มนุษย์ป้าฝ่าดงซอมบี้

ตอนที่ 43 : บทที่ 38 ฆ่าหรือไม่ถามใจเธอดู (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,571
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 193 ครั้ง
    27 ต.ค. 63

การถูกกัดและกลายร่างใช้เวลาต่างกันในแต่ละราย ซองอูเคยพบคนที่ถูกซอมบี้กัดมาแล้วกลายสภาพจากมนุษย์เป็นอย่างอื่นสี่คน โจรสามคนในร้านยายนากเป็นซอมบี้ในเวลาไม่นานเท่าไร โซอุนตายแล้วต้องใช้เวลาถึงหนึ่งวันเต็มๆ ค่อยกลายสภาพเป็นมนุษย์ปุ๋ยต้นไม้ เขากับวันเพ็ญถูกข่วนแล้วร่างกายได้รับการวิวัฒนาการ ส่วนศักรินทร์ใช้เวลาหลายวันจากการอยู่ใกล้ผู้ติดเชื้อถึงมีพลังพิเศษ สรุปก็คือ คนที่โดนกัดกลายเป็นซอมบี้ ส่วนคนที่โดนข่วนยังพอจะมีโอกาสรอดบ้าง ทว่าตรงหน้ามีทั้งโดนกัด โดนข่วน ที่สำคัญเขาไม่รู้ว่าอัตราการกลายพันธุ์เป็นยังไง 

ซองอูรู้ว่าการเข้าใกล้คนที่โดนซอมบี้กัดมีความเสี่ยงสูง แต่เขาไม่อาจถือปืนไปจ่อหัวแม่ต่อหน้าลูกชายได้ นักศึกษาแพทย์ขยับเข้าไปตรวจดูตามคำสั่งของป้าอย่างว่องไว แต่ไม่ขาดความระมัดระวัง เขาเริ่มจากการตรวจดวงตาของเหยื่อก่อนเป็นอันดับแรก ตามด้วยทำมือให้ต้องตาแข็งใจเปิดแผลให้เขาดูแผลบนแขน 

แผลถูกคนกัดจะเป็นรอยฟัน ต่างจากแผลถูกสัตว์กัดที่จะมีรูลึกจากเขี้ยว โชคดีในความโชคร้ายคือต้องตาไม่ได้กระชากแขนหนี และซอมบี้ผละความสนใจไปหาต่อภพ ทำให้แผลไม่เหวอะหวะเท่าใดนัก ที่เห็นว่าเลือดไหลออกมาเยอะ น่าจะเป็นเพราะก่อนหน้านี้ออกแรงกำจัดซอมบี้ เพราะเท่าที่เขาเห็น แผลไม่โดนเส้นเลือดใหญ่ และเลือดกำลังจะหยุดไหลแล้ว 

“หลีกไป! ให้ฉันจัดการเอง” พัฒนาร้องบอกขณะปีนลงจากหลังตู้ไม้สัก เขาวางไม้หน้าสาม อาวุธที่ใช้ทุบหัวซอมบี้ลง แล้วชักปืนลูกโม่ออกมาแทน ซึ่งมันบอกเจตนาของเขาอย่างชัดเจน

“อย่านะลุงพัฒ!!” ต่อภพร้องห้ามพร้อมกับถลันไปขวางทางพัฒนาเอาไว้

“หลีกไปไอ้ตั้น ยายติ๋มแม่แกติดเชื้อแล้ว แกก็ด้วย” 

ปืนในมือพัฒนาเล็งเข้าไปที่หว่างคิ้วต่อภพ ทำเอาเด็กหนุ่มชะงักกึก เผยสีหน้ากลัวตาย ทว่าไม่ถอยหนีสักก้าวเพราะด้านหลังของเขาคือแม่ที่ไร้ทางสู้

แต่ก่อนจะมีใครถูกยิง วันเพ็ญก็ยกค้อนขวางทางปืนเอาไว้

“มันก็ไม่แน่หรอก จริงไหมซัน”

“จริงครับป้า”

ซองอูย่อมคล้อยตามคำพูดของวันเพ็ญเสมอ แต่ครั้งนี้เพราะเขาใช้ความสามารถตรวจดูอาการของต้องตาแล้วก็ทำตามปณิธานของแพทย์ที่ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือชีวิตคนอยู่อันดับสูงสุด ขณะตอบเขาก็เริ่มรื้อของในกระเป๋าที่เต็มไปด้วยของที่ป้าบอกว่าจำเป็นต้องใช้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารแห้งห่อเล็กๆ น้ำดื่ม และอุปกรณ์ทำแผล

“อะไรคือไม่แน่ คนโดนกัดก็ต้องกลายเป็นซอมบี้กันทั้งนั้น” เสกสรรเข้ามาร่วมวงอีกคน โดยมีเพื่อนของต่อภพตามมาด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ แต่สุดท้ายความรักเพื่อนทำให้เด็กหนุ่มขยับไปหาคนที่โดนข่วน แสดงความสนับสนุนแบบเงียบๆ แม้จะรู้ว่ามีความเสี่ยงที่จะโดนกัดก็ตาม น่าเสียดายความกล้าของเขามีจำกัด เมื่อผู้นำกลุ่มแสดงท่าทีชัดว่าเพื่อนของเขาต้องกลายร่างเป็นซอมบี้ เขาก็เผลอก้าวถอยโดยไม่เจตนา

“ฉันกับซันโดนซอมบี้ทำร้ายมาเมื่อหลายวันก่อน แต่ก็ไม่เป็นไร” หลังจากวันเพ็ญประกาศเรื่องน่าตกใจ ซองอูก็ช่วยอธิบายโดยยกตัวอย่างที่เห็นเป็นๆ อยู่ตรงหน้าทุกคน

“อาการของคนที่ติดเชื้อจนกลายร่างเริ่มที่ดวงตาเป็นสีแดงก่อน”

ระหว่างอธิบายซองอูราดแอลกอฮอล์ลงบนแผลโดนกัดของต้องตา โยนอีกครึ่งขวดที่เหลือให้ต่อภพจัดการรอยข่วนของเขาเอง ตามด้วยเช็กบาดแผลคร่าวๆ พบว่าเลือดหยุดไหลแล้ว แต่ระบุไม่ได้ว่าเพราะเมื่อครู่กดห้ามเลือดหรือเพราะร่างกายเปลี่ยนแปลงจากการโดนกัด จึงดึงผู้ป่วยให้นอนราบ จับใบหน้าให้หันไปมองทางผู้คน แสดงให้เห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่ปรากฏเส้นเลือดสีแดงอย่างที่จะเห็นในซอมบี้ 

นิ้วของซองอูเลื่อนจากใบหน้ามาที่ลำคอ เขาตรวจวัดสัญญาณชีพจรเทียบกับเข็มวินาทีบนนาฬิกาข้อมือ พวกคนที่เฝ้ามองอยู่เข้าใจความสำคัญนี้จึงไม่ส่งเสียงรบกวนใดๆ เขาตรวจวัดสองรอบจนแน่ใจแล้วค่อยอธิบาย

“ซอมบี้ไม่มีสัญญาณชีพแบบคนปกติ พวกมันเกือบจะเหมือนคนตาย พี่คนนี้ชีพจรเต้นเร็วเพราะความตื่นเต้น แต่ไม่ผิดปกติอะไร”

มือของคนเจ็บเลื่อนไปกำแขนท่อนล่างที่โดนกัดเอาไว้ ซองอูให้เอาออกเพื่อตรวจแผลอีกรอบ ไม่พบการเปลี่ยนแปลงใดๆ  นอกจากเลือดที่หยุดไหล แผลเป็นปกติเหมือนรอยโดนกัดทั่วไป ถึงตรงนี้ปืนในมือพัฒนาก็ลดระดับลงจากหว่างคิ้วของต่อภพมาที่พื้น แต่เขายังเตรียมพร้อมที่จะยิงถ้ามีเหตุการณ์นอกเหนือการควบคุม 

วันเพ็ญมองออกว่าถ้ามีอะไรผิดปกติสักนิด ต้องมีการยิงกันเกิดขึ้นแน่ เธอเลยขยับหลบวิถีกระสุน ขณะเดียวกันก็เข้าใกล้ทำทีเป็นดูบาดแผล แล้วใช้จังหวะสะกิดซองอูเตือนให้เขาระวังตัว แต่สมาธิของชายหนุ่มอยู่ที่คนเจ็บจนหมด

“ผมยังไม่รู้ว่าเชื้อไวรัสไฮท์เป็นยังไงกันแน่ การแพร่กระจายของมันเหมือนเชื้อหวัด แต่การแสดงออกของคนที่ติดเชื้อเหมือนโรคพิษสุนัขบ้า” 

ซองอูอธิบายไปปฐมพยาบาลเบื้องต้นไป เขาหยิบแอลกอฮอล์อีกขวดมาราดแผลซ้ำเพื่อความมั่นใจ  ก่อนจะฉีกชายเสื้อยืดของตัวเองขาดออกเป็นแถบผ้าแล้วพันรอบแผลของต้องตาเพื่อห้ามเลือดไม่ให้ไหลอีกระหว่างเคลื่อนไหว เสร็จเรียบร้อยเขาก็ลุกขึ้นไปดูอาการของต่อภพ

“แผลข่วนนี่ตื้นกว่าที่ผมเคยโดน” ดูแขนเสร็จ ซองอูก็ตรวจดวงตาต่อ “ตาไม่แดง ไม่มีอาการคลุ้มคลั่ง แต่ต้องดูอาการอย่างน้อยหนึ่งวัน”

“แล้วระหว่างนี้ใครจะไปเฝ้า จะแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่ลุกขึ้นมากัดคน ยิงทิ้งไม่ปลอดภัยกว่าเหรอ” 

คำถามนี้ค่อนข้างเห็นแก่ตัว แต่ไม่ผิดที่พัฒนาจะถาม โลกเต็มไปด้วยเหตุการณ์ร้ายๆ คนมีเมตตาต่อคนอื่นโดยไม่ระแวงภัยให้ตนเอง อยู่รอดได้ยากบนโลกใบนี้

“ผมจะเฝ้าแม่เอง” ต่อภพประกาศ แล้วก็โดนสวนกลับทันควัน

“แกก็โดนข่วน อาจจะกลายร่างทั้งคู่ก็ได้” เสกสรรพูดไปก็มองสองแม่ลูกด้วยสายตาหวาดระแวงไป

คนที่ก่อนหน้าร่วมมือกันฆ่าซอมบี้กลับหันมาพร้อมฆ่ากันเอง ซองอูคิดถึงตอนที่เขาอยู่ในห้องนอนของวันเพ็ญ มองไปทางคอนโดมิเนียมแล้วพบผู้ชายผลักผู้หญิงไปเป็นเหยื่อซอมบี้เพื่อเอาตัวรอด วิกฤติการณ์พิสูจน์ความเป็นคน แต่จะมีสักกี่คนที่จะยอมเสี่ยงเพื่อคนที่มีแนวโน้มจะขบหัวสมองของตนเอง ทว่าเขาคงจะเป็นคนส่วนน้อย โอปป้าชำเลืองมองไปทางป้า ไม่พบอะไรบนสีหน้าเรียบเฉย ทว่าซ่อนความระแวดระวังเอาไว้ นั่นช่วยเตือนเขาหลายอย่าง 

ตอนซองอูเอาตัวไปเสี่ยงทดสอบว่าโซอุนยังมีสติหลงเหลืออยู่หรือไม่ วันเพ็ญเตือนเขาเอาไว้ ‘ชีวิตของเธอมีแค่ชีวิตเดียว โอกาสเป็นหรือตายก็เกิดขึ้นแค่ในพริบตา อย่าเอาอารมณ์มาใช้เหนือเหตุผลอีก’

ตอนซองอูขอพาโซอุนมาอยู่ด้วย วันเพ็ญสั่งว่า ‘ฉันไม่มีปัญหาที่เธอจะให้พี่มาอยู่ด้วย แต่ต่อจากนี้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเด็ก สตรี คนชรา หรือผู้พิการ ก็ห้ามเธอพาเข้าบ้าน เข้าใจไหม’

เพราะมนุษย์ป้ามีเหตุผลที่ยากจะเถียง ‘ตอนนี้โลกเราเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ฉันไม่อยากให้รับคนที่เราไม่รู้จักเข้ามา เราไม่รู้หลอกว่าที่เห็นกันอยู่ตรงหน้าเป็นคนหรือปีศาจ อาจจะมาปล้นหรือฆ่าเราทีหลังก็ได้ เคยได้ยินคำพูดนี้ไหม เอ็นดูเขา เอ็นเราขาด’

สำหรับซองอู คำพูดของวันเพ็ญคือคำขาดที่เขาไม่เคยคัดค้าน เมื่อเธอไม่แสดงท่าทีอยากจะช่วยเหลือนอกเหนือไปจากไม่ให้ใครลากสองแม่ลูกไปฆ่า เขาจึงช่วยเท่าที่จะช่วยได้ โดยไม่เสนอตัวเกินกว่าจำเป็น แต่ที่สำคัญเขาต้องย้ำให้พัฒนาที่พร้อมลั่นไก เสกสรรที่พร้อมสังหารคน เข้าใจตรงกันว่าไม่จำเป็นต้องฆ่า และต้องช่วยไม่ให้คนสองคนกลายเป็นซอมบี้สองตัว

“คนเจ็บอยู่ตามลำพังไม่ได้หรอกครับ ต้องมีคนคอยดูแล แล้วรักษาไปตามสภาพอาการ” ซองอูพูดไม่ทันจบดีก็มีเสียงแหลมสูงแสดงความเห็น ทั้งที่ไม่มีใครถาม

“เธอเป็นหมอใช่ไหม งั้นก็เอาสองคนนี้ไปสิ”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 193 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

608 ความคิดเห็น

  1. #445 ทำไมต้องอิมแจบอม' (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 16:59
    โอ้โห ใครมันสอดอีกแล้ววววว
    #445
    0
  2. #322 Poly_Mokona (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 23:57
    1ค่ะ เผื่อได้กำลังเสริม
    #322
    0
  3. #321 PORNTHIPJ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 17:12
    1 คะ สร้างบุญคุณไว้555
    #321
    0
  4. #320 Karen09 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 14:55

    1แหละป้าใจดีจะตาย

    #320
    0
  5. #319 AiiLin (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 12:54

    ยัยป้า(อีกคน) ขอให้โดนซอมบี้กัดตาย

    #319
    0
  6. #318 111555999888Jo (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 11:53
    1ค่ะจ่ะได้มีกำลังเสริม
    #318
    0
  7. #314 devil poison (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 11:12
    กด 2 รัวๆค่ะ
    #314
    0
  8. #313 Puhonya (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 09:32
    งวดนี้ป้าจะเอา 2 คนนี้ไปด้วยไหมนะ
    #313
    0
  9. #312 Taresia (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 08:00
    กด1.1 ป้าใจดีแบบมีเหตุผล ไม่เอาเข้าบ้านตัวเอง เอาไปขังไว้ในบ้านซองอุนแทน
    #312
    0
  10. #311 KAE_NA~KA (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 07:23

    กด 1รัวๆๆ ป้าจะได้ ผู้มีพลังพิเศษเพิ่ม แล้วจัดตั้งกองทัพไปฝ่าดงซอมบี้กัน 55555
    #311
    0
  11. #310 คุณเเมวดมกาว (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 06:05
    กด1ค่ะ5555 ป้าต้องน่ารักนะคะ เด็กคนนี้คาดหวังในตัวป่าอยู่😂😂😂
    #310
    0