ยอดพธูคู่หทัย (สำนักพิมพ์สถาพร)

ตอนที่ 33 : นั่งร่วมม้ากันไหม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,546
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    24 พ.ค. 62

ฝีเท้าในการวิ่งหนีเร่งขึ้น ฝีเท้าในการวิ่งตามก็ไม่อาจผ่อน ยังดีที่ขบวนคาราวานของหงจูเชวี่ยเสียเวลาในการปลอมแปลงตนและให้เหนือหัวโดยสารด้วยรถม้าซึ่งไม่อาจขับเคลื่อนด้วยความว่องไว กลุ่มของหงมิ่งกับอ้วนเตียวจึงไม่ลำบากในการเร่งติดตามนัก แต่นั่นก็สำหรับบุรุษหาใช่สตรีไม่

“องค์หญิงทรงเป็นอะไรหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” หงมิ่งส่งสัญญาณมือให้ม้ารอบๆ ก่อนจะชะลอม้าของตนเพื่อสอบถามอ้วนเตียว

“ไม่เป็นไร เพียงแต่อ่อนล้านิดหน่อย แต่ยังเดินทางต่อไปได้ อย่าเสียเวลาเพราะข้าเลย” ถึงสีหน้าจะอ่อนล้าแต่อ้วนเตียวก็ยังปฏิเสธความหวังดี

อ้วนเตียวไม่อาจหลอกถามหงมิ่งได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหงจูเชวี่ย แต่เมื่อเขาเร่งเดินทางเช่นนี้ แสดงว่าเป็นเรื่องสำคัญ นางจึงพยายามทนความเคี่ยวกรำบนหลังม้าเพื่อไม่ให้เป็นตัวถ่วงเขามากนัก

เพื่อให้เดินทางไวขึ้น อ้วนเตียวต้องเปลี่ยนจากการนั่งรถม้ามาเป็นขี่ม้า แต่การที่นางขี่ม้าเป็น ไม่ได้แปลว่านางขี่ได้คล่องแคล่ว รวมกับร่างกายที่ไม่เคยแบกหามทำงานหนัก โดนแดดฝนมาก่อน เริ่มแรกสภาพของนางจึงแย่ยิ่งกว่าตู้จงชินเสียอีก ทว่าต่อมานางกลับยืนหยัดบนหลังม้าต่อไปได้ ต่างจากนางกำนัลที่ร่างกายทนไม่ไหว ถูกเจ้านายสั่งให้หยุดพักกลางทางรอรถม้าขนของ แล้วค่อยติดตามนางไปทีหลัง

“ต้องขออภัยด้วย แต่กระหม่อมจำเป็นต้องพาองค์หญิงไปพบเหนือหัวโดยเร็ว” นอกจากขอโทษหงมิ่งไม่อาจทำสิ่งใดเพื่ออำนวยความสะดวกให้อ้วนเตียวได้เลย

“ไม่ต้องเกรงใจ การไปพบเหนือหัวสำคัญกว่า”

หงมิ่งได้ฟังวาจาเปิดเผยใจกว้างของอ้วนเตียวแล้วพาลให้ละอายใจนัก นั่นเพราะเขาไม่รู้ว่านางคิดการใดเอาไว้ในใจ หรือให้ถูกคือคิดเช่นไรกับหงจูเชวี่ย

ช่างสร้างความยุ่งยากนัก ตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงยามนี้ คนที่อ้วนเตียวอยากจะเล่นงานที่สุดย่อมเป็นหงจูเชวี่ย ถ้าไม่ติดว่าเขาเป็นฮ่องเต้ ส่วนนางเป็นเจ้าครองแคว้นเล็กๆ ที่ต้องพึ่งบารมีของเขา รับรองได้ว่านางจะอยู่ในแคว้นของตนอย่างไร้ความลำบากกาย จิบชาแล้วรอแค่เวลาส่งหนังสือแสดงความเสียใจในการตายของเขา

“หลังจากผ่านการพักผ่อนคืนนี้ รุ่งเช้าพวกเราอาจจะต้องเร่งความเร็วขึ้นอีก” หงมิ่งมองตะวันที่คล้อยต่ำแล้วเอ่ยออกมากด้วยความลำบากใจ

ชายหนุ่มถนัดเรื่องการคาดการณ์ล่วงหน้า เขาเดาได้ด้วยซ้ำว่าขบวนอารักขาฮ่องเต้ ปลอมแปลงตนเช่นไร และจะเดินทางไปยังเฉิ่นตงด้วยเส้นทางไหน พร้อมทั้งคำนวณเวลาที่จะเข้าไปถึงเมืองชายทะเลตะวันออกเฉียงเหนือ จึงต้องการไปสมทบให้เร็วที่สุดก่อนพวกเขาจะทำภารกิจเสี่ยงอันตราย จะดียิ่งถ้าเจอกันก่อนเข้าเมืองพ้นสายตาขุนนางท้องถิ่นที่เป็นภัยแฝงเร้น แต่ดูจากระยะเวลาแล้ว คงล่าช้ากว่าเกือบครึ่งเดือนถ้าไม่ทำเวลาให้ไวขึ้น หากหงมิ่งไม่ได้มาพร้อมอ้วนเตียวคงง่ายกว่า ทว่าเขาจำเป็นต้องมีนางไปด้วย

“ข้าจะพยายาม” อ้วนเตียวตอบรับ แต่ก็เผยสีหน้าลำบากใจออกมา

คนมีตาย่อมเห็น ว่าหญิงสาวไม่ได้สันทัดการขี่ม้า การเร่งความเร็วก่อนหน้า เรียกว่าเป็นขีดจำกัดของนางที่จะกระทำได้แล้ว หงมิ่งเองก็ย่อมเห็นเช่นกัน ลังเลครู่อยู่ครู่ใหญ่จึงเอ่ยปากถามอ้วนเตียว

“องค์หญิงจะถือสาหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ หากจะต้องร่วมนั่งม้าตัวเดียวกับกระหม่อม” พร้อมคำถามคือใบหน้าแดงก่ำของหงมิ่ง

ไม่ใช่สามีภรรยาแต่ร่วมม้าตัวเดียวกันช่างผิดจารีตยิ่งนัก แค่ฟังคำถามอ้วนเตียวยังหน้าแดงไปถึงใบหู ไม่รู้จะตอบเช่นไรดี

“กระหม่อมไม่ได้คิดจะล่วงเกิน แต่ทำเช่นนี้นอกจากจะเดินทางได้เร็วขึ้น ยังรับประกันความปลอดภัยให้องค์หญิงได้มากขึ้นกว่าเดิม”

หงมิ่งพยายามไม่สนใจสีหน้าเขินอายของทั้งสอง อธิบายเหตุผลที่ต่างเห็นกันอยู่ อ้วนเตียวทำให้การเดินทางไม่อาจเร็วเท่าที่เหล่าทหารจะทำได้ หนำซ้ำการเร่งความเร็วจะยิ่งเสี่ยงต่อการที่นางจะพลาดพลั้งตกม้าบาดเจ็บ แล้วหากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจริง พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นบุรุษ ไม่มีผู้ใดสะดวกใจดูแลอาการบาดเจ็บให้นางเลย การที่หงมิ่งเสนอตัวให้อ้วนเตียวร่วมม้ากับเขา ไม่ใช่เพราะเขาไม่คำนึงถึงความแตกต่างเรื่องหญิงชาย แต่เนื่องจากในคนที่เดินทางอย่างเร่งรีบนี้ มีเขาคนเดียวที่เหมาะสม

ก่อนออกเดินทางจากแคว้นถู่ปอ แม้หงมิ่งจะไม่ได้บอกเกี่ยวกับอาการป่วยของหงจูเชวี่ย แต่อ้วนเตียวก็มิใช่คนโง่ ความสามารถของนางที่ฮ่องเต้ต้าถังต้องการใช้งาน ย่อมเป็นความสามารถในการขจัดพิษจากแดนใต้ ดังนั้นนางจึงเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่างๆ มาอย่างครบครัน ทว่าของเหล่านั้น ก็ถ่วงรั้งการเดินทางไม่น้อย เมื่อตู้จงชินไม่อาจขี่ม้าไหว นางจึงมอบหน้าที่ดูแลข้าวของให้กับคนสนิท แต่เพราะของเหล่านั้นเป็นของสำคัญต่อเหนือหัว เต้อจือเสียซึ่งมีความสามารถพอๆ กับหงมิ่งจึงต้องแยกจากข้างกายเจ้านาย มาคอยอารักขาพวกมันให้เดินทางตามไปทีหลังอย่างปลอดภัย

ไม่ใช่ว่าหงมิ่งจะไม่อยากแลกเปลี่ยนหน้าที่กับเต้อจือเสีย อย่างไรเขาก็ไม่สันทัดงานคุ้มกันบุคคลเท่ากับอีกฝ่าย ติดตรงศักดิ์ฐานะของอ้วนเตียว และด้วยเหตุผลเดียวกัน เขาจึงเสนอตัวให้นางมาร่วมขี่ม้า

“ท่านแน่ใจหรือไม่ ว่าคนของท่านจะไม่พูดเรื่องที่ข้ากับท่านร่วมขี่ม้าตัวเดียวกันออกไป” ถามจบฟันซี่เล็กก็ขบลงบนริมฝีปากสีแดงด้วยท่าทีกระวนกระวายใจ

ไม่รู้เพราะเหตุใดภาพนี้จึงยิ่งทำให้ใบหน้าของหงมิ่งร้อนผ่าว นึกตำหนิตนเองที่หวั่นไหว คงเพราะอีกไม่นานเขาอายุจะครบยี่สิบ เลือดของบุรุษร้อนรุ่มจึงปะทุโดยง่าย เพียงเห็นหญิงงามความหนักแน่นก็ลดลง กำลังนึกหาวิธีจะกลับคำก็บังเอิญเกิดเรื่องไม่คาดฝัน

 

......................................

โปรดติดตามตอนต่อไป

#ยอดพธูคู่หทัย

        ตอนที่แล้วได้เฮียเต้กำลังใจล้นหลามมาก  แต้งกิ้วหลายๆ นะคะ จุ๊บๆๆ ทุกคอมเม้นต์ทุกไลท์ช่วยให้คนเขียนมีพลังในการทำงาน ขอบคุณมากมายค่ะ

        ตอนที่แล้วชวนนอนร่วมเตียง คราวนี้ชวนนั่งร่วมม้า คิดว่าใครจะเสร็จใครก่อนค่ะ

ฝาก โหลด #ขันทีตัวปลอมจอมใจตัวจริง ในรูปแบบ E-Book ด้วยนะคะ

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTA3MDY2NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjkxODg1Ijt9

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

235 ความคิดเห็น

  1. #152 pemipond (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 13:04

    หงมิ่ง มากับข้า ข้ายินดีร่วมม้าเดียวกับท่าน แอร๊ยยย

    #152
    0
  2. #131 lhunsal (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 23:49
    รอตอนต่อไปนะคะ
    #131
    1
  3. #130 Whatever it is (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 20:10
    ขอบคุณค่ะ
    #130
    1
  4. #129 Pummycherry (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 11:48
    จะว่าไรไหมคะ คือชอบคู่รองมากค่ะ น้องอ้วนเตียวกับพี่มิ่ง สาวแสบกับหนุ่มขี้อาย น่ารักมากๆค่ะ ชอบๆ
    #129
    2
  5. #128 OuWate (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 06:14
    รอลุ้นทั้ง2คู่เลยจ้าาาา แต่ขอคู่ฮ่องเต้ก่อนนะ สงสารนางตั้งแต่เรื่องที่แล้วแล้ว พี่สือซานจะแพ้ทางน้องซานเอ๋อร์ รึน้องซานเอ๋อร์จะแพ้ทางพี่สือซานก็ไม่รู้ หุๆๆๆ
    #128
    1