สามีอิมพอร์ต

ตอนที่ 10 : ชีวิตเป็นของเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,450
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    30 ต.ค. 62

คืนนี้ช่างเต็มไปด้วยความประหลาดใจ สุพรรณิการ์ก็ยังไม่หายมึนงงกับสิ่งที่ทำลงไป เธอจึงเจียดเวลาช่วงหนึ่งนัดให้เพื่อนสนิทมาพบตอนเที่ยงคืน แล้วอาศัยจังหวะที่กุ๊กไก่นอนหลับ ถามเพื่อนที่มีท่าทางอยากจะกลับบ้านไปซุกตัวนอนเช่นกัน

ตรงหน้าของสุพรรณิการ์คือผู้ชายที่ผู้หญิงกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ในประเทศไทยน่าจะยอมรับว่าเขาติดหนึ่งในสิบผู้ชายหล่อ แต่เธอเลือกใช้เวลาค่ำคืนในห้องนอนกับเขาด้วยการตั้งคำถามถึงสิ่งที่เธอทำลงไป

“เรื่องโง่เพียงอย่างเดียวในที่นี้ก็คือการที่เธอไม่คิดจะงาบสามีชั่วคราวของเธอ”

สุพรรณิการ์คิดว่าตัวเองฟังคำแนะนำผิด จึงจ้องหน้าโอปอเพื่อนชายคนสนิท และเพื่อนที่ใจเต็มดวงเป็นหญิงสาว ส่งสายตาเน้นย้ำ ว่าเธอควรจะงาบ ซึ่งมีความหมายต่างจากการใช้ปากกิน นิโคลัส ว่าที่สามีอิมพอร์ตของเธอ

“เดี๋ยวนะปอ ฉันมาขอให้แกช่วยตรวจสอบว่านิคมีประวัติอาชญากรรมไหม ฉันจะได้สบายใจว่าไม่ได้กำลังจะเดินหน้าจดทะเบียนสมรสกับฆาตกรหั่นศพ แต่แนะนำให้ฉันงาบผู้ชายที่เพิ่งเคยเห็นหน้าครั้งแรกผ่านวิดิโอคอลเนี่ยนะ”

ใบหน้าที่สมบูรณ์แบบเท่าที่ชายไทยคมเข้มควรมีเลิกคิ้วสูงพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก ใบหน้าและกิริยายียวนแบบนี้แหละที่ทำให้สุพรรณิการ์ตกหลุมรักเพื่อนสนิทที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยยังหัวหกก้นขวิดอยู่ในเมืองพัทยา เธอเกือบจะรวบรวมความกล้าขอเขาเป็นแฟนได้ตอนอายุสิบห้า ถ้าเขาไม่เผยออกมาว่าความใฝ่ฝันสูงสุดในชีวิตคือการเป็นมิสทิฟฟานี

ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังเก็บเขาเป็นมาตรฐานเปรียบเทียบชายทุกคนที่เข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นนิสัยซื่อสัตย์ รักสะอาด เป็นมิตร เขาคือว่าที่สามีในฝันของเธอ จนวันที่เขากลายเป็นภรรยาของชายอื่น

แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น โอปอ หรือโอปอล หรืออาจจะพอลล่า ก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของสุพรรณิการ์

“ฝ้ายคำที่รัก เธอจะบอกว่าเห็นใบหน้านี้แล้วไม่รู้สึกอะไรสักนิดเลยเหรอ” เพื่อประกอบการพูด ปลายนิ้วของโอปอจึงชี้ไปยังภาพนิ่งของนิโคลัสบนหน้าจอโน้ตบุ๊ก ปฏิกิริยาตอบรับของสุพรรณิการ์คือกลืนน้ำลาย แล้วนึกดีใจที่กุ๊กไก่นอนหลับไปแล้ว

“นี่แกจะยุยงให้ฉัน...”

สุพรรณิการ์นึกคำพูดที่สุภาพไม่ออก แต่โอปอก็ไม่ต้องการสักนิด

“แรดสักครั้งในชีวิต เอาล่ะก็ไม่เชิงนะ ถ้าเธอวิ่งขึ้นเตียงกับผู้ชายก่อนอายุสิบหกนั่นเรียกแรด ก่อนอายุยี่สิบเรียกว่าไม่รักนวลสงวนตัว แต่เพื่อนรัก แกจะสามสิบแล้วนะ” ประโยคท้ายเขาขึ้นเสียงใส่ ประหนึ่งว่าเธอกำลังทำผิดต่อมนุษยชาติด้วยการไม่มีชายคนรักเป็นตัวเป็นตน

“จะอายุเท่าไร แต่คิดงาบผู้ชายแปลกหน้าก็ไม่เหมาะเหมือนกันนั่นแหละ แล้วแกเองไม่ใช่เหรอที่ส่งแคปชั่นแรดเป็นสัตว์สงวนให้ฉัน”

กล่าวจบสุพรรณิการ์ก็กระฟัดกระเฟียดไปนั่งบนโซฟาเบด และโอปอใช้เวลาไม่กี่วินาทีไปนั่งข้างๆ โอบบ่าเธอในแบบที่เธอไม่มีวันยอมให้ผู้ชายคนไหนใกล้ชิดเธอขนาดนี้

“เฮลโลเพื่อน เอาจริงๆ นะ ที่ฉันพูดไปก็เพราะว่าเธอปิดกั้นตัวเองมานานเกินไปแล้ว และจากปฏิกิริยาที่เธอตอบรับอย่างรุนแรงขนาดนี้ มันแปลว่า...” เขาลากเสียงยาวพร้อมยกยิ้มด้วยแววตารู้เท่าทัน เธอได้แต่ยกสองมือปิดหน้า อับอายที่ตนเองแสดงออกไปโดยไม่รู้ตัว

“ก็ได้ฉันมันผู้หญิงหื่น” เธอคร่ำครวญใส่ฝ่ามือ แล้วแขนที่โอบบ่าเธออยู่ก็โยกเบาๆ ปลอบโยน

“ไม่ต้องคิดมากไป เธอก็แค่ผู้หญิงปกติคนหนึ่ง ที่ฉันพูดออกมา ก็แค่อยากให้เธอลองเปิดใจดู ไปได้ก็ดี ไปไม่ได้ก็ช่าง ชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะเก็บกดนะเพื่อนรัก”

“แกก็รู้ว่าฉันคิดยังไงกับการมีอะไรกับผู้ชาย” ไม่เคยมีความลับระหว่างเพื่อนสนิททั้งสอง สุพรรณิการ์เพียงเงยหน้าขึ้นบอก แววตาของโอปอก็เต็มไปด้วยความเข้าใจ

“ฉันรู้ว่าแกเกลียดการใช้ร่างกายหาเงินตั้งแต่จำความได้ และไม่กล้าคิดเรื่องมีเซ็กซ์ตั้งแต่โดนลวนลามตอนยังเป็นเด็กประถม แต่แกโตแล้ว ฉันว่าแกควรทลายเปลือกแล้วลองค้นหาการใช้ชีวิต ไม่จำเป็นต้องปล่อยเนื้อปล่อยตัว แค่ลองเปิดใจบ้าง สักวันแกอาจจะค้นพบคนที่แกอยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยตลอดไป ซึ่งอาจจะใช่ หรือไม่ใช่พ่อหนุ่มฝรั่งนิคคนนี้ก็ได้”

“แกก็เห็นว่าชีวิตฉันเปิดรับคนใหม่ๆ ตลอดเวลา ถามแขกที่มาพักโรงแรมดูสิ ทุกคนรักฉัน”

“พวกเขารักในสิ่งที่เธอแสดงออก แต่พวกเขาจะไม่มีวันได้รู้ว่าจริงๆ เธอเป็นคนยังไง” โอปอเอ่ยความจริงที่สุพรรณิการ์เถียงไม่ได้

“ฝ้ายคำ ในสายตาฉัน เธอเป็นคนเฟรนด์ลี่ที่มีโลกส่วนตัวสูง คนเดียวที่เธอยอมให้เข้ามาในชีวิตก็คือกุ๊กไก่ และถึงฉันจะรักกุ๊กไก่ ฉันก็รู้ว่าเธอจะไม่ยอมให้กุ๊กไก่เข้ามาในชีวิตแน่ ถ้ากุ๊กไก่มีที่ไปดีกว่านี้”

เธอไม่อาจเถียงเพื่อนสนิทที่รู้ใจเธอดีอย่างยิ่งได้ในประเด็นนี้ ตลอดชีวิตของสุพรรณิการ์ยินดีกับการได้ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง มีความสัมพันธ์กับคนอื่นเฉพาะเรื่องงาน ยิ้มให้กับคนแปลกหน้า โบกมือลาโดยไม่คาดหวังว่าจะเจอเขาอีก เพราะมันปราศจากความเสี่ยงที่จะมีใครเข้ามาทำลายหัวใจของเธอ

“สังคมสมัยนี้เชื้อโรคมันมีอยู่เยอะ ขอให้หัวใจของฉันอยู่ในระบบปิดเถอะ”

“สิ่งเดียวที่ควรอยู่ในระบบปิดคือถังหมักอุจจาระ ส่วนหัวใจน่ะ ควรเคลื่อนไหวเป็นอิสระเพราะมันแสดงให้เห็นว่าเจ้าของหัวใจยังมีชีวิต ต่อให้เธอไม่เชื่อฉันก็ควรเชื่อในโชคชะตา ฟ้าคงไม่ส่งผู้ชายคนนี้มาในชีวิตแกโดยปราศจากจุดหมาย”

สุพรรณิการ์ไม่แน่ใจว่าคำแนะนำของโอปอจะถูกต้อง แต่อย่างน้อยเพื่อนรักก็ช่วยใช้เส้นสายตรวจสอบให้เธอจนแน่ใจว่านิโคลัสไม่ได้เป็นอาชญากรข้ามชาติ และสอนสั่งอย่างจริงจังอีกรอบ

“จำไว้นะ ชีวิตเป็นของเราใช้ซะ” สิ่งที่เขาได้รับตอบแทนกลับมาคือการกลอกตาใส่ แสดงความไม่เชื่อ

สุพรรณิการ์จะเชื่อได้อย่างไร ในเมื่อถัดจากโอปอไปไม่ไกลคือกุ๊กไก่ เด็กหญิงที่เธอต้องคอยดูแล แม้จะต้องทิ้งสัญชาตญาณของผู้หญิงก็ตาม

 

………………

โปรดติดตามตอนต่อไป

#สามีอิมพอร์ต

        ไม่ต้องกังวลว่าฝ้ายคำจะโดนปล้ำ มาห่วงนิโคลัสดีกว่าว่าจะถูกงายเมื่อไร ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและส่งกำลังใจให้นะคะ จุ๊บๆๆ

        #เลขาลาพักร้อน กำลังเปิดพรีออเดอร์นะคะ ฝากคุณหนึ่งกับเลขาออมด้วยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

98 ความคิดเห็น

  1. #30 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 09:55
    แน่ะ โอปอ แนะนำแล้วจัดไปฝ้ายคำ
    #30
    0
  2. #8 หวานน้ำตาล (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 21:13
    หู้ยย อยากเห็นตอนพวกเขาจะเจอกันแล้ววค่าา
    #8
    1