มนุษย์ป้าฝ่าดงซอมบี้

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 คิดผิดจนตัวตาย (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 506 ครั้ง
    21 ต.ค. 63

ตอนนี้ คิม ซองอู หรือเรียกตามแบบไทยว่า ซองอู (ซัน) คิม ก็กำลังอารมณ์เสียไม่ต่างจากเพื่อนบ้านของเขา ขนาดเขาใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อโรคตามคำสั่งของรัฐบาล ก็ยังไม่อาจปกปิดสีหน้าโกรธเกรี้ยวของเขาได้ ชายหนุ่มไม่ได้รังเกียจเสียงร้องไห้ของเด็กเล็ก แต่เขารังเกียจแม่ของเด็กมาก รวมถึงพฤติกรรมสมองน้อยของพี่ชายที่เอาผู้หญิงซึ่งไร้ยางอายที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเคยเห็นคนนี้มาเป็นแม่ของลูกด้วย

“พ่อให้เงินสดแกมาซื้อบ้านหลังนี้ แกก็ควรจะเอาเงินมาช่วยพี่ของแกบ้างสิ” 

อรุณีอุ้มลูกเข้าเอวด้วยมือซ้าย ขณะเดียวกันก็ใช้มือขวาเท้าเอวขึ้นเสียงสูงใส่ซองอู โดยไม่สนใจเสียงร้องไห้ของลูกชายตัวเองสักนิด ไม่แปลกเลยที่ศักรินทร์อายุเกินหนึ่งขวบไปหนึ่งเดือนแล้วแต่ยังพูดไม่ได้สักคำ 

“พ่อให้เงินผมเพราะจะยกบ้านที่กำแพงเพชรให้พี่โซล ถ้าพี่นิดไม่พอใจ รอให้พ่อกลับมายกบ้านหลังนั้นให้ผม แล้วผมจะคืนเงินที่ซื้อบ้านหลังนี้ให้” ซองอูโต้กลับด้วยเหตุผล แต่เขาลืมไปว่ากำลังคุยกับคนไร้เหตุผล

“ก็บ้านหลังนั้นยังไม่ใช่ชื่อโซล จะอ้างว่าพ่อให้โซลได้ยังไง แต่พ่อให้เงินแกตั้งสองล้านห้ามาซื้อบ้านนี้ แกก็ควรจะแบ่งให้พี่แกบ้างสิ”

กล้ามเนื้อบนใบหน้าซองอูถึงขั้นกระตุกด้วยความโกรธ พ่อกับแม่ย้ายไปอยู่เกาหลีเพียงแค่ปีเดียว อรุณีก็ช่วยโซอุนถลุงเงินที่พ่อมอบให้จนหมด ตามด้วยของมีค่าที่อยู่ในบ้าน หรือจะพูดให้ถูกก็คือเธอใช้เงินของสามีจนหมด ตอนนี้จึงยุยงให้สามีมารีดไถเงินจากน้องชาย

“เดือนหน้าพ่อก็กลับมาแล้ว ให้พ่อมาเป็นคนตัดสินแล้วกันครับ” ซองอูพยายามยุติการโต้แย้งกับพี่สะใภ้ด้วยความรำคาญ

หลังจากการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสไฮท์ในเดือนที่ผ่านมา ทางการไทยรับคนไทยในต่างแดนกลับมาเป็นระลอก แต่พ่อแม่ของซองอูเป็นห่วงญาติพี่น้องที่เกาหลีใต้จึงยังไม่กลับมาพร้อมแรงงานไทยชุดแรก รอจนสถานการณ์เริ่มหนักข้อ รัฐบาลประกาศเส้นตายส่งคนข้ามแดนครั้งสุดท้ายในเดือนหน้า พ่อของเขาจึงตัดสินใจกลับมาบ้านเกิดของภรรยา ซองอูคิดว่าการให้ผู้ใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าของมรดกตัดสินใจเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่เช่นเคยที่ไม่อาจใช้เหตุผลกับคนพาลอย่างอรุณี

“กว่าพ่อจะกลับมา ฉันกับโซลก็โดนเจ้าหนี้ฆ่าตายแล้ว” 

“ใครใช้ให้พี่เข้าบ่อนออนไลน์ล่ะ”

“ฉันก็อุตส่าห์ไม่เข้าบ่อนพนันไก่ที่แม่ฮ่องสอนแล้วไง จะได้ไม่ติดไวรัสไฮท์เข้า” อรุณีเถียงข้างๆ คูๆ ทำให้ซองอูปวดหัวจนต้องนวดขมับ เขาเลยพลาดร่องรอยที่แสดงถึงพิรุธบนใบหน้าของเธอ

“จะบ่อนไหนก็ไม่ควรเข้าทั้งนั้นแหละ มีเวลาเข้าบ่อนก็หาเวลาใช้หนี้เองแล้วกัน” ซองอูหันหน้าหนี เบื่อจะถกเถียงแบบไม่รู้จบกับอรุณีเต็มที แต่โซอุนดึงแขนเขาเอาไว้

“แกจะพูดแบบนี้ไม่ได้นะซัน ถ้าฉันกับนิดเป็นอะไรไป สกายมันจะอยู่กับใคร”

เด็กน้อยเลือกส่งเสียงร้องไห้โฮขึ้นในจังหวะนี้ทันที ถึงซองอูจะไม่ไยดีความเป็นตายของอรุณี ความยากลำบากของโซอุน แต่เขาทนเห็นศักรินทร์ร้องไห้ไม่ไหว ทว่าพอเห็นสีหน้าท่าทางได้ใจว่าเป็นไปตามแผนของพี่สะใภ้ เขาก็กลับมาตั้งใจมั่นใหม่ว่าจะไม่ช่วยผู้หญิงคนนี้แม้แต่บาทเดียว

“สกายร้องไห้ขนาดนี้ พี่นิดไม่คิดจะห่วงลูกบ้างเลยหรือไง”

“โอ๊ย! มันก็แค่หิวน่ะแหละ ใครใช้ให้อามันใจดำล่ะ จะแบ่งเงินให้พ่อแม่มันซะหน่อยก็ไม่ได้ แล้วมันจะเอาเงินที่ไหนกินข้าว”

แม้แต่โซอุนก็ยังหน้าแดงกับความไร้ยางอายของภรรยา แต่เขาจะพูดอะไรได้ในเมื่อนมกล่องสุดท้ายหมดแล้ว หนำซ้ำกระเป๋าเงินของเขาก็เบาโหวง บัตรเครดิตใช้เต็มวงเงิน และเงินก้อนสุดท้ายก็ใช้ไปกับการเติมน้ำมันเพื่อมาขอยืมเงินน้องชาย แต่ซองอูใจแข็งกว่าที่คิด ขนาดเขาเลือกไปหาถึงคณะแพทยศาสตร์ ก็ยังยอมทนต่อสายตาเพื่อนร่วมคณะ แต่ไม่ยอมให้พี่ชายยืมเงินสักบาท 

“ซัน แกก็ช่วยหลานหน่อยเถอะ” โซอุนแข็งใจทำหน้าหนาตามภรรยา

“พี่โซลพาสกายไปซื้อของกินที่ห้างกับผม” เพื่อหลาน ซองอูยอมอ่อนข้อจ่ายเงินให้ แต่ยังอยู่ในขอบเขตที่เขายอมรับได้

อรุณีรีรอ ไม่ยอมส่งลูกให้โซอุน เพราะหวังจะได้เงินมากกว่าค่าอาหารให้แก่ลูก แต่เมื่อเห็นสีหน้าเอาเรื่องของซองอูที่บอกว่าเขาใกล้จะหมดความอดทน เธอก็ไม่กล้าอิดออด แต่ยังแอบกำชับสามีด้วยสายตา ซองอูเห็นชัดถนัดตา ทว่าเลือกจะไม่ใส่ใจ เงินของเขา จะให้หรือไม่ให้ก็เป็นเรื่องของเขา สิ่งสำคัญคือดูแลหลานชายก่อน แล้วค่อยหาทางไล่พี่ชายกับพี่สะใภ้กลับไป

“เอารถไป อย่าลืมเติมน้ำมันด้วยนะ” อรุณียังมีหน้าตะโกนตามหลัง 

ซองอูอยากจะตะโกนสวนกลับ แต่มันคงไม่ช่วยให้พี่สะใภ้ของเขามีจิตสำนึกดีขึ้น 

“เอาหน้ากากสวมให้สกายด้วยครับ”

เข้าประจำที่นั่งคนขับเรียบร้อย ก่อนสตาร์ตรถ ซองอูก็เปิดกระเป๋าเป้ของตน หยิบหน้ากากอนามัยสำรองสองอันส่งให้โซอุน ชิ้นหนึ่งของพี่ชาย อีกชิ้นสำหรับศักรินทร์ มันใหญ่เกินไปสำหรับเด็กขวบเดียว ที่สำคัญเขาไม่ควรพาหลานออกไปยังห้างสรรพสินค้า แต่เขาไม่ไว้ใจให้ศักรินทร์อยู่กับอรุณี ใครจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะใช้เวลาที่เขาไม่อยู่หอบของในบ้านของเขาไปขายใช้หนี้พนันหรือไม่ อย่างน้อยเอาเด็กมาก็ถือเป็นหลักประกัน ซึ่งเขาเองก็ยังหวั่นๆ ว่าไม่แน่อรุณีอาจจะยกเค้าบ้านของเขา แล้วทิ้งหลานเอาไว้ก็ได้ 

“แกระแวงเกินไปหรือเปล่าซัน ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ไปซื้อนมแค่นี้เอง ฉันยังไม่เห็นใครตายเพราะไวรัสไฮท์สักคน” โซอุนปฏิเสธหน้ากากที่ซองอูยื่นให้ แต่ผู้เป็นน้องยังดื้อดึงส่งให้ต่อ

“สิบเอ็ดคนแล้วนะครับที่ตาย ไม่แน่ว่าวันหนึ่งยอดมันอาจจะปะทุแล้วพุ่งพรวดไปเป็นหลักล้านก็ได้” 

สำหรับนักศึกษาแพทย์ ซองอูไม่ชอบคำว่า ‘ไม่เป็นไร’ กับ ‘แค่นี้เอง’ ในสาขาไวรัสวิทยา การแพร่ระบาดที่ยากเกินควบคุมล้วนมาจากความประมาททั้งนั้น 

“สิบเอ็ดคนที่ไหนเล่า คนที่ตายตายเพราะโรคอื่นกันทั้งนั้น แกเรียนหมอไม่ใช่รึไง ทำไมไม่รู้ว่าข่าวมันเว่อร์เกินจริงไปขนาดไหน ป่านนี้ยังไม่มีใครตายเพราะไวรัสไฮท์โดยตรงเลย”

เพราะเรียนมาทางด้านนี้ซองอูถึงได้วิตกกังวล แม้เขาจะเพิ่งเป็นนักศึกษาปีสี่คณะแพทยศาสตร์เนื่องจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ติดจนล่าช้าสองปี แต่เขาก็รู้ข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสไฮท์ไม่น้อยไปกว่าแพทย์ที่ทำหน้าที่รักษาคนไข้ทั่วไป มันแปลกประหลาดเกินไปที่ผู้ป่วยเป็นพันล้านทั่วโลก ทว่ามีผู้เสียชีวิตเพียงสิบเอ็ดคน หนำซ้ำยังไม่ได้มาจากเชื้อไวรัสไฮท์โดยตรง แต่เป็นการเสียชีวิตเพราะมีโรคประจำตัวอยู่ก่อนแล้ว

ไวรัสไฮท์มีความรุนแรงต่ำจนวงการแพทย์แทบจะไม่รู้ตัวว่ามีไวรัสชนิดใหม่แพร่ระบาด เนื่องจากอาการป่วยเป็นแค่เพียงการอ่อนล้า อ่อนเพลีย ไอเล็กน้อย มีไข้ต่ำๆ ไม่ต่างจากอาการของหวัด แต่หลังจากมีการเพาะเชื้อเพื่อตรวจร่างกายของผู้ป่วยรายหนึ่งแล้วค้นพบไวรัสที่ไม่เคยเจอมาก่อน ก็เกิดความตื่นตัวขึ้น นำไปสู่การตรวจเช็กผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ตามด้วยผู้ใกล้ชิด ซึ่งนำความตื่นตระหนกมาให้ เพราะพบว่าในหนึ่งคนสามารถแพร่กระจายเชื้อไปยังคนรอบข้างได้อย่างไม่จำกัดทางอากาศ ปนเปื้อนบนวัตถุได้กว่าหนึ่งเดือน หนำซ้ำยังมีความทนทานต่อความร้อนได้มากกว่าแปดสิบองศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในบรรดาเชื้อไวรัสที่เคยปรากฏบนโลก ทั้งที่มันแข็งแกร่งขนาดนี้จึงดูไม่เป็นวิทยาศาสตร์เลยที่ไวรัสไฮท์ไม่สามารถทำอันตรายคนได้มากกว่าที่ปรากฏให้เห็น

“อย่าประมาทดีกว่าครับ สกายยังเด็ก ภูมิต้านทานต่ำ” ซองอูกึ่งเตือนกึ่งบังคับให้โซอุนรับหน้ากากไป บางทีเขาก็สงสัยเหมือนกันว่าใครเป็นพี่กันแน่ 

“ไม่ต้องหรอกซัน นิดไม่เคยให้ลูกสวมหน้ากากตอนออกจากบ้านเลย”

ซองอูไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลย สถานการณ์โลกวุ่นวายขนาดนี้ แต่อรุณีกลับไร้จิตสำนึกความเป็นแม่โดยสิ้นเชิง ถึงผู้ติดเชื้อจะแทบไม่เสียชีวิตเลย ก็ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลในการประมาท เพราะวันนี้ยังไม่มีใครแน่ใจว่าเชื้อจะกลายพันธุ์เมื่อไร คิดถึงการกระทำของอรุณี ซองอูถึงขั้นหมดหวังว่าจะกลับมาเจอเธอพร้อมทรัพย์สินในบ้านตนเอง แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เขาจะได้กำจัดพี่สะใภ้ตัวร้ายไปได้เสียที

“ผมเชื่อแล้วละที่เขาว่าปลูกเรือนผิดคิดจนเรือนพัง มีเมียผิดก็คิดจนตัวตายเหมือนกัน”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 506 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

608 ความคิดเห็น

  1. #607 3169 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 16:51

    อ่านแล้วนึกถึง(คนที่ไม่อยากนับ)ญาติตัวเอง

    #607
    0
  2. #569 อ่านอะไรดี (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 13:54
    ย้ากกกก อ่านแล้วอารมณ์ขึ้นตามพระเอก โมโห เกลียดผู้หญิงนิสัยแบบนี้
    #569
    0
  3. #544 ohjesus (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 23:52
    ก็สวมๆหน้ากากให้ลูกไปมันจะเป็นจะตายรึไง ติดไม่ติดก็ป้องกันลูกไว้ก่อน เอ๊ะอิพ่อนี่ไร้หัวคิดจัง
    #544
    0
  4. #416 ทำไมต้องอิมแจบอม' (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 14:22
    หลงรักน้องซันขึ้นมาทันทีค่ะ
    #416
    0
  5. #403 Kn_nann (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 21:45
    งง รักหรือโง่กันแน่คะคุนพี่ชาย ช่วยมีสมองหน่อยเอาดี
    #403
    0
  6. #373 ไอคาลิป (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 16:08
    นึกถึงน้องสะใภ้ขึ้นมาตงิด ฮื้มม
    #373
    0
  7. #307 Giharu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 08:37

    เฮ้อ...คนโง่ปล่อยตายไปก็ดีแต่อย่าเอาเด็กมาเกี่ยวสิ รักเมียหลงเมียลืมห่วงลูกคนแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน สงสารน้อง

    #307
    0
  8. #283 panitin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 06:15
    คุยกับคนแบบนี้ไม่ได้ ไม่สนใจไปเลยค่ะ เดี๋ยวจะเป็นบ้าไปเอง
    #283
    0
  9. #209 Xialyu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 16:51
    อ้าวนังนิดเดี๋ยวได้เจอกัน
    #209
    0
  10. #207 kunkanomwan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 13:55
    หน้าด้านมากอิผู้หญิงเนี่ย ส่วนอิพี่ก็โง่ แถมเง่าด้วย จะบ้าตาย อึดอัดแทนเลย
    #207
    0
  11. #147 Carnelian_49 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 09:17
    มีคนแบบนี้เราจะไม่ให้เข้าบ้านเลย.. อ่านแล้วโมโห!
    #147
    0
  12. #116 sand1994 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 12:47
    มีเหตุผลกับคนที่ไม่ใช้เหตุผล นึกภาพตามแล้วต้องเหนื่อยใจมากแน่ ๆ แค่อ่านยังรู้สึกอึดอัดแทนซองอูเลยค่ะ หากกลัวพี่สะใภ้ยกเค้าคิดว่าคุณป้าข้างบ้านไม่น่าจะยอมนะคะ🙄 ช่วยจับตาดูอยู่แน่นอน👀
    #116
    0
  13. #28 Nutto_llp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 00:17
    สนุกมากเลยค่ะะ
    #28
    0
  14. #2 26021995 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 10:26
    มาต่อเลยคะสนุกมากอัพวันอะไรบ้างคะ
    #2
    1
    • #2-1 วาณี ซิงซิน แว่นฟ้า(จากตอนที่ 2)
      18 พฤษภาคม 2563 / 11:49
      ขอบคุณนะคะ ช่วงนี้อัพทุกวันค่ะ ฝากป้าด้วยนะคะ จุ๊บๆๆ
      #2-1