


“อี้ฟาน ใจเย็นก่อน” มือของภรรยาตัวน้อยแต่ลงบนท่อนแขนแข็งแกร่งของคนรัก กลัวเหลือเกินว่าถ้าไม่จับแขนเอาไว้ แวมไพร์ตัวโตข้างกายจะพุ่งเข้าใส่มาร์คที่ยืนสั่นอยู่ตรงหน้า


ดวงตากลมหลุบตาต่ำ เมื่อเห็นว่าใครบ้างที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ยิ่งพอเหลือบเห็นลูคัสที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางห้องโถงร่างผอมบางก็ชะงักกึก ก่อนจะเดินลงไปคุกเข่าข้างพี่ชาย


ดูจากสภาพลูคัส เจ้าตัวคงไม่ได้ยินยอมพร้อมใจที่จะมาที่นี่หรอก เพราะถูกล่ามไว้ด้วยโซ่เงินอย่างแน่นหนา นอกจากนี้ยังมีร่องรอยการบาดเจ็บที่แม้ร่างกายจะรักษาตัวเองแล้ว แต่ก็ยังหลงเหลือรอยฉีกขาดทิ้งไว้ให้เห็น


“เราไม่ยอมยกมาร์คให้ใคร” ลูคัสกดเสียงต่ำ แม้ว่าตัวเองจะยังคงก้มหน้าอยู่ที่พื้นเพราะทนแรงกดดันไม่ไหวก็ตามที


“บังอาจ! เจ้าเป็นคนพรากชีวิตคนในราชวงศ์แท้ๆ ซ้ำยังกระทำชั่วช้ากับลูกชายของเรา” ราชาผู้ยิ่งใหญ่ลุกขึ้นยืน คำรามออกมาเสียงดังด้วยความไม่พอใจ


“แต่เจ้าพวกครึ่งมนุษย์โสโครกก็พรากชีวิตน้องชายของเราเช่นกัน !” แววตาสีเลือดของลูคัสแดงไม่แพ้ดวงตาของราชาผู้ยิ่งใหญ่ แม้ตนเองเป็นเพียงแวมไพร์ผู้น้อย ไม่อาจต้านทานพลังมหาศาลของราชาตรงหน้าได้ แต่สัญชาตญาณความเป็นพี่ชายก็สั่งให้เขาเผชิญหน้ากับอันตราย


“มินฮยอนไม่ได้เป็นคนพรากชีวิตน้องชายเจ้า! และนาแจมินลูกชายของข้าก็ไม่ได้ทำอะไรผิด !” ดวงตาเย็นชาปรายตามองคนที่นั่งอยู่ที่พื้นอย่างกดดัน


“อึก..เจ้าพวกโสโครกก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ”


“ลูคัส เงียบเถอะน่า” มาร์คพูดเสียงเบาด้วยความรำคาญใจ จะพูดยังไงพี่ชายของเขาก็เป็นคนผิดทั้งนั้น ยิ่งฟังแล้วก็ยิ่งรู้สึกละอายใจยิ่งนัก


“ให้ผมได้คืนร่างคนสำคัญของพวกคุณเถอะครับ” มาร์คสบตากับราชาผู้ยิ่งใหญ่ สายตาของคริสอ่อนแสงลง แว่บหนึ่งเขารู้สึกสงสารมาร์คขึ้นมา แม้มาร์คจะช่วยเหลือลูกชายเขามากขนาดไหน แต่มินฮยอนก็คือคนในครอบครัวของเขาเช่นกัน และเรื่องที่ลูคัสทำร้ายร่างกายลูกชายคนเล็กของเขาก็เป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้


“ถ้าจะฆ่าน้องชายเรา ก็ฆ่าเราแทนเถอะ” ลูคัสก้มหน้าลงต่ำอย่างจำยอม ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมเสียน้องชายตัวเองไปอีก ให้เขาตายเสียยังดีกว่าที่จะต้องทนทุกข์กับการต้องกอดร่างไร้วิญญาณของน้องชายเอาไว้


“เจ้าสมควรโดนอยู่แล้ว!” ร่างสูงของราชาผู้ยิ่งใหญ่ตวาด ก่อนหน้านี้ก็เป็นตัวเขาเองที่ทำให้ลูคัสบาดเจ็บ ถ้าภรรยาตัวน้อยไม่ห้ามไว้ก่อน ลูคัสคงไม่ได้มาเถียงเขาอยู่ตรงนี้แน่


“ลูคัสเงียบ” มาร์คถอนหายใจ เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนกับนิสัยของพี่ชาย ไม่คิดว่าตัวเองจะมีพี่ชายที่น่ารำคาญแบบนี้ ให้อยู่เถียงกับดงฮยอกไปเรื่อยๆ สองคนยังจะดีกว่าอีก


“เราไม่เอาคืนหรอก”


“จุนมยอน” คริสกดเสียงต่ำ เจ้าของชื่อเกร็งตัวเล็กน้อยเพราะกลัวอำนาจของอีกฝ่าย ก่อนจะยิ้ม แม้จะเป็นยิ้มที่เหือดแห้งราวกับต้นไม้ที่กำลังเหี่ยวเฉาก็ตาม


“พวกเราตัดสินใจแล้ว ถ้าเราฆ่ามาร์ค เราก็ไม่ต่างอะไรกับแวมไพร์ผู้นี้ เราจะเป็นแบบนั้นหรออี้ฟาน” ถ้าจะหาคนผิดจากครั้งนี้ อี้ชิงคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ยากเหลือเกิน ไม่ว่าใครต่างก็ได้รับความเจ็บปวดจากเรื่องที่เกิดขึ้นกันทั้งนั้น และอดีตก็คงไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้


“แล้วแจมิน..” คริสเตรียมจะโวยวาย เป็นอีกครั้งที่จงแดต้องเขามาช่วย


“พี่อี้ฟานใจเย็นๆ ก่อน” มือเล็กรั้งแขนแกร่ง เหนี่ยวรั้งให้อีกฝ่ายกลับลงมานั่งที่เดิม ไม่ใช่ว่าเขาไม่โกรธกับสิ่งที่ลูกคัสทำกับลูกชายของเขา แต่ตอนนี้พวกเขาควรปล่อยให้บ้านจางจัดการเรื่องประเด็นร่างของมินฮยอนให้จบก่อน


“แต่ผม..”


“มาร์คถือเป็นคนในครอบครัวเรา ไม่ใช่เพราะร่างมินฮยอนแต่เป็นเพราะแจฮยอน” มาร์คทำหน้างง เขาหันไปมองแจฮยอนที่ยืนยิ้มแห้งอยู่ตรงมุมห้องด้วยความไม่เข้าใจ


“ท่านแม่ พูดแบบนี้น้องก็เข้าใจผิดหมด” แจฮยอนหัวเราะแห้ง อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นจุดสนใจโดยไม่รู้ตัว แถมยังไม่ทันจะเคลียร์กับมาร์คเป็นเรื่องเป็นราวด้วย


“งั้นต้องพูดว่า เพราะแจฮยอนรักเราสินะ” จุนมยอนยิ้มมุมปาก อดแซวลูกชายคนกลางไม่ได้ ดูสิ มันน่าแกล้งให้อายจนเข้าหน้ามาร์คไม่ติดชะมัด


“ท่านแม่ !” แจฮยอนร้อง เขาไม่เคยพูดคำนี้ออกมาให้มาร์คได้ยินเลยสักครั้ง แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงก็เถอะ


"เออๆ ไม่พูดละ เรื่องนี้ไปคุยกันเองแล้วกัน" จุนมยอนถอนใจเฮือกใหญ่ด้วยความรำคาญ มองลูกชายคนรองที่เอาแต่ยิ้มจนเหมือนคนบ้าเข้าทุกที สลับกับ (ว่าที่) คนรักของลูกชายที่ทำหน้างุนงง จนขนาดนี้แล้วก็ยังไม่คิดเข้าข้างตัวเองเลยสักนิด ไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้ ต่อให้ความตายก็ไม่สามารถพรากทั้งคู่จากกันได้แล้ว เพราะแจฮยอนคงไม่ยอม มาแบบเดียวกับเจโน่ชัดๆ


“เอาเถอะ ถ้าพ่อแม่ของมินฮยอนพูดขนาดนี้ ทางเราก็จะไม่ยุ่ง” จงแดใช้สิทธิของความเป็นควีนตัดบท เพราะสามีของเขาคงไม่ยอมแน่ๆ เรื่องเป็นห่วงน้องๆ ตัวเองนี่ไม่เคยยอมได้เลยสักครั้ง ตอนลู่หานกับเซฮุนก็ทีนึงแล้ว เกือบจะแตกหักกันแล้วด้วยซ้ำ


“ถอนคำสาปให้ลูกชายเราซะ” คริสคำรามเสียงต่ำในลำคอ ลูคัสเงยหน้าขึ้นมาสบตาก่อนจะร้องเหอะ


“ไม่”


“อยากตายนักใช่ไหม !” แวมไพร์ผู้ยิ่งใหญ่โมโหเสียจนอยากจะฉีกร่างของแวมไพร์กบฏตรงหน้าให้แยกออกเป็นชิ้นๆ ไม่เคยมีใครกล้าต่อกรกับเขาแล้วรอดไปได้สักคน ดังนั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องไว้ชีวิตเจ้าแวมไพร์ตรงหน้านี้เหมือนกัน


“ได้โปรด อย่าฆ่าพี่ชายโง่ของผมเลย..ผมจะคุยกับเขาเอง” มาร์คคุกเข่าโค้งจนศีรษะติดกับพื้นแข็งๆ ถ้าทำได้เขาก็อยากจะจัดการตบหัวพี่ชายปากดีของตัวเองหลายๆ ที แม้จะจำความรู้สึกในช่วงที่อยู่ด้วยกันแทบไม่ได้ แต่มันก็ไม่ดีแน่ ถ้าเขาปล่อยให้พี่ชายตายตรงหน้า


“เรากลับกันได้แล้วมั้งลู่” จื่อเทาลุกขึ้นยืนก่อนจะบิดขี้เกียจไปมาหลายที ตอนแรกที่รู้ความจริงก็อดโมโหไม่ได้ เกือบพลั้งมือฆ่าแวมไพร์ลูคัสไปแล้วด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่าโดนห้ามไว้ก่อน ไม่สิ ต้องบอกว่าพี่ชายคนโตของเขาต่างหากที่พุ่งเข้าไปตัดหน้าซะก่อน


“กลับไปหาเมียที่บ้านดีกว่า บ๊ายบาย ไว้เจอกันใหม่นะน้องมาร์ค” ลู่หานลุกขึ้นตามเสียงเรียกของน้องคนเล็ก เขายิ้มระรื่นอย่างเคย แล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจื่อเทาที่เป็นคนเอ่ยชวนซะอีก แหม่ ยิ้มระรื่นขนาดนั้น ตอนสมัยตัวเองนี่เห็นทำหน้าเครียดจนจะร้องไห้ออกมาอยู่ละ

จุนมยอนกับอี้ชิงหันมองราชาผู้ยิ่งใหญ่กับเมียรักเป็นเชิงไล่ จงแดหัวเราะแทบจะทันทีที่เห็นสายตาของคนทั้งคู่ ผิดกับคริสคนรักของตนที่เริ่มทำหน้ายักษ์


“อ้าว ไล่กันแล้วหรอ แต่ลูกชายผมยังอยู่ที่นี่นะ” รอยยิ้มหวานปรากฏอยู่บนใบหน้าของควีน ตั้งแต่เขามาถึงเขายังไม่เห็นใบหน้าของลูกชายคนเล็กสุดที่รักเลยสักนิด ไม่รู้ว่าลูกชายบ้านนี้เอาไปซ่อนไว้ที่ไหน หายไปทั้งคู่เลย


“ทิ้งไว้ที่นี่ก็ไม่เป็นไรหรอก ปล่อยให้ลูกโง่ของฉันทำคะแนนบ้างเถอะ” จุนมยอนกรอกตาไปรอบๆ ด้วยความรำคาญใจ รู้สึกดีใจนิดๆ ที่เจ้าลูกชายไม่พา (ว่าที่) เมียโผล่ออกมา ไม่อย่างนั้น พ่อตาคงเอากลับบ้านแน่ๆ


“ให้เวลาตั้งนานแล้ว ไม่เห็นสนใจ” ราชาผู้ยิ่งใหญ่บึนปาก ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น


“ว่าแต่เขา ตัวเองก็เหมือนกันแหละ” นิ้วเรียวเล็กของจงแดจิ้มลงบนแขนแกร่งของคนรัก ยิ้มล้อคนตัวสูงข้างกาย คริสเลือกที่จะทิ้งทิฐิทุกอย่างของตนเองแล้วหันกลับมายิ้มกับคนรัก เป็นภาพที่ใครเห็นแล้วก็ต้องเบะปากเพราะเหม็นความรัก


“ฝากด้วยแล้วกัน” คริสหันกลับมาพูดเสียงนิ่งกับน้องร่วมสาบาน อี้ชิงได้แต่พยักหน้าตอบรับแล้วยิ้มแห้งๆ ให้กับความสองมารตฐานของคนแก่กว่า ถึงจะบอกว่าชินแล้วแต่ก็หมั่นไส้อยู่ดี


.

.

ภายในห้องโถงตกอยู่ในความเงียบเมื่อแขกพากันกลับหมดแล้ว มาร์คและลูคัสยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน ไม่ใช่ว่าลูคัสไม่อยากขยับหรอก แต่โดยน้องชายดึงไว้ต่างหาก เขาถึงได้ยอมนั่งอยู่เฉยๆ


“ลุกขึ้นเถอะ” อี้ชิงเป็นคนเอ่ยปากออกมาก่อน ดวงตาเรียวจ้องมองเด็กทั้งคู่ที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า ลูคัสเองก็ยังเด็กในตอนนั้น ขาดการยับยั้งชั่งใจ


“พวกท่านคงจะไม่ฆ่าพี่ชายผมใช่ไหมครับ” มาร์คเอ่ยออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ เขาเป็นเพียงผู้น้อย จะกล้าหือกับราชาและควีนของเมืองได้ยังไงกัน ถ้าพวกเขาคิดจะฆ่าลูคัสจริงๆ เขาก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง แต่เขาคงเสียใจ ถ้าเป็นหนึ่งในสาเหตุให้พี่ชายตัวเองตาย


“เราซึ้งใจในความรักที่มีต่อน้องชายของเธอ” อี้ชิงเบือนหน้ามองลูคัส คนเป็นน้องได้แต่กลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อโดนราชาอันดับสามเมินกันซึ่งๆ หน้า เห็นหน้ายิ้มๆ ก็คงโกรธอยู่ไม่น้อยนั่นแหละ


“อดีตแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว เราขอเถอะอย่าสร้างเรื่องอีกเลย”


ก็เหมือนจะไม่ด่า แต่ก็ด่าอยู่ชัดๆ



“จะไม่กลับไปกลับพี่จริงๆ หรอ” ลูคัสพูดออกมาเมื่อพวกเขาเดินออกมาจากตัวห้องโถง คนเป็นน้องเหลือบตามองพี่ชายด้วยความเอือมระอาและเงียบเป็นคำตอบ


“...”


“ครอบครัวนี้ดีจังเลยเนอะ” แวมไพร์ตัวสูงพูดอีกครั้ง เมื่อนึกไปถึงสีหน้าของผู้นำตระกูลจากทั้งคู่แล้ว อันที่จริงเขาควรจะถูกฆ่าไปแล้วด้วยซ้ำ ช่างน่าประหลาดใจจริงๆ ที่เขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้


“และพี่ก็มาทำลายมัน” มาร์คค่อนขอดพี่ชายตัวเอง แหงสิ บ้านจางดีขนาดนี้ แต่ต่อให้ดีหรือไม่ดี ยังไงพี่ก็ไม่มีสิทธิ ไปฆ่าใครก็ได้ไม่ใช่รึไงวะ


“พี่รู้..แต่ปล่อยให้เราตาย พี่ทนไม่ได้หรอก” คนเป็นน้องชะงักไปเมื่อสบตากับพี่ชายของตน ความเจ็บปวดที่สื่อออกมาได้จากสายตานั่นทำให้มาร์คพูดไม่ออกและเลือกที่จะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น


“เราจะแต่งงานกับแจฮยอนงั้นหรอ”


“ห..ห๊ะ พูดอะไรของพี่ บ้า” อยู่ดีๆ ก็ถูกถามมาโดยไม่ตั้งตัว มาร์คสำลักน้ำลายตัวเองเสียจนต้องไอหน้าดำหน้าแดง ที่ไม่รู้ว่าแดงเพราะสำลัก หรือไอเพราะเขินกันแน่


“แล้วทำไมต้องเขินด้วยวะ”


“ไม่ได้เขินสักหน่อย”


“กลับบ้านไปเลยนะพี่อะ”


“อ้าว ไม่อยากคุยกันแล้วรึไง”


“ใครจะอยากคุยกับคนเห็นแก่ตัวแบบพี่ล่ะ”


“..เสียใจจัง” สองพี่น้องเดินตีกันมาตลอดทางจนเกือบจะถึงทางออกตัวปราสาทหยุดยืนอยู่หน้าปากทางเข้า และยังทำร้ายร่างกายด้วยการตบตีกันตลอดทาง เพราะมาร์คที่โดนแซวจนเขินจัด (?)


“อึก..ค่อยว่ากันแล้วกัน" มาร์คเบือนหน้าไปด้านอื่น ก่อนดวงตากลมจะเหลือบไปเห็นร่างบอบบางของแจมินกำลังเดินลงมาจากบันไดวน โดยมีเจโน่เดินตามอยู่ไม่ห่าง คำว่า ชิบหายแล้ว ผุดขึ้นมาในใจแทบจะทันที เขารีบหันกลับมาผลักคนเป็นพี่ที่ยืนอยู่ข้างหลังตนจนคนไม่ทันระวังตัวผลุบหายไปกับพุ่มไม้หน้าปราสาท


"เหวอ.."


"แจมิน!" มาร์คได้ยินเสียงแว่วๆ ของเจโน่ที่ดังมาจากข้างหลัง ไม่ต้องหันไปมอง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าแจมินคงเห็นลูคัสเข้าแล้ว ร่างเล็กๆ วิ่งผ่านหน้ามาร์คออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็วจนทั้งเขาและเจโน่ต่างก็ไม่มีใครคว้าไว้ได้ทัน


"มาร์ค ผลักพี่ทำไมเนี่ย" คนล้มลงไปในพุ่มไม้ลุกขึ้นยืนแล้วปัดไปตามเสื้อผ้าของตนเอง ปากก็เอาแต่บ่นเขาไม่ขาด คนเป็นน้องชายกรอกตาไปรอบๆ ตัวเองจะชะตาขาดอยู่แล้วยังไม่รู้อีก !


"แก..!"


"เฮ้ๆ เดี๋ยวก่อน ใจเย็นๆ" เขารู้สึกขอบคุณสัญชาติญาณแวมไพร์ก็ตอนนี้ มาร์ครีบเขยิบตัวออกมากางแขนบังร่างพี่ชายของตนเองไว้ เพื่อไม่ให้เจโน่สามารถพุ่งเข้ามาทำร้ายร่างกายลูคัสได้


"ถอยไป"


เฮือก


มาร์คหายใจสะดุดเมื่อเขาหันไปประจันหน้าเข้ากับอีเจโน่อย่างกระทันหัน ในตอนที่เขายังเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาเขาก็คิดว่าอีกฝ่ายน่ากลัวจะแย่ แต่ถ้าเทียบกับสถานะแวมไพร์ตอนนี้ มันเทียบกันไม่ติดเลยด้วยซ้ำ


"มาร์ค ถอย" เด็กหนุ่มกรอกตาอีกครั้ง ไอ้คนข้างหลังนี่ก็ไม่ให้ความร่วมมือเลยสักนิด พี่ชายเขากระตุกแขนเขาหยิกๆ อยู่ข้างหลังจนน่ารำคาญ


"ขอร้องล่ะ อย่าตีกันเลย ไปดูแจมินเถอะ" มาร์คแทบจะคุกเข่าขอร้อง พอเอาแจมินมาอ้าง เจโน่ก็เหมือนจะได้สติกลับมาหน่อย แวมไพร์หนุ่มใช้ตาแดงจ้องมายังลูคัสอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวออกไปทางด้านที่แจมินเดินออกไป




แวมไพร์หนุ่มเดินตามคู่หมั้นออกไปอย่างร้อนรน เขาไม่รู้จริงๆ ว่าแจมินกำลังคิดอะไรอยู่ คนตัวเล็กของเขากำลังสับสนเรื่องมาร์ค หรือว่าหวาดกลัวลูคัส เขาไม่รู้เลย


ดวงตาเรียวจ้องมองแผ่นหลังบางของคนที่นั่งอยู่บนเนินหญ้า แจมินนั่งหันหน้าเข้ากับแผ่นป้ายหลุมศพของพี่ชายของเขา ท่าทางเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ และนั่นคงทำให้แจมินทุกข์ใจมาก ซึ่งเขาไม่ชอบมันเลย


"คิดอะไรอยู่" แวมไพร์หนุ่มก้าวเดินเข้าไปใกล้ร่างคู่หมั้น ลอบมองเสี้ยวหน้าขาวด้วยความเป็นห่วง


"เจโน่" แจมินช้อนสายตาขึ้นมองเจโน่ที่เดินมาใกล้ ดวงตากลมๆ ที่เคยทอประกายสดใสนั้นหม่นแสงลงจนน่าใจหาย


"ครับ" แวมไพร์หนุ่มชะงัก ทรุดตัวนั่งลงข้างกัน มือเย็นถือวิสาสะดึงมือเล็กที่กำกันแน่นมาจับไว้แล้วลูบเบาๆ เพื่อหวังจะปลอบโยนแจมิน


ดวงตากลมโตเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากัน น้ำใสแวววาวในดวงตาคู่สวยนั่นทำให้คนมองรู้สึกปั่นป่วนได้ไม่ยาก


"ไม่เป็นไรจริงๆ หรอ เรื่องพี่มาร์คกับมินฮยอน"


"...แล้วแจมคิดว่าไง"


"..."


"อย่ากังวลเลย ไม่เป็นไรจริงๆ" มือเย็นแตะลงบนแก้มใส เขาคิดว่าแจมินกำลังเป็นห่วงความรู้สึกคนในครอบครัวเขา แต่ก็รู้สึกสับสนกับตัวเองเช่นกัน


"แต่ร่างมินฮยอน.."


"ทุกคนโอเค มินฮยอนก็คิดเหมือนกัน" เจโน่เชื่อแบบนั้น พี่ชายของเขานั้นมีจิตใจดี ไม่เคยเห็นโกรธเคืองใครสักที เรื่องนี้ ถ้าปลุกเจ้าตัวมาพูดได้ เจ้าตัวก็คงจะพูดว่า ไม่เป็นไรหรอก ถึงตัวเองต้องตาย แต่ก็ยังช่วยชีวิตคนอื่นไว้ได้


"แจมโกรธมาร์คหรอ"


"ไม่ใช่"


"ทำแบบนี้มาร์คจะกังวลนะ" บอกได้เลยว่าเจโน่ไม่ได้ห่วงอะไรมาร์คหรอก เขาห่วงความรู้สึกของแจมินมากกว่า คนที่นั่งข้างกันทำหน้าเศร้าอีกครั้ง เจโน่ไม่ชอบมันเลยสักนิด แวมไพร์หนุ่มโน้มตัวเข้าไปกอดร่างบอบบางเอาไว้ในอ้อมแขน พร้อมกดจูบลงบนกลุ่มผมนิ่มเบาๆ


“ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง”


แจมินกับเจโน่เงยหน้าขึ้นมองกิ่งไม้ที่สั่นไหว แว่วได้ยินเสียงของใครบางคนที่ลอยตามลมราวกับกำลังจะบอกเขาว่านี่คือการเริ่มต้นใหม่ และเรื่องราวเลวร้ายทุกอย่างกำลังจะจบลง







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 169 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #570 kopai0901 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 23:58
    เอาตรงๆเหมือนคัสกับมาร์คไม่เหมือนพวกกบฏเลยอะคืออบอุ่นกันตามภาษาพี่ชายน้องชายมากๆ
    #570
    0
  2. #521 hiphophop (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 13:25
    พี่มินฮยอนคนดีมากอ่ะT T คัสก้รักน้องมาก แอบอยากรู้ว่าแต่ก่อนม้าคเปนยังไงเหมือนกัน
    #521
    0
  3. #467 wareeandsoul (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 16:59

    ทุกๆอย่างจะดีขึ้นตามที่มินฮยอนบอกใช่มั้ยคะ เรื่องวุ่นๆเคลียร์ไปเกือบหมดแล้ว ค่อไปจะแฮปปี้แล้วแน่ๆเลย เหลือแค่รอให้สองคู่ชูชื่นแต่งงานกัน แล้วก็.. วิธีที่จะทำให้สัญลักษณ์คำสาปของน้องแจมหายไป มันต้องเป็นวิธีที่มพให้คนอ่านอายม้วนแน่ๆค่ะ ฟันธงเล้ย //เราดองไว้นานมากเลย กว่าจะตามอ่านจนครบ แหะ ต่อไปนี้ก็จะรอคุณไรท์มาอัพต่อนะคะ เย่ๆๆ

    #467
    0
  4. #462 a1aoelc (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:12
    คิดถึงมากๆๆ อ่านวงหลายครั้งแล้วว แต่อ่านกี่ทีก็ไม่เบื่อเรยย ไรท์สู้ๆค่าา
    #462
    0
  5. #460 bunnyxfox (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 01:33
    ฉากสุดท้ายคือขนลุก คิดว่ามินฮยอนส่งกระแสมาบอกให้เริ่มต้นใหม่ 55555 ก็กลัวๆนิดนึงนะคะ 55555
    ปล. มีบางช่วงที่ชื่อตัวละครสลับกันอยู่นะคะ อย่างตอนที่มาร์คดึงดงฮยอกให้ลุกจากเตียง แถวๆนั้นล่ะค่ะ ลองหาดูนะคะ~
    #460
    0
  6. #458 puchan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 10:50
    ละมุนมากกกค่ะ
    #458
    0
  7. #457 Orchido (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 22:47
    คิดถึงมากกกก เรื่องนี้มันพูดยากจริงๆค่ะ รอลุ้นนะคะว่าน้องแจมจะถอนคำสาปได้มั้ย สู้ๆนะคะ ติดตามเสมอค่า
    #457
    0
  8. #456 icenattarikaib (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 23:22
    งื้อออ คิดถึงงง
    #456
    0
  9. #454 JutamasPromyota (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 08:37
    ไรท์สู้ๆ
    #454
    0
  10. #453 Lookmeemona (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 07:58
    แงงงง ไรท์กลับมาแล้วววว

    คิดถึงงง
    #453
    0
  11. #452 Pattho (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 01:44
    ง่อวววว กำลังไปได้ดีเลยน้าาา
    #452
    1
    • #452-1 b o n s a i(จากตอนที่ 17)
      9 ธันวาคม 2561 / 16:49
      ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมออออ <3
      #452-1
  12. #443 [Nawn] (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 19:18
    https://image.dek-d.com/27/0533/0072/127947675 ขอยาดแปะนิดนึง เหมือนมากเลยค่ะ ;--;
    #443
    1
    • #443-1 b o n s a i(จากตอนที่ 17)
      9 ธันวาคม 2561 / 16:47
      หูยยย เหมือนกันจริงๆ ด้วยค่ะ
      #443-1
  13. #442 blue lu pinku (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 14:13
    งื้ออ

    ชอบแจฮยอนกับน้องมาร์ต
    #442
    0
  14. #441 Mochi. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 12:37
    อั๊ยยยยย ทุกอย่างกำลังเข้าที่เข้าทางละก็ไปด้วยดีใช่มั้ยย
    #441
    1
    • #441-1 b o n s a i(จากตอนที่ 17)
      9 ธันวาคม 2561 / 16:48
      กำลังไปด้วยดีจริงไหมน๊าาา
      #441-1
  15. #440 KKWaZowski (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 12:06
    ไรท์ค้าบบบบ คิดถึงที่สุดเลย;-; ปัญหาเริ่มค่อยแๆคลายแล้วแงงงดีใจมาก สู้ๆนะคะไรท์
    #440
    1
    • #440-1 b o n s a i(จากตอนที่ 17)
      9 ธันวาคม 2561 / 16:48
      ขอบคุณนะคะ <3
      #440-1