ยอดพธูคู่หทัย (สำนักพิมพ์สถาพร)

ตอนที่ 45 : ท่านอ๋องมิต้องกังวลไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,047
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    5 ก.ค. 62

“ฮ่องเต้ออกคำสั่งให้พวกเราถอยไปรอที่ตงเปียนรึ” หงมิ่งทวนคำแจ้งข่าวของหน่วยเร็วที่ให้ติดต่อกับหงจูเชวี่ยด้วยความกังขา

“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง ฝ่าบาททรงกำชับมาว่าให้ท่านไปยังด่านพิทักษ์แดน” ทหารสื่อสารไม่เข้าใจว่าเหตุใดเหนือหัวจึงถ่ายทอดมาทางวาจา หนำซ้ำยังมีอีกหลายคำที่ชวนกังขา

“บอกมาให้หมด ว่าตรัสอะไรอีก” หงมิ่งเชื่อว่าต้องไม่แค่ให้เขาไปเดินเล่นชายทะเลตะวันออกเป็นแน่

“คือ... ฝ่าบาทตรัสว่าทะเลตะวันออกสวยงาม ให้ท่านอ๋องดื่มสุรา เคล้านารีให้ทั่วทั้งชายฝั่ง หากเงินไม่พอใช้ก็ไปยืมเอากับพ่อค้าสกุลเชวียนที่มีเงินเยอะสุดในแถบนั้น อย่างไรพวกนั้นก็รวย ยืมแล้วไม่คืนก็ยังได้” กล่าวออกมาจนจบแล้วทหารสื่อสารก็รู้สึกอับอายแทนฮ่องเต้ที่กล้าพูดว่าจะรีดไถเงินพ่อค้าได้หน้าตาเฉย ที่สำคัญเขาไม่กล้าสบตากรุ่นโกรธบนใบหน้าดำคล้ำของหงมิ่ง

อีกไม่กี่วันกลุ่มของหงมิ่งจะไล่กวดทันคาราวานพ่อค้าปลอมของกู่ซาน แต่ทหารสื่อสารที่กวดม้าเร็วนำหน้าไปก่อนย้อนกลับมาพร้อมกับถ่ายทอดข้อความทางวาจาจากหงจูเชวี่ย ซึ่งฟังแล้วชวนให้ย้อนถาม

“ฝ่าบาทตรัสเช่นนี้จริงๆ หรือ”

“จริงพ่ะย่ะค่ะ” ทหารสื่อสารไม่กล้าบอกหรอกว่า ตอนเขารับถ่ายทอดข้อความ ฮ่องเต้พูดด้วยว่าท่านอ๋องต้องย้อนถาม ได้แต่กัดฟันเล่าให้ละเอียดขึ้น ขณะพูดเขาก็พยายามทำหน้าหนาให้เท่ากับเหนือหัวที่พูดเรื่องน่าอายตาไม่กะพริบ

“ที่สำคัญฝ่าบาทตรัสด้วยว่า ‘ข้าไม่ได้พูดสักคำนะว่าให้เสี่ยวมิ่งพาองค์หญิงไปเที่ยวซ่องคณิกา’ ตอนฝ่าบาทตรัสประโยคนี้กุนซือกู่ที่ปลอมตัวเป็นฮูหยินสกุลหงอยู่ข้างๆ ถึงกับกุมขมับเลยพ่ะย่ะค่ะ”

ไม่แปลกเลยที่ใครๆ จะกุมขมับเมื่อได้ฟังวาจาไร้กฎเกณฑ์ชวนให้เกิดโทสะของหงจูเชวี่ย แต่หลังจากนั้นค่อยกระจ่างว่ามีความหมายแฝงเร้นเช่นไร

“ไม่ให้พาไป แต่ให้พาข้า...” อ้วนเตียวรอมานานแล้วว่าหงจูเชวี่ยจะกล่าวถึงตนอย่างไรบ้าง แต่ความนัยบางอย่างไม่เหมาะจะเอ่ยต่อหน้าผู้อื่น

อ้วนเตียวกับหงมิ่งไม่ถึงขั้นมองตาก็รู้ใจเหมือนกู่ซานกับหงจูเชวี่ย แต่การร่วมทางกันมาช่วยให้ทั้งสองหยั่งรู้ความคิดของอีกฝ่ายได้ นางหันไปสบตาเขา แต่เขาชิงยกมือเป็นสัญญาณให้ทหารทุกคนถอยห่างออกไปนานแล้ว ก่อนจะพานางเดินเลี่ยงออกไปคุยกันตามลำพัง

“ฮ่องเต้ทรงวางแผนจะใช้กำลังพลเรือนหยั่งเชิงกองทัพกระมัง” อ้วนเตียวไม่คิดว่าหงจูเชวี่ยจะสั่งให้หงมิ่งไปท่องเที่ยวโดยไร้เป้าหมาย

“ส่วนทางสกุลเชวียนแห่งตงเปียนนั้น กระหม่อมรู้มาว่าเหนือหัวทรงมอบตำแหน่งวาณิชหลวงเป็นพิเศษให้เขาเมื่อปีกลาย เพราะสร้างเส้นทางการค้าจากตะวันออกไปยังภาคกลาง อนุญาตให้เขามีกองกำลังส่วนตัวสำหรับคุ้มกันสินค้าหายาก” หงมิ่งขยายความต่อจากคำพูดของอ้วนเตียว

“รวบรวมกำลังคนด้วยการสนับสนุนจากพ่อค้าใหญ่ หยั่งเชิงกองทัพเรือ ตามด้วยสำรวจแนวริมฝั่งทะเลตะวันออกไปถึงตะวันออกเฉียงเหนือ ฝ่าบาททรงต้องการอะไรกันแน่”

นิ้วของอ้วนเตียวเคยชินกับการเคาะบางอย่างขณะครุ่นคิด แต่นี่ไม่ใช่ในท้องพระโรงหรือห้องทรงอักษรที่มีโต๊ะกับเท้าแขนเก้าอี้ นิ้วเรียวขาวราวต้นหอมจึงเคาะลงบนริมฝีปากล่างของตนเอง ทำให้หงมิ่งไขว้เขวไปครู่หนึ่ง ก่อนจะได้สติเอ่ยวาจาเสียงดังพร้อมๆ กับนาง

“ป้องกันสงครามทางทะเล!!”

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย แต่สองหนุ่มสาวก็มั่นใจว่าคนเช่นหงจูเชวี่ยจะไม่ล้อเล่นในเรื่องใหญ่โตระดับล่มเมือง ดังนั้นพวกเขาจำเป็นต้องก้าวด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

“หากเกิดเรื่องไม่คาดฝัน ท่านอ๋องสามารถควบคุมกองทหารเรือได้หรือไม่” ต่อให้ไม่อยากอ้วนเตียวก็เปลี่ยนจากเคาะนิ้วไปเป็นกุมขมับ

“ขึ้นอยู่กับว่าแม่ทัพเสิ่นที่คุมกองเรืออยู่มีท่าทีเช่นไร แล้วยังจะมีท่าทีของเจ้าเมืองถานด้วย”

เงื่อนไขต่างๆ มีมากมายเหลือเกิน เสิ่นจงชิ่งได้รับมอบตำแหน่งมาปีเศษ ไม่ต้องพูดถึงนิสัยของเขา แต่บารมีในกองทัพเรือยังไม่แน่ว่าจะแข็งสู้พวกนายกองที่ประจำการมานานปีได้หรือเปล่า หากกำราบเขาได้ แต่ถูกพวกทหารระดับรองต่อต้านจะทำเช่นไร ยังมีถานอี้ เจ้าเมืองตงเปียนผู้มีนิสัยกลิ้งกลอกนั่นเอีก หากไม่กลับกลอกรู้จักหาช่องทางตลอดเวลามีหรือจะดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองมาหลายปีและเอาตัวรอดในดินแดนที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงแห่งนี้ได้ 

อ้วนเตียวเห็นท่าทีเคร่งเครียด ถอนหายใจติดๆ กันของหงมิ่ง ก็ยื่นมืออย่างลังเล แตะลงบนบ่าเขาเบาๆ ก่อนจะชักมือกลับแล้วเอ่ยปลอบ ด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่น

“ข้าศึกมาแม่ทัพสู้ สายน้ำไหลบ่าเอาดินต้าน ข้าไม่เชื่อหรอกว่าถึงยามคับขัน ท่านอ๋องจะไร้วิธีแก้”

“องค์หญิงกล่าวชมเชยเกินไปแล้ว” แต่การมีคนเชื่อมั่นโดยไร้ข้อกังขา ช่วยให้หงมิ่งรู้สึกดีขึ้น มองอ้วนเตียวด้วยสายตาขอบคุณ

“ข้าไม่ได้กล่าวเกินเลยสักคำ สองปีก่อน หากไม่ใช่ท่านออกอุบาย แคว้นถู่ปอหรือจะสามารถสู้กับข้าศึกนับสิบหมื่นได้”

หงมิ่งอยากจะเอ่ยว่าคราวนั้นเขาออกอุบายให้อ้วนเตียวสู้ศึกจนชนะ ขณะเดียวกันก็สร้างความอับอายให้กับนาง คราวนี้ก็เช่นกันเพียงเพื่อช่วยชีวิตฮ่องเต้ที่ตอนนี้ไม่รู้วางแผนการสารพัดอะไรบ้าง นางทั้งตรากตรำเดินทาง ที่สำคัญต้องเข้าสู่ปัญหาใหญ่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต แลกกับอะไรเล่า ความมั่นคงของแคว้นถู่ปอ ซึ่งนางอาจจะหาทางอื่นที่ง่ายดายกว่าการมาวิ่งตามเขามายังสุดขอบแคว้นก็ได้

ยิ่งคิดถึงความลำบากก่อนหน้า และความลำบากในวันต่อๆ ไปที่ตนจะพาอ้วนเตียวไปพบ หงมิ่งก็ยิ่งละอายใจจนไม่กล้าสบตาของนาง

ไม่รู้สักนิด ว่านอกจากไม่รู้สึกลำบากอะไร ในใจของอ้วนยังเปรมปรีดิ์อีกด้วย แต่คิดอะไร ใช่ว่าจะต้องแสดงออกเสมอไป ใบหน้ากับน้ำเสียงของนางยังคงปลอบประโลมหงมิ่งต่อไป

“ท่านอ๋องมิต้องกังวลไป อันว่าตอบแทนน้ำใจหนึ่งหยด ด้วยน้ำพุ วันนี้ข้าอ้วนเตียวจะขอตอบแทนน้ำใจที่ท่านอ๋องกับฮ่องเต้เคยมอบให้”

และนางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตอนทวงคืน เขาจะไม่ขมวดคิ้ว  

 

......................................

โปรดติดตามตอนต่อไป

#ยอดพธูคู่หทัย

        จะกินแกะน้อยหงมิ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเดินทางตามข้ามแคว้น ต้องเจ็บตัว ต้องออกอุบาย เฮ้ออออ เพื่อแกะน้อยเนื้อนุ่ม สู้เขาอ้วนเตียว

        ช่วงนี้กำลังปรู๊ฟงานก่อนจัดเล่มค่ะ รอนิดนึงนะคะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ

        สำหรับใครที่อยากอ่านวีรกรรมความเป็นมาของเฮียเต้ ติดตามได้ที่ #ยอดพธูคู่แผ่นดิน นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

235 ความคิดเห็น

  1. #199 InthiraP (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 11:09

    สลับเพศกันอยู่ป่าว https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-13.png

    #199
    0
  2. #198 pemipond (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 09:26

    หว่านพืชหวังผล อยากกินเนื้อแกะ ต้องใจเยน

    #198
    0
  3. #197 OuWate (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 07:19
    ทำไมรู้สึกอ้วนเตียวกับหงมิ่งสลับหน้าที่กันก็ไม่รู้555
    #197
    0