ใครผิด - ใครผิด นิยาย ใครผิด : Dek-D.com - Writer

    ใครผิด

    ฝนคุณหนูเอาแต่ใจสมบูรณ์แบบ เมื่อเธอเจอกับคนที่ถูกใจ แต่เขากลับไม่สนใจเธอ เธอจะทำอย่างไร

    ผู้เข้าชมรวม

    100

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    0

    ผู้เข้าชมรวม


    100

    ความคิดเห็น


    1

    คนติดตาม


    0
    หมวด :  รักดราม่า
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  27 ก.ค. 49 / 20:48 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

      นังขี้ข้าไปไกลๆเลย ไป๊! ทำงานชักช้าไม่ทันใจ ไป๊!” เสียงตวาดแปดหลอดดังแหวกผ่านอากาศไปอย่างรวดเร็วส่งผลให้คนในบ้านและละแวกใกล้เคียงหยุดทำกิจกรรมและหันมาสนใจที่มาของต้นเสียง

      คุณหนูฝนคะ เป็นอะไรไปคะส่งเสียงเอะอะเชียว ป้าคนหนึ่งเอ่ยถามพร้อมเดินไปหาฝนที่กำลังอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง

      ป้าชุ่มคะก็ดูพวกขี้ข้าพวกนี้ซิคะทำงานไม่ได้เรื่อง ฝนบอกอย่างหัวเสียแล้วมองคนรับใช้ด้วยสายตาเหยียดหยาม ฝนเธอเป็นลูกคนเดียวอยู่ในครอบครัวที่ร่ำรวย เธออยากได้อะไรต้องได้แต่สิ่งที่ขาดหายและเธอก็โหยหามันมาตลอด คือ ความรัก ความอบอุ่นจากผู้เป็นพ่อ,แม่ จะมีเพียงแต่แม่นมของเธอที่ชื่อป้าชุ่มเท่านั้นที่คอยเป็นห่วง คอยตามใจและดูแลเธอแต่ความอบอุ่นและความรักจากใครก็ไม่สามารถมาทดแทนความรักจากพ่อแม่ได้หรอก จึงทำให้เธอเป็นเด็กแข็งกร้าว ไม่เชื่อฟังใคร พ่อของเธอเป็นประธานบริษัทF.Nกรุ๊ปชื่อบริษัทก็มาจากชื่อย่อของเธอนั้นเอง บริษัทF.Nกรุ๊ปเป็นบริษัทเกียวกับเพชร ส่วนแม่ของเธอเป็นผู้บริหารระดับสูงในบริษัทนั่นเอง

      คุณหนูฝนคะ ตื่นได้แล้วคะ วันนี้วันเปิดเทอมวันแรกนะคะ ป้าชุ่มปลุกฝนด้วยความยากลำบาก วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกป้าชุ่มคงไม่อยากให้ฝนไปโรงเรียนสาย แต่ก็อีกนั่นแหละฝนไม่ค่อยสนใจอะไร

                                          น.ส.วสนันทน์  ศิริเลิศสกุล เลขที่ 11 ม.4/7                                                      

      และมักจะคิดว่าตนเองมีอำนาจเหนือใครด้วยเหตุนี้เธอจึงไม่ค่อยมีใคร

      คบจะมีก็แต่น้ำเพื่อนสนิทของเธอและคงเป็นเพื่อนของเธอเพียงคนเดียว

      น้ำเป็นคนสวย นิสัยดีต่างเป็นที่รักของคนรอบข้าง และยังมีความอดทนสูงอีกด้วย นี่แหละที่ทำให้น้ำอยู่กับฝนได้

      อ่าว! ฝนมาแล้วหรอ น้ำรอฝนตั้งนาน นี่ก็ใกล้พักกลางวันแล้วนะน้ำพูดด้วยน้ำเสียงประชดเล็กๆเมื่อเห็นฝนเดินเข้าห้องเรียนมาเหมือนเช่นทุกปี

      เธอก็น่าจะรู้นี่น้ำว่าฉันมาแบบนี้ทุกปี ไม่มีใครกล้าทำอะไรฉันหรอก ฝนพูดน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง เธอค่อยๆเดินมาที่โต๊ะ เธอยังไม่ทันที่จะก้าวมาถึงโต๊ะ เธอก้อสะดุดอะไรบางอย่าง... เธอหันไปดูต้นตอที่ทำให้เธอต้องสะดุด ขาของใครกัน ตอนนี้ฝนโกรธเลือดขึ้นหน้าแล้วไม่มีอะไรสามารถจะหยุดเธอได้ ฝนเงยหน้าขึ้นมองและพบกับใบหน้าที่เธอไม่คุ้นเคย ใบหน้านี้มันช่างน่ารักเหลือเกิน แต่ตอนนี้เธอไม่สนใจความน่ารักบนใบหน้านั้น เมื่อเธอทรงตัวได้ เธอก็อ้าปากเสียงจึงแพร่กระจายเป็นวงกว้าง คำแต่ละคำล้วนเป็นคำที่ดูหมิ่น ถากถาง เธอคาดคิดว่าเขาคงจะขอโทษเธอเป็นการใหญ่ที่กล้าทำให้เธอต้องล้ม แต่ผลที่ได้รับกลับเป็นสีหน้าที่เย็นชา เขาช่างต่างจากคนที่เธอเคยเจอ ไม่กลัวเธอ ไม่สนใจเธอ เธอเริ่มอาละวาดทุกคนในห้องต่างพยายามห้ามเธอ แต่เธอก็ไม่หยุด จะมีก็แต่นายคนนั้นที่ดูไม่มีท่าทีเดือดร้อนและยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ขณะที่ฝนกำลังอาละวาดอย่างบ้าคลั่งและแล้วเธอก็ต้องหยุดชะงักกะทันหันเมื่อ...

      นี่เธอ ! จะพอได้หรือยัง ประสาทรึเปล่า ฉันกำลังจะขอโทษเธอ แต่เธออาละวาดซะห้องเละอย่างนี้แล้ว ฉันควรจะขอโทษเธอดีมั้ย สงบสติอารมณ์ได้เมื่อไร่ ช่วยเก็บห้องให้เรียบร้อยด้วยนะ นายคนนั้นตะคอกกลับมาพร้อมใบหน้าที่บ่งบอกว่าเขากำลังเดือดสุดๆ ฝนทำอะไรไม่ถูกได้แต่ อึ้งและอึ้ง เมื่อสติกลับคืนมาเธอก็เริ่มเก็บห้องที่เธออาละวาดพังยับเยินกลับมาเรียบร้อยเหมือนเดิม

      เวลาพักกลางวัน

      นี่ฝน วันนี้เธอแปลกไปนะ น้ำถามด้วยอาการสงสัยปนกับความแปลกใจ

      เรื่องอะไรหรอน้ำ เราแปลกยังไง?” ฝนพูดพร้อมทำท่าเป็นเชิงสงสัย

      ก็เรื่องเธออาละวาดไง ปกติเธอไม่เคยเก็บห้องหรือรับผิดชอบต่อสิ่งที่เธอทำลงไปเลยนี่นา..น้ำพูดต่อ

      ก็ไม่รู้สิ ฉันทำลงไปโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน รู้แต่เพียงว่าอยากทำ แล้วมันก็รู้สึกแปลกๆในใจด้วย ฝนพูดออกไปด้วยอากรใจลอย ขณะเดินไปซื้ออาหาร

      สงสัยเพื่อนฉันกำลังมีความรักแล้วหละน้ำพูดพร้อมยิ้มให้ฝน

      จริงหรออาการแบบนี้เรียกว่าคนมีความรักหรอ?” ฝนถามด้วยท่าทางใคร่รู้ น้ำให้คำตอบโดยการพยักหน้า นี่ก็เป็นการให้คำตอบที่เพียงพอสำหรับฝนแล้ว ระหว่างที่ฝนทานอาหรากับน้ำเธอก็เอาแต่คิดทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้น และคิดถึงความรู้สึกในใจในตอนนั้น เธอรู้สึกว่า เธออยากที่จะอยู่ใกล้เขา หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ เฮไม่รู้สึกโกรธเขาเลยซักนิดและเธอยังทำตามเขออย่างง่ายดายทั้งที่ปกติไม่เคยเลยซักนิด นี่คงเป็นความรักสินะ

      น้ำเธอรู้รึเปล่าว่า...คนคนนั้นชื่ออะไร?” ฝนถามด้วยสีหน้าที่จริงจังและดูไม่เย่อหยิ่งเหมือนทุกครั้ง

      เขาชื่อวิน เป็นนักเรียนใหม่ของห้อง เขาแนะนำตัวตอนคาบแรกนะแต่เธอมาไม่ทันนี่นาเธอก็เลยไม่ได้รู้จักเขาน้ำอธิบาย

      ขอบใจนะ ฝนตอบอย่างสุภาพขณะที่มือเขี่ยอาหารไปมาด้วยอาการเหม่อลอย

      นี่ฝน ข้าวมันเละหมดแล้วนะ กินซะทีซิจะได้ขึ้นเรียนน้ำเร่งเพื่อนให้ทานอาหารให้เสร็จเพราะนี่ก็ใกล้เวลาจะเข้าเรียนอยู่แล้ว

      ส่วนฝนผู้ที่ไม่เคยใส่ใจอะไรน้ำเธอขึ้นห้องไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันตามไป 

       ฝนยังคงนั่งอยู่อย่างนั้นจนถึงเวลาเข้าเรียน เธอก็ยังไม่ยอมไป เธอกำลังคิดว่าเฮจะทำอย่างไร? จะบอกให้วินรู้ได้อย่างไร? 

      ในที่สุดเธอมัวแต่มานั่งอยู่นี่แหละ เค้าเรียนกันไปครึ่งคาบแล้วนะ รีบไปเร็วซิวินพูดอย่างรำคาญ

      วิน คือ ฝนมีอะไรจะบอก ฝนพูดอย่างประหม่า แต่เธอก็มั่นใจที่จะบอกวิน และเธอก็คิดว่าวินคงไม่กล้าปฏิเสธเธอด้วย เพราะเธอได้ทุกอย่างที่เธอต้องการเสมอ

      ฉันชอบเธอ ชอบเธอนะวิน ฝนเธอบอกออกไปแล้ว เธอกำลังรอคำตอบเพียงแค่วินตอบว่าตกลงทุกอย่างก็คงจะจบ เธอก็จะเป็นแฟนกับวินและคงจะมีความสุข ฝันที่ฝนวาดไว้จะเป็นจริงไหม?

      ไม่ ฉันไม่ชอบเธอ วินตอบอย่างไม่ใส่ใจ แล้วเดินหนีไปปล่อยให้ฝนยืนจมอยู่กับน้ำตา เธอเสียใจเอามากๆ

      ทำไมกัน ทำไมวินถึงไม่ชอบฉัน ฮือๆ ฝนปล่อยน้ำตาให้ไหลรินอยู่อย่างนั้นจนถึงเย็น ตอนนี้เธอไม่อยากกลับบ้าน เธอรู้สึกว่าโลกนี้มันช่างเศร้าเหลือเกิน มันไม่น่าอยู่ เธอจึงตัดสินใจไปสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง เสียงเพลงที่เร้าใจเปิดดังกระหึ่ม ภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆผู้คนกลับแน่นขนัดเบียดเสียด พร้อมทั้งเต้นตามจังหวะเพลง ฝนก็เป็นหนึ่งในนั้น ถึงเธอจะอายุไม่ถึงแต่เธอก็ใช้อำนาจของพอเธอเข้าไปจนได้ ฝนไม่เคยมาที่แบบนี้มาก่อน เธอดื่มน้ำสีอำพันที่มีกลิ่นและรสที่แปลกไปจากเครื่องดื่มที่เธอเคยดื่ม เธอดื่มเปรียบเสมือนว่าเป็นน้ำเปล่า เพื่อหวังว่าเธอจะลืมความเสียใจ ลืมวินไปได้ เธอรู้สึกเวียนศีรษะโลกทั้งใบหมุนติ้วตัวลอยคว้าง หลังจากนั้นเธอก็ไม่รับรู้อะไร

      เมื่อเธอรู้สึกตัว เธอก็พบว่าเธอนอนอยู่ในห้องๆหนึ่ง เธอตัดสินใจที่จะออกจากห้องนี้ไปแต่เมื่อเธอพยายามลุกขึ้น เธอก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าร่างกายของเธอไม่มีเสื้อผ้าอยู่เลย คำถามพรั่งพรูเข้ามามากมายและเธอก็ไม่สามารถหาคำตอบได้จนกระทั่ง

      อ่าว! ตื่นแล้วหรอ เมื่อคืนเป็นไง?”ชายคนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงปกติแต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ฝนสังเกตเห็นว่า เขานุ่งผ้าขุนหนูผืนเดียว นี่มันอะไรกัน ถ้าเป็นอย่างที่เธอคิด เธอถูกข่มขืน  เธอรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ เธอตะโกนออกมาด้วยความเสียใจ

      แกทำอะไรฉันนนนนนนนน แล้วฝนก็วิ่งออกจากห้องนั้นไป

       หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ฝนก็กลายเป็นเด็กเก็บตัวไม่พูดกับใคร เธอคิดมาตลอดว่าทำไมต้องเป็นเธอ? ทำไมเธอถึงโชคร้ายอย่างนี้? ฝนเอาแต่คิดว่าวินเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอได้รับชะตากรรมแบบนี้ จนทำให้เธอไม่สามารถหาทางออกให้กับชีวิตของเธอได้ เธอไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาใคร พ่อ แม่ ก็เอาแต่ยุ่งอยู่กับงานไม่มีเวลาให้เธอเลย ส่วนป้าชุ่มก็เอาใจเธอและเชื่อมั่นในตัวเธอมากทำให้เธอไม่กล้าไปปรึกษา เธอจังตัดสินใจ

      ผูกคอตายภายในห้องของเธอ ครอบครัวของเธอเสียใจกับการตายของเธอมาก แม่ของฝนได้แต่ร้องไห้และโทษตัวเองที่ไม่ดูแลฝน ดูแลเธอไม่ดีเอาแต่ทำงาน ส่วนพ่อของเธอได้แต่นั่งมองโลงศพของลูกสาวที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงแค่ความทรงจำ เชื่อว่าพ่อแม่ของฝนคงจะจำบทเรียนนี้ไปอีกนานและฝนจะยังคงอยู่ในความทรงจำของท่านตลอดไป ถ้าฝนยังสามารถรับรู้ได้ เธอคงไม่อยากฆ่าตัวตาย ไม่มีความรักใดยั่งยืนและคงอยู่ตลอดไปเสมือนความรักของ พ่อ แม่

       แล้วถ้าเป็นคุณ คุณจะหาทางออกของปัญหานี้อย่างไร แล้วใครหละที่เป็นคนผิด บทสรุปที่ยังดูเหมือนไม่ลงตัวนี้เป็นบทสรุปที่คุณจะเป็นผู้ตัดสินเอง

       

       

       

       

       

                                                                                                    จบ...



       

      ..............................................................................................................................

      เม้าท์สนั่นจอ

      เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งเรื่องแรก แต่งไปส่ง อ.

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×