ลุงหมีมีรัก (My big bear.)

ตอนที่ 47 : บทที่ 43 ทางเข้าหอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 670
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    30 ก.ย. 63

เห็นลุงหมีกับสปาเก็ตตี้เชฟอาร์มไหมคะ

บทที่ 43 ทางเข้าหอ

งานแต่งเลิกสี่ทุ่มก็จริง แต่กว่าแขกจะกลับก็เลยไปเกือบห้าทุ่ม มหรรณพผ่านพิธีวิวาห์มาสองรอบ และทั้งสองครั้งจัดแบบฉุกละหุก เชิญเฉพาะญาติมิตรคนสนิทเท่านั้น แต่เขาก็ยังรู้สึกเหน็ดเหนื่อย จึงคอยมองไปยังคนตัวเล็กข้างกายว่าภุมรินมีท่าทีจะไม่ไหวหรือไม่ ซึ่งเธอตอบกลับด้วยการส่งยิ้มหวาน ช่วยให้เขาคลายเหนื่อยลง ขณะเดียวกันก็เพิ่มความละอายใจที่ไม่อาจห้ามปรามอดีตภรรยาได้

เมื่อส่งแขกคนสุดท้ายกลับไปแล้ว มหรรณพก็ถอดเสื้อสูทออกเตรียมช่วยเก็บงาน ภุมรินก็ยกชายกระโปรงเตรียมจะช่วยด้วย ทำให้เขาอดไม่ไหว

“น้ำผึ้ง ลุง...” มหรรณพอยากเอ่ยขอโทษเรื่องลดาริน แต่พอมองไปยังคนที่มาช่วยงาน ซึ่งมีทั้งภมรและครอบครัวของอมรา เขาก็เปลี่ยนใจ ยังมีเวลาให้ทั้งสองพูดคุยกันอีกเยอะ 

“ลุงจัดการตรงนี้เอง น้ำผึ้งไปนั่งพักก่อนเถอะ” เขาเห็นเธอเดินไปเดินมาแล้วห่วงสุขภาพเธอ รวมถึงเด็กในท้อง แต่ไม่สะดวกจะพูดตอนนี้ 

“น้ำผึ้งไปพักกินอะไรก่อน พ่อจะช่วยน้ำเก็บของเอง” ภมรเดินเข้ามาสนับสนุนอีกเสียง 

มหรรณพมองออกว่าพ่อตาหมาดๆ ของเขามีเรื่องอยากจะคุยด้วย หลังออกห่างจากคนอื่น เขาก็ได้ยินคำถามที่ไม่เกินการคาดเดาเท่าไรนัก

“ผู้หญิงคนนั้นยังไม่ยอมจบอีกเหรอ” ภมรเปิดปากถามตรงประเด็น เพราะในฐานะพ่อ เขาย่อมไม่พอใจกับการเห็นอดีตภรรยาของลูกเขยมาร่วมงานแต่งลูกสาวเขา

“ผมขอโทษครับ” มหรรณพไม่รู้จะกล่าวอะไร นอกจากประโยคนี้ เขาจบเรื่องไปนานแล้ว แต่ลดารินกลับคิดว่ายังมีภาคต่อ

“ระวังอย่าให้มาวุ่นวายนัก จะไม่สบายใจกันเปล่าๆ ที่เตือนก็เพราะว่าพี่เคยเจอมาแล้ว” อย่างเขาเรียกว่ามีประสบการณ์ช่ำชองกับบรรดาอดีตภรรยาเลยทีเดียว

“ครับ พี่ เอ่อ...ครับพ่อ” หลุดปากเรียกตามความเคยชินไปแล้ว มหรรณพถึงเพิ่งนึกได้ว่าสถานะระหว่างเขากับภมรไม่เหมือนเดิม จะมาลำดับญาติแบบผิดๆ ถูกๆ ไม่ได้แล้ว

“อือ...” ภมรตอบรับสรรพนามใหม่แบบเขินๆ เขาก็เพิ่งจะมีลูกเขย ยังปรับตัวไม่ค่อยได้เช่นกัน “ที่พ่อเตือนไม่ใช่เพราะน้ำผึ้งนะ แต่เพื่อเราทั้งคู่ น้ำผึ้งไม่ค่อยพูด แต่เป็นคนคิดเยอะ”

นิสัยของภุมริน มหรรณพอาจจะรู้จักดีกว่าภมรเสียอีก แต่เขาไม่ใช่คนชอบถกเถียงผู้อื่น โดยเฉพาะผู้อาวุโสกว่า อย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นพ่อของภรรยาเขา และเขารู้ว่าคนตรงหน้าต้องการอะไร

“พ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะดูแลน้ำผึ้งเป็นอย่างดี” มหรรณพออกปากให้สัญญาโดยไม่ต้องบีบบังคับ 

แทนที่ภมรจะมีสีหน้ายินดีกลับปรากฏร่องรอยลำบากใจ

“ต่อไปถ้าน้ำผึ้งทำอะไรไม่เหมาะ...น้ำก็มองว่าน้องยังเด็กแล้วกันนะ” คำขออึกอักเช่นนี้กลับได้รับการตอบรับหนักแน่น

“ครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็ให้อภัยน้ำผึ้งได้เสมอ”

 

 

ทำไมภุมรินจะไม่รู้ว่าภมรออกปากไล่เธอมาพักเพื่อให้เขามีโอกาสพูดคุยกับมหรรณพตามลำพัง แล้วมันก็เพิ่มเรื่องให้เธอต้องวิตกกังวล นอกเหนือจากการมีอดีตภรรยาของสามีมาร่วมงานแต่ง คนนอกอาจจะไม่แปลกใจกับการเห็นพ่อตาสนทนากับลูกเขย แต่เธอคือคนที่มีชนักติดหลังอยู่ในตอนนี้

ตอนมหรรณพถามภุมรินว่าคุยกับภมรเรื่องแต่งงานหรือยัง เธอตอบไปว่าคุยแล้วทางโทรศัพท์ ซึ่งเธอคุยจริงๆ รวมถึงตอบข้อสงสัยของพ่อด้วย

...

‘ทำไมโกหกน้ำว่าท้อง’

คำถามของภมรตอบยาก แต่ภุมรินจำต้องตอบ แล้วก็โกหกไม่ได้ด้วย เพราะครั้งหนึ่งในการเจอหน้าระหว่างสองพ่อลูกคือตอนที่เธอลงไปซื้อผ้าอนามัยในร้านสะดวกซื้อด้านล่างคอนโด แล้วคนท้องที่ไหนจะใช้อุปกรณ์ซึมซับดีเยี่ยมเหล่านี้ เธอมารู้ภายหลังว่าพ่อลักไก่ เขาไม่ได้ใส่ใจว่าเธอซื้ออะไร แค่คาดเดาว่าเธอไม่ได้ท้อง แล้วหลอกถาม และเธอสารภาพความจริง

‘น้ำผึ้งอยากแต่งงานกับลุงน้ำค่ะ’ เหตุผลของภุมรินดูไม่เป็นเหตุผลเลย แต่มันตรงไปตรงมาจนทำให้คู่สนทนาเงียบไปพักหนึ่ง

‘การแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะน้ำผึ้ง’ ประโยคนี้เมื่อออกจากปากชายซึ่งมีประวัติแต่งงานและหย่าร้างอย่างโชกโชนก็ค่อนข้างเชื่อถือได้ทีเดียว

‘มันอาจดูเหมือนความคิดของเด็กๆ แต่น้ำผึ้งไม่ได้ล้อเล่นกับการแต่งงานค่ะ’ ภุมรินไม่รู้ว่าภมรจะเชื่อเธอหรือไม่ แต่เธอส่งความตั้งใจจริงผ่านสายโทรศัพท์ออกไป และเขาก็ไม่โต้แย้งอีก

ข้อดีของพ่อที่เลี้ยงลูกแบบปล่อยปละละเลยก็คือมักจะยอมตามใจลูกเสมอ ภุมรินได้รับคำอนุญาตให้ทำตามความต้องการของเธอจากภมร แต่ก็ได้รับคำเตือนเช่นกัน

‘ถ้าน้ำมารู้ทีหลัง น้ำผึ้งอย่ามาโวยวายว่าพ่อไม่เตือนนะ’

ภุมรินย่อมรู้ข้อเสียของคำโกหกเหล่านี้ดีอยู่แล้ว เพียงหวังแค่ว่ามหรรณพจะรู้ความจริงตอนสายเกินไป

 

วันนี้สัญญาณเตือนภัยในสมองของมหรรณพทำงานเป็นระยะ เริ่มจากตอนเริ่มงานเลี้ยง เขาถึงขั้นกำชับมาโนชให้คอยระวังการปรากฏตัวของแขกไม่ได้รับเชิญ เพราะถึงภุมรินจะไม่เล่าเหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างเธอกับลดาริน แต่น้องชายของเขาเล่ารายละเอียดครบถ้วน พร้อมกับคาดการณ์ว่าในงานแต่งอาจจะพบการก่อกวน เพียงแต่ไม่นึกว่าจะเกิดขึ้นจริงๆ

มหรรณพยอมรับว่าตัวเองใจอ่อน ขี้สงสาร ถ้าลดารินไม่ตามมาก่อเรื่องวุ่นวาย เขาอาจจะยังรู้สึกผิดกับเธอ แทนที่จะนึกโกรธเคืองเธอ ตอนเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของภุมริน เขาถึงขั้นคิดว่าควรขอหมายศาลมาบังคับไม่ให้อดีตภรรยาเข้าใกล้ดีหรือไม่

ครั้นภมรเข้ามาขอคุยด้วย สัญญาณเตือนภัยในหัวของเขาก็ดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง แต่มันสงบลงอย่างรวดเร็วหลังจากเขาทำความเข้าใจกับความห่วงใยที่ภมรมีต่อภุมริน ทว่าระหว่างสนทนาก็มีบางอย่างส่งเสียงเตือนเบาๆ ในสมองของเขาอีกรอบ

หลังจากผ่านกิจกรรมในงานฉลองมงคลสมรสครบถ้วน ความเหนื่อยล้าก็ซึมเข้าไปในกระดูก จนเขาไม่คาดหวังเรื่องประหลาดใจอะไรอีก แต่พอก้าวขาพ้นลิฟต์ เดินไปรูดคีย์การ์ดเปิดประตูห้องพัก เขาก็รู้สึกถึงสัมผัสเบาๆ บนแขนเสื้อซึ่งเกิดจากแรงกระตุกของคนข้างกาย พอก้มหน้ามองดวงตาสีน้ำตาลออดอ้อนของภุมริน สัญญาณเตือนภัยในสมองของมหรรณพก็ร้องระงม

“ลุงน้ำอุ้มน้ำผึ้งข้ามธรณีประตูได้ไหมคะ” นิ้วของภุมรินชี้ไปยังประตูห้องชุดที่เปิดอ้ารอบ่าวสาวอยู่ ถัดไปจากประตูนี้ก็คือห้องนอน และถัดไปอีก มหรรณพก็จำได้ว่ามันมีเตียงนอน

คำขอของภุมรินจะไม่แปลกเลยถ้าทั้งสองแต่งงานกันตามธรรมเนียมตะวันตก และเขาจะยินดีมากถ้าทั้งคู่ตั้งใจเข้าพิธีวิวาห์ ไม่ใช่แต่งงานกันเพราะเหตุบังคับ

“นึกยังไงของเรากัน” มหรรณพจงใจใช้น้ำเสียงของผู้ใหญ่ถามเด็ก หนำซ้ำยังยื่นมือไปขยี้ผมของภุมรินที่ผ่านการเซตจนไม่ยุ่งเหยิงแม้ผ่านงานมาค่อนคืน

“น้ำผึ้งอยากให้งานแต่งงานของเราเป็นงานแต่งจริงๆ ไม่ใช่แค่งานจัดฉาก” 

คำพูดของภุมรินแฝงนัยที่ทำให้หัวใจมหรรณพเต้นตึ้กตั้ก

“เราก็แต่งกันจริงๆ นี่” เขาแย้งทันควัน ขณะเดียวกันก็เบือนหน้าไปมองทางอื่น แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจความหมายของเธอ

แต่งงานคือการเข้าพิธีวิวาห์ เป็นสามีภรรยากันไม่เพียงแค่ในนาม ในทางกฎหมาย แต่เป็นในทางจิตใจและพฤติกรรม 

“ลุงน้ำรังเกียจที่น้ำผึ้ง...” เธอไม่พูดต่อ แต่คำพูดที่ค้างเอาไว้กลางอากาศหนักอึ้งอยู่ระหว่างทั้งคู่ 

มหรรณพหันไปมองก็พบว่าภุมรินกำลังก้มหน้ามองพื้น เขาไม่รู้ว่าเธอกำลังฝืนกลั้นน้ำตาอยู่หรือไม่ แต่มันบีบหัวใจเขาเหลือเกิน

“ลุงไม่เคยรังเกียจน้ำผึ้ง” เขารู้ว่าเธอหมายถึงเรื่องไหน แต่ไม่ว่าการที่เธอพลาดท่าให้ชายอื่น หรือกำลังตั้งท้องเด็กที่ไม่ใช่ลูกของเขาไม่ทำให้มหรรณพรังเกียจภุมรินเลย 

ความรู้สึกที่มหรรณพมอบให้แก่ภุมรินมีทั้งห่วงใย สงสาร เขาปรารถนาให้เธอยิ้มแย้มมีความสุข ก่อนหน้านี้เขาไม่อยากเป็นสามีของเธอก็เพราะเขารังเกียจที่ตนเป็นพ่อม่าย สูงวัยกว่าเธอสิบห้าปี การศึกษาก็ไม่สูง หน้าตาก็ไม่ดี เขาไม่เคยมีความคิดว่าเธอด้อยกว่าเขาตรงไหน ต่อให้เธอมีลูกของคนอื่นอยู่ในท้อง เขาก็ไม่เคยดูหมิ่นเธอสักนิด 

ถ้ามองใครสักคนว่ามีค่า คนคนนั้นก็จะมีค่าตลอดไป

ไม่ต้องออกแรงมากมาย มหรรณพก็อุ้มภุมรินขึ้นมาแนบอกได้แล้ว รวมชุดราตรีสีขาวเข้าไปด้วย เธอยังไม่หนักเลยสักนิด แถมยังบอบบางจนให้ความรู้สึกเหมือนจะจมลงไปในอกของเขาได้ตลอดเวลา แต่ความเล็กกะทัดรัดนี้กลับนุ่มนวลจนแทบจะทำให้มือไม้เขาอ่อนด้วยความรู้สึกอยากถนอมเอาไว้ในอกนานๆ ทว่าการพูดกะทันหันขณะเขาหันหลังมาใช้ขาปิดประตูโดยยังมีเธออยู่ในอ้อมแขนทำเอาเขาตัวแข็งค้าง

“ทางเข้าหออยู่ตรงนั้นค่ะ” เธอชี้มือไปยังห้องนอนใหญ่ แต่ความหมายไม่ได้อยู่ตรงการบอกทาง เมื่อมหรรณพยังยืนอึ้ง ภุมรินก็บอกให้ชัดขึ้น

“มาทำให้งานแต่งงานครั้งนี้เป็นจริงกันเถอะค่ะ”

มหรรณพตัวโตเหมือนหมี แต่ไม่โง่เหมือนหมู ต่อให้ไม่ก้มมองใบหน้าแดงก่ำเขินอายของภุมริน เขาก็รู้ว่าเธอกำลังชักชวนให้เขาทำอะไร ทว่าเขาก็ยังพยายามหาข้อโต้แย้งในใจ

แต่งงานจริงๆ ของเธอไม่ได้หมายถึงการเข้าหอด้วยใช่ไหม

 

+++++ลุงหมีมีรัก+++++

+++++โปรดติดตามต่อในเล่ม+++++

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติเริ่มแล้ววันนี้ อย่าลืมแวะ #ลุงหมีมีรัก #วาณี ที่บูท #สถาพรบุ๊คส์ BB02ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 25 @ ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 ก.ย. - 11 ต.ค. 63 นะคะ

ใครไม่สะดวกสั่งซื้อออนไลน์ได้เลยค่ะ 

https://www.satapornbooks.co.th/SPBecommerce/product_details/7340/%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81-My-Big-Bear?fbclid=IwAR1Q_fe0rSJu9S8lqehTxUsPbvmsBV6oINNWJKPj4Wyxc9Ifj7DDaWkczDM

ระหว่างรอลุงหมีอย่าลืมไปฟินกับ #ปรารถนารักนางร้าย ด้วยนะคะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTA3MDY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEyODI2NSI7fQ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

66 ความคิดเห็น