คนสวนกับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา

ตอนที่ 13 : คนสวน กับต่างโลก ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 13 การมาเยือนขององค์ชายหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,889
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,821 ครั้ง
    8 พ.ย. 62

คนสวน กับต่างโลก  ภาค พิภพพฤกษา ตอนที่ 13  การมาเยือนขององค์ชายหนึ่ง

 

 

อำนาจเพียงหยดเดียวของเลือดจากอักษรรูน สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างน่าอัศจรรย์

 

 

วาเลนฝืนร่างกายน้อย ๆ ของเขา ทนรับการปลุกพลังสายเลือดอย่างต่อเนื่อง ร่างกายที่หมดสภาพจะถูกกระตุ้นฟื้นฟูโดย โดมมายากฎสวรรค์ จนกลับมามีสติเหมือนดังเดิม

 

 

 

วาเลนกัดฟันฝืนทนกับสภาวะที่สายลมแปรเปลี่ยนรุนแรงนับครั้งไม่ถ้วน บางครั้งฉีกกระชาก บางครั้งหมุนวนบ้าคลั่ง จนร่างของวาเลนแทบจะแหลกสลายคาโดมมายา

 

 

ในบันทึกที่สลายไปหลังจากอักษรรูนหลุดออกมา มีการกล่าวถึงสัญญาณอันตรายเอาไว้ มันบันทึกไว้ว่า การปลุกพลังสายเลือดโดยการแปลงสภาพโลหิตนั้น เป็นการกระทำที่ฝืนกฎสวรรค์

 

 

มันคือการรับเอาพลังจากโลหิตอื่นที่ไม่ใช่ของตนมาทำการแปลงสภาพและปลุกพลัง

 

 

ช่วงจังหวะของการปลุกพลังจะเอาแน่เอานอนไม่ได้ หากใช้วิธีนี้ ผู้คนสมัยก่อนจะต้องปิดด่าน ฝึกตนเพื่อให้ร่างกายพร้อมสำหรับการมาเยือนของโดมมายากฎสวรรค์

 

 

 

และเมื่อมันเป็นการฝืนสวรรค์ การผ่านพิธีปลุกพลังโดยการแปลงโลหิตนี้ จึงโหดร้ายเป็นอย่างมาก โดมมายากฎสวรรค์จะไม่ปราณี และยกเว้นให้กับร่างของผู้รับเอาพลังจากโลหิตอื่น  ทัณฑ์ทรมานนี้จะหมุนเวียนกระทำร่างจนกว่าที่กฎจะกำหนดให้พอ

 

 

 

พลังที่ถูกปลุกขึ้นมาได้ ส่วนใหญ่จะทรงอำนาจ ตามเลือดที่ใช้แปลงสภาพ ยิ่งเจ้าของเลือดทรงพลังและมีอำนาจมากเท่าไหร่ พลังที่ปลุกได้ยิ่งเต็มไปด้วยอำนาจมากเท่านั้น!

 

 

แต่ทว่าการปลุกพลังลักษณะนี้ ทำให้ในอดีตเหล่าผู้ทรงอำนาจอยู่อย่างไม่สงบสุข  ถูกไล่ล่า และหมายหัว โดยเหล่านักล่ารางวัล 

 

 

กระทั่งมันกลายเป็นเรื่องต้องห้ามในอดีต เมื่อเหล่านักล่าถูกจัดการอย่างโหดเหี้ยม และไร้ปราณี มีชีวิตถูกเซ่นสังเวยนับไม่ถ้วน และตกตายลง กระดูกของคนเหล่านั้นกองสูงเทียมภูเขา

 

 

เรื่องราวถูกเล่าผ่านมานานจนข้อมูลส่วนใหญ่กลายเป็นนิทานกึ่งเท็จ กึ่งจริง  ที่เหล่าผู้ใหญ่เอาไว้เล่าให้เด็กน้อยหวาดกลัว และปัจจุบันนี้เรื่องราวเหล่านี้ แทบไม่มีใครรู้จักอยู่แล้ว มันหายไปกับสายธารแห่งกาลเวลา จนหมดสิ้น

 

 

 

เหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านสายตา ของผู้อาวุโสทั้งสองของตระกูล รวมถึงท่านหญิงวิเรร่าผู้เป็นมารดา แววตาทั้งสามแสดงความไม่เข้าใจ ไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ มาก่อน

 

 

ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร สายลมเริ่มที่จะค่อย ๆ สงบลงพร้อม ๆ กับที่ภัยพิบัติจากธาตุดิน และธาตุน้ำเริ่มสำแดงมาตามลำดับ

 

 

 

 

ทุกครั้งที่มีการแปรเปลี่ยนภายในโดมมายา สีหน้าของผู้ที่เฝ้าดูอยู่ด้านนอกยิ่งไร้สีเลือดลงเรื่อย ๆ ความประหวั่นพลั่นพรึงปรากฎบนใบหน้า อย่างยากที่จะทำใจได้ การทรมานนี้ มันมากเกินกว่าที่เด็กคนนึงจะรับไว้ ต่อให้เป็นผู้ใหญ่ก็มิคาดว่าจะทานทนได้ ถึงแม้ร่างกายจะถูกฟืนฟู แต่สภาพจิตใจนั้น ย่อมย่ำแย่อย่างแน่นอน

 

 

 

เมื่อการปลุกธาตุที่สี่ผ่านไป ตามเนื้อตัวของวาเลนพลันถูกเกาะกุมไปด้วยเถาวัลย์ไม้เลื้อย มันรัดรึงไปตามเนื้อตัวห่อหุ้มร่างเด็กน้อยราวกับดักแด้ ไม่เท่านั้นมันฝังรากของมันลึกลงบนผิวหนังของวาเลนอย่างต่อเนื่อง บนผิวของเด็กน้อยถูกชอนไชด้วยรากไม้อย่างน่าสยดสยอง วาเลนกรีดร้องสุดเสียง ก่อนจะสลบไป

 

 

ทัณฑ์ทรมานสุดท้ายจากโดมมายานี้ช่างโหดร้ายเหลือคณานับ วาเลนรู้สึกราวกับว่าทั่วทั้งตัวของเขาถูกแทงยับ  มีบางสิ่งเลื้อยพร่านไปมาใต้ผิวหนัง 

 

 

 

นี่คือการปลุกพลังของธาตุพิเศษ!! ธาตุพฤกษา!!!

 

 

โดมมายากฎสวรรค์ กระตุ้นวาเลนให้ได้สติ คราวนี้เด็กน้อยประคองสติได้นานกว่าเดิมเล็กน้อย ก่อนจะกรีดร้องและสลบไปอีกรอบ ภาพตรงหน้า ทำให้แข้งขา ของท่านหญิงวิเรร่า แทบไม่มีแรงยืน ต่างกับผู้อาวุโสห้องสมุด ที่ตกใจแทบทรุด

 

 

"ไม่จริง!  นี่ ! เป็นไปไม่ได้ เด็กน้อยนี่คือ นักเวทย์เบญจธาตุ!!" ผู้อาวุโสห้องสมุดผู้รอบรู้พลันพูดขึ้นอย่างตกใจ

 

 

 

ร่างกายของผู้อาวุโสทั้งสองเย็นเชียบ หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด เด็กน้อยเบื้องหน้านี้ อนาคตจะต้องเป็นหนึ่งในผู้ที่ทรงอำนาจที่สุดคนหนึ่ง หากมีการสนับสนุนที่ดี และพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ตัวตนที่ปลุกพลังได้ถึงห้าธาตุนั้น สามารถนับได้ด้วยมือเดียว จะไม่ให้ผู้อาวุโสทั้งสองตกใจได้อย่างไร แถม หนึ่งนั้นเป็นธาตุในตำนาน อีกหนึ่งนั้นเป็นธาตุพิเศษ ที่หาได้ยากยิ่ง ชายชราทั้งสองนั้นอยากจะเป็นลมเสียให้ได้ สวรรค์!! ท่านลำเอียงขนาดนี้ได้อย่างไร สิ่งพิเศษเหล่านี้อยู่ในคน ๆ เดียว ท่านจะให้คนอื่นอกแตกตายอย่างนั้นหรือ?

 

 

เวลาล่วงเลยผ่านไป โดมมายา กฎสวรรค์ค่อย ๆ จางหาย เมื่อทัณฑ์สวรรค์สิ้นสุดลง  เป็นสัญญาณการสิ้นสุดการปลุกพลังเวทย์ ร่างเล็กร่วงหล่นลงมาอย่างช้า ๆ สู่อ้อมแขนของท่านหญิงวิเรร่า ที่เข้ามารอท่าอยู่แล้ว

 

 

น้ำตาของผู้เป็นมารดาไหลหล่นลงมาเงียบ ๆ เธอใช้มือลูบไล้ใบหน้าบุตรของเธอ ก่อนจะจัดผมที่ปรกหน้าของวาเลนให้เป็นระเบียบ

 

 

ผู้อาวุโสทั้งสองไม่ได้พูดสิ่งใดอีก เพียงเฝ้ามองห่าง ๆ ถึงแม้จะไม่ได้คลุกคลีกับคุณชายเจ็ดก่อนหน้านี้ แต่ก็พอรู้ว่าความรักของท่านหญิงวิเรร่าที่มีให้กับเด็กคนนี้นั้น มากมายมหาศาลขนาดไหน

 

 

อาจเป็นเพราะกุลบุตรผู้นี้ไม่เป็นที่สนใจของผู้เป็นบิดา ท่านหญิงจึงทุ่มเทให้ทุกอย่างเพื่อชดเชยให้กับเด็กน้อย

 

 

นับเป็นครั้งแรกที่น้ำตาของผู้เป็นแม่หลั่งไหลด้วยความยินดี 

 

 

"ท่านแม่.... ข้าหวังที่จะเป็นความภาคภูมิใจของท่าน...ต่อให้จากนี้บิดาจะเห็นข้าเป็นตัวอะไรก็ตาม"

 

เธอนึกย้อนไปถึงถ้อยคำของเด็กน้อยที่พบกันครั้งล่าสุด สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เหมือนเป็นการพิสูจน์คำพูดเหล่านั้น น้ำตาของเธอยิ่งไหลมากกว่าเดิม เด็กน้อยที่สลบไสลในอ้อมกอดเธอนั้นได้เติบโตขึ้นอีกขั้นแล้ว

 

 

"แม่ภาคภูมิใจในตัวเจ้าเสมอ วาเลนติโน่ เมื่อเจ้าตื่นขึ้น นี่จะเป็นย่างก้าวครั้งใหม่ ที่จะไม่มีใครกล้าดูถูกเจ้าอีก"ท่านหญิงวิเรร่ายิ้มอย่างปลาบปลื้มใจ เธอหันไปส่งสัญญาณมือให้ผู้ติดตามใกล้ชิด อุ้มบุตรของเธอกลับยังที่พัก อย่างรวดเร็ว

 

 

"ผู้อาวุโสทั้งสอง ข้าน้อยมีเรื่องจะรบกวนพวกท่าน ข้ายังมิอยากให้เรื่องเหล่านี้แพร่งพรายออกไป ข้าอยากให้เขาได้ใช้ชีวิตตามใจตัวเองสักพักนึง ข้าเข้าใจดีว่า ท่านทั้งคู่ล้วนเห็นแก่ตระกูลสำคัญอันดับหนึ่ง แต่ขอเวลาสั้น ๆ ให้เขาได้ทำอย่างที่เขาต้องการจริง ๆ โดยไม่ต้องถูกตระกูลบีบบังคับ ท่านทั้งคู่พอจะช่วยได้ไหม" ท่านหญิงวิเรร่าพูดขึ้นอย่างมุ่งมั่น บุตรของเธอที่ผู้คนเห็นว่าไร้ประโยชน์และเป็นสวะผู้หนึ่งนั้น ไร้การเหลียวแลมาเนินนาน ยามนี้ เด็กคนนี้กลับพัฒนาศักยภาพได้เด่นล้ำ เป็นเรื่องธรรมดาที่ตระกูลจะแทรกแซง และนำไปใช้ประโยชน์

 

 

 

"ข้าอยากให้เวลาแก่เขา เด็กคนนี้เปลี่ยนไปมาก ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นล้วนมาจากความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง เขามีแนวทางของเขา อัจฉริยะไม่จำเป็นต้องถูกชักจูง ให้เขาเดินตามทางของเขาเถิด ข้าจะช่วยส่งเสริมอีกแรง ท่านไม่จำเป็นต้องกังวล หากสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ท่านต้องการ ข้าพอจะรับปากให้ได้"ผู้อาวุโสเอียนพูดรับรอง ไม่มีทางที่อัญมณีเม็ดนี้จะตกไปเป็นของผู้อื่น คงมีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะพูดจาโอ้อวดเงินในกระเป๋าให้กับโจรฟัง

 

 

"ส่วนข้า ท่านยิ่งไม่ต้องเป็นห่วงท่านหญิง   ข้ารับรองได้ว่า จะไม่มีใครเค้นเอาอะไรจากปากของข้าได้ เด็กคนนี้ขยันใฝ่รู้ ถึงแม้ข้าจะเห็นเขาแค่สองครั้งในห้องสมุด แต่แน่นอนว่าบุคลิกเช่นนี้ย่อมมีแต่ในอัจฉริยะ"ผู้อาวุโสห้องสมุดพูดสมทบ

 

 

"เจ้าว่าอะไรนะ ! เมลล์  สองครั้ง เจ้าคงไม่ได้จำผิดนะ เด็กคนนี้เนี้ยนะ จะเข้ามาแค่สองครั้ง เป็นไปไม่ได้ เจ้าคงเลอะเลือน เพราะแก่เกินไป "ผู้อาวุโสเอียนสบประมาท อย่างไม่ไว้หน้า เด็กคนนี้มีคลังความรู้สมุนไพรเป็นไปได้อย่างไร ที่เขาจะเข้าห้องสมุดแค่สองครั้ง

 

 

"เจ้าสิเลอะเลือน ข้าไม่เคยผิดพลาด เจ้าเฒ่า! แม้แต่เจ้าที่ไม่เคยย่างกรายเข้ามา ห้าปี ข้ายังจำได้!! ถูกไหม ใครกันแน่ที่เลอะเลือน!" ผู้อาวุโสเมลล์โต้กลับอย่างโมโห

 

 

"งั้นข้าจะบอกอะไรให้ เด็กคนนี้ทดสอบผ่านเป็นผู้หลอมโอสถฝึกหัดได้ ไม่มีทางที่เขาจะเอาข้อมูลเหล่านั้นจากห้องสมุดของเจ้าได้เพียงแค่เข้ามาสองครั้ง และเท่าที่ข้าดูศักยภาพของเขายังถูกประเมินไม่เต็มที่ มีข้อมูลสมุนไพรมากกว่านั้นในหัวของเขา"สิ้นคำพูดของผู้อาวุโสเอียน ทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบงัน ผู้อาวุโสทั้งสองต่างขบคิดอย่างแปลกใจ เด็กน้อยนี่เต็มไปด้วยปริศนาเสียจริง

 

 

 

ในตอนนี้ แม้ผู้คนในตระกูลจะรู้สึกว่ามีเหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้นแต่ก็ไม่ดึงดูดใจเท่ากับขบวนของหนึ่งในองค์ชาย จากราชวงศ์ กรีนแลนด์ ที่เดินทางมาเยือนตระกูลด้วยตนเอง

 

 

ผู้นำตระกูลที่ทราบข่าวจากคนของตนที่อยู่ในวังของกษัตริย์ รีบให้เหล่าผู้อาวุโส รอต้อนรับอย่างเร่งรีบ และจัดสถานที่รองรับอย่างสมเกียรติ อย่างไรซะ องค์ชายเหล่านี้ วันหนึ่งก็จะกลายเป็นกษัตริย์

 

 

การนอบน้อมและให้เกียรติ เป็นสิ่งที่ควรทำให้ดีที่สุด ไม่มีตระกูลไหนที่ไม่อยากมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราชวงศ์

 

 

ขบวนปักษาสีคราม พาหนะของราชวงศ์กรีนแลนด์ บินเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบสวยงามเหนือน่านฟ้าของตระกูลโอเดลรอส มันบินวนหนึ่งรอบตามธรรมเนียมก่อนจะล่อนลงยังลานกว้างของตระกูล

 

 

ปักษาครามตัวใหญ่ที่สุดย่อตัวของมันลง ใช้ปีกต่างบันใดให้ชายหนุ่มท่าทางองอาจ เดินลงมาจากหลังของมัน  นัตย์ตาราวอินทรีของมันกวาดมองไปทั่วอย่างเย่อหยิ่ง พรางสลัดแผงคอ ไปมาอย่างไว้ท่าที

 

 

 

"สวัสดี ท่านอา อเลย์ ท่านไม่เห็นต้องยุ่งยากเตรียมการใหญ่โตเลย ข้ากับอลองเฟย์ เปรียบไปก็เหมือนกับสหายสนิทกัน ข้าไม่เคร่งครัดเรื่องธรรมเนียม ขอท่านอาอย่าได้ใส่ใจเลย"

 

 

"มิได้ ๆ ยิ่งอลองเฟย์เป็นถึงสหายสนิท ตระกูลยิ่งต้องต้อนรับให้สมเกียรติ ขอองค์ชายอย่าได้ใส่ใจกับเรื่องนี้ นี่เป็นการต้อนรับที่ถูกต้องแล้ว เชิญที่ห้องรับรองเถิดองค์ชายหนึ่ง  อลองเฟย์กำลังกลับมาจากการล่าแล้ว คาดว่าไม่นานคงจะถึง"ผู้นำตระกูลอเลย์ พูดพลางเชื้อเชิญแขกเข้าด้านใน

 

 

 

"จะเป็นไรไหม ท่านอา หากข้าจะให้คู่หู ได้ออกมาสูดอากาศที่นี่ซักหน่อย ใกล้ ๆตระกูลท่านมีผืนป่ากว้างใหญ่นัก มอร็อกของข้าคงจะชอบมันน่าดู"

 

 

ผู้นำตระกูลนั้นพอคาดเดาถึงการมาขององค์ชายหนึ่งในครั้งนี้ได้ การนำสัตว์คู่บารมีออกมานั้นมิใช่การที่จะทำได้พร่ำเพรื่อ เหตุผลที่ว่าจะนำออกมาบินเล่นนั้น แม้แต่เด็กอมมือยังรู้เลยว่ามันไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริง

 

 

การอวดสัตว์คู่บารมีนั้น คือการประกาศศักดาอย่างหนึ่งของเหล่าองค์ชายและองค์หญิงของราชวงศ์กรีนแลนด์ 

 

 

ในครั้งนี้องค์ชายหนึ่งคงต้องการแสดงสัตว์คู่บารมีเพื่อหวังให้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลโอเดลรอส 

 

 

ชื่อเสียงของคุณชายอลองเฟย์  โอเดลรอสนั้นเป็นที่ประจักรเรื่องการล่าสัตว์อสูร  ในมวลหมู่ผู้เยาว์ด้วยกัน นับได้ว่าเขานั้นเป็นอัจฉริยะ ที่ยังไม่มีผู้เยาว์คนใดเทียบได้

 

 

เป็นธรรมดา ที่ช่วงนี้ คุณชายอลองเฟย์ จะกลายเป็นที่หมายปอง ของเหล่า องค์ชาย และ องค์หญิงของราชวงศ์กรีนแลนด์

 

 

องค์ชายหนึ่งนั้นนับได้ว่าเป็นองค์ชายที่หลักแหลมและมีโอกาสขึ้นครองราชมากที่สุดองค์หนึ่ง การมาเยือนตระกูลโอเดลรอส เป็นอันดับแรกนั้น ถือเป็นข้อพิสูจน์ได้ดีถึงความคิดความอ่านที่ฉับไว และตรงประเด็นที่สุด

 

 

 

เมื่อองค์ชายหนึ่งมาถึงและเข้าประเด็น การจะได้ตัวอลองเฟย์ไปนั้น นับว่ามีโอกาสสูงที่สุด ผู้นำตระกูลอย่างอเลย์ โอเดลรอสนั้น ไม่ใช่คนโง่ การขัดใจองค์ชายหนึ่งนั้น คือสิ่งสุดท้ายที่เขาจะทำ จะมีช่วงเวลาไหนซื้อใจบรรดา เหล่าคนของราชวงศ์ได้เท่าช่วงเวลานี้

 

 

"หากเป็นความประสงค์ขององค์ชาย มิมีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้ เชิญตามสบายเถิด"อเลย์ โอเดลรอส พูดพลางผายมือเชื้อเชิญ

 

 

องค์ชายหนึ่งรอบยิ้มอย่างพึงพอใจ

 

 

"ออกมา มอร็อก " สิ้นเสียงเรียก สัตว์คู่บารมีขององค์ชายหนึ่งพลันพุ่งพรวดออกมาจากแหวนบนนิ้วมือ มันโบยบินขึ้นสูง และ ร่ายรำกลางท้องฟ้าอย่างร่าเริง

 

 

 

กริ๊ววววววววว !

 

 

 

วิหคสีดำแซมเขียวนี้ โบยบินและร่ำร้อง อย่างสวยงามราวภาพวาดที่จิตรกรสรรคสร้าง  มันมีหงอนเล็ก ๆ บนหัว จงอยปากบางคม  นัตย์ตาสีแดงของมันวาววับ อย่างแสนรู้ นี่คือหนึ่งในตระกูลวิหคสายพันธุ์หายาก  วิหคทมิฬ!

 

 

องค์ชายหนึ่งเฝ้ามองมันด้วยความภาคภูมิใจ  รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับบนใบหน้าอันหล่อเหลา

 

 

"เอาล่ะ ดูสิคราวนี้พวกเจ้าจะเดินเกมส์กันอย่างไร ! ข้าหวังว่า พวกเจ้าคงไม่ทำให้มันน่าเบื่อจนเกินไปนักนะ น้องสอง น้องสาม "



----------------------------------------------------

ยังคงต้องขออภัยเรื่องคำผิดนะครับ อาจจะมีมาบ้าง 

ในช่วงต้นเรื่องอาจจะดูสับสนและมึนงง เล็กน้อย  กับการแทนตัว นะครับ 

เป็นที่ตัวไรท์เอง ที่สับสน แต่ยังไงขอไว้แก้ทีเดียวนะครับ

พระเอกเรานั้น เป็นแค่คุณชายใน ตระกูลหนึ่ง

ส่วนองค์ชายนั้น อยู่ในราชวงศ์ ที่ปกครอง ตระกูลอีกที ครับ


ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะครับ ไว้เจอกันตอนหน้าครับ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.821K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,179 ความคิดเห็น

  1. #2649 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 14:41

    ขอบคุณ
    #2,649
    0
  2. #2381 kimurakung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 14:35

    น่าจะเรียกว่า องค์ชายใหญ่ น่าจะดูรื่นหูกว่า องค์ชายหนึ่ง ครับ

    #2,381
    0
  3. #2348 bsss27 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 20:11
    มีทั้งจีนโบราณทั้งยุคขุนนางอังกฤษคือมันสนุกมากผสมผสานกันอย่างลงตัวโอ๊ยคือสนุกสุดดดดดดด
    #2,348
    0
  4. #1878 Keam_IFNT (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 18:14
    เอ้าาาาาา พ่อองค์ชายสามอดได้คุณชายเลย โดนองค์ชายหนึ่งตัดหน้าไปแถมเค้าเป็นเพื่อนกันด้วยนิน่า
    #1,878
    0
  5. #1719 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 10:41
    เติมทรูแล้วเทพโคตรรรรร
    #1,719
    0
  6. #1565 Pimmy_01 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 02:20

    เทพจ๊ะเทพพพพพ
    #1,565
    0
  7. #1491 TM86400S_dn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 11:36
    ชอบนะความผสมนิยายเเฟนตาซี+จีนโบราณ+ยุคขุนนางอังกฤษ ถ้าปรับภาษานิดๆก็จะดีมากๆๆๆๆๆ #เอาเป็นว่าชอบมากค่ะ55
    #1,491
    1
    • #1491-1 มัตติก้า(จากตอนที่ 13)
      21 เมษายน 2563 / 19:23
      ขอบคุณนะครับ
      #1491-1
  8. #1490 TM86400S_dn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 11:36
    ชอบนะความผสมนิยายเเฟนตาซี+จีนโบราณ+ยุคขุนนางอังกฤษ ถ้าปรับภาษานิดๆก็จะดีมากๆๆๆๆๆ #เอาเป็นว่าชอบมากค่ะ55
    #1,490
    0
  9. #1480 baaakuuu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 14:32
    ชื่ออิตาเลี่ยน นิยายแฟนตาซีต่างโลก สำเนียงจีน 555+
    #1,480
    0
  10. #1142 star3421 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 19:05
    สับสนหน่อยๆ
    #1,142
    0
  11. #1030 bbpk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 10:12

    ทำไมรู้สึกเหมือนอ่านกำลังภายใน

    #1,030
    1
    • #1030-1 Gates(จากตอนที่ 13)
      20 เมษายน 2563 / 14:10
      สำนวนจีนขนาดนี้ ยังดีนะบทก่อนหน้ามีความเป็นเวทมนตร์สูง

      แต่ผมว่ามันดีขึ้นเรื่อยๆละนะ
      #1030-1
  12. #684 ชากุหลาบอุ่นอุ่น (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:15
    🙏🙏🙏
    #684
    0
  13. #320 guaehg (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 14:10
    ว่าด้วยเรื่องการใช้คำเรียก
    องค์ชายใหญ่ องค์ชายรอง องค์ชายสาม
    คุณชายใหญ่ คุณชายรอง คุณชายสาม
    ไม่ควรใช้หนึ่งกับคนแรก ลองปรับดูนะคะ โครงเรื่องดีมาก
    #320
    0
  14. #252 NessZero (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 04:56
    ควรใช้คำว่า องค์ชายใหญ่มากกว่า องค์ชาย หนึ่ง มันแปลกๆ
    #252
    0
  15. #80 namphueng_honey (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 22:03
    งั่มๆๆ ขัดใจ รออ่านอยู่นะไรต์
    #80
    1
    • #80-1 (จากตอนที่ 13)
      14 พฤศจิกายน 2562 / 12:55
      ขอบคุณที่ติดตามนะครับ 😁
      #80-1
  16. #79 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 10:48
    ค้างมาก
    #79
    0
  17. #78 29212990 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 08:27

    การปลุกธาตุน่ากลัวมากๆ โดยเฉพาะธาตุพฤกษา แต่ตัวเองเราก็ผ่านมาได้ เย้ๆๆ (สนุกมากกก)
    #78
    1
    • #78-1 (จากตอนที่ 13)
      14 พฤศจิกายน 2562 / 12:56
      ขอบคุณมากครับ ที่ติดตาม 😘
      #78-1
  18. #77 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 07:26
    สนุก รออ่านนะคะ
    #77
    0
  19. #76 อ๊ะๆๆ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 03:22

    ตอนหน้ามาเร็วๆน่ะหุๆ

    #76
    1
    • #76-1 (จากตอนที่ 13)
      14 พฤศจิกายน 2562 / 12:57
      ขอบคุณครับ ^^
      #76-1
  20. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 02:49
    ขอบคุณค่ะ
    #75
    0
  21. #74 นักท่องต่างมิติ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 02:35

    สนุกมากครับ

    #74
    0