คำสารภาพของฆาตกร (สำนักพิมพ์ตะวันส่อง)

ตอนที่ 7 : ฟ้องด้วยศพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,048
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    12 มี.ค. 54

ตอน6 ฟ้องด้วยศพ
 
เมื่อสองอาทิตย์ก่อนฆ่ากันตายตรงทางเดิน ห่างคอนโดบ้านกูแค่ห้าร้อยเมตร ครั้งนี้หลังตึกสำนักงานฝั่งตรงข้ามดันฆ่าตัวตาย แถวบ้านกูนี่มันไม่มีพวกจิตปกติหรือไงวะ หรือว่ามันสูญพันธุ์ไปพร้อมมนุษย์โครมันยองแล้ว หมวดชาญนั่งบ่นในใจด้วยความหงุดหงิด หลังจากนั่งรอไอ้หมอสัมจนรากแทบงอก บวกกับการแต่งห้องทำงานของหมอนิติเวชที่ไม่เจริญหูเจริญตาสักนิดด้วยการตกแต่งแนวส่ออาชีพ เขาเกือบจะลุกไปเดินข้างนอกก็ประจวบกับหมอสัมเดินเข้ามาพอดี
แย่ว่ะเกือบเจ็งกันทั้งบาง หมอบ่นพึมพลางส่ายหน้าด๊อกแด็ก จนตำรวจอดถามไม่ได้
อะไรว่ะเล่นแชร์แล้วเจ้ามือล้มหรอ
ยิ่งกว่านั้นอีกว่ะเหมือนถูกหวยแต่เจ้ามือดันหนี หมอผ่าศพนั่งหมดแรงพิงเก้าอี้วางกองแฟ้มดังโครม ก่อนขยายความต่อ
ไอ้ศพที่ตายหน้าตึกมึงดันเฮี้ยนอาจารย์หมอเอาไปผ่าโชว์ดันมีปัญหา
เขาบริจาคร่างเป็นอาจารย์ใหญ่หรอ ตำรวจนึกถึงศพสาวช้ำรักผูกคอตายได้ทันที
อาจารย์หมอเอาไปใช้ในกรณีศึกษา สำหรับการตายไม่ปกติ แต่หมอใหญ่ต้องลงมือเองแล้วก็สรุปการตาย
แล้วไง ไม่ตายจริงลุกขึ้นมาเต้นได้หรอ
 มึงก็พูดเป็นนิยายเล่มละสิบบาทไปได้ ก็นักศึกษาน่ะสิ แม่งดูหนังมากจนได้เรื่องมันถามว่า อาจารย์ค่ะหนูดูผีสามบาทมา เขาว่าเวลาคนฆ่าตัวตายกระดูกคอจะเสียหายมากไม่ใช่หรอค่ะ เท่านั้นแหละมึงกูเลยต้องมารับกรรม
มึงเลยต้องมานั่งแยกชิ้นส่วนต่อเลยสิ แล้วนอกจากคอมีอะไรมั้ง หมวดชาญสนใจทันที ตามประสาตำรวจสืบสวน
เส้นเลือดฝอยที่ตาขาวแตกกระจายเป็นเส้นแดง ขาดอากาศตายชัวร์ แผลที่คอประหลาดนิดหน่อยไม่ค่อยมีรอยข่วนเท่าไหร่ หมอผ่าศพอธิบายละเอียดเพราะหวังจะเป็นประโยชน์ในการสืบคดี แต่ตำรวจยังมีข้อสงสัยจนได้
รอยเล็บตัวเองตะกุยเชือกออก แบบว่าพอจะตายเปลี่ยนใจน่ะหรอ
ใช่ มีรอยถูกเชือกถูเล็กน้อยเรียกว่าเป็นการฆ่าตัวตายชนิดสมบูรณ์จนน่าประหลาดใจ
ฟังแล้วท่าจะมีเงื่อนงำว่ะ หลักฐานรอบข้างล่ะ 
เสื้อผ้าปกติแต่รองเท้าแปลกๆ” 
มึงนี่ชอบรองเท้าเหลือเกินหมวดชาญอดขำข้อสังเกตของเพื่อนไม่ได้
มันหลอกตายาก กูบอกแล้วว่างานนี้มันเนียนเกินเหตุ เก้าอี้มีรอยเท้าชัด แสดงว่าโดดขึ้นจากเก้าอี้ แต่ไอ้คนที่ไปเก็บ บอกว่ารองเท้าหลุดอยู่ข้างใต้ แปลกดีนะมึง คิดดูสิเตะเก้าอี้กระเด็นแต่รองเท้าหลวมๆ ดันอยู่ดีในตอนแรก แล้วค่อยๆเลื่อนหลุดมาเอง สังเกตรอยนิ้วเท้าที่ติดอยู่ ก็เห็นว่ารอยมันเลือนๆ บอกชัดว่ามีคนอื่นที่ใส่ถุงเท้ามาสวมรองเท้าคู่นั้น ก่อนที่จะยัดกลับให้ศพที่แขวนอยู่บนต้นไม้” 
มีหลักฐานแค่นี้เอาผิดกับแมวที่ไหนได้วะ รอยนิ้วมือล่ะตำรวจท้วง โดยที่ฝ่ายหมอได้แต่ส่ายหน้ารับ
ไม่มีอีกแล้วครับท่าน กูตรวจกรรไกรใช้ตัดผมแล้วนะ มีรอยนิ้วมือแฝง แต่ไม่เห็นเป็นรอยนิ้วมือ
 “ใส่ถุงมือหรอ  
ไม่ได้ใส่ กูตรวจเจอคราบโปรตีน 
มีมือปืนที่เอาตะไบฝนรอยนิ้วมือออกก่อนทำงานเหมือนกันนะ หมวดหนุ่มอ้างอิงถึงคดีอื่นที่เคยผ่านตา
กูก็ว่างั้น เออ กูคิดถึงคดีอีขวานโหดว่ะ เป็นไปได้ไหมว่าเป็นฆาตกรรมต่อเนื่อง จู่ๆ หมอสัมก็เอ่ยถึงคดีที่ยังคาใจของหมวดชาญ เล่นเอาอีกฝ่ายสะดุ้ง
พูดงี้กูหนาววะ ว่าแต่คดีที่แล้วกูไปประเมินต่อแล้วนะไอ้หมอ กูว่าคนร้ายน่าจะเป็นพวกอยู่ตัวคนเดียวถึงได้เอาชิ้นส่วนเหยื่อกลับไปด้วยได้ ทำงานอาชีพอิสระจึงมีเวลาไปสังเกตเหยื่อ
 กูเพิ่มให้นิดนะกูว่าน่าจะเป็นคนในพื้นที่ว่ะรู้ทางหนีทีไล่ดี ไม่มีพยานเลยไม่ใช่หรอ หมอสัมพยายามช่วยคิด
อือ แล้วศพนี้ของมึงสรุปมีแค่นี้เองหรอ ตำรวจยอมรับอย่างไม่เต็มใจถึงความล่าช้าในคดีก่อนจะวกมายังศพที่คุยค้างอยู่
เดี๋ยวไอ้จุ๊ยตรวจเชือกเสร็จ ก็คงพอรู้กูให้มันตรวจแบบละเอียดอยู่ จุ๊ยผู้ช่วยหมอสัมเดินเข้ามาพอดี มันสูงไม่ถึงร้อยหกสิบแล้วยังไว้ผมยาวมองเผินๆ นึกว่าผู้หญิง
หวัดดีหมวด เป็นไงเชือกสิบเมตรวันเดียวเสร็จ จุ๊ยเห็นหน้าหมวดชาญรีบอวดผลงานทันทีตามประสาเด็กใหม่ไฟแรง
 ไม่ใช้แอลกอฮอล์ราดแบบงวดที่แล้วนะ หมวดชาญถามอย่างหวั่นๆ จากการพิสูจน์หลักฐานด้วยความใจร้อนของผู้ช่วยเด็กหนุ่มที่ทำเอาหลักฐานแทบสูญ
โธ่หมวด ให้หารอยเลือดบนเต็นรถกว้างๆ ก็ต้องเล่นแบบนั้นแหละบอกแล้วว่าแอลกอฮอล์มันไวต่อโปรตีนในเลือด
อันนั้นไม่เถียง แต่หลักฐานไอ้หมวดเกือบวายป่วงดีนะ ที่เหลือให้กูพอตรวจได้ หมอสัมต้องออกโรงปรามเองเพราะจนแล้วจนรอด ไอ้จุ๊ยก็ไม่ยอมรับผิด
น่าพี่สัมงานนี้ชัวไม่มั่วนิ่ม นี่ครับปลายเชือกด้านต้นไม้มีเนื้อเยื่อคนเล็กน้อย คาดว่ารอยหนังกำพร้าคงหลุดตอนดึงศพขึ้นไปโล่ชิงช้า แล้วนี้ครับใหม่ล่าสุด พี่หมอรู้เปล่าที่ปลายเล็บเหยื่อมีพลาสติกติดอยู่นิดๆ น่าจะมาจากเสื้อกันฝน ผมว่าต้องเป็นตอนโดนรัดคอ ถ้าเป็นแบบนี้ น่าจะบ่งบอกว่าฆ่าแล้วแขวน
แล้วมึงเอาเนื้อเยื่อส่งแล็ปยัง หมอสัมรีบเบรกก่อนที่มันจะโม้จนเกินงาม
ส่งแล้วตอบกลับแล้ว เหมือนเดิมไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
 แย่ว่ะ อย่างนี้ตำรวจอย่างกูเอาอะไรทำงานวะ หมวดชาญหงุดหงิดจนออกนอกหน้าลำพังคดีเก่าก็ยังค้างคา คดีใหม่ยังมาจ่อตรงหน้า โดยที่หลักฐานอะไรแทบไม่มีเป็นชิ้นเป็นอัน
มีแย่กว่านั้นอีกพี่หมวด บอกแล้วว่าเหมือนเดิมระบุคนไม่ได้แต่ระบุเพศได้จุ๊ยเห็นตำรวจเครียดนอกจากไม่สงสารยังขำออกนอกหน้า รีบแจ้งเรื่องเพิ่มไมเกรนทันที
เพศหญิงอีกล่ะสิ ไอ้หมวดเอ้ย! เปลี่ยนจากหนังเจสันเป็นเจนนี่ได้เลยงานนี้หมอสัมทายพร้อมหัวเราะดังลั่น
มันก็ไม่จำเป็นต้องคนเดิมไม่ใช่หรอ หมวดหนุ่มเสียงตึงเพราะเริ่มเคืองจากความสุขของเพื่อน
หมวดชาญครับ มึงว่าคนโรคจิตที่มีหัวคิดนี่มีเยอะหรอ จะว่าไปสไตร์ก็ไม่ต่างนะ เหยื่อเป็นผู้หญิงรูปร่างก็ใกล้เคียงกัน สถาณที่ก็เหมือนจะไม่เปลี่ยวแต่ลับตาคน เรียกว่าวางแผนรอบคอบ มองเห็นจุดที่คนอื่นมองข้าม อย่างสวนสาธารณะระหว่างตึก คนทั่วไปลืมนึกว่ามันอับสายตาไปด้วยซ้ำ หมอสัมแย้งอย่างมีเหตุผล หมวดชาญถอนใจ พยายามคลายอารมณ์ตนเอง เริ่มรู้ตัวว่าหงุดหงิดจากคดี
อย่าให้กูออกความเห็นดีกว่าวะ แล้วมึงพอจะวิเคราะห์ทางจิตออกมาบ้างได้ไหม 
กูว่าไม่น่าจะเป็นความแค้นส่วนตัว จากประวัติเกี่ยวข้องกันไหม หมอสัมช่วยเต็มที่ในฐานะที่เป็นเพื่อนกันมานานตั้งแต่เรียนประถม และรู้ว่าเพื่อนจริงจังต่องานมากแค่ไหน
ไม่วะ คนแรกพักที่คอนโดเดียวกับกูทำงานกลางคืน คนที่สองไม่ได้อยู่แถวนั้น ทำงานกลางวันที่อื่น แต่มาตายอยู่แถวนั้น เพราะมานั่งประชดแฟนเก่าที่ทำงานบนตึกสำนักงานใกล้ๆ ไม่มีจุดเชื่อมโยง ไม่น่าจะรู้จักกันด้วยซ้ำ 
ต้องสนิทกันก่อนหรอพี่ถึงจะฆ่าได้” ไอ้จุ๊ยประชดกะเอาฮาแต่ตำรวจทำหน้าอยากก่ออาญชญากรรมมากกว่าเลยหันไปหาหมอแทน
“เออ พี่หมอแล้วทำไมเขาต้องทำให้เหมือนฆ่าตัวตายด้วยล่ะ จุ๊ยถามคำถามเดียวกับที่หมวดชาญกำลังออกปากถามหมอสัม เพราะหมอหนุ่มนอกจากผ่าศพยังสนใจด้านจิตวิทยาเป็นพิเศษ
แล้วทำไมพวกมึงต้องทำเหมือนกูเข้าอกเข้าใจพวกนี้ด้วยวะ กูมีอาชีพผ่าศพนะโว้ยไม่ใช้สร้างศพ เอาแบบกูประมาณนะ รายนักร้องเพราะอยากไงมึง อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงอยากฆ่า แต่พอได้ทำก็ติดใจ เหมือนลองกินเหล้า ต่อมาก็กระหายอยากแดกอีก แต่อีคนนี้มันเป็นพวกฉลาดเลยพยายามเบี่ยงประเด็นเป็นฆ่าตัวตาย
 ถ้ามันทำได้ขนาดนั้น เป็นไปได้ไหมวะว่ามันอาจจะไม่ใช่ผู้หญิงแต่ทำหลักฐานเท็จซ้อนอีกชั้นให้เราไขว้เขวหมวดชาญวิเคราะห์ต่อ แต่หมอสัมส่ายหน้ากับความคิดนั้น 
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง มึงตัดผู้ต้องสงสัยครึ่งโลกทิ้งไป แล้วเปลี่ยนเป็นทั้งโลกได้เลยหมอสัมพูดช้าชัดพร้อมสบตาคนฟังนิ่งนาน
หมวดชาญมองตาของหมอสัม แล้วนึกถึงสีดำแห่งความมืดที่เขาไม่รู้จัก

To be continue.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

419 ความคิดเห็น

  1. #417 ยัยซาตานน่ารัก (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 11:50
    ถ้าวัดจาดความเป็นจริงแล้วตะไบไม่สามารถลบรอยนิ้วมือได้หรอกค่ะ
    #417
    0
  2. #404 llamll (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2556 / 22:19
    ยอดเลยยยย
    #404
    0
  3. #361 Black Cats (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2555 / 23:12
     หมอเก่งมากกกก
    #361
    0
  4. #183 kk lovely (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2554 / 15:55
    แสดงว่าไรเตอร์สนใจเรื่องแบบนี้

    ตกลงว่าเป็นผู้หญิงจริงหรอ
    #183
    0
  5. #182 แว่น แว่น (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2554 / 13:49
    พวกนี้เขามืออาชีพ มีแต่คนเขียนที่มือสมัครเล่น555
    #182
    0
  6. #181 Karen Ally (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2554 / 20:40
     ละเอียดดีนะเนี่ย
    #181
    0
  7. #180 knock-up (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2554 / 19:29
     การระบุตัวผู้ต้องหาไม่ได้ทั้งที่มีเนื้อเยื่ออย่างชัดเจน  

    แสดงว่า  ทะเบียนราษฎร์บ้านเรามันห่วย

    #180
    0
  8. #179 Seiguld (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 เมษายน 2554 / 20:19
    ความรู้เรื่องร่างกายดีเหมือนหมอ เเต่ไม่ละเอียดทางสืบสวน คงไม่เกี่ยวกับตำรวจ(เเล้วเราจะสันนิษฐานหาอะไร?)

    ถ้าบอก "อีขวานโหด" มากๆ คนอ่านจะคิดว่าเป็นหญิงจริงๆ เเล้วนะ...

    ตะไบฝนรอยนิ้วมือ? ทำได้? เเจ่ม...
    #179
    0
  9. วันที่ 5 เมษายน 2554 / 13:02

    ทำไมว่าตัวเองอย่างงั้นคะ ไรเตอร์

    #178
    0
  10. #177 แว่น แว่น (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 21:58

    เคยอยากเป็นหมอเหมือนกันค่ะ แต่กลัวไม่ผ่านตอนคราจสุขภาพจิต

    #177
    0
  11. #176 วีรดา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 20:35

    ศึกษามาดีนะเนี่ย เป็นหมอหรือเปล่า

    #176
    0