คนสวนกับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา

ตอนที่ 41 : คนสวนกับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 40 ข้าต้องการใช้เงิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,667 ครั้ง
    3 เม.ย. 63

คนสวนกับต่างโลก  ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 40 ข้าต้องการใช้เงิน

 

 

 

 

วาเลนนั่งมองแผนผังต่าง ๆ ที่เขาตั้งใจจะทำในอนาคต เขาจำต้องออกเดินทางเพราะเบาะแสต่าง ๆ เกี่ยวกับไกอาล้วนหาได้ยากเย็นยิ่งนักในตอนนี้ เป็นไปได้ว่าเขาจำต้องไปเยือนสถานที่ ๆ สำคัญอีกหลายแห่งของอีกสามอาณาจักรใหญ่ ที่อยู่ติดกับชายป่าบรรพกาล เพื่อหาล่องรอยของข้อมูลเก่าแก่ที่ยังอาจหลงเหลืออยู่

 

 

 

 

ทำไมเขาจึงต้องวางแผนในตอนนี้? นั่นเพราะเวลาสิบปีสำหรับวาเลนมันไม่ได้นานเลย สร้อยคอที่มีจี้รูปดอกไม้ของราชินีดรายแอดส์ยังคงย้ำเตือนถึงภาระหน้าที่ของเขาอยู่เสมอ ถึงแม้คำสัญญาส่วนใหญ่คือการพัฒนาพลังให้แข็งแกร่ง แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันก็คือข้อมูล ต่อให้มีพลังแต่หากไม่มีเบาะแส ก็ไม่แน่ว่าจะคว้าน้ำเหลว วาเลนจึงต้องเตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อม

 

 

 

 

แต่สิ่งสำคัญในตอนนี้คือ เงินตรา และ พลังอำนาจ เขายังขาดสิ่งเหล่านี้พอสมควร

 

 

 

ในอดีตการเดินทางระหว่างอาณาจักรนั้นหากเป็นตัวตนที่ทรงพลังอำนาจสามารถเดินทางลัดเลาะตัดผ่านป่าบรรพกาลได้โดยตรง

 

 

 

แต่ในปัจจุบันนี้จำต้องอาศัยเส้นทางขนส่งระหว่างอาณาจักรแทนเหตุเพราะไม่มีใครอยากจะเอาชีวิตไปเสี่ยงในป่าที่อันตรายแห่งนั้น แต่มันก็ต้องแลกด้วยเงินตรามหาศาล และวาเลนก็ยังขาดแคลนสิ่งเหล่านี้อยู่เช่นกัน

 

 

 

 

ทางที่ง่ายที่สุดคือการเอ่ยปากขอเอาจากมารดาแต่ทว่าลักษณะนิสัยที่ไม่อยากเป็นภาระใครของวาเลนนั้นทำให้เขาไม่อาจเอ่ยปากออกไปได้ ผู้เยาว์ที่เกิดในตระกูลใหญ่หลายคนในโลกนี้อาจจะคิดแต่พึ่งพาอาศัยบิดามารดา แต่ทว่านั่นไม่ใช่สำหรับวาเลน เขาไม่มีแนวคิดเช่นนั้นอยู่ในหัว เรื่องที่ต้องขอเอาจากมารดาจึงตกไป

 

 

 

 

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องคลังสมบัติในแหวนมิติ ถึงวาเลนจะให้แก่นเวทย์อสูรระดับสูงกับคนใกล้ชิดง่าย ๆ แต่นั่นเพราะคนเหล่านี้จะต้องกลายเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่หนุนหลังเขาในอนาคต ต่างกันกับการเอามันออกมาขาย วาเลนคิดได้ว่าสิ่งที่ได้มานี้นับเป็นโชคอันมหาศาล ในภายภาคหน้านั้นมิอาจคาดเดาได้ การนำมันออกมาใช้แลกเงินนั้นเขาจะใช้มันเป็นวิธีสุดท้ายที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น

 

 

 

 

"คารีส มีงานอะไรที่ได้เงินดี ๆ ทำบ้างไหม ข้าต้องการใช้เงิน"วาเลนเอ่ยถามเด็กชายที่อยู่ไม่ไกล

 

 

 

 

คารีสมีท่าทีสงสัย คุณชายของเขาคิดจะทำสิ่งใดอีก มีผู้เยาว์คนไหนในตระกูลที่อยากทำงานหาเงินเองบ้าง? พวกเขามีหน้าที่กิน เรียน ฝึก และนอน เพียงเท่านั้น การทำงานเป็นส่วนความรับผิดชอบของบรรดาผู้อาวุโส คนรับใช้ และทาส!

 

 

 

 

"ท่านต้องการเงินเช่นนั้นหรือคุณชาย ทำไมต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก ข้าจะไปขอจากท่านหญิงมาให้" คารีสแปลกใจที่เมื่อเขาพูดจบและวาเลนมีท่าทีโบกไม้โบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน

 

 

 

 

"ไม่เอา ๆ ข้าจะลองหางานทำเอง"วาเลนเร่งบอก

 

 

 

 

 

ถึงคารีสจะไม่เข้าใจแต่เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ก็ได้แต่เงียบและช่วยหาวิธีคิดอย่างที่คุณชายต้องการ

 

 

 

 

"ตระกูลเรามีอะไรที่เป็นแหล่งรายได้ในตอนนี้บ้าง"วาเลนเปลี่ยนคำถาม คารีสคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบได้ทันที

 

 

 

"แหล่งรายได้หลักจะมีการขายอสูร และล่าอสูรตามที่มีการจ้างวาน อีกส่วนนึงคือการส่งออกสมุนไพรที่ใช้เป็นอาหารของสัตว์อสูร และอีกแหล่งรายได้คือการขายยาจากหอโอสถแต่กิจการไม่ได้ดีมากนัก ส่วนใหญ่ผู้คนจะเข้าไปรักษากับผู้ใช้มนตราเสียมากกว่า สุดท้ายคือเงินสนับสนุนจากราชวงศ์"

 

 

 

 

 

"ผู้ใช้มนตราอย่างงั้นหรือ? " วาเลนแปลกใจที่ได้ยินคำเรียกนี้

 

 

 

 

คารีสพยักหน้า "ใช่ ผู้ใช้มนตรา"

 

 

 

 

ข้อมูลของหอสมุดนั้นบอกไว้ว่าผู้ใช้มนตราคือผู้ที่เข้าถึงพลังอำนาจของอีกศาสตร์ที่คล้ายกันกับเวทย์มนต์ ในอาณาจักรกรีนแลนด์นี้เป็นอาณาจักรของเหล่าผู้ใช้เวทยมนต์เป็นส่วนใหญ่ การจะพบผู้ใช้มนตราได้นั้นนับว่ายากเต็มที แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเสียทีเดียว

 

 

 

 

วาเลนเริ่มเข้าใจที่กิจการของหอโอสถนั้นไม่ค่อยดีขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะการขายโอสถเพียงอย่างเดียวจะสู้การรักษาของเหล่าผู้ใช้มนตราได้อย่างไร เปรียบให้เห็นภาพคือ การไปหาหมอเพื่อตรวจอาการแล้วรักษา ย่อมดีกว่าเดาสุ่มอาการแล้วหาซื้อยามากินเองเป็นไหน ๆ อีกทั้งการรักษากับผู้ใช้มนตรานั้นหายไวกว่า จึงทำให้คนนิยมหันไปรักษาด้วยมนตรามากกว่ากินยาสมุนไพร

 

 

 

แต่ถึงอย่างไรมันก็รักษาได้เพียงภายนอก ต่างกับโอสถที่สามารถรักษาได้ถึงภายใน สมุนไพรบางชนิดนอกจากรักษาแล้วยังเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการเลื่อนระดับอีกด้วย นี่เป็นสิ่งที่ไม่มีในการรักษาด้วยมนตรา

 

 

 

 

เดี๋ยวนะ!! รักษา! เลื่อนระดับ! จริงสิ ในเมื่อผู้คนมองว่าการรักษาด้วยโอสถล้าสมัยเหตุใดจึงยังแข่งขันในด้านการรักษาอยู่อีกล่ะ

 

 

 

นัตน์ตาของวาเลนเป็นประกายเมื่อมองเห็นถึงช่องทางที่มาของรายได้ มันควรเน้นไปที่จุดเด่นที่มนตราไม่มี โอสถที่สามารถรักษาและยังสามารถเลื่อนระดับได้ กินหนึ่งได้ถึงสอง ต่อให้ต้องใช้ระยะเวลาที่นานกว่าก็คาดว่าน่าจะมีผู้ที่ต้องการใช้มัน

 

 

 

 

เมื่อตกผลึกทางความคิดได้แล้วว่าต้องการสิ่งใด วาเลนก็สั่งงานในทันที

 

 

 

 

"คารีส ข้าต้องการให้เจ้าเปลี่ยนลานด้านหน้าเรือนที่เจ็ดให้เป็นแปลงสมุนไพร เรื่องคนงานเจ้าสามารถไปแจ้งแก่ท่านแม่ของข้าได้ทันที และต่อไปนี้จะไม่มีใครเข้าใกล้แปลงสมุนไพรได้นอกจากคนดูแล ท่านแม่ เจ้า และอาจารย์ นอกนั้นข้าถือว่าเป็นคนนอก" คารีสถึงไม่รู้ว่าคุณชายเจ็ดต้องการจะทำอะไรแต่เขาพร้อมที่จะทำตามที่เด็กชายสั่งโดยไม่ขัด

 

 

 

 

คารีสเคลื่อนตัวหายไปราวกับภูติผี วาเลนยังคงมีท่าทีตื่นเต้นและคิดขั้นตอนเป็นลำดับอยู่ในใจ

 

 

 

 

พลังธาตุพิเศษพฤกษาของเขาจะได้ถูกนำมาใช้เสียที ในแหวนมิติที่ถูกอัดแน่นไปด้วยสมบัตินี้ส่วนหนึ่งบรรจุเมล็ดพันธุ์ที่หายากจากป่าบรรพกาลเขตในเอาไว้ เขาจึงไม่ได้อัตคัดในเรื่องของเมล็ดพันธุ์ที่จะใช้ปลูก

 

 

 

 

เหตุที่วาเลนให้สร้างแปลงสมุนไพรหน้าเรือนนั้นเพราะการไปวุ่นวายกับแปลงสมุนไพรของตระกูลจะมีแต่ความยุ่งยากใจ ไหนจะผู้อาวุโสผู้ดูแลแปลงสมุนไพรที่รังเกลียดวาเลนเข้าใส้อีก เขายังจำถึงวันแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาได้ ผู้อาวุโสชราผู้ถือไม้เท้านี้ดูท่าทีไม่น่าคบหา ชายชราคนนี้มีนัตย์ตาที่อำมหิต วาเลนหวิดที่จะโดนฟาดด้วยไม้เท้าในมืออยู่หลายคราเพราะอยู่ในสภาวะงุงในตอนแรกเริ่ม ดีที่คารีสได้เข้ามาช่วยเอาไว้

 

 

 

 

นั่นเป็นเหตุผลให้เขาไม่สนใจในพื้นที่กว้างใหญ่ที่เป็นแปลงสมุนไพรของตระกูล

 

 

 

 

ในระหว่างรอลงแปลงสมุนไพร วาเลนนำเมล็ดมากมายออกมากองเรียงไว้หลายกอง สมุนไพรเหล่านี้หนึ่งต้นนั้นมีราคามหาศาล เพราะมันไม่สามารถหาได้ในป่าชั้นนอก กระทั้งป่าชั้นกลางบางต้นก็แทบนับนิ้วได้ วาเลนไม่ได้รู้ในเรื่องนั้น

 

 

 

เขาจัดการแยกประเภทของพวกมัน สรรพคุณใกล้ ๆ กัน สามารถนำไปปลูกแปลงเดียวกันได้  วาเลนนับได้คร่าว ๆ มีสมุนไพรไม่ต่ำกว่าแปดสิบชนิดที่เขาเก็บริบเอามาจากป่าเขตใน

 

 

 

 

สมุนไพรบางชนิดจะไม่สามารถเกิดได้หากมันไม่ได้อุณหภูมิและสภาวะที่มันต้องการ ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่ยากและลึกซึ้งเป็นอย่างมากที่จะปลูกมันสำหรับคนอื่น ๆ นั้นแทบเป็นไปไม่ได้ ต่างกับวาเลนที่มีพลังสัมผัสพิเศษ ทุกการสัมผัสล้วนทะลุทะลวงทุกเงื่อนไขแล้วดึงดูดเอาความรู้มาเปิดเผยได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

 

 

ไม่เท่านั้นบวกกับพลังธาตุพิเศษของพฤกษาที่มีจุดกำเนิดพลังมาจากพฤกษาเทวะสวรรค์ ตัวตนที่มิอาจประมาณได้ในกายของวาเลน ยิ่งทำให้วาเลนนั้นแทบจะกลายเป็นราชาของเหล่าพืชพันธุ์ก็ว่าได้ในตอนนี้

 

 

 

 

คารีสให้คนรับใช้ที่ได้มาจากท่านหญิงวิเรร่าทั้งสิ้นห้าคน เข้าทำแปลงสมุนไพรทันที ทั้งห้าคนนี้ล้วนมีประสบการณ์ด้านการปลูกสมุนไพรด้วยกันทั้งสิ้น

 

 

 

 

ทั้งห้าคนยืนดูดินปนทรายนี้ด้วยสายตาไม่มีหวัง สภาวะเช่นนี้พื้นที่เป็นดินที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกพืชเป็นอย่างมากแต่ด้วยความที่เป็นเพียงคนรับใช้การออกความคิดเท่ากับแส่หาเรื่องตาย ทั้งห้าคนได้แต่ทำใจและมีสีหน้าห่อเหี่ยวขึ้นมาทันที

 

 

 

ในกรณีนี้หากพื้นที่ไม่เหมาะสมแล้วปลูกพืชลงไป มันก็มีแค่ตายกับไม่เจริญเติบโต และหากเป็นเช่นนั้น เคราะห์กรรมก็คงไม่พ้นมาตกลงที่พวกตนทั้งห้าอย่างแน่นอน

 

 

 

 

 

แปลงสมุนไพรหน้าเรือนที่เจ็ดถูกทำขึ้นอย่างรวดเร็วและเสร็จได้ภายในเวลาไม่นาน เหลือขั้นตอนสุดท้ายคือการรดน้ำหน้าดิน

 

 

 

หนึ่งในคนงานเหล่านั้นโบกสะบัดมือหนึ่งครั้งปรากฎการเหนี่ยวนำน้ำมาจากแหล่งน้ำใกล้ ๆ  บนใบหน้านั้นปรากฎเหงื่อชื้นจากการใช้พลัง

 

 

 

 

วาเลนออกมาทันเห็นเหตุการณ์นี้ได้พอดีนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นคนอื่น ๆ ใช้พลังในลักษณะนี้ โดยปกติวาเลนเคยใช้พลังของธาตุน้ำเช่นกันแต่ไม่ใช่การเหนี่ยวนำเช่นนี้ แต่เป็นการเรียกมันมาจากอากาศ ละอองเหล่านั้นควบกลั่นกันจนกลายเป็นหยดน้ำ ก้อนน้ำ และกระแสน้ำตามลำดับ

 

 

 

 

อาจด้วยเพราะวาเลนไม่เคยผ่านการเป็นผู้ใช้เวทย์ขั้นต้นมาก่อน เขาแปลงสภาพเลือดและถูกทรมานโดยโดมมายากฎสวรรค์ และตื่นขึ้นมาในขั้นของผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงเลยทีเดียว

 

 

 

 

การเหนี่ยวนำพลังนั้นเป็นพื้นฐานสำหรับนักเวทย์ทุกคนที่ยังไม่เข้าใจการหยิบยืมในพลังของธรรมชาติจากธาตุนั้น ๆ หากบรรลุความเข้าใจในระดับที่สูงขึ้นแล้วการใช้งานก็จะยิ่งง่ายขึ้นไปอีกเท่าตัว

 

 

 

 

 

"พอได้แล้ว"วาเลนเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้ใช้เวทย์ธาตุน้ำนั้นหมดพลังไปกับการเหนี่ยวนำสายน้ำจนแทบทรงตัวไว้ไม่อยู่

 

 

 

 

"ที่เหลือเดี๋ยวข้าจะจัดการเอง"วาเลนพูดขึ้นด้วยสีหน้าเฉยชา พาให้คนรับใช้ทั้งห้ามีสีหน้าตะลึงตะลาน นี่มันงานของคนสวน! คุณชายเจ็ดจะลงมาทำเองได้อย่างไร

 

 

 

 

วาเลนมีสีหน้าแปลกใจที่คนทั้งห้าพร้อมใจกันทรุดตัวโขกหัวลงกับพื้นก่อนจะเร่งร้องบอกขออภัยอย่างพร้อมเพียงจนเสียงดังระงม

 

 

 

 

 

"เกิดอะไรขึ้น"วาเลนหันไปถามคารีสอย่างตกใจ

 

 

 

"พวกเขาคิดว่าท่านไม่พอใจและขับไล่"คารีสกล่าวเบา ๆ เขาเข้าใจคนทั้งห้าดีการกระทำนี้สำหรับคนอื่น ๆ เสมือนเป็นการขับไล่แต่ด้วยเพราะอยู่กับคุณชายเจ็ดมานานจึงทำให้รู้ว่าระเบียบการปฏิบัติธรรมเนียมต่าง ๆ นั้นใช้กับคุณชายเจ็ดคนนี้ไม่ได้

 

 

 

 

คุณชายผู้นี้ไม่ยึดถือการปฏิบัติเฉกเช่นที่คนอื่นกระทำกัน ราวกับเขานั้นไม่เคยรับการสอนสั่งเช่นนี้มา แต่คนทั้งห้านั้นไม่เคยรับรู้จึงทำให้ถูกคิดไปว่าพวกตนถูกไล่ตะเพิดให้ออกไปด้วยเพราะสร้างความไม่พอใจให้แก่คุณชายเจ็ด

 

 

 

 

"ข้าต้องการจะบอกเพียงว่า ตอนนี้ข้าพอใจแล้ว ที่เหลือเป็นสิ่งที่ข้าจำต้องทำเองมิอาจให้ใครเห็นได้ เพราะฉะนั้น พวกเจ้าค่อยมาใหม่ในวันพรุ่งนี้"วาเลนบอกก่อนจะเดินผ่านคนทั้งห้าที่คุกเข่าไป เขาเดินสำรวจแปลงสมุนไพรพลางคิดคำนวนว่าจะทำการปลูกอย่างไรให้ครอบคลุมกับเมล็ดพันธุ์ที่มี

 

 

 

 

คารีสส่งสัญญาณให้คนงานทั้งห้ากลับไป เมื่อวาเลนเห็นว่าไม่มีใครแล้วจึงหันไปยิ้มกรุ้มกริ่มให้คารีสทันที

 

 

 

 

"ข้าต้องการฝน"วาเลนพูดยิ้ม ๆ

 

 

 

 

คารีสตอบสนองอย่างฉับไว วิหคสายฟ้าถูกเรียกออกมาทันที ก่อนที่เขาจะสื่อจิตไปที่มันว่าต้องการสิ่งใด

 

 

 

ด้วยขนาดตัวที่เติบใหญ่แล้วของมัน การกระพือปีกไม่กี่ทีก็ทำให้รอบ ๆ บริเวณนั้นเต็มไปด้วยมวลอากาศที่บิดตัว ความชื้นมหาศาลถูกพัดให้มากระแทกกัน ประกายสายฟ้าเล็ก ๆ จากปีกของวิหคสายฟ้านั้นเป็นตัวเร่งอุณหภูมิความร้อนก่อนที่ฝนหยดแรกจะบังเกิดขึ้นและตกลงมา ตามด้วยห่าฝนที่ทำให้แปลงสมุนไพรของวาเลนชุ่มชื้นทันที วิธีนี้ง่ายกว่าเห็น ๆ

 

 

 

 

วาเลนยิ้มด้วยสีหน้ามีความสุข ในใจเต็มไปด้วยความแช่มชื่น นี่เองสินะที่เป็นที่มาของคำว่า เรียกฝน สั่งฟ้า ได้ดังใจ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.667K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,171 ความคิดเห็น

  1. #2682 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 17:20

    ขอบคุณ
    #2,682
    0
  2. #2411 kimurakung (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 20:03
    สนุกจริงๆ ค่อยๆดูการพัฒนาของพระเอก ^^
    #2,411
    0
  3. #2076 got7bam1a (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 21:22

    สนุกกกกกกกกกกกกก กริ๊ดดดดดด สนุกทุกตอนน

    #2,076
    0
  4. #1906 Keam_IFNT (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 12:36
    เริ่ดจ่ะพ่อคนสวน55
    #1,906
    0
  5. #1747 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 16:33
    555555 ชอบมากแบบนี้ นกเริ่ดอะ
    #1,747
    0
  6. #1649 papaworld (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 09:17
    นกมีประโยชน์และ
    #1,649
    0
  7. #1571 Pimmy_01 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 04:00

    55555 เอ็นดูวว
    #1,571
    0
  8. #1432 Deppyy (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 17:58
    ยิ่งกว่าเรียกฝนสั่งฟ้า คือ ใช้คนอื่นเรียกให้ 55555
    #1,432
    0
  9. #1385 Chaos I (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 05:44
    ขงเบ้งเห็นคงกระอักเลือดตกตาย5555
    #1,385
    0
  10. #1300 tanagorn29 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 10:49
    เรียกคาลิคแต่แรกก็จบไปนานแล้ว
    #1,300
    0
  11. #1244 KARENA (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 23:10
    5555 น้องงงงงงง
    #1,244
    0
  12. #1227 มิลุนซัง (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 04:41

    รอติดตามค่ะ
    #1,227
    0
  13. #1211 Empty_Mind (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 13:22
    เป็นข้าเป็นทาสเขาก็ได้แต่รับกรรมไป
    จะแสนดีหรือเลวร้ายก็คือนาย
    เขาให้อยู่หรือให้ตายไม่กล้าขัดขืน
    เราทุกคนต่างก็เป็นทาสทั้งนั้น..
    อยู่ที่ว่าเราเป็นทาสสิ่งใด
    #1,211
    0
  14. #1209 ลิงน้อยสุดเอ๋อ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 13:18
    เก่งมากลูกว่าที่เศรษฐีตัวน้อย
    #1,209
    0
  15. #1204 mingdaya (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 11:25
    คารีมเก่งมาก
    #1,204
    0