สามีอิมพอร์ต

ตอนที่ 15 : รู้จักเบรกไหม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,382
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    5 พ.ย. 62

มีผู้หญิงสักกี่คนปฏิเสธชายหนุ่มรูปงามที่เหมือนช็อกโกแลตสอดไส้คาราเมลขนมหวานแห่งบาปอย่างนิโคลัสได้บ้าง

สุพรรณิการ์ค่อนข้างแน่ใจว่าสำหรับหญิงสาวที่ไม่เบี่ยงเบน และอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ เธอน่าจะเป็นคนที่สามารถทำเช่นนั้นได้เป็นรายแรกและรายเดียวในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

บางทีกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดควรติดต่อเอารูปและใบหน้าของเธอไปบันทึก ในฐานะผู้หญิงที่โชคดีที่สุดแต่โง่ที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยมีมา

แต่ช่วยไม่ได้ที่สุพรรณิการ์โตมาในสภาพบ้านกึ่งซ่องด้วยความเชื่อแปลกแยกจากคนทั้งบ้าน เธอเชื่อว่าผู้หญิงในยุคไหนก็ตามควรรักนวลสงวนตัวจนกว่าจะเจอคนที่ใช่จริงๆ

บางครั้งเธอยังงุนงงกับผู้หญิงที่ปล่อยตัวกับความพึงพอใจไม่ได้ ที่สำคัญเธอไม่เคยอิจฉาเหล่าเพื่อนที่นิยมหาความสุขทางเพศอย่างอิสระ จนเมื่อได้พบหน้านิโคลัส

จิตสำนึกหรือก็คือฮอร์โมนเพศบอกเธอว่าคนนี้แหละที่ใช่ เขาช่างเหมือนสัญลักษณ์ทางราคะที่เดินได้ ยังดีที่สติของเธอมีมากกว่าสัญชาตญาณทางเพศ มันช่วยให้สมองของเธอก้าวถอยหลังจากการพยายามเข้าสู่ด้านมืด

แต่วินาทีที่เขาประคองเธอเอาไว้ในอ้อมแขน วินาทีสั้นๆ เร็วพอกับการกะพริบตา แต่ยาวนานยิ่งกว่าสหัสวรรษ สุพรรณิการ์ค้นพบความพลุ่งพล่านที่แล่นไปตามเส้นเลือด หล่อเลี้ยงไปตามหัวใจ กระตุ้นให้มันหวั่นไหวในจังหวะที่แตกต่างมาตลอดทั้งชีวิต

เดิมทีเธอเคยกลัว เคยหวาดหวั่น จนกระทั่งเย็นชาไม่ต้องการ ทว่าวันนี้เธอรู้สึกว่ามันถูกต้องดีงามกับการอยู่ในการอยู่ในอ้อมแขนของเขา

จากปลายนิ้วมือของนิโคลัสที่กดลงมาบนผิวของเธอ ดวงตาสีฟ้าที่ส่องประกายกล้า สุพรรณิการ์กล้าการันตีว่าเขาค้นพบมันก่อนหน้าเธอแล้ว

หญิงสาวพยายามขยับมายืนด้วยลำแข็งตัวเอง แต่ชายหนุ่มประคับประคองเธออย่างระมัดระวัง เพราะการกระทำของเขาเป็นไปอย่างสุภาพบุรุษไม่ใช่คิดฉวยโอกาสลวนลาม เธอจึงไม่อาจตำหนิเขาได้ น่าเสียดายวินาทีต่อมาที่เขาทำลายภาพลักษณ์สุภาพบุรุษของตนจนหมดสิ้นด้วยการไล้ฝ่ามือไปตามแผ่นหลังของเธอ

ถ้าอยู่ในสภาวะปกติหรือกับชายคนอื่น ผลลัพธ์ที่เขาจะได้คือการนองเลือด แต่ในสภาวะเลือดขึ้นหน้าที่ไม่ใช่การโมโห กับใจเต้นที่ไม่ได้มาเพราะตกใจ และผู้ชายที่ชื่อนิโคลัส สุพรรณิการ์ยกมือประทุษร้ายเขาไม่ได้ เต็มที่ก็เพียงแค่เอ่ยเตือนตอนเขาไม่เลิกส่งสายตาอ่อนเชื่อมให้เธอเสียที

“ฉันยืนเองได้ค่ะ”

สุพรรณิการ์ยังเตือนเขาไม่จบประโยค ก็พบว่านิโคลัสส่งเธอมายืนเรียบร้อยแล้ว เธอเลยไม่แน่ใจว่าเมื่อครู่เป็นเธอที่คิดไปเองหรือไม่

บรรยากาศคลุมเครือเช่นนี้ไม่ดีต่อหัวใจของเธอเลย สุพรรณิการ์จึงเลือกก้าวขาให้ไว ทำทีเป็นเดินกลับไปหาลูกสาว แต่ความจริงคือปลีกตัวให้ห่างจากนิโคลัส

ทว่าเขาเองก็มีขา สามารถเดินเคียงไปกับเธอได้ และเธอไม่อาจโทษได้ว่าเขาเจตนาเดินเบียด เพราะมีช่องว่างระหว่างทั้งสอง แต่ไม่รู้ทำไมเส้นขนอ่อนๆ บนท่อนแขนของเธอถึงได้รับรู้ความร้อนจากแขนของเขา

ระบบความคิดของเธอทำงานเรรวน เพราะมันไม่รู้ว่าควรเสนอตัวหรือรักนวลสงวนตัวดี บางทีการงาบสามีชั่วคราวคงไม่ใช่เรื่องน่าเกลียดนัก ยกเว้นว่าสุดท้ายเธอก็ใช้สติเอาชนะความปรารถนาได้สำเร็จ

“ถึงเราจะต้องอยู่ร่วมห้องเดียวกัน แต่เราก็ควรจะมีระยะห่างกันนะคะ” สุพรรณิการ์ให้คำแนะนำทั้งที่รู้ว่าสายไปแล้ว นิโคลัสยิ่งย้ำชัด

“ไม่ทันแล้วครับ ผมว่าเราช้าไปด้วยซ้ำ”

อะไรช้าไปสุพรรณิการ์ไม่กล้าถาม แต่ถ้ามีอะไรไวไปเธอคิดว่าพร้อมจะเหยียบเบรก

 

 

“ผมว่าคุณหยุดเพียงแค่นี้ดีกว่านะครับ”

อารักษ์รอให้เขากับนิโคลัสขึ้นมานั่งบนรถตามลำพังก่อนจะเอ่ยปากแนะนำด้วยความหวังดี เพราะอีกไม่กี่นาที เขาต้องขับรถไปส่งเจ้านายถึงบ้านของหญิงสาวแปลกหน้า ซึ่งกรณีนี้เขาไม่ได้ห่วงร่างกายของเจ้านาย แต่เขาห่วงหัวใจของคนหลายๆ คน

“นายเคยคิดว่าทั้งที่ตรงไปอาจจะเจออันตราย แต่ไม่คิดจะเหยียบเบรกบ้างไหม”

นิโคลัสย้อนถามคนละเรื่อง แต่อารักษ์ฉลาดพอจะประมวลได้ว่ามันเป็นเรื่องเดียวกัน

“ถ้าหมายถึงการตกหน้าผา หรือการตกหลุมรัก ผมไม่แค่เหยียบเบรก ผมยังจะกระชากเบรกมือด้วย”

นิ้วของอารักษ์เคาะไปยังแผงควบคุมที่มีสัญลักษณ์บอกว่ารถคันนี้มีระบบเบรกเอบีเอส ป้องกันอันตรายในกรณีเบรกกะทันหันขณะวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ซึ่งเป็นนัยว่านี่คือทั้งหมดที่เจ้านายควรจะมี

นิโคลัสนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ในสมองคิดถึงสิ่งที่เขาต้องการนั่นก็คือสุพรรณิการ์ การอยากมีสัมพันธ์ทางกายกับผู้หญิงคนหนึ่ง โดยไม่คิดจะมีข้อผูกมัดระยะยาว สามารถเรียกได้ว่าเป็นการกระทำของชายที่เห็นแก่ตัว เขาคงละอายใจถ้าไม่เห็นท่าทางสนใจที่เธอเองก็แอบมีให้แก่เขา

แต่เพื่อป้องกันไม่ให้อารักษ์พร่ำพูดเรื่องโรแมนติกที่ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ เลยกับเรื่องนี้ เขาจึงออกปากแจกแจงล่วงหน้า

“ฉันต้องการเธอ แต่นั่นยังห่างจากการตกหลุมรัก”

นิโคลัสใช้น้ำเสียงมั่นใจ แต่อารักษ์ประชดกลับด้วยน้ำเสียงมั่นใจกว่า

“คุณไม่มีทางรู้ตัวหรอกว่าเหยียบคันเร่งเร็วกว่าที่ควร จนกระทั่งสายเกินไปที่จะเหยียบเบรก”  

 

………………

โปรดติดตามตอนต่อไป

#สามีอิมพอร์ต

        ขณะที่เขียนก็รู้สึกอย่างหนึ่งขึ้นมา ว่าระยะหลังใส่เรื่องของกินเข้าไปในงานเยอะ ทั้งตรงๆ และอ้อมๆ  อืม... สายกินสินะเรา555 ใครชอบแนวนี้ก็ฝากติดตามด้วยนะคะ

        วันนี้เปิดพรี #เลขาลาพักร้อน วันสุดท้ายแล้วนะคะ ฝากคุณหนึ่งกับเลขาออมด้วยค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

98 ความคิดเห็น

  1. #35 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 10:13
    แหมๆนิค
    #35
    0
  2. #13 หวานน้ำตาล (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 10:18
    อย่ามั่นใจไปเลยคุณนิค หลุมรักน่ะบางทีก็ตกไปอย่างไม่รู้ตัวนะ
    #13
    0