มนุษย์ป้าฝ่าดงซอมบี้

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 นี่แหละเวลาที่ควรจะตื่นตระหนก (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 486 ครั้ง
    21 ต.ค. 63

นี่มันฝันร้ายชัดๆ!

ระเบียงคอนโดมิเนียมที่หันมาหาบ้านของวันเพ็ญซึ่งเคยเงียบเหงาในยามเช้า ปรากฏร่างคนขึ้นมาหลายคน บางคนมีเลือดเต็มใบหน้าและมือ บางคนร้องไห้ บางคนโวยวาย แต่สองประเภทหลังพยายามอย่างยิ่งที่จะปิดกั้นบางคนที่อยู่ในห้องของตนไม่ให้ออกมา มีการตะโกนขอความช่วยเหลือที่ไร้การตอบสนอง แล้วถ้าบนตึกยังสยองไม่พอ บนถนนด้านล่างชิดกำแพงก็เพิ่มความสยองไปอีกระดับ 

“ซอมบี้” เป็นคำพูดที่หลุดปากจากความคิดของวันเพ็ญ เมื่อเห็นชายคนหนึ่งถูกชายอีกคนตะครุบตัวจนล้มลงไปนอนกับพื้น

ชายเคราะห์ร้ายพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น แต่โดนคร่อมทับแล้วกัดทึ้งจากชายที่ตะครุบเขา โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ใบหน้า เนื้อแก้มชิ้นใหญ่หลุดติดปากออกมา แต่เนื้อคนไม่ใช่กระดาษ มันมีทั้งหนังและเส้นเลือดเส้นเอ็นยืดติดออกมาก่อนขาด ความเจ็บทำให้เหยื่อกรีดร้องและโดนกัดริมฝีปากบนฉีกขาดเห็นฟันขาวกับเหงือกแดง แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่คนลงมืออยากได้คือมันสมอง หลังจากใช้ปากกัดใบหน้าจนเนื้อหลุดติดปากมาหลายคำแล้วยังไม่ได้สิ่งที่ต้องการ คนที่นั่งคร่อมอยู่ก็จับหัวของเหยื่อกระแทกพื้นซ้ำๆ 

วันเพ็ญไม่รู้ว่าระยะห่างขนาดนี้เธอได้ยินเสียงได้ยังไง แต่เธอได้ยินคล้ายเสียงทุบมะพร้าวแบบเดียวกับที่เคยได้ยินคนแก่ทำตอนจะทุบมะพร้าวให้แตกเพื่อเตรียมทำอาหาร และนี่ต้องเป็นมื้ออาหารที่สยองที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น คนไม่ใช่มะพร้าวย่อมมีปฏิกิริยาต่อต้าน เหยื่อพยายามใช้มือกันหัวตัวเองจากพื้น แต่ไม่อาจต้านแรงของคนร้ายได้ หลังจากถูกกระแทกหลายครั้ง แขนขาของเขาก็ชักกระตุก คนลงมือไม่สนใจเรื่องนั้นเพราะสาละวนกับการพยายามใช้สองมือล้วงแงะ แยกกะโหลกเขาออกจากกันเพื่อกินมันสมองด้านในให้มากที่สุด ก่อนฝูงคนที่คลุ้มคลั่งกลุ่มหนึ่งจะเข้ามามีส่วนร่วมในอาหารจานนี้

ดูเหมือนว่ามันสมองจะเป็นส่วนที่อร่อยที่สุด แต่หลังจากกินหมดแล้ว พวกเขาก็ไม่รังเกียจที่จะกินเนื้อส่วนที่เหลือ เหยื่อไม่ใช่ชายร่างใหญ่ แต่เนื้อของเขาถูกกินไวเกินไป วันเพ็ญที่ตกใจจนตัวแข็งทื่อมองร่างคนเป็นๆ ถูกรุมทึ้งลากไส้ ควักเครื่องใน กระชากเนื้อ กลายเป็นกองกระดูกเปื้อนเลือด โดยไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อดี 

ทันใดนั้นกลุ่มคนที่กระหายเนื้อมนุษย์ก็พร้อมใจกันหันไปทางด้านหนึ่ง วันเพ็ญมองตามสายตาพวกเขา เห็นรถยนต์กำลังเคลื่อนตัวออก ในรถมีชายหนึ่งหญิงหนึ่ง คาดว่าน่าจะเป็นผู้อาศัยในคอนโดแห่งนี้ที่พากันหนีรอดจากเหล่าซอมบี้บนตึกลงมาข้างล่างสำเร็จ และพยายามจะขับรถหนีไปจากที่นี่ ปัญหาก็คือ พวกเขาจะหนีจากกลุ่มซอมบี้จำนวนมากอย่างไร

ไม่เพียงแค่กลุ่มหกเจ็ดคนที่รุมล้อมเหยื่อก่อนหน้า ยังมีกลุ่มใหม่อีกหลายสิบคนที่ตามเสียงสตาร์ตรถมา พวกเขากรูเข้าใส่รถโดยไม่สนว่าจะโดนชนหรือไม่ ถ้ามีเพียงสองหรือสามคนขวางเอาไว้ รถอาจจะขับหนีไปได้สำเร็จ แต่เมื่อมีหลายสิบคนล้อมกรอบ รถก็ต้องหยุดในที่สุด กระจกรถยนต์ธรรมดาไม่ได้ออกแบบมาเพื่อป้องกันการจู่โจม ไม่นานก็แตกออกเป็นเกล็ด วันเพ็ญเห็นกับตาตนเองว่าพวกเขาไม่รอให้กระจกหลุดออกจากกรอบหมดด้วยซ้ำตอนที่ลากร่างเหยื่อทั้งสองออกมาจากตัวรถ แล้วเข้ารุมทึ้งจนมองไม่เห็นเหยื่อ เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแทบจะไม่เล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน มีเพียงเสียงยื้อแย่งเพื่อให้ได้กินส่วนแบ่งมากที่สุด

แม้กระทั่งพวกที่อยู่นอกระเบียงยังพยายามยื่นตัวลงมาแย่งเหยื่อจนเสียหลักร่วงลงมากระแทกพื้น กรณีที่พวกเขาหัวกระแทกพื้นกะโหลกแตก มันสมองกระจาย จะหยุดเคลื่อนไหวแค่นั้น แต่ถ้าแค่แขนขาหัก พวกเขาจะไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตน แต่จะพยายามตะกายเพื่อมีส่วนร่วมในจานอาหารโหดนี้ให้ได้

ทันใดนั้นเองก็มีผู้หญิงที่เลือดท่วมปากแดงฉานหันขวับมาทางวันเพ็ญราวกับรู้ว่ามีเหยื่อกำลังมองอยู่ เธอรีบกดตัวลงต่ำกว่าขอบหน้าต่างล่างตามสัญชาตญาณ ภาวนาไม่ให้พวกนั้นรู้ว่าเธออยู่ตรงนี้ ไม่กล้าขยับตัวไปปิดม่านด้วยซ้ำ ใช้เวลาครู่หนึ่งเธอถึงปลอบตัวเองให้สงบลงได้ด้วยการเตือนตัวเองซ้ำๆ ว่ารอบบ้านของเธอติดตั้งเหล็กดัดเอาไว้แล้ว โดยเฉพาะประตูบ้านที่เธอเปลี่ยนจากครึ่งไม้ครึ่งกระจกเป็นประตูไม้สักแข็งแรงทนทาน ซึ่งเธอล็อกประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาก่อนนอน 

เท่าที่สังเกตเห็น เหล่าผู้ที่กระหายเนื้อคนก็ไม่มีความสามารถในการปีนป่ายสักเท่าไร เพราะพวกที่ออกมาตรงระเบียงไม่อาจข้ามไปยังห้องข้างๆ ขนาดห้องที่มีระเบียงอยู่ชั้นสองก็ไม่ถูกซอมบี้ที่อยู่บนถนนจู่โจมขึ้นไป อย่างน้อยเธอก็ปลอดภัยอยู่ในบ้านของตัวเองชั่วคราว

ปลอบขวัญตัวเองเสร็จ เธอก็ปลุกปลอบใจตนเองให้ดึงม่านหน้าต่างปิด ระหว่างนั้นก็ลอบมองออกไปด้านนอก สำรวจไม่พบว่ามีมนุษย์กระหายเลือดคนไหนมองมาทางนี้ แล้วก็ไม่มีสักคนพยายามปีนข้ามกำแพงกั้นคลองระบายน้ำ เพราะพวกเขาให้ความสนใจกับคนที่หนีออกมานอกระเบียงมากกว่า แต่ไม่ว่าจะพยายามยืดแขนขาหรือตะกายผนังด้านนอกตัวตึกสักแค่ไหนก็ไม่อาจเอื้อมมือไปถึงเหยื่อที่กรีดร้องได้ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่มีสติปัญญาและยืนยันความคิดของวันเพ็ญที่ว่าพวกเขาไร้ความสามารถในการปีนป่าย

ทั้งที่รู้ว่าม่านหน้าต่างป้องกันสายตาคนนอกได้เป็นอย่างดี แต่วันเพ็ญก็ยังคลานด้วยสองมือสองขากลับไปยังเตียงนอนเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือของตน เนื่องจากขาทั้งสองข้างไม่พร้อมจะรับน้ำหนักตัว และเธอรับไม่ได้อย่างยิ่งเมื่อหน้าจอแสดงเครื่องหมายไร้สัญญาณโทร. เข้าออก

เธอสูดหายใจเข้าลึกกั้นความรู้สึกอยากกรีดร้องลงไปพร้อมคำสบถหยาบคายที่พร้อมจะมอบให้ตัวแทนคลื่นสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่โฆษณาบริษัทของตนว่าติดต่อสื่อสารได้จากทุกที่ นี่เองที่มาของคำว่าโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง

ไม่รู้ทำไมพอกลัวมากเข้า เธอก็อยากจะหัวเราะออกมา แต่อย่างน้อยก็คงดีกว่าร้องไห้หรือสติแตก วันเพ็ญคิดว่าน่าจะเป็นเพราะอายุสี่สิบที่ทำให้เธอมีสติมั่นคงกว่าสาวน้อยวัยใส บางทีการเป็นป้าก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย

แล้วมนุษย์ป้าที่เรียกสติกลับคืนมาได้ก็ไตร่ตรองหาทางรอดให้ตัวเอง โทรศัพท์มือถือไร้สัญญาณจากสองกรณี ข้อหนึ่งคือเธออยู่นอกเหนือพื้นที่รับสัญญาณ ข้อสอง มีคนแย่งกันใช้สัญญาณ เนื่องจากระบบไฟฟ้ายังทำงานได้เป็นปกติ วันเพ็ญจึงไม่คิดว่าเครื่องรับส่งสัญญาณโทรศัพท์ที่มักอาศัยเสาไฟทำงานจะชำรุด แต่น่าจะมาจากการที่ผู้คนภายในคอนโดมิเนียมแย่งกันโทร. ขอความช่วยเหลือมากกว่า

แต่โทรศัพท์มือถือใช้งานไม่ได้ก็ไม่ได้แปลว่าเธอจะไร้ทางรอด มนุษย์มีช่องทางการสื่อสารมากมาย ไม่ว่าจะทางอินเทอร์เน็ต โทรสาร โทรเลข รหัสมอร์ส หรือสัญญาณควัน ในที่นี้วันเพ็ญเลือกโทรศัพท์บ้าน 

เธอขอบคุณตัวเองที่ไม่ยกเลิกสัญญาโทรศัพท์บ้านทั้งที่ไม่ได้ใช้งาน ขณะเดียวกันก็ตำหนิตัวเองที่ไม่ลากสายพ่วงจากชั้นล่างเข้ามาไว้ในห้องนอน อาวุธที่คว้าได้ตอนนี้มีจำกัด ยังดีที่เธอเป็นพวกจินตนาการสูงจึงมีมีดทำครัวเล่มหนึ่งไว้ในลิ้นชักข้างเตียง เผื่อต้องรับมือกับโจรย่องเบา ที่จริงเธอไม่มั่นใจว่ามีดเล่มเดียวจะป้องกันเธอจากโจรได้ จากฝูงซอมบี้ก็เช่นกัน

มนุษย์ป้าบ้าภาพยนตร์ไซไฟแน่ใจโดยไม่ต้องอาศัยการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่านั่นคือซอมบี้ เพราะคนไม่กินคนด้วยกัน วันเพ็ญขอบคุณเจ้าพ่อหนังสยองขวัญทุกคนตั้งแต่ จอร์จ โรเมโร่ บิดาของภาพยนตร์ซอมบี้ ไปจนถึงทีมงานซีรีส์ซอมบี้อเมริกัน “The waking dead” และสุดยอดซีรีส์ซอมบี้เกาหลี “Kingdom” ที่ช่วยให้เธอประมวลผลภาพที่เห็นเป็นสภาวะของศัตรูที่ต้องระวังได้ในเสี้ยววินาทีที่เห็นพวกเขาขย้ำเหยื่อ

เธอคงจะขอบคุณมากกว่านี้ถ้าเหล่าผู้สร้างซีรีส์บอกใบ้ให้ด้วยว่าจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้อย่างไร ดังนั้นเธอจึงเลือกขอบคุณตัวเองอีกรอบที่ยึดหลักตนเป็นที่พึ่งแห่งตนมาหลายปี แทนที่จะร้องขอความช่วยเหลือ แล้วทำให้ซอมบี้กรูเข้ามาแยกชิ้นส่วน 

เธอเคลื่อนไหวเงียบๆ ไปหาโทรศัพท์บ้าน ทุกย่างก้าวเป็นไปอย่างรอบคอบ กระทั่งหมุนลูกบิดประตูเธอยังกลั้นหายใจ ต้องแน่ใจสุดๆ ว่านอกห้องนอนไม่มีอะไรแอบซุ่มโจมตี ค่อยย่างเท้าลงไปชั้นล่างพร้อมกับเงี่ยหูฟังว่าในตัวบ้านไม่มีอย่างอื่น นอกจากเธอเข้ามา

191 แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย สัญญาณไม่ว่าง

1669 เจ็บป่วยฉุกเฉินก็สัญญาณไม่ว่างอีกเช่นกัน

1154 หน่วยแพทย์กู้ชีวิต วชิรพยาบาล ตามด้วย 1137 สายด่วน จส.100 ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักก็เต็มทุกคู่สาย 

ทั้งหมดนั่นบอกข่าวร้ายแก่วันเพ็ญเรื่องหนึ่ง สถานการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่นี่ที่เดียว แต่น่าจะลุกลามไปทั่วประเทศ วันเพ็ญรีบหยุดจินตนาการโหดร้ายเอาไว้ก่อนที่จะทนรับไม่ไหว นึกต่อว่าพอจะมีใครให้เธอขอความช่วยเหลือได้บ้าง ก่อนจะเสียใจที่ไม่เคยผูกสัมพันธ์กับคนในเครื่องแบบมาก่อนเลย 

สิบปีก่อนตอนมีจ่าสิบตำรวจนายหนึ่งมาเลียบเคียงให้เธอไปเป็นภรรยาน้อย เธอควรจะรีบตกลง อย่างน้อยจะได้ไม่ต้องสู้ไวรัสตามลำพัง วันเพ็ญปลุกอารมณ์ขันมาสู้กับความรู้สึกอยากร้องไห้ แล้วพยายามเอาตัวรอดต่อไป

เพราะโทรศัพท์มือถือยังไร้สัญญาณ วันเพ็ญจึงลองเปิดสวิตช์เครื่องเราเตอร์ที่รับสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบเดินสายไฟเบอร์ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่ายามฉุกเฉินพวกที่ทำงานแบบมีสายใช้งานได้ดีกว่าพวกไร้สาย ระหว่างนั้นเธอก็เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เพราะทำงานได้สะดวกกว่าโทรศัพท์มือถือ หลังจากมีสัญญาณอินเทอร์เน็ต เธอก็รีบขอความช่วยเหลือทันที

‘ไม่มี’ ไม่ใช่ ‘ไม่มีคนให้เธอติดต่อ’ แต่ ‘ไม่มีที่ไหนให้ความช่วยเหลือเธอได้’ ทุกช่องทางโซเชียลเต็มไปด้วยคนที่ขอความช่วยเหลือ ไม่เพียงในประเทศไทยเท่านั้น ทุกพื้นที่ทั่วโลกต่างประสบปัญหาการโดนจู่โจมจากเหล่าซอมบี้กระหายเลือด 

‘ไวรัสไฮท์กลายพันธุ์’ เป็นข้อมูลที่วันเพ็ญไม่อยากเชื่อ แต่ชัดเจนถึงที่มาที่ไปของเรื่องนี้ได้ดีที่สุด เธอพยายามหาข่าวที่มาจากหน่วยงานราชการ พบว่าผู้นำประเทศและเหล่าผู้บัญชาการทหารตำรวจออกมาให้สัมภาษณ์ขอความร่วมมือให้ทุกคนอยู่แต่ภายในบ้าน รอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการ ขออย่าได้ตื่นตระหนก

การเห็นซอมบี้ตัวเป็นๆ ไม่ทำให้เธอขาดสติ แต่คำว่า ‘อย่าได้ตื่นตระหนก’ ทำให้น้ำตาของวันเพ็ญไหลออกมาทันใด เพราะเหล่าผู้นำกล่าวแบบนี้ทีไร นี่ละเวลาที่ควรจะตื่นตระหนก 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 486 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

608 ความคิดเห็น

  1. #608 3169 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 17:12

    ช่วงแรกๆอาจจะคลั่งมาก แต่ถ้าเริ่มมีสติปัญญาก็คงถึงคราวซวยของมนุษยชาติ บรรยายดีมาก โคตรลุ้น

    #608
    0
  2. #589 Dagulang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 13:00
    ขนลุกอะ
    #589
    0
  3. #546 ohjesus (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 00:26
    บรรยายได้เห็นภาพจริง สยองจนกรี้ด คนข้างบ้านเป็นไงแล้วบ้าง
    #546
    0
  4. #419 ทำไมต้องอิมแจบอม' (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 14:34
    บรรยายเห็นภาพมาก ซอมบี้เรื่องนี้โหดมากอ่ะ เอาจริงๆคือยังมีสมองด้วย เพราะรู้จักทุบศีรษะกับพื้นเอาสมอง ไม่แน่สักพักอาจจะเรียนรู้จนปีนได้จริงๆ ตอนนี้มาภาวนาให้น้องซันรอดมาหาป้าก่อนเถอะลูก
    #419
    0
  5. #308 Giharu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 08:48

    นน่าติดตามมากตรงคาแลคเตอร์ตัวละคร

    #308
    0
  6. #287 panitin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 06:29
    น้ำตาไหลตามวันเพ็ญเลย กลัวมากแม่เจ้า
    #287
    0
  7. #212 Xialyu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 17:11
    น่ากลัวจริงๆ
    #212
    0
  8. #177 อุโนะ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 19:38

    บรรยายภาพได้โหดมากกกก กลัวเลย แต่เเค่จ่าสิบ เธออย่าไปยอมมมมมม ไม่งั้นอดหมอข้างบ้านนะ 555

    #177
    0
  9. #171 Risejustice (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 12:10
    ทำไมไม่ดู Zombieland ครับเจ๊
    #171
    1
    • #171-1 Risejustice(จากตอนที่ 5)
      15 กรกฎาคม 2563 / 12:11
      //จะเรียกป้าก็เกรงใจ
      #171-1
  10. #149 Carnelian_49 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 09:33
    น่ากลัว..;-;
    #149
    0
  11. #119 sand1994 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 14:48
    บรรยายได้เห็นภาพมากค่ะคุณนักเขียน เสียงทุบมะพร้าวบวกภาพซอมบี้จับหัวเหยื่อกระแทก😨 น่ากลัวและลุ้นระทึกไปกับคุณพี่ไปพร้อม ๆ กันเลย
    #119
    0
  12. #57 ParamiWashi32 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 07:20
    คิดภาพตามตรงช่วงแรกแล้วสยองงง แง้นนนน
    #57
    0
  13. #30 Nutto_llp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 00:31
    ฮือ ป้าเป็นคนตลกก
    #30
    0
  14. #6 CrescentMoonStar (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 17:53
    รอนร้า
    #6
    0
  15. #5 mindandmint (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 17:07

    สนุกมากๆ รอตอนต่อไปอยู่น้าาา~
    #5
    0
  16. #4 26021995 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 11:03
    มาต่อคะรออยู่
    #4
    0