คนสวนกับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา

ตอนที่ 34 : คนสวน กับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 33 แก่นเวทย์อัคคีพันปี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,778 ครั้ง
    25 ก.พ. 63

คนสวน กับต่างโลก  ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 33 แก่นเวทย์อัคคีพันปี

 

 

การกลับมาของวาเลนในครั้งนี้สร้างความแปลกใจให้กับใครหลาย ๆ คนที่เคยสนิทชิดเชื้อกันอย่างมาก เด็กหนุ่มที่ก่อนหน้านั้น เคยทุ่มเทเวลาแทบทั้งหมดไปกับการศึกษาสมุนไพรเพียงอย่างเดียวในหอโอสถ หันกลับมาศึกษาในศาสตร์ที่หลากหลาย มากขึ้น

 

 

 

เด็กชายจะอุทิศเวลาช่วงเช้าให้กับการฝึกใช้เวทมนต์ธาตุ และการฝึกฝนร่างกาย ช่วงบ่ายเขาจะใช้เวลาไปกับการศึกษาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการหลอมสร้างอาวุธวิเศษ และยุทธภัณฑ์วิญญาณ ช่วงเย็นจะกลายเป็นช่วงเวลาที่เขาใช้หลอมโอสถและดูแลสมุนไพร สลับกับการหาข้อมูลของสัตว์อสูรในบางวัน ส่วนช่วงกลางคืนก่อนนอนและตอนเช้ามืดนั้นในแต่ละวันเด็กชายใช้มันไปกับการอ่านบันทึกและตำรา

 

 

 

 

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นทำให้วาเลนกลายเป็นเด็กชายที่หมกมุ่นและหมดเวลาไปกับการพัฒนาตนเองในแต่ละวันจนหมด

 

 

 

 

ผู้อาวุโสส่วนใหญ่ส่ายหน้าให้กับการฝึกในลักษณะนี้ของวาเลน ต่อให้คนที่เป็นอัจฉริยะก็ยังไม่เลือกการฝึกในลักษณะนี้ มันมีแต่เสียเวลาเปล่า

 

 

 

ผู้อาวุโสบางคนถึงกับยกเอาวาเลนเป็นตัวอย่างของความล้มเหลวให้ศิษย์ตนได้ดู พร้อมกำชับว่า หากเจ้าไม่อยากเป็นดังเช่นเป็ด ก็อย่างได้ทำตัวเช่น คุณชายเจ็ดของตระกูล

 

 

 

 

การยกตัวอย่างเช่นนี้เป็นเพราะต้องการชี้ให้ศิษย์ตนเห็นว่า เป็ด เป็นสัตว์ที่ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง มันว่ายน้ำได้แต่ก็ไม่ดี บินก็ได้แต่ก็ไม่ชำนาญ การเอาดีหลาย ๆ ด้านเป็นการฝึกที่เป็นไปไม่ได้ เจ้าควรรู้ดีในด้านใด ด้านหนึ่งไปเลย

 

 

 

 

วาเลนนั้นมิได้ใส่ใจกับหลาย ๆ เสียงที่วิพากษ์วิจารณ์ ตัวของเขานั้นรู้ดีว่าการฝึกในลักษณะนี้นั้นหฤโหดขนาดไหน แต่การฝึกในลักษณะนี้ก็เหมือนกับการเรียนมหาวิทยาลัย ในโลกก่อนที่วัน ๆ หมดไปกับการเรียนที่ไม่ต่ำกว่า สามถึงสี่ กระบวนวิชา เหนือสิ่งอื่นใดที่วาเลนกล้าที่จะฝึกเช่นนี้ได้เพราะเขาต่างจากผู้เยาว์คนอื่นในตระกูล

 

 

 

เขาไม่จำเป็นต้องประหยัดการใช้ทรัพยากรบ่มเพราะ ไม่จำเป็นต้องร้องขอสิ่งใดต่อผู้เป็นอาจารย์หรือทำงานหนักเพื่อแลกกับทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดของตระกูล นั่นจึงเป็นเหตุผลให้วาเลนกล้าที่จะเรียนรู้ในบางสิ่งที่สนใจโดยไม่สนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น

 

 

 

 

เช้านี้ก็เป็นอีกวันที่วาเลนนั้นหมกตัวอยู่ในห้องใต้ดินของเรือนที่เจ็ด เขากำลังบ่มเพราะพลังจากผลึกสีใสที่มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับไข่หนึ่งใบ การดูดซับพลังจำต้องใช้เวลา มิสามารถเร่งรัดเอาได้ ขั้นตอนนี้จำต้องค่อยเป็นค่อยไป หากฝืนดูดซับมากเกินไป จะทำให้ร่ายกายรับภาระไม่ไหว จนถึงขั้นตกตายได้

 

 

 

พลังที่บริสุทธิ์ค่อย ๆ ไหลผ่านเข้าไปในกายของวาเลนอย่างสม่ำเสมอ ผลึกก้อนนี้มีธาตุลมที่บริสุทธิ์ถึงมันจะมีขนาดไม่ใหญ่มากแต่การดูดซับมันก็ใช้เวลาที่ยาวนานพอดู วาเลนใช้จิตใจเข้าไปรับรู้ถึงสภาพภายในของขอบมหาสมุทรแห่งพลัง

 

 

 

ภายในนั้นเขาได้เห็นพัฒนาการของพลังธาตุที่เด่นชัดอย่างธาตุลมยามเมื่อได้ดูดซับพลังจากแก่นเวทย์อสูร พลังลมที่บริสุทธิ์เข้าไปเสริมให้ขนาดของพายุที่หมุนวนอยู่เหนือมหาสมุทรแห่งพลังมีขนาดใหญ่ขึ้นและรุนแรงมากขึ้น มิเท่านั้นมันยังสร้างตาพายุลูกใหม่ขึ้นมาใกล้ ๆ กันอีกด้วย  และเพราะขนาดของมันทำให้วาเลนตัดสินใจหันไปมองยังมหาสมุทรธาตุอื่น ๆ 

 

 

 

การที่เขาเป็นผู้ใช้ธาตุทั้งห้า หรือที่ผู้คนเรียกว่า นักเวทย์เบญจธาตุนั้น ทำให้มหาสมุทรจุดกำเนิดพลังแบ่งการมีอยู่ของมันออกเป็นห้าส่วน ส่วนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคงหนีไม่พ้นมหาสมุทรแห่งพฤกษา ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา มากกว่าส่วนไหน ๆ ในขอบเขตของพลัง

 

 

 

วาเลนยังไม่เข้าใจในมหาสมุทรแห่งพฤกษานี้มากนัก ราวกับว่ามันมีพลังที่เขายังไม่รู้จักคอยพิทักษ์เอาไว้ พฤกษาที่สูงใหญ่ที่สุดในมหาสมุทรนั้นราวกับคงอยู่มาแสนนาน มันเติบโตโดยแทบไม่ต้องใช้พลังงานจากภายนอก นี่คือสิ่งที่วาเลนสงสัย และข้องใจมากที่สุด พฤกษาเหล่านี้เอาพลังงานที่ไหนมาพัฒนา หรือมันมีแหล่งที่มาของพลังจากภายในที่เขาไม่รู้

 

 

 

 

วาเลนขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดใจที่ไม่อาจหาคำตอบของคำถามเหล่านี้ได้คงต้องปล่อยเรื่องนี้เอาไว้ก่อน การจมจ่ออยู่กับปัญหาที่ยังไม่สามารถหาคำตอบได้เป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์  ตราบเท่าที่มันไม่มีปัญหาใด ๆ เขาจะปล่อยให้มันเป็นไปในลักษณะนี้ก่อน ถึงแม้จะหาคำตอบไม่ได้แล้วจะอย่างไร ขอเพียงแค่มหาสมุทรแห่งพลังธาตุพฤกษายังขยายใหญ่ออกไปอย่างต่อเนื่อง เขาก็แทบไม่ต้องทำสิ่งใดให้กับมันอีก นี่เป็นผลดีไม่ใช่หรือ

 

 

 

 

พูดได้ว่าในบรรดาผู้ใช้เวทมนต์ธาตุพฤกษาเขานับได้ว่ามีโชควาสนามากที่สุด

 

 

 

 

มหาสมุทรแห่งพลังอื่น ๆ นั้นยังดูไม่ทรงอำนาจเท่ากับสองเขตมหาสมุทรที่กล่าวมา

 

 

 

มหาสมุทรธาตุน้ำนั้นยังคงเต็มไปด้วยวังน้ำวนที่ดูอันตรายแต่มันกลับมิได้กว้างใหญ่จนดูน่ากลัว  ส่วนธาตุดินก็ยังไม่มีทีท่าที่จะขยายขอบเขตพื้นที่พลังเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้  มหาสมุทรที่ดูสงบที่สุดกลับกลายเป็นมหาสมุทรแห่งธาตุไฟ เปลวเพลิงที่ดูอย่างไรก็ไม่ชินตา สีฟ้าน้ำเงินของเปลวเพลิงแรกกำเนิดในตำนานนั้น มันเป็นอัคคีที่ลึกลับที่สุดในโลกก็ว่าได้ วาเลนเคยใช้มันในการฟักสัตว์อสูรทั้งสองตัว และใช้มันชำระสมุนไพร บางครั้งก็ใช้มันในการปรุงยา แต่มิว่าจะใช้มันมากเท่าไหร่  อำนาจของมันก็ไม่แม้แต่จะเพิ่มให้เห็นสักนิดเดียว ผิดกับธาตุลมที่เติบโตขึ้นทุกครั้งที่เขาใช้มัน

 

 

 

 

"หากตอนนี้เจ้ามิได้ใส่กำไลเร้นพลัง... แม่คงได้มีเรื่องน่าแปลกใจเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่องใช่หรือไม่" ท่านหญิงวิเรร่ามองมายังบุตรชายด้วยประกายตาระยับ เธอไม่สามารถจับพลังของวาเลนได้เพราะยุทธภัณฑ์วิญญาณที่เธอมอบให้เหล่าผู้ค้นหาเพื่อพาบุตรชายออกมา กำไลอันนี้มีความสามารถที่ประหลาดมันสามารถลบเลือน ซ่อนเร้นพลังงานของผู้ใช้ได้ บุตรชายของเธอนั้นดูดซับพลังจากแก่นเวทย์อสูรมาหลายต่อหลายอัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่หยุดการซึมซับพวกมันแม้ซักวันเดียว เธอคาดว่าระดับพลังของบุตรชายเธอคงมิใช่ระดับธรรมดาสามัญอีกต่อไป

 

 

 

 

แม้จะมีผู้คนไม่เห็นด้วยกับการฝึกของบุตรชายเธอในลักษณะนี้ แต่เธอจะมีท่าทีเช่นเดียวกันนี้กับบุตรชายเธอไม่ได้ ไม่ว่าเส้นทางที่วาเลนเลือกจะเป็นเช่นไร เธอพร้อมที่จะสนับสนุนในบุตรชายเพียงคนเดียวของเธอ

 

 

 

 

"ข้าอาจจะทำหลายเรื่องให้ท่านแม่แปลกใจ แต่นั่นก็ยังไม่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ท่านแม่ทำได้ในตอนนี้....." วาเลนมองไปยังข้อมือน้อย ๆ ของเธอที่ก่อนหน้านี้ไม่มีกำไลประหลาดที่มีลักษณะคล้าย ๆ กันกับที่เขามี แต่ตอนนี้มันกลับปรากฎอยู่ข้อมือของมารดาแสดงให้เห็นว่ามันถูกใช้เพื่ออะไรบางอย่าง กำไลที่เหมือนกันแต่ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างกว่า

 

 

 

 

"ตาแหลม เสียจริง"ท่านหญิงวิเรร่าเผลอยิ้มออกมาอย่างชอบใจ ลูกไม้จะหล่นไกลต้นได้อย่างไร ลูกเป็นเช่นไร แม่ก็เป็นเช่นนั้น วาเลนนั้นเริ่มสนใจในศาสตร์แห่งการหลอมสร้างอาวุธ และยุทธภัณฑ์ ก็เพราะสมบัติต่าง ๆ ที่มารดาให้มาแต่ละชิ้นนั้น แทบจะมีระดับพลังที่ไม่ธรรมดาเลยซักชิ้นเดียว  ครั้นเมื่อถามถึงที่มา เธอกลับไม่ยอมปริปากบอกแม้แต่เพียงครึ่งคำ

 

 

 

 

"นี่มิใช่กำไลเช่นที่เจ้าใส่ ถึงจะดูคล้ายแต่มันไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แม่จำต้องใส่เพราะแก่นเวทย์อสูรที่เจ้าให้นั้นทรงพลังเกินไป ยามนี้มันถูกดูดซับไปไม่ถึงครึ่งก็ดึงให้ระดับของแม่พุ่งทะยานจนไม่สามารถปกปิดได้อีกต่อไป แม่จึงจำต้องใช้ยุทธภัณฑ์วิญญาณประเภทสะกด กำกับพลังธาตุเอาไว้ มิให้ดูน่าสงสัยจนเกินไป" วาเลนไม่ประหลาดใจ ที่ระดับของมารดาจะล้ำหน้าไปไกลขนาดนี้

 

 

 

 

หากมีใครสักคนสามารถได้รับแก่นเวทย์อสูรชั้นสูงมาบ่มเพราะได้ ก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่จะเปลี่ยนให้ตัวเองนั้นกลายเป็นผู้ที่ทรงพลัง วาเลนนั้นยืนยันไม่รับแก่นเวทย์อสูรธาตุลมระดับสูงคืนจากมารดา เขาให้เหตุผลที่ว่า เขายังต้องการให้เธอเป็นหนึ่งในนักสู้ที่ทรงพลังเพื่อเป็นเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ให้แก่เขาอีกหนึ่งคน

 

 

 

 

ท่านหญิงวิเรร่าจึงยอมรับแก่นเวทย์อสูรที่สูงค่านี้อย่างไม่ลังเลใจ ในขณะที่คารีสก็ได้รับแก่นเวทย์อสูรธาตุสายฟ้าไปเช่นเดียวกัน

 

 

และในวันเดียวกันนั้น แก่นเวทย์อัคคีพันปี! หนึ่งในแก่นเวทย์หลายพันก้อนที่วาเลนมีก็ได้ถูกส่งออกไปเช่นเดียวกัน โดยมีข้อความแนบท้ายถึงองค์ชายสาม กำกับด้วยป้ายประจำตำแหน่งผู้ช่วยนักปรุงยา

 

 

 

กาเร็ทที่ได้รับมอบสิ่งของมาก่อนจะถูกส่งต่อให้องค์ชายสาม ถึงกับแข้งขาอ่อนในทันทีที่เปิดมันออกมาตรวจสอบ ของตรงหน้ามีมูลค่าที่มหาศาล จนไม่อาจประมาณได้ มันทำให้หยาดอัคคีพันปี ถึงกับกลายเป็นสิ่งของไร้ค่าเมื่อนำมาเทียบกับมัน ถึงหยาดอัคคีพันปีจะมีระยะเวลายาวนานเช่นเดียวกัน แต่มันกลับไม่บริสุทธิ์เท่าแก่นเวทย์อสูรที่วาเลนส่งมาให้ พลังที่อัดแน่นภายใน บ่งบอกได้เป็นอย่างดี

 

 

รัศมีแห่งอัคคีที่บริสุทธิ์นั้นมิคาดว่ามันจะเป็นสัตว์อสูรที่ทรงพลังในระดับไหน ยามเมื่อมันยังไม่ตกตาย รู้แต่เพียงว่ามันมิใช่สิ่งที่สามารถเข้าไปยุ่มย่ามกับมันได้ นี่เป็นหนึ่งในตัวตนที่สุดแสนจะอันตรายจากในอดีตที่ผ่านมา

 

 

 

อสูรตัวนี้ทิ้งมรดกของมันไว้ จากเมื่อหลายพันปีที่ผ่านมา  สิ่งของชิ้นนี้มีมูลค่าที่มหาศาล ที่แม้แต่เหล่าผู้มีอำนาจยังได้แต่เพ้อฝันถึงมัน

 

 

 

 

องค์ชายสามเอื้อมมือไปรับก่อนรีบกระชับถามกาเร็ทอย่างหวั่นใจ

 

 

"มีใครเห็นมันหรือไม่" กาเร็ทส่ายหน้า และมีอาการพูดไม่ออก เค้าเห็นป้ายตำแหน่งที่แนบมาก็พอรู้ว่าถูกส่งมาจากใคร จดหมายที่กำกับถึงองค์ชายสามถูกเปิดในทันที ภายในบันทึกข้อความใดไว้กาเร็ทไม่อาจรู้ได้แต่องค์ชายสามกลับมีสีหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันทีที่ได้อ่านมัน ก่อนจะพึมพัมอย่างยากจะตัดสินใจ

 

 

 

"ข้าจะรับไว้ได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่คนเพิ่งรู้จักมอบให้กันง่าย ๆ อย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่" องค์ชายสามมองแก่นเวทย์อสูรในมืออย่างไม่ถูกต้อง ของสิ่งนี้มิใช่สิ่งที่เขาจะรับได้ มันมากเกินไป

 

 

 

 

ต่อให้ความรู้สึกขององค์ชายสามจะเป็นเช่นไร แต่นั่นไม่ได้ทำให้บางสิ่งที่จับตา มาตั้งแต่ต้นใส่ใจ มันมองแก่นเวทย์ตรงหน้าอย่างหลงไหลมาตั้งแต่ต้น นัตย์ตาของมันเปล่งประกาย เปลวไฟบนตัวของมันลุกโชนราวกับจะเผาไหม้อากาศรอบกายให้สลายสิ้น

 

 

 

เสียงกู่ร้องกึกก้อง ราวกับท้องฟ้าคำรามของวิหคเพลิงดังสนั่น ก่อนที่มันจะกระพรือปีกโถมเขาหาคู่หูของมันด้วยความเร็วยิ่งกว่าสายฟ้า ปรากฎว่ามันคือ โครว หรือวิหคอัคคีขององค์ชายสาม

 

 

 

กว่าที่จะรู้ว่าเกิดสิ่งใด กรงเล็บของมันก็ฉวยเอาแก่นเวทย์อสูรสีแดงใสเอาไว้ในอุ้งเท้าของมัน องค์ชายสามสูดหายใจเข้าอย่างหนาวเหน็บ เมื่อเห็นเช่นนั้น เขารู้ได้ทันทีว่ามันกำลังจะเกิดสิ่งใด

 

 

 

วิหคอัคคีบินร่อนอย่างดีใจ มันทะยานออกไปก่อนจะเปล่งอำนาจของธาตุไฟจนพวยพุ่งออกมาเผาไหม้ไปทั้งตัว แก่นเวทย์อสูรที่มันจับถือค่อย ๆ ถูกกลั่นชำระโดยธาตุไฟที่มันปลดปล่อยออกมา

 

 

 

 

เมื่อมันเห็นว่าสามารถกลืนแก่นเวทย์ตรงหน้าได้แล้วมันจึงไม่รอช้า แก่นเวทย์ที่ประเมินค่าไม่ได้ถูกโยนขึ้นไปในอากาศก่อนที่ตัวของมันจะพุ่งทะยานวาดปีกตามไปและงับแก่นเวทย์สีแดงใสกลืนลงท้องไปอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

องค์ชายสามมีสีหน้าชะงักค้าง ไม่คาดฝันว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ วิหคอัคคีมีสีหน้าดีใจได้ไม่นาน มันหยุดโลดโผนโจรทะยานในฉับพลันทันทีเมื่อรู้สึกไม่ดีขึ้นภายในร่างของมัน

 

 

 

"โครว...." องค์ชายสามตระโกนเรียกคู่หูเมื่อเริ่มรู้สึกไม่ดีที่อยู่ ๆ วิหคอัคคีก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไป

 

 

 

 

เปลวเพลิงปะทุมอดไหม้ กลิ่นไอแห่งอำนาจเริ่มกระจายออกมา นี่คืออำนาจแห่งแก่นเวทย์อัคคีพันปีที่สำแดงเดช มันมิใช่สิ่งของที่ธรรมดาสามัญทั่วไป ที่จะมีสิ่งใดดูดซับมันได้ในครั้งเดียว ถือเป็นคราวเคราะห์ของวิหคอัคคี ที่มันถูกความโลภครอบงำจนเกิดความต้องการ จนไม่ประมาณตนเอง

 

 

 

มันกรีดร้องอย่างน่าสงสาร และโก่งคอราวกับจะขย้อนสิ่งที่มันกลืนกินเข้าไปออกมา แต่เหมือนจะไม่ทันการ พลังงานมหาศาลปะทุออกมาเป็นระลอกคลื่น ราวกับจะย้อมให้อากาศเป็นสีแดงฉานของเปลวไฟ

 

 

 

คลื่นพลังนี้กระจายไปถึงภายในพระราชวังกรีนแลนด์วิหคสีทองที่เกาะคอนทองคำหลับไหล พลันลืมตาตื่นและขับขานท่วงทำนองโบราณในทันที แววตาดุดันดังนกอินทรีย์ ของมันฉายประกายสีทองแรงกล้า ก่อนจะผินหน้าโผบินออกไปยังทิศทางที่สัมผัสได้ถึงพลังงานประหลาดในทันที



-------------------------------------------------

ฝันดีครับทุกคน มาดึก ๆ อีกเหมือนเคย 

ขอบคุณทุกกำลังใจ และคอมเมนต์ที่คอยให้กันตลอดนะครับ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.778K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,171 ความคิดเห็น

  1. #2675 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 19:32

    ขอบคุณ
    #2,675
    0
  2. #2533 +~mojune~+ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 17:13
    น้องหิววว ตระกะเกินไปแล้ว 5555
    #2,533
    0
  3. #2405 kimurakung (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 18:52
    กำเนิดนกย่างตัวที่ 2 - 5555 #วาเลนจะเป็นพหูสูต จะเก่งแม่งทุกอย่าง
    #2,405
    0
  4. #2358 bsss27 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 22:30
    นกย่าง
    #2,358
    0
  5. #1899 Keam_IFNT (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 11:21
    อ้าวนกเอ้ยยย
    #1,899
    0
  6. #1801 Saltfrog (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 04:03
    นกระเบิด
    #1,801
    0
  7. #1740 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 15:26
    ตีกันแน่ไ
    #1,740
    0
  8. #1553 Bullko (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 16:01
    ยังไม่เพิ่มพลังให้ตัวเอกอีกหรอ มัวแต่พูดอยู่
    #1,553
    0
  9. #1365 yukai (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 20:09

    งานเข้าแล้ว
    #1,365
    0
  10. #954 เจบี (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:54

    มันต้องมีเรื่องให้ชายสามเป็นเป้า ทีนี้พระเอกช่วยก็จะยิ่งเด่น

    #954
    0
  11. #947 29679929 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:21
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-10.png รออ่านจ้าาาาาาาา
    #947
    0
  12. #918 Peaw09 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:31

    ระรู้กันทั้งเมืองแน่ จะตายเพราะความตะกละ

    #918
    0
  13. #908 p-dragon2 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:59

    ขอบคุณค่ะ สนุกมาก
    #908
    0
  14. #906 ThaipaKing (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:37
    ไม่ใช้พลังหยั่งรู้แกสืบค้นต้นไม้ในตัวแกละว่ามาจากไหน*-*
    #906
    0
  15. #905 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:55

    เป็นไงล่ะองค์ชายสามทีนี้ได้รู้กันไปจนทั่วแล้วล่ะ

    #905
    0
  16. #902 cattycall (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:24
    ค้างมาก นกจะตายไหม
    #902
    0
  17. #900 อัศจรรย์ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:30

    ขอบคุณค้าบ

    #900
    0
  18. #894 YAOWALUKTANSIRI (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:10
    รักษาสุขภาพด้วยนะคุณไรท์
    #894
    0
  19. #893 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:48
    รออ่านนะคะ
    #893
    0
  20. #892 Jamaneer (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:20
    สนุกทุกตอนเลยยยย
    #892
    0
  21. #891 BAG BOY (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:09

    มาต่อไวๆนะคะ
    #891
    0
  22. #890 เร้นกาย (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:56
    ค้าาาางเจ้าค่ะ
    #890
    0
  23. #889 Shadow Reader ♡♡ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:58

    สนุกมากกกกกกกกกก

    #889
    0
  24. #888 phrasatcha (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:50
    ค้างมากกก
    #888
    0
  25. #887 makototipzall (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:49

    ค้างมากคะ มาต่อไวๆนะคะ สนุกมากๆ
    #887
    0