มนุษย์ป้าฝ่าดงซอมบี้

ตอนที่ 38 : บทที่ 33 ปลอดภัยไว้ก่อน (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,919
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 221 ครั้ง
    26 ต.ค. 63

การอยู่ร่วมกันต้องมีแบบแผนเพื่อที่ทุกอย่างจะได้ราบรื่น ระบบประชาธิปไตยนั้นใช้การได้ดี แต่ถ้าสถานการณ์ไม่ปกติ การใช้ระบบเผด็จการก็ถือเป็นคำตอบที่ถูกต้อง สมัยก่อนอาจมีรถถังมาวิ่งตามท้องถนน แต่ตอนนี้เห็นทหารได้แค่ในโทรทัศน์ หนำซ้ำยังเกิดภาวะไฟดับ สถานีไร้สัญญาณให้จิตตกเป็นพักๆ ดังนั้นจึงมีป้ามาออกกฎข้อบังคับให้ทำตามไปก่อนชั่วคราว

ยังดีที่บ้านนี้มีคนน้อย แล้วสองในสี่พูดไม่ได้ คนหนึ่งยังเป็นเด็กน้อย และอีกหนึ่งสมองน้อยเพราะโดนกินไปเกือบหมด เหลือแค่วันเพ็ญกับซองอูมานั่งถกเถียงกันเพื่อวางแผนก่อนนอนไว้ล่วงหน้า ว่าตื่นเช้าแต่ละวันควรทำอะไรที่ไม่ใช่วิ่งจ๊อกกิงกับตักบาตรพระ เนื่องจากอย่างแรกอาจจะมีซอมบี้วิ่งเป็นเพื่อน อย่างที่สองพระส่วนใหญ่น่าจะโดนกินไปแล้ว ผ่านไปหลายวันนับจากผจญกับซอมบี้ฝูงใหญ่ ก็มาถึงการเตรียมพร้อมหาเสบียงงวดต่อไป

“ฉันอยากจะไปเอารถของโซลกลับมา” 

วันเพ็ญเปิดวาระการประชุมที่มีสมาชิกเพียงแค่สองคนขึ้นมาก่อน ระหว่างที่ซองอูเอาศักรินทร์เข้านอน หลังเด็กน้อยฝึกการเคลื่อนย้ายของจนหมดแรง ที่จริงก็แค่ฝึกยกช้อนกินข้าวกินขนมเองโดยไม่ใช้มือ และมีผู้ใหญ่ตามมาเก็บกวาดภายหลัง แต่เท่าที่สังเกตเห็น ถ้าเป็นของกินเจ้าหนูจะใช้พลังจิตดีมาก แทบจะไม่ทำของอร่อยหกเลอะเทอะเลย แสดงว่าก่อนหน้านี้เจ้าตัวเล็กแอบใช้พลังจิตยกช้อนกินข้าวมาตลอด ทำให้ได้ข้อสรุปว่าถ้าอยากให้เด็กพัฒนาต้องล่อหลอกด้วยของกินจากป้า แต่ต่อให้เธอทำกับข้าวเก่งน้อยกว่านี้ ซองอูก็ไม่อยากให้เธอไปเสี่ยงเพื่อรถของโซอุน

“แค่รถคันเดียว พี่โซลก็คงไม่อยากได้แล้ว ผมว่าปล่อยมันไปเถอะครับ ฝูงซอมบี้ไปพ้นจากซอยเราหรือยังก็ไม่รู้” แล้วเท่าที่ซองอูรู้จากการออกไปสอดแนมก่อนฟ้ามืดก็คือ ยังมีบางตัวเดินพลัดจากกลุ่มใหญ่ เดินสะเปะสะปะไปมาตามซอยย่อย 

แปดวันแล้วที่พวกเขาเลือกจะอยู่เงียบๆ ออกไปสังเกตการณ์พวกมันเป็นระยะ พบว่าซอมบี้ฝูงใหญ่ไม่ได้อยู่บริเวณใกล้ๆ แล้ว  และคนส่วนใหญ่ในซอยก็เช่นกัน อาจเพราะพบว่าอยู่ในซอยลึกก็ไร้ความปลอดภัย หรือไม่ก็อาจจะโดนซอมบี้เคาะประตูบ้านจนสติแตก สรุปก็คือพวกเขาหลายคนเลือกย้ายบ้าน ออกไปเสี่ยงตายเอาดาบหน้า ทำให้ซอยที่แทบจะร้างอยู่แล้วเพราะไวรัสไฮท์กลายเป็นซอยเกือบร้างโดยสมบูรณ์

เพื่อความปลอดภัย ซองอูจัดการถอดรั้วบ้านตัวเอง รวมถึงโต๊ะกินข้าว ประตูบางบานในบ้าน แบกไปหน้าปากซอยย่อย จัดการทำที่กั้นคร่าวๆ เอาไว้แล้ว อย่างน้อยพวกมันจะได้ไม่เข้ามาอยู่หน้าบ้านวันเพ็ญโดยที่พวกเขาไม่ทันได้ตั้งตัวล่วงหน้า ชายหนุ่มภูมิใจในฝีมือการก่อสร้างชิ้นแรกของตน ป้าที่ตามไปดูก็เอ่ยปากชม แต่เขาสังเกตเห็นรอยเกร็งๆ บนใบหน้าที่บอกว่าวิศวะโยธาไม่ปลื้มรั้วกีดขวางที่เหมือนกองขยะจากงานก่อสร้างเท่าไร ทว่าไม่อยากรื้อแล้วสั่งให้เขาทำใหม่จนเสียความตั้งใจของเขา

“จะช้าเร็วก็ต้องมีคนมาเคลียร์ถนนหน้าปากซอย ถ้าเราปล่อยรถของโซลไว้อย่างนั้นก็จะขวางทางคนอื่น” ที่เธอพูดมามีเหตุผลทีเดียว 

ซอยหลักแห่งนี้มีทางเข้าออกสี่ทาง แต่ที่ขับรถใหญ่ออกไปได้มีแค่สองทางตรงหน้าปากซอยเท่านั้น เส้นที่วันนี้ฝูงซอมบี้ผลัดกันเข้ามาสะดวกแค่ให้คนเดิน นอกนั้นก็เป็นสะพานเล็กจากคอนโด ถ้าเปิดประตูกั้นออก รถจักรยานยนต์ก็วิ่งข้ามไปข้ามมาได้

ความจริงต่อให้ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นี้ ซอยหลักที่มีซอยย่อยนับสิบวนไปวนมาราวกับเขาวงกตรวมกับฐานลับทรงรวงผึ้งขององค์กรอัมเบรลลาจากภาพยนตร์เรซิเดนท์อีวิลก็เข้าออกไม่ง่าย ยังดีที่ก่อนวันสิ้นโลก คนส่วนใหญ่ในซอยกลับไปยังบ้านเกิดเพื่อหลบไวรัสไฮท์ชั่วคราว ทำให้รถที่จอดเอาไว้หน้าบ้านเกินกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์หายไป ไม่อย่างนั้นอย่าว่าแต่ออกไปให้พ้นซอย แค่ไปกลางซอยปล้นร้านยายนากก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

“ผมอยากจะเคลียร์ไปทีละซอยมากกว่า มันคงไม่ดีแน่ถ้าเราออกไปหน้าปากซอยแล้วกลับเข้าบ้านไม่ได้เพราะมีซอมบี้เข้ามาจากทางท้ายซอยขวางทางเข้าบ้านเราเอาไว้” ซองอูเสนอโครงการพร้อมเหตุผลที่ทำให้วันเพ็ญพยักหน้าแสดงความเห็นด้วย

“ก็จริงของเธอ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าซอมบี้จะมารวมกลุ่มกันโดยไม่มีเป้าหมาย ตามหลักพวกมันน่าจะมาตามเสียง พอรวมกันหลายตัวก็ส่งเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็พาซอมบี้มารวมกันมากขึ้น มากขึ้น แต่พอถึงทางแยกหรือทางที่มีซอยย่อย ก็อาจจะมีพวกมันตัวนึงหลุดเข้าไป แล้วส่งเสียงดึงตัวอื่นตามมาด้วย” 

ซอมบี้ไม่ใช่สัตว์สังคมเหมือนมนุษย์ ดูได้จากการที่พวกมันไม่ได้นัดกันไปดื่มกาแฟ ขับรถแข่ง หรือก่อดรามาผ่านโลกโซเชียล จึงเป็นข้อได้เปรียบที่มนุษย์สามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของพวกมันล่วงหน้า หาทางหลีก หลบ หรือไม่ก็จัดการปิดทางไม่ให้พวกมันบุกเข้ามาเล่นงานโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ควรจะปิดท้ายซอยก่อน” พูดแล้ววันเพ็ญก็อดถอนหายใจเหยียดยาวไม่ได้ “คนในซอยน่าจะยังเหลืออีกเพียบ ทำไมไม่มีใครขยับมาทำอะไรเลยก็ไม่รู้” 

ถึงซอยนี้ส่วนใหญ่จะเป็นโกดังกับโรงงานขนาดเล็ก แต่คนในหอพักแบ่งเช่าก็น่าจะมากพอให้จัดตั้งกองทัพขนาดย่อย น่าเสียดายที่พอมีเรื่องกลับเหลือแค่มนุษย์ป้าอย่างเธอหาทางแก้ปัญหา

พวกเธอสองคนเริ่มปล้นซอมบี้ก่อนแล้วเหลือของให้คนอื่น แล้วก็มีแค่สองคนช่วยล่อซอมบี้ออกจากซอย ระหว่างนั้นบ้านที่มีคนอยู่ได้แต่แอบมองตาปริบๆ ย่องไปขโมยของตามหลังโดยไม่คิดลงแรง แล้วก็เก็บตัวเงียบอยู่ในบ้านระหว่างมีซอมบี้นับร้อยเดินเพ่นพ่านในซอย

“พวกเราจะปล่อยไว้อย่างนี้ก็ได้นะครับ ถึงอย่างไรพวกเราก็คงไม่อดตาย” ในบ้านมีข้าวสารอาหารแห้งมากพอจะอยู่ได้อีกเป็นเดือน 

ซองอูเสนอแนะทั้งที่รู้ว่าวันเพ็ญไม่ใช่คนประเภทอยู่เฉยๆ รอการช่วยเหลือที่ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไร ที่สำคัญเธอแสดงออกตั้งแต่วันที่ไปปล้นร้านยายนากแล้วว่าจะไม่ปล่อยให้ซอมบี้ไปเล่นงานคนที่ไม่รู้วิธีป้องกันตัว ถ้าจัดการซอมบี้ที่หลุดลอดออกจากบ้านหรือพลัดหลงเข้ามาในซอยนี้ได้ เธอจะลงมือเลย โดยไม่ให้ใครต้องมาร้องขอ แม้ว่าจะเป็นการช่วยกลุ่มคนเห็นแก่ตัวที่เธอไม่รู้จักก็ตาม

“ทำเท่าที่เราทำได้แล้วกัน ฉันรู้สึกว่าท้ายซอยเราจะไม่ค่อยมีซอมบี้เดินไปเดินมาเท่าไร ถ้าไม่นับซอยเจ๊แมว ถัดจากซอยเราไปมีซอยย่อยอีกสามซอยก่อนถึงทางเดินข้างโรงงานน้ำกรดไทย พรุ่งนี้เช้าให้โซลอยู่กับสกาย พวกเราไปปิดทางเดินนั่นก่อน ดูลู่ทาง แล้วค่อยเคลียร์ไปทีละซอย จากท้ายซอยออกไปเรื่อยๆ”

ซอยที่พวกเขาอยู่เป็นซอย 7/2 ต่อจากนี้ ก็จะเป็น 7/3 ที่ท้ายซอยเป็นร้านข้าวแกงเจ๊แมวซึ่งไม่น่าจะเหลือคนอยู่แล้ว เพราะจากที่ซองอูสังเกตตอนเข้าไปปล้นเสบียง ไม่มีวี่แววของคนเลย ซอย 8/1 เต็มไปด้วยโฮมออฟฟิศที่ปิดตัวไปแล้ว  ซอย 8/2 ถูกโรงงานน้ำกรดไทยซื้อไปทำพื้นที่โรงงาน จึงเหลือเพียงซอยย่อยทางฝั่งขวามือ  9/1 9/2 9/3 คือสามซอยท้ายสุดก่อนจะเป็นสุดถนนแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางเดินข้างโรงงานน้ำกรดไทย

แค่เห็นแผนผังโครงสร้างซอยต่างๆ ที่วันเพ็ญร่างให้ดูคร่าวๆ ซองอูก็ถึงกับนวดขมับแล้ว แต่อย่างน้อยการกำจัดซอมบี้ในซอยใกล้บ้านก็ปลอดภัยต่อพวกเขามากกว่าการเคลียร์พื้นที่ไปทางหน้าปากซอย

“แล้วพวกเราจะใช้อะไรปิดทางเดินนั่นดีล่ะครับ” เขาเคยไปสำรวจตรงนั้นก่อนซื้อบ้าน มันเป็นแค่ทางเดินแคบๆ กว้างครึ่งเมตรเท่านั้น แต่เชื่อมด้วยถนนสุดซอยที่กว้างพอให้รถยนต์แล่นสวนกันได้สองคันทีเดียว 

“รู้ไหมหลักการก่อสร้างพื้นฐานคืออะไร”

“ปลอดภัยไว้ก่อนใช่ไหมครับ” ซองอูไม่เคยมีความรู้ด้านนี้ แต่เวลาผ่านไซต์ก่อสร้างก็เห็นแต่ป้าย Safety First ไม่ใช่หรือ

“นั่นเอาไว้เวลาทำงาน ที่ถูกต้องก็คือไปดูหน้างานก่อนค่อยประเมินแผนงาน”

ความเลื่อมใสที่ซองอูมอบให้วันเพ็ญพัฒนาขึ้นไปอีกระดับ ป้าของเขาช่างมีภาวะผู้นำ เดินตามหลัง ซอมบี้ไม่กัดจริงๆ 

แต่สิ่งที่ป้าคิดก็คือถ้าไม่ปลอดภัยก็อย่าหวังว่าเธอจะวางแผนพาโอปป้าสุดหล่อ ลูกน้องที่เธอมีอยู่เพียงคนเดียวไปเสี่ยง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 221 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

608 ความคิดเห็น

  1. #267 Jasmine87 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 20:30
    ชอบตรงคนนึงสมองยังเป็นเด็กน้อย อีกคนสมองน้อยเพราะโดนกิน 555
    #267
    0
  2. #266 Mi55.PP (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 12:15
    รอรูปเล่มป้าเลยค่ะ
    #266
    0
  3. #265 ParamiWashi32 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 11:20
    ถ้าซอมบี้ก่อดราม่าในโลกโซเชี่ยลได้ เราว่าขอไปเป็นซอมบี้แปบบบบ5555
    #265
    0
  4. #264 ++Milady++ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 10:57
    สนุกมาก
    รออ่านอยู่นะคะ^^
    #264
    0
  5. วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 09:00
    คุณป้าสู้ๆๆคร่าบ
    #263
    0