คนสวนกับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา

ตอนที่ 37 : คนสวนกับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 36 ร่างสถิตวิญญาณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,238
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,898 ครั้ง
    9 มี.ค. 63

คนสวนกับต่างโลก  ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 36 ร่างสถิตวิญญาณ

 

 

 

องค์ชายสามและกาเร็ทล้วนแปลกใจเมื่อเห็นวิหคอมตะใกล้ ๆ ทำไมวิหคปกปักษ์ราชวงศ์ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ มันควรอยู่ข้างกายบิดาของเขาไม่ใช่หรือ

 

 

 

ไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่ามันมาด้วยเจตนาใด แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือมันแสดงท่าทีคุกคามดุร้ายใส่คุณชายเจ็ด

 

 

 

 

พลังงานสีทองขนาดใหญ่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องเหนือหัวของวาเลน วิหคอมตะคือสัตว์อสูรที่ปลดล็อกวิญญาณและสติปัญญาของมัน ก้าวเข้าสู่อีกขั้นของสัตว์อสูรระดับสูง ที่เรียกว่า อสูรศักดิ์สิทธิ์มาช้านานเคียงคู่กับกษัตริย์หลายยุคสมัยของราชวงศ์กรีนแลนด์

 

 

 

 

การดำรงอยู่ของมันคือการสถิตร่างย้ายวิญญาณ มันใช้เศษเสี้ยววิญญาณของมันนั้นแฝงไปกับร่างสถิตที่มันเลือก จึงทำให้มันสามารถรับรู้ถึงพัฒนาการต่าง ๆ ของร่างสิ่งมีชีวิตที่มีวิญญาณของมันสถิตแฝงไว้อยู่ได้

 

 

 

การเลือกร่างสถิตของมันจะอยู่ในช่วงเวลาที่เจ้าของคนเก่าใกล้จะตาย หรือที่ผู้คนในราชวงศ์เรียกว่า ช่วงเวลาแห่งการคัดเลือกกษัตริย์องค์ใหม่ มันจะชิงย้ายวิญญาณหาร่างที่ทรงพลังใหม่เสียก่อนที่ผู้ที่มันทำพันธะสัญญาด้วยจะตกตาย มิเช่นนั้นพันธะสัญญาจะคร่าชีวิตของมันให้ตกตายตามลงไปด้วยเช่นกัน

 

 

 

 

มันใช้วิธีนี้มาหลายร้อยปี นับตั้งแต่ที่เจ้าของคนแรกของมันได้ตายลง มันเป็นเชื้อสายปลายแถวที่ยังคงมีความสามารถพิเศษของสายเลือดวิหคชั้นสูงไหลเวียนอยู่ภายในกาย

 

 

 

 

แม้มิอาจเทียบกับบรรพบุรุษของมันได้ แต่มันก็ยังมีอำนาจที่ไม่ธรรมดา ความลับนี้ของมันจะคงอยู่ตลอดไปและตายไปพร้อมคู่หูรุ่นถัด ๆ ไปของมัน

 

 

 

 

ตราบเท่าที่มันต้องการ  จะไม่มีใครสามารถกำจัดมันได้ เพราะเศษเสี้ยววิญญาณที่ถูกฝากไว้ในร่างสถิตนั้นจะคล้ายกับปรสิตที่กัดกินชีวิตและจิตวิญญาณ เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนผ่านมันจะแสดงอำนาจเข้ายึดครองทั้งร่างกายและทำลายจิตวิญญาณดั้งเดิมทันที ก่อนจะผสานเข้ายึดครองร่างสถิตอย่างสมบูรณ์

 

 

 

 

แต่มิคาดว่าชะตาชีวิตของมันจะโชคร้ายพอที่จะทำให้วงจรชีวิตของมันต้องเวียนว่ายมาบรรจบพบเจอกับวาเลนได้หลังจากช่วงเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมา เปลวไฟสีน้ำเงินที่ลี้ลับนี้มิได้เผาไหม้และกดดันพลังงานส่วนเกินจากแก่นเวทย์อสูรแต่เพียงเท่านั้น

 

 

 

 

มันยังล้วงลึกถึงแก่นวิญญาณของวิหคอัคคี ยกระดับวิญญาณของมันให้มีพลังที่แข็งแกร่งขึ้นเพื่อรองรับพลังงานอันยิ่งใหญ่ ที่ตัวมันยังไม่สามารถดูดซับได้ทั้งหมด

 

 

 

พลังงานที่คงค้างนี้มากพอที่จะสามารถยกระดับให้มันกลายเป็นสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์ตนใหม่ได้ในทันที

 

 

 

 

เปลวไฟที่ไม่ธรรมดานี้ยกระดับให้วิหคอัคคีอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับวิหคอมตะที่แววตาของมันเริ่มเกิดประกายหวาดกลัวกับเปลวไฟสีน้ำเงินตรงหน้า เศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่เหมือนกาฝากของมันกำลังถูกเผาไหม้ทำลายโดยเปลวไฟชนิดนี้ 

 

 

 

วิญญาณปรสิตที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กับร่างต้นของมันนั้นกำลังค่อย ๆ ถูกทำลาย นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ วิหคอมตะนั้นรับรู้ถึงอันตราย การทำร้ายที่ร่างกาย นั่นเทียบไม่ได้กับการถูกทำร้ายที่จิตวิญญาณ

 

 

 

 

 

วาเลนรอบสังเกตุอากัปกิริยาอาการนี้ของมันอย่างตั้งใจ วิหคอัคคีที่ดิ้นทุรนทุรายถูกวาเลนที่เคลื่อนกายเข้าประชิดจับกดกับพื้นดินในทันที ฝ่ามือที่มีเปลวไฟสีน้ำเงินถูกถ่ายเทเข้าใส่วิหคอัคคีอย่างต่อเนื่อง มันลุกโชนอย่างบ้าคลั่งเผาผลาญ ปรับเปลี่ยนร่างของวิหคอัคคีอย่างเอาแต่ใจ

 

 

 

 

เด็กชายรับรู้ถึงจิตวิญญาณกาฝากนี้ได้นานแล้ว จากการรักษาวิหคทมิฬขององค์ชายหนึ่ง เขาคาดคะเนเรื่องเล่าของราชวงศ์จากบันทึกเก่าแก่จากหอสมุดของตระกูล สัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์นี้มีไม่มาก เรื่องของมันจึงกลายเป็นประวัติให้อนุชนรุ่นหลังได้เรียนรู้

 

 

 

 

แต่จะมีผู้ใด ที่มีสัมผัสพิเศษรับรู้เรื่องราวลึกลับเหล่านี้ได้เหมือนวาเลน เรื่องที่ถูกบันทึกเป็นเพียงการคาดเดาแต่เพียงเท่านั้น มันยังไม่ใช้ข้อสรุปที่ชัดเจน แต่สัมผัสพิเศษของวาเลนไม่มีสิ่งใดปกปิดจากมันได้ เขาสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนใหญ่ในเรื่องที่ถูกปกปิดแอบแฝงไว้ได้เพียงแค่สัมผัสเดียว

 

 

 

องค์ชายสามลอบหลั่งเหงื่อเต็มกาย เขาเป็นหนึ่งในนักเวทย์ที่ปลุกพลังธาตุไฟขึ้นมาได้ การศึกษาธาตุไฟจึงเป็นหนึ่งในแนวทางการฝึกของเขา  การจะคาดเดาถึงเปลวไฟลึกลับตรงหน้าจากการศึกษาบันทึกของราชวงศ์พอจะทำให้เขาอนุมานได้ว่า นี่เป็นหนึ่งในเปลวเพลิงในตำนาน พลังของมันเป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดา

 

 

 

บันทึกของราชวงศ์ได้กล่าวถึงเปลวไฟเหล่านี้เอาไว้อย่างชัดเจนว่า บางครั้ง บางครา ก็มีคำเรียกพวกมันในอีกหลาย ๆ ชื่อเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น"เปลวไฟแห่งการวิวัฒน์"  "อัคคีชำระกาย" หรือแม้แต่ "เพลิงผลาญวิญญาณ" แต่ถึงอย่างนั้นส่วนใหญ่ผู้คนก็ยังรู้จักและเรียกมันในชื่อ เปลวเพลิงแรกกำเนิดอยู่ดี

 

 

 

 

เหตุที่เป็นเช่นนี้นั้นเพราะไม่มีใครสามารถล่วงรู้ถึงอำนาจที่ลี้ลับทั้งหมดของมันได้ มันกลายเป็นเพลิงที่อัศจรรย์ และกล่าวขวัญถึงในอดีตเป็นอย่างมาก  น่าเสียดายที่การปลุกมันขึ้นมาได้ มีความเป็นไปได้ที่น้อยมาก จนแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะได้ครอบครองมัน เทียบได้ในอัตราหนึ่งต่อหลาย ๆ ล้านคน อาจจะมีอัจฉริยะที่ฟ้าประทานซักหนึ่งคน ที่ได้รับพรสวรรค์นี้มา

 

 

 

 

องค์ชายสามและกาเร็ทมองดูอย่างหวั่นใจ เขาไม่เข้าใจการกระทำนี้ของวาเลนแม้แต่น้อย แต่ที่ไม่เข้าใจมากกว่าคือ ทำไมปักษาของบิดาเขาถึงได้มีท่าทีเช่นนี้ได้ มันทำราวกับวาเลนนั้นเป็นปฏิปักษ์กับตัวมัน

 

 

 

 

กร๊าวววววว 

 

 

 

 

เสียงราวระฆังสวรรค์ ดังกังวาลกึกก้อง พลังงานสีทองกดทับลงมาที่วาเลนทันที คลื่นพลังงานนี้ก่อเกิดอำนาจที่ไม่ธรรมดา ก่อตัวเป็นร่างเงาปักษาสีทองขนาดใหญ่  มันพุ่งเข้าใส่วาเลนอย่างประสงค์ร้าย เมื่อเห็นว่าเขานั้นเพิ่มเปลวเพลิงแรกกำเนิดให้เผาไหม้วิหคอัคคี

 

 

 

 

 

 

 

โฮกกกกก ตรึม  ตรึมมม

 

 

 

 

อำนาจสีทองที่เปล่งประกายไม่แพ้กันพลันสว่างวาบขึ้นมาจากพื้นดินทันที มันมีอาณาเขตไม่ตำ่กว่าหนึ่งกิโลเมตร จากตัวของราชสีห์ขนทองคำ นี่คืออำนาจอาณาเขตของราชาเผ่าพันธุ์ !

 

 

 

 

แรงกดดันที่เกิดจากร่างพลังงานของวิหคอมตะเหล่านั้นถูกพลังงานของพื้นดินดูดซับไปในทันที อาณาเขตของราชสีห์ขนทองคำนี้ราวกับไม่อนุญาตให้มันเข้ามา

 

 

 

 

แต่อาณาเขตนี้มิสามารถยับยั้งร่างพลังงานสีทองของวิหคอมตะที่ดิ่งลงมาได้ ราชสีห์ขนทองคำที่เห็นท่าไม่ดีก็ดีดตัวพุ่งเข้าหาร่างพลังงานของวิหคอมตะทันที ก่อเกิดการปะทะที่แทบไม่มีใครคาดฝัน

 

 

 

อำนาจนั้นก่อให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงขึ้น  เศษฝุ่นเศษหินถูกพัดม้วนตลบอบอวนกระเด็นขึ้นไปในอากาศ แรงลมมหาศาลกระหน่ำพัดออกไปทุกทิศทางโดยมีใจกลางจากสองอสูรที่กำลังห้ำหั่นกัน

 

 

 

 

 

 

เศษเสี้ยววิญญาณของมันในร่างของวิหคอัคคีกำลังถูกเผาไหม้! เปลวเพลิงที่อัศจรรย์นี้แผดเผากำจัดราวกับมันเป็นเนื้อร้ายเป็นสิ่งแปลกปลอมภายในร่างกายที่ต้องถูกชำระ!

 

 

 

 

วิหคอมตะจึงไม่กล้าที่จะชักช้าอีกต่อไป การโจมตีที่ดุดันละลอกถัดไปจึงถูกจู่โจมลงมาทันที  พลังงานนี้เพียงหมายมาดที่จะหยุดยั้งเด็กชายเบื้องหน้าเพียงเท่านั้น

 

 

 

 

แต่มันไม่สามารถเป็นเช่นนั้นได้ ยามเมื่อราชสีห์ขนทองคำยังคงอยู่ใกล้ ๆ  สัตว์อสูรตัวนี้ถึงแม้จะมีพลังที่ตำ่กว่ามัน แต่กลับมีอำนาจของ อาณาราชาหนุนเสริม การต่อสู้จึงเป็นไปในลักษณะยันกันไปมา ไม่สามารถจบการต่อสู้ลงได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ

 

 

 

 

นัตย์ตาของมันเปล่งประกายวาวโรจน์ วิหคอมตะใช้เวลาเฝ้ามองไม่กี่อึดใจก็พลันเห็นช่องโหว่ที่เป็นอันตรายของราชสีห์ขนทองคำจนได้

 

 

 

 

 

บอลพลังงานสีทองถูกมันคายออกมา ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาราชสีห์ขนทองคำทันที มันซ่อนตัวไปกับรัศมีของบอลพลัง ช่วงเวลาที่มันรอคอยมาถึงแล้ว ขณะที่ราชสีห์ขนทองคำจดจ้องกับการรับมือกับบอลพลังงานนี้ จู่ ๆ ด้านหลังของมันก็มีเงาขนาดใหญ่ทาบทับลงมา

 

 

 

 

กรงเล็บสีทองที่ทรงอำนาจกางออกตะปบจับไปที่กลางหลังซึ่งเป็นจุดบอดของมันก่อนที่แรงกระพืออันมหาศาลจากปีกของวิหคอมตะจะเกี่ยวตัวที่ใหญ่โตราวกับม้าของราชสีห์ขนทองคำเหินขึ้นฟ้าในทันที การมีชีวิตอยู่มานานทำให้เล่ห์เหลี่ยมของมันแพรวพราวมากกว่า

 

 

 

 

ยามเมื่อไม่มีพลังจากพื้นดินค้ำจุล อำนาจอาณาเขตของราชสีห์ขนทองคำก็พลันหายไป เมื่อโดมที่ปกป้องวาเลนจางหาย ลูกไฟที่ร้อนแรงราวกับดาวตกสีทองก็พุ่งทะยานเข้าใส่เผาไหม้ลงมาจากฟากฟ้าในทันที

 

 

 

 

 นี่เป็นการโจมตีทั้งสองทางของมัน ความร้อนมหาศาลบดขยี้อากาศเป็นทางยาวทิ้งรอยแผลสีขาว ราวกับไอพ่นของเครื่องบินไว้ในอากาศ

 

 

 

 

"คุณชายเจ็ด"เสียงเรียกอย่างตกใจขององค์ชายสามตะโกนก้อง แต่ผิดคาดที่วาเลนกลับไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์ตรงหน้า

 

 

 

 

นัตย์ตาของเด็กชายยังคงสงบนิ่ง เพราะเขารู้ว่าเพียงการโจมตีแค่นี้ยังไม่สามารถทำอันตรายใด ๆ เขาได้ หลังจากสมบัติที่ได้มาจากเขตป่าชั้นในที่กลายเป็นทรัพยากรอย่างดี ทำให้วาเลนมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าอย่างน่าตกตะลึง

 

 

 

 

มือข้างหนึ่งที่กดวิหคอัคคีเอาไว้ถูกละแล้วยื่นออกไป กำแพงดินขนาดใหญ่พลันทะยานพุ่งขึ้นปะทะกับลูกไฟสีทองทันที นี่คือพลังจากธาตุดิน! ช่วงเสี้ยววินาทีที่มันปะทะกับลูกไฟสีทอง มันถูกป่นทำลายแทบจะในทันทีแต่เมื่อลูกไฟสีทองทะลุกำแพงแรกมาได้ กำแพงที่สอง และสามก็ทะยานขึ้นมาติด ๆ กัน ลูกไฟสีทองพลันหยุดชะงัก และหมดพลังในกำแพงสี่ มันไม่มีกำลังพอที่จะทลายกำแพงเหล่านี้ทั้งหมดได้

 

 

 

 

"ธะ ธาตุดิน อะ อีกแล้วเหรอ นี่มันบ้าอะไรกัน .... เขามิใช่นักเวทย์ไตรธาตุ หรือ....เขากลายเป็นนักเวทย์จตุรธาตุแล้วในตอนนี้ " กาเร็ทพูดอย่างลนลาน นักเวทย์ไตรธาตุนั้นนับได้ว่าแทบมิอาจหาได้แล้วในปัจจุบันนี้ แต่เบื้องหน้าเขากลับมีนักเวทย์จตุรธาตุปรากฏออกมา เขาคือคุณชายสวะ ที่ผู้คนกล่าวขานถึง นี่เป็นไปได้อย่างไร

 

 

 

 

ดิน ลม ไฟ และพฤกษา นี่ไม่เท่ากับว่าถ้าเขามีธาตุเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งธาตุ มิกลายเป็นว่า เขาคือนักเวทย์เบญจธาตุในตำนานหรอกหรือ

 

 

 

 

สวรรค์! หากท่านจะรักใคร ก็มิใช่ว่าต้องทุ่มเทให้เขาขนาดนี้มิใช่เหรอ นี่มันลำเอียงมากเกินไปแล้ว กาเร็ทครวญครางในใจ

 

 

 

 

วิหคอมตะไม่สนใจ ว่าการโจมตีของมันล้มเหลวหรือไม่ ร่างพลังงานสีทองของมันถูกปลดปล่อยออกมาอีกครา หลังจากที่ครั้งแรกราชสีห์ทองคำเข้าปะทะขวางเอาไว้ได้

 

 

 

 

มันหวังเพียงให้วาเลนปล่อยมือและหยุดส่งพลังเปลวเพลิงแรกกำเนิดให้วิหคอัคคีแต่เพียงเท่านั้น เพื่อที่วิญญาณของมันจะได้ทำการยึดครองร่างนี้ในทันที ที่เป็นอิสระ พลังงานภายในวิหคอัคคีที่มันสัมผัสได้นั้นยังคงค้างมากมาย หากมันยึดครองและซึมซับพลังทั้งหมดนั้นได้ มันจะกลายเป็นวิหคที่กำเนิดใหม่และมีอนาคตที่สดใสมากกว่าเดิมในทันที ในตอนนี้ นี่เป็นร่างสถิตที่มันได้เลือกแล้ว! วิญญาณของมันจะถูกทำลายไม่ได้

 

 

 

 

ร่างพลังงานสีทองของวิหคอมตะนี้ราวกับมีชีวิตจิตใจ มันพุ่งทะยานเข้าใส่วาเลนอีกครั้งอย่างรวดเร็ว คราวนี้มันบินฉวัดเฉวียนอย่างไม่อาจเดาทิศทางได้ กำแพงดินไร้ความหมายสำหรับมันในทันที

 

 

 

เมื่อวาเลนเห็นอย่างนี้ก็ยิ่งมีความมั่นใจในสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้

 

 

 

 

"ฮึมมม เจ้านกเห็นแกตัว เจ้าสามารถถอนวิญญาณกลับไปได้ แต่เลือกที่จะไม่ทำ วิญญาณของเจ้าราวกับปรสิตที่กัดกินชีวิตคนอื่นราวกับเติมเชื้อไฟ เพื่อให้ตัวเองอยู่รอดเจ้าไม่สนใจว่าชีวิตคนอื่นจะเป็นเช่นไร งั้นหรือ!"

 

 

 

 

 

"ก็ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้...ก็มาดูกันว่าเจ้ามีปัญญาทำเช่นไร.... ออกมา มอโธ่ร่า" วาเลนคำรามอย่างหงุดหงิดใจ เขาไม่กลัวว่าวิหคอมตะจะทำอันตรายอะไรเขาได้ แต่การรับมือสองทางนั้นเสี่ยงเกินไป หากมีเหตุให้เขาปล่อยมือจากวิหคอัคคีตอนนี้ ร่างของมันจะกลายเป็นหุ่นเชิดของวิหคอมตะในทันที

 

 

 

 

รัศมีสีขาวแผ่กระจาย เมื่อสิ้นคำเรียกขานของวาเลน ภายใต้อาณาเขตไม่ต่ำกว่า สิบกิโลเมตรกลายเป็นอาณาเขตดวงดาว มืดมิดราวยามราตรี  วังวนบนท้องฟ้าปรากฏรัศมีดวงดาวแผ่กระจาย ร่างผีเสื้อขนาดใหญ่ที่ปีกของมันมีรวดลายประหลาดตาโผล่ออกมาจากวังวนทันที  ยามเมื่อมันเคลื่อนกายออกมาราวกับมหายักษ์กำลังจะหลุดจากอุโมงค์มิติมาเยือนโลก

 

 

 

เมื่อวิหคอมตะสัมผัสได้ถึง ราชินีอสูรมอโธร่า มันเบิกตากว้างอย่างตกใจ อสูรศักดิ์สิทธิ์ระดับกลาง ทั้งยังเป็นอสูรที่เป็นถึงราชินีเผ่าพันธุ์! เมื่อพบเจอกับตัวตนเช่นนั้น มันสามารถตัดสินใจได้ทันที

 

 

 

 

เคราะห์ร้ายตกอยู่กับราชสีห์ขนทองคำที่ตัวมันถูกทิ้งจากกลางอากาศ ตัวขนาดใหญ่เท่าม้าของมันพุ่งตกลงมาราวกับอุกกาบาตทันที

 

กี้ กริ๊ก กริ๊กกก

 

 

 

 

มอโธ่ร่า มองวิหคอมตะด้วยนัตย์ตากลมโต ราวกับมันเจอเรื่องถูกใจต่างกับ วิหคอมตะที่ครั้งหนึ่งแทบไม่เคยหวาดกลัวสิ่งใด บัดนี้มันเร่งทะยานหนีไปด้วยความเร็วที่ไม่อาจจิตนาการได้ เพียงอึดใจเดียวก็หายลับไป มันหลบหนีไปด้วยความหวาดกลัว อย่างที่ไม่เคยมีในชีวิตมาก่อน มันยอมสละแม้เศษเสี้ยววิญญาณของมันที่อาจทำให้ระดับขั้นต้องลดลงเมื่อถูกทำลาย

 

 

 

กี้ กี้ กี้

 

 

 

มอโธร่าร้องอย่างขัดใจ มันหันไปมองวาเลนด้วยดวงตาเศร้าสร้อย มันน้อยใจที่วาเลนบังคับให้มันซึมซับพลังจนร่างกายเติบใหญ่ มันแทบไม่สามารถเล่นกับใครได้ ไม่ว่าใครก็แทบไม่อยากเข้าใกล้ ด้วยความหวาดกลัวในขนาดตัวของมัน

 

 

 

 

สายตาเศร้าสร้อยนั้นหลุบต่ำลงอย่างเด็กเอาแต่ใจ ก่อนจะหันไปเห็นหลุมขนาดใหญ่ ที่มีบางสิ่งพยายามตะเกียดตะกาย ขึ้นมาอย่างน่าอนาถ เมื่อเห็นว่าเป็นสิ่งใด มันพลั้นมีท่าทีสดใสขึ้นมาทันที ละท่าทีหมองเศร้าเมื่อครู่นี้ให้หายไป

 

 

 

ราชสีห์ขนทองคำรู้สึกถึงลางหายนะได้ มันเหมือนลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก มันเงยหน้า ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาขนาดใหญ่ ที่ทำให้ใจคอมันสั่นไหวทันที แววตาแบบนี้ ลูกพี่มันต้องการละเล่น!  

 

 

 

กี้ กริ๊ก กริ๊ก

 

 

 

 

แง๊วววววววว



----------------------------------------------

รีบมาลงให้ไม่ได้ตรวจคำผิด ถ้าเยอะอย่าเพิ่งหงุดหงิดใจนะครับ จะมารีไรท์ให้อีกที

ขอบคุณที่ติดตาม และเป็นกำลังใจให้กันนะครับ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.898K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,171 ความคิดเห็น

  1. #3159 HqqFox (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:50
    น้องๆอสูรเขาน่ารักกันจัง555
    #3,159
    0
  2. #2845 chom-hama260144 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 08:41
    แง๊วววว555555555555
    #2,845
    0
  3. #2678 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 06:39

    ขอบคุณ
    #2,678
    0
  4. #2656 VKK42 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 18:10
    แง๊ว เป็นน้อนแงวเลยยย 5555
    #2,656
    0
  5. #2580 oatkao (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 02:38
    ไม่คิดว่าสิงโตทองตัวนี้จะมีอารมณ์ขันขนาดนี้อิอิ
    #2,580
    0
  6. #2408 kimurakung (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 19:28
    สงสาร 555
    #2,408
    0
  7. #2360 bsss27 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 22:44
    น้องน่ารักมากกกกกกกกกก
    #2,360
    0
  8. #2075 got7bam1a (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 20:10

    แงตอนนี้มีความน่ารักกกก

    #2,075
    0
  9. #2039 ไจแอนท์คุง (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 15:36

    อุ้ย..ร้องดังแง๊วเลยเรอะ

    #2,039
    0
  10. #1995 Tusemi (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 11:57
    จากสิงโตไหงร้องแง๊วเป็นแมวอ่ะ5555
    #1,995
    0
  11. #1988 Aphonse (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 18:21
    เรางงนิดหน่อย ไหนว่าการมีธาตุเยอะๆจะอันตรายไง นั่นหมายความว่าตอนแรกเปิดเผยไปว่ามีแค่ลมไม่ใช่หรอ ในตอนนี้ก็เปิดเผยเพิ่มไปคือ ไฟ ดินรวมเป็น 3 ธาตุ (ที่เปิดเผยให้พวกองค์ชายสามรู้) แต่เนื้อเรื่องในตอนนี้ที่ไรท์บรรยายในส่วนของพวกองค์ชายสามกลับบอกว่าใช้ได้ 5 ซึ่งในตอนที่ปลุกพลังแม่ได้ขอให้เก็บเป็นความลับ ก็คือชายสามจะรู้ว่าใช้ได้แค่ 3 ธาตุรึเปล่า เพราะที่ผ่านๆมาไรท์ก็ไม่ได้อธิบายแน่ชัดว่าเปิดเผยเกี่ยวกับพรสวรรค์ของวาเลนต่อคนนอกว่ายังไงบ้าง ก็เลยแอบงงว่าไรท์อาจจะสับสน เพราะถ้าพวกชายสามรู้ว่ามีถึง 5 แสดงว่ารู้ว่ามี น้ำกับพฤกษาอยู่แล้ว ถ้าคนนอกรู้ตระกูลก็ต้องรู้และก็ไม่น่าจะปล่อยไปเฉยๆโดยไม่ทำไร
    #1,988
    0
  12. #1902 Keam_IFNT (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 11:51
    โอ๊ยยยยสงสารน้อง รอให้เจ้านายอัพเกรดก่อนนะ55
    #1,902
    0
  13. #1861 Ghostmaster_zero (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 15:02
    เจอลูกพี่ทีวิวัฒนาการกลายเป็นแมวเลย-ต้าว555
    #1,861
    0
  14. #1858 hanshaa (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 22:55

    เอ็นดูน้องเหมียว โถ่ๆๆๆ เปิดมาทำเค้าเกือบตาย เป็นไงหล่ะโดนซะมั่ง555
    #1,858
    0
  15. #1854 ลัทธิเนียลอง (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 17:06
    เดี๋ยวววว ไหง่เอ็งกลายเป็นไอ่แง้วแล้วอ่ะอ้วนนนนน
    #1,854
    0
  16. #1743 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 15:55
    5555555 สงสารเจ้าเหมียวมากจริง ร้องแง๊วววววเลยยยยยยย
    #1,743
    0
  17. #1705 น่าตาดี_บ่คือไผ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 08:09
    555555 น้อนโดนกลั่นแกล้ง
    #1,705
    0
  18. #1692 Bunnie_Angles (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 16:51
    แง๊ว.... เห้ยย แกรร ร้องผิดป่ะ ต้อง โฮกกก สิ โถ่
    #1,692
    0
  19. #1642 นุ่มนิ่มเป็นสาววายฮะ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 23:54
    แง้ว คืออาร้ายย แกเป็นถึงราชสีห์เชียวนะะ มางงมาแง้ว โอ้ยน้อ555555 เจ๊มอโธร่าท่าทางแสบน่าดูเลย
    ปล.เริ่มไม่ชอบวิหคทองคำง่ะ เห็นแก่ตัวเกิ้นน
    #1,642
    0
  20. #1585 OraweeBoonklong (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 20:57
    สงสารน้อง
    #1,585
    0
  21. #1556 โม่​ โฉว (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 18:29
    ราชสีห์นี่แบบไม่อาเจ้

    ยาเมโร่!!!!!!!!!!!!!!!
    #1,556
    0
  22. #1528 Moon9 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 08:27

    สงสารเลย5555

    #1,528
    0
  23. #1485 exm_9394 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 17:50
    55555555 น้องงงงงง แง๊ว!!!
    #1,485
    0
  24. #1471 Alinas (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 01:30

    RIPเจ้าแมว

    #1,471
    0
  25. #1419 Deppyy (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 16:19
    เสียดายง่าย มอโธร่าไม่ได้ฟาดเจ้าปรสิต
    #1,419
    0