คนสวนกับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา

ตอนที่ 74 : คนสวนกับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 72 สัมผัสพิเศษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 590 ครั้ง
    19 ต.ค. 63

คนสวนกับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 72 สัมผัสพิเศษ






ผู้ใช้มนตราทั้งสามไม่คิดว่าการโจมตีของพวกเขาจะมีคนอื่นแทรกแซง นั่นเพราะว่าสถานที่รกร้างแห่งนี้ไม่เป็นที่นิยมของผู้คน ไม่มีใครที่อยากเฉียดกายเข้ามา ต่อให้มันอยู่ไม่ไกลจากแหล่งที่ผู้คนพลุกพล่านอย่างจัตุรัสอัคเคล่าก็ตาม



การแทรกแซงของคารีสและวาเลนนั้นเกิดขึ้นในฉับพลันทันที ผู้ใช้มนตรานั้นแทบมิทันได้มีเวลาตั้งตัว พวกเขามัวแต่จดจ่อกับการโจมตีสองเบญจดาราตรงหน้าโดยหารู้ไม่ว่าการต่อสู้ครั้งนี้นั้นถูกจับตามองมาตั้งแต่แรก




ผู้ใช้มนตราที่โจมตีเข้าหามารีนนั้นพบว่าเพียงชั่วพริบตาร่างของเขาราวกับถูกบางอย่างกระแทกออกมาอย่างรุนแรง มนตราที่ปลดปล่อยออกมาไม่ทันได้สำแดงก็แตกสลายในทันที




ร่างที่ปลิวละล่องออกไปนี้ทันได้เห็นว่าด้านหน้าของเขามีร่าง ๆ หนึ่งที่ไม่รู้ว่าปรากฏออกมาเมื่อไหร่ แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั่นคือการโจมตีที่รุนแรงนี้ปรากฏขึ้นในช่วงพริบตาจนแม้แต่ผู้ที่โดนก็ยังไม่สามารถรู้ตัวได้ในทันที



แต่ยามที่ร่างของเขาตกกระทบไถลไกลออกไปเขาพบว่าทั่วทั้งตัวนั้นแทบไม่สามารถขยับได้ราวกับว่าอวัยวะภายในแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี



วาเลนมิได้ใส่ใจเสียงร้องโอดโอยของผู้ที่เขาโจมตีเข้าใส่ เขาเร่งเข้าไปดูอาการของมารีนใกล้ ๆ อย่างเป็นกังวล ผลของการฝืนใช้ในศาสตร์ลึกลับเฉพาะนี้กำลังส่งผลที่ไม่อาจคาดเดาได้บนตัวของหญิงสาวตรงหน้า



ลายเส้นตราสัญลักษณ์ที่เธอวาดมันขึ้นมากำลังดูดเอาพลังงานชีวิตของเธอออกไปทุก ๆ นาทีราวกับว่านี่คือคำสาปที่หนีไม่พ้นสำหรับคนที่อาจหาญใช้มันนอกจากเหล่าผู้ใช้มนตรา





มารีนมีสีหน้าที่เสียใจนึกไม่ถึงว่าการด่วนตัดสินใจและไม่หวนนึกถึงคำเตือนของเธอในครั้งนี้จะนำพาหายนะมาสู่ตัว




"คะ คุณชาย .."เสียงของมารีนแผ่วเบาราวกับจะประคองสติต่อไปไม่ได้ หากใครที่มองมาจะรู้ได้ทันทีว่าสัญลักษณ์มนตราของมารีนกำลังเด่นชัดขึ้นทุกนาทีสวนทางกับดวงไฟชีวิตหญิงสาวที่กำลังค่อย ๆ ริบหรี่ลง



"เงียบเสีย...จำไว้ว่าหากรอดมาได้ให้ตระหนักถึงความอ่อนแอในวันนี้ให้ดี" วาเลนพูดเบา ๆ กับมารีน เขาไม่ได้มีเจตนาจะตอกย้ำ แต่การกระทำที่ไม่ประมาณตนนั้นสุดท้ายแล้วคงไม่อาจพาชีวิตให้รอดปลอดภัยได้ เขาสูดหายใจลึกและตัดสินใจใช้พลังของสัมผัสพิเศษที่ไม่ได้เปิดใช้งานมานาน



เขาสามารถควบคุมพลังนี้ได้หลังจากการฝึกนั่งสมาธิในแต่ละวัน การทำสมาธินั้นช่วยให้วาเลนสามารถใช้มันได้ดีมากขึ้น และถึงขนาดปิดการใช้งานยามที่ไม่ต้องการได้ทันที แตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่ทุกสิ่งที่เขาสัมผัสจะบ่งบอกเรื่องราวของสิ่ง ๆ นั้นจนน่าปวดหัว



ไม่มีใครรู้ว่าวาเลนนั้นกำลังจะทำสิ่งใด ภาพที่คารีสและเอสด้าเห็นคือคุณชายเจ็ดเพียงยื่นมือออกไปสัมผัสยังหน้าผากของมารีนเพียงเท่านั้น



พลังของสัมผัสพิเศษตอบสนองต่อความต้องการของวาเลนในทันที มันทะลวงลึกเข้าถึงสิ่งที่วาเลนต้องการรู้ได้ในทันทีที่สัมผัส สัญลักษณ์ที่ทรงพลังเหล่านั้นไม่สามารถปกปิดต่อวาเลนได้มันเปิดเผยในสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจให้ชายหนุ่มได้รับรู้ในทันที



ปรากฏว่าพลังของเหล่าผู้ใช้มนตรานี้มาจากสายเลือดที่ได้รับการอำนวยพรจากเทพเจ้าโบราณ การใช้พลังของสัญลักษณ์เหล่านั้นคือการดึงพลังบางส่วนมาจากอำนาจของอักษรรูน เงื่อนไขของการเข้าถึงพลังเหล่านั้นคือการสืบสายเลือดของบุคคลที่เทพเจ้าโบราณอำนวยพร!



ต้องเป็นเทพเจ้าโบราณที่ทรงอำนาจขนาดไหนถึงจะสามารถอำนวยพรให้สายเลือดคน ๆ หนึ่งสามารถรับอำนาจบางส่วนจากอักษรรูนอย่างสัญลักษณ์แห่งพลังมาใช้ได้ นั่นไม่นับว่าเท่าไหร่แต่การอำนวยพรผ่านสายเลือดที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันได้นั้นนับว่าไม่ธรรมดา



ผู้คนที่ไม่รู้เรื่องราวจึงคิดว่ามันคือคำสาปร้ายของเหล่าผู้ใช้มนตราต่อผู้คนที่หาญกล้าที่จะท้าทายอำนาจของพวกเขา แท้จริงแล้วพลังที่พรากชีวิตเหล่านี้คือพลังที่ลี้ลับเกินกว่าจะหยั่งถึงได้อย่างอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของอักษรรูน



หากพูดถึงตำนานจากโลกเก่าที่วาเลนจากมาอักษรรูนคืออำนาจที่มหาเทพโอดินได้มาจากการทรมานตนเองโดยการห้อยหัวกับต้นอิกดราซิลถึงเก้าวันเก้าคืนจนเข้าถึงความลับของทุกสรรพสิ่งและเข้าถึงในสรรพความรู้โบราณ หรือสัจธรรมความจริงในโลกใบนี้ อีกทั้งสิ่งที่ทำให้พระองค์ทรงกังวลจริง ๆ ก็คือการที่ได้ตระหนักรู้แล้วว่าจะหมดลมหายใจในเร็ววัน จึงมิอยากให้สิ่งที่รับรู้มานั้นสูญเปล่า พระองค์จึงประดิษฐ์อักษรรูนขึ้นมาและถ่ายทอดให้กับเหล่ามนุษย์ได้รับรู้ แลกมากับการตระหนักรู้ในครั้งนี้แม้แต่มหาเทพโอดินที่เป็นสิ่งมีชีวิตยิ่งใหญ่ ก็ต้องพ่ายให้กับมัน ผู้คนจึงขนานนามอักษรเหล่านั้นว่า อักษรแห่งความตาย!




นั่นคือตำนานจากโลกเก่าที่วาเลนได้จากมา ทว่าในโลกแห่งนี้ก็ปรากฏว่ามีอักษรรูนนี้เช่นกันแต่พวกเขาเรียกมันว่า ท่วงทำนองแห่งเทพเจ้าหรือบ้างก็เรียกว่าถ้อยคำแห่งนามธรรม แต่ไม่ว่าคำไหนมันล้วนแปรความหมายได้ถึงอักษรของเทพเจ้าและพลังเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาสามัญจะแตะต้องได้โดยไม่เป็นอันตราย



กลายเป็นว่าผู้ใช้มนตราคือสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าในอดีตนั้น การไปมาหาสู่หรือการมาเยือนของสิ่งมีชีวิตจากพิภพอื่นนั้นเป็นจริง ในอดีตพิภพมนุษย์นั้นเคยได้ต้อนรับการมาเยือนของสิ่งมีชีวิตจากพิภพแห่งทวยเทพ มิเช่นนั้นจะพลังจากการอำนวยพรจะเกิดขึ้นได้เช่นไร



นี่คือเรื่องราวที่วาเลนได้รับมาจากสัมผัสวิเศษ เขาถอนมือออกจากหน้าผากของมารีนอย่างหนักใจ หญิงสาวมิได้มีเชื้อสายของเหล่าผู้ใช้มนตรา สายเลือดของเธอคือคนธรรมดาทั่ว ๆ ไป มันจึงไม่สามารถรองรับพลังแม้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของอักษรรูนได้



"เอาตัวเธอไปที่ร้านดาราโอสถรวมถึงสามคนนั้นด้วย" วาเลนหันไปกล่าวกับคารีส ก่อนที่ทั้งร่างของเขาจะอันตธานหายไปจากสายตา การจากไปโดยไม่แม้จะหยุดอธิบายเป็นสัญญาณบอกกลาย ๆ ว่าอาการของมารีนนั้นน่าเป็นห่วงเพียงใด



ผู้ใช้มนตรารายสุดท้ายที่ถูกวาเลนซัดกระเด็นไปไกลได้ยินดังนั้นถึงกับมีสีหน้าซีดเผือดทันที



สัตว์อสูรมายาที่เขาเรียกออกมานั้นกระโดดกลับมาอยู่ใกล้ ๆ ราวกับระวังภัยให้เจ้าของ มันยังคงไม่หายไปต่างกับอีกสองคนที่สลบไสลจากการโจมตีของคารีสในคราแรก ยามที่ทั้งสองสิ้นสติมนตราที่พวกเขาร่ายออกมาก็พลั้นอันตธานหายไปทันที ส่งผลให้อสูรมายาที่พวกเขาเรียกออกมาแตกสลายกลายเป็นละอองธุลีในอากาศหลงเหลือเพียงชิ้นส่วนของมันที่ถูกนำมาใช้กับมนตราสลักวิญญาณแต่สุดท้ายเศษชิ้นส่วนเหล่านั้นก็ถูกสายฟ้าของคารีสฟาดทำลายหายไปไม่เหลือชิ้นดี เรียกได้ว่าพวกมันไม่มีโอกาสถูกเรียกกลับมาได้อีกเลย



"ไป!" ผู้ใช้มนตรารายสุดท้ายตะคอกเสียงดัง สัตว์อสูรรูปร่างตะขาบขนาดใหญ่ใช้เท้าที่คมราวกับเหล็กแหลมของมันตะกุยไปด้านหน้า ขากรรไกที่อ้ากว้างเกือบหนึ่งเมตรเผยให้เห็นคมเขี้ยวขนาดใหญ่ที่สามารถบดทำลายท่อนซุงได้ในพริบตา



"พานางไป.."คารีสพูดกับเอสด้าแต่สายตาของเขาจับจ้องไปยังอสูรตะขาบขนาดใหญ่



"ดี...ข้ากำลังอยากลองอาวุธที่ได้ในคราวนั้นอยู่พอดี" คารีสโบกมือคว้าดาบที่ตีขึ้นจากแร่ลีเจียน แร่หายากจากอาณาจักรทางเหนือออกมา ลวดลายที่ประกอบกันอย่างวิจิตรงดงามปรากฏสู่สายตาผู้ใช้มนตรารายนั้น เขามองมันด้วยแววตาที่เบิกโพลงทันที



"ไม่จริง! ...เจ้าครอบครองศาสตราวุธประเภทนี้ได้อย่างไร?"ผู้ใช้มนตรารายนั้นกรีดร้องออกมา ในกลุ่มของเขาก็มีคนที่ใช้ศาสตราวุธสลักสัญลักษณ์แห่งพลังเช่นกัน ชายคนนั้นคือคนที่ขัดขวางมารีนก่อนหน้านี้ แต่มันก็ยังมีระดับไม่สูงเหมือนที่คนตรงหน้าใช้




คารีสไม่ตอบ เขาถ่ายเทพลังเวทย์สายฟ้าเข้าไปที่ตัวดาบ พลังเวทย์เหล่านั้นแปลงสภาพเป็นแสงสีฟ้าอาบไปทั่วใบของดาบที่คารีสถือเอาไว้ ลวดลายสัญลักษณ์บนตัวดาบถูกกระตุ้นในทันที



ปรากฏว่ามีสายฟ้านับร้อยสายเคลื่อนไหวฟาดออกไปทุกทิศทาง ราวกับมันต้องการประกาศให้รับรู้ถึงความยินดีของมัน ตัวดาบมีเสียงหึ่ง ๆ ดังออกมาราวกับต้องการจะสื่อสารกับคารีส ก่อนที่มันจะลอยตัวออกจากมือของเขาราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคว้าจับออกไป



ในตอนนี้มันกลายเป็นดาบสายฟ้าหมุนวนไปรอบกายของคารีส เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา



อสูรตะขาบมายายังคงมุ่งหน้าเข้ามาหวังเพียงเพื่อจะโจมตีตามคำสั่งของเจ้านาย คารีสเหลือบตามมองมัน ก่อนที่มือของเขาจะเอื้อมออกไปราวกับจะคว้าจับด้ามดาบกลับมา



ทว่าราวกับดาบจะตอบสนองต่อความต้องการ มันส่งเสียงหึ่ง ๆ และพุ่งทะยานเข้าหาอสูรตะขาบมายาตรงหน้าราวกับดาวตกทันที



ดาบที่เต็มไปด้วยสายฟ้าพุ่งเข้าหาร่างอสูรตะขาบมายาจุดที่มันพุ่งเข้าไปปรากฏชิ้นส่วนที่ผู้ใช้มนตรานำออกมาในคราแรก ยามนี้มันถูกแยกเป็นชิ้นเล็ก ๆ จนไม่สามารถนับได้ น่ากลัวกว่านั้นคือมันพุ่งเลยไปหาผู้ใช้มนตราคนสุดท้ายราวกับจะฆ่าให้ตกตาย ก่อนที่ปลายดาบจะหยุดชี้อยู่ระหว่างคิ้วในช่วงเสี้ยววินาที ผู้ใช้มนตรามีสีหน้าตกตะลึงราวกับเพิ่งหลุดออกมาจากประตูแห่งความตายที่เปิดอ้ารออยู่ตรงหน้า



"ลุกขึ้นมา.....แล้วไปแบกเพื่อนอีกสองคนของเจ้าซะ...หากคิดใช้มนตราหลบหนี ก็คำนวนดูให้ดีว่าเร็วพอที่จะเอาทั้งร่างและวิญญาณไปด้วยกันได้ไหม หากไม่เจ้าอาจไปได้แต่ร่างที่ไร้วิญญาณ"คารีสพูดด้วยสีหน้าเย็นชา



นี่เป็นครั้งแรกที่คารีสได้ลองใช้ดาบหลังจากที่เขาได้มันมาจากวาเลน เจ้าของเดิมของมันคือเอเรียลหญิงสาวจากอาณาจักรเอลวอดอร์ ถึงแม้ว่าคุณชายเจ็ดจะวางแผนหลอกล่อจนได้ดาบเล่มนี้มา แต่ท่านหญิงวิเรร่าไม่ต้องการให้บุตรชายกลั่นแกล้งและเอาเปรียบเอเรียลจนเกินไปจึงได้ดึงตัวเธอออกมา



ทุกวันนี้เธอกลายเป็นคนติดตามของท่านหญิงวิเรร่าและหันเข้าหาวิถีของกระบี่แทน ดาบเล่มนี้จึงตกเป็นของคารีสตามความตั้งใจของวาเลน



ในที่สุดคารีสก็เข้าใจว่าเหตุใดคุณชายเจ็ดต้องการให้เขาใช้ดาบเล่มนี้ ปรากฏว่านี่คืออาวุธที่ถูกตีขึ้นมาเพื่อผู้ใช้สายฟ้าโดยตรง มีแต่ผู้ใช้ธาตุนี้เท่านั้นที่จะเปิดเผยศักยภาพของมันได้ ของขวัญชิ้นนี้จากวาเลนทำให้เขาอดยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้ แต่มันก็เพียงแว๊บเดียวหลังจากเขาหันกลับมาสนใจผู้ใช้มนตราใบหน้าก็ถูกดึงให้กลับมาเย็นชาเช่นเดิม



ผู้ใช้มนตราที่ยินดีเพราะคิดว่าตนเองเกือบตายและรอดมาได้กลับต้องหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจยามที่จ้องมองไปที่ใบหน้าของคารีสที่เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวบึ้งตึง แลดูเหมือนคนไม่ปกติ ในใจของผู้ใช้มนตรารายนี้จึงฟันธงไปแล้วว่าชายคนนี้คือคนบ้า! น่ากลัวเกินกว่าจะยั่วยุอารมณ์ของเขาได้



เมื่อเห็นชายผู้นี้ยังชักช้าเสียง หึ่ง ๆ จึงดังออกมาจากตัวดาบประกอบกับเสียงฟาดซ้ายที ขวาที เกือบทำให้ผู้ใช้มนตรารายนี้ปัสสาวะแทบราด นี้มันบ้าอะไรกัน! แม้แต่อาวุธก็ยังต้องการกลั่นแกล้งเขาเช่นนั้นหรือ



ยามนี้แม้ว่าจะยืนแทบไม่ไหว แต่ต่อให้ต้องคลานไปก็ไม่คิดว่าจะดูน่าเกลียดแต่อย่างใด ในสถานการณ์เช่นนี้สิ่งเดียวที่ต้องทำคือเร่งรีบไปจัดการตามสิ่งที่ชายหนุ่มผู้นี้ต้องการ!






-------------------
เอามาให้หายคิดถึงตอนนึงก่อนครับเดี๋ยวค่ำ ๆ มาลงให้อ่านอีก

????????



























































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 590 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,181 ความคิดเห็น

  1. #2736 kimurakung (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 20:40
    ต้องมีสายเลือดเท่านั้น ใช้งานยากเหมือนกันแฮะ
    #2,736
    0
  2. #2718 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 07:05

    ขอบคุณ
    #2,718
    0
  3. #2618 NamLifeoftwodekd (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 13:00

    ดีใจมากที่ได้อ่าน คิดถึงสุดๆ

    #2,618
    0
  4. #2600 LittleMud (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 00:41
    รอๆฮะ คิดถึงนิยายเรื่องนี้มากๆ
    #2,600
    0
  5. #2599 Icecream0209 (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 21:38
    รอติดตามคร้า
    #2,599
    0
  6. #2598 Tong1474 (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 19:39
    ถึงว่าเอเรียลไม่ค่อยมีบทเลย
    #2,598
    0
  7. #2597 RedSeeker (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 19:38
    ไม่ได้รออยู่จริงๆนะ55555
    #2,597
    0
  8. #2596 xวาuxวาu (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 19:13

    ขอบคุณค่า
    #2,596
    0
  9. #2595 ABC5929y (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 19:11
    อดใจรอไม่ไหวเลยละครับ
    #2,595
    0
  10. #2594 มนตราหัวใจ (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 17:53

    รอค่ะๆ
    #2,594
    0
  11. #2593 NannanZy (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 17:48
    อดใจรอไม่ไหวแล้วค่า
    #2,593
    0
  12. #2592 Mangmoo2423 (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 17:39

    มาแล้วๆ รอร้อรอเทออยู่นะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png

    #2,592
    0
  13. #2591 bxbunny (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 17:25
    อดใจไม่ไหว
    #2,591
    1
    • #2591-1 มัตติก้า(จากตอนที่ 74)
      19 ตุลาคม 2563 / 17:26
      ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับผม 🥰😘
      #2591-1
  14. #2590 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 17:24

    กลับมาแล้ว คิดถึงมาก รอค่ะ

    #2,590
    1
    • #2590-1 มัตติก้า(จากตอนที่ 74)
      19 ตุลาคม 2563 / 17:25
      ขอบคุณที่คอยติดตามกันนะครับ เลิฟ เลิฟ 🥰
      #2590-1
  15. #2589 toomtam1 (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 17:20
    แงงงงสู้ๆนะครับติดตามๆ สนุกมากๆ ชอบเรื่องนี้มาก💞
    #2,589
    1
    • #2589-1 มัตติก้า(จากตอนที่ 74)
      19 ตุลาคม 2563 / 17:22
      ขอบคุณที่ติดตาม เช่นกันครับผม 😘
      #2589-1
  16. #2588 gooaengkaa (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 17:11

    ขอบคุณค่าา
    #2,588
    1
    • #2588-1 มัตติก้า(จากตอนที่ 74)
      19 ตุลาคม 2563 / 17:21
      ขอบคุณเช่นกันครับผม 🥰
      #2588-1
  17. #2587 ปารมี (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 17:00

    มาแล้ว....รอมานาน สมหวังซะที

    #2,587
    1
    • #2587-1 มัตติก้า(จากตอนที่ 74)
      19 ตุลาคม 2563 / 17:01
      ขอบคุณที่คอยติดตามนะครับ 🥰
      #2587-1