สามีอิมพอร์ต

ตอนที่ 23 : โลกหมุน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,056
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    11 พ.ย. 62

ดังนั้นสุพรรณิการ์จึงเก็บความมึนงงของตนเอาไว้ และพาสามีกับลูกกลับไปห้อง ซึ่งทำให้เธอยิ่งมึนงงหนักขึ้น เธอออกจากห้องไปไม่นาน และพอกลับมาถึงห้องเธอก็ต้องตะลึงงันเมื่อพบอุปกรณ์หน้าตาประหลาดในระเบียงด้านหลังที่ถูกของต่างๆ อัดแน่นจนแทบล้น

“ที่นี่ไม่อนุญาตให้ใช้เตาทำอาหารแบบจริงจังไม่ใช่เหรอคะ”

ที่ถูกต้องคือไม่ให้ใช้เตาแก๊ส แต่ระดับเตาไฟฟ้าที่ต้องมีเครื่องดูดควันก็น่าจะห้ามเช่นกัน 

สุพรรณิการ์ถามนิติบุคคลที่ดูจะโอนอ่อนไปทุกเรื่องจนน่าแปลกใจ แทนจะถามนิโคลัสว่าทำไมเพื่อนของเขาถึงยกเตาอบที่ด้านบนมีหัวเตาไฟฟ้าสำหรับทำอาหารสามหัว เตาไมโครเวฟ เครื่องมือปิ้งย่างขนาดพกพา และเครื่องใช้ไฟฟ้าหน้าตาประหลาดมาให้มากมาย หนำซ้ำยังมีเครื่องซักผ้าขนาดกลางมาด้วยเพราะเขาคงบอกว่าเพื่อนต้องการกำจัดของที่เกี่ยวข้องกับแฟนเก่า 

ที่น่าประหลาดใจที่สุดก็คือเพื่อนของอารักษ์ที่บอกว่าจะช่วยติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้ฟรีดูมีความเป็นมืออาชีพมาก แล้วเธอยังสงสัยด้วยว่าหลังจากเธอพาลูกไปเดินเที่ยวกับนิโคลัส จะมีช่างแขนงอื่นๆ แอบตามเข้ามาปฏิบัติการปฏิรูปห้องพักของเธอเพิ่ม 

เพราะตอนเธอกลับมา ห้องน้ำที่คับแคบของเธอมีการดัดแปลงให้วางเครื่องซักผ้าได้ ระเบียงที่ไม่กว้างนักก็จัดวางอุปกรณ์ทำอาหารได้หมด ข้างเตาอบเป็นชั้นวางเครื่องครัวและไมโครเวฟที่ยาวจรดเพดานเพื่อประหยัดพื้นที่ใช้สอย แถมยังทำกันสาดน้ำหนักเบายื่นออกไปป้องกันฝนไม่ให้โดนอุปกรณ์ทั้งหลาย ขณะเดียวกันก็เว้นช่องให้เครื่องดูดควันเพื่อให้เวลาพวกเธอทำอาหารจะได้ไม่รบกวนคนในอาคาร

ทั้งหมดนี่ต้องใช้เสียงกับแรงงานเยอะกว่าที่ทางนิติบุคคลจะยอมให้ได้ง่ายๆ แต่พอหันไปหาเจ้าหน้าที่ก็เห็นรอยยิ้มเป็นมิตรจนสุพรรณิการ์ชักสงสัยว่ามีใครไปจ้างอีกฝ่ายเป็นการส่วนตัวนอกรอบหรือไม่

แต่ถ้าจ้างก็คงต้องจ่ายเงินมหาศาล เพราะต้องจ่ายให้เจ้าของอาคารออกรางวัลให้เธอใช้ไฟฟ้าฟรี ให้ยอมเอาช่างมากกว่าสามคนเข้ามาทำงานโดยไม่บอกล่วงหน้า ให้ต่อเติมดัดแปลงห้องเช่า

ซึ่งเงินพวกนี้สุพรรณิการ์ไม่คิดว่านิโคลัสจะมีจ่าย

“ทำได้สิคะ แค่ไม่รบกวนคนอื่นก็พอ เห็นไหมว่าช่างที่พวกคุณพามาเก่งมากเลย” 

แล้วเจ้าหน้าที่นิติบุคคลก็เดินหนีไปดื้อๆ ทิ้งให้สุพรรณิการ์ยืนงุนงงอยู่กับคนแปลกหน้าที่ใช้เวลาเพียงสองสามชั่วโมงเปลี่ยนห้องของเธอจากรูหนูเป็นสรวงสวรรค์ขนาดย่อม เนื่องจากเธอมองไม่เห็นรอยชำรุดเก่าแก่ตามฝาผนัง และแน่ใจว่าระบบน้ำประปาได้รับการปรับปรุงเรียบร้อย ราวกับเดินเข้าไปเยี่ยมชมห้องตัวอย่าง

“เอาละ อุปกรณ์พร้อมแล้ว เรามาหาอะไรกินกันดีกว่า” 

ขณะพูดนิโคลัสก็เปิดตู้เย็น ซึ่งสุพรรณิการ์เพิ่งมองเห็นว่ามันเปลี่ยนจากตู้เย็นห้าจุดสองคิวประตูเดียวของเธอ เป็นตู้เย็นขนาดประมาณสิบคิวสองประตูดีไซส์สวยหรู ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นยี่ห้อดังและดูเหมือนใหม่จนเธอแทบจะเชื่อว่ามันเพิ่งเดินทางจากห้างสรรพสินค้าทางด้านการตกแต่งบ้านเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา พร้อมด้วยวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารอัดแน่น 

ซึ่งเธอไม่ควรแปลกใจเลยเพราะตอนไปสำรวจเตาทำอาหารกับชั้นวางของ เธอก็เห็นพวกเครื่องปรุงกับอาหารแห้งถูกจัดเก็บไว้เป็นระเบียบ 

ไม่รู้ว่าเป็นของที่แฟนเก่าเพื่อนเขาเตรียมเอาไว้ทำอาหารก่อนเลิกกันหรือเปล่าเพราะที่แน่ๆ ในตู้เย็นเครื่องเดิมของเธอไม่เคยมีของสดมากขนาดนี้ แล้วก่อนที่เธอจะทันได้ถามถึงตู้เย็นเครื่องเก่า เขาก็หันมาตอบคำถามนั้น

“อารักษ์จัดการเอาตู้เย็นเก่ากับเตียงนอนแล้วก็โซฟาเบดไปขายให้แล้วนะครับ เขาฝากบอกผมว่าเขาเอาเงินแช่ไว้ให้คุณด้วย” 

ระหว่างที่อธิบายนิโคลัสก็หยิบปึกธนบัตรค่อนข้างหนาจากช่องแช่แข็งส่งให้สุพรรณิการ์ พอเห็นเธอตะลึงงันไม่รับเงินไป เขาก็มุ่นคิ้วแล้วแสดงท่าทางไม่สบายใจ

“ถ้าคุณอยากได้ของเก่าคืน ผมให้อารักษ์เอากลับมาก็ได้นะครับ”

“ไม่ค่ะ” เธอส่ายหน้า ตอนนี้ห้องแทบจะไม่มีที่ว่างให้เขาเดินอยู่แล้ว เธอจะเอาของที่ไม่ใช้งานกลับมาทำไม ในเมื่อมีของที่ดีกว่าตั้งอยู่ทนโท่

หญิงสาวไม่ได้มีนิสัยชอบเก็บของเก่าเอาไว้เป็นที่ระลึก เธอเชื่อในการเอามันไปแปลงเป็นเงินกับรถรับซื้อของเก่ามากกว่า ดังนั้นสุพรรณิการ์ย่อมรู้ดีว่าเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ ของเธอไม่น่าจะมีค่าหลักหมื่น ตามการประเมินความหนาของปึกธนบัตรในมือนิโคลัส

“คุณคงไม่ได้เอาของพวกนั้นไปขายให้เพื่อนของคุณที่เพิ่งเลิกกับแฟน แล้วเขาคนนั้นก็บังเอิญมีนิสัยชอบสะสมของที่ผ่านการใช้งานหรอกนะคะ”

“ไม่ครับ อารักษ์เอาไปประมูลผ่านอีเบย์” 

คำตอบของนิโคลัสน่าจะเป็นคำพูดล้อเล่น แต่เงินสองหมื่นห้าพันบาทที่เขาส่งให้เธอไม่ใช่เรื่องหลอกลวง สุพรรณิการ์งุนงงกับโชคดีที่เหลือเชื่อนี้ยังไม่ทันเสร็จ จึงปล่อยให้กุ๊กไก่ตกลงกับนิโคลัสว่าทั้งสามควรจะกินอะไรเป็นมื้อกลางวันที่เกือบจะล่าช้า

“หนูเป็นเด็กที่กินง่ายที่สุดที่ฉันเคยเจอ” นิโคลัสกล่าวชมเชยหลังจากกุ๊กไก่บอกว่าเธอต้องการกินข้าวผัดไข่ดาว และเธอไม่มีปัญหาอะไรถ้าเขาจะใส่ผักลงไป 

“เอาแบบนี้ดีกว่า ฉันอยากทำอะไรพิเศษในเมื่อมันเป็นมื้อแรกที่เรากินข้าวพร้อมกัน” 

ชายหนุ่มเสนอเมนู แล้วถามเด็กหญิงว่าชอบส่วนผสมที่จะใส่ไปหรือไม่ ประหลาดใจที่สุพรรณิการ์และกุ๊กไก่ปรับตัวเข้าหาเขาพร้อมกับลดความระแวงไวกว่าที่คาด

“อาหารเป็นวิธีเข้าหาคนที่ดีที่สุด” สุพรรณิการ์สรุปให้นิโคลัสฟัง เมื่อเขาเผลอถามออกมา

“และยิ่งดีเมื่อคนกินไม่เรื่องมาก ผมแปลกใจที่เด็กในวัยกุ๊กไก่กินผักได้โดยไม่ต้องถูกบังคับ คุณเลี้ยงลูกเก่งทีเดียว”

“ฉันเลี้ยงแกมาแค่ปีเดียว และทุกวันฉันยังกลัวอยู่เลยว่าจะทำอะไรพลาด” 

สายตาเจือความกังวลที่เธอมองไปยังลูกสาวซึ่งกำลังช่วยล้างผักอย่างขะมักเขม้น บอกเขาว่าคำพูดเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องโกหก 

“อย่างที่ฉันเล่าให้ฟังคร่าวๆ ครอบครัวของฉันไม่ใช่ครอบครัวตัวอย่าง ฉันไม่มีประสบการณ์ที่จะใช้ในการเลี้ยงเด็กให้มีคุณภาพ”

“นั่นยิ่งทำให้คุณเป็นคนที่มีความสามารถสูงในสายตาของผม ผมเองก็ไม่ได้มีชีวิตแบบครอบครัวสุขสันต์เหมือนกัน” 

เขาโตมาในโรงเรียนประจำห่างไกลจากปู่ ซึ่งเป็นญาติสนิท แต่เขาไม่ได้คิดว่านั่นจะเป็นปัญหาอะไร เพราะครอบครัวของเขา ก็ห่างไกลจากคำว่าครอบครัวอบอุ่น 

“แต่ผมพอจะรู้ว่าอะไรคือความเอาใจใส่ที่พ่อแม่ควรมอบให้ลูก และผมเห็นมันตอนที่คุณอยู่กับกุ๊กไก่”

ท่าทางของสุพรรณิการ์ที่แสดงออกว่าไม่คาดคิดจะได้รับคำชม ทำให้นิโคลัสดีใจที่พูดออกไป ขณะเดียวกันก็กลัวว่าเธอจะคิดว่าเขาเสแสร้งแกล้งพูด

“ผมไม่ได้พยายามจะหว่านล้อมเพื่อหวังผลหรอกนะ” ที่จริงเขาหวังผลประโยชน์ในด้านเซ็กซ์ แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุที่เขาชมเธอ 

“ผมแค่สงสัยว่าคุณทำได้ยังไง สนใจจะทำคู่มือขายไหมครับ มันจะทำให้คุณรวย” เขาประสบความสำเร็จในการทำให้เธอยิ้มได้

“จะมีคนซื้อเหรอคะ ในเมื่อสิ่งที่ฉันทำ ก็แค่ทำไปตามความรู้สึก ว่าควรทำอย่างไรให้กับคนที่เรารัก”

คำตอบเรียบง่ายของเธอกระแทกเข้าที่หัวใจของเขาอย่างแรง ทำให้ความชอบที่เขามอบให้เธอสูงขึ้นจนถึงจุดที่วัดค่าไม่ได้ ที่น่ากลัวก็คือเขาชอบเธอโดยไม่คาดหวังเรื่องเซ็กซ์ด้วยซ้ำ ทั้งที่ปกติมันอยู่ในอันดับต้นๆ เวลาเขาอยู่ใกล้ผู้หญิงสักคน 

ทั้งหมดส่งผลให้นิโคลัสเผลอปล่อยให้ตัวเองมองสุพรรณิการ์ด้วยสายตาตะลึงงัน นานพอจะทำให้เธอหลบตาด้วยความเขินอายแล้วงึมงำถามราวกับไม่ได้ตั้งใจ

“ที่จริงฉันงุนงงมากกว่า ว่าทำไมผู้ชายรูปหล่อ พูดจาดี เข้ากับเด็กง่ายอย่างคุณ ถึงมาร่อนเร่สมัครเป็นสามีของฉันได้” 

เขาไม่กล้าจะใช้คำว่า ‘โชคชะตา’ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ยากจะควบคุม ที่สำคัญมันฟังคล้ายกับประโยคน่าขนลุกที่อยู่ในพิธีแต่งงานซึ่งนิโคลัสยังไม่โตพอจะรับบทนำในพิธีเช่นนั้น และเขาชื่นชมเพศหญิงโดยเฉพาะอย่างยิ่งสุพรรณิการ์เกินกว่าจะพาเธอเข้าไปสู่เรื่องน่ากลัวอย่างการครองรักกันตลอดไป

คำตอบจึงเป็นโลกหมุนในจังหวะที่เหมาะสมทำให้เขาและเธอมาเจอกัน แล้วสักวันโลกก็จะเคลื่อนไหวต่อไปให้ทั้งสองแยกทางจากกันไป

 

………………

โปรดติดตามตอนต่อไป

#สามีอิมพอร์ต

        โลกกับโชคชะตาเป็นสองสิ่งที่เรารู้จักดีแต่ไม่มีวันจะทำความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ หวังว่าคุณนิคจะไม่ตกใจเกินไปนักตอนที่รู้ว่าโลกหมุนเร็วจนเขาเซล้มลงหลุมรัก555

#เลขาลาพักร้อน วางจำหน่ายแล้วนะคะ รับประกันความสนุกค่ะ

https://www.satapornbooks.co.th/SPBecommerce/product_details/5797/The-Love's-Vacation-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%AF-%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

98 ความคิดเห็น

  1. #47 หวานน้ำตาล (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 20:41
    เปลี่ยนของในห้องจนแบบเปลี่ยนคอนโดไปเลยดีไหมล่ะคุณนิค
    #47
    0
  2. #46 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 08:38
    สายเปย์จริงๆ นะนิค
    #46
    0