สามีอิมพอร์ต

ตอนที่ 8 : ราคาของสามีอิมพอร์ต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,514
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    29 ต.ค. 62

การหาพ่อให้ลูกยากเย็นกว่าที่สุพรรณิการ์คิดเอาไว้หลายเท่า และเธอเริ่มคิดว่าการมองนิโคลัสเป็นชาวต่างชาตินิสัยขี้เล่นสบายๆ เป็นความคิดที่ผิดพลาดเช่นกัน

เธอทำงานที่พบปะผู้คนมามากเกินกว่าจะพลาดดวงตาคมปลาบยามที่เขากวาดตามองเธอกับลูก มันมีทั้งความตระหนก ความวิเคราะห์ ความสงสาร ซึ่งอย่างหลังเธอไม่ค่อยต้องการเท่าไร ไม่ใช่เพราะเธอรักศักดิ์ศรี เธอมองว่าของแบบนั้นไม่ค่อยมีค่านักยามลำบาก

เหตุผลในการไม่รับความสงสารจากใครของเธอ เป็นเพราะถ้าปล่อยตัวไปไว้ภายใต้ความเมตตาของใครเมื่อใด เราจะเคยชินโดยง่าย และก็จะนำมาสู่จุดตกต่ำที่เรายากจะป่ายปีนขึ้นมาอีกเลย

“ก่อนที่เราจะมาสอบถามเรื่องราวทั้งหมดกัน ผมว่าควรให้น้อง...”

นิโคลัสเสนอคำแนะนำแล้วสุพรรณิการ์ก็เติมช่องว่างที่เขาไม่ได้ถามให้ครบ

“กุ๊กไก่ค่ะ ลูกของฉันชื่อกุ๊กไก่ ถึงแกจะแค่สามขวบ แต่นี่เป็นเรื่องสำคัญในชีวิตของแก ฉันว่าแกควรอยู่ฟังด้วย เพราะเราพูดกันอย่างสุภาพและมีเหตุมีผล”

มันเป็นทั้งคำตอบและคำสั่งกลายๆ ซึ่งสุพรรณิการ์ไม่รู้ว่าตนเองหยาบคายเกินไปหรือไม่ที่พูดอย่างนี้กับนิโคลัส แต่ที่แน่ๆ เธอบุ่มบ่ามเกินไป

เมื่อเรื่องดำเนินมาในจุดที่เธอไม่ได้ตั้งใจเอาไว้ หญิงสาวจึงอยากจะสรุปมันให้จบไปในคราวเดียว แล้วเอาเวลาไปหาแผนการอื่นที่ดูจะเข้าท่ากว่าหาพ่อปลอมๆ ให้ลูก หลังจากนิโคลัสพยักหน้าด้วยท่าทางจำใจเห็นด้วย สุพรรณิการ์ก็สรุปสั้นๆ ออกมารวดเดียวจบ

“แม่แท้ๆ ของกุ๊กไก่เสียชีวิตไปแล้วโดยไม่มีใครรู้ว่าพ่อของแกเป็นใคร เมื่อปีก่อนฉันรับแกมาอุปการะ แต่ยายของแกซึ่งเป็นป้าของฉันต้องการเงินสำหรับเรื่องนี้เพราะอาชีพของทางนั้น”

เธอนิ่งเงียบไปอึดใจเพื่อหาคำพูดที่ฟังแสลงหูคนฟังน้อยที่สุด รวมถึงไม่ใช่คำแย่ๆ ที่เด็กไม่ควรได้ยิน

“พวกเขาค้าบริการ”

เป็นคำจำกัดความที่ตรงสุด แต่น่าจะเข้าใจยากสำหรับคนต่างชาติ แย่หน่อยที่เด็กคนหนึ่งกลับเข้าใจเพราะโตมาจากสภาพแวดล้อมนั้น ขณะที่นิโคลัสขมวดคิ้วกับคำไทย กุ๊กไก่ก็โพล่งคำพูดที่ทำเอาสุพรรณิการ์สะดุ้งเฮือก

“ยายบอกว่าแม่เป็นอีตัว ท้องไม่มีพ่อ”

สุพรรณิการ์ต้องห้ามตัวเองไม่ให้ดุหลานเสียงดัง กุ๊กไก่เจออะไรแบบนั้นและแย่กว่านั้นมามากแล้วจากฝีมือของสร้อยสุดา

“แม่บอกแล้วไงคะว่าเราจะไม่พูดคำอะไรก็ตามที่ยายของหนูพูด”

แววตาหวาดระแวงว่าจะโดนทำร้ายแวบผ่านดวงตาของกุ๊กไก่ไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งความหนักอึ้งปวดร้าวเอาไว้ในอกของสุพรรณิการ์ ยังดีที่เด็กหญิงช่วยให้มันบรรเทาลงด้วยการเอ่ยปากขอโทษก่อนจะซุกตัวเข้ามาหาเธอด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ

หญิงสาวสาบานกับตนเองเป็นรอบที่ร้อยว่าจะไม่ยอมให้ลูกบุญธรรมต้องพบกับคำพูดไม่ดี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระทำไม่ดีของสร้อยสุดาอีก

“เอาล่ะ ผมเข้าใจแล้ว คุณกำลังต้องการคนมาปลอมเป็นพ่อของกุ๊กไก่”

“ใช่ค่ะ ถ้ามีคนมาอ้างว่าเป็นพ่อของกุ๊กไก่ ยายของแกก็จะมายุ่งกับแกอีกไม่ได้ การขออนุญาตรับบุตรบุญธรรมต้องใช้เวลา ฉันกำลังจะเสร็จสิ้นขั้นตอนพวกนั้นแล้ว ที่ฉันต้องการก็คือใครสักคนที่จะมาช่วยถ่วงเวลาและไล่ป้าของฉันให้เลิกมาข่มขู่เอาเงินจากฉัน และฉันยินดีจะจ้างใครมารับบทนี้ชั่วคราว”

ใครที่ว่าในความคิดของสุพรรณิการ์ไม่ควรเป็นนิโคลัส เขาเองก็นิ่งเงียบไป เป็นการบอกใบ้ว่าเขาจะไม่เสนอตัว แต่เธอคิดว่าเมื่อเล่าสาเหตุในการนัดพบผ่านโปรแกรมแชทแล้วก็ควรจะมีบทสรุป

“คุณต้องการค่าจ้างเท่าไรสำหรับงานนี้คะ” ระหว่างเอ่ยคำถามสุพรรณิการ์ก็รู้สึกว่าใบหน้าตัวเองร้อนผ่าวราวกับตนเองพูดคำหยาบคาย

ดูจากหน้าตาของนิโคลัส สุพรรณิการ์คาดเดาว่าเธอคงต้องสูญเงินเก็บทั้งหมดเพื่อจ้างเขาแน่

หญิงสาวคาดหวังจะได้ยินจำนวนเลขที่ทำให้เธอสามารถปฏิเสธเขาได้ในทันที แล้วไปหาใครสักคนที่หล่อน้อยกว่านี้ แต่ดีต่อหัวใจอันอ่อนไหวต่อความหล่อของเธอมากกว่าเขา

จังหวะเงียบงันผ่านไปประมาณสามวินาที หรืออาจจะสามล้านปีแสงโดยที่เธอไม่ทันรู้ตัว หญิงสาวภาวนาให้เขาส่ายหน้าแล้วโบกมือลา ซึ่งจะช่วยให้ง่ายต่อเธอ

ขณะเดียวกันส่วนที่เป็นผู้หญิงที่เธอแทบจะลืมไปแล้วว่ามีอยู่ในตัวก็อยากให้เขาต่อรองนานอีกสักนิด แม้จะรู้ว่าตัวเองไม่มีปัญญาจ้างเทพบุตรอย่างเขามาเป็นสามีก็ตาม

“ค่าแรงขั้นต่ำในไทยต่อวันเท่าไรครับ”

“หะ!!” เธอหลุดปากด้วยความตกใจ แล้วเหมือนจะได้ยินเสียงอุทานแบบเดียวกันแต่เป็นเสียงผู้ชายแว่วๆ มาด้วย ทว่าเธอตื่นตระหนกจนลืมให้ความสนใจ

“ผมอยากหาที่พัก ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าต้องจ้างผมนานแค่ไหน ผมทำงานให้ฟรีก็ได้” เขาชะงักเพราะเธอจ้องเขาตอนบอกว่าจะทำงานให้ฟรี

“สำหรับฉัน ของฟรี คือของที่แพงที่สุดในโลก และฉันจะไม่เอาเปรียบใครค่ะ เรื่องงานคงต้องใช้เวลาอย่างน้อยเดือนหนึ่งค่ะ แต่ไม่น่าเกินสองเดือน ฉันจะโอนมัดจำไปก่อนก็ได้นะคะ”

เธอรู้ว่าเป็นความเสี่ยงสูง เขาคงจะแค่ใช้หน้าตากับเงินค่าจ้างแสนถูกหลอกเธอ แล้วเธอก็โง่ปล่อยให้ใบหน้าหล่อๆ กับท่าทางใจดี หลอกเอาเงินก้อนหนึ่งไปแบบง่ายๆ

“ไม่ต้องครับ เอาเป็นจ่ายค่าแรงผมวันต่อวันก็ได้”

“หะ!!” เป็นอีกครั้งที่สุพรรณิการ์หลุดปาก แล้วก็ได้ยินเสียงผู้ชายแว่วมาอีกรอบ แต่อาการตกใจซ้ำซ้อนทำสมองเธอลัดวงจรไปหมด

หลังจากเจรจาข้อตกลงคร่าวๆ นัดหมายมาพบกันยังสถานที่เป็นกลาง เช่นที่ว่าการอำเภอ เพื่อจดทะเบียนสมรส สุพรรณิการ์ก็ยังไม่อยากจะเชื่อการสนทนาระหว่างเธอกับนิโคลัสเมื่อครู่

เธอหาสามีอิมพอร์ตได้ในราคาค่าแรงขั้นต่ำ

 

………………

โปรดติดตามตอนต่อไป

#สามีอิมพอร์ต

        ต่อจากสำนวน “ขาดแคลนทุนการศึกษา ใส่ชุดนักศึกษามาหาพี่” จะเป็น “ขาดแคลนค่าใช่จ่าย รับงานเป็นสามีรายวันก็ได้” งานนี้นิโคลัสพร้อมรับด้วยค่าแรงขั้นต่ำด้วยนะเออ555

        #เลขาลาพักร้อน กำลังเปิดพรีออเดอร์นะคะ ฝากคุณหนึ่งกับเลขาออมด้วยค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

98 ความคิดเห็น

  1. #28 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 09:47
    555 เอาจริงเว้ยเฮ้ย นิโค่
    #28
    0
  2. #6 หวานน้ำตาล (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 10:20
    ค่าแรงขั้นต่ำหรอคะ เดี๋ยวเราจ่ายให้เองง แถมฟรีข้าว 3 มื้อพร้อมที่นอน คิคิ
    ไม้เอกตกไปตรง 'ฉันจะไม่เอาเปรียบใครคะ'
    #6
    1
    • #6-1 วาณี ซิงซิน แว่นฟ้า(จากตอนที่ 8)
      29 ตุลาคม 2562 / 07:14
      ขอบคุณที่ติดตามและช่วยทักท้วงนะคะ แก้ไขเรียบร้อยแล้วค่ะ แต้งกิ้วหลายๆ นะคะ ^_^
      #6-1