คนสวนกับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา

ตอนที่ 17 : คนสวน กับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 17 แผนการร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,951 ครั้ง
    22 พ.ย. 62

คนสวน กับต่างโลก  ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 17 แผนการร้าย

 

 

ชายป่าตระกูลโอเดลรอส 

 

 

วิหกสีดำขนาดใหญ่ บินฉวัดเฉวียนไปมา หลบหลีก การตามล่า อย่างเหน็ดเหนื่อย ประกายตาของมันยังคงสอดส่ายหาทางรอดอยู่ตลอดเวลา

 

 

 

ประกายเหล็กสีเงินที่บางเฉียบพุ่งผ่านกกปีกของมันไปอย่างรวดเร็วสร้างบาดแผลเล็ก ๆ เป็นเส้นบาง ๆ ไว้ให้กับมัน เรียกให้เลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนปีกของมันทันที รอยคราบเลือดอันเก่าที่ยังไม่แห้งดี ทำให้รู้ว่ามัน ถูกตามล่ามาได้ระยะหนึ่งแล้ว

 

 

 

ทุกครั้งที่มันหันกลับมาสู้จะพบว่า มันถูกโจมตีจากด้านหลังทันที  ทุกการโจมตี ถูกเน้นไปที่ปีกของมัน และด้วยการที่ต้องบินหลบหนีตลอดเวลา ทำให้ปีกของมันตอนนี้อ่อนล้าเป็นอย่างมาก

 

 

แกร๊กกกกกกก  วิหคทมิฬกรีดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและอัดอั้น

 

 

มันไม่เคยต้องตกอยู่ในสถานการณ์อย่างเช่นตอนนี้มาก่อน

 

 

ทุกครั้งที่มันหลบหนีเข้าใกล้ชายป่า มันจะถูกทุบล่วงกลับมาทุกที และทุกครั้งก็เฉียดตายและเป็นอันตรายต่อตัวมันเป็นอย่างมาก มันแทบไม่มีเวลาพักหายใจ

 

 

 

เวลานี้มันรู้สึกราวกับว่ากำลังถูกหยอก ก่อนจะโดนสังหาร สัญชาติญาณการระวังภัยของมันตื่นตัวต่อเนื่อง หลายครั้งที่มันได้ยินเสียงร้องเรียกของคู่หู แต่มันไม่สามารถกลับไปได้ มันได้แต่หวังว่า จะถูกช่วยโดยใครสักคน

 

 

 

มยุราสวรรค์ ตามติดมันเข้าใกล้มาทุกขณะ มันคือคู่ปรับตลอดกาล ที่ชิงความเป็นหนึ่งกันมาตลอด

 

 

วิหคทมิฬเห็นมันลำแพนหางที่ประดับใบมีดขนาดเล็กนับร้อย ก่อนจะสะบัดตรงเข้าหามัน อย่างเลือดเย็น  นัตย์ตาอำมหิตนี้คล้ายกับผู้เป็นนาย  องค์ชายสองไม่ผิดเพี้ยน

 

 

 

วิหคทมิฬกระพือปีกขนาดใหญ่ใช้เวทย์มนต์ธาตุลมต้านรับ เหมือนทุกที เมื่อหนีไม่พ้น

 

 

เปรี๊ยะ  ตูมมมมมมมม

 

 

และก็เหมือนเช่นเคย เมื่อมันตั้งรับการโจมตีของมยุราสวรรค์ได้ มันจะถูกมนุษย์ผู้คุ้นหน้าคุ้นตา โจมตีจากด้านหลังอย่างหนักหน่วง

 

 

 

แกร๊กกกก  เสียงร้องสั้น ๆ ดังขึ้นอย่างเจ็บปวด ตอนนี้แม้แต่ขนปีกที่มันภาคภูมิใจก็แทบไม่เหลือชิ้นดี  นัตย์ตาของมันเครียดแค้น เต็มไปด้วยประกายแห่งความอาฆาตเป็นอย่างมาก

 

 

 

หากไม่จวนตัว มันไม่คิดที่จะใช้วิธีนี้เป็นอันขาด วังวนสีดำทมิฬปรากฎขึ้นอย่างฉับพลันทันที มันตัดสินใจสังเวยระดับพลังหนึ่งขั้น ของมัน เพื่อเรียกมิติทมิฬหลบหนี

 

 

 

ประกายตาเย็นเฉียบขององค์ชายสอง จ้องมองมายังมันอย่างอำมหิต อาวุธมีดสั้นถูกปามาอย่างฉับไวนับสิบเล่ม แต่ก็ยังช้า กว่าวิหคทมิฬมากนัก  มันหายลับเข้าไปในมิติสีดำอย่างรวดเร็ว

 

 

มีดสั้นทั้งสิบเล่มปักเข้าไปยังพื้นดินอย่างรุนแรง ตรงจุดที่วิหคทมิฬเคยอยู่ ชายหนุ่มเดินมาดึงมันออก บนใบหน้าปรากฎแววตาเสียดาย 

 

 

"รอดไปได้งั้นรึ หึ ลูกเล่นแพรวพราวเสียจริง ว่าไหม อาราน" องค์ชายสองย่อตัวลงพูดคุยกับวิหคสวรรค์ ที่ตามติดมา

 

 

"หากไม่กลัวว่า การใช้เวทย์มนต์จะสร้างความยุ่งยาก ป่านนี้ มันตายไปแล้ว ถือว่าโชคยังเข้าข้างเจ้านัก องค์ชายหนึ่ง" องค์ชายสองพูดพลางจับมีดสั้นขัดถูกกับผ้าเอาเศษดินออก แล้วเหน็บไว้ที่เอวเช่นเดิม

 

 

 

ณ เรือนรับรองของตระกูล โอเดลรอส

 

 

ชายหนุ่มในชุดสูงศักดิ์นั่งไม่ติดที่ ไม่มีการตอบรับใดๆ จากคู่หูของเขา สัตว์อสูรนั้นแทบไม่เคยอยู่ห่างจากผู้เป็นนาย ถึงมันจะว่องไว แต่หากเจอกับภัยร้ายที่ไม่คาดฝัน ก็อาจเป็นอันตรายได้ นี่จึงทำให้ผู้เป็นเจ้าของว้าวุ่นใจนัก

 

 

นอกจากว่าสัตว์อสูรตนนั้นจะเป็นสัตว์อสูรที่มีสติปัญญาเป็นของตนเอง มันสามารถตัดสินใจ และเอาตัวรอดได้อย่างชาญฉลาดในบางสถานการณ์ มันจะถูกนับเป็นอีกชั้นหนึ่ง หรือก็คือ สัตว์อสูรวิเศษ

 

 

องค์ชายหนึ่งมิคิดว่า การปล่อยมันออกมา จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ นี่นับเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่เป็นผลจากการตัดสินใจที่ไม่รอบคอบของเขา หากสูญเสียวิหคทมิฬไปในตอนนี้ คาดว่าสถานะของเขาคงสั่นคลอน เป็นแน่  เพราะอสูรตนนี้เปรียบไปก็เหมือนกับเส้นทางที่ปูไปสู่บัลลังก์ของกษัตริย์ในอนาคต อีกทั้งระดับและเผ่าพันธุ์ของมันก็เป็นที่ยำเกรง

 

 

 

ในโลกนี้ สัตว์อสูรล้วนถูกแบ่ง ออกเป็น ห้าระดับด้วยกัน

 

 

 

สัตว์อสูรระดับต่ำจะมีสติปัญญาที่ยังไม่ถูกพัฒนา มันยังมีสัญชาตญาณดิบเถื่อนของสัตว์ป่าอยู่มาก การจะพัฒนามันนั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลา และเทคนิคการสั่งสอน หากควบคุมได้ไม่ดี ผู้ที่ฝึกก็มีโอกาสอย่างมาก ที่จะตกอยู่ในอันตราย

 

 

สัตว์อสูรส่วนใหญ่ จึงถูกนำมาตั้งแต่มันยังเป็นไข่ หรือตัวอ่อน เพื่อฝึกและเลี้ยงให้เชื่องเชื่อได้ง่าย มันจะได้ไม่ทรยศผู้เป็นนาย

 

 

สัตว์อสูรที่มีปัญญา หรือพัฒนาตนเองขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง จะถูกเรียกว่า สัตว์อสูรวิเศษ มันสามารถช่วยผู้เป็นเจ้าของต่อสู้ได้ ทั้งยังเข้าใจคำบางคำของภาษามนุษย์  เหล่าวิหคขององค์ชาย ทั้งสามของราชวงศ์กรีนแลนด์ ก็อยู่ในระดับนี้ เพียงแค่ลดหลั่นตามความแข็งแกร่ง และความสามารถ

 

 

สัตว์อสูรที่สามารถพัฒนาทั้งปัญญา และ วิญญาณจนเข้าอีกขอบเขตได้ จะกลายเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ ตัวตนของอสูรเหล่านี้นั้น มีไม่มาก เพราะขั้นตอนที่จะพัฒนานั้นมีองค์ประกอบที่ซับซ้อนมากมาย การพัฒนาในระดับขั้นวิญญาณนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา หากผิดพลาดเพียงนิด จิตวิญญาณสัตว์อสูรจะสลายไปทันที แต่หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดก็จะกลายเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ ดังเช่น วิหคอมตะ ของราชวงศ์กรีนแลนด์

 

 

 

ระดับต่อมาคือ สัตว์อสูรโบราณ สัตว์อสูรบรรพกาล  ตัวตนเหล่านี้นั้นปัจจุบันแทบไม่มีให้เห็นอีกแล้ว มันคือตัวตนที่อยู่มาอย่างยาวนาน ควบคู่มากับกาลเวลา สัตว์อสูรเหล่านี้ แม้แต่อสูรศักดิ์สิทธิ์ ก็ไม่ใช้คู่ต่อสู้ของพวกมัน ทั้งร่างกาย ปัญญา และวิญญาณของพวกมันนั้น มิอาจประมาณได้

 

 

 

แต่ก็ไม่อาจเทียบกับสัตว์อสูรประเภทสุดท้าย มันคือ ตำนานของตำนานอย่างแท้จริง ถึงจะมีข้อมูลกล่าวอ้างแต่หลายๆ คนก็ยังคลางแคลงใจในข้อมูลเหล่านั้น เพราะไม่รู้ว่ามันจริงเท็จแค่ไหน พวกมันถูกเรียกขานว่า อสูรเทพหรือ อสูรเทวะตำนาน ข้อมูลของพวกมันมีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเล่าและคำกล่าวอ้างของเหล่านักเดินทางในสมัยก่อน

 

 

 

ในขณะที่เหตุการณ์กระอักกระอวลนี้ดำเนินไป โดยที่ไม่มีใครตั้งตัว บรรยากาศรอบด้าน ข้างนอกเรือนรับรองของตระกูลโอเดลรอส ก็พลันบิดเบี้ยว และปรากฎรูหนอนสีดำขนาดไม่ใหญ่ขึ้น เหล่าทหารคุ้มกันและบรรดาผู้อาวุโสของตระกูลที่อยู่ด้านนอก เมื่อเห็นดังนั้นก็อดส่งเสียงร้องเอ็ดตะโรลั่น อย่างควบคุมไม่ได้

 

 

วึม วึม วึมมมมมมม

 

 

มิติรูหนอนส่งเสียงกระหึ่มออกมา ในขณะที่ทุกคนกำลังเคร่งเครียดเตรียมรับมือกับ บางสิ่งที่พวกเขาไม่รู้จักนั้น มีเพียงองค์ชายหนึ่งที่ใบหน้าแสดงความยินดีอย่างปิดไม่มิด

 

 

 

"ถอยออกไปให้พ้น!!! ชายหนุ่มตวาดกร้าว ก่อนจะพุ่งตัวไปที่ช่องมิตินั้นอย่างรวดเร็ว

 

 

 

วิหคทมิฬค่อย ๆ พยุงร่างที่มีสภาพไม่สู้ดีของมันออกมาจากมิติรูหนอนสีดำ บนตัวของมันนั้นเต็มไปด้วยเลือด ทั้ง สดใหม่และแห้งกรัง ดวงตาของมันหม่นหมองไร้ประกาย  ขนปีกที่ครั้งหนึ่งสวยงามดำคลับ ตอนนี้หักและขนหลุดล่วงไม่เหลือเค้าเดิม

 

 

 

แต่มันยังรอดชีวิต!!

 

 

นัตย์ตาขององค์ชายหนึ่งวาวโรจน์ อารมณ์โกรธพุ่งทะยานอย่างไม่อาจหักห้าม ยามเมื่อเห็นสัตว์อสูรคู่ใจมีสภาพปางตาย

 

 

"มันเป็นใครกัน ...ทำไมช่างกล้าทำได้ถึงขนาดนี้!"สุรเสียงที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นตระโกนก้องเรือนรับรอง

 

 

 

เมื่อหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ แววตาของชายหนุ่มพลันแปรเปลี่ยนเป็นประสงค์ร้ายทันที เมื่อเรื่องมันเป็นเช่นนี้  ก็ต้องมีผู้รับผิดชอบ

 

 

"อลองเฟย์   ข้าไม่คิดว่า แม้แต่ป่าข้างตระกูลของเจ้า ก็ยังวางใจไม่ได้ เห็นที ข้อตกลงที่ทำกันไว้ ให้มันยุติเท่านี้เถอะ"



 

คำพูดขององค์ชายที่โดดเด่นที่สุดของราชวงศ์ราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ  ร้อนถึงเหล่าผู้อาวุโส และผู้นำตระกูล เร่งหาทางออกกันจ้าระหวั่น

 

 

 

ข้อตกลงระหว่าง อลองเฟย์และองค์ชายหนึ่ง คือสัญญาที่ว่า หากอลองเฟย์ นำชัยชนะในงานล่าอสูรมาได้ จะมีสิทธิ์เข้าร่วมกับกองกำลังภายในของราชวงศ์ที่เหล่าผู้เยาว์ใฝ่ฝัน

 

 

 

กองกำลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของราชวงศ์ คือสถานที่ ๆ ทุกคนมุ่งหวังที่จะเข้าร่วม มันคือศูนย์รวมของอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียง  สิ่งนี้นับเป็นหนึ่งในข้ออ้างยอดฮิตที่องค์ชายหนึ่งใช้หลอกล่อบรรดาผู้เยาว์ที่โดดเด่นจากตระกูลต่าง ๆ เพื่อให้ทำงานให้

 

 

ไม่มีผู้เยาว์คนใด ปฎิเสธกองกำลังภายในของราชวงศ์  ผู้ที่คิดอย่างนั้นส่วนใหญ่ ผู้คนล้วนลงความเห็นให้เป็น ผู้โง่เขลา และเบาปัญญา

 

 

 

ความเป็นจริงอีกเรื่องของบรรดาราชวงศ์นั้นก็คือ นอกจากการแข่งขัน ในเรื่องของสัตว์อสูรคู่บารมีแล้ว ยังมีการชิงไหวชิงพริบ ในเรื่องของการบัญชาการกองทัพอีกด้วย ซึ่งกองกำลังภายในของราชวงศ์จะประกอบไปด้วย เหล่ากองกำลังน้อยใหญ่ ที่บัญชาการโดยเหล่าผู้ที่มีอำนาจ หรือเชื้อพระวงศ์ 

 

 

 

องค์ชายหนึ่งก็เป็นหนึ่งในเหล่าผู้บัญชาการกองกำลังเหล่านั้น กองกำลังที่เต็มไปด้วยผู้ที่มีความสามารถโด่ดเด่น และด้วยศักยภาพที่ยอดเยี่ยมของคนเหล่านี้ ทำให้มันถูกขนานนามว่า กองกำลังวิหคทมิฬ ตามชื่อสัตว์อสูรคู่บารมีของเขา

 

 

 

นั่นแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจ และรักใคร่สัตว์อสูรคู่บารมีตนนี้เป็นอย่างมาก เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้เกิดขึ้น จึงสร้างความเจ็บแค้น และโกรธเคืองให้แก่องค์ชายหนึ่ง เป็นอย่างมาก

 

 

 

ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยไปทั้งอย่างนี้ แน่นอน และเมื่อมันเกิดในเขตของตระกูลโอเดลรอส ผู้รับผิดชอบจะเป็นใคร หากไม่ใช่เจ้าบ้าน!!!

 

 

 

"ขอองค์ชาย ได้โปรดพระทัยเย็นก่อน!"ผู้นำตระกูลระล่ำระลักพูดราวกับคนสำลักน้ำลาย เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้เช่นไร มันไม่สำควรจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาเช่นนี้ 

 

 

 

 

"ทำไมยังไม่มีใครเร่งไปตามหมอมาดูอีก   ไปสิ!" หนึ่งในเหล่าผู้ติดตามองค์ชายหนึ่งตวาดผู้คนรอบข้าง ของตระกูลโอเดลรอส สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือ ทำอย่างไรก็ได้ ให้องค์ชายผู้นี้พอพระทัย นัตย์ตามุ่งร้ายของผู้ติดตามรอบข้างฉายประกาย ราวกับสาสมใจ กับความโชคร้ายของตระกูลโอเดลรอส

 

 

 

คนผู้หนึ่งในตระกูลไหวตัวทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น โดยมิต้องให้ผู้นำตระกูลต้องสั่งใด ๆ  เส้นทางที่เขามุ่งหน้าไป คือ หอโอสถ ของตระกูล



----------------------------------------------------------------------

ขอบคุณที่ติดตามนิยาย ทั้งคนใหม่ และคนเก่านะครับ  ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.951K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,179 ความคิดเห็น

  1. #2653 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 16:07

    ขอบคุณ
    #2,653
    0
  2. #2391 kimurakung (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 15:05

    เหมือนงานจะเข้าหอโอสถรึป่าวเนี่ย

    #2,391
    0
  3. #2352 bsss27 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 20:43
    ก็สนุกกกกกกกกก
    #2,352
    0
  4. #1882 Keam_IFNT (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 18:39
    ปล่อยออกมาเองแท้ๆนะ
    #1,882
    0
  5. #1723 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 11:24
    นิสัยพอกันเลยจ้าาา
    #1,723
    0
  6. #1554 Serenezz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 17:43
    กลับมาอ่านอีกครั้ง ก็ยังสงสัยว่าองค์ชายหนึ่งอยู่ในตระกูลโอเดลรอสกี่วัน เพราะเท่าที่อ่านตามลำดับตอนองค์ชายหนึ่งเสด็จเยือนตระกูลตอนที่วาเลนปลุกพลัง หลังจากนั้นก็ผ่านไปประมาน 2-3 วัน นี่องค์ชายยังอยู่ในตระกูลอยู่โดยไม่คิดสงสัยเรื่องสัตว์อสูรของตัวเองที่หายไป 2-3 วันเลยหรอ
    #1,554
    0
  7. #1059 Dame_SD (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 01:52
    ปล่อยนกไปบินเองแล้วโทษคนอื่น อยากจะอวดอ้างบารมีนักไม่ใช่เหรอ
    #1,059
    0
  8. #688 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:10
    🙏🙏🙏
    #688
    0
  9. #548 bophobia (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 13:28
    องค์ชายสองช่างกล้า
    #548
    0
  10. #260 I'm pig (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 23:19
    สนุกมากครับ รู้สึกเสียใจขึ้นมาที่กดเข้ามาอ่านตั้งแต่ตอนยังน้อยอยู่ มันค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #260
    0
  11. #142 champ0012 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 11:33
    ติดตามมมมมมมมมมมม
    #142
    0
  12. #140 Kronos-Hades (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 19:33
    รอจ้าา
    #140
    0
  13. #139 G.U.M.M.Y (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 18:11
    เราพึ่งมาเจอเรื่องนี้ จะบอกว่ามันดีมากก รู้สึกเหมือนตัวเองห่างหายแนวแบบนี้มานาน555

    รอตอนต่อไปเด้ออ
    #139
    1
    • #139-1 มัตติก้า(จากตอนที่ 17)
      26 พฤศจิกายน 2562 / 01:21
      ขอบคุณที่ติดตาม นะครับ ^^¥
      #139-1
  14. #137 N2P_carter (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 11:18
    รอเจ้าค่ะ
    #137
    0
  15. #136 tao079150 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 13:35

    สนุกดีครับ จะมีการแบ่งขั้นของพลังเวทย์ไหมครับ พวกบทเวทย์ต่างๆ รออยู่นะครับ

    #136
    1
    • #136-1 มัตติก้า(จากตอนที่ 17)
      26 พฤศจิกายน 2562 / 01:22
      ขอบคุณที่ติดตามนะครับผม ¥^^¥
      #136-1
  16. #131 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 16:06
    รอๆๆๆๆ
    #131
    0
  17. #130 อัมพร (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 14:52

    ขอบคุณค่ะ

    #130
    0
  18. #128 29212990 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 13:26

    ขอบคุณค่าา
    #128
    0
  19. #127 runa-j (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 12:40
    องค์ชายหนึ่ง --> องค์ชายใหญ่
    องค์ชายสอง --> องค์ชายรอง
    #127
    0
  20. #126 Jamaneer (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 12:34

    งื้ออออ!! อยากอ่านอีก
    #126
    0
  21. #125 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 12:22
    รออ่านนะคะ
    #125
    0