ลุงหมีมีรัก (My big bear.)

ตอนที่ 14 : บทที่ 13 สิ่งที่หัวใจต้องการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 523
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    18 ส.ค. 63

 

บทที่ 13 สิ่งที่หัวใจต้องการ

อมราไม่ได้โกหกเรื่องเลิกรากับจามร หรือเรื่องที่เธอหัดทำบางอย่างที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งเช่นออรัลเซ็กซ์ แต่ส่วนใหญ่เธอพูดเกินจริง อย่างแรก ถ้าเธอไม่พบว่าอดีตแฟนกำลังเดินควงกับนักศึกษาสาวน้อย เธอก็คงจะบอกเลิกเขาเร็วๆ นี้ เพราะเธอไม่ชอบการที่เขาพยายามโน้มน้าวให้เธอก้าวไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ซึ่งเธอไม่คิดจะมี เนื่องจากส่วนลึกเธอรู้ว่าทั้งสองไม่มีอนาคตต่อกันแน่ ไม่แค่เขาปราศจากคุณสมบัติของสามีที่ดี เธอยังแอบมีใจให้คนอื่น คนที่เธอปรามาสว่าหุ่นหมีแต่แอบสาว คนที่เธอเคยล้อว่าไม่ชอบผู้หญิงจริง คนที่ชอบทำตัวเป็นพี่ชายอีกคน คนที่มีชื่อแสนเชยว่า มาโนช

ไม่รู้เมื่อไร ที่เธอหลงรักเขา ตอนเจอกันครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน มาโนชยังคงเป็นหนุ่มหน้าใส อมราเลยแกล้งล้อว่าเขาอาจจะแอบซ่อนความสาวเอาไว้ ไม่นึกว่าคำพูดแบบไม่คิดจะทำให้เขาหันไปปลูกหนวดเครา แต่งตัวเชยเหมือนลุงแก่ๆ แล้วก็เป็นเหตุให้เขาเลิกกับแฟน จะบอกว่าไม่รู้สึกผิดเลยก็ไม่ได้ แต่มีอย่างหนึ่งที่เธอไม่กล้าบอกใคร เธอดีใจที่เขากลับมาเป็นโสดอีกครั้ง ทว่าตอนนั้นเองที่เธอดันพลาดทนลูกตื๊อของเพื่อน ของเพื่อนไม่ไหว ตกปากรับคำเป็นแฟนของจามร 

เรื่องออรัลเซ็กซ์ก็เป็นเรื่องขี้โม้ล้วนๆ ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว ความสามารถทั้งหมดที่เธออวดอ้างจำกัดอยู่แค่ในอินเทอร์เน็ต ส่วนในภาคปฏิบัติ จามรเสมอทางออกให้อมราที่ไม่ยอมมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยการช่วยมีซอฟต์เซ็กซ์กับเขา แต่มันจบลงตรงที่อมราถีบจามรกลิ้งตอนเขารูดซิปแล้วพยายามให้เธอช่วยเหลือ เมินเสียเถอะ เธอไม่มีทางจับของกระจิ๋วหลิวน่าขยะแขยงพรรนั้น แต่พอเหลือบลงไปมองบางจุดที่ยังอยู่ใต้กางเกงยีนของมาโนช เธอคิดว่ามันน่าสนใจ และไม่เล็ก 

มาโนชยังพยายามจะดันตัวอมราออก ด้วยความมุ่งมั่นที่ลดลงจนใกล้จะแตะเลขศูนย์ ส่วนเธอมีความตั้งมั่นระดับเต็มร้อย ถึงเธอไม่ใช่กระทิง แต่เธอเชื่อว่าเป้าหมายมีเอาไว้พุ่งชน 

“พี่โน้ตรู้แล้วนี่ว่าตอนมัธยม อี๊ดได้ฉายาว่าอมราผู้ฆ่าหมีได้ด้วยมือเปล่า” 

อมราตัวใหญ่ไซซ์ยักษ์กว่าสาวๆ มัธยมรุ่นเดียวกัน จึงตกเป็นเป้าล้อเลียนของหนุ่มๆ ร่วมชั้น เธอเลยเกลียดฉายานี้มาตลอด แล้วก็พร้อมจะตะปบบ้องหู ตามด้วยบี้ใครสักคนให้ตายคามือ หากกล้าล้อเลียน แต่ตอนนี้เธอชอบมาก เพราะเธอกำลังอยากจะจัดการหมี 

“ดังนั้นพี่โน้ตอยู่นิ่งๆ ให้อี๊ดจัดการเถอะ”

เธออาจจะแค่รู้ทฤษฎี แต่เธอเปี่ยมไปด้วยความคล่องแคล่วทางกาย เมื่อบวกกับความมุ่งมั่น ก็จัดการกดหมีเอาไว้ใต้ร่างได้สำเร็จ อมราเกือบหลุดหัวเราะกับเสียงอึกอักที่มาโนชแสดงอาการขัดขืนเฮือกสุดท้าย เมื่อเธอดึงมือสองข้างบนไหล่ออกไปวางบนเบาะโซฟา เขาก็ทำท่าพลีชีพให้เธอเชยชม 

“กล้ามของพี่โน้ตสวยมากเลยรู้ไหม แปดแพ็คเลยเชียวนะ” แล้วมือของเธอก็ลูบครบทุกแพ็ค พร้อมชมเชยไปด้วย ไม่สนใจว่าเขาจะเปลี่ยนจากนอนนิ่งเป็นบิดตัวไปมา แล้วเธอยังใจร้ายปิดท้ายด้วยคำชมพร้อมกิริยา

“มันโค้งมนน่าจูบ” ถึงตลอดคืนจะเต็มไปด้วยคำโกหก แต่ประโยคนี้อมราพูดจริง

รู้จักมาโนชแรกๆ อมราคิดว่าตนเองแพ้กล้าม เห็นแล้วใจสั่น แต่มีวันหนึ่งเขาไปช่วยพี่ชายของเธอย้ายบ้านจนเหงื่อโทรม ถึงขั้นต้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ แล้วเธอบังเอิญเดินไปเห็นตอนเขากำลังถอดเสื้อเปื้อนเหงื่อออก ไม่ว่าจะเป็นความโค้งมนกระชับตั้งแต่หัวไหล่จนถึงกล้ามหน้าท้อง สรีระที่ประกอบจากกระดูกและกล้ามเนื้อ ล้วนทำให้เธอรู้ว่าน้ำลายสอเป็นยังไง   

แต่ก็นั่นแหละ เขาเป็นเพื่อนพี่ชาย ส่วนเธอเป็นได้แค่น้องสาวร่วมโลก อมราไม่อยากให้พี่ชายเสียเพื่อนเลยเก็บความรู้สึกเอาไว้แค่ตรงนั้น แต่ตรงนี้ เธอไม่มีอะไรต้องเสีย อย่างมากก็แค่อ้างว่าเมาเหล้า คิดแล้วต้องทำ หญิงสาวไม่รีรอจะกดจูบลงไปบนสันกรามของเขา แล้วรู้สึกถึงความอุ่นร้อนเกินห้ามใจ จนอดจะขบเบาๆ ไม่ได้ 

“อย่า...” มาโนชทั้งจักจี้และตื่นตัว แต่ก็ยังนอนให้อมราขบกัดไปตามร่างกาย เธอเลยไม่เกรงใจ ทั้งจูบทั้งขบตั้งแต่กรามไปยังหน้าอก แล้วยอมผละออกเพราะต้องเว้นระยะเพื่อจัดการกางเกงของเขา ชายหนุ่มดึงขอบกางเกงเอาไว้แล้วมองตาเธอ ทั้งที่เขาไม่รู้ว่าอยากจะให้เธอหยุด หรือไปต่อ

“จูบอี๊ดก่อน” เธอปล่อยให้เขาลุกขึ้นนั่งขณะเอ่ยข้อเรียกร้อง

มาโนชไม่ถามว่าจูบแล้วอมราจะให้อะไรเขา เพราะนี่เป็นสิ่งที่เขาอยากจะทำตั้งแต่เธอมอบสัมผัสแผ่วเบาให้เขาเมื่อครู่ มือสองข้างเคลื่อนไหวก่อนเธอจะพูดจบด้วยซ้ำ ข้างหนึ่งประคองข้างใบหน้า อีกมือช้อนท้ายทอยแล้วดึงเธอให้เข้าใกล้พร้อมแหงนเงยรับจูบจากเขา

ถ้าเมื่อครู่อมราพอจะสร่างเมาไปบ้าง จูบนี้ของมาโนชก็ทำให้เธอมึนงงยิ่งกว่าเดิม มันเต็มไปด้วยการรุกราน ขณะเดียวกันก็เว้าวอนเงียบๆ สั่งให้เธอเปิดปากรับปลายลิ้นของเขา พร้อมกับขอให้เธอยอมรับการสำรวจด้วยความเต็มใจ เนิ่นนานกว่าทั้งสองจะสบตากันอีกครั้ง และเธอเป็นคนเอ่ยคำพูดก่อนเช่นเคย

“จูบแล้ว ก็ได้เวลาไปต่อค่ะ”

เขาอยากถามเธอว่าจะเอาจริงหรือ แต่ดูเหมือนว่าถึงจุดนี้จะเป็นคำถามที่ล่าช้าเกินไป ยิ่งเมื่อมาโนชได้จูบอมราแล้ว เขาก็รู้สึกว่าพร้อมจะทำตามทุกอย่างที่เธอสั่ง ดังนั้นจึงอำนวยความสะดวกด้วยการช่วยให้เธอถอดเสื้อผ้ากางเกงยีนของเขาออกไป รวมถึงปราการด่านสุดท้ายของท่านชายด้วย 

“ว้าว ไซซ์ยุโรปเป็นอย่างนี้นี่เอง” อมราหัวเราะเก้อๆ แบบทำอะไรไม่ค่อยถูก เมื่อพบว่าคำโกหกก่อนหน้ากำลังย้อนเข้าตัว แล้วที่เธอโม้ว่าแปดนิ้วกลืนลงไปได้สบายๆ จะทำยังไง 

เสียคนอย่าเสียหน้า เธอพูดแล้วต้องทำได้ อย่างไรอมราก็ศึกษาจากอินเทอร์เน็ตมาเยอะ พอจะรู้คร่าวๆ ว่าต้องทำเช่นไรบ้าง เธอกดบ่าให้มาโนชนั่งบนโซฟา แล้วคุกเข่าลงตรงขาที่อ้ากว้างของเขา แล้วเริ่มลงมือทีละขั้นตามวิธีการของศาสตราจารย์กูเกิล 

//ขอตัดเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมออกนะคะ//

ข้อดีของคนตัวใหญ่คล่องแคล่วก็คือ เขาสามารถพลิกบทบาทจากผู้ที่นั่งเหนือกว่า เป็นยกอีกฝ่ายมานั่งแทนที่เขา แล้วเปลี่ยนเป็นฝ่ายมอบความสุขให้บ้าง

“อะ... อะไรกันค่ะพี่โน้ต” อมราถามขณะหยุดมือมาโนชที่กำลังเลื่อนชายกระโปรงของเธอขึ้นไปบนเอว และแค่มองรอยยิ้มกริ่มของเขา เธอก็ได้คำตอบก่อนได้ฟังจากปากเขาเสียอีก

“แสดงความขอบคุณไง” พูดแล้วมาโนชก็กดจูบลงบนหัวเข่าอมรา แตะด้วยปลายลิ้นแผ่วเบา ทำให้มือของเธอไร้แรงต้านทาน แต่เขากลับไม่รุกคืบต่อ เปลี่ยนมาเป็นตั้งคำถาม

“ถ้าอี๊ดไม่ต้องการ” เขาไม่พูดต่อแต่เธอรู้ว่าเขาหมายความอย่างไร และกระตือรือร้นจะตอบเป็นอย่างยิ่ง

“อี๊ดต้องการค่ะ”

หัวเข่าของเธอแยกออกจากกัน เพราะรู้ว่าหัวใจต้องการอะไร

 

 

มหรรณพรู้ว่าหัวใจตัวเองต้องการอะไร แต่สมองของเขาคอยเตือนว่าเขาต้องการมันไม่ได้ และในฐานะผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่ควรทำ เขาจึงแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าหัวใจมีใครอยู่ข้างใน

หลังจากทรมานด้วยการพลิกตัวไปมาบนเตียง เขาก็ขยับมองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอน ด้านตรงข้ามคือหน้าต่างห้องนอนของภุมริน ความมืดจากหน้าต่างบอกว่าเธอเข้านอนไปแล้ว และเขาควรจะทำเช่นนั้นบ้าง แต่เขาไม่อาจจะทำได้ เพราะมหรรณพรู้ว่าหากเขาล้มตัวลงนอน ในฝันจะมีภุมรินเข้ามาวุ่นวาย แล้วเขาอาจจะทำเรื่องน่าละอายในความฝัน ซึ่งฟ้องว่าเขามีความคิดเช่นไรอยู่ในใจ

เมื่อแน่ใจว่าตนต้องการความเหนื่อยล้ามาขับไล่ใครบางคนออกจากความฝัน มหรรณพก็เลือกเปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นชุดทำงานกางเกงผ้าเสิร์ทหนากับเสื้อช็อปซึ่งเป็นเครื่องแบบประจำอู่ แล้วลงไปจัดการเครื่องยนต์ที่เก็บคลุมผ้าไปแล้วเมื่อตอนเย็น ทั้งที่ปกติเขามีกฎไม่ตายตัวว่าจะทำงานตั้งแต่แปดโมงเช้า ถึงห้าโมงเย็นเท่านั้น ยกเว้นช่วงที่มีงานเร่งด่วน แต่กฎเป็นของเขา เช่นเดียวกับอู่ซ่อมรถ ดังนั้นเขาจะทำงานตอนไหนก็ย่อมได้ 

รถ Citroën DS รถหรูยี่ห้อดังจากฝรั่งเศสที่ผลิตครั้งแรกปี1955 แม้ว่าคันที่เขากำลังซ่อมแซมจะผลิตในปี1970 แต่มันจัดเป็นรุ่นพิเศษที่กาลเวลาห้าสิบปีไม่อาจลบเลือนความสำคัญ ทำงานด้วยระบบไฮโดริก หลังสตาร์ตเครื่องมันจะส่งแรงดันไปยังโชกอัพยกตัวถังด้านหน้าและด้านหลังที่หมอบเกือบติดพื้นให้สูงขึ้น ช่างรุ่นเก่าเรียกรถประเภทนี้ว่ารถกบ เพราะมันยกขึ้นเหมือนกบพองตัว สำหรับคนอายุน้อยกว่ายี่สิบ มันเป็นรถที่แทบจะไม่น่าเชื่อว่ามีอยู่จริง มหรรณพนึกภาพภุมรินตื่นเต้นตอนเห็นมันทำงานได้เลย เธอต้องชอบรถที่เอาชนะเครื่องบินโบอิ้งรางวัลสาขาการออกแบบยอดเยี่ยม ซึ่งพิสูจน์ว่าเล็กกว่าไม่ด้อยกว่าใหญ่

เมื่อพบว่าตนหวนคิดถึงคนที่ควรจะสลัดออกไปจากสมองก่อนนอน มหรรณพก็ทุ่มสมาธิไปยังเครื่องยนต์ตรงหน้าแทน ข้อดีของรถรุ่นเก่าคือความแข็งแรงทนทาน ข้อเสียคืออะไหล่มีลักษณะเฉพาะ เขาต้องศึกษามัน ทำความเข้าใจมัน ถึงจะสามารถปลุกชีพมันขึ้นมาจากสภาพหลับใหลกึ่งตายได้

ครั้งหนึ่งมหรรณพเคยสอนกลุ่มลูกน้องให้เอาใจใส่การซ่อมแซมรถ อย่าซ่อมลวกๆ ต้องตรวจสอบว่าไม่มีสนิมหรือข้อบกพร่องที่จะทำให้มันทำงานด้อยประสิทธิภาพ หรือทำเครื่องน๊อกหลังออกจากอู่ไม่นาน เน้นว่าช่างยนต์ก็เหมือนหมอ พวกเขาสามารถช่วยเหลือรถจากความตายได้ ลูกน้องบางคนฟังแล้วถึงกับหัวเราะ มหรรณพจึงไม่พูดจาทำนองนั้นอีก แต่เขายังยึดมั่นกับความเชื่อของตน และภูมิใจทุกครั้งที่ช่วยให้รถอายุหลายสิบปีสามารถโลดแล่นบนท้องถนนได้อีก

มีไม่กี่อย่างที่มหรรณพมั่นใจในตัวเอง เขาไม่อาจสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาบนโลกได้เหมือนอย่างภุมรินที่รังสรรค์เมนูใหม่ๆ น่าลิ้มรส แต่เขาสามารถรักษาสิ่งที่อาจจะหายไปจากโลกให้คงอยู่ต่อไป ทว่าทำงานที่ต้องใช้สมาธิอย่างถอดประกอบเช็กชิ้นส่วนเครื่องยนต์ยังไม่อาจดึงสมาธิให้เขาหายวอกแวกได้ มหรรณพจึงหันไปหางานใช้แรงอย่างขัดล้างท่อไอเสียสนิมเกรอะที่ลูกน้องถอดวางเอาไว้ แล้วต่อด้วยเช็กระบบภายในที่มีคราบสกปรกจับหนา

ผ่านไปหลายชั่วโมงมหรรณพก็เหงื่อไหลโทรมกาย เขาแน่ใจว่าหลังอาบน้ำเสร็จจะหลับเป็นตาย แต่ขณะก้าวขาขึ้นเตียง เขาก็เผลอเหลือบมองไปยังหน้าต่าง แล้วอดจินตนาการไม่ได้ว่าคนบ้านข้างๆ กำลังหลับใหลอยู่ในท่าไหน ภาพที่ผุดขึ้นมาทำให้เขาแน่ใจว่าการออกแรงทั้งหมดสูญเปล่า ภุมรินจะเข้ามารบกวนอยู่ในความฝันของเขาอีกเช่นเคย เพราะมีบางเรื่องที่สมองสั่งการแทนหัวใจไม่ได้

 

+++++ลุงหมีมีรัก+++++

+++++โปรดติดตามตอนต่อไป+++++

สมัยก่อนที่บ้านทำอู่ซ่อมรถยนต์ รถซีตรองรุ่นกบเป็นรถคราสสิกคันแรกที่แว่นเคยนั่ง ช่วงรถยกตัวขึ้นแล้วคนมองแว่นจะรู้สึกเฟี้ยวฟ้าวมาก แต่ข้อเสียของมันคือจะดับทุกเช้าเวลาแว่นจะไปโรงเรียน และมักจะไปดับหน้าโรงเรียนชายด้วย ทุกวันนี้ที่บ้านใช้อีซุซุปี90 อายุสามสิบปี ด้วยปีเกิดของมันน่าจะเรียกว่ารถคลาสสิกได้แล้ว แต่เวลามีคนถามว่ารถเก่าขนาดนี้ทำไมไม่ซื้อใหม่ แว่นจะตอบว่ามันยังใช้งานได้ เพราะประโยชน์ของรถอยู่ตรงนั้น ถ้าเราไม่ใช่มัน มันก็จะเป็นแค่เศษเหล็ก น่าสงสารถ้าจะปล่อยให้มันตาย แต่ถ้าซื้อใหม่ได้ก็ซื้อนะ555 แล้วขับคันนี้ไปทำธุระแถวบ้านพอ กลัวไปไกลแล้วมันจะหัวใจวายกลางทาง

ช่วงนี้แว่นเขียนงานสองเรื่องควบนะคะ มนุษย์ป้า กับมนุษย์ลุงหมี เดิมทีก็สับสนชื่อจะแย่อยู่แล้ว อาจจะยิ่งไปกันใหญ่555 ถ้าเจอข้อผิดพลาดทักท้วงได้เลยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ  

ฝาก #ปรารถนารักนางร้าย ด้วยนะคะ 

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTA3MDY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEyODI2NSI7fQ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

66 ความคิดเห็น