ลุงหมีมีรัก (My big bear.)

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 ลุงหมี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    6 ส.ค. 63

 

บทที่ 1 ลุงหมี

สิบห้าปีก่อน

คนเรามีสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ มหรรณพเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการทำในสิ่งที่ต้องทำ ไม่ว่าจะลาออกจากวิทยาลัยช่างเพื่อเปิดอู่ซ่อมรถหาเลี้ยงน้องชาย หรือแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นวัตถุแปลกปลอมขนาดเล็กที่มานั่งยองๆ ร้องไห้ฮือๆ อยู่หน้าประตูอู่ซ่อมรถของเขา

“ให้ผมพาเด็กไปส่งบ้านไหมลูกพี่” ลูกน้องที่อายุเยอะกว่าลูกพี่หลายปี เอ่ยถามหลังจากเห็นสายตาช่างใหญ่วนเวียนไปมองเด็กหลายรอบ 

มหรรณพมองหน้าคนถามซึ่งมีความโหดไม่แตกต่างจากนักเลงทวงหนี้เท่าไร ก่อนจะหันไปประเมินใบหน้าเหล่าลูกน้องทีละราย สุดท้ายหยุดตรงคนหน้าตาดีที่สุดในอู่ว่าสมควรรับตำแหน่งผู้เจรจากับเด็กหรือไม่ แน่นอนว่าคำว่าหน้าตาดีที่สุดในอู่ ไม่ได้แปลว่าหน้าตาดีที่สุดในซอย และยิ่งไม่ใช่หน้าตาดีจริงๆ แต่เป็นหน้าตาระดับเดินเข้าไปหา แล้วเด็กไม่วิ่งหนีทันที ส่วนตัวเขาเป็นแบบเด็กเห็นแล้วไม่วิ่งหนี เพราะอาจช็อกจนตัวแข็งไปเลย ทว่าเรื่องบางอย่าง ถ้าไม่ออกหน้าทำเอง เขาก็ไม่วางใจว่าจะไม่วายป่วง

“อย่าเลย กลับไปเจอพ่อแม่ทะเลาะกันเดี๋ยวก็วิ่งออกมาอีก” 

มหรรณพกล่าวจบก็มีเสียงขว้างปาข้าวของเสียงด่าทอตอบรับมาจากบ้านข้างๆ ทันที ซึ่งเป็นเหตุผลที่เด็กหญิงตัวเล็กมานั่งร้องไห้อยู่หน้าอู่ของเขาในตอนนี้

อู่ซ่อมรถของมหรรณพอยู่ลึกในซอยขนาดกลาง ตั้งอยู่ริมเขตชุมชนเมืองใหม่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อนบ้านส่วนใหญ่เพิ่งย้ายมาตั้งรกรากใหม่ในเขตนี้ แล้วโดยมากก็เป็นชนชั้นกลางค่อนไปทางสูง แปลว่ามักจะมีปัญหาครอบครัวพอประมาณ แต่บ้านข้างๆ เขาแม้จะหลังใหญ่สุดในซอย มีคนในบ้านน้อย  ทว่าตั้งแต่ย้ายมามีปากเสียงกันดังลั่นซอยแทบทุกวัน

“เดี๋ยวฉันออกไปดูเด็กเอง” มหรรณพแค่บอกประโยคเดียว เหล่าลูกน้องของเขาถึงกับร้องเสียงหลง

“เอาจริงเหรอลูกพี่!”

“เด็กมันจะยิ่งร้องไห้นะ” 

“ให้พ่อแม่มารับเด็กไปดีกว่า” ทุกเสียงต่างคัดค้านเป็นเอกฉันท์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

“ถ้าฉันไปกดออดหน้าบ้านเรียกพ่อแม่เด็ก เขาจะคิดว่าฉันรำคาญเสียงทะเลาะ แล้วเรียกเขาออกมากระทืบหรือเปล่า” 

ไม่มีใครเถียงคำพูดเหล่านี้ของมหรรณพเลย เพราะเป็นไปได้ว่าบ้านข้างๆ แค่เหลือบมองหน้าเขาแวบเดียว ก็จะรีบปิดประตูหน้าต่าง โทรแจ้งตำรวจ ว่ามีอันธพาลโรคจิตมากดออด

ด้วยอาชีพหาเช้ากินค่ำอาบเหงื่อต่างน้ำใช้หนี้แทนพ่อ มหรรณพไม่มีเวลาเหลือไปสอดส่องเรื่องชาวบ้าน แล้วก็ดูเหมือนว่าคนแถวนี้ก็ไม่ได้อยากมายุ่งกับเขาสักเท่าไร อาจเพราะหุ่นเหมือนยักษ์ หน้าตาเหมือนเพิ่งออกมาจากเรือนจำบางขวาง สังกัดนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ก็เป็นได้ แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆ เขาต้องคีพลุคนี้เพื่อดำรงชีวิต 

การที่เด็กหนุ่มอายุยังไม่ถึงสิบเก้าปีต้องมารับช่วงต่ออู่ซ่อมรถจากพ่อที่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวหนีโรคพิษสุราเรื้อรังไปโลกหน้า ทิ้งเอาไว้ก็เพียงธุรกิจครอบครัวพร้อมหนี้สินก้อนใหญ่ มหรรณพต้องเลี้ยงน้องชายไป ดำเนินธุรกิจต่อไป ด้วยการคุมลูกน้องซึ่งอายุมากกว่าเขา เขี้ยวลากดินกว่าเขา เด็กหนุ่มมีทางเลือกไม่เยอะ เลยอัพเกรดจากคุณชายหน้าโหดน้อยๆ เป็นหน้าเหี้ยมมากๆ เพื่อไม่ให้ใครกล้ามาแหย็มช่วงชิงบ้านและอู่ซ่อมรถของเขาไป

ผ่านมาสองปีความดุดันเลยฝังลึกตั้งแต่กระดูกผุดออกมาจนทั่วทุกรูขุมขน และดูเหมือนว่าเขาจะลืมวิธีเข้าหาเด็กเล็กไปแล้ว

คนเราต้องทำในสิ่งที่ควรทำ มหรรณพท่องประโยคประจำใจ แล้ววางประแจเลื่อนขนาดเหมาะจะฟาดคนตายในมือลง เช็ดมือเปื้อนน้ำมันเครื่องกับผ้าขี้ริ้วลวกๆ เตรียมก้าวไปปลอบโยนเด็กน้อย แต่เปลี่ยนใจกลางทาง

เดินย้อนไปยังส่วนออฟฟิศด้านในอู่รถ แล้วคว้าของที่โคตรจะไม่เข้ากับสถานที่และหน้าตาของเขาติดมือมา ตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลขนาดห้าสิบเซนติเมตร 

“เอาตุ๊กตาไหม น้าให้” 

มหรรณพหยุดห่างจากเด็กหนึ่งเมตร ถามเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้อยู่ในระดับเดียวกับสายตาเด็กตัวน้อย น่าเสียดายที่เขายังคงตระหง่านค้ำหัวเด็ก ทางเดียวที่เขาจะอยู่ต่ำกว่าคงเป็นนอนคว่ำราบไปกับพื้น

ชายหนุ่มเตือนตัวเองให้แสดงความเป็นมิตร แต่เขาแก้ไขส่วนสูงร้อยแปดสิบแปดเซนติเมตรของตัวเองไม่ได้ หน้าตาเขาก็ห่างไกลจากหนุ่มหน้าสวยไปไกล ไม่ว่าจะดวงตาสีดำสนิท จมูกโด่งที่สันมีรอยปูดนิดๆ เพราะเคยหักมาสองรอบ 

หนำซ้ำช่วงนี้งานยุ่ง เวลานอนเขายังแทบไม่พอ ผมเผ้าหนวดเคราเลยต้องรอไปก่อน เขารวบผมยาวประบ่าเขลอะจาระบีรวบเป็นหางม้าชี้ๆ เอาไว้ ส่วนหนวดเคราเขาคิดจะไว้ให้ดูเท่ แต่ตอนนี้มันคงจะดูเหี้ยมโหด รวมกับข้อความที่เขาเพิ่งถามออกไป มหรรณพชักจะวิตกว่าเขาดูเหมือนลุงโรคจิตที่คิดจะใช้ของเล่นหลอกเด็กไปกินหรือเปล่า

เด็กหญิงจ้องชายแปลกหน้าตาไม่กะพริบตั้งแต่รู้สึกว่ามีบางอย่างใกล้เข้ามาแล้ว อาจเพราะประหลาดใจเธอเลยหยุดร้องไห้ การไม่ลุกขึ้นวิ่งเตลิดหนีไปไหน ไม่ใช่สัญญาณที่ดีนัก เป็นไปได้ว่าเธออาจจะกลัวจนเข่าอ่อน อีกนิดอาจจะฉี่ราดเลยก็ได้ 

มหรรณพมองดวงตากลมโตเหมือนลูกแก้วสีน้ำตาลตรงหน้าแล้วอยากจะถอยหลัง มันน่ากลัวกว่าหมาพิทบูลที่เขาเคยปะทะตอนเจ็ดขวบเสียอีก แต่เด็กประถมในตอนนั้นยังยกขาขู่จะเตะหมาที่เห่าน้องชายได้ หนุ่มยี่สิบตอนนี้จะวิ่งหนีเด็กตัวกระเปี๊ยกได้ยังไง

ยัยหนูตัวเปี๊ยกมาก ยิ่งเข้าใกล้เขาก็ยิ่งพบว่าร่างนี้เล็กกว่าน่องข้างซ้ายของเขาเสียอีก ผมสีน้ำตาลตัดหน้าม้ายุ่งเหยิงบนใบหน้าที่เปียกน้ำตาจนมอมเป็นแมว ชุดเสื้อกางเกงนอนเด็กมีโลโก้แบรนด์ดังและไม่เก่าขาด ทว่าสกปรกจากคราบของกิน 

ทั้งที่เป็นเวลาบ่ายโมงกว่า แต่เด็กยังสวมชุดสำหรับนอน พิสูจน์ให้เห็นว่าพ่อแม่นิยมทะเลาะกันเองมากกว่าดูแลลูก 

“หนูไม่ชอบตุ๊กตาเหรอ” เขาลงทุนคลานเข่าเข้าไปหา ค้อมแผ่นหลังให้ต่ำที่สุด พร้อมกับชูตุ๊กตาหมีนำหน้า ผลก็คือเด็กน้อยผุดลุกขึ้น

จะวิ่งไปหาแม่ก็ไม่ว่า อย่าพาตำรวจมาจับน้าก็แล้วกัน มหรรณพภาวนาในใจ พยายามห่อตัวเองให้เล็กและไร้พิษภัยสุดๆ แต่เด็กน้อยยืนตัวตรง ยังไม่สามารถค้ำหัวเขาที่นั่งคุกเข่าโค้งแผ่นหลังลงต่ำได้เลย ส่วนทางด้านหลังเหล่าลูกน้องที่เหมือนแก๊งคนโฉดของเขาก็พากันวิจารณ์

“เด็กช็อกไปแล้ว”

“ต้องจ่ายค่าทำขวัญหรือเปล่าวะ”

“เหมือนจะกินเด็กเลยวะ” 

ถ้าไม่กลัวเด็กจะขวัญเสีย มหรรณพจะลุกไปอัดลูกน้องของเขาให้กระอักเลือดที่พูดเหมือนเขาเป็นปีศาจกินเด็ก แต่มองในอีกมุม เขาก็ใกล้เคียงอมนุษย์มากกว่าเทพบุตรผู้รักเด็ก

เขาไม่รู้จะทำยังไงให้ดูเป็นมิตรกว่านี้ ขนาดยิ้มปากแทบฉีก เด็กยังไม่ยิ้มตอบ เป็นไปได้ว่าหนวดเคราจะบดบังใบหน้าจนเด็กมองยิ้มหวานๆ ของเขาไม่ออก แต่คิดอีกที น้องชายเคยบอกว่าเขายิ้มทีเหมือนแสยะเขี้ยว และเขาเคยทำเด็กชายตัวโตกว่านี้วิ่งหนีไปมากกว่าสองสามครั้ง ความจริง เขาเคยทำเด็กชายซนๆ แถวบ้าน วิ่งหนีรวมๆ กันไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง

ทำไมเขาถึงเกิดมาหน้าโหดขนาดนี้ มหรรณพพบว่าหัวใจของตัวเองกำลังห่อเหี่ยวจากการไร้ปฏิกิริยาตอบสนองของเด็กหญิง 

เขารักเด็ก เขาอยากให้เด็กรักเขา

“หมี” เสียงเบากว่าเสียงแมลงหวี่ ฉุดคนที่กำลังก้มหน้าคอตกให้เงยมองเด็กตัวน้อยเจ้าของเสียง

เธอยังคงเหมือนตุ๊กตาที่ผอมเกินไป และดูน่าสงสารยิ่งขึ้นกับเสียงเล็กแหบแห้งเพราะร้องไห้ติดกันมาเป็นชั่วโมง หัวใจพ่อหนุ่มร่างใหญ่สั่นไหวด้วยความสงสาร อยากจะดึงหนูน้อยเข้ามาลูบหัว แต่กลัวลำคอเล็กพอๆ กับคอลูกแมวของเธอจะหักเพราะมือขนาดเท่าจานเปลของเขา

“ครับ หมีตัวนี้น้าให้หนู เอาไหม” ถึงกลัวว่าคนจะกล่าวหาว่าเขาเอาหมีมาล่อลวงเด็ก มหรรณพก็ยังยื่นหมีไปให้เด็กน้อยอีกรอบ

ดวงตากลมโตสีน้ำตาลกะพริบหนึ่งครั้ง กะพริบสองครั้ง มหรรณพไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอย่างไร แต่การที่เธอทำท่าลังเลแทนจะตื่นกลัวนับได้เป็นสัญญาณดี

แขนเล็กผอมสองข้างยื่นมาหา เขารีบยื่นหมีไปให้ แต่มือหนึ่งของเธอจับหมี ส่วนอีกมือจับมือของเขาเอาไว้ มันเล็กและอุ่นจนมหรรณพไม่อาจทำตัวใจร้ายสะบัดมือหนี ได้แต่พยายามประคองตุ๊กตาหมีที่ตัวโตกว่าเด็กหญิง ให้เธอสามารถจับมันได้ด้วยมือข้างเดียว

“ขอบคุณค่ะลุงหมี”

รอยยิ้มของเธอเหมือนดอกเดซีบานท่ามกลางแสงแดด อ่อนโยนน่ารัก ตราตรึงใจ

มหรรณพลืมความกลัวว่าจะโดนข้อหาหลอกเด็ก และไม่สนใจด้วยว่าเด็กจะเรียกเขาว่าลุง  เขามารู้ทีหลังในเวลาไม่นาน ว่าเธอไม่ได้เอ่ยคำว่าลุงหมีเพราะหมีที่เขาให้ แต่เรียกเขาว่าลุงตัวเท่าหมี 

แล้วก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าเขาจะรู้ตัวว่านั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการโดนเด็กหลอก

 

+++++ลุงหมีมีรัก+++++

+++++โปรดติดตามตอนต่อไป+++++

มาค่ะ กินเด็กเป็นอมตะ กินลุงนั้นดีต่อใจ ดังนั้นขอกำลังใจให้น้ำผึ้งผู้อยากกินลุงหมีด้วยนะคะ รับรองว่าหนูโลลิจะพยายามสุดความสามารถค่ะ

สำหรับเพื่อนๆ ที่รอ #มนุษย์ป้าฝ่าซอมบี้ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ช่วงนี้เกิดอาการต่อไปไม่ติด เลยขอชวนมาอ่าน มนุษย์ลุงไปพลางๆ ก่อน รับรองว่าฮาไม่แพ้กันค่ะ

หรือไม่ก็อ่านแบบยาวๆ กับ #ปรารถนารักนางร้าย ได้เลยนะคะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTA3MDY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEyODI2NSI7fQ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

66 ความคิดเห็น

  1. #62 aimchan580 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 06:23

    คุนลุงหมีน่าร๊ากกก/ไรท์สู้นะคะพึ่งเข้ามาอ่าน
    #62
    0