คนสวนกับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา

ตอนที่ 64 : คนสวนกับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 63 เสี้ยววิญญาณ/ภัยพิบัติโบราณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,969
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 860 ครั้ง
    24 ก.ค. 63

คนสวนกับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 63 เสี้ยววิญญาณ/ภัยพิบัติโบราณ



การตายของอสูรจ่าฝูงกระทิงไฟเกิดขึ้นในชั่วพริบตาประกายแสงสีน้ำเงินที่งดงามระเบิดออกมาเผาผลาญร่างบึกบึนตรงหน้าของวาเลนจนไม่เหลือชิ้นดี มีเพียงแค่แก่นเวทย์อสูรเท่านั้นที่ตกหล่นออกมาจากร่างของมันและไม่ถูกเผาทำลาย นอกนั้นสลายกลายเป็นเถ้าธุลีในชั่วพริบตา นี่คือพลังของธาตุไฟในตำนานที่ผู้คนกล่าวขวัญถึง


"นักเวทย์ทวิธาตุ!"ผู้คนในทีมล้วนตกตะลึงกับการโจมตีเช่นนี้นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาคาดคิดเอาไว้ คุณชายเจ็ดคือผู้ใช้ธาตุลมที่โดดเด่นนั่นไม่ใช่ปัญหา ใครจะรู้ว่าเมื่อการต่อสู้มาถึงเขากลับใช้ธาตุไฟได้ทรงอำนาจไม่แพ้กันตัวอย่างคือการสังหารฉับพลันตรงหน้ามีเพียงคารีส องค์ชายสามและกาเร็ทเท่านั้นที่รู้ว่านี่ยังไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นตะลึงที่สุดในตัวของวาเลน


เมื่อจ่าฝูงของพวกมันตกตาย กระทิงไฟส่วนหนึ่งเลือกที่จะกระโจนหนีไปทันที พวกที่สู้ติดพันอยู่ก็พยายามที่จะหลบหนีและตีฝ่าวงล้อมตามฝูงของมันออกไป


ทว่าขวัญกำลังใจของพวกมันที่ตกต่ำลงหลังจากการตายของจ่าฝูงทำให้พวกมันสับสนและตกใจ จึงทำให้การโจมตีประสานของกลุ่มองค์ชายสามและองค์หญิงสี่สัมฤทธิ์ผลในทันที เหตุการณ์ในครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดีและไม่มีใครได้รับอันตรายถึงชีวิต ทั้งหมดโห่ร้องยินดีอย่างอดไม่ได้แม้ว่าจะเหนื่อยจนแทบล้มประดาตายแต่บนใบหน้าของพวกเขากลับประดับไปด้วยรอยยิ้มยินดี


ทั้งหมดใช้เวลาเก็บเกี่ยวผลลัพธ์ที่ดีอย่างแก่นเวทย์อสูรของกระทิงไฟผลประโยชน์ถูกจัดสรรได้อย่างลงตัวและไม่มีใครไม่พอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ในครั้งนี้



คนทั่วไปนอกจากเชื้อพระวงศ์ทั้งสองและพี่หญิงรองของวาเลนล้วนเอาแต่ยินดีกับแก่นเวทย์อสูรธาตุไฟที่ได้ จนไม่มีใครได้สังเกตว่าวาเลน คารีส และเบญจดารา แทบมิได้ใส่ใจกับรางวัลของความสำเร็จเล็ก ๆ เหล่านี้พวกเขามิได้มีท่าทีตื่นเต้นดีใจเหมือนกับคนอื่นทั่ว ๆ ไป


แก่นเวทย์อสูรธาตุไฟที่ได้มาในครานี้นั้นในสายตาของวาเลนเขาใช้มันเป็นเพียงของแทะเล่นระหว่างวันให้กับราชสีห์ขนทองคำเพียงเท่านั้น ยิ่งมันได้มาโดยวิธีฆ่า ความบริสุทธิ์ของมันยิ่งถูกลดลงไปอีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เรียกได้ว่าแก่นเวทย์อสูรเหล่านี้ต่อให้เอาไปวางตรงหน้าราชสีห์ขนทองคำของวาเลน มันคงทำเพียงเอาเท้าเขี่ยเล่นและทิ้งอย่างไม่ใยดี


องค์ชายสามและองค์หญิงสี่ต่างจัดแจงเรื่องการจัดวางแนวป้องกันครั้งใหม่ให้กับที่พักในคืนนี้ พวกเขาสามารถจัดการได้ในทันทีโดยที่ไม่ต้องเอาเรื่องนี้เข้ามาประชุมหรือหารือให้วุ่นวาย



"น้องเจ็ด"วาเลนหันไปหาหญิงสาวที่คุ้นตาก่อนหน้านี้ทั้งคู่แทบไม่มีเวลาแม้แต่จะได้คุยกัน ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดและมีบิดาคนเดียวกัน แต่ทว่าบรรยากาศระหว่างทั้งคู่ยามพบกันนั้นกลับให้ความรู้สึกที่แสนประหลาดเหมือนกับคนแปลกหน้าเวลาพบกันเสียมากกว่า


"พี่รอง" วาเลนหันไปหาหญิงสาวก่อนจะส่งยิ้มทักทายไปให้ นี่เป็นบุคลิกเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครของคุณชายเจ็ดที่มักแสดงออกมาไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั้นเขาคิดสิ่งใด



ยิ่งมองใบหน้าของน้องชาย อีเลนน่าหรือที่วาเลนเรียกว่าพี่รองยิ่งไม่เข้าใจ เด็กชายที่ดูอัธยาศัยดีคนนี้เปลี่ยนไปมากกว่าที่เธอเคยรู้จักใครจะรู้ว่าภายใต้ใบหน้าที่แย้มยิ้มของเขานี้จะมีอีกบุคลิกที่น่ากลัวซุกซ่อนเอาไว้ ใบหน้าที่เย็นชาและสายตาที่น่ากลัวนี้ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะลืมเลือนได้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา



"เจ้าเปลี่ยนไปมากนะวาเลนติโน่"อีเลนน่าพูดขึ้นมาเบา ๆ พลางนั่งลงข้าง ๆ วาเลนแล้วทอดสายตามองไปเบื้องหน้าใครจะคิดกันล่ะว่าผ่านไปไม่กี่ปีที่เธอออกจากตระกูลมาน้องชายต่างมารดาของเธอคนนี้จะกลายเป็นอัจฉริยะที่ได้รับการยอมรับจากองค์ชายสาม และมีฝีมือที่เด่นล้ำขึ้นมาได้กัน



"นั่นอาจยังไม่เท่าพี่สาม"วาเลนตอบกลับเบา ๆ คำตอบนี้ของเขาราวกับต้องการวัดทัศนคติของหญิงสาวต่อพี่ชายอีกคนของเขา


"หึ...ตระกูลของเรามักจะให้ความสำคัญกับหน้าตามาก่อนเสมอ เมื่อก่อนหน้าที่อลองเฟย์จะโด่ดเด่นขึ้นมาพี่ใหญ่คือผู้ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลของเราได้ จนกระทั่งเข้าพ่ายแพ้ให้กับการเวทีแข่งขันระดับอาณาจักรใหญ่ทั้งสี่ ตั้งแต่นั้นมาตระกูลก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไป" อีเลนน่าเล่าด้วยใบหน้าที่เศร้าหมองและเต็มไปด้วยความผิดหวังเสียใจ


"เกิดอะไรขึ้นกับพี่ใหญ่หลังจากนั้น?"วาเลนถามขึ้นอย่างอดสงสัยไม่ได้ เขาไม่ต้องการใช้สัมผัสพิเศษในเรื่องเหล่านี้ต่อให้รู้ว่าไม่มีใครสามารถต้านทานพลังนี้ของเขาได้แต่ข้อเสียส่วนใหญ่ของมันก็คือไม่สามารถสำรวจลึกถึงความรู้สึกและจิตใจของผู้คน ข้อมูลที่ได้มันจะมีแต่ข้อเท็จจริงที่ไร้อารมณ์ความรู้สึกใด ๆ ประกอบร่วม


"เขารู้สึกอับอายและต้องการกอบกู้ชื่อเสียงส่วนใหญ่ของเขาคืนมา ไม่มีใครรู้ว่าพี่ใหญ่หายไปไหน แต่อาวุโสชั่วบางคนเห็นโอกาสที่จะสนับสนุนให้น้องสามโดดเด่นขึ้นมาในช่วงเวลาเช่นนี้ จึงมีข่าวลือมากมายออกมาว่าเขาตายแล้ว!" วาเลนนั่งฟังด้วยจิตใจที่หนักอึ้ง เขานึกไม่ถึงว่าภายในตระกูลนั้นยังเต็มไปด้วยปริศนาอีกมากมายที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้


"มารดาของเราใจสลายเธอเชื่อว่าพี่ใหญ่ตายจริง ๆ บุตรที่เป็นยิ่งกว่าความภาคภูมิใจของเธอตาย ก่อนเธอหายไปข้ายังจำได้ดีเธอพูดว่าไม่มีสิ่งดีใด ๆ หลงเหลือให้เธอที่นี่อีกต่อไปแล้ว ก่อนที่เธอจะทิ้งทุกสิ่งรวมถึงข้าและจากไปอย่างไม่หวนกลับมาอีกเลย" อีเลนน่าเล่าเรื่องต่าง ๆ ด้วยใบหน้าที่แสร้งว่าเย็นชาแต่ทว่าดวงตาของเธอกลับแสดงความรู้สึกทั้งหมดออกมาจนวาเลนสามารถรับรู้ได้



หญิงสาวที่ถูกมองข้ามและไร้การใส่ใจจากทั้งพ่อและแม่จะทนอยู่ในตระกูลได้อย่างไร กลับกลายเป็นว่าพี่รองของเขานี้มีประวัติที่น่าเห็นใจยิ่งกว่าเขาที่มารดารักและห่วงใยเสียอีก ท่านหญิงวิเรร่ายอมทุ่มทุกอย่างเพื่อบุตรของเธอ ไม่มีใครไม่รู้ในเรื่องนี้ว่าคุณชายเจ็ดโชคดีแค่ไหนที่ได้รับความรักมาเต็มจากมารดา


"ข้ามิได้เล่าเพื่อให้เจ้าเห็นใจหรือสมเพชในตัวข้า แค่จะบอกให้รู้ว่าจงอย่าพยายามทำเพื่อให้ตระกูลพึงพอใจ เพราะพวกเขาไม่เคยพอใจ! หันมาพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งดีกว่าเพราะนั่นจะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าจะไม่มีใครกล้ามาเอารัดเอาเปรียบเจ้าได้ อย่าเดินตามรอยพี่ใหญ่ที่ทุ่มใจให้กับตระกูลมิเช่นนั้นเจ้าจะประสบชะตากรรมเดียวกับเขา เหมือนกับที่น้องสามกำลังเดินเข้าไปหามัน" อีเลนน่ามาเพื่อเตือนวาเลนเธอเห็นว่าเขานั้นมีศักยภาพที่ดีพอจะพัฒนาต่อไปได้ จึงไม่อยากให้ไปใส่ใจผิดจุด เมื่อหมดเรื่องที่ต้องพูดเธอจึงเตรียมจะลุกเดินจากไป



"พี่รอง..สักวันหนึ่งข้าจะทำให้ตระกูลมันเป็นในแบบที่ควรจะเป็น เป็นในสิ่งที่เรียกว่าบ้านได้เต็มปาก หากวันนั้นมาถึงข้าหวังว่าท่านจะกลับบ้านของเรา" แผ่นหลังของหญิงสาวสั่นไหว เธอกลั่นสะอื้นและพยายามกลืนมันลงไป แต่ทว่าน้ำตากลับไหลโดยไม่รู้ตัว


"อืมม" เสียงตอบกลับเบา ๆ ของพี่สาวทำให้วาเลนยกยิ้มอย่างดีใจ ไม่มีเรื่องน่ายินดีอะไรจะเท่ากับการได้พูดคุยแบบเปิดใจกับคนในครอบครัวเดียวกัน



อีกด้านของดงพญาไฟ



กลุ่มขององค์ชายหนึ่งและองค์ชายสองที่อยู่ไม่ห่างกันมากนักก็ถูกระรานโดยเหล่าอสูรในพื้นที่เช่นกัน พวกมันล้วนมากันเป็นฝูงและมักจะจู่โจมด้วยความโหดร้ายราวกับบางสิ่งบางอย่างไปยั่วยุและไล่ต้อนมันมา



องค์ชายหนึ่งถูกฝูงของนักล่าอย่างหมาป่าโลกันตร์เข้าโจมตี ในขณะที่องค์ชายสองต้องรับมือเหล่าวานรไฟ



ถึงแม้ว่าทั้งสองกลุ่มจะรับมือได้แต่ก็นับได้ว่าเกิดความสูญเสียขึ้นภายในกลุ่มในเวลาต่อมา ปรากฏว่าแผนตัดกำลังของวิหคอมตะสำเร็จไปหายส่วนอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ถึงแม้ว่าจะดั้นด้นมาจนถึงกึ่งกลางของดงพญาไฟ แต่ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งพบว่าเป็นการยากที่จะไม่มีการสูญเสียผู้คนภายในทีม



"นี่มันบ้าจริง ๆ ดงบ้านี่แทบไม่มีที่ปลอดภัยให้หยุดพักได้เลย" นี่คือหนึ่งในหลาย ๆ ประโยคที่ผู้เสี่ยงเข้ามาแสวงโชคในมิติบรรพชนอดสบถออกมามิได้ พวกเขารู้สึกว่ายิ่งลึกเข้าไปเวลาส่วนใหญ่นั้นพวกเขาจะหมดไปกับการต่อสู้ ไม่มีแม้แต่เวลาจะหยุดพักหายใจ สถานการณ์เหล่านี้ล้วนสร้างภาระให้ร่างกายและจิตใจอย่างมากมายมหาศาล การต่อสู้เช่นนี้ดำเนินไปทุกวันราวกับไม่จบสิ้น



พริบตาเดียวเวลาในมิติบรรพชนก็ผ่านไปถึงห้าวัน ทุกทีมล้วนตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตอันตราย มีบางทีมที่ไม่ได้รวมตัวกันมากมายเริ่มไม่สามารถไปต่อได้พวกเขาเริ่มถอดใจและล่าถอยออกไปจากมิติบรรพชน ผู้คนเหล่านี้จะไม่มีสิทธิ์ที่จะได้เขามาอีกต่อไป การล่าถอยคือความเสียดายครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกเขาแต่การเอาชีวิตมาทิ้งไว้เสียที่นี่ก็ไม่นับว่ามีประโยชน์อันใด


อย่างน้อยสถานที่แห่งนี้ก็ได้กลายเป็นมิติทดสอบฝีมือและมอบโชคที่จะนำไปพัฒนาความสามารถให้กับพวกเขาต่อไปได้



ผู้เยาว์ส่วนใหญ่ที่ยังรอดปลอดภัยนับได้ว่าเป็นยอดฝีมือ แม้แต่ทีมขององค์ชายหนึ่งและองค์ชายสองก็ยังมีจำนวนไม่น้อยที่ทยอยกันออกไปจากดงพญาไฟ ในขณะที่พวกเขายังยืนอยู่ได้แต่เมื่อประเมินกำลังแล้วว่าไม่สามารถไปต่อได้ไหว คนเหล่านั้นเลือกที่จะออกไปดีกว่ากลายเป็นศพในสถานที่แห่งนี้


ในวันที่หกพวกเขาพบว่าความพยายามทั้งหมดที่ทนมากำลังบรรลุผล การต่อสู้ทั้งหมดก่อนหน้านั้นกำลังจะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่หอมหวานหลังจากนี้ ทุกคนเริ่มเห็นเนินเขาที่เป็นจุดเริ่มต้นของภูผาอัคคี ไม่มีประโยชน์ที่จะชักช้าอีกต่อไป พลังเวทย์ที่บริสุทธิ์ของธาตุไฟกำจายลอยละล่องแม้ในอากาศ นี่คือสวรรค์ของผู้บ่มเพราะธาตุไฟ! จุดมุ่งหมายที่ทุกคนรอคอย



"ยิ่งใหญ่เพียงนี้? นี่หรือสถานที่ ๆ หงษ์เพลิงอัคคีพิทักษ์ไว้จนตกตาย" องค์หญิงสี่พูดขึ้นมาเบา ๆ ก่อนที่จะมองไปรอบ ๆ กาย


"พิทักษ์จนตาย? หมายถึงอะไร? " วาเลนไม่เคยได้ยินตำนานที่ราชวงศ์ได้รับรู้ มีเพียงบันทึกเก่าแก่ของตระกูลที่อยู่ในหอสมุดเพียงเท่านั้น มันบอกเพียงแค่ว่าหงส์เพลิงอัคคีคือหนึ่งในผู้ที่พิทักษ์ป่าบรรพกาล วาเลนเข้าใจว่าเมื่อถึงวาระของมันจึงเลือกสถานที่นี้เป็นที่พักกายคล้ายกับผาคืนวิญญาณในป่าบรรพกาลเขตในที่เหล่าอสูรทั่ว ๆ ไปใช้เป็นที่พักกายสุดท้ายของมัน



"ไม่แปลกที่เจ้าไม่รู้ นี่คือเรื่องที่ถูกเล่าต่อ ๆ กันมาเฉพาะในราชวงศ์เพียงเท่านั้น" องค์หญิงสี่มองพี่ชายต่างมารดาของเธอที่มีท่าทีดีใจวิหคอัคคีอสูรคู่ใจของเขาถูกเรียกออกมามันบินวนไปรอบ ๆ กายขององค์ชายสามอย่างตื่นเต้นไม่แพ้เจ้านายของมัน



"อย่าบอกใครว่าข้าเล่าให้เจ้าฟัง ตกลงไหม ที่จำได้ขึ้นใจเพราะพระบิดาเคยเล่าให้ข้าฟังก่อนนอนทุกวัน...และท่านกำชับเอาไว้ว่าไม่ควรเล่าให้ใครฟัง" องค์หญิงสี่พูดด้วยท่าทีจริงจัง เธอเห็นว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายนี่ก็ผ่านไปไม่รู้กี่พันปีจะยังมีใครเชื่อเรื่องงมงายเหล่านี้กัน



"ว่ากันว่าหงส์เพลิงอัคคีนั้นใช้พลังทั้งหมดของมันกักภัยพิบัติโบราณเอาไว้จนตัวของมันตกตาย ในเวลาเดียวกันนั้นบรรพชนรุ่นแรกของเราจึงใช้พลังผนึกสถานที่แห่งนี้เอาไว้กับสมบัติราชวงศ์ "ธรรมรงค์อัคคี" เรียกได้ว่าสมบัติชิ้นนี้นั้นแลกมาด้วยหนึ่งชีวิตของบรรพชนก็ว่าได้ ในช่วงหลายพันปีมานี้มันคือสิ่งที่กษัตริย์มักจะส่งต่อให้กันทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนผ่านยุคสมัย ไม่รู้ยุคสมัยใดหลังจากนั้นที่มีการริเริ่มให้เปิดมิติบรรพชนขึ้นมา แต่ก็ใช่ว่าทุกครั้งจะได้รับความเห็นชอบจากวิหคอมตะ"


"ดูเหมือนราชวงศ์จะให้ความสำคัญกับมัน" คำถามที่ดูเหมือนไม่ใส่ใจนั้นแต่วาเลนคาดหวังกับมันพอสมควร


"ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่ามันคืออสูรของบรรพชนผู้ผนึกสถานที่แห่งนี้เอาไว้ในครานั้นไม่มีใครรู้ว่ามันสามารถรอดตายมาได้อย่างไร? แต่ถึงอย่างนั้นมันก็กลายเป็นตำนานที่มีชีวิตข้ามผ่านกาลเวลาจากอดีตสู่ปัจจุบัน มีฐานะเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์สัญลักษณ์ของราชวงศ์ที่ไม่มีวันตาย จำต้องให้มันช่วยถึงจะสามารถเปิดมิติบรรพชนขึ้นมาได้" ใบหน้าของวาเลนชะงักงันและซีดราวกับคนตายเมื่อได้ฟังเรื่องเล่าจากฝั่งของราชวงศ์



วิหคอมตะ! ภัยพิบัติโบราณ! หากวาเลนได้รู้ว่าเรื่องราวเหล่านี้มันเชื่อมโยงกัน เขาจะไม่มีวันเหยียบเข้ามาในสถานที่แห่งนี้โดยเด็ดขาด ภูผาอัคคีมิใช่สถานที่ ๆ ควรเข้ามา


ถึงเวลาจะผ่านมานับพัน ๆ ปี พวกเขาเอาอะไรมามั่นใจว่าภัยพิบัติโบราณเหล่านี้ได้หายไปตามกาลเวลา วาเลนสงสัยในตัวของวิหคอมตะมาช้านานนับตั้งแต่ได้พบกับมัน พลังของมันลี้ลับและฉลาดเกินกว่าที่อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปจะมีได้ อีกทั้งการแยกจิตวิญญาณและฝังเอาไว้ในร่างกายของอสูรตนอื่นนั้นใช่สิ่งที่อสูรประเภทวิหคจะทำได้หรือ? มันแปลกเกินไป!


มีหลายคำถามเกี่ยวกับมันที่วาเลนไม่กล้าคาดเดาอีกต่อไป อย่างเช่นทำไมมันถึงรอดตาย? และมันมีความเกี่ยวข้องกับภัยพิบัติโบราณหรือไม่? คำถามเหล่านี้นำไปสู่คำตอบที่น่ากลัวเกินไป



ในขณะที่สารพัดคำถามกำลังถาโถมเข้ามาที่วาเลน ณ ยอดของภูผาอัคคี มีพลังงานปั่นป่วนสีทองที่พยายามโจมตีไปโดยรอบทิศทางตลอดเวลา เพื่อจะได้หลุดออกมาจากแอ่งลาวาที่ตรึงมันเอาไว้ น่าเสียดายที่ทุกครั้งที่มันเคลื่อนไหว จะถูกสายลาวาที่ก่อตัวคล้ายกับวิหคเข้าโจมตีจนล่วงกลับลงไป


มันกรีดร้องอย่างขัดใจกับพันธนาการเหล่านี้ ไม่รู้กี่พันปีแล้วที่มันต้องทนทุกข์ทรมานถึงแม้ว่านี่จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวจิตวิญญาณส่วนหนึ่งของมันแต่การทรมานไม่รู้จบนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่มันต้องการพบเจอตลอดไป


กร๊าวววววววว




เสียงราวกับระฆังสวรรค์เรียกให้มันเงยหน้ามองดู ปรากฏว่าเป็นวิหคสีทองที่บินตระหง่านเหนือทะเลลาวาปากปล่องภูผาอัคคี นี่คือเสี้ยวจิตวิญญาณอีกส่วนของมัน! วิญญาณที่แฝงกายมานับพัน ๆ ปี สัญญาณนี้หมายถึงแผนการของมันพร้อมแล้วที่จะดำเนินการมิใช่หรือ?


เสียงกู่ร้องยินดีครั้งนี้ดังออกมาปานภูผาอัคคีถล่ม สายลมไร้ที่มาพัดกระแทกแอ่งลาวาจนมันสั่นไหว ก่อเกิดลาวาเป็นสายไหลลงมายังดงพญาไฟเบื้องล่าง สร้างความตกตะลึงให้กับผู้เยาว์มากมายที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น วาเลนมองเหตุการณ์ที่คล้ายภูเขาไฟระเบิดนี้ด้วยความกระวนกระวายใจ ลางสังหรณ์แห่งความตายเกาะกุมหัวใจของเขาเอาไว้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน



มีเสียงสะท้อนสะท้านไปทั้งมิติบรรพชนเป็นเสียงของวิหคที่วาเลนจำได้เป็นอย่างดี นี่คือเสียงของวิหคทองคำอมตะ! ในขณะที่ทุกคนรู้สึกหวั่นใจกับเสียงนี้ มีเสียงวิหคที่ไม่คาดฝันดังขึ้นอีกสองตัว พวกมันโผทะยานขึ้นกลางอากาศตอบรับเสียงนี้ทันทีราวกับถูกสะกดใจ



นัยน์ตาของมันทั้งสองทอประกายแสงสีทองอย่างที่ไม่เคยเป็น แม้แต่คู่หูของมันก็ไม่เคยเห็นท่าทางดุร้ายเช่นที่มันแสดงออกมาในยามนี้



หนึ่งคือวิหคทมิฬสีดำที่บินไปตามเสียงร่ำร้องก้องกังวาน สองคือวิหคสีขาวราวราชินีสวรรค์ที่โผทะยานบินขึ้นท้องฟ้าและตามติดกันไป 



----------------------------

มาให้หายคิดถึงนะครับ 

กำลังปั่นตอนต่อไป



☺️☺️☺️☺️☺️ ขอบคุณทุกกำลังใจ และทุกการติดตามครับผม เลิฟ เลิฟ


ปล.โพสในโทรศัพท์ถ้ารูปแบบหน้าแปลก ๆ ต้องขออภัยครับ





















































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 860 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,171 ความคิดเห็น

  1. #2706 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 14:16

    ขอบคุณ
    #2,706
    0
  2. #2431 kimurakung (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 22:16
    ต้องฆ่านกปรสิตนี่ให้ได้
    #2,431
    0
  3. #2283 xวาuxวาu (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 19:28
    อย่างชั่วอ่ะ อินกนี่!
    #2,283
    0
  4. #2239 N-Numwan29 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 19:11
    2ตัวนั้นก็โดนแฝง
    #2,239
    0
  5. #2238 Akiiro (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 10:40

    เกิดอะไรขึ้น รอนะคะ
    #2,238
    0
  6. #2235 Palutena (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 08:16

    รอค่ะ..

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-11.png

    #2,235
    0
  7. #2234 Supriya (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 10:25
    สนุกมากๆๆๆๆๆเลยค่ะคุณไรท์ ขอบคุณนะคะะ
    #2,234
    0
  8. #2232 ABC5929y (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 22:23
    ข้ายังรอเจ้ามาส่งตอนใหม่ที่ท่าน้ำเสมอ...
    #2,232
    0
  9. #2230 สองสองสอง (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 16:49
    อีเว้นท์เริ่มได้!
    #2,230
    0
  10. #2229 BAG BOY (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 06:52
    สู้ๆนะวาเลน นายต้องรอดได้แน่!
    #2,229
    0
  11. #2226 gooaengkaa (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 09:38
    สนุกมากๆๆๆๆ ติดตามตลอดนะคะ พร้อมเปย์ด้วย555
    #2,226
    0
  12. #2221 กาฬกาล (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 10:40
    วิหคอมตะ คือภัยพิบัติที่ถูกขังป่ะแบบแบ่งเสี้ยววิญญาณไปแฝงนกตัวอื่นๆเพื่อพัฒนาพลัง แล้วกลับมาปลดผนึกที่ขังร่างจริงไว้///เป็นตุเป็นตะ
    #2,221
    0
  13. #2219 ลิงน้อยสุดเอ๋อ (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 20:29

    เอาใจช่วยวาเลน
    #2,219
    0
  14. #2218 Khajornkiat (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 14:55
    สู้สู้ นะวาเลน
    #2,218
    0
  15. #2217 rung2389 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 14:18
    สู้เค้าวาเลน
    #2,217
    0
  16. #2216 FanUj (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 09:10

    จะเอาตัวรอดยังไงดีละ~
    #2,216
    0
  17. #2214 Choco Smoothie (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 19:28

    มาแล้วคิดถึงหนักกว่าเก่าอีก มาต่อเร็วๆน้าาาาาา

    #2,214
    0
  18. #2213 ckchatchen42 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 19:25
    ถ้าจะตายก็ตายเถอะ ถ้าจะอ่อนด้อยขนาดนี้
    #2,213
    0
  19. #2212 PopiLee (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 18:58

    จะเป็นไงต่อเนี้ย
    #2,212
    0
  20. #2211 Tan_IcE (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 18:33
    วิหกอำมตะน่าจะโดนขังวินยานเเล้วมีตัวอื่นเข้ามาสิ่วร่างไรงี้ปะ
    #2,211
    0
  21. #2210 aomamss (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 18:29
    รีบมาต่อนะคะกำลังสนุกเลย
    #2,210
    0
  22. #2209 Noiz ShadowRead (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 18:29

    ถึงจุดพีคแล้วววว

    #2,209
    0
  23. #2208 nae_tae (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 18:22

    สนุกมากกกกก ลุ้นสุดๆ รอค่าาาา

    #2,208
    0
  24. #2207 Icecream0209 (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 18:21
    ลอค่ะไรท์ลอ ล้อ ลอ ลอ 555 อีกซักตอนนะคะไรท์ได้โปลด 55 ค้างกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ไรท์แกล้งใช่ไหมตอบ
    #2,207
    0
  25. #2206 violetsky (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 18:18
    เผานังนกปรสิตไปซะ~~~~~~~~
    #2,206
    0