ยอดพธูคู่หทัย (สำนักพิมพ์สถาพร)

ตอนที่ 39 : ใช้อาการบาดเจ็บให้คุ้มค่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,416
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    7 มิ.ย. 62

มีหลายช่วงเวลาแห่งความยากลำบากสำหรับหงมิ่ง เขาเคยจ้องตากับหมาป่าตัวโตโดยมีมีดสั้นเล่มเดียวในมือ เคยสู้กับข้าศึกสิบต่อหนึ่งโดยไม่ครั่นคร้าม แต่ยามนี้เขากลัวเผชิญหน้ากับสตรี ให้ถูกต้องก็คือ กับหัวไหล่ของสตรีที่ชื่อว่าอ้วนเตียว

หลังจากนางเอื้อมมือมาปลดผ้าคาดเอวออกจากใบหน้าของเขา ชายหนุ่มก็หลับตาแน่น 

“หากท่านไม่ลืมตา จะรู้ได้อย่างไรว่าไหล่ของข้าบาดเจ็บแค่ไหน” อ้วนเตียวถามเสียงเบา แต่เหมือนเป็นคำสั่งดังๆ ให้หงมิ่งลืมตาโต

ความรู้สึกผิดกุมใจเขาทันทีเมื่อเห็น หัวไหล่บอบบางขาวผ่องมีรอยบวมช้ำ หงมิ่งรู้สึกเหมือนตนเป็นเด็กเกเรที่ทำแจกันหยกเนื้อดีมีตำหนิ

การลบล้างความผิดมีเพียงการรักษาอาการบาดเจ็บให้กับอ้วนเตียว แต่จะทำเช่นนั้นได้ เขาต้องมองจุดบาดเจ็บและอื่นๆ ให้เต็มตา

“ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ แต่องค์หญิงช่วยเอามือออกได้หรือไม่”

หงมิ่งเอ่ยจบก็พยายามระงับความตื่นเต้นจดจ่อสมาธิอยู่กับอาการบาดเจ็บตรงหน้า

มือของอ้วนเตียวละจากสาบเสื้อที่นางดึงเอาไว้ไม่ให้ตกจากบ่าลงไปตามท่อนแขน เมื่อนางยกมืออก ผลคือหงมิ่งเห็นรอยช้ำได้ชัดเจนขึ้น แต่เขาก็เห็นอย่างอื่นด้วย

เสื้อเอี๊ยมสีเขียวเข้มปิดบังก้อนเนื้อสีขาวผ่องกึ่งมิดชิดกึ่งเปิดเผย ยามนางหายใจเข้าออก ส่วนที่เขามิควรดูก็ขยับไหว สายตาของหงมิ่งละจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว แต่ทุกสิ่งก็ประทับเอาไว้ในสมอง

ที่แย่ที่สุดก็คือ เขาต้องเอื้อมมือไปทายาบนหัวไหล่ของอ้วนเตียว ซึ่งห่างจากเนินอกของนางเพียงคืบ

“หัวไหล่ของท่านบวมช้ำ กระหม่อมต้องตรวจดูว่าบาดเจ็บถึงเอ็นและกระดูกหรือไม่”

เป็นขั้นตอนที่ควรทำ แต่ยากเหลือเกิน

กระดูกภายใต้ผิวเนื้ออ่อนนุ่ม เล็กราวกับกระดูกของนก หงมิ่งไม่แน่ใจว่าตนเคยสำรวจสิ่งใดที่เปราะบางเช่นนี้มาก่อน เขาแน่ใจว่าใช้แรงเพียงเล็กน้อยก็สามารถหักป่นมันได้ มือจึงเบาแรงลงไปอีก ผิวของนางที่เขาเคยหลับตาสัมผัส ก็เย็นกว่าเดิม ทว่านุ่มนวลกว่าเดิม มองด้วยตาเช่นนี้ ราวกับกดแรงๆ ก็จะทำให้ชอกช้ำ

เขาต้องฝืนข่มความประหม่า ตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อแน่ใจว่าอาการบาดเจ็บของนางจะไม่ส่งผลในภายหลัง

“ไม่บาดเจ็บถึงเอ็นและกระดูกพ่ะย่ะค่ะ แต่ต้องระวังการเคลื่อนไหวไปสักสองสามวัน การขี่ม้าคงต้องงดเว้นมิเช่นนั้นแรงจากสายบังเหียนจะยิ่งทำให้ไหล่ข้างนี้ปวด”

“แต่ยามที่ข้านั่งร่วมม้าตัวเดียวกับท่าน ข้าก็ต้องเกาะท่านเอาไว้อยู่ดี” อ้วนเตียวถามอย่างมีเหตุผล หงมิ่งก็ตอบรับโดยไม่ต้องคิด

“กระหม่อมจะกอดท่านให้แน่นเองพ่ะย่ะค่ะ”

คำตอบออกจากปาก พร้อมภาพที่ผุดขึ้นในหัว สร้างความร้อนผ่าวให้กับใบหน้าของหงมิ่ง เขาแน่ใจว่าตอนนี้ไม่แค่สองแก้ม แม้แต่ลำคอของเขาก็คงแดงเพราะความเขินอาย แบบเดียวกับที่อ้วนเตียวกำลังเป็นอยู่ในเวลานี้

“ถ้าเช่นนั้นก็รบกวนท่านอ๋องด้วย อุ๊ย...”

อ้วนเตียวก้มศีรษะลง ทำท่าจะคารวะแสดงความขอบคุณหงมิ่ง แต่กลับทำให้เสื้อผ้าเลื่อนลงมาหมิ่นเหม่บนร่าง

มือขาวคว้าจับสาบเสื้อ แต่มือใหญ่กลับเผลอยื้อยุดเอาไว้ เหมือนไม่อยากให้นางซ่อนกายภายใต้ผ้า พอรู้ตัวว่ากระทำอะไรลงไป เขาก็ร้อนรนแก้ตัวปากคอสั่น

“ขะ... ข้า แค่จะทายาให้ท่านก่อน”

นั่นเป็นเรื่องที่เขาตั้งใจทำ นางเองก็ไม่ค้าน เพียงแต่หันหน้าหนีเพราะไม่อาจมองดูมือของเขาแตะต้องบนผิวของตนได้ เสียงลมหายใจที่พยายามกลั้นเอาไว้ของทั้งสอง ดังอยู่ในความเงียบ รวมถึงเสียงกลืนน้ำลายเพราะความประหม่าของหงมิ่งด้วย ต่อจากนั้นเขาก็ยังต้องนวดยาลงบนข้อเท้าของนางด้วย

ทำไมสตรีถึงแตกต่างจากบุรุษเช่นนี้

เป็นเรื่องที่หงมิ่งค้นพบด้วยความทรมาน กระดูกข้อเท้าของอ้วนเตียวเล็กกว่าเขาเกือบครึ่ง สร้างความสงสัยว่ามันสามารถรับน้ำหนักร่างกายของนางได้อย่างไร

“ทำไมมือสั่นเช่นนั้น หรือเท้าของข้าบาดเจ็บมากกว่าที่ข้าคิด” คำถามของอ้วนเตียว ทำให้มือหงมิ่งกระตุก ก่อนเขาจะรีบตอบ

“ไม่ต้องกังวลนะพ่ะย่ะค่ะ อาการบาดเจ็บไม่หนักหนา แต่ก่อนที่องค์หญิงจะหายดี กระหม่อมจะรับหน้าที่ดูแลองค์หญิงเอง”

คำสัญญาจากปากสัตบุรุษมีค่ากว่าทองพันชั่ง หงมิ่งสำนึกว่าตนเป็นคนนำพาความเดือดร้อนมาสู่สตรีบอบบางเช่นอ้วนเตียว จึงตั้งใจมั่นว่านับจากนี้เขาจะดูแลนางเป็นอย่างดี และนั่นก็ทำให้เขาไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย รวมถึงมือที่เฝ้าประคองดูแลนางด้วย

เพราะหงมิ่งเอาแต่ก้มหน้าก้มตานวดยา จึงไม่เห็นรอยยิ้มเขินอาย ทว่าได้ใจของอ้วนเตียว นางไม่ได้เจตนาใช้แผนทำร้ายตัวเอง แต่ทั้งหมดก็เข้ากับแผนที่นางคิดไว้ โดยเฉพาะเมื่อเขารับปากว่าจะดูแลนาง เช่นนี้นางก็จะใช้อาการบาดเจ็บให้คุ้มค่า

 

......................................

โปรดติดตามตอนต่อไป

#ยอดพธูคู่หทัย

        อยากถามเสี่ยวมิ่งเบาๆ ว่าหลุมที่ตกลงไปนั้นจะหาทางกระโดดขึ้นมาได้ยังไง นับวันยิ่งตกลึกไปทุกที ส่วนเฮียเต้นั้นไม่ต้องห่วง ถึงมือน้องซานเอ๋อร์แล้ว ไม่ถึงตายแต่อาจจะแค่คางเหลือง555

        ขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่ส่งให้นะคะ จะสายเล่มสายอีบุ๊คก็รออีกไม่นานค่ะ ตอนนี้อยู่ในมือกองบรรณาธิการแล้ว ซึ่งแว่นอยากจะส่งพราราเซตามอลไปให้เพื่อแก้ความรู้สึกผิดกับการเขียนผิดมหาศาลของตัวเองเหลือเกิน TwT

ฝาก โหลด #ขันทีตัวปลอมจอมใจตัวจริง ในรูปแบบ E-Book ด้วยนะคะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTA3MDY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjkxODg1Ijt9

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

235 ความคิดเห็น

  1. #175 0958613778 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 18:59
    ขันทีซื้อแล้วค่ะเป็นเล่มสนุกมาก
    #175
    1
  2. #174 InthiraP (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 16:58

    คู่นี้ดูแลกันละมุนละไม คู่นั้นดูแลสะบักสะบอบ

    #174
    1
    • #174-1 วาณี ซิงซิน แว่นฟ้า(จากตอนที่ 39)
      9 มิถุนายน 2562 / 22:36
      และอาจจะเจ็บไม่ใช่น้อย ถ้าไม่ยอมรักษาตัวดีๆ //ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
      #174-1
  3. #172 pemipond (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 10:44

    คู่นั้นเค้าตายไปแล้วค่ะ กว่าหมอทางนี้จะทายากันเสร็จ

    #172
    1
  4. #171 Pummycherry (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 09:31
    ชอบคู่รองมากๆเลยค่ะ ตัวแสบกับหนุ่มซื่อบื้อ น่ารัก มากค่ะ
    #171
    1
    • #171-1 วาณี ซิงซิน แว่นฟ้า(จากตอนที่ 39)
      9 มิถุนายน 2562 / 22:37
      เสี่ยวมิ่งผู้เกิดมาเพื่อโดนพี่สาวอ้วนเตียวหลอก
      #171-1
  5. #170 OuWate (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 07:45
    ทำไม2คู่นี้ เหตุการ์ณช่างแตกต่างอะไรเช่นนี้555 คู่นึงละมุน อีกคู่ก็ปางตายปะ 5555
    #170
    1
    • #170-1 วาณี ซิงซิน แว่นฟ้า(จากตอนที่ 39)
      9 มิถุนายน 2562 / 22:37
      ทำบุญไม่เท่ากันค่ะ เฮียเต้แกล้งคนมาเยอะ กรรมตามทัน
      #170-1
  6. #169 mee_pa (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 07:39
    หงหนานปิงดูเหมือนจะซวยรึเปล่า
    #169
    1