ลุงหมีมีรัก (My big bear.)

ตอนที่ 10 : บทที่ 9 เรื่องไม่ควรพูด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 544
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    14 ส.ค. 63

บทที่ 9 เรื่องไม่ควรพูด

“อี๊ดรู้ว่าทำเกินไป แต่พี่โน้ตต้องดูด้วยว่าเจมเป็นคนยังไง เขาชอบทำให้อี๊ดระแวงอยู่เรื่อย พอไม่ยอมมีอะไรด้วย เขาก็ชอบพูดว่ามีผู้หญิงเต็มใจนอนกับเขาเยอะแยะไป”

ฟังดูแล้วไม่น่าจะเป็นผู้ชายประเภทที่ควรจะคบหาอย่างจริงจัง มาโนชคันปากอยากจะถามอมราว่าเธอไปคบผู้ชายประเภทนี้ทำไม แต่เกรงใจอารมณ์ร้ายๆ ของเธอจนยั้งปากเอาไว้ ฟังเธอพร่ำบ่นถึงจามร อดีตแฟนเก่าที่นอกจากคำว่าเลวแล้วไม่มีคำอื่นสำหรับใช้บรรยายคุณสมบัติอีก

จามรเป็นพวกสารเลวเห็นแก่ตัวที่ชอบเอาความคิดของตนเป็นใหญ่ ชอบเป็นคนสำคัญ ถ้าไม่พอใจก็จะยั่วยุให้แฟนหึงหวงเพื่อยกระดับอีโก้ของตนเอง ที่หนักหนาสุดก็คือเขามีทัศนคติว่าผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ และแฟนสาวควรตอบสนองในเรื่องนี้

“สำหรับอี๊ด คนเราคบกันมันไม่จำเป็นต้องมีเรื่องอย่างว่าเสมอไปก็ได้ แต่เจมบอกว่าผู้ชายไม่เหมือนผู้หญิง ถ้าไม่มีเซ็กซ์กันจะเป็นแฟนกันได้ยังไง”

สำหรับมาโนช เซ็กซ์ถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ เช่นกัน แต่เขาจะไม่เข้าข้างจามรในช่วงที่อมรากำลังเกรี้ยวกราดอยากขบหัวใครสักคน

“พอเขาตื๊อมากๆ อี๊ดก็โอเค อี๊ดให้ได้แค่ซอฟต์เซ็กซ์เท่านั้นนะ”

เรื่องชักจะลงลึกเกินไปแล้ว มาโนชอ้าปากจะห้ามอมราเล่าต่อ แต่เธอดื่มไวน์ขวดที่สองจนหมด แล้วคว้าเหล้ารัมมากระดกต่อ สิบนาทีเธอกำจัดแอลกอฮอล์หมดไปเกือบสามขวด มันทำให้เขาอ้าปากค้างเลยทีเดียว เลยลืมห้ามไม่ให้เธอเจาะลึกชีวิตรักของตน

“อี๊ดว่าอี๊ดก็ศึกษาเรื่องพวกนี้ดีแล้วนะ แรกๆ ก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไรหรอก พี่โน้ตคงไม่รู้ว่าการออรัลเซ็กซ์ให้ผู้ชายมันยากแค่ไหน” เธอหรี่ตามองเขาด้วยความสงสัย ขาดก็แต่ถามออกมาตรงๆ ว่าเขาเคยทำให้ผู้ชายคนไหนหรือเปล่า

ขนาดอยู่ในช่วงกระอักกระอ่วน มาโนชยังอดกลอกตามองบนใส่อมราไม่ได้ หลังจากรู้จักกันมาหลายปี เธอยังคงสงสัยในรสนิยมทางเพศของเขาอยู่เลย แต่เรื่องนี้เขาก็ต้องโทษตัวเองเหมือนกัน ที่ชอบอะไรน่ารักแหวนแหวว สมัยจบใหม่ๆ ไปหาประสบการณ์ชีวิตด้วยการทำงานเป็นเชฟบนเรือสำราญ เขามีงานอดิเรกสะสมตุ๊กตาจากนานาชาติ แล้วความผิดพลาดใหญ่หลวงของเขาก็คือถามเธอว่าควรจะหาซื้อเสื้อผ้าของตุ๊กตาเจ้าหญิงจากที่ไหนดี เขาอยากให้บรรดาเจ้าหญิงของเขามีเสื้อผ้าหลากหลาย ซึ่งรสนิยมชอบเล่นตุ๊กตาแบบนี้มันทำให้เขาคล้ายชะนีมากกว่าหมีควาย

เมื่ออจลมาเล่าติดตลกให้ฟังว่าอมราคิดว่าเขาเป็นเกย์ที่คบหญิงบังหน้า มาโนชก็ปฏิวัติการแต่งตัวของตนด้วยการไว้ผมยาว ไว้หนวดเคราเต็มหน้า เปลี่ยนจากผู้ชายสะอาดสะอ้านเป็นพ่อหนุ่มฮาร์ดร็อก ผลก็คือ อมรายังคงคิดว่าเขาแอ็บแมน ส่วนแฟนสาวทนแฟชั่นลุงๆ ไม่ไหว ขอเลิกกับเขาไป

“พี่โน้ตไม่เชื่อเหรอว่าอี๊ดออรัลเซ็กซ์เก่ง” อมราขัดจังหวะการหวนคำนึงถึงอดีตอันไม่น่าจดจำของมาโนช

“พี่ไม่ได้ว่าอย่างนั้น” น่าเสียดายเขาทำให้เธอกระตือรือร้นในการโอ้อวดว่าตัวเองเก่งกาจแค่ไหน

“จะบอกให้นะ เพื่อฝึกซ้อมอี๊ดลงทุนซื้อดิลโด้ไซซ์ยุโรปมาลองดูเลย ขนาดแปดนิ้วอี๊ดกลืนลงไปได้สบายๆ ของเจมแค่สี่นิ้วเองกระจอก” เธอจบประโยคด้วยการกระดกเหล้ารัมจนหมดขวด ซึ่งทำให้มาโนชเพิ่งนึกได้ว่าอจลเคยเล่าให้ฟังว่าอมราคออ่อน

“พี่ว่าอี๊ดพอก่อนเถอะนะ” ควรจะหยุดทั้งดื่มและเล่าเรื่องก่อนเขาจะประสาทเสียไปมากกว่านี้ 

“ทำไมล่ะ เดี๋ยวอี๊ดซื้อมาใช้ให้ก็ได้” 

อย่างน้อยอมราก็เข้าใจการห้ามปรามของมาโนชครึ่งหนึ่ง แต่เขาเสียใจที่เธอดันเข้าใจอีกครึ่งที่เขาห้ามปรามแบบไม่กระจ่างนัก 

“หรือว่าพี่โน้ตไม่พอใจที่อี๊ดเล่าเรื่องเจม”

ไม่มีผู้ชายแท้ๆ คนไหนหรอก ที่ชอบให้ผู้หญิงมาเล่าถึงเรื่องบนเตียงกับผู้ชายอีกคนให้เขาฟัง ยกเว้นพวกมีอาการทางจิต มาโนชกำลังจะแจกแจงเมื่ออมราขยายความในสิ่งที่เธอเข้าใจผิดต่อ

“อย่าคิดมากน่า อี๊ดเข้าใจ อี๊ดศึกษามาแล้วว่าผู้ชายไทยไซซ์มาตรฐานก็ประมาณแค่นั้นแหละ พี่โน้ตไม่ต้องคิดมาก” การที่เธอย้ำเรื่องเหล่านี้ไม่หยุด กลับทำให้เขาลืมนึกถึงความจริงบางอย่างไป คนทำจริงไม่พูดเยอะ

มาโนชพูดไม่ออกบอกไม่ถูก อยากจะงัดไซซ์ยุโรปของตนเองให้อมราดูชัดๆ แต่นี่มันในร้านอาหารของเขา และชายหนุ่มไม่นิยมถือโอกาสกับผู้หญิงเมา โดยเฉพาะกับน้องสาวเพื่อน

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เหล้าในร้านมีแค่นี้ กลับกันเถอะ”

ยูเนี่ยนมอลล์เปิดถึงสี่ทุ่ม เจ้าของร้านภายในมอลล์อยู่ได้จนถึงสี่ทุ่มครึ่ง ตอนนี้ใกล้ได้เวลาปิดประตูสำหรับเข้าออกแล้ว มาโนชไม่อยากจะตอบคำถามพนักงานรักษาความปลอดภัยว่าทำไมเขาถึงนั่งอยู่ในร้านที่ปิดประตูกับมู่ลี่มิดชิดกับผู้หญิงที่เมาแล้วอยากจะเล่าแต่เรื่องเซ็กซ์

“กลับก็ได้ อี๊ดจะไปดื่มต่อที่ห้อง” ฟังแล้วไม่ใช่เรื่องดีเท่าไรนัก แต่ไม่ใช่สิทธิ์ของเขาจะห้ามปราม

มาโนชดีใจที่วันนี้เขาเอารถมาแทนที่จะนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาตามปกติ เพราะเขาคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ตอนอมราพร่ำด่าแฟนหนุ่ม ตั้งแต่การนอกใจไปถึงการออรัลเซ็กซ์ที่เขาอยากให้เธอเป็นคนลงมือฝ่ายเดียว 

แต่เขาเสียใจทีหลังเป็นอย่างมากที่เมื่อไปถึงคอนโดมิเนียม เขาดันส่งเธอเข้าห้องพัก แล้วไม่เดินหนีออกมาทันทีที่มีโอกาส 

 

 

หลบหนีจากน้ำผึ้งที่คิดจะกินหมีสำเร็จ มหรรณพก็เข้าถ้ำจำศีล หรือในที่นี้ก็คือเข้าห้องปิดประตูลงกลอนป้องกันภุมรินตามมาพูดอะไรให้เขาไขว้เขว ระหว่างเรียบเรียงสมองว่าอดีตเด็กหญิงตัวน้อยที่เขาเคยอุ้มได้ด้วยมือข้างเดียวมีเจตนาอะไรกันแน่ เขามีเวลาไม่ถึงชั่วโมงก่อนจะต้องลงไปข้างล่าง เนื่องจากมีกฎซึ่งไม่ได้บัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเขาต้องเดินไปส่งภุมรินให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัยทุกคืน

เขาทำตัวเหมือนพ่อจริงๆ มหรรณพอดถอนใจใส่ตัวเองไม่ได้ นอกจากสองปีที่เขาไปเป็นทหาร เขามอบความเอาใจใส่แบบเดียวกับที่พ่อมอบให้ลูกแก่ภุมรินตลอดมา ความจริงเพราะสองปีที่เขาเข้าไปเป็นทหาร คือสาเหตุหลักที่เขาเอาใจใส่เธอผิดปกติ

เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือขัดจังหวะความคิดของมหรรณพ แต่พอเห็นรายชื่อผู้ติดต่อ เขาก็อยากจะเอามันฟาดหัวตัวเองให้สลบ เพราะมาจากคนที่มีส่วนร่วมอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ในตอนนั้น

“สวัสดีริน” นอกจากทักทายอย่างสุภาพ มหรรณพไม่รู้จะกล่าวอะไรกับอดีตภรรยาดี แม้ในใจจะสงสัยอย่างยิ่งว่าเหตุใดเธอถึงติดต่อมาหลังจากไม่ได้คุยกันอย่างจริงจังเลยตลอดเจ็ดดปีที่หย่าร้าง อันที่จริงหลายปีหลัง เขาไม่ได้คุยกับเธอเลย

“พี่น้ำสบายดีไหมคะ” ลดารินก็ทักทายตามมาตรฐานเช่นกัน หลังจากตอบคำถามนี้มหรรณพก็เป็นฝ่ายถามบ้าง ทั้งสองคนสอบถามเรื่องทั่วไปจากอีกฝ่ายครู่หนึ่ง ก่อนชายหนุ่มจะตัดสินใจเข้าเรื่อง

“รินโทรมานี่มีอะไรหรือเปล่า” เขาไม่รู้ว่ามันเสียมารยาทหรือไม่ที่ถามตรงๆ แต่มันรู้สึกแปลกๆ ที่จะต้องมาคาดเดาว่าอดีตภรรยาที่จบกันไปไม่ค่อยดีนักโทรมาทำไม

ก่อนแต่งงานกับลดาริน มหรรณพคบหากับเธอเพียงหนึ่งปี ไม่มากพอสำหรับการตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ซึ่งพิสูจน์ได้จากการที่ทั้งสองหย่าร้างกันในสามปีต่อมา เขาเคยคิดว่ารู้จักเธอดี อย่างน้อยเธอก็ไม่จู้จี้กับนิสัยส่วนตัวของเขา รับได้กับการที่เขาจะเข้าฝึกทหารเกณฑ์แล้วขอให้เธอมาคอยดูแลบ้าน เขาเองก็ชอบนิสัยสบายๆ เข้ากับคนง่ายของเธอ และชอบที่เธอไม่พยายามจะเปลี่ยนแปลงเขา ขนาดเขาไว้ผมยาว หนวดเครารุงรัง เธอก็ไม่เคยบังคับให้เขาไปใช้บริการร้านเสริมสวยที่เธอทำงานสักครั้ง ทั้งสองคงไปกันได้ดี ถ้าไม่มาพบทีหลังว่ามีหลายอย่างที่ทั้งสองไปกันไม่ได้ หนึ่งในนั้นคือภุมริน

“เมื่อเช้ารินเจอน้ำผึ้ง” คำตอบของลดารินน่าตกใจยิ่งกว่าเธอโทรมาชวนมหรรณพให้ไปทำธุรกิจเสริมความงามร่วมกันเสียอีก

“ทะเลาะกันหรือเปล่า” เขาหลุดปากถามไปโดยไม่ทันคิด

“ถ้าเราทะเลาะกัน พี่น้ำจะเข้าข้างใครคะ” เธอถามเจือเสียงหัวเราะ แต่เขาได้ยินความเครียดแฝงอยู่ข้างในนั้น

“พี่ขอโทษ” มหรรณพทำได้แค่เอ่ยคำพูดเดิมที่เคยกล่าวกับลดารินเมื่อเจ็ดปีก่อน ตอนทั้งสองพบว่าการแต่งงานเข้าสู่ทางตัน

“ไม่เป็นไรค่ะ รินเข้าใจ พี่โน้ตไม่ต้องคิดมาก” เธอยังเป็นผู้หญิงใจกว้างคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก แม้เขาจะรู้ว่านั่นเป็นการเสแสร้งก็ตาม

“เราไม่ได้เจอกันนานแล้ว ไปกินข้าวด้วยกันดีไหม” คำชวนนี้มหรรณพเอ่ยตามมารยาท แต่ถ้าลดารินจะตอบรับเขาก็ไม่ลำบากใจอะไร 

“ดีเลยค่ะ รินก็อยากเจอพี่น้ำเหมือนกัน แต่จะรบกวนพี่น้ำกับแฟนหรือเปล่า” เป็นคำถามเจาะลึกแบบอ้อมๆ ที่เขาตอบได้

“ไม่รบกวนพี่หรอก แล้วพี่ก็ไม่ได้คบใคร รินล่ะ มีแฟนหรือยัง” เขาเกือบหลุดปากถามว่าเธอแต่งงานใหม่หรือยัง แต่เปลี่ยนทันก่อนจะเป็นการสะกิดแผลเก่าระหว่างทั้งคู่

“ไม่มีเหมือนกันค่ะ ความจริงแล้วริน...”

“ลุงน้ำคะ น้ำผึ้งจะกลับบ้านแล้ว” เสียงเรียกของภุมรินขัดจังหวะคำพูดที่กำลังจะเอ่ยของลดาริน มหรรณพเดาได้ว่าปลายสายคงได้ยินเสียงจากด้านนี้ถึงได้เงียบไป

“พี่ไปธุระแป๊บนะ เดี๋ยวโทรกลับ” 

มหรรณพได้ยินแว่วๆ ว่าลดารินตอบรับ เขาเอาโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกงขาสั้น ก่อนจะไปทำหน้าที่ผู้ดูแล ส่งภุมรินถึงประตูบ้าน เพื่อจะดูรอบๆ ว่าบ้านของเธอเรียบร้อยปลอดภัย ทั้งที่บ้านสองหลังห่างกันแค่รั้วกั้น และเธอสามารถตะโกนเรียกเขาได้หากมีเหตุฉุกเฉิน

 

+++++ลุงหมีมีรัก+++++

+++++โปรดติดตามตอนต่อไป+++++

ตอนเขียนเรื่องนี้แรกๆ ก็กังวลว่าพระเอกแก่ไปหรือเปล่า แต่พอมานึกๆ ดู อายุเป็นเพียงตัวเลข ความแซบต่างหากที่สำคัญ 555 ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ส่งกำลังใจให้ลุงหมีกับพี่หมีนะคะ 

ฝาก #ปรารถนารักนางร้าย ด้วยนะคะ 

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTA3MDY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEyODI2NSI7fQ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

66 ความคิดเห็น