คนสวนกับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา

ตอนที่ 16 : คนสวน กับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 16 โลกมหาสมุทร จุดกำเนิดพลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,947 ครั้ง
    19 พ.ย. 62

คนสวน กับต่างโลก  ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 16 โลกมหาสมุทร จุดกำเนิดพลัง

 

 

นัตย์ตาของวาเลนเครียดเขม็ง ทั่วทั้งร่างของเด็กน้อยชื้น เต็มไปด้วยเหงื่อกาฬที่แตกซ่าน

 

 

ร่างของคารีส ตอนนี้ราวกับเทพเจ้าสายฟ้า รอบตัวของเด็กน้อยในระยะห้าเมตรเป็นเขตพื้นที่อันตราย ปรากฎสายฟ้ามากมายซัดสาดออกมารอบทิศทาง วาเลนผวา รวบชุดหม้อหลอมโอสถถอยห่างอย่างว่องไว

 

 

หัวสมองน้อย ๆของเขาเร่งคิดหาทางออกอย่างรวดเร็ว

 

 

วาเลนกำมือแน่นด้วยความกดดัน ก่อนจะพบว่าในมือน้อย ๆ ของเขานั้นมีเม็ดยาในลักษณะเดียวกันกับที่ให้คารีสกินเข้าไปอยู่อีกสองเม็ด 

 

 

เมื่อมองไม่เห็นทางเลือกอื่น วาเลนจึงตบเม็ดยาหนึ่งเม็ดเข้าปากอย่างไว แล้วรอคอย เวลา พลังเวทย์ของเขาตอนนี้ไม่สามารถข่มพลังสายฟ้าของเด็กน้อยได้อย่างแน่นอน

 

 

ผ่านไปไม่นาน วาเลนรู้สึกราวกับว่ามีพลังงานที่หนักหน่วงเคลื่อนไหวอยู่ภายในตัว มันเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี พลังงานต่าง ๆ ไหลเวียนเข้าสู่แหล่งกำเนิดพลังทั้งห้าจุดภายในกายอย่างบ้าคลั่งราวกับน้ำหลาก แต่น่าแปลกประหลาดที่มันกลับไม่ปะทุเกี้ยวกราดเหมือนกับของคารีส

 

 

ราวกับว่าแหล่งพลังงานเหล่านั้นทั้งหมดถูกดูดซับเข้าไปในจุดกำเนิดพลัง มันกักเก็บพลังที่มหาศาลได้อย่างไม่สะทกสะท้าน พลังงานที่วาเลนรอให้ประทุ กลับเงียบหายไม่เป็นไปตามคาด

 

 

"ไม่...มันต้องไม่เป็นแบบนี้ !" วาเลนตบยาเม็ดที่สองตามทันที  อย่างกระวน กระวาย  ไม่นาน คลื่นพลังงานจากตัวยาระลอกที่สองก็พุ่งพล่าน แต่มันก็เหมือนเช่นเคย แหล่งพลังงานทั้งห้าจุดของวาเลนราวกับหลุมดำที่กว้างใหญ่ไม่สิ้นสุด มันดูดซับพลังต่าง ๆ อย่างตะกะตะกราม จนหายเกลี้ยง เด็กน้อยสูดลมหายใจเข้าลึก อย่างตื่นตะลึง

 

 

"หากเป็นแบบนี้ไม่ดีแน่" วาเลนจ้องมองไปยังลูกบอลสายฟ้าในมือของคารีส มันขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่มีทีท่าที่จะหยุด ใบหน้าของคารีส ขาวซีด ดวงตาเบิกโพรงอย่างตกใจ เด็กน้อยแสดงท่าทีหวาดกลัวออกมาอย่างชัดเจน ที่ไม่สามารถควบคุมพลังไว้ได้

 

 

"เป็นไง เป็นกัน!" วาเลนตัดสินใจใช้พลังของธาตุลมเข้าข่มทันที โดยไม่สนว่ามันจะมีอำนาจอยู่ในระดับไหน

 

ลำดับสายพลังธาตุนั้น มีทั้งธาตุที่เสริมกัน และแพ้ทางหักล้างกัน  โชคดีที่หนึ่งในธาตุที่สามารถสยบสายฟ้าได้นั้นคือ ธาตุลม  ซึ่งเป็นธาตุที่วาเลนค่อนข้างจะชำนาญเป็นพิเศษ รองจากธาตุพฤกษา

 

 

มันเป็นหนึ่งในธาตุที่ท่านหญิงวิเรร่า เคี่ยวกรำวาเลนอย่างหนัก พลังธาตุนี้เป็นพลังธาตุที่เธอรู้จักเป็นอย่างดีเพราะ เธอก็มีมันเช่นเดียวกัน!

 

 

จุดกำเนิดพลังธาตุลมในกายของวาเลนสะเทือนเลื่อนลั่น เมื่อมันถูกกระตุ้น อำนาจของมันถูกขับเคลื่อนอย่างรุนแรงทำให้ กระแสลมภายนอกปั่นป่วน ราวกับอากาศกำลังก่อให้เกิดพายุ

 

 

 

วาเลนชี้นิ้วเข้าหาเด็กน้อยคารีสทันที ราวกับอากาศรอบด้านตอบรับพลังธาตุของเด็กน้อย กระแสลมที่ไร้รูปรอย กระหน่ำเข้าหา คารีสอย่างบ้าคลั่ง  ปราการสายฟ้าไม่สามารถกีดกั้นกระแสลมที่รุนแรงนี้ได้ ข้าวของในห้องของวาเลนแทบไม่เหลือชิ้นดีซักชิ้น มันถูกกระแทกโดยสายลม และป่นเป็นผุยผง ด้วยอำนาจของสายฟ้า

 

 

มือน้อย ๆ ของวาเลน สะบัดออกหนึ่งครั้ง พลังอำนาจของสายลมโจมตีไปที่หลังคาห้องจนพังพินาศ ก่อนที่วาเลนจะบังคับสายลมให้ม้วนหอบเอาเด็กน้อยคารีสและตัวของเขาเองลอยออกไปด้านนอก  หากไม่ทำเช่นนั้น มีหวังว่า แม้แต่โครงเรือน ก็คงไม่เหลือชิ้นดี

 

 

โชคดีที่ เรือนพักของคุณชายเจ็ดนั้น อยู่ห่างออกมาจาก เรือนหลักของตระกูล และเป็นเอกเทศ  ลานโล่งรอบ ๆ เรือนที่เจ็ดนั้นเป็นพื้นที่ว่างเปล่า อาจจะด้วย คุณชายเจ็ดคนก่อนก็ไม่นิยม อยู่ติดเรือนเสียเท่าไหร่ มันเลยตั้งอยู่ท่ามกลางลานโล่งอย่างอ้างว้าง ไม่ถูกตกแต่งให้เป็นสวนสวยงามเหมือนคุณชาย และคุณหญิงคนอื่น ๆ เลยออกไปไม่ไกลจากเรือนพักเป็นเขตติดต่อกับชายป่าของตระกูล

 

 

 

วาเลนเร่งการหมุนของสายลมรอบตัวของคารีสให้ทวีความรุนแรงขึ้น สายฟ้าที่เคยอาละวาดไม่สามารถผ่านกำแพงสายลมออกมาได้ ยามเมื่อมันเปล่งประกายพุ่งออกมาเป็นสาย มันจะโดนอำนาจแห่งธาตุลมม้วนเข้ากับกำแพงสายลมและบดขยี้ให้หายไป

 

 

วาเลนเริ่มเข้าใจหลักการทำงานของพลังธาตุเพิ่มเข้ามาเมื่อได้เห็นกับตาตนเอง นี่คงเป็นสิ่งที่ท่านแม่ย้ำเตือนนักหนาถึงความสำคัญของการเก็บความลับเรื่อง นักเวทย์เบญจธาตุเพราะมัน เป็นตัวตนที่น่าคลั่นครามเป็นอย่างมาก

 

 

 

 เมื่อนักเวทย์ หนึ่งธาตุ เจอกับ นักเวทย์ธาตุที่เป็นอริ หักร้างกัน นั่นนับเป็นหายนะ แน่นอน

 

 

แต่ตัวตนของนักเวทย์เบญจธาตุนั้น ไม่มีใครปรารถนาที่จะพบเจอ และเป็นศัตรูด้วย เพราะมันจะเป็นทั้งฝันร้ายและหายนะที่แท้จริง

 

 

ยิ่งวาเลนกระตุ้นใช้งานธาตุลมมากเท่าไหร่ กลับยิ่งค้นพบความพิศวงเพิ่มขึ้นเท่านั้น จุดกำเนิดพลังธาตุนั้นราวกับโลกอีกใบ ที่ผู้เป็นเจ้าของสามารถเข้าไปสัมผัสถึงมันได้ ขนาดของมันใหญ่โตมหาศาล ในโลกใบนั้นไม่มีสิ่งใด นอกจากมหาสมุทรกว้างใหญ่ ภายในมหาสมุทรนั้น แบ่งพื้นที่ออกเป็นห้าเขต

 

 

พื้นที่เขตแรก มีเกาะขนาดใหญ่โตมโหฬารสูงตระหง่านพ้นขึ้นมาจากมหาสมุทร พื้นดินเหล่านั้นราวกับโอบอุ้มบางสิ่งเอาไว้ พลังงานที่ถูกดูดซับเข้ามากำลังขยายพื้นที่เกาะออกไปอย่างต่อเนื่อง

 

 

พื้นที่เขตที่สอง มีเพียงผืนน้ำที่ทอดตัวออกไปไกลจนมิอาจประมาณ แต่กึ่งกลางของมันปรากฎวังน้ำวนขนาดใหญ่  ที่คล้ายกับจะดูดทุกสรรพสิ่งลงไป เพื่อขยี้ทำลาย ยังด้านล่างของห้วงสมุทร พลังที่ถูกดูดซับเข้ามา มันถูกนำมาขยายน้ำวนเหล่านี้ ให้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน

 

 

พื้นที่เขตที่สาม อยู่เหนือน่านน้ำมหาสมุทร มันคือเขตของสายลมที่บ้าคลั่ง ทอนาโดลูกใหญ่กำเนิดขึ้นใจกลางเขตพื้นที่มหาสมุทรนี้ มันกำเนิดขึ้น นับร้อย นับพันลูก ความสูงใหญ่ของมันนั้น เทียมเมฆ ราวกับเสาค้ำสวรรค์

 

 

พื้นที่เขตที่สี่ นั้นแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก มันคือ ดวงไฟขนาดใหญ่ราวกับดวงอาทิตย์สีน้ำเงิน ที่เผาไหม้ลอยอยู่ในอากาศเหนือมหาสมุทร ทุกคราที่สะเก็ดไฟล่วงหล่นลงยังพื้นมหาสมุทรเขตนี้นั้น มันก็พลันย้อมให้ มหาสมุทรนั้น เป็นราวกับทะเลแห่งเปลวเพลิงสีน้ำเงิน ที่น่าหวาดกลัว

 

 

พื้นที่เขตที่ห้า เขตสุดท้าย ในโลกของจุดกำเนิดพลัง  เป็นพื้นที่ ๆ ใหญ่ที่สุด กว่าทุก ๆ เขต มันคือโลกแห่งพฤกษาโดยแท้จริง มีต้นไม้นับไม่ถ้วนกำเนิดขึ้นจากพื้นมหาสมุทร บ้างเล็ก บ้างใหญ่ รายล้อมรอบ ๆ ต้นไม้ขนาดมหึมา

 

 

วาเลนตื่นตะลึง หากเป็นเรื่องเล่าถึงต้นไม้เหล่านี้ในโลกก่อน วาเลนคงคิดว่า มันคือ ต้น อิกดราซิล!!

 

 

ต้นไม้ที่โอบรับโลกทั้งเก้าแห่งเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นโลกสวรรค์ โลกมนุษย์ โลกของยักษ์  คนแคระ หรือ เอลฟ์ เอาไว้กับกิ่งก้านสาขา และ รากของมัน  ด้วยขนาดและความแข็งแกร่งของมันนั้น ทำให้โลกทั้งหมดตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคง  เรื่องเล่าเหล่านี้นั้นคือ ตำนานปกรณัม นอร์ส ที่วาเลนเคยอ่านมาจากโลกเก่า

 

 

นี่คงเป็นจุดกำเนิดพลังธาตุพฤกษาของเขา ต้นไม้ใหญ่นี่คงเป็นแกนหลักของพลัง ด้วยความใหญ่โตของมัน วาเลนไม่สามารถมองเห็นยอดของมันได้ในตอนนี้

 

 

นี่เป็นครั้งแรกที่เด็กน้อยได้สัมผัสกับจุดกำเนิดพลังภายในกาย เปรียบไปมันก็คือโลก ๆ หนึ่งของเหล่านักเวทย์ ที่ใช้เก็บกักพลังงานภายใน  ที่พูดไปคล้ายว่าเด็กน้อยจมจ่ออยู่กับโลกภายในอยู่นาน แต่แท้ที่จริงแล้ว เหตุการณ์ที่วาเลนได้สัมผัส มันเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น

 

 

วาเลนมีความมั่นใจมากขึ้น และเข้าใจอะไรได้มากขึ้น แววตาของเขานั้นเป็นประกายมุ่งมั่นมากกว่าเดิม

 

 

 

มิคาดว่าเหตุการณ์ปลุกพลังของคารีสนั้นจะทำให้เขาได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล และเข้าใจอะไรได้เยอะขึ้นกว่าเดิมมาก ราวกับสมองของเขาได้เข้าถึงความรู้ในอีกระดับหนึ่ง

 

 

 

วาเลนยกมือน้อย ๆ ของเขาชี้ไปอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ทิศทางของการชี้นั้น ตรงดิ่งไปที่บอลพลังงานสายฟ้าในมือของคารีส

 

 

ตอนนี้เด็กน้อยคารีสนั้นแทบจะประคองสติตัวเองไว้ไม่อยู่แล้ว  สิ่งที่ประคองเขาอยู่ในตอนนี้ก็คือพลังงานสายฟ้า ที่ปะทุออกมารอบ ๆ กาย มันราวกับสร้างสนามพลังแม่เหล็กขึ้นมา ถึงทำให้คารีสนั้นยังลอยตัวอยู่ได้

 

 

 

สายลมปรากฎครอบไปที่บอลสายฟ้าอย่างรวดเร็ว ความคมและความรวดเร็วของมันนั้นถึงกับขนาดตัดการเชื่อมต่อบอลพลังงานสายฟ้ากับร่างหลักได้เพียงฉับเดียว

 

 

 

วาเลนบังคับให้สายลมที่หมุนรอบบอลสายฟ้านั้นพุ่งขึ้นด้านบนอย่างรวดเร็ว พลังงานของเวทย์มนต์ธาตุนั้น เมื่อมันหลุดจากการเชื่อมต่อกับร่างหลักแล้ว หากมันกระทบกับสิ่งใด มันจะแสดงพลังอำนาจของมันในทันที

 

 

 

เมื่อมันสูงได้ระยะแล้ววาเลนจึงบังคับให้สายลมเหล่านั้น บีบอัดกระแทกเข้ากับบอลสายฟ้าเจ้าปัญหาทันที !!

 

 

 

เกิดการระเบิดที่รุนแรงขึ้น ราวกับการโจมตีโดยขีปนาวุธ!! วงแหวนรูปเห็ดปรากฎเหนือฝากฟ้าของตระกูลโอเดลรอสอย่างฉับพลันแสดงให้เห็นถึงอำนาจแห่งการทำลายล้างที่รุนแรง มหาศาล

 

 

แรงลมจากการระเบิดกดอากาศทำให้เกิดแรงกดดันลงมายังพื้นด้านล่าง ต้นไม้ในป่าไหวเอนราวต้องลมพายุ รวมถึงฝูงสัตว์ต่างแตกตื่นอย่างจ้าระหวั่น กับเหตุการณ์ กะทันหันนี้

 

 

 

สายฟ้ารอบกายของคารีสค่อย ๆ หดหาย ร่างน้อยค่อย ๆ ตกลงบนพื้นลานด้านหน้าเรือน วาเลนโบกมืออย่างว่องไวหนึ่งครั้ง สายลมที่ห่อหุ้มคารีสพลันหายไปอย่างรวดเร็ว

 

 

 

ก่อนที่เขาจะรีบวิ่งเข้าไปสำรวจอาการของเพื่อนตัวน้อยทันที

 

 

 

สายลมไร้ที่มา พัดผ่านวูบหนึ่ง ก่อนจะปรากฎร่างของท่านหญิงวิเรร่าขึ้น เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตระหนก ก่อนจะหันมาหาวาเลน นัตย์ตาคมดุ จับจ้องเด็กน้อยอย่างต้องการคำอธิบาย

 

 

"วาเลนติโน่  โอเดลรอส บอกแม่มาเดี๋ยวนี้ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น!" ท่านหญิงวิเรร่าพูดขึ้น เธอทั้งตกใจ โล่งใจ และโกรธในเวลาเดียวกัน อารมณ์เหล่านี้เกิดขึ้นจากความเป็นห่วงกลัวว่าบุตรของเธอจะเป็นอันตราย

 

 

 

"นั่นสิ ดูเหมือนเขาจะต้องอธิบาย หลายอย่างเลยล่ะ ว่ามันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ในช่วงเวลาที่ องค์ชายหนึ่งมาเยือนตระกูลของเราได้อย่างไร! หรือเขากำลังจะก่อให้เกิดความขายหน้าแก่สาธารณะชนที่ติดตามขบวนมาด้วยอย่างนั้นหรือ? " มีเสียงเสริมขึ้นจากด้านหลังของท่านหญิงวิเรร่า ก่อนจะปรากฎชายชราสองคนเดินเคียงคู่กันเข้ามา

 

 

นัตย์ตาของทั้งสองจับจ้องไปยังคุณชายเจ็ดอย่างอยากจะเอาโทษ

 

 

 

"ท่านทั้งสองก็มาด้วยรึ ถึงกับให้ผู้อาวุโสคุมกฎ ลงมาด้วยตนเองเช่นนี้ นี่เป็นคำสั่งผู้นำตระกูลหรือ?" ผู้อาวุโสเอียน อาจารย์ของวาเลนเดินออกมาหลังจากที่ผู้อาวุโสคุมกฎทั้งสองกล่าวถามขึ้น

 

 

 

"ผู้อาวุโสเอียน"ชายชราทั้งสองทักทาย อย่างมิใคร่จะใส่ใจนัก ถึงอย่างไร ในฐานะผู้อาวุโส ลำดับขั้นก็เท่าเทียมกัน นอกจากการวัดความสำคัญของหน้าที่แล้ว พลังเวทย์ก็เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องการจัดลำดับผู้อาวุโสเช่นกัน ซึ่งหากเปรียบเทียบตอนนี้ ทั้งสองฝั่งสามารถต่อสู้กันได้อย่างสูสีและไม่เพลี่ยงพล้ำ ผู้อาวุโสทั้งสองจึงไม่ใคร่จะใส่ใจถึงการมาของผู้อาวุโสเอียนนัก

 

 

 

แต่จากสถานการณ์ตอนนี้นั้นหากจะยัดเยียด ความผิดให้แก่คุณชายเจ็ด ก็ดูว่าคงจะไม่เหมาะสมเสียเท่าไหร่ ชายชราทั้งสองจึงพูดหาทางออกอย่างฉับไว

 

 

 

"ข้าเพียงแต่มาดูตามหน้าที่ ช่วงนี้ตระกูลรับแขกคนสำคัญ ท่านก็รู้! ดังนั้นเหตุการณ์ใด ๆ ก็ไม่สมควรเกิดขึ้นในระหว่างนี้ หวังว่าท่านจะเข้าใจ " ผู้อาวุโสคุมกฎทั้งสอง พูดขึ้น ก่อนจะจับจ้องวาเลนอย่างมาดร้าย

 

 

"โดยเฉพาะท่านคุณชายเจ็ด หวังว่าท่านจะเห็นแก่หน้าของตระกูลบ้าง การกระทำใด ๆ ก็พึงระวังไว้จะดีที่สุด" พูดจบทั้งสองก็หันไปมองท่านหญิงวิเรร่าแวบนึง ด้วยแววตาหยามหยัน ก่อนจะจากไปอย่างรวดเร็ว

 

 

ท่านหญิงวิเรร่ามองตามผู้อาวุโสทั้งสองอย่างเกลียดชังเช่นกัน เธอเข้าใจในเรื่องที่ทั้งสองสนับสนุนคุณชายหนึ่ง อลองเฟย์ แต่ก็ไม่ควรมาแสดงกิริยา และทำตัวมาดร้ายกับผู้เยาว์ในตระกูล คนอื่น ๆ เช่นนี้

 

 

 

"ท่านอย่าได้ใส่ใจเลย ท่านหญิง ตอนนี้สิ่งสำคัญคือ เราควรจะรู้ก่อน ว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่" ผู้อาวุโสเอียนพูดขึ้น พลางมองวาเลน อย่างต้องการคำตอบ

 

 

 

"เชิญเข้าเรือนก่อนครับ ท่านอาจารย์ ท่านแม่" วาเลนพูดอ้อมแอ้ม ไม่เต็มคำ เด็กน้อยไม่กล้าเรียกมันว่าเรือนได้เต็มปาก เพราะสภาพของมันตอนนี้ ไม่ได้ดีไปกว่าโรงกักสัตว์ผุพังที่เขาเคยอยู่อาศัยตอนถูกทำโทษสักเท่าไหร่

 

 

ท่านหญิงวิเรร่าได้ยินถึงกับคิ้วกระตุก หากไม่ได้คำอธิบายดี ๆ คราวนี้คงได้มีการลงโทษกันบ้าง

 

 

ในเรือนที่พังยับเยินตอนนี้ หนึ่งหญิง หนึ่งชายชรา กำลังยืนรอฟังคำอธิบายอย่างสงบ  บรรยากาศนั้นดูคุกรุนและกดดันสำหรับวาเลนเป็นอย่างมาก

 

 

วาเลนไม่สามารถหาข้ออ้างได้ถึงเรื่องการปลุกพลังของคารีส เพราะโดมมายากฎสวรรค์นั้น บังคับไม่ให้เกิดเหตุการณ์วินาศสันตะโรนี้ขึ้นได้อย่างเด็ดขาด ข้ออ้างนี้จึงตกไป  เมื่อไม่มีทางเลือก เด็กน้องจึงสารภาพตามความจริง

 

 

"เจ้าหลอมโอสถระดับเงินได้แล้วหรือ!!"ผู้อาวุโสเอียนถามอย่างตกตะลึง หลังได้ฟังคำบอกเล่าจากศิษย์ของตนเอง

 

 

ให้ตายเถอะ!! เด็กนี่มีพรสวรรค์มากเกินไปจริง ๆ  และด้วยความที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ชายชราจึงขอดูเม็ดยาระดับเงิน เป็นเครื่องยืนยัน

 

 

"หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ ศิษย์มิมีสิ่งใดเหลือให้ท่านได้ดู ท่านอาจารย์ มีเพียงเศษซากสมุนไพร ระดับเงินบางส่วนเท่านั้น ที่ตกอยู่" สิ้นคำของวาเลน ผู้อาวุโสเอียนก็ถลาวิ่งไปหาของเหล่านั้น ราวกับเด็กน้อยเจอของเล่นล้ำค่า

 

 

 

"แม่ภูมิใจในตัวเจ้า" ท่านหญิงวิเรร่าพูดขึ้นอย่างชื่นชม พลางยิ้มน้อย ๆ อย่างยินดี 

 

 

 

"แต่ว่า ความผิดก็ส่วนความผิด" วาเลนที่กำลังจะยิ้มตอบชะงักงันทันที

 

 

 

"หลังจากนี้  หนึ่งอาทิตย์ แม่ห้ามเจ้าหลอมหรือทดลองอะไรเล่น ๆ อีกเป็นอันขาด เข้าใจไหม" วาเลนที่คิดว่าจะโดนโทษที่หนักกว่านี้ ก็พลันยิ้มทะเล้น อย่างยินดี

 

 

ผู้อาวุโสเอียนที่เตรียมจะช่วยวาเลนพลันกลืนคำพูดลงคอไปทันที ตอนแรกชายชรากลัวจับใจ นึกว่าท่านหญิงจะห้ามคุณชายเจ็ดหลอมโอสถตลอดไป หากเป็นเช่นนั้น คงได้มีผิดใจกันบ้างแน่นอน

 

 

ในมือของชายชรานั้นกำซากสมุนไพรระดับเงินนับสิบต้นไว้แน่น นี่ท่านหญิงวิเรร่ามีสมุนไพรระดับสูงอยู่กี่ต้น กันแน่ ถึงได้เอามาให้กุลบุตรทดลองหลอมเล่นเช่นนี้ได้ ผู้อาวุโสเอียนปาดเหงื่อเย็นที่ไหลลงมาอย่างไม่ตั้งใจ ใบหน้าของเขาราวกับกลืนยาขม

 

 

 

ยิ่งเพชรเม็ดนี้ สามารถส่องประกายตั้งแต่ยังมิได้เจียระไน คาดว่าอนาคตของเขาคงมิอาจประมาณได้แล้ว ชายชรามองไปยังเรือนหลักของตระกูลที่ตั้งอยู่ห่างออกไป

 

 

 

"ท่านพลาดเสียแล้ว ท่านผู้นำ เพราะอคติที่บังตา ทำให้ท่านละเลยผู้มีพรสวรรค์อย่างยิ่งยวดไปหนึ่งคน หวังว่าคงไม่สายจนเกินไป มิเช่นนั้น คงไม่ง่ายที่จะโน้มน้าวใจให้เขาอยู่กับตระกูล" ชายชราหันกลับมามองไปยังคุณชายเจ็ดที่บัดนี้กำลังออดอ้อนมารดาอย่างมีความสุข

 

 

"หรือมันอาจจะสายไปแล้วก็ไม่รู้" ผู้เป็นอาจารย์ของเด็กน้อยทอดถอนใจ อย่างเป็นกังวล



------------------------------------------------------------------------------------

มาลงให้อ่านแต่วันครับ วันนี้  เดี๋ยวจะหายไป สามสี่วันครับ ตอนนี้ตอนที่ลง ให้อ่าน มันมาชนกับตอนปัจจุบันที่แต่งแล้วครับ

ไรท์ยังไม่โปรระดับ แต่งไปลงไปในแต่ละวันได้ครับ เลยจะเว้นระยะให้ห่างสักนิด ครับ 

ยังไง อย่าเพิ่งทิ้งกันนะครับ ขอบคุณทุกกำลังใจครับผม ที่ติดตาม และคอยคอมเม้นต์ให้กันเสมอมา ^^ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.947K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,170 ความคิดเห็น

  1. #2836 chom-hama260144 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 13:47
    รู้สึกว่าความตะวันตกกับตะวันออกมันขัดกันน้อยลง หรือว่าเราเริ่มชินแล้ว? 55555555555555
    #2,836
    0
  2. #2652 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 15:45

    ขอบคุณ
    #2,652
    0
  3. #2387 kimurakung (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 14:58

    ได้คนสนิทมีเวทย์ธาตุสายฟ้า ทรงพลังแบบนี้ ก็หายห่วง

    #2,387
    0
  4. #2351 bsss27 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 20:39
    ไม่รุ้เม้นอะไรคือสนุกมากเม้นคำเดี่ยวคือสนุกภาษาอ่านง่ายยยยยยยมากกกกกกกกกอ่านแล้วตื่นเต้นลุ้นอยู่ตลิดเวลา
    #2,351
    0
  5. #2013 xjkatoo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 01:04
    ออกไปสร้างตัวข้างนอกดีกว่า อยู่ในตระกูลนี้นะ
    #2,013
    0
  6. #1881 Keam_IFNT (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 18:35
    ก็น่าจะสายไปแล้วละนะ55
    #1,881
    0
  7. #1722 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 11:20
    ไม่ทันแล้วววววววววว
    #1,722
    0
  8. #1690 pkst (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 13:52
    อยากให้เปลี่ยนจากคุณหญิงเป็นคุณหนูนะคะ คุณหญิงเหมือนตำแหน่งภรรยามากกว่า คหสต
    #1,690
    0
  9. #1566 Pimmy_01 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 02:37

    มัน สายไปแล้วจ๊ะ!
    #1,566
    0
  10. #1536 pink1548_EXo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 02:14
    สายไปแล้วจ้าาาา

    ถ้าจะละเลยลูกขนาดนั้นตัดขาดกันไปเลยคงจะดีกว่านี้
    #1,536
    0
  11. #1348 yukai (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 14:55

    ขอบคุณ
    #1,348
    0
  12. #1058 Dame_SD (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 01:48
    ใช่ มันสายไปแล้ว ตระกูลเฮงซวย
    #1,058
    0
  13. #841 Lilias (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:06
    ออกเลยลูกชายย อย่าอยู่กับตะกูลเฮงซวยเลยย
    #841
    0
  14. #687 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:57
    🙏🙏🙏
    #687
    0
  15. #669 0994232313ploy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 05:02
    มันสายไปแล้วววววววววว
    #669
    0
  16. #424 ThaipaKing (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 21:39
    พาแม่หนีออกจากตระกูลเลย
    #424
    0
  17. #285 ผมเอง (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 15:00

    สนุกมาก อ่านยาวๆแบบลืมเวลา

    #285
    0
  18. #151 อ๊ะๆๆ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 08:24

    ยังไม่สายยังกินนอนในตระกูลอยู่เลยอิๆ

    #151
    0
  19. #135 Ratgma (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 01:58
    มันสายไปแล้ว!!!!
    #135
    0
  20. #124 RuangarunYampun (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 18:58

    รรรรรรรร
    #124
    0
  21. #120 Nottefa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 14:31
    รอเสมอค่ะ

    สนุกทุกตอนจริง ๆ ชอบการบรรยายของไรท์มาก
    #120
    0
  22. #119 Empty_Mind (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 00:21

    รอจ้าาาาาา
    #119
    0
  23. #118 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 22:30
    รออ่านนะคะ
    #118
    0
  24. #117 29212990 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 22:23
    ขอบคุณค่าา สนุกมากก
    #117
    0
  25. #116 SiripornKongdam (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 20:46

    ชวนแม่กับอาจารย์ออกจากตระกูลเลย555

    #116
    0