(fic exo/nct) ESCAPE 2 [NOMIN]

ตอนที่ 15 : FOURTEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,946
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 215 ครั้ง
    3 ต.ค. 61





14

คำสาป




เปลือกตาบางปรือขึ้นและหลับตาลงอีกครั้งเพราะแสงสว่างที่ลอดผ่านผ้าม่านผืนใหญ่แยงตาจนฝืนไว้ไม่ไหว ใบหน้าน่ารักซุกลงกับหมอนใบโตพลิกตัวนอนนิ่ง ก่อนจะชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มที่แสนคุ้นเคย


แจมินพลิกตัวนอนราบไปกับพื้นเตียงนุ่มนิ่ม ดวงตากลมโตมองเพดานสูงในห้อง กระพริบตาปริบๆ หลายทีอย่างคนกำลังประมวลความคิด มือเล็กตะปปเข้าที่คอของตัวเองแต่กลับไม่รู้สึกเจ็บ ทันทีเมื่อภาพความทรงจำก่อนที่จะหมดสติไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว ร่างโปร่งบางลุกขึ้นนั่งบนเตียงก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำที่อยู่ในตัวห้อง


คนตัวเล็กมองเงาตัวเองที่อยู่ในกระจกอย่างพิจารณา แจมินพยายามเอียงคอให้กระจกบานใหญ่เพื่อหาร่องรอยถูกกัด มันไม่ได้เป็นรอยเขี้ยวเหวอะหวะอย่างที่เขาคิดไว้ เขาเห็นแค่รอยเขี้ยวจางๆ ที่ต้องใช้เวลาหาสักพักถึงจะหาเจอ


อ่ะ..


ความรู้สึกเจ็บจี๊ดบริเวณหน้าท้องแล่นขึ้นมาเสียจนขาทรุดลงไปนั่งกับพื้น ดวงตากลมกระพริบตาถี่ๆ ด้วยความงุนงง


ทำไมถึงรู้สึกเจ็บ


แจมินเลิกเสื้อนอนของตัวเองขึ้น เขามองหาที่มาของความรู้สึกเจ็บจากบริเวณหน้าท้องของตนเอง แต่ก็ไม่พบเจอรอยอะไรนอกจากหน้าท้องแบนราบก็เท่านั้น


เจโน่..


ชื่อของใครคนหนึ่งปรากฏขึ้นในใจยามที่ดวงตากลมเหลือบไปเห็นสร้อยเส้นเล็กที่อยู่บนข้อมือของตนเองไล่ไปจนถึงแหวนหมั้นที่ยังคงอยู่ที่เดิม น้ำตาก็พากันมากองอยู่ที่หน่วยตาโดยอัตโนมัต ภาพตอนที่อีกฝ่ายบรรจงสวมสร้อยข้อมือให้กับเขาหรือตอนที่สวมแหวนในตอนนั้นยังชัดเจนเสียจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ มือเล็กอีกข้างสัมผัสสร้อยเส้นนั้นเบาๆ ราวกับกลัวว่ามันจะขาดออกจากกัน


“น..นี่มันอะไรกัน”


แจมินร้องออกมาด้วยความตกใจ ทำไม..ทำไมที่ข้อมือของเขา..ทำไมถึงไม่เหมือนเดิม ทำไมรอยสามเหลี่ยมบนข้อมือถึงมียูนิคอร์นทับอยู่บนนั้น มือสั่นๆ ยกขึ้นลูบลงบนยูนิคอร์น เพียงแค่แตะเบาๆ แสงสีฟ้าก็สว่างจ้าตามลวดลายของมัน ทันใดนั้นความเย็นที่แผ่ออกมาก็ช่วยบรรเทาอาการเจ็บอย่างที่ควรจะเป็นจากรอยสามเหลี่ยมช้าๆ จนแทบจะไม่รู้สึกแสบร้อนอีก


“แจมิน”


เฮือก


“ท่านแม่?” คนที่นั่งอยู่ที่พื้นห้องน้ำหลุดออกจากภวังค์ แจมินเงยหน้ามองคนเรียก เขาพบแม่ที่ยืนทำหน้ากังวลอยู่ที่หน้าประตู เบื้องหลังไหล่บางมีร่างสูงของปาร์คชานยอลยืนทำหน้าแบบเดียวกัน ร่างบอบบางของแม่เขาเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับจับไหล่ของเขาเบาๆ


“เป็นอะไรรึเปล่า เจ็บตรงไหนไหม”


“น้องแจมเจ็บๆ ที่ท้อง” แจมินพูดออกไปเสียงเบา แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะไม่ได้รู้สึกเจ็บมาก ฝ่ายจงแดกับชานยอลก็นิ่งไปเมื่อได้รับคำตอบจากคนเด็กตรงหน้า ตอนแรกพวกเขากังวลว่าแจมินจะบ่นเจ็บที่คอ หรือไม่ก็ที่ข้อมือ แต่สิ่งที่แจมินตอบมันเหนือความคาดหมายไปเยอะ องค์รักษ์ร่างสูงก้าวเดินเข้ามาในห้องน้ำ แล้วช่วยประคองร่างบอบบางของแจมินให้ลุกขึ้นยืน


“พี่ชานยอล” จงแดกับชานยอลสบตากัน แวมไพร์ตัวสูงพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะผละเดินออกจากห้องไปหลังจากพาองค์ชายน้อยกลับมานั่งบนเตียงแล้วเรียบร้อย ภายในจึงเหลือเพียงแค่แจมินกับจงแดเท่านั้น


“ท่านแม่ แจมินไม่แต่งงานแล้วได้ไหม” แจมินไม่รู้จริงๆ ว่าเขาพูดเรื่องนี้กี่ครั้งแล้ว ได้แต่หวังว่าครั้งนี้ครอบครัวของเขาจะเห็นใจ จะให้พูดอีกกี่ครั้งก็ยอม


“เกิดอะไรขึ้น?” คนเป็นแม่ถามลูกชายอย่างใจเย็น ตนเองที่เป็นคนนอก มองยังไงก็รู้ว่าทั้งสองคนต่างรักกัน เพียงแต่สิ่งที่ต้องเจอในตอนนี้เป็นแค่อุปสรรคที่ทั้งสองต้องจับมือกันก้าวผ่านไปก็เท่านั้น


“เราจะแต่งงานกับคนที่ไม่รักเราได้อย่างนั้นหรอครับ” ดวงตาเศร้าสร้อยของลูกชายคนเล็กสบตากับคนเป็นแม่จนคนโดนมองอดรู้สึกที่จะเศร้าตามไม่ได้ มืออุ่นลูบมือลูกชายเบาๆ อย่างปลอบโยน


“ทำไมน้องแจมพูดแบบนั้นล่ะ ถ้าเจโน่ได้ยินจะเสียใจเอานะ”


“เจโน่โกหก” แจมินโพล่งออกมาด้วยซ้ำเสียงเจ็บปวด ดวงตากลมโตหลุบลงต่ำอย่างเศร้าสร้อย แม้ตอนนี้ในใจจะตั้งคำถามขึ้นมาว่าคนที่กัดคอเขาเมื่อวานหายตัวไปไหนแล้ว แต่ก็ไม่กล้าถามแม่ออกไป


“ข..เขาไม่ได้รักแจมิน..ฮึก..เขาแค่สงสาร” ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยน้ำตาสีใส จงแดเม้มปากมองลูกชายคนเล็กของตนด้วยความสงสาร เขายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนแก้มของลูก คนเป็นแม่พอเห็นลูกเจ็บปวด หัวใจก็พาลเจ็บไปด้วยจนรู้สึกหายใจไม่ออก


“พวกกบฏ..มันบอกว่าเจโน่สามารถรักษาแจมินให้หายได้ ที่ต้องแต่งงานกันก็เพราะแบบนี้”


“แจมินเชื่อหรอ” จงแดขมวดคิ้ว จริงอยู่ที่พวกกบฏพูดก็มีส่วนถูก แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด จงแดรู้ดีว่าเรื่องงานแต่งนั้นเป็นความต้องการของเจโน่โดยตรง


“ครับ..เจโน่จะรักน้องแจมได้ยังไง เพราะแจมินทำให้มินฮยอนตาย”


“เวลาอยู่ด้วยกัน พี่เขาดูแลแจมินดีไหม” ภาพเจโน่ที่ลูบผมเขาหลายครั้ง มือเย็นเฉียบที่คอยจับมือเขาอยู่ตลอดปรากฏขึ้นมาในหัว แจมินหลุบตาลงต่ำ


“แจมินให้เวลาพี่เขาได้พิสูจน์ตัวเองแล้วรึยัง?”


“น้องแจม..”


“แล้วรอยตรงนี้ยังเจ็บอยู่ไหม” แจมินมองตามมือของแม่ที่ลูบวนอยู่เหนือรอบสามเหลี่ยม เขาส่ายหน้าเบาๆ เป็นคำตอบ มันแทบจะไม่รู็สึกอะไรแล้ว เพราะทุกครั้งที่รู้สึกแสบร้อนขึ้นมา ความเย็นก็จะเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว

 

“แจมินเคยได้ยินเรื่องมนุษย์เลือดพิเศษไหม”


“แบบท่านแม่น่ะหรอครับ” ใบหน้าน่ารักหันมองแม่ของตัวเอง ร่างโปร่งบางเขยิบตัวลงนอนบนตักนุ่มนิ่มของคนเป็นแม่ ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าจงแดตาแป๋ว


“อืม..”


“มันเกี่ยวกับน้องแจมยังไง” แจมินทำหน้างง อยู่ดีๆ แม่เขาก็เปลี่ยนเรื่องซะอย่างนั้น


“เพราะว่าลูกก็เป็นเลือดพิเศษเหมือนแม่ไง”


“จ..จริงหรอ” แจมินร้องออกมาอย่างดีใจ เขานึกว่าตนเองนั้นเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดามาโดยตลอด อย่างน้อยเขาก็มีอะไรที่พิเศษเหมือนกับคนเป็นแม่บ้าง “ต..แต่น้องแจมไม่มีสัญลักษณ์”


“มีสิ” คนเป็นลูกขมวดคิ้วด้วยความงุนงง ดวงตากลมมองมือขาวของแม่ที่ลูบวนอยู่บนข้อมือของตนเองด้วยความไม่เข้าใจ


“สัญลักษณ์ของแม่เคยเป็นแมงป่อง แต่ตอนนี้มันเป็นรูปมังกรแล้ว”


“ทำไมถึงเป็นรูปมังกรล่ะครับ” เขาไม่เคยเห็นสัญลักษณ์ของแม่มาก่อน อาจจะเป็นเพราะมันซุกซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าของแม่ก็เป็นได้


“เพราะโดนพ่อของลูกกัด เราทำพันธะสัญญาเลือดกันแล้ว”


“ครับ..?” แจมินนิ่งค้างไป เขามองรอยสัญลักษณ์รูปยูนิคอร์นอีกครั้ง


ไม่น่า มันไม่น่าใช่


“ทำไมมันถึงเปลี่ยนได้ล่ะครับ” จงแดมองใบหน้าของลูกชายที่ซีดลงเรื่อยๆ มือขาวยกขึ้นแตะหน้าลูกชายเบาๆ อย่างปลอบโยน


“อืม..พ่อของลูกเคยบอกว่า ถ้าเกิดเป็นคู่กัน สัญลักษณ์ของแวมไพร์ที่เป็นคนกัดจะไปอยู่บนตัวมนุษย์เลือดพิเศษที่โดนกัด”


“แต่แจมินไม่เคยเห็นสัญลักษณ์ของตัวเองมาก่อน” เสียงแหบรีบเถียงคนเป็นแม่ทั้งที่หัวใจเริ่มเต้นถี่รัวจนรู้สึกเจ็บ เนื้อตัวของแจมินสั่นเทาไปหมดอย่างน่าสงสาร ถ้าเป็นแบบที่แม่เขาบอก สัญลักษณ์ของเขาก็ควรจะเป็นแมงป่องเหมือนท่านแม่ ไม่ก็มังกรเหมือนท่านพ่อสิ


“แน่ใจหรอ?” ดวงตาของคนเป็นแม่เหลือบมองข้อมือด้านซ้ายของลูกชายแต่ไม่พูดอะไร


แจมินหน้าซีด เขาเพิ่งโดนเจโน่กัด แล้วรอยยูนิคอร์นก็ปรากฏขึ้นมา


“ส..สัญลักษณ์ของตระกูลจางเป็นรูปอะไรครับ”


“แม่คิดว่าแจมินน่าจะเคยเห็นมันแล้วนะ”


ม..ไม่มีทาง !!!


“ม...ไม่เอา” แจมินน้ำตาไหล มือขาวยกมือขึ้นปาดน้ำตาด้วยความเจ็บปวด ทำไมสัญลักษณ์ของบ้านจางต้องมาอยู่บนตัวของเขา แล้วเขาจะเอาเจโน่ออกไปจากชีวิตได้ยังไงกัน.. ทั้งๆ ที่เจโน่ไม่ได้รักเขาเลยสักนิด


“แจมินรักเจโน่แล้วใช่ไหมลูก”


“ฮึก..รัก แจมินรักเขา..”


“แล้วร้องไห้ทำไมล่ะ” จงแดมองลูกชายที่เอาแต่ร้องไห้ อันที่จริงการมีสัญลักษณ์ของบ้านจางขึ้นอยู่ที่ข้อมือของลูกชายทำให้คนเป็นแม่อย่างจงแดลูกสึกโล่งอก เพราะหากคู่ของแจมินไม่ใช่เจโน่แล้ว เรื่องมันคงต้องแย่ลงกว่านี้แน่นอน ทั้งเรื่องที่เจโน่คงจะไม่ยอมแน่ๆ แจมินอาจจะไม่มีคู่ไปตลอดชีวิตเพราะเจโน่คงจะตามจองล้างจองผลาญคนที่เข้ามายุ่งกับลูกชายของเขา


“ฮึก น้องแจมทำให้เขาต้องมายึดติดอยู่กับน้องแจม..อึก..เจโน่ต้องทรมาน ต้องเกลียดแจมินแน่ๆ” แจมินร้องไห้อย่างคนใจเสีย จงแดมองลูกชายแล้วก็ต้องลอบถอนหายใจออกมา ที่ร้องไห้ก็เพราะเป็นห่วงเขาหรอกหรอ


“ท่านแม่อย่าบอกเขานะ เรื่องรอย..”


“แม่ว่าเขารู้แล้วนะ” จงแดพูดก่อนที่ลูกชายคนเล็กจะพูดจบ ใบหน้าน่ารักของแจมินซีดลงเรื่อยๆ คนเป็นแม่ดึงแขนของลูกชายขึ้นมาเบาๆ เพื่อให้แจมินลุกขึ้นนั่งประชันหน้ากัน


“น้องแจม..อย่าฝืนโชคชะตาเลย” มืออุ่นแตะลงบนแก้มซีดของลูก ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตของลูกชาย



“ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ ข้างหน้าปราสาทมีแวมไพร์องค์รักษ์นามอีดงฮยอกมาขอเข้าเฝ้าคุณแจมิน”


“คุณดงฮยอก?” แจมินเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความแปลกใจ เขาสบตากับแม่ของตัวเอง


“ให้เขามารอที่ห้องรับแขกก็ได้ครับ เดี๋ยวน้องแจมลงไป” ร่างโปร่งบางลุกขึ้นจากเตียง เดินตรงไปยังห้องแต่งตัวของตนเอง นึกแปลกใจกับพละกำลังของตนเองเล็กน้อย ทั้งๆ ที่เมื่อวานโดนเจโน่ดูดเลือดไปตั้งเยอะ ถ้ายกเว้นเรื่องที่เจ็บหน้าท้องไป วันนี้เขายังไม่รู้สึกอ่อนเพลียเลยสักนิด


“ท่าทางแข็งแรงดีนะครับ” จงแดหัวเราะเบาๆ กับคำพูดของชานยอล พวกเขาต่างรับรู้ดี ว่าคนที่แข็งแรงน่ะ ไม่ใช่คนของพวกเขาหรอก แต่เป็นใครบางคนที่นอนหลับไม่ได้สติตั้งแต่เมื่อวานแล้วต่างหาก


โธ่ เจ้าลูกเขยผู้น่าสงสาร เป็นคนกัดเขาเองแท้ๆ แต่ตัวเองกลับโดนเหยื่อดูดพลังไปเสียจนร่างกายมีพลังไม่พอรักษาบาดแผลจนต้องนอนไม่ได้สติอยู่แบบนี้ แม้แต่ร่างกายก็ยังหลงไหลนาแจมินมากขนาดนี้เชียวหรือ



“คุณแจมิน” ดงฮยอกลุกขึ้นยืนแทบจะทันทีที่เห็นร่างโปร่งบางของคนที่ต้องการพบเดินเข้ามาภายในห้องรับรอง สีหน้าเป็นกังวลของผู้มาเยี่ยมทำให้แจมินกังวล ดวงตากลมกวาดสายตามองหาใครอีกคนที่น่าจะมาด้วยกัน แต่ก็พบเพียงแค่ดงฮยอกคนเดียวเท่านั้น


“ทำไมมาคนเดียวล่ะครับ”


“คุณชาย..”


“พี่มาร์คเป็นอะไรครับ” ดงฮยอกหน้าเสียยามที่เอ่ยถึงคุณชายของตนเอง


“ไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนหรอกครับ เพียงแต่ว่าเงียบผิดปกติ” เงียบผิดปกติงั้นหรอ ถ้าคนอย่างมาร์คเงียบมันก็คงจะผิดปกติจริงๆ นั่นแหละ


“ก่อนหน้านี้คุณชายหายตัวไปจากที่บ้าน ผมพยายามตามหาแต่ก็ไม่เจอ 3 วันต่อมาก็กลับมาเอง แล้วก็ไม่ยอมพูดจากับใครเลย ผมไม่รู้จะทำยังไงดี คิดว่าคุณแจมินน่าจะช่วยได้เลยตามมาที่นี่ครับ” สีหน้าของดงฮยอกนั้นเป็นกังวลมากทีเดียว แจมินจึงต้องขมวดคิ้วตาม หายตัวไปงั้นหรอ ตั้ง 3 วันมันไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ


“แจฮยอนรู้เรื่องนี้แล้วรึยังครับ”


“ครับ?” ดงฮยอกทำหน้างง จองแจฮยอนบุตรชายคนรองของบ้านจางเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้


“ท่านแจฮยอนยังไม่ทราบเรื่องนี้หรอกครับ ตอนนี้ที่ปราสาทฝั่งตะวันตกกำลังยุ่ง” แจมินขมวดคิ้ว ฝั่งตะวันตกกำลังยุ่งอยู่งั้นหรอ แม้แต่มาร์คที่กำลังลำบาก แจฮยอนจะไม่สนใจเลยอย่างนั้นหรอ


“งั้นไปดูพี่มาร์คกันเถอะ ระหว่างทางก็แวะแจ้งข่าวให้แจฮยอนด้วยแล้วกัน”




แจมินมาถึงปราสาทฝั่งตะวันตกในตอนเย็น เพราะดงฮยอกไม่สามารถหายตัวได้ เขาจึงใช้วิธีนั่งรถม้ามากับดงฮยอกเพียงแค่สองคน..กับทหารอีก 2 กองบวกชานยอลกับมินซอกที่ตามมาด้วยอีก 2 ตามคำสั่งของท่านพ่อ


“เราขอเข้าพบแจฮยอนได้หรือไม่” ใบหน้าน่ารักโผล่ออกมาจากหน้ารถม้า ทหารสองนายที่เฝ้าอยู่หน้าประตูกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะพากันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก


“เอ่อตอนนี้ท่านแจฮยอน..”


“ตอนนี้ภายในปราสาทกำลังยุ่ง กระผมไม่แน่ใจว่า..”


“เปิดประตู” ทหารยามก้มหน้ารับคำสั่งจากควีนของปราสาท ประตูรั้วเหล็กขนาดใหญ่ค่อยๆ เปิดกว้างช้าๆ ปล่อยให้ขบวนรถขององค์ชายจากฝั่งเหนือได้เคลื่อนตัวเข้ามาภายในปราสาท


แจมินเดินลงจากรถม้าโดยมีดงฮยอกที่ลงมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ตามหลังมา ชานยอลกับมินซอกทักทายควีนเจ้าของปราสาทก่อนจะพากันเดินตามแผ่นหลังบอบบางของจุนมยอนเข้าไปข้างใน


“ท่าทางจะกำลังยุ่งจริงๆ นั่นแหละ” มินซอกพึมพำเสียงเบาแล้วมองไปรอบๆ ปราสาท ชานยอลหัวเราะในลำคอเบาๆ จะหัวเราะแรงก็กลัวจะโดนจุนมยอนฟาดเอา ลูกชายคนเล็กบาดเจ็บแบบนี้ก็คงจะหงุดหงิดอยู่บ้าง แจมินท่ีเดินตามรุ่นใหญ่ทั้ง 3 แม้จะไม่ค่อยเข้าใจในที่พวกผู้ใหญ่พูด พอหันไปเห็นสีหน้าของดงฮยอกที่เดินตามมาก็ต้องส่ายหน้าเบาๆ หน้าซีดใหญ่แล้ว ไม่รู้จะกลัวอะไรนักหนา


“น..นั่นมัน” ดวงตากลมเบิกตากว้าง แจมินมองลอดเข้าไปในบานประตูที่ถูกเปิดแง้มไว้ เขาเห็นร่างของใครบางคนที่นอนอยู่บนเตียงโดยมีร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มสองคนที่มองดูแล้วน่าจะเป็นอี้ชิงกับแจฮยอนเดินวนไปวนมาอยู่รอบเตียง ถ้าอย่างนั้นคนที่นอนอยู่บนเตียงก็ต้องเป็น..


เจโน่..


“ข..เขาเป็นอะไรหรอครับ” ใบหน้าน่ารักซีดลงแทบจะทันทีที่เห็นสภาพของเจโน่ จุนมยอนมองหน้าลูกสะใภ้ตัวเองแล้วก็ได้แต่ยิ้มอ่อน ไม่รู้จะอธิบายยังไงดีที่จะไม่ทำให้แจมินเสียความรู้สึก


“โดนพ่อของนายทำร้ายมายังไงล่ะ” จองอูพูดด้วยเสียงขึ้นจมูก แจมินมองเสี้ยวหน้าของแวมไพร์เบื้องหน้า จองอูอีกแล้ว ทำไมต้องโผล่มาในสถานการณ์แบบนี้ทุกที


มือขาวผลักบานประตูเพื่อเข้าไปข้างใน เขาถึงได้พบว่าภายในห้องมีพี่ชายของเขายืนกอดอกอยู่ในนี้ด้วยอีกหนึ่ง


“แจมิน” แทยงเรียกชื่อเขาเสียงขรึม ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าหล่อของพ่ีชายนั้นบึ้งตึงมากทีเดียว ท่าทางจะอารมณ์ไม่ดีอยู่ไม่น้อย แจฮยอนหันมายิ้มให้เขาอย่างใจดีเหมือนเคย ยังมีอาจุนมยอนที่เดินเข้ามาใกล้อีกคน


“แจมินมาพอดีเลย อาขอตรวจเราหน่อยได้ไหม”


“ครับ?” ดวงตากลมโตมองหน้าอางงๆ ตรวจอะไร? เขาก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่นา


“อืม..ตอนนี้ยังเจ็บอยู่ไหม” ข้อมือข้างซ้ายถูกยกขึ้นจับเบาๆ มือเย็นเฉียบประคองข้อมือหลานอย่างทะนุถนอมเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม

“แทบจะไม่แล้วล่ะครับ” แจมินตอบออกไปตามความจริง แม้จะไม่ค่อยเข้าใจอะไรเท่าไหร่


“งั้นหรอ..ทำไมรอยสามเหลี่ยมยังไม่หายไปอีกนะ” แวมไพร์ตัวสูงพึมพำออกมาพร้อมขมวดคิ้ว แทยงชะงักก่อนจะชะโงกหน้าเข้ามาด้วย แวมไพร์รัชทายาทเบอร์หนึ่งถอนหายใจแรงๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา


“..ทำให้หายได้หรอครับ” แจมินถามออกไปอย่างสงสัย ดวงตาก็แอบจ้องมองเจโน่ที่นอนนิ่งสงบอยู่บนเตียงไปด้วย เขามองไล่ไปตั้งแต่ใบหน้าขาวซีด ลงมายันลำตัวที่ปราศจากเสื้อปกปิดร่างกาย แจมินเห็นผ้าพันแผลที่อยู่ตรงท้องของเจโน่ ตรงนั้นยังมีเลือดซึมออกมาอยู่เลยด้วยซ้ำ ว่าแต่ตำแหน่งตรงท้องตรงนั้นเป็นที่เดียวกับที่เขารู้สึกเจ็บเมื่อตอนเช้าเลย..


“ถ้าเจโน่กัดผม ก็จะช่วยล้างคำสาปได้ แต่เพราะการกัดมันรวมไปถึงการสร้างพันธะระหว่างกันด้วย เลยต้องจัดงานแต่งสินะครับ”


“งานแต่งที่มีขึ้นก็เพียงเพื่อไม่ให้ผมต้องเสียหาย จนถึงตอนนี้ผมก็ยังทำให้บ้านจางต้องเดือดร้อน” ดวงตากลมโตฉายชัดถึงความเศร้าหมอง ชวนคนมองให้รู้สึกเศร้าตาม


“…”


“พวกคุณไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ต้องทำอะไรเพื่อผม เริ่มแรกเรื่องมันก็เกิดขึ้นเพราะผมเป็นต้นเหตุ ผมจะชดใช้เรื่องทั้งหมด เพราะงั้นไม่ต้องมีงานแต่งหรอกครับ..และก็ขอให้มันจบเพียงเท่านี้” แจมินคิดว่าเรื่องทั้งหมดควรจบลงได้แล้ว บ้านจางไม่ควรต้องมาลำบากเพราะเขาอีก


“พี่จะแต่ง” ไหล่บางสะดุ้ง คนที่เขาไม่คิดว่าจะตื่นมาได้ยินกลับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเสียจนแจมินแอบรู้สึกหวั่นไหว


“..ลืมไปแล้วหรอครับ ว่าคุณเกลียดผมมากขนาดไหน” ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นอย่างลังเล เขาไม่รู้จริงๆ ว่าตอนนี้เขาควรจะปล่อยให้เรื่องเลยตามเลยไป หรือควรจะหยุดอยู่แค่ตรงนี้


“…แจม” เสียงทุ้มมาพร้อมกับสายตาตัดพ้อ แจมินมองคนป่วยที่ขยับอยู่บนเตียงอย่างทุลักทุเลด้วยความเจ็บปวด สภาพเจโน่ที่บาดเจ็บจนปางตายแบบนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน พ่อของเขานั้นมีพลังมากขนาดไหน เขารู้ดี


“พี่จะแต่ง พี่รักเรา”


“แต่ผมไม่ได้รักคุณ” ดวงตากลมโตเริ่มคลอไปด้วยน้ำตา แจมินตัดใจเบือนหน้าหนีสายตาตัดพ้อจากแวมไพร์หนุ่ม เขาเดินไปหาแจฮยอนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ไม่ไกล


“ไอ้บ้าเอ้ย เจโน่เป็นขนาดนี้แล้ว นายยัง..” จองอูทำท่าจะพุ่งเข้ามาหาร่างบอบบาง แต่ก็ถูกแจฮยอนเดินมาขวางไว้ก่อน


“ผมมาที่นี่เพื่อพบแจฮยอน”


“พี่หรอ” ใบหน้าหล่อทำหน้างง สบตากับน้องชายตัวเองอยู่เพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามแผ่นหลังบางของน้องชายเพื่อนออกไป

.

.


“ดงฮยอก พามาร์คมาพักที่ปราสาทของเราเถอะ” แจฮยอนขมวดคิ้วหลังจากที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมด เขาแทบอยากจะออกจากปราสาทและไปพาตัวมาร์คกลับมาด้วยตัวเอง แต่ภาระที่ติดพันอยู่ที่นี่ทำให้เขาไม่สามารถทำแบบนั้นได้


“คุณชายไม่ยอมออกจากห้องเลยครับ”


“ท่านพ่อ” ใบหน้าหล่อเหลาหันมองคนเป็นพ่อที่ยืนอยู่ไม่ไกลอย่างเว้าวอน


“อืม ไปพาเขามาเถอะ” อี้ชิงพยักหน้า แจฮยอนหายไปแทบจะทันทีหลังจากที่คนเป็นพ่ออนุญาต ดงฮยอกมองหน้าแจมินทันทีเพื่อขอความคิดเห็น


“ปล่อยให้แจฮยอนจัดการเถอะ เราก็รออยู่ที่นี่แหละ” แทยงที่มองดงฮยอกอยู่นานแล้วพูดออกมาเสียงเรียบ เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอีกเพราะเห็นเจ้าแวมไพร์เด็กน้อยสะดุ้งเพราะได้ยินเสียงของตน


“ไอ้เจ้าเด็กนี่! จะกลัวอะไรนักหนา กลัวนักใช่ไหม งั้นมานี่ !” แทยงโวยวายเสียงดัง องค์รัชทยาทอันดับหนึ่งเดินไปคว้าโบว์ที่พันอยู่รอบแจกันออกมาแล้วมัดแขนของเขาเข้ากับแขนของดงฮยอก


“ตัวติดกันแบบนี้จนกว่าจะเลิกกลัวไปเลย” แจมินมองใบหน้าพึงพอใจของพี่ชายตัวเองตาปริบๆ อะไรมันจะหัวร้อนขนาดนั้นวะ ดงฮยอกนี่ก็เหมือนจะสติหลุดไปตั้งแต่โดนแทยงโวยวายแล้วลากเข้าไปใกล้แล้ว


แจมินก็พอจะเข้าใจดงฮยอกหรอก สถานะของดงฮยอกต่างกับแทยงมากเหลือเกิน จะรู้สึกกลัวมันก็ไม่แปลกอยู่แล้ว แทยงเนี่ยสิ โวยวายไม่เกรงใจชาวบ้านเลย


“แทยง เราไม่ได้อยู่ที่บ้านตัวเองนะ” แจมินแอบมองเจโน่ที่อยู่บนเตียงจากหน้าประตูห้องสลับกับพี่ชายของตัวเอง คนป่วยควรได้รับการพักผ่อน แต่กลับต้องมาฟังพี่เขาโวยวายแบบนี้ ไม่ได้เรื่องเลย


“งั้นเดี๋ยวพี่กลับบ้าน” พี่ชายเขาตอบรับพร้อมกับทำท่าเหมือนจะหายตัวไปต่อหน้า


“เฮ้ๆๆ” แจมินโวยวายแทนดงฮยอกที่ทำหน้าตกใจ เขาคว้าแขนพี่ชายตัวเองให้เดินตามออกมาข้างนอก ดงฮยอกจึงปลิวติดมาอย่างช่วยไม่ได้


“แทยง !”


“ค..คุณครับ เดินกันช้าๆ หน่อย” ดงฮยอกที่เดินตามรั้งท้ายร้องออกมาเบาๆ นึกบ่นในใจ ให้ตายสิ ทำไมคุณแจมินแรงเยอะแบบนี้นะ ตัวก็เล็กแค่นั้น


โครม !


ล้มจนได้..


แจมินชะงัก เขามองดงฮยอกที่ลงไปคุกเข่าอยู่ที่พื้น โดยที่มือยังคงห้อยต่องแต่งอยู่ข้างบนเพราะผูกติดกับแทยงเอาไว้


“โอเคไหมเนี่ย” องค์รัชทายาททำคิ้วตก แจมินมองพี่ชายตัวเองที่ดึงร่างดงฮยอกขึ้นมาจากพื้นอย่างอ่อนโยนแล้วขมวดคิ้ว


“แกะออกเถอะ” ไม่พูดเปล่า มือขาวก็จัดการแกะริบบิ้นออกด้วย แทยงทำหน้างอแงใส่เขา ก่อนจะเดินหนีไปทางอื่น ทิ้งดงฮยอกที่ทำตัวไม่ถูกไว้กับน้องชาย


“องค์ชายโกรธหรอครับ..” ดงฮยอกมองไปตามที่แทยงหายตัวไปตาละห้อย แปลกใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมถึงต้องรู้สึกไม่ดีขนาดนี้


“ถ้ายอมแบบนี่จะโดนแกล้งเอาบ่อยๆนะครับ” แจมินพูดเสียงเรียบ แทยงงอแงแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว เขาเห็นจนบ่อย แต่ดงฮยอกคงจะไม่ชิน จะว่าไปดงฮยอกก็ถือเป็นคนแรกนอกจากครอบครัวเขาละมั้งที่เห็นแทยงในมุมนี้


“น..นี่แกล้งหรอครับ”


“อ่ะ ท่านแจฮยอนกับคุณชายมาถึงแล้ว” ดงฮยอกทำตาวาวแล้วรีบเดินไปตามทางที่เดินจากมาเมื่อกี้ แจมินที่ไม่ได้จมูกดีเหมือนอีกฝ่ายจึงยอมเดิมตามไปเงียบๆ


ดวงตากลมมองมาร์คอย่างตกใจ เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์แต่มาร์คกลับโทรมลงไปมากเสียจนผิดหูผิดตา แจฮยอนเองก็ทำหน้าเครียดอยู่ข้างๆ


“พี่มาร์ค” แจมินเรียก เจ้าของชื่อเพียงแค่หันหน้ามามองเท่านั้น แต่ไม่ยอมตอบรับอะไร ผิดปกติอย่างที่ดงฮยอกพูดไว้จริงๆ ด้วย


“พี่ฝากด้วยนะ” แจฮยอนหันมาบอกก่อนจะเดินออกไป คนอื่นๆ ก็พากันเดินออกไปหมดจึงเหลือเพียงแค่แจมินกับมาร์คเท่านั้น


“พี่โอเครึเปล่า” ร่างบอบบางทำท่าจะทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาข้างๆ รุ่นพี่ แต่ก็ต้องชะงักไปเพราะเสียงตวาดของอีกฝ่าย


“อย่าเข้ามานะ!” แจมินไม่ตอบรับอะไรกับเสียงตะโกนของฝ่ายตรงข้าม ร่างผอมบางนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกัน แต่ทิ้งระยะห่างไว้พอสมควรเพื่อให้มาร์คสบายใจ


“พี่มาร์ค..”


“ฮึก..ฉ..ฉันไม่มีหน้ามาเจอพวกนายแล้ว” ใบหน้าขาวก้มหน้าลงพร้อมกับยกมือขึ้นปิดหน้าตนเอง


แจมินมองมาร์คที่เอาแต่ร้องไห้อย่างไม่เข้าใจ เขาไม่รู้เลยว่า 3 วันที่มาร์คหายตัวไปได้เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าตัว แต่ดูแล้วคงเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก ถึงได้ร้องไห้หนักขนาดนี้ มาคิดดูแล้ว ตอนนั้นที่เขาเห็นมาร์คร้องไห้หนักครั้งแรกก็ตอนเรื่องมินฮยอน.. ไม่น่า ไม่น่าใช่เพราะเรื่องนี้หรอก


“เกิดอะไรขึ้นครับ พี่เล่าให้ผมฟังได้นะ” แจมินมองมาร์คด้วยความเป็นห่วง แต่อีกฝ่ายเอาแต่ก้มหน้านิ่งอย่างเดียวไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากันแม้แต่น้อย


“พี่มาร์ค ผมเป็นห่วงพี่นะ แจฮยอนก็เหมือนกัน”


“ฉันไม่คู่ควรกับความเป็นห่วงของพวกนายหรอก”


คู่ควรสิ” แจมินหันไปมองแจฮยอนที่ยืนอยู่หน้าประตู มาร์คเงยหน้าขึ้นมองแวมไพร์ตัวสูง น้ำตามากมายก็ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยอีกครั้ง


“ฮึก..ขอโทษ..ผมขอโทษนะ..เป็นเพราะผมเอง..”


“เล่าให้พี่ฟังได้ไหม มาร์ค” แจฮยอนเดินตรงเข้ามาโอบกอดร่างของมาร์คไว้ทั้งตัว ครั้งนี้มาร์คไม่ได้ดิ้นหนีอย่างเคย แต่ยอมอยู่นิ่งๆ ในอ้อมกอดเย็นเฉียบของแวมไพร์อย่างแจฮยอนแต่โดยดี ร่างผอมบางลุกขึ้นยืน ตอนนี้เขาคงไม่จำเป็นแล้วล่ะ


เกิดอะไรขึ้นกันนะแน่นะ




แจมินเดินออกมาข้างนอกห้องด้วยจิตใจว้าวุ่น เขาเดินไปเรื่อยๆ ตามโถงทางเดินของปราสาท ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนลานกว้างๆ แล้วห้อยขาลงในสระน้ำที่อยู่ตรงนั้น เฮ้อ สระน้ำส่วนตัวนี้มันดีจริงๆ เลย ให้ท่านพ่อสร้างบ้างดีไหมนะ


“อาขอนั่งด้วยได้ไหม”


“อาอี้ชิง” ดวงตากลมตาจ้องมองร่างสูงใหญ่ของคนเป็นอาแล้วพยักหน้าขึ้นลงเป็นคำตอบ


“ไม่เจ็บแล้วจริงๆ ใช่ไหม” อี้ชิงทรุดตัวนั่งลงข้างแจมินแต่ไม่ได้เอาขาลงไปในน้ำ คิงเบอร์ 3 เพียงแค่นั่งขัดสมาธิอยู่ข้างๆ มนุษย์ตัวน้อยเพียงเท่านั้น


“ครับ ไม่เจ็บแล้ว ตรงนี้เป็นสัญลักษณ์ของบ้านจางใช่ไหมครับ”


“อืม สวยไหมล่ะ” คนเป็นอายิ้มจนแก้มบุ๋ม ใบหน้าแสดงถึงความภาคภูมิใจอย่างชัดเจนโดยไม่ปิดปัง


“..ครับ แต่ผมคิดว่าผมไม่คู่ควรกับมัน”


“อย่าพูดแบบนั้น แจมินคู่ควรกับมัน” อี้ชิงทำเสียงเข้มใส่ นับว่าเป็น 1 ใน 100 เลยก็ว่าได้ที่เขาจะทำเสียงแบบนี้ใส่คนอื่น ใครๆ ก็รู้ว่าเขาใจเย็นจะตาย เป็นคิงที่ใจเย็นและอารมณ์ดีที่สุดในบรรดาคิงแล้วก็ว่าได้


“ทำไมคำสาปไม่หายไปล่ะครับ”


“อาจเป็นเพราะแจมินกับเจโน่ยังไม่เชื่อมกันละมั้ง” หลังจากพยายามหาคำตอบมาเมื่อกี้ อี้ชิงก็ต้องสรุปว่าเป็นเพราะแบบนี้ อาจเพราะทั้งสองยังคงไม่เชื่อใจกัน การทำพันธะจึงยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็นับว่าเป็นสัญญาณที่ดี อย่างน้อยตอนนี้แจมินก็จะหยุดโตและไม่แก่แล้ว ส่วนเรื่องความเจ็บปวดจากคำสาป สัญลักษณ์นี้ก็ช่วยบรรเทาได้ดีกว่าที่คิดไว้


“ครับ?”


“เพราะเรายังไม่เชื่อใจเจโน่ยังไงล่ะ”


“…"


“ให้อภัยพี่เขาได้ไหม” อี้ชิงมองหน้าลูกชายของพี่ชายร่วมสาบาน ไม่คิดว่าสุดท้ายแล้วเขาต้องลงมาช่วยลูกชายของตนเองขนาดนี้ แต่ถ้าชักช้าส่งลูกสะใภ้คนนี้จะหลุดไป


“ผม..คือ..”


“จริงๆ แล้วอาไม่ควรพูดเรื่องนี้ แต่ถ้ารอเจ้าลูกโง่ เห็นที อาจะไม่ได้ลูกสะใภ้สักที”


เจ้าลูกโง่งั้นหรอ? แจมินได้แต่คิดอยู่ในใจ


“เจโน่มันเผยความในใจของมันออกมาหมดแล้วนะ เหลือแค่รอวันที่เราจะสังเกตเห็นก็เท่านั้น”


“เผย..ออกมาแล้วอย่างนั้นหรอครับ” คนตัวเล็กพึมพำเสียงเบา ดวงตากลมโตทอดมองไปยังสระน้ำเบื้องหน้าที่ยาวไปสุดลูกหูลูกตาอย่างคนกำลังใช้ความคิด


“เจโน่เป็นแวมไพร์ที่ฟื้นตัวเร็วมาก เรารู้ไหม” เป็นเพราะบ้านจางนั้นเป็นตระกูลที่มีพลังรักษาสืบทอดต่อกันมา ร่างกายของพวกเขาเลยจะยืดหยุ่นเป็นพิเศษในเรื่องรักษาตัวเองและรักษาผู้อื่น


“ผมเพิ่งรู้..ต้องขอโทษเรื่องท่านพ่อด้วยนะครับ” อี้ชิงส่ายหน้า เขาไม่ได้เกริ่นเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อจะว่าสักหน่อย


“แต่เขารักษาตัวเองได้ช้าในครั้งนี้ เพราะพลังเขาหายไปหมด”


“หายไปหรอครับ หายไปได้ยังไง” แจมินทำหน้าตกใจ


“เพราะมันมาอยู่ที่นี่” นิ้วเรียวสวยชี้ลงบนข้อมือข้างซ้ายของแจมินแล้วยิ้มออกมา “แม้แต่พลังของเจ้าตัวก็ยังอยากมาอยู่กับน้องแจมเลย น้องแจมไม่คิดบ้างหรอว่าเจ้าของจะขนาดไหน” อี้ชิงยิ้มจนแก้มบุ๋มจงใจยิ้มแซวมนุษย์ข้างกายอย่างไม่ปิดบัง


“ครับ..” คนตัวเล็กตอบรับค้างไว้แค่นั้น สมองน้อยๆ พยายามประมวลผลกับสิ่งที่ได้รับ ก่อนที่แก้มขาวจะเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะเริ่มเข้าใจความหมายที่อี้ชิงจะสื่อทีละนิด


“โกรธได้ แต่อย่านานนักเลย สงสารเจโน่มันหน่อย มันก็พยายามในแบบของมันอยู่”



“ครับ..แล้วตอนนี้อาการเขาเป็นยังไงบ้าง”


“ก็นะ เราก็รู้ว่าพ่อเรามือหนักขนาดไหน” อี้ชิงยิ้มขำ ตอนแรกเห็นสภาพลูกที่ถูกหิ้วกลับมาที่ปราสาทก็ตกใจอยู่หรอก แต่พอเห็นหน้าคนที่พากลับมาก็ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี เพราะคนหิ้วร่างลูกเขามาส่งดันเป็นคนเดียวกับคนที่ทำให้ลูกเขาบาดเจ็บเนี่ยสิ


“ผมรู้ดีเลยล่ะครับ”


“สักวันนึง..ถ้าน้องแจมเชื่อมั่นในเจโน่ คำสาปต้องหายไปแน่ๆ อาดีใจนะที่เราเป็นคู่กัน ไม่งั้นเจ้าเจโน่คงได้ไปตามหาคู่เราแล้วฆ่าทิ้ง ก่อนที่จะมาเจอเราแน่ๆ”


“ขนาดนั้นเลยหรอครับ”


“เราควรจะรู้ได้แล้วนะ ว่าเจโน่รักเรามากขนาดไหน”


“ผมอาจจะต้องขอเวลาสักพัก” แจมินหลบสายตาจริงจังของอี้ชิง ให้ตายสิ ขนาดคนพูดเป็นอี้ชิงหัวใจเขายังเต้นแรงขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นคนที่นอนอยู่บนเตียงมาพูด หัวใจเขาจะทำงานหนักขนาดไหนกัน


“อย่านานนักล่ะ เดี๋ยวพ่อเราจะเล่นลูกชายอาจนตายซะก่อน”


“ครับ แต่เรื่องงานแต่ง..” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แจมินอยากให้ทุกคนลืมไปก่อน ลืมไปยาวๆ เลยก็ได้ หรือไม่ก็ยกเลิกมันเป็นเลยก็ได้ อย่างน้อยก็ขอให้ถึงตอนที่พวกเขารักกันจริงๆ แล้วค่อยจัดมันขึ้นมาก็คงไม่สาย


“เราเลื่อนแบบไม่มีกำหนดไปก่อนก็ได้ พวกอาจะไม่พูดเรื่องนี้อีก”


“ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น..”


“ไม่เป็นไร เราไม่อยากฝืนใจน้องแจมหรอกนะ” รอยยิ้มใจดีปรากฏอยู่บนหน้าของอี้ชิงอย่างเคย นั่นทำให้แจมินรู้สึกโล่งใจ


“ขอบคุณนะครับ”


“แล้วเราจะเข้าไปเยี่ยมเจโน่ไหม” อี้ชิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วบิดตัวไปมา ได้คุยกับแจมินในวันนี้ก็รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ อย่างน้อยๆ ลูกสะใภ้ของเขาคงไม่ต้องเปลี่ยนตัวแน่ๆ


“…"


“ถ้าเราไปเยี่ยมเจโน่ต้องหายเร็วแน่เลย ไม่สิ อาว่าถ้าเราไม่ไปเยี่ยมเจโน่น่าจะหายเร็วกว่า” ใบหน้าขาวซีดทำท่าคิด พร้อมกับเถียงตัวเองเบาๆ


“ครับ?”


“ก็ถ้าไม่เจอหน้าเราลูกอาคงกระวนกระวายจนต้องรีบๆ หายเพื่อมาเดิมตามเราอย่างเคยไง” อี้ชิงยิ้มจนตาหยี แค่คิดภาพตามก็ตลกแล้ว


แบบนั้นจะดีหรอ กลัวจะทรุดมากกว่าเดิมน่ะสิ ! แจมินได้แต่ยิ้มแห้งๆ ไม่ตอบรับคนแก่กว่า


“อาคงต้องขอตัวไปดูเจ้าลูกโง่แล้ว เราคงต้องอยู่ที่ปราสาทนี่อีกสักพัก จนกว่ามาร์คจะพูดอะไรออกมา เพราะงั้นตามสบายเลยนะแจมิน”




แจมินนั่งแช่น้ำอยู่อีกสักพัก ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายที่อื่นแทน มนุษย์ตัวน้อยนั่งลงตรงหน้าหลุมศพของลูกชายคนโตบ้านจาง ดวงตากลมโตมองป้ายหน้าหลุมศพเงียบๆ พร้อมกับมือบางที่ลูบแผ่นป้ายหินแผ่วเบา


มินฮยอน..พี่เป็นยังไงบ้าง สบายดีรึเปล่า


เขาจ้องมองภาพของมินฮยอนที่อยู่บนแผ่นป้ายแล้วยิ้มตอบคนที่อยู่ในนั้น


ถ้าเป็นพี่ พี่จะทำยังไง มินฮยอน


“เอ๊ะ”


พี่มาร์ค? นั่นพี่มาร์ครึเปล่า


แจมินลุกขึ้นยืน มองแผ่นหลังของมาร์คที่หายเข้าไปในต้นไม้ใหญ่ ถึงแม้ที่ตรงนี้จะเป็นอาณาเขตปราสาทของบ้านจาง แต่การเข้าไปในดงต้นไม้แบบนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องอันตรายอยู่ดี


แจมินไม่รีรอที่จะรีบเดินตามมาร์คเข้าไปอย่างรวดเร็ว ร่างเล็กแอบตามเข้าไป เขาพยายามเดินตามให้เบาที่สุดเพื่อไม่ให้มาร์ครู้ตัว


“ตัดสินใจแล้วสินะ”


ใครน่ะ


ดวงตากลมโตมองมาร์คที่ยืนประจันหน้าอยู่กับใครบางคนที่เขาเห็นหน้าไม่ค่อยชัด ทันทีที่เข้าใกล้ทั้ง 2 ความรู้สึกเจ็บปวดจากบริเวณคำสาปก็กลับมาอีกครั้ง แม้จะไม่เจ็บปวดมากอย่างเคย


ต้องเป็นพวกกบฏแน่ๆ แล้วถ้าเขายืนอยู่ตรงนี้มันจะได้กลิ่นเขาไหมนะ


“เออ รีบๆ ทำให้มันจบเถอะ” แจมินได้ยินเสียงมาร์คที่พูดออกมาอย่างตัดรำคาญ คนตัวเล็กแอบโผล่หน้าออกจากต้นไม้ก่อนจะเบิกตากว้าง


“พี่มาร์ค อย่านะ !” คนตัวเล็กร้องลั่น รีบพุ่งเข้ามาคว้ามือของรุ่นพี่เอาไว้ด้วยความตกใจ


“จ..แจมิน” มาร์คเบิกตาโพล่ง มองรุ่นน้องที่กำมือของตนเอาไว้แน่น มือของมาร์คที่กำมีดเล่มเล็กจ่ออยู่ที่คอสั่นไหวอย่างรุนแรงทั้งแรงสั่นจากแจมินและตัวของมาร์คเอง ลำคอของมาร์คมีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อยเพราะคมมีดที่บาดลำคอขาวในจังหวะก่อนที่แจมินจะพุ่งเข้ามา


“จะทำอะไรน่ะ !” แจมินร้อง ร่างเล็กพยายามจับมือของมาร์คเอาไว้แน่น เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเอามีดมาปาดคอตัวเองจริงๆ


“พี่..”


“มาร์ค..จะฆ่าตัวตายอย่างนั้นหรอ..” ดวงตากลมที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตามองเลือดที่ไหลออกจากรอยแผลบนคอขาวไล่ไปจนถึงเสื้อสีขาวที่เริ่มเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของมาร์ค



นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่



--------------------------------

คัมแบคค่า ขอบคุณสำหรับการรอคอยและคอมเม้นนะคะ <3


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 215 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

578 ความคิดเห็น

  1. #569 kopai0901 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 23:23
    น้องมาร์คอย่าทำแบบนี้เลยนะร้องแล้ว😭😭😭
    #569
    0
  2. #519 hiphophop (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 18:09
    ฮือออ มาร์คจะทำอะไรรร ปลิดชีพตัวเองแทนหรอหรืออะไร อย่าเป็นอะไรนะ;-;
    ยัยแจมสู้ๆ สักวันเจ้าลูกโง่ของอี้ชิงจะต้องแสดงออกมาได้แน่ๆ เลิกโทษตัวเองได้แล้วนะ เดี๋ยวไม่สิ อีกบฏมาปั่นน้องทำไมฟะ
    #519
    0
  3. #465 wareeandsoul (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 16:26

    กีสสส ตอนนี้เขินมากๆ ตอนน้องแจมมีสัญลักษ์ยูนิคอร์นเพราะแบบว่าทำพันธะกับพ่อหนุ่มแวมไพร์แล้ว เป็นสัญลักษณ์ที่มุ้งมิ้งมากค่ะ 555555 แต่ก็แอบเป็นห่วงพี่มาร์คนี่สิคะ ไปเจออะไรมาอี๊ก พี่แจฮยอนรีบตามมาช่วยด่วน ๆ เลยค่า

    #465
    0
  4. #420 W25566 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 17:06

    รอนะค่ะ งือออออพิมาร์คคิดจะทำอะไร

    #420
    0
  5. #419 puchan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 08:25
    มาร์คโดนกบฎจับตัวไปเหรอสามวันนั้น หรือเพราะตั้งแต่มินฮยอนตานต้องมีอะไรแน่ๆ ไม่งั้นมาร์ตจะหน้าตาเหมือนมินฮยอนเหรอ หรือยังไง
    #419
    0
  6. #407 bunnyxfox (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 01:04
    โอ้ยย ว่าแล้วว่าเรื่องของมาร์คต้องเกี่ยวกับกบฏแน่ และก็จริงด้วย ฮือ ไม่รู้ว่าพวกนั้นขู่อะไรไว้อะ แต่ไม่ดีมากแน่ๆ แง ไม่รู้จะสงสารใครก่อนเลย สงสารเจโน่มากก แง สงสารตัวเองก่อนเถอะ จะร้องไห้ทุกตอนละเนี่ย 555555 ไรท์สู้ๆนะคะ เราชอบเรื่องนี้มากน้า อย่าหายไปนานเลยนะคะ แง เพิ่งมีเวลาอ่านก็ตอนนี้เอง ไม่ว่ากันนะคะ อุอิ (ส่งหัวใจ) รวมเล่มเมื่อไหร่จะสั่งแน่นอน 55555
    #407
    0
  7. #405 Pattho (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 17:37
    น้องแจมคับบบ อย่าคิดมากเลยน้าาา จะโน่วรักหนูจะตาย ส่วนมาร์ค จะทำอะไร เววววว
    #405
    0
  8. #404 fujikozung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 16:15

    จริงๆน้องแจมก็รู้นะว่าเจโน่รักตัวเอง แต่ทำเหมือนไม่รับรู้เพราะยังยึดติดกะเรื่องในอดีตอยู่อ่ะ ในเมื่อเจโน่ก็เข้าใจเรื่องในอดีตแล้ว น้องแจมก็ต้องเปิดใจและเชื่อใจเจโน่ให้มากกว่านี้หน่อยซิ แล้วนั่นมาร์คจะทำอะไร ที่มาร์คแปลกๆไปเพราะจะฆ่าตัวตายหรอ แล้วยังมีเรื่องอื่นอีกใช่มั้ย

    #404
    0
  9. #402 Mochi. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 16:18
    สงสารเจโน่เลย น้องแจมเปิดใจรับเจโนหน่อยนะ แม้ก่อนหน้านี้เจโน่จะร้ายกับน้องแค่ไหนก็ตาม มาร์คไปเจออะไรมารึเปล่า
    #402
    0
  10. #400 Hongsyok (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 11:01
    มาร์คอย่าทำแบบนั้น
    #400
    0
  11. #389 PORPIM19 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 22:54
    น้องมาร์คคคคคค
    #389
    0
  12. #387 Karaboon_C (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 16:41
    แจมควรเปิดใจได้แล้วว่าพี่โน่รักน้องมากขนาดไหน
    #387
    0
  13. #386 secret_freshmart (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 15:58
    พวกนี้เป็นสาเหตุที่มาร์คทำตัวแปลกๆแน่เลยอ่ะ ใครทำไรรรร อีกอย่างถ้าตอนต่อไปแจมโดนทำร้ายนะแม่จะโกรธมาก5555
    #386
    0
  14. #385 JutamasPromyota (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 11:26
    วอทเดอะ ทำไมมาร์คทำแบบนั้น
    #385
    0
  15. #383 Dinaadin N.England (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 07:02
    ปวดตับกับโน่มิน
    #383
    0
  16. #382 Butsaya.89 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 07:00
    มาร์คค คือยังไงอะมาร์คไปเจออะไรมา หนือจริงแล้วมาร์คก็คือมินฮยอน
    #382
    0
  17. #381 Parkhuang68 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 06:59
    มาร์คเป็นอะไรรรร น้องแจมต้องเชื่อใจพี่เขานะ
    #381
    0
  18. #380 sunflower.jm (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 06:46
    เกิดอะไรขึ้นกับมาร์ค ;-;

    ปล.พี่โน่รักน้องมากๆ แง ประทับใจจัง ยัยหนูก็เลิกใจแข็งได้แล้วนะลูก
    #380
    0
  19. #379 peach me. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 06:21

    ถ้าทั้งคู่ยังเชื่อกันและกันไม่ได้ น้องก็จะเจ็บไง อะไรสักอย่างน่าจะช่วยให้ความสัมพันธ์ทั้งคู่ดีขึ้น


    สู้ๆคร้าบ

    #379
    0
  20. #378 icenattarikaib (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 06:18
    อ้าวงงเลย อะไร? ยังไง?

    โอ้ววว ตามไม่ทันแล้วววว😖
    #378
    0
  21. #377 fah_phetmanee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 01:43
    มาร์คมีอะไรทำไมต้องทำแบบนี้ปล.ดีจายยยยยยยยยยที่มาต่อรอตอนต่อไปค่าาา
    #377
    0
  22. #376 หมามีสี่ขา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 00:39
    ต้องโดนพวกกบฎปั่นมาแน่ๆ น่าจะเกี่ยวกับมินฮยอนด้วย
    #376
    0
  23. #375 yorina (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 23:36
    อย่านะมาร์คฮืออออออ
    #375
    0
  24. #374 Lookmeemona (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 23:23
    มาร์คทำเพื่ออะไรนะ
    #374
    0
  25. #373 PENNY (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 22:56
    มาร์คอย่าทำนะ!!!!!
    #373
    0