คนสวนกับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา

ตอนที่ 22 : คนสวน กับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 22 ฝึกฝน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,879
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,844 ครั้ง
    16 ธ.ค. 62

คนสวน กับต่างโลก  ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 22 ฝึกฝน

 

 

ในขณะที่เทศกาลล่าอสูรก็ใกล้ถึงเข้ามาทุกขณะ ผู้เยาว์ทุกคนก็ต่างเร่งฝึกฝนตัวเองอย่างไม่ลดละ แข่งกับเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด

 

 

วาเลนก็เช่นกัน เขาแจ้งเจตจำนงในการเข้าร่วมครั้งนี้ให้กับมารดาและอาจารย์ของเขาได้รับทราบ นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ทั้งตัวเขาและคารีส ถูกเคี่ยวกรำอย่างหนักหน่วง จนแทบไม่มีเวลาหยุดพัก หายใจ

 

 

 

ทั้งสองคนแทบไม่เจอหน้ากันเลยในแต่ละวัน คารีสถูกหนึ่งในสหายของผู้อาวุโสเอียนนำไปฝึกฝนเรื่องการล่า แน่นอนว่าผู้อาวุโสท่านนั้น เป็นหนึ่งในนักล่าที่มีฝีมือคนหนึ่งของตระกูล  ผู้อาวุโสเอียนแทบไม่ต้องขอร้อง หรือต้องพูดสิ่งใด ผู้เยาว์ที่ปลุกพลังเวทย์ธาตุพิเศษ อย่างสายฟ้าขึ้นมาได้ คือผู้ที่มีคุณสมบัติของนักล่าขั้นสูงสุด และมีแต่ผู้ต้องการตัว เปรียบได้ดังสมบัติล้ำค่า ที่ผู้คนไขว้คว้าหา มาครอบครอง

 

 

ส่วนวาเลนนั้น เขาปฏิเสธหัวชนฝา ที่จะเข้ารับการฝึกในทำนองเดียวกันนั้น เด็กน้อยยังคงมุ่งมั่น เลือกที่จะหันเข้าหาศาสตร์แห่งการปรุงยาเพียงอย่างเดียว 

 

 

นี่ทำให้ผู้อาวุโสเอียนภูมิใจในตัวศิษย์คนนี้เป็นอย่างมาก นับวันเด็กน้อยก็ค่อย ๆ กลายเป็นศิษย์ที่ผู้อาวุโสชรารักใคร่เอ็นดูจนออกหน้าออกตา มากที่สุด

 

 

 

คุณชายเจ็ดไม่ใช่ตัวตนที่คนในตระกูลรังเกลียดทั้งหมดอีกต่อไป  ตอนนี้เขามีสหาย เพิ่มขึ้นมากมายจากหอโอสถ ผู้เยาว์ที่สามารถสอบผ่านเป็นถึงผู้คุมได้อย่างเขานั้น สร้างแรงบันดาลใจ ให้กับหลาย ๆ คนเป็นอย่างมาก วาเลนมีความคิดที่จะสร้างให้หอโอสถมีฐานอำนาจขึ้นมาทัดเทียมกับหอนักล่าของตระกูล

 

 

 

และผู้เยาว์อีกหลาย ๆ คนเช่นกันที่หันมาขอคำปรึกษาละทิ้งอคติแต่เก่าก่อน จนทำให้เลื่อนระดับได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า คุณชายเจ็ดไม่ใช่คนโง่เง่าไร้ปัญญา ดังที่ได้เคยด่าว่าดูถูกอีกต่อไป

 

 

 

"วันนี้พอแค่นี้ก่อน....."ผู้อาวุโสเอียนมองผลงานของวาเลนตรงหน้าอย่างพึงพอใจ  ชายชรายิ้มเต็มใบหน้าอย่างมีความสุข การมีศิษย์ที่อัจฉริยะ นั้นน่าภาคภูมิใจเสมอ

 

 

 

 

"อาจารย์ของเจ้าอีกคนนั้น เริ่มตัดพ้อข้าแล้ว.....น่าขันยิ่งนัก เสนอตัวขันอาสา แล้วยังกล้ามาว่าข้าอีก"ผู้อาวุโสเอียนถอนหายใจอย่างนึกฉุน กับสหายเฒ่าของเขา

 

 

 

วาเลนยิ้มแล้วไม่พูดสิ่งใด อาจารย์อีกคนของเขาที่ผู้อาวุโสเอียนพูดถึงนั้นก็คือ ผู้อาวุโสเมลล์ หรือผู้อาวุโสหอสมุดนั่นเอง

 

 

 

เมื่อผู้อาวุโสหอสมุด รู้ข่าวจากผู้อาวุโสเอียนว่าเขาจะเข้าร่วมเทศกาลล่าอสูร นั่นสร้างความตกใจอย่างใหญ่หลวงให้กับชายชราไม่แพ้บรรดา คนอื่น ๆ

 

 

 

ผู้อาวุโสเมลล์ตัดสินใจอย่างไม่ให้วาเลนได้มีโอกาสเลือก ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่าง ๆ รวมทั้งสถานที่อันตราย ทั้งหลายในป่า ที่ผู้อาวุโสเมลล์ สามารถค้นหามาได้ ถูกรวบรวมเอาไว้ไม่ต่ำกว่ายี่สิบเล่ม

 

 

 

ผู้อาวุโสเมลล์ยืนยันว่าไม่ว่ายังไงวาเลนต้องอ่านให้หมดอย่างน้อย ๆ ก็ครึ่งหนึ่งถึงจะเบาใจ ซึ่งวาเลนไม่ได้มีท่าทีอิดออดแต่อย่างใด ยิ่งสร้างความประทับใจ ให้กับชายชรายิ่งขึ้นไปอีก

 

 

 

 

เมื่อถึงเวลา ผู้อาวุโสเมลล์ ยกคำถามจากหนังสือที่เอามาให้วาเลนอ่าน เป็นการทดสอบความรู้  ปรากฎว่าวาเลนสามารถตอบได้ทั้งหมด จนชายชราไม่สามารถรักษาอาการตกตะลึงเอาไว้ได้ ถึงกลับกล่าวว่า วาเลนคือนักปราชญ์ในตำนาน ที่กลับชาติมาเกิด พร้อมทั้งชักชวนให้เขาหันเห หนทางมาศึกษาศาสตร์แห่งอักษรแทนหนทางแห่งการปรุงยา เสียอย่างนั้น

 

 

 

"ข้ารู้ว่าเจ้านั้นลำบากใจ.....แต่ข้าก็มิได้ถึงกับให้เจ้าเลิกปรุงยา เอาเป็นว่า ข้าเสียดายสมองของอัจฉริยะเช่นเจ้า  เพียงลองเปิดใจแบ่งมาศึกษาศาสตร์นี้ดูบ้างเท่านั้น"ผู้อาวุโสเมลล์เกลี่ยกล่อมพร้อมกับทำท่าหนักใจ

 

 

 

"ผู้อาวุโส ท่านกล่าวเกินไปแล้ว ผู้เยาว์นับเป็นเกียรติอย่างมาก และไม่ได้ลำบากใจแต่อย่างใด ข้าจะแบ่งเวลามาศึกษาอย่างแน่นอน ขอท่านวางใจ" วาเลนยิ้มรับก่อนจะคำนับให้อย่างยินดี

 

 

 

 

"ดี...เมื่อเป็นเช่นนั้น หากข้าจะมีของรับขวัญศิษย์ ก็คงจะไม่มีใครว่าได้แต่อย่างใด"ผู้อาวุโสเมลล์ ยิ้ม ก่อนจะหันไปคว้าศิลาอักษร สำหรับบันทึกข้อความ ทันที

 

 

 

"เจ้าอยากได้สิ่งใด.....สัตว์วิเศษในเขตต้องห้ามดีไหม ? หรือ ศาสตราวิเศษ ดี! อย่าทำหน้าอย่านั้น ข้าให้มันกับเจ้าได้จริง ๆ"ผู้อาวุโสเมลล์รีบบอกอย่างเร่งร้อน เมื่อเห็นวาเลนขมวดคิ้วน้อย ๆราวกับไม่เชื่อ เมื่อได้ยินเรื่องการให้ของขวัญรับศิษย์

 

 

 

นี่เป็นหนึ่งเหตุผลที่ผู้อาวุโสเอียนไม่ทักท้วงเรื่องการขอรับศิษย์ซ้ำซ้อนกับตน สหายเฒ่าของเขาผู้นี้นั้นมีความลับมากมาย ชายชราผู้นี้ไม่เคยมีศิษย์รับใช้แม้สักคนเดียว สิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่ศิษย์ของผู้อาวุโสเมลล์ควรได้นั้นยังไม่เคยถูกแจกจ่ายแต่อย่างใด เป็นไปได้ว่ามันอาจถูกใช้ไปกับวาเลนจนหมดแน่ ๆ

 

 

 

"เจ้าต้องมีสิ่งเหล่านี้ติดตัวไว้บ้าง ข้าได้ข่าวว่า คุณชายสามเพิ่งได้รับ สัตว์อสูรวิเศษระดับต่ำหนึ่งตัว เพื่อเข้าร่วมงานเทศกาลล่า นี่นับว่าไม่ถูกต้องนักสำหรับผู้เยาว์คนอื่น ๆ ไหนจะแส้อสรพิษดำ ยุทธภัณฑ์ระดับทองแดงขั้นกลางอีก นี่นับว่าลำเอียงจนเกินไป ข้ามิอาจทำใจรับได้ ดังนั้นข้าจึงต้องการอย่างหนึ่ง อย่างใด ที่มันสามารถทัดเทียมได้ ให้กับเจ้าบ้าง เจ้าสามารถบอกข้าได้ แม้ว่าข้าจะให้ได้เพียงอย่างเดียว แต่มันก็ทรงพลังพอช่วยเจ้าให้เอาชีวิตรอดในป่าได้อย่างแน่นอน" วาเลนซึ้งใจในความห่วงใยของผู้อาวุโสท่านนี้เป็นอย่างมาก

 

 

 

"ข้ามีสัตว์อสูรคู่ใจอยู่แล้ว ท่านอาจารย์ ถ้าท่านจะกรุณา ข้าขอเป็นศาสตราวุธวิเศษแทนก็แล้วกัน" วาเลนตอบกลับ

 

 

 

"สัตว์อสูรคู่ใจ หากมันยังไม่เติบใหญ่ คาดว่ามันคงมิสามารถช่วยอะไรเจ้าได้มากนัก  จริง ๆ แล้วข้าคิดว่าการมอบสัตว์อสูรวิเศษให้เจ้าจะดีกว่ามาก แต่เมื่อเจ้าต้องการศาสตราวุธ อย่างนั้นข้าก็จะไม่ขัดใจ นำสิ่งนี้ไปมอบให้กับหอหลอมศาสตรา พวกเขาจะพาเจ้าไปยังโรงเก็บศาสตราวิเศษ"ผู้อาวุโสเมลล์ยื่นศิลาอักษรที่เขาบันทึกข้อความลงไปส่งให้กับวาเลน

 

 

 

 

"ศิษย์ขอขอบคุณท่านอาจารย์ "วาเลนรับศิลาก่อนจะโค้งหัวขอบคุณผู้อาวุโสห้องสมุดอย่างนอบน้อม

 

 

 

 

วาเลนเก็บศิลาอักษรไว้อย่างดี เมื่อออกจากหอสมุด เขายังพอมีเวลาที่จะไปยังหอหลอมศาสตราและนำเอาอาวุธวิเศษกลับมาช่วยในการยกระดับการฝึกได้

 

 

 

วาเลนเคลื่อนกายด้วยท่าเท้าสายลม หนึ่งในเวทมนต์ธาตุลมที่เขาถนัด ร่างน้อย ๆ ของเขาพุ่งหายไปจนเหลือทิ้งไว้เพียงภาพติดตา

 

 

 

ร่างของวาเลนโผล่มายังหอหลอมศาสตรา เขายื่นศิลาให้ผู้คุมด้านหน้า โดยไม่พูดสิ่งใด ผู้คุมคนนี้เมื่อเห็นหน้าก็จำได้ทันทีว่าเด็กน้อย เบื้องหน้าเป็นใคร เขาก้มดูศิลาอักษรใกล้ ๆ ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงให้วาเลนตามเข้าไปด้านในทันที

 

 

"นั่นคือสิ่งที่ท่านสามารถเลือกนำไปได้ นี่คือศาสตราส่วนใหญ่ที่ตระกูลมี"ผู้คุมหอหลอมศาสตราเอ่ยบอกกับวาเลน

 

 

 

 

วาเลนเหลือบมองไปอีกทาง ทางที่เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานแปลกประหลาดแต่กลับให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยกระจายตัวไปทั่วทั้งบริเวณ โดยรอบห้อง

 

 

 

ผู้คุมมองตามสายตาของวาเลน เขาอดที่จะยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้ เด็กน้อยคนนี้ช่างมีสัมผัสที่ฉับไวเสียจริง ในช่วงอายุที่เท่ากันนั้น เขาแทบไม่เคยเจอผู้เยาว์คนไหน ที่จะใส่ใจกับห้องเก็บอาวุธอีกทางหนึ่งมาก่อน

 

 

 

แท้จริงแล้วแม้แต่อาวุธก็ถูกแบ่งออกเป็นชนิดและระดับเหมือนกัน แทบทุกสิ่งถูกจัดสรรคเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม

 

 

 

อาวุธวิเศษนั้นถูกแบ่งออกเป็นสองชนิดหลัก ๆ ด้วยกัน นั่นคือ ศาสตราวุธ และ ยุทธภัณฑ์วิญญาณ

 

 

 

เรียกได้ว่าทั้งสองอย่างนั้นทรงพลังพอ ๆ กัน แต่มันถูกแบ่งโดย นักหลอม เพื่อให้รู้แจ้งถึงแหล่งที่มาที่แท้จริงเพียงเท่านั้น

 

 

 

ศาสตราวุธนั้นคือ (อาวุธวิเศษที่ถูกหลอมตีขึ้นมาโดยวัสดุที่มีอำนาจ) มันจะไม่แปลงสภาพเป็นรูปทรงอื่น   จะต่างจากยุทธภัณฑ์ ที่บรรจุอำนาจแห่งวิญญาณลงไป มันสามารถแปลงสภาพได้ ตามอำนาจวิญญาณ ของพวกมัน 

 

 

ด้วยความต่างกันนี้ อาวุธจึงถูกแบ่งเรียกด้วยถ้อยคำง่าย ๆ ว่า ศาสตราวุธและยุทธภัณฑ์วิญญาณ

 

 

 

แต่หากพูดถึงพลังอำนาจของพวกมันนั้นก็มินับว่าแตกต่างกันมากสักเท่าไหร่

 

 

 

สัมผัสแห่งวิญญาณที่วาเลนสัมผัสได้จึงเป็นกระไอพลังของยุทธภัณฑ์อย่างไม่ต้องสงสัย ถึงจะแปลกใจแต่เด็กน้อยก็ไม่ได้ถามสิ่งใดต่อ เขาละสายตาก่อนจะมุ่งหน้าสู่ห้องศาสตราวุธทันที

 

 

 

ผู้คุมรู้สึกเสียดาย น้อยคนที่จะสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณในยุทธภัณฑ์ ถึงแม้ว่าอาวุธทั้งสองจะมีพลังที่ไม่ทิ้งห่างกัน แต่หากนับไปนั้น ยุทธภัณฑ์จะเหนือกว่าเล็กน้อย ที่เป็นเช่นนั้นเพราะวิญญาณส่วนใหญ่ที่บรรจุในอาวุธนั้นมีสติปัญญา  และต่อให้ทรงพลังน้อยกว่าแต่มันสามารถพลิกสถานการณ์ได้ด้วยประสบการณ์ แต่ห้องเก็บยุทธภัณฑ์นั้นถูกจำกัดการใช้ไว้ชั่วคราว สิ่งเหล่านี้ถูกสงวนเก็บไว้ให้ผู้มีพรสวรรค์แต่เพียงเท่านั้น ซึ่งการจะครอบครองมันจะต้องได้รับอนุญาตจากผู้นำตระกูล

 

 

วาเลนเดินมองไปรอบ ๆ ห้องเก็บศาสตราวุธหนึ่งรอบ มือน้อยหยิบจับไปตามด้ามอาวุธที่เขาสนใจ อันแล้วอันเล่า และตามนิสัยของเขา วาเลนย่อมรับเอาสิ่งที่ดีที่สุด

 

 

 

เด็กน้อยมาหยุดอยู่ด้านหน้า ศาสตราชิ้นหนึ่ง มันคือ หอกที่รูปทรงดูธรรมดา แต่ทว่ามันกลับซ่อนเร้นพลังที่แท้จริงเอาไว้

 

 

 

 

ภายใต้ความธรรมดานี้ มีสิ่งที่ไม่ธรรมดาซ่อนอยู่ สัญลักษณ์ประหลาดกระจายอำนาจอันแผ่วเบาออกมา มิคาดว่าเขาจะเจอเข้ากับศาสตราที่บรรพบุรุษนักหลอมของตระกูลได้ทิ้งเอาไว้

 

 

 

มันคือศาสตราชิ้นสุดท้ายที่ถูกสังเวยไว้ด้วยดวงวิญญาณ อาวุธที่ถูกสลักไว้ด้วยสัญลักษณ์แห่งพลังนี้ คือ จุดจบของตำนานแห่งการหลอมศาสตราของตระกูล มันคืออาวุธชิ้นเดียว และชิ้นสุดท้าย ที่บรรพบุรุษผู้นั้นได้ทิ้งเอาไว้ ก่อนที่จะจากไปอย่างไม่มีวันหวนคืน

 

 

 

เรื่องนี้เหล่าผู้อาวุโสเก่าแก่จะรู้ดีที่สุด การยุ่งเกี่ยวกับสัญลักษณ์แห่งพลังโดยไม่ตระหนักถึงความอันตรายของมัน ในอดีตคนเหล่านั้นล้วนตกตายก่อนที่จะได้ประสบพบเห็นความสำเร็จของตน เสียอีก

 

 

 

 

ผู้คุมหอหลอมศาสตรา จ้องมองวาเลนตาไม่กระพริบ เขาคือหนึ่งในคนที่ไม่รู้เรื่องราวเหล่านี้ และสำหรับเขา นี่คือหอกธรรมดา ๆ  แต่มันกลับให้ความรู้สึกที่ไม่ธรรมดาเมื่อมาอยู่ในมือของเด็กน้อย น่าแปลกจริง ๆ

 

 

 

 

"ข้าขอรับเอาหอกเล่มนี้ ท่านผู้คุม"วาเลนจับพลิกดูไปมา สายตาของเขาแทบไม่ละไปจากสัญลักษณ์แปลก ๆ บนตัวหอกแม้แต่น้อย

 

 

 

 

"เช่นนั้นก็นำไปเถิด....มันเป็นของท่านแล้ว ศิลาอักษรนี้ข้าคงต้องขอเก็บเอาไว้ ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่ท่านต้องใช้มันอีก" ผู้คุมพูดพลางเก็บศิลาอักษรเอาไว้ทันที

 

 

 

 

"เช่นนั้นข้าขอตัว" วาเลนนำหอกเล่มนี้เดินพาดบ่าออกมา จากหอหลอมศาสตรา เขาแทบทนรอไม่ไหวที่จะได้ทดสอบพลังของมัน

 

 

 

 

 

วาเลนลูบคลำสัญลักษณ์นี้อย่างดีใจ สัญลักษณ์เหล่านี้มีพลังบางส่วนจากอักษรรูน สัญลักษณ์แห่งพลังเปรียบไปก็คืออักษรรูนในรูปแบบคัดย่อ ถึงมันจะไม่สามารถแสดงพลังทั้งหมดของอักษรโบราณเหล่านี้ออกมาได้ แต่ใช่ว่าใคร ๆ จะมีมันได้ทุกคน

 

 

 

วาเลนเคลื่อนกายอย่างว่องไว หายไปราวภูตผี ภาพติดตาของเขาผลุบโผล่ ตรงนั้นที ตรงนี้ที ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว

 

 

 

ร่างเล็กมาหยุดยืนกลางอากาศ เหนือเขตชายป่าใกล้ ๆ เรือนที่เจ็ดของเขา ก่อนจะสอดส่ายสายตาหาบางสิ่งบางอย่างทันที นัตย์ตาของเขาพราวระยับเมื่อพบกับสิ่งที่ตามหา

 

 

 

 

มือน้อยของวาเลนเหวี่ยงหอกในมือออกไปราวกับไม่ใส่ใจ เมื่อมันพุ่งทะลวงไปในอากาศ  มันราวกับไม่สามารถบังคับทิศทางของตัวมันเองได้ วาเลนวางเป้าหมายจริง ๆ ไว้ที่นกน้อยตัวหนึ่ง แต่ดูเหมือนกับว่าคมหอกจะพลาดท่า พุ่งเฉียงออกไปไม่เข้าเป้า นกตัวน้อยตกใจตีปีกบินหนีไปอย่างรวดเร็ว ทันที

 

 

 

วาเลนเห็นดังนั้นจึงยกมือขึ้น ชี้นิ้วไปในอากาศที่ว่างเปล่า ก่อนจะเปล่งภาษาที่แปลกประหลาดออกมาเสียงดัง

 

 

"ติดตาม" สัญลักษณ์บนตัวหอกเปล่งประกาย บังเกิดคลื่นเสียงสั่นสะเทือนอากาศดังสะท้อนออกมาจากตัวหอก

 

 

 

 หอกที่เด็กน้อยขว้างออกไปนั้น มันระเบิดพลังความเร็วจนถึงขีดสุด ปลายหอกพุ่งทะลวงเชือดเฉือนอากาศจนรอบด้านลุกเป็นเปลวไฟ ทิ้งรอยแผลสีขาวไว้เป็นทางยาว

 

 

 

ปลายหอกราวกับหัวของอสรพิษ มันบิดหันเบี่ยงทิศทางและพุ่งทะลวงติดตามนกน้อยตัวนั้นไปอย่างรวดเร็ว ราวกับมีชีวิต

 

 

วาเลนหลับตาเมื่อรู้ว่าผลที่ออกมาจะเป็นเช่นไร

 

สวบ ตึงงงง

 

ร่างของนกผู้โชคร้ายถูกปลายหอกปักแน่นคาไว้กับพื้นดินไม่ไกลจากตัวของเขา ดวงตาของวาเลนค่อย ๆ ลืมขึ้นช้า ๆ ประกายในดวงตาไม่หวั่นไหว ถึงเขาจะไม่นิยมชมชอบ การไล่ล่าหรือการฆ่าสังหาร แต่หากเมื่อใดที่ถึงคราวที่ต้องทำ วาเลนกับไม่มีท่าทีลังเล 

 

 

 

ตอนนี้เด็กน้อยมั่นใจในบางสิ่งแล้วว่า ถึงมันจะเป็นศาสตราวุธในระดับทองแดงขั้นต่ำ แต่ยามเมื่อมันถูกกวัดแกว่งและสำแดงสัญลักษณ์แห่งพลัง มันจะปลดขีดจำกัดของตัวเองจนกลายเป็น ศาสตราวุธระดับทองแดงขั้นสูงได้ในทันที  แต่สัญลักษณ์แห่งพลังที่ไม่สมบูรณ์นี้ไม่สามารถคงอยู่ได้นาน มันมีขีดจำกัดด้านเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง วาเลนพยักหน้าน้อย ๆ อย่างพึงพอใจ สัญลักษณ์แห่งพลังนี้จะช่วยให้มันเป็นเปล่งพลังที่ไร้ขีดจำกัดออกมาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่มันก็เพียงพอที่จะสังหารได้อย่างฉับไว

 

 

 สัญลักษณ์แห่งพลังที่ถูกสลักไว้ มันคือสัญลักษณ์ อักษรย่อของภาษารูนโบราณที่แปลว่า ติดตาม และนับเป็นฝันร้ายของศัตรูที่วาเลนได้เห็นถึงอานุภาพของมันแล้ว และเข้าใจได้ในทันทีถึงวิธีที่จะใช้งาน และเมื่อมันถูกสลักลงบนศาสตราวิเศษชิ้นนี้ จึงทำให้มันมีพลังที่สามารถติดตามศัตรูได้ นี่นับเป็นความโชคร้ายอย่างมากมายมหาศาล หากต้องรับมือกับมัน



หึหึหึ ศาสตราที่ไม่พลาดเป้า และเจ้าแห่งการกวัดแกว่ง นี่คงเป็นสิ่งที่บรรพบุรุษนักหลอมหวังและต้องการที่จะให้มันเป็นซินะ ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะให้ชื่อมันว่า ......กุงนีร์


------------------------------------------------------------------------

 

 

 

ระดับศาสตราวุธวิเศษ  (อาวุธวิเศษคงสภาพ)

ระดับทองแดง

ระดับเงิน

ระดับทอง

ระดับเพชร

ศาสตราเทพเจ้า

 

 

ระดับยุทธภัณฑ์วิญญาณ (อาวุธวิเศษบรรจุวิญญาณแปลงสภาพ )

ยุทธภัณฑ์ระดับทองแดง

ยุทธภัณฑ์ระดับเงิน

ยุทธภัณฑ์ระดับทอง

ยุทธภัณฑ์ระดับเพชร

ยุทธภัณฑ์ระดับสวรรค์

 

**ในแต่ละระดับจะถูกแบ่งออกเป็นอีก สามขั้นย่อย ๆ คือ  ต่ำ กลาง และสูง นะครับ



----------------------

ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ และทุกกำลังใจนะครับ 

โดยเฉพาะคนที่มาอุดหนุนผลงานของนักเขียนโนเนมคนนี้ 

ขอบคุณมากครับ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.844K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,171 ความคิดเห็น

  1. #2660 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 20:22

    ขอบคุณ
    #2,660
    0
  2. #2395 kimurakung (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 16:01
    ต่อไปในอนาคตน่าจะปรับปรุงอักษรรูนให้ตรงพลังได้มากกว่านี้แน่ๆ
    #2,395
    0
  3. #2356 bsss27 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 21:10
    เราถ้าจะทดสอบอาวุธก็ไม่ควรฆ่านะ นกยังไม่ได้ทำอันตรายกับพระเอกแค่ทดสอบดูว่าอาวุธติดตามได้จริงหรือเปล่าก็พอ
    #2,356
    0
  4. #2323 Art490549 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 00:44
    ตรงๆเลยนะ บางทีไรท์ เอานิสัยตัวละครปนกันเยอะไป หมายถึงเอาจินตนาการมาประกบเนื้อเรื่อง นิสัยพระเอกเราไม่ชอบล่า แปลว่าไม่ชอบฆ่า ชอบปรุงนาแปลว่าชอบรักษามากกว่า การทดสอบหอก แค่ไล่ตามก็ควรพอใจไม่จำเป็นต้องไปถึงเสียบนกจนตกตายแค่บอกหากไล่ตามก็จัดการได้แต่แค่นี้ก็เพียงพอ จะทำให้นิสัยนิสัยพระเอกเราดูสมเหตุสมผลกว่า เพราะ เรื่องไม่ชอบการล่าของพระเอก พระเอกกล่าวเองไม่ใช่คนอื่นคิด
    ต้องขอโทษด้วยในฐานะรี้ด ที่ไปก้าวก่ายเนื้อหาแต่ทันจัดจริงๆ
    #2,323
    0
  5. #2252 wonganu01 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 14:54
    การเอาดีด้านใดด้านหนึ่งย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องรู้จักศึกษาศิลปะการต่อสู้่ด้วย
    #2,252
    0
  6. #2072 got7bam1a (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 15:34

    เป็นนิยายที่ครบเครื่องมากกกกก สนุกมากกกกกกกกกกกๆๆๆๆๆๆๆๆ


    #2,072
    0
  7. #1888 Keam_IFNT (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 00:12
    กุ้ง!!! หยอกๆๆๆๆแหะๆ
    #1,888
    0
  8. #1728 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 12:06
    โหดสาสสสสส ชอบความมี gps 555555
    #1,728
    0
  9. #1484 itong00y (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 17:41
    แล้วจะให้ตัวเอกมีหลายธาตุทำไม
    #1,484
    0
  10. #1450 Bright Pirapon (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 02:05
    หอกของโอดิน
    #1,450
    0
  11. #1380 Chaos I (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 13:38
    กุงนี...รอสเลปเนียร์นะ5555 หอกที่ไม่มีวันพลาดเป้า โกงไปแล้ว! พอๆกับลองกินุสเลย...
    #1,380
    1
    • #1380-1 MINERVA09(จากตอนที่ 22)
      19 เมษายน 2563 / 17:50
      อห.ลองกินุสนี่รู้เลย555
      #1380-1
  12. #1063 Dame_SD (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 02:16
    เอ้อ มี GPS ในตัวเองงง
    #1,063
    0
  13. #700 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:40
    🙏🙏🙏
    #700
    0
  14. #520 ง่วงทั้งวัน (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 01:08
    เกโบกกก
    #520
    0
  15. #435 คิว (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 16:06

    ได้ชื่อหอกในตำนานซ่ะด้วย

    #435
    0
  16. #433 อัมพร (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 11:49

    ขอบคุณค่ะ

    #433
    0
  17. #432 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 08:30
    ได้ของเทพมาอีกแล้ว
    #432
    0
  18. #430 Doctor_Gee (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 07:08

    Merry Christmas

    #430
    0
  19. #429 Empty_Mind (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 00:36

    คุณชายเจ็ดไม่ใช่ตัวตนที่คนทั้งตระกูล(รังเกลียด >> รังเกียจ)อีกต่อไป
    #429
    0
  20. #428 samock (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 22:41

    หายไปนานเลย. ขอบคุณครับรออยู่ๆ

    #428
    0
  21. #427 ThaipaKing (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 22:37
    ตัวเอกเราพลังเวทเพียวๆก็ฉีกอาวุธระดับทองแดงได้ง่ายๆเลยไม่จำเป็นากนิด
    #427
    0
  22. #423 Clione (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 21:37
    สนุกมากค่ะ ขอบคุณมาก
    #423
    0
  23. #420 PadtaraponPimpa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 21:07
    เกร โบล เลยครับ ทันทีที่เอ่ยชื่อจะไม่พลาดเป้าเด็ดขาด
    #420
    0
  24. #418 DDD (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 20:42

    ถ้าหอกแดงๆ แทงเข้าหัวใจเป็นหลัก ต้อง เกโบล สิ

    #418
    1
    • #418-1 ชากับกาแฟ(จากตอนที่ 22)
      23 ธันวาคม 2562 / 21:04
      หอกกุงนีร์เป็นคนละอันคนละตำนานเลยจ้า เกลโบลเป็นหอกที่แทงแล้วจะโดนแต่หัวใจ ส่วนกุงนีร์เป็นหอกที่ไม่มีวันพลาดเป้าจ้า
      #418-1
  25. #417 Fj-thanaporn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 20:31
    กุงนีร์

    นี่ย่อมาจาก ลองกินุสรึเปล่า?

    เอ๊ะหรือไม่ใช่ เราก็เดาไปงั้นนน
    #417
    3
    • #417-2 ชากับกาแฟ(จากตอนที่ 22)
      23 ธันวาคม 2562 / 21:02
      กุงนีร์ เนี่ยเป็นหอกของเทพโอดินตามตำนานนอร์สนะ เป็นหอกที่ถ้าปาไปแล้วจะไม่มีวันพลาดเป้า ส่วนลองกินุสนี่คนละ อันจ้า อันนั้นคืออันที่แทงร่างของพระเยซูจ้า
      #417-2
    • #417-3 Fj-thanaporn(จากตอนที่ 22)
      24 ธันวาคม 2562 / 07:52
      อ๋อๆ

      ขอบคุณมากกกค่าา

      เราก็ไม่แม่นเรื่องพวกนี้เท่าไหร่
      #417-3