มนุษย์ป้าฝ่าดงซอมบี้

ตอนที่ 66 : บทที่ 60 อธิบายครบจบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 599
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    7 พ.ย. 63

#มนุษย์ป้าฝ่าดงซอมบี้ จำหน่ายในรูปแบบอีบุ๊กแล้วนะคะ

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTA3MDY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjEzNjM1ODt9&page_no=1

 

กลับไปศูนย์บัญชาการคราวนี้ ซองอูอุ้มวันเพ็ญไปนั่งเบาะข้างคนขับรถยนต์ของโซอุน ปัญหาคือมอเตอร์ไซค์ของทั้งคู่จะกลับไปอย่างไร เขายกคันหนึ่งใส่ท้ายรถยนต์ เธอเสนอจะขี่อีกคันตามมาเพราะเสียดายรถ แต่เขาเข็นไปทิ้งเอาไว้ในรั้วบ้านสิชล บอกว่าจะทำทานคนขาดแคลนรั้ว และยืนกรานไม่ให้เธอใช้แขนเคลื่อนไหว

บรรยากาศการกลับสู่ศูนย์บัญชาการพร้อมชัยชนะยิ่งใหญ่ไม่มีความแช่มชื่นปรากฏสักนิด ไม่ใช่แค่เรื่องที่ชาญชัยพยายามขโมยปืนจากบ้านสิชลเท่านั้น ยังมีซอมบี้วิวัฒนาการที่ไม่รู้จะมาเยือนซอยนี้เมื่อไร ดังนั้นก่อนแยกทีมไปยังซอย 9/1 พัฒนาจึงบอกสั้นๆ ว่าจะไปเอาเป็ดสิบตัวกับส่วนแบ่งอาหารสัตว์มาให้วันเพ็ญ และจะมาปรึกษาด้วยว่าจะจัดการป้องกันอันตรายอย่างไร เท่ากับเขาถือว่าที่นี่เป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ไปแล้ว ซึ่งก็มีเหตุผลเพราะทางนั้นมีทั้งเด็กและคนแก่ ถือเป็นแหล่งหลบภัย ไม่เหมาะจะออกหน้าหากมีเรื่อง

ลูกเจี๊ยบกับกระต่ายยังอยู่ในลังเพราะต่อภพกับต้องตามัวแต่ลุ้นว่าวันเพ็ญกับซองอูจะกลับมาครบอาการ 32 หรือไม่ แต่อย่างน้อยผู้เป็นแม่ก็เตรียมที่ทางคร่าวๆ เอาไว้แล้ว ด้วยการเอาตู้เอกสารเก่าๆ จากในโรงงานออกไปข้างหลัง เผื่อไว้ใช้ทำเล้าไก่ วันเพ็ญเห็นดีด้วย เตรียมจะดัดแปลงทำกรงชั่วคราว ซองอูก็ดึงแขนข้างขวาเธอเอาไว้ แล้วหิ้วล่วมยาออกมาจับเธอนั่งเตรียมจะตัดแขนเสื้อแจ็กเกตของเธอออก

“เดี๋ยวก่อน เสียดายเสื้อ” วันเพ็ญคาดว่าซองอูคงเคยชินกับการทำงานในโรงพยาบาล ยามมีคนเจ็บเข้าไป ถ้ามีเสื้อผ้าบดบังแผล พวกเขาก็ตัดทิ้งเพื่อความสะดวก แต่ที่นี่ไม่ใช่ในโรงพยาบาล แจ็กเกตของเธอก็มีจำกัด ให้ใช้ทิ้งขว้าง เธอคงปวดใจ

ตอนไม่นึกถึงแผลยังไม่เท่าไร แต่พอนึกได้ว่าไหล่ซ้ายมีแผลโดนยิง วันเพ็ญก็รู้สึกปวดร้าวไปทั้งแขนและไหล่ พยายามจะถอดแจ็กเกตออกด้วยความลำบาก เข้าใจแล้วว่าทำไมซองอูคิดจะใช้กรรไกรตัด เพราะการถอดไม่ง่ายเลย ยิ่งเกร็งกล้ามเนื้อยิ่งเจ็บ การที่ต่อภพมายืนส่งเสียงให้กำลังใจทำให้เธออยากจะถีบเขาไปไกลๆ ค่อยยังชั่วนิดหน่อยตอนโซอุนอุ้มศักรินทร์มาทำตาแบ๊วใส่ การเห็นหน้านุ่มนิ่มที่คงจะปล่อยโฮหากเธอร้องไห้ช่วยให้เธอไม่กรีดร้องเพราะความเจ็บได้เป็นอย่างดี

“เสื้อยืดตัวนี้ยังไงก็ต้องตัดแขนครับ” ซองอูช่วยวันเพ็ญถอดแจ็กเกตออกไปแล้ว แต่ไม่ยอมให้เธอต่อรองที่จะเก็บเสื้อยืดแขนยาวตัวในไว้ มันพอดีตัวและแขนยาวเลยข้อมือ ถ้าฝืนถอดคงทำเธอร้องไห้แน่

ต่อให้เสียดายอย่างไรวันเพ็ญก็ต้องพยักหน้า คิดว่าเอาไปทำแขนกุดก็แล้วกัน แต่ระหว่างนั้นก็หยิบแจ็กเกตขึ้นมาสำรวจรอยขาด พบช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ทำให้เธออยากจะขับรถออกไปยิงสิชลด้วยตัวเองสักนัดสองนัด

ต้องตามองสีหน้าวันเพ็ญออกจึงดึงเสื้อมาดูบ้างแล้วปลอบใจ

“พี่อิ้งที่อยู่กับพี่พัฒมีจักรเย็บ แต่ก่อนเคยทำงานซ่อมเสื้อผ้า น่าจะปะได้ เดี๋ยวฉันซักแล้วเอาไปส่งให้เขา วันเดียวก็ได้กลับมาแล้ว”

ข้อเสนอของต้องตาทำวันเพ็ญโล่งอก รีบกล่าวขอบคุณ ฝีมือเย็บผ้าของเธออย่าว่าแต่ปะชุนเลย แค่เย็บให้ตรงเธอยังจำวิธีไม่ได้ เมื่อก่อนเวลาเกิดเหตุสุดวิสัยเธอก็พึ่งร้านเอา ตอนนี้พึ่งตัวเองไม่ได้ก็ต้องพึ่งคนใกล้ตัว ทว่าถึงซองอูเย็บแผลคล่อง แต่ไม่น่าจะรวมเอาการเย็บปะผ้าเข้าไปด้วย

นึกถึงแผล เธอก็หันไปมอง พบว่าเสื้อถูกตัดออกแล้ว เห็นแผลบนไหล่ก็ไม่รู้จะถอนใจดีไหม ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าไม่ร้ายแรงเท่าที่คิด แผลยาวประมาณห้า-หกเซนติเมตร กว้างหนึ่งเซนติเมตร ดูแล้วไม่ลึกเท่าไร ขนาดดึงเสื้อยืดออกก็มีแค่เลือดซึม คงใช้เวลาหลายวันกว่าแผลจะแห้ง แต่อย่างน้อยก็ไม่โดนกล้ามเนื้อต้นแขน และคงไม่ต้องเย็บ วันเพ็ญดีใจยังไม่ทันเสร็จก็โดนซองอูดับฝัน

“คงต้องเย็บแผล” เสียงลอดไรฟันของซองอูบวกกับสีหน้าถมึงทึงบอกว่าเขาคิดว่ายิงลูกปืนใส่ตัวต้นเหตุเบาเกินไป

วันเพ็ญก็คิดเหมือนกัน บางทีเธอน่าจะหาโอกาสไปฝึกซุ่มยิงแถวหน้าปากซอยให้โดนสิชลสักนัดสองนัด ใครจะรู้ว่าลูกปืนวิ่งมาจากทางไหน

“โรงพยาบาลสัตว์มียาชา” เธอเสียใจจริงๆ ที่เพิ่งนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้

ถัดจากร้านขายอาหารสัตว์ไปประมาณสองกิโลเมตรมีโรงพยาบาลสัตว์ที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง เธอไม่สนหรอกว่าจะมีซอมบี้อยู่ข้างในหรือเปล่า เธอสนมากกว่าว่าเย็บแผลสดเจ็บแค่ไหน และด้วยฝีมือของเธอจัดการซอมบี้สักฝูงได้อยู่แล้ว จะได้ขนทั้งยาชาและยาปฏิชีวนะกลับมา

“ป้ารอก่อนนะครับ ผมจะไปเอามาให้” ซองอูคว้าผ้าพันแผลขึ้นมาเตรียมจะพันให้วันเพ็ญ เพื่อไปเอาของที่ป้าต้องการ แต่เธอร้องห้ามเสียงหลง

“ไม่ต้อง!” เธอต้องการยา แต่ให้ปล่อยโอปป้าไปตามลำพัง เธอทำไม่ได้ แล้วดูจากปฏิกิริยาที่ผ่านมา เขาคงไม่ยอมให้เธอร่วมภารกิจนี้แน่

ใกล้จะห้าโมงเย็นแล้ว มองผ่านประตูหน้าต่างโรงงานไปเห็นท้องฟ้าข้างนอกยังมีแสงแดด แต่ไม่นานฟ้าก็จะมืด แล้วกว่าจะขอกำลังเสริมจากพัฒนา คงเหลือเวลาก่อนตะวันลับขอบฟ้าไม่นาน พวกซอมบี้เคลื่อนไหวได้โดยเน้นใช้หู ไม่ต้องใช้สายตา ออกไปตอนนี้คือความเสี่ยง ขณะคาดคะเน เสียงเรียกก็ดังจากนอกรั้วโรงงาน ต้องตาออกไปเปิดประตู ส่วนต่อภพไปแบกข้าวสารส่วนที่ติดค้างค่าเป็ดไปส่งให้

พัฒนาเดินนำลูกน้องอีกหลายคนเข้ามา ในมือมีลังใส่เป็ดใบใหญ่ ส่วนคนที่เหลือแบกอาหารสัตว์ตามมาอีกหลายกระสอบ เดิมวันเพ็ญแลกอาหารไก่ กระต่าย และเป็ดอย่างละกระสอบ แต่ใช้พลุสามดอกรวมดอกที่แถมให้แลกอาหารเป็ดไก่ได้เพิ่มอีกสองกระสอบ จำนวนอาหารและสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับต่อภพ ดูก็รู้ว่าเจ้าหนุ่มคนนี้ยังมีความเป็นเด็กอยู่มาก เห็นสัตว์แต่ละชนิดก็ออกอาการชื่นชอบ หากวันเพ็ญไม่ห้ามเอาไว้เขาคงตั้งชื่อไปแล้ว ส่วนเหตุผลที่เธอห้ามก็เพราะคิดว่ามันคงน่าลำบากใจที่จะกินสัตว์ที่ตนคุ้นเคยกับการเรียกขานอย่างสนิทสนม การกินสัตว์ที่เลี้ยงไว้บริโภคง่ายกว่ากินสัตว์เลี้ยงเพื่อนรักเสมอ ต่อให้ยามโลกเข้าสู่กลียุคก็ตาม

“พวกคุณแบ่งอาหารไก่กับเป็ดไปอย่างละกระสอบเถอะ” วันเพ็ญเอ่ยอย่างใจกว้าง ของพวกนี้เธอได้มาด้วยตนเองก็จริง แต่เปลืองแรงพวกของพัฒนาแบกกลับมาให้ และนี่เป็นน้ำใจเล็กน้อย เพื่อวันหน้าจะได้ทำงานร่วมกันอย่างสบายใจ

ทางฝ่ายพัฒนาเอ่ยอย่างเกรงใจสองสามประโยค แล้วรับกลับไปด้วยความยินดี อย่างไรเป็ดไก่ที่เลี้ยงด้วยอาหารก็มีแนวโน้มจะป่วยยากขึ้น โตไวมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการในยามนี้

“แผลหนักหนาไหม” พัฒนามองไม่เห็นแผลของวันเพ็ญ เพราะซองอูเอาผ้าปิดไว้ แต่ดูแล้วน่าจะใหญ่พอสมควร

“ต้องเย็บครับ ผมอยากได้ยาชา ว่าจะไปเอาที่โรงพยาบาลสัตว์”

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้อง จะมืดแล้ว เสี่ยงเกินไป” ป้าชักอยากจะตีโอปป้าที่อยู่ๆ ก็ทำตัวห้าว

“ผมเห็นด้วยกับคุณจันทร์ ตรงนั้นพวกเรายังไม่ได้ไปสำรวจเลย ด้านหลังมันต่อไปยังทางลัดที่จะออกเส้นสุขุมวิทได้ด้วย แต่ถ้าต้องใช้ยาชา ผมพอจะมีอยู่บ้าง” พัฒนาเสนออย่างใจกว้าง

ต่อภพโวยวายใส่ด้วยความใจร้อน “มีก็ไม่บอก ตอนนั้นแม่เย็บตั้งหลายเข็ม เจ็บแผลจะแย่” เด็กหนุ่มแสดงความน้อยใจแทนแม่

ต้องตาซึ่งรู้จักโลกมากกว่ารีบไกล่เกลี่ยแทนที่จะปล่อยให้หมางใจกัน

“ตอนนั้นลุงพัฒเขายังไม่รู้เลยว่าแม่จะรอดไหม ใครจะนึกถึงเรื่องเย็บแผลกันล่ะ” ตอนนี้เธอรอดตายกลับมาเป็นปกติแล้ว ไม่อยากเอาเรื่องเก่าๆ มาใส่ใจให้เป็นปัญหา

“ใช่ ตอนนั้นฉันไม่รู้เลยว่าโดนกัดแล้วจะรอด” แววตาของพัฒนามีความเศร้าพาดผ่าน แต่เขาไม่เล่าว่าผ่านอะไรมาบ้าง เอื้อมไปล้วงกล่องใส่ยาชาออกมาจากกระเป๋าสะพายส่งให้กับซองอูพร้อมอธิบาย “ปกติในรถกู้ภัยไม่ได้มีเก็บไว้ หมดหลอดนี้ก็เหลืออีกแค่สองหลอด”

ตอนเริ่มประสานงานกัน วันเพ็ญเคยไปเยี่ยมชมสถานที่หลบภัยของพัฒนาแล้ว ซอย 9/1 เริ่มตั้งรั้วกั้น ด้านในนอกจากบ้านของพัฒนาก็มีหลายหลังรับเอาคนนอกไปอยู่ด้วย มีตั้งแต่วัยฉกรรจ์เช่นเขาไปจนถึงเด็กเล็กและคนแก่ รวมๆ กันแล้วไม่ต่ำกว่าเจ็ดสิบคน ทำให้บ้านหลายหลังในนั้นคับแคบไปทีเดียว หนำซ้ำคนที่เป็นแรงงานยังมีน้อย รวมชาญชัยที่มักจะสร้างปัญหาให้ด้วยก็มีไม่ถึงยี่สิบคน พวกเขาจึงทำเต็มที่ในการหาเลี้ยงคนทั้งหมด และรักษาความปลอดภัยแก่ชุมชนเล็กๆ เอาไว้ วันเพ็ญจึงไม่ถือสาที่เขามักจะเก็บของดีๆ ไว้กับตัว แค่แปลกใจเพราะนึกไม่ถึงว่าในรถกู้ภัยจะมียาชาด้วย ที่จริงเธอสงสัยด้วยซ้ำว่าทำไมรถถึงอยู่ที่นี่ แทนที่จะอยู่ในมูลนิธิซึ่งป่านนี้คงเป็นศูนย์รวมซอมบี้

“คืนนั้นผมส่งคนเจ็บไปโรงพยาบาลเสร็จแล้ว นึกยังไงไม่รู้แวะเข้าบ้านก่อน แฟนของผมก็บ่นปวดๆ หัวด้วย เลยจะให้เขารีบกลับไปพัก ไม่นึกว่าจะเจอลูกคนเล็กที่ติดเชื้อไวรัสมาจากโรงเรียนกำลังกัดลูกชายคนโต แฟนเข้าไปช่วยก็โดนไปด้วย” ไม่จำเป็นต้องถามว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร ในเมื่อบ้านของพัฒนาเหลือเพียงเขาคนเดียว

“เสียใจด้วยนะคะ” วันเพ็ญเองก็เคยสูญเสีย แต่กรณีของเธอยังมีเวลาทำใจล่วงหน้า สำหรับพัฒนาคงเป็นเหมือนคลื่นฝันร้ายกระแทกใส่

“ผมไปจัดการเรื่องคอกสัตว์ก่อนนะ ส่วนเรื่องที่จะไปเอาแบตเตอรี่ ถ้าพรุ่งนี้ปวดแผลค่อยว่ากันอีกที” พัฒนาเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่มีประโยชน์จะรื้อฟื้น

วันเพ็ญขอให้ต้องตากับต่อภพจัดการแบ่งอาหารสัตว์ให้พัฒนา แล้วก็ยกมะม่วงกับผักสวนครัวให้ด้วย เพราะมนุษย์ปุ๋ยต้นไม้บ้านเธอผลิตขึ้นมาเยอะ พอนึกได้แล้วเธอก็อึ้งไป ก่อนจะหันไปมองใบหน้าแห้งเป็นเปลือกไม้ที่ยืนนิ่งเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากอยู่ใกล้ๆ เธอนึกว่าโซอุนปีนกลับไปแล้ว เนื่องจากเคยสั่งเอาไว้ให้เขาหลบหน้าคนนอก

“ไอ้นี่มาจากไหน เหมือนกรูทจากเรื่อง Guardians of the Galaxy เลย” หนึ่งในกลุ่มที่ช่วยยกของเข้ามาเอ่ยพลางแตะลำตัวที่แข็งเหมือนเปลือกไม้ดู ก่อนจะสังเกตบางอย่างแล้วผวาถอยหลัง ตกใจจนออกเสียงไม่ได้

“เอ่อ...นี่พี่ชายของซันค่ะ ชื่อโซล เขาโดนกัดแล้วเปลี่ยนเป็นมนุษย์ปุ๋ยต้นไม้”

ต่อไปต้องร่วมงานกันอีกเยอะ คงซ่อนมนุษย์ปุ๋ยต้นไม้ขนาดใหญ่นี้เอาไว้ไม่ได้ แต่จะให้เล่าคงยาว แค่วันเพ็ญแนะนำแล้วโซอุนยกมือทำท่าทักทาย กระทั่งพัฒนาที่สติเข้มแข็งพร้อมรับเรื่องตื่นเต้นยังเสียงสั่น

“สร้างสรรค์ดีนะ” นั่นอธิบายครบจบในคำเดียวเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

608 ความคิดเห็น

  1. #549 Chinnarak Chinny (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 18:16
    555ครบจริง
    #549
    0
  2. #548 nightmask (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 07:58
    คำเดียวจบจริง 55555
    #548
    0