ยอดพธูคู่หทัย (สำนักพิมพ์สถาพร)

ตอนที่ 35 : รอยยิ้มจิ้งจอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    29 พ.ค. 62

เรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม่ม้าที่อ้วนเตียวกำลังขี่อยู่ ถูกคัดเลือกมาอย่างดี นอกจากก้าวย่างมั่นคง นิสัยยังอ่อนโยน ไม่เตลิดง่าย แต่ทุกอย่างล้วนมีข้อยกเว้น เช่นแมวป่าที่วิ่งไล่กระต่ายออกมาจากข้างทาง ส่งผลให้ขาหน้าทั้งคู่ของม้าโผนขึ้นกลางอากาศ ร่างเล็กของอ้วนเตียวจึงไม่อาจทรงตัวได้ หงมิ่งมีปฏิกิริยาตอบสนองฉับไว เขารีบคว้าเอวของนางเอาไว้ แล้วดึงข้ามมาอยู่ในอ้อมอกตน แต่ยามฉุกละหุกทุกอย่างย่อมผิดพลาดได้โดยง่าย

“โอ๊ย!!! เท้าข้า” เสียงร้องของอ้วนเตียว บอกถึงความเจ็บปวดที่นางได้รับ

ใจของอ๋องหนุ่มโลดขึ้นบนอก คราวนี้เขาไม่คำนึงถึงความไม่เหมาะสมแล้ว รอจนชักม้าออกห่างจากแม่ที่ยังไม่หายอาการตื่น หงมิ่งก็รีบอุ้มอ้วนเตียวลงจากหลังม้า หาพื้นที่ให้นางนั่งลง มองซ้ายขวาก็ไม่มีตรงไหนเหมาะ สุดท้ายก็ได้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่ทอดตัวเอนอยู่ จัดการให้นางได้นั่งแล้วเขาก็รีบร้อนเปิดชายกระโปรงของนางขึ้น ตามด้วยถอดรองเท้าถุงเท้า โดยไม่สนเสียงอุทานตกใจใดๆ รอจนเห็นข้อเท้าบวมเป่งเพราะบิดงอจังหวะจะนำเท้าออกจากโกลนม้า ก็ยิ่งตระหนักกับอาการบาดเจ็บของนาง

เวลาเพียงครู่เดียว ข้อเท้าของนางก็บวมแดงขัดกับสีขาวของเท้าเรียวเล็กพอๆ กับฝ่ามือของเขา หงมิ่งรู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่ปกป้องดูแลนางไม่ดีพอ โดยเฉพาะเมื่อเงยหน้ามองว่าอ้วนเตียวมีท่าทางเจ็บปวดหรือไม่ เขาก็พบว่านอกจากใบหน้าที่บอกถึงความเจ็บปวดแล้ว นางกำลังอับอายแทบตาย

“ขออภัย ขะ.... ข้า” ชายหนุ่มอึกอัก พูดจาไม่เป็นคำ

อ้วนเตียวก็ไม่ตอบอันใด ทำเพียงผลักมือหงมิ่งออกจากขาของนาง แล้วร้อนรนเลื่อนชายกระโปรงซ่อนเท้าเปลือยเปล่า พลางมองข้ามแผ่นหลังเขาไป ชายหนุ่มถึงเพิ่งนึกออกว่าทั้งคู่มิได้อยู่ตามลำพัง เขาใช้ร่างกายที่ใหญ่กว่าบังเท้าของนางเอาไว้ก่อนจะหันเพียงใบหน้าไปตวาดสั่งลูกน้อง

“หันไปทางอื่น!!!”

ความจริงหงมิ่งไม่ต้องสั่ง เหล่าลูกน้องของเขาก็ไม่กล้าจ้องมองอยู่แล้ว ไม่นับว่าช่วงลำตัวสูงใหญ่ของเขาบดบังเท้าของอ้วนเตียวจนมิด ดังนั้นที่พวกเขาลอบมองพร้อมตั้งข้อสงสัยก็คือ ‘ทำไมหัวหน้าจึงทำกิริยาไม่เหมาะสมเช่นนี้กับสตรี’ ซึ่งเป็นคำถามเดียวกับที่หงมิ่งกำลังถามตนเองเช่นกัน

“ข้า... กระหม่อมทำกิริยาไม่เหมาะสม ขอองค์หญิงโปรดลงพระอาญา”

ตามหลักแล้วหงมิ่งไม่ใช่ข้าราชบริพารในแคว้นถู่ปอ อ้วนเตียวไม่มีสิทธิ์สั่งลงทัณฑ์ใดๆ แต่เขาพร้อมจะรับการลงโทษจากนาง

“ท่านอ๋องกล่าวหนักเกินไปแล้ว เมื่อครู่เหตุการณ์ฉุกละหุกเกินใครจะคาดคิด ข้าต้องขอบใจท่านด้วยซ้ำที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้”

คำพูดของอ้วนเตียวยิ่งทำให้หงมิ่งนึกละอายใจ เพราะนางกล่าวอย่างสุภาพมีเหตุมีผล ขัดกับใบหน้าแดงก่ำและน้ำตาที่เอ่อคลอเพราะความเจ็บปวดอับอาย ทว่าเขาก็ไม่อาจกล่าวหักล้างวาจาของนางได้ และยิ่งไม่ควรประวิงเวลาให้นางทนรับความลำบากมากไปกว่านี้

“อีกไม่ไกลจะเป็นจุดพักแรมแล้ว องค์หญิงทรงอดทนอีกนิดได้หรือไม่ กระหม่อมจะอุ้มท่านขี่ม้าไปที่นั่น ท่านจะได้รักษาอาการบาดเจ็บโดยเร็ว”

ขี่ม้าร่วมกันก็ไม่เหมาะสมแล้ว นี่ถึงกับเป็นการโอบอุ้มขึ้นหลังม้า มิเท่ากับฉีกจารีตประเพณีเลยหรือ แต่เพราะความเร่งรีบพวกเขาไม่มีรถม้า และสภาพร่างกายของนางตอนนี้ก็คงขี่ม้าเองไม่ได้เป็นแน่ หญิงสาวขบริมฝีปากชั่งใจชั่วครู่ ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า ก็พยักหน้าแล้วกล่าวหนักแน่นพอๆ กับชายชาติทหาร

“รีบไปเถอะ พวกเรามิได้ทำเรื่องควรละอายใจ ก็ไม่จำเป็นต้องคำนึงเรื่องไร้สาระ”

หงมิ่งนับถือจิตใจของอ้วนเตียวเป็นอย่างยิ่ง ยามโอบอุ้มร่างนุ่มนวลอ่อนละมุนของนางมาแนบอก เขาจึงระมัดระวังประหนึ่งปฏิบัติต่อสิ่งล้ำค่า ตั้งใจอย่างยิ่งว่าจะกำชับทหารทุกคนที่ติดตามมา ไม่ว่าจะเป็นทหารของตนหรือของนางก็ตามให้ปิดปากสนิท เขาจะไม่ยอมให้ใครหยามศักดิ์ศรีของสตรีดีงามเช่นนาง

และเพราะความตั้งใจมั่นที่จะดูแลหญิงงามในอ้อมแขนโดยไม่แบ่งสมาธิวอกแวก หงมิ่งจึงมองไม่เห็นรอยยิ้มจิ้งจอกที่อ้วนเตียวซ่อนเอาไว้

 

มีผู้ใดไร้ความลับปิดซ่อนบ้าง แต่หงจูเชวี่ยแน่ใจว่าเขาซุกซ่อนได้แนบเนียนกว่าใคร จึงไม่หวั่นกลัวกับการนอนข้างกายกู่ซาน แต่เขากลับประเมินร่างกายตัวเองสูงเกินไป หรืออีกนัยก็คือ ความอดทนทางกายต่อสิ่งเย้ายวนของเขาช่างต่ำเกินไป

อาบน้ำอะไรตอนนี้” กู่ซานกังขา แต่ก็ยังสั่งให้คนยกถังน้ำเข้ามาพร้อมกับสั่งกั้นม่านชั่วคราว พลางเอียงคอมองหงจูเชวี่ยด้วยความสงสัย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาไม่เอ่ยปากโต้แย้ง ยั่วให้นางมีโทสะ

เดินทางร่วมกันมานาน สิ่งหนึ่งที่หงจูเชวี่ยไม่กระทำคือทำตัวเรื่องมาก ถึงเขาจะเป็นคนรักสะอาดเพียงใด ก็มักจะอาบน้ำเต็มที่นานๆ ครั้ง หากไม่ใกล้แหล่งน้ำ ที่จะลงไปอาบได้ เขาก็ทำเพียงเช็ดตัว โดยมีกู่ซานนั่งหันหลังขัดกระบี่คู่กายอยู่ปากกระโจม พร้อมกับฟังเสียงยั่วเย้าให้นางอย่าได้แอบมองชายงามเช่นเขา หรือไม่ก็แกล้งถามว่าทำไมนางไม่หันมามองเวลาพูดคุย

ซานเอ๋อร์ การขัดขืนดื้อรั้นต่อความต้องการในส่วนลึกของจิตใจตนเอง เป็นการกระทำที่ไร้ความหมายเจ้ารู้หรือไม่’

คำพูดราวกับกู่ซานแสร้งมีคุณธรรมทั้งที่ภายในใจของนางเป็นโจรปล้นสวาทใจโฉด ส่งผลให้หงจูเชวี่ยถูกนางตำหนิกลับไปด้วยถ้อยคำร้ายกาจเสมอ เรียกว่าการทำความสะอาดร่างกายของเขาทุกครั้งเป็นการทำสงครามปากทุกคราว แต่ในเวลาส่วนตัวของนาง เขาก็มีมารยาทพอจะออกไปนั่งนอกกระโจม โดยไม่กลั่นแกล้งใดๆ ทั้งสิ้น

ร่างกายของท่านมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า” ความเงียบผิดปกติเช่นนี้ชวนให้กู่ซานกังขาจริงๆ

เจ้าเข้ามาอาบน้ำพร้อมข้าไหมเล่า จะได้ดูด้วยตา จับสังเกตด้วยมือว่าผิดปกติตรงไหน”

เอาล่ะนี่แหละหงจูเชวี่ยตามปกติ เห็นเขาต่อปากต่อคำได้ กู่ซานก็เลิกหาเรื่องใส่ตัว หารู้ไม่ว่าคนที่กำลังอาบน้ำกำลังเกิดอาการผิดปกติจริงๆ

ที่แท้อาการง่วงนอนเกือบตลอดเวลาของหงจูเชวี่ยเกิดจากยาต้านพิษที่เขาแอบกินเป็นประจำ ผลของมันช่วยยืดเวลาอาการกำเริบ ถึงหมอหลวงจะไม่เก่งกาจเท่าเหมยเยี่ยเซียงแต่ก็ไม่ถึงกับไร้ความสามารถ แม้ไม่อาจหาวิธีแก้พิษที่กระจายอยู่ตามเส้นโลหิตและลมปราณได้ แต่ก็ชะลอความถี่ในการกำเริบได้ และเชื่อว่ายิ่งพิษกำเริบช้าลงเท่าไรก็จะช่วยยืดระยะเวลาในการมีชีวิตของหงจูเชวี่ยมากขึ้นเท่านั้น แต่ข้อเสียของยาก็คือทำให้ชีพจรของเขาเต้นช้าลง เข้าสู่ภาวะกึ่งจำศีลในยามหลับ

เขาไม่ยอมกลืนยาต้านพิษลงคอสักเม็ดเดียวไม่ว่าจะอยู่ในวังหรือนอกวังก็ตาม เพราะในวังคนที่เขาไว้ใจมีเพียงฉางเฉินซึ่งชราแล้ว นอกวังคนที่เขาไว้ใจมีเพียงกู่ซาน ดังนั้นเขาจึงเริ่มกินยาช่วงที่อยู่กับนางหวังว่านอกจากชะลอการกำเริบ อาจจะช่วยให้เขาอยู่ได้นานพอจะไม่ให้นางจับได้ว่าเขาถูกพิษ

การกินยาช่วยได้ แต่ขณะเดียวกันมันก็ทำให้ร่างกายหงจูเชวี่ยต่างจากคนทั่วไปในยามหลับ ดังนั้นเมื่อกู่ซานเสนอให้นอนร่วมเตียงเขาจึงงดการกินยาในคืนนี้ แล้วใช้น้ำเย็นลดอุณหภูมิร่างกายที่จะร้อนขึ้นเพราะพิษทลายประสานสี่ทิศในเส้นลมปราณ ซึ่งแน่นอนว่าครั้งนี้ที่ร่างกายของเขาร้อนขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับพิษเท่านั้น แต่เกี่ยวกับการที่เขาวาดภาพล่วงหน้าถึงการนอนอยู่ข้างกายนางด้วย

จริงเช่นที่โต้วสือกล่าว มีเพียงบุรุษตายหรือพิการสิ้นสภาพเท่านั้น ถึงไม่รู้สึกอะไรกับการนอนเคียงข้างสตรี โดยเฉพาะสตรีที่ตนพึงใจ ต่อให้หงจูเชวี่ยถูกพิษทลายประสานสี่ทิศแอบแฝงในกายทำร้ายเส้นโลหิตและชีพจรอยู่ห่างปากประตูผีไม่ไกล แค่คิดถึงร่างนุ่มนวลของกู่ซาน ก็ยังไม่อาจข่มอารมณ์ให้สงบลงได้ เมื่อถังน้ำมาถึงเขาจึงปฏิเสธน้ำร้อน แล้วปีนเข้าไปแช่น้ำเย็นยะเยือกหวังจะแช่แข็งตนเองให้ไร้ความรู้สึก

แช่น้ำเย็นกลางดึกระวังจะไม่สบายเอานะ” ทนรอเงียบๆ ได้ไม่นานกู่ซานก็ต้องเอ่ยปากขึ้นมาก่อน แล้วก็ถูกตอบโต้ด้วยคำพูดลอยๆ ของหงจูเชวี่ย

มารดาของข้าบอกว่า ‘แช่น้ำเย็นมากๆ ร่างกายจะเจ็บป่วยง่าย’ ”

ใบหน้ากู่ซานงอง้ำทันทีที่ได้ยิน เพราะคำว่า ‘มารดาของข้า’ ไม่ได้หมายถึงมารดาผู้ให้กำเนิดหงจูเชวี่ยซึ่งตายตั้งแต่เขาเพิ่งถือกำเนิดจนไม่ได้สอนสั่งอะไรสักคำ แต่เขาหมายถึงมารดาของนาง และพวกนั้นเป็นคำพูดตอนยังเด็กที่นางสั่งสอนเขา

กินเยอะๆ จะได้โตเร็วๆ’

ต้องขยันขันแข็งถึงจะสร้างชื่อเสียงได้’

ตอนนั้นคือช่วงเวลาไร้เดียงสา ไม่มีทั้งฐานะและหน้าที่มากั้นขวางทั้งสองให้แยกห่างกัน ต่อให้ยามนี้นางจะกล้าลงไม้ลงมือกล้าโต้แย้ง แต่ก็เป็นเพราะเขาพยายามก้าวข้ามเส้นกั้นเข้าหานาง

ท่านจะเอาเรื่องสมัยเด็กมาล้อเลียนอยู่ร่ำไปไม่ได้” กู่ซานเองก็ระลึกช่วงเวลานั้น แต่นางไม่ใช่หงจูเชวี่ย และเช่นกันที่เขาไม่สนใจจะฟังคำห้ามของนาง

แต่ข้าคิดถึงเรื่องสิบกว่าปีนั้น ข้าคิดถึงของอร่อยที่เจ้าเอามาให้ข้าลองกิน แม้ข้าจะสงสัยว่ามันอร่อยจริงหรือก็ตาม”

เพราะยึดมั่นว่าหงจูเชวี่ยซึ่งเป็นคู่ปรับ เป็นกึ่งลูกน้องของนาง กู่ซานจึงทำใจกว้างเช่นลูกพี่ใหญ่ แอบมามอบของกินเล่นให้เขาเสมอ แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นของแปลกๆ ที่นางเองยังไม่แน่ใจว่ากินได้หรือไม่ และทั้งหมดเป็นข้ออ้างในการลอบหนีมาเล่นสนุกที่เรือนของเขา

ท่าน...” หลายถ้อยคำห้ามปรามไม่ให้รื้อฟื้นของกู่ซาน ถูกหยุดด้วยประโยคเดียวของหงจูเชวี่ย

ข้าคิดถึงจิ้งจอกน้อยตัวนั้น”

ความเงียบครอบงำทั้งสอง เป็นครั้งแรกที่กู่ซานหันไปมองหงจูเชวี่ยที่กำลังนอนแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำอย่างลืมตัว และพบรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดุจราชาจิ้งจอกทว่าแสนเศร้าของเขา นางอยากกล่าวอะไรสักอย่างที่ยังนึกไม่ออก แต่ไม่ทันกับเสียงจากภายนอก

มีคนร้าย!!!”

 

......................................

โปรดติดตามตอนต่อไป

#ยอดพธูคู่หทัย

        ขอบคุณเพื่อนๆ นักอ่านที่ติดตามนะคะ และขอบคุณมากที่สนับผลงานชิ้นนี้อย่างต่อเนื่อง และสำหรับคนที่รอลุ้นอยู่ ไม่ว่าจะคู่หลักคู่รอง รับประกันความแซบทั้งสองคู่ค่ะ เพราะเรื่องนี้มีแต่คนร้ายๆ555

ฝาก โหลด #ขันทีตัวปลอมจอมใจตัวจริง ในรูปแบบ E-Book ด้วยนะคะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTA3MDY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjkxODg1Ijt9


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

235 ความคิดเห็น

  1. #153 pemipond (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 13:20

    เค้าอาบน้ำอยู่ คนร้ายมาไม่ดูเวลาเลย

    #153
    0
  2. #149 Whatever it is (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 21:16
    ขอบคุณค่ะ
    #149
    0
  3. #141 Sweetsmile2557 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 12:54

    หงมิ่งเจ้าไม่รอดหรอก 55555

    #141
    0
  4. #140 Goody2526 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 10:21
    สงสารหงมิ่งแทบไม่ทัน เสร็จอ้วนเตียวแน่ๆ
    ส่วนพระนางก็ยังต้องลุ้นกันต่อไป
    #140
    0
  5. #139 mooklinlava2505 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 08:04
    ว้ายย..อิเต้จะสรวมเสื้อผ้าทันมั้ยอ่า 555
    #139
    0
  6. #138 OuWate (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 07:48
    หงมิ่งน่าจะเรียบร้อยโรงเรียนอ้วนเตียวแล้วละ 555 ส่วนฮ่องเต้ เฮ้อทำไมรันทดจัง จะหวานๆก็มีคนร้าน
    #138
    0